รูปจาก www.actschurchcm.com

พระเจ้า

พระเจ้า  

“เจ้าเป็นคนขยัน เพื่อให้เจ้าได้พบความสุขที่แท้จริง ข้าจะให้รางวัลแด่เจ้า”

ชายฉกรรจ์วัยกลางคนเงยหน้ามองขึ้นฟ้าตามเสียง และแล้วก็มีล็อตตารี่ใบหนึ่งลอยจากฟ้า ก่อนที่จะตกลงใส่มือเขา

รูปจาก www.actschurchcm.com
รูปจาก http://www.actschurchcm.com/

กันต์ตกใจตื่น เมื่อเขาลุกขึ้นก็พบว่า ในมือปรากฏฉลากกินแบ่งรัฐบาลหนึ่งใบ สร้างความประหลาดใจต่อเขามาก เพราะว่าไม่เคยซื้อมันเพื่อเสี่ยงโชคเลยสักครั้ง ไม่เสียเวลาคิดนาน เขารีบลุกขึ้นอาบน้ำไปทำงาน

เวลาทำงานของเขาคือเวลา หกโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่ม ส่วนวันหยุดนั้นอย่าได้ฝัน พูดได้ว่าทำงานไม่ได้พัก แม้แต่เวลากินข้าว เวลามีลูกค้ามา กันต์ต้องวางมันลงแล้วไปยกของก่อนที่จะกลับมากินอีกครั้ง ใช่แล้ว กันต์ทำงานเป็นคนงานร้านขายส่ง ไม่เพียงแต่ยกของทั่วไปเท่านั้น เขาต้องจดรายละเอียดการซื้อของ รวมทั้งตรวจสอบสินค้าคงคลังด้วย เงินเดือนในช่วงแรกเริ่มอยู่ที่สี่พันจนกระทั้งเงินเดือนจึงเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเท่าตัว จึงพอเลี้ยงภรรยาและลูกได้ ส่วนตัวเขานั้นคงไม่จำเป็น เพราะที่นี่มีอาหารให้กินทุกมื้อ

ระหว่างการทำงานกันต์ยังคงคิดเรื่องฝันเมื่อเช้า สลากก็ยังคงอยู่ในกระเป๋าเสื้อนอกที่ถอดทิ้งไว้ ครั้นพอถึงเวลาออกไปส่งของ เขาจึงมีโอกาสซื้อใบตรวจรางวัลทันใจ เพราะมันถูกพิมพ์ออกมาจากคอมพิวเตอร์ในเวลาห้าโมงเย็นหลังจากประกาศผล มือกร้านรีบคลี่สิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมาดู

“สี่-ห้า-เจ็ด …” ถึงแม้จะตรวจมันเป็นครั้งแรก แต่เขาก็พอรู้ว่าจะต้องตรวจเลขจากหลังไปหน้า นิ้วเลื่อนจากล่างจนกระทั่งขึ้นไปด้าน มันเป็นตัวเลขที่ใหญ่ที่สุดในกระดาษใบนั้น

“รางวัลที่หนึ่ง!” เขาดีใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น ต่อไปนี้เขาไม่ต้องทำงานอย่างยากลำบากอีกต่อไปแล้ว

และคืนนั้นเขาก็พบว่ามีคนมาร่วมแสดงความยินดีกันมากมาย ส่วยภรรยาที่เพิ่งรู้ข่าวจากคนอื่นก็ไม่อยากเชื่ออะไรมากนักเธอเพียงหาอาหารมาต้อนรับเท่านั้น

สิ่งนั้นทำให้เขาได้รู้ว่า ความวุ่นวายกำลังเข้ามาหาเขาเข้าให้แล้ว ทั้งคืนเขานอนไม่หลับว่าจะทำอย่างไรกับเงินดี ทั้งรู้สึกระแวง และไม่ไว้ใจใครที่แวะเวียนเข้ามา

วันรุ่งขึ้นเขาจึงไปขึ้นเงินเพียงลำพัง แต่ก็ยังไม่วายที่จะหันรีหันขวาง ก่อนที่จะนำเงินไปเข้าธนาคาร เนื่องจากเป็นเงินก้อนใหญ่ จึงต้องเข้าไปในห้องผู้จัดการ ที่ธนาคารเสนอประกันและการฝากเงิน ตราสารหนี้ และอะไรต่างๆ เขาสนใจลงทุนในเรื่องประกันชีวิต และนำเงินส่วนหนึ่งไปกินเลี้ยง

แม่บ้านรู้สึกเหนื่อยทั้งเพื่อนทั้งกันต์ต่างกินเหล้าเมาอ้วก สามวันสามคืนจนเธอระอา ในเวลาไม่นานวิถีชีวิตของกันต์ก็เปลี่ยนไป เขาซื้อที่ดิน รถ และทุกๆ อย่างที่เขาอยากจะมี มีเท่าไรก็ไม่พอ ยิ่งอยากได้เพิ่มขึ้นไปอีก ซื้อของก็ต้องเข้าชุด เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก

“นี่พี่ไม่เหนื่อยเหรอที่ทำอะไรวุ่นวายขนาดนี้” ภรรยามองรถหลายคันที่จอดอยู่เต็มบ้านด้วยความลำบากใจ

“เธอหมายถึงอะไร”

“ก็ฉันเห็นพี่ให้ความสำคัญกับมัน เวลาครอบครัวเราแทบไม่มี และฉันก็ไม่เห็นด้วยที่พี่ให้เงินลูกขนาดนั้น ลูกอาจติดนิสัยฟุ่มเฟือยนะ”

“พี่ไม่รู้ พี่รู้แต่ว่ามีเงินจ่ายก็แล้วกัน”

“อย่าทำแบบนี้เลยนะพี่ เราอยู่กันแบบเดิมเถอะ” ภรรยารบเร้า

“ไม่ได้หรอก เราควรจะทำให้มันดีกว่านี้สิ นี่พี่ก็ซื้อบ้านไว้แล้ว รอแต่เธอกับลูกย้ายไปอยู่ด้วย”

“แล้วที่นี่ล่ะพี่ ที่ๆ เราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา พี่จะทิ้งลงเหรอ ฉันรักบ้านนี้มากนะ ไหนจะเพื่อนบ้านอีก ไม่รู้ว่าจะเป็นคนยังไง”

“พี่ไม่ได้ทิ้ง พี่เพียงแค่ซื้อบ้านใหม่เพิ่มเท่านั้น”

“แต่…”ภรรยาทำท่าจะพูดแต่ผู้ฟังกลับยกแขนห้าม

“ไม่รู้ล่ะ พรุ่งนี้พี่จะให้บริษัทมาเก็บย้ายข้าวของเราจะไปอยู่ที่นั่นกัน”

 

และแล้วเขาและครอบครัวก็ได้ไปอยู่บ้านหลังใหม่ บรรยากาศทิวทัศน์ มีสวนต้นไม้ล้อมรอบน้ำตกเล็กๆ ปลาสวยงาม ดูท่าทางลูกของพวกเขาจะตื่นเต้นมาก ต่างกับภรรยาที่ยังคงหวนนึกถึงบ้านหลังเก่าอยู่ แต่ก็ต้องจำใจมา เพราะตั้งแต่จากครอบครัวมีฐานะร่ำรวย กันต์ก็เริ่มมีความเห็นต่างกับภรรยาตลอด

เช้าวันรุ่งขึ้น ภรรยาก็ออกไปค้าขายเช่นเดิม ส่วนกันต์นั้นเลิกอาชีพเก่าเอาเวลามาใช้เงินซะส่วนมาก ถึงได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ทุกคนรู้ถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ยกเว้นกันต์

“พ่อ ก้องอยากให้พ่อกลับมาจนเหมือนเดิม พ่อช่วยกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม” ผู้เป็นลูกเขย่าตัวพ่อ ทำให้พ่อที่กำลังดูทีวีต้องหันมาสนใจ

“ทำไมล่ะลูก เป็นคนรวยนี่ไม่ดีหรอกเหรอ” พ่อถาม หลังจากนั้นลูกก็เริ่มส่ายหน้า

“ตั้งแต่ถูกหวยมา ก้องรู้สึกว่าครอบครัวเราไม่เหมือนเดิม แต่ก่อนกินข้าวพร้อมกัน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ ต่างคนต่างกิน ในตู้เย็นมีอาหารมากมาย แต่รสชาติก็ไม่อร่อยเหมือนแม่ทำ พ่อก็ไม่ค่อยหัวเราะ และยิ้มเหมือนเดิมด้วย”

“พูดเป็นเล่นน่า พ่อก็มีความสุขดี อาหารก็อร่อยดีนี่ลูก”

“พรุ่งนี้ฉันกับลูกจะกลับไปอยู่บ้านหลังเดิมนะคะ เพราะฉันไม่อยากย้ายไปกลับทำความสะอาด และบ้านที่ไม่มีใครอยู่มันเป็นโทรมเร็วนะ” ภรรยาเดินเข้ามาหลังจากยืนฟังสักพัก

“แล้วบ้านหลังนี้ล่ะ”

“ฉันก็ไม่ได้ทิ้ง เดี๋ยวฉันกับลูกจะมาหาบ่อยๆ แต่ถ้าคุณอยากกลับไปอยู่ ที่บ้านหลังเก่ายังคงต้อนรับเสมอ”

กันต์มองหน้าลูกที่ต้องการคำตอบ “ตามใจก็แล้วกัน”

‘โธ่ เด็กน้อยทั้งคู่คงนึกถึงเรื่องเก่าๆ เดี๋ยวเบื่อก็คงจะกลับมา’ กันต์คิด

 

เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน กันต์หาแม่บ้านมาดูแลบ้านหลังใหญ่ รถที่ซื้อหลายๆ คัน ไม่ค่อยได้ขับ กลับทยอยเสีย สร้างความหงุดหงิดให้กับเขามาก

“อะไร! เพิ่งซื้อมาแท้ๆ ทำไมถึงพังเร็วขนาดนี้ ขับก็ไม่ค่อยได้ขับ เสียแล้วเสียอีก” กันต์ต่อว่าพนักงานขาย

“พี่ครับ รถเมื่อซื้อมาแล้วจะต้องขับมันบ่อยๆ ไม่อย่างนั้นมันจะพัง”

“ใครจะขับไหว มีตั้งหลายคัน”

“อ่าว แล้วพี่จะซื้อหลายคันให้เป็นภาระทำไมครับ”

 

อาหารที่คนรับใช้ทำ ก็ไม่ได้สร้างความอร่อยนักเพราะวัตถุดิบไม่ได้ทำเอง ถ้าหากเป็นภรรยาของเขา เธอจะตำเครื่องแกงเอง ขนมจีนเธอก็ทำเส้นเอง ความสดหรือความตั้งใจก็ไม่ทราบที่ทำให้อาหารอร่อย

“ทำไมอาหารมันรสชาติทั่วไปขนาดนี้”

“ก็ของตลาด เติมนี่นิด เติมนี่หน่อย ผักบางอย่างก็ไม่สามารถหาซื้อได้ ก็ไม่แต่ผักเดิมๆ รสชาติก็เป็นแบบนี้แหละค่า”

 

กันต์พอมีความรู้เรื่องปลูกต้นไม้อยู่บ้าง จึงใช้เวลาว่างอยู่กับมัน แต่กว่าจะใช้เก็บใช้กินได้ก็ต้องใช้เวลาสักหน่อย เขานำต้นกล้าเพื่อไปปลูกที่บ้านหลังเก่า เผื่อภรรยาจะอยากได้บ้าง ป่านนี้เธอเป็นอย่างไรบ้างนะ

 

บ้านหลังเล็กยังคงอยู่เหมือนเดิม สิ่งของภายในบ้านก็มีแต่สิ่งของที่จำเป็นเท่านั้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป สีหน้าภรรยาและลูกของเขาดูสดใสขึ้นมาก

วันนั้นตอนเย็นเธอทำอาหารให้เขากิน มันทำให้กันต์รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ความสงบบางทีมันก็ดีเหมือนกัน เขาเลยคิดอยู่ต่อสักสองสามวัน ปลูกผักสวนครัวให้ภรรยากิน

“ฉันดีใจจริงๆ ที่พี่มาหา ปลูกผักให้ ทำให้ฉันสบายใจขึ้นเยอะเลย จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องยาฆ่าแมลง ฝีมือการปลูกต้นไม้ของพี่นี่ยังเยี่ยมยอดเหมือนเดิม ฉันจะดูแลมันอย่างดีเลย” ว่าแล้วภรรยาก็หอมแก้มหนึ่งฟอด ทำให้กันต์มีกำลังใจ นำต้นกล้ามาปลูกอีก ทั้งมะขาม มะนาว ทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นมันค่อยๆ โตขึ้นทุกวัน

“นี่สินะคือความสุข”เมื่อคิดได้แล้วกันต์จึงทยอยขายสิ่งของที่ซื้อเกินความจำเป็นในราคาถูก เพื่อลดภาระการดูแล และตั้งประกาศบ้านให้เช่า นำเงินมาซื้อที่ดินให้ขยายมากกว่าเดิม ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องเดินทางไปไหน เพราะที่บ้านของเขามีครบ ทั้งผลไม้ ผัก อาหาร ยารักษาโรค สิ่งนี้แหละ ที่เงินซื้อไม่ได้ และเขาได้ตระหนักว่า

          สิ่งที่พระเจ้าบันดาลให้ จะเป็นความสุขก็ต่อเมื่อ คนนั้นรู้จักใช้ รู้จักใช้เงิน รู้จักใช้ชีวิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image