บทที่ 4 แผน

บทที่ 4 แผน

ภายในห้องโถงประชุมของบริษัทชิปปิ้ง

ธีรเดชเดินเข้ามาในงานพร้อมกับหินและเพชร พลอยในชุดเดรสสั้นกระโปรงบานลูกไม้สีชมพูเดินเข้ามาต้อนรับด้วยความยินดี

“ขอบคุณที่มางานนะคะ เชิญทางนี้ค่ะ เราจัดโต๊ะไว้ให้แล้ว” พลอยเดินนำไปยังโต๊ะที่วางป้ายชื่อบริษัทของเขาแล้วเธอก็จากไป “เดี๋ยวฉันขอตัวไปต้อนรับแขกก่อนนะคะ”

“นั่งด้วยกันก่อน สามทุ่มค่อยกลับก็แล้วกัน ฉันไม่อยากเป็นจุดสนใจ” ธีรเดชยิ้มให้หินและเพชร ทั้งคู่ก้มโค้งรับตามคำชวน ทั้งหมดนั่งลง ในเวลาไม่นานอาหารขบเคี้ยวก็ถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะ

“หวังว่าในอาหารคงไม่มียานอนหลับนะ” เพชรพูด

“ดูละครมากเกินไปแล้ว” หินแกล้งแซวเพื่อน

พลอยเดินถือไวน์องุ่นเข้ามาหาธีรเดชหลังจากแขกหลายท่านมากันพร้อมหน้าพร้อมตา

“วันนี้คุณมาคนเดียวเหรอคะ” พลอยถาม

“คุณก็เห็นอยู่ว่าผมมากันสามคน หรือคุณเห็นว่าบอดี้การ์ดพวกนี้ไม่มีตัวตน” ธีรเดชฉีกยิ้ม

“เอ่อ เปล่าค่ะ ฉันหมายถึงคู่หมั้นของคุณไม่มาด้วยเหรอคะ” พลอยรู้สึกถึงความนัยของธีรเดชจึงพูดปัดออกไป

“เดี๋ยวเธอมาที่หลัง เรามากันคนละทาง”

“นี่เป็นไวน์ที่ฉันบ่มเพาะมานาน อยากจะให้คุณลองชิมว่ารสชาติดีพอที่จะส่งออกได้ไหม” พลอยพยายามเปิดจุกขวดด้วยที่เปิดอย่างทุลักทุเล ธีรเดชเห็นอย่างนั้นจึงยื่นมือออกไป

“มาเดี๋ยวผมเปิดให้ กดแล้วก็หมุนสี่ห้ารอบให้ได้ในระยะที่ค้ำตรงกับปากขวด แล้วกดที่ค้ำเข้าไป แล้วก็ดึง” ธีรเดชใช้เวลาเปิดเพียงสองนาทีก็สำเร็จ เขาเดินอ้อมไปรินไวน์ใส่แก้วที่อยู่ตรงหน้าเธอแล้วจัดแจงให้กับทุกคน “คุณก็ทานด้วยสิ เพชรและหินด้วย จะได้ช่วยวิจารณ์” พลอยรู้สึกอึดอัดเมื่อหินและเพชรนั่งร่วมโต๊ะแทนที่จะยืนคุ้มกันเหมือนทุกครั้ง

“อร่อยดีนะ” หินดื่มอย่างไม่ประณีตเหมือนกับน้ำเปล่าต่างจากเพชรและธีรเดช

“รสชาติกำลังดี แต่รู้สึกบาดคอนิดหน่อย” เพชรตอบ

“ผมก็คิดเหมือนเพชร” ธีรเดชคนน้ำในแก้วไวน์ด้วยการหมุนข้อมือ

“ไม่เห็นบาดตรงไหนเลย” หินวางแก้วลงบนโต๊ะ

“ต่อให้นายกินกระดาษทรายยังไม่รู้รสเลย” เพชรแกล้งเย้าเพื่อน เป็นเวลาเดียวกันกับที่เอยเดินเข้ามา

“เชิญนั่งครับคุณเอย” เพชรลุกให้นั่งข้างธีรเดชแล้วย้ายตัวเองไปยังเก้าอี้ถัดไป

ธีรเดชเงยหน้ามองผู้หญิงตรงหน้า วันนี้เธอแต่งหน้าอ่อน เดรสกระโปรงบานสีฟ้าอ่อนทำให้ดูน่ารักแปลกตาสำหรับคู่หมั้น

“มองตาไม่กะพริบเลยนะนายเรา” เพชรพูดธีรเดชจึงละสายตาหันมองไปทางอื่น

เอยนั่งลงข้างคู่หมั้นอย่างไม่รังเกียจ

“คุณพลอย นี่เอยครับเป็นคู่หมั้นผม เอย คุณพลอยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทชิปปิ้ง”

“สวัสดีค่ะ” เอยยิ้ม

“สวัสดีค่ะ เคยได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว เพิ่งเห็นตัวจริงวันนี้ แฟนคุณน่ารักดีนะคะ” พลอยแสร้งยิ้มจริงใจแต่ก็ใช้ไม่ได้ผลกับเอย

“ขอบคุณค่ะ” เอยกอดแขนธีรเดชแสดงความเป็นเจ้าของ ผู้ถูกกระทำจึงใช้มืออีกข้างจับมือเธอแล้วยิ้ม

เอยขมวดคิ้วมองธีรเดชพยายามดึงแขนตัวเองออกแต่ก็ไม่อยากให้เป็นพิรุธเลยปล่อยไว้อย่างนั้นก่อน

“ที่รัก ลองดื่มไวน์ของคุณพลอยสิ รสชาติใช้ได้เลยนะ เป็นสินค้าใหม่”

“เดี๋ยวฉันไปเอาแก้วมาให้นะคะ” พลอยทำท่าจะลุกธีรเดชจึงห้ามเอาไว้

“ไม่ต้องหรอกครับ แฟนกันกินแก้วเดียวกันได้”

“เอ่อค่ะ” พลอยตอบอย่างสุภาพทั้งที่ในใจอยากกรี๊ดให้ลั่นงาน

ในขณะที่สนทนากันอยู่นั่นเอง เพชรก็สังเกตเห็นอาการของหินท่าทางหอบเหมือนหายใจไม่ออก

“เป็นอะไรหรือเปล่าหน้าซีด” เพชรทัก

“หิน ทำไมนายตาบวมปากเจ่อแบบนั้น” ธีรเดชมองหินซึ่งนั่งอยู่ข้างซ้ายของเขา

“ไม่เป็นไรครับนาย รู้สึกหายใจติดขัดนิดหน่อย” หินจับอกตัวเองเหงื่อท่วมตัว

“เพชร พาหินไปโรงพยาบาลก่อน”

“ไม่เป็นไรครับนาย เดี๋ยวก็หาย” หินแสดงอาการอ่อนเพลียขัดแย้งกับสิ่งที่พูด

“ให้หมอตรวจก่อน ถ้าไม่เป็นอะไรมากถือว่าโชคดี” เอยช่วยพูด

“เดี๋ยวผมให้พวกที่บ้านมาคุ้มกันนายแทนนะครับ ผมกับหินจะได้สบายใจ”

“ไม่ต้องเรียกใคร ผมจะไปด้วย คุณพลอย เดี๋ยวผมต้องไปก่อน ต้องขอโทษด้วยนะครับ” ธีรเดชกับเพชรช่วยกันพยุงร่างใหญ่ให้ลุกขึ้น ส่วนเอยรีบเก็บของทั้งหมดเตรียมออกไป

“ไม่เป็นไรค่ะ รีบไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ” พลอยแสดงท่าทางตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“อาการเป็นยังไงช่วยโทรบอกฉันด้วยนะคะ” พลอยเดินมาส่งที่รถ

ธีรเดชพยักหน้ารับคำก่อนที่จะพาหินนั่งเบาะหลังแล้วอ้อมไปขับรถโดยมีเอยนั่งอยู่ข้างคนขับ

 

โรงพยาบาล

บุรุษพยาบาลเข็นเตียงมารับทันทีที่รถจอด เพชรและธีรเดชช่วยกันยกชายร่างใหญ่ขึ้นนอน แล้วเข็นเตียงเข้าไปในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน

“ญาติผู้ป่วยรอข้างนอกก่อนครับ” บุรุษพยาบาลพูด

ธีรเดชและเพชรจึงรออยู่นอกห้อง ส่วนเอยเดินตรงเข้าไปในห้องบัตรแล้วเข้ามานั่งข้างเพชร

“ญาติ คุณอัคนี สายเลียบ เชิญเข้าพบที่ห้องฉุกเฉินค่ะ” เสียงประกาศดังขึ้น

ธีรเดช เอย และ หิน รีบเข้าไปข้างใน

“คนไข้แพ้อาหารนะครับ หมอได้ฉีดยาเอพิเนฟรีนไว้แล้ว ต้องแอดมิตโรงพยาบาล รอดูอาการก่อนสักระยะ” หมอพูดก่อนที่จะเขียนบางอย่างลงบนเอกสารที่อยู่ในแฟ้ม

“ขอบคุณครับคุณหมอ” ธีรเดชยกมือไหว้เช่นเดียวกับเอยและเพชร

 

ในห้องพักผู้ป่วย

“หินอยู่ในมือหมอแล้วคงไม่เป็นไรเดี๋ยวผมไปส่งคุณเอยกับนายก่อนดีกว่าครับ” เพชรพูดในขณะที่หินหลับสนิทแล้ว

“ไม่เป็นไร นายอยู่ที่นี่แหละ ฉันดูแลตัวเองได้ แต่หินคงต้องการใครอยู่ข้าง นี่สี่พันเอาไว้เวลาซื้อของไว้ใช้ในโรงพยาบาล” ธีรเดชหยิบเงินในกระเป๋าเสื้อ แล้วยิ้มพลางตบบ่าลาเพชร

“ขอบคุณครับนายถ้าหินรู้มันคงดีใจ ผมจะช่วยดูจนกว่าญาติของหินจะมา แล้วจะรีบกลับไปทำงานครับ”

“ไม่ต้องรีบก็ได้”

“ไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวผมตกงาน” เพชรยิ้มส่วนเอยเปิดประตูรอเพราะรู้สึกง่วงเต็มที

“ไปเถอะ ฉันง่วงแล้ว”

 

ธีรเดชขับรถจนถึงหน้าคฤหาสน์ หลังจากเขาหันไปมองเอยที่นอนหลับสนิทอยู่เบาะหลัง ก่อนที่จะลุกไปเปิดประตูอุ้มเอยขึ้น

ธีรเดชวางเอยไว้บนเตียงนอน ลูบหัวเอยที่หลับสนิทอย่างเอ็นดูก่อนที่จะกลับห้องของตัวเอง

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

เอยลงมาทานข้าวเช้าพร้อมกับธีรเดช เพราะถูกพ่อบังคับให้ลงมาทานข้างล่าง ไม่ให้ทานในห้องนอนเหมือนเคย

“เมื่อคืนฉันขึ้นมานอนในห้องได้ยังไง” เอยพูดหลังจากทานข้าวเสร็จ

“เมื่อคืนเธอคงจะง่วงมากสิ เลยไม่รู้ตัว” ธีรเดชตักข้าวเข้าปากเมื่อพูดจบ

“ก็มันเลยเที่ยงคืนแล้ว ใครจะไปทนไหว” เอยจิบน้ำ

“นั่นสินะ” ชายหนุ่มดื่มน้ำหลังจากทานเสร็จเรียบร้อย แล้วหยิบเสื้อนอกมาใส่ก่อนที่จะเดินออกไป

“นายยังไม่ตอบเลย” เอยเดินตามมาจนถึงรถ

“ฉันแค่อุ้มเธอขึ้นไปนอนเอง” ธีรเดชนั่งรถทันทีที่คนขับเปิดประตูให้

“นี่นายถือดียังไงมาอุ้มฉัน” เอยนั่งข้างธีรเดช ส่วนคนขับก็ปิดประตูแล้วออกรถ การสนทนาของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไป

“ถ้าฉันไม่อุ้มแล้วใครจะอุ้ม”

“ปลุกฉันก็ได้” เอยอารมณ์เสีย

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

“สวัสดีครับ” ธีรเดชรับโทรศัพท์

/ “สวัสดีค่ะคุณธีร์ นี่พลอยเองค่ะ ต้องขอโทษที่โทรมาแต่เช้า” /

“คุณพลอยนี่เองมีอะไรครับ” ธีรเดชพูดทั้งที่สายตายังคงมองเอยอยู่

/ “คุณหินเป็นยังไงบ้างคะ” /

“แพ้อาหาร ตอนนี้แอดมิตอยู่โรงพยาบาลครับ แต่อาการไม่น่าห่วงคุณพลอยสบายใจได้” ธีรเดชหันไปมองด้านนอกกระจกรถ

/ “ยังไงพลอยก็ไม่สบายใจ คุณหินอาจจะแพ้ไวน์ที่ชิมก็ได้” /

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจคุณพลอยเลยครับ หินนอนอยู่โรงพยาบาลเทพนคร หินคงดีใจที่คุณเป็นห่วงเขา” ธีรเดชยิ้มก่อนที่จะวางสาย

“ไม่ไปรับเขาเลยล่ะ” เอยพูดทันทีที่มีโอกาส

“ไม่หรอก ฉันกลัวคู่หมั้นหึง” ธีรเดชยิ้ม

“ฉันไม่ได้หึงสักหน่อย ออกจะสนับสนุนซะด้วยซ้ำ”

 

มหาวิทยาลัย ในเวลาเย็น

เอยนั่งทำการบ้านบนม้านั่งประจำ

“เดี๋ยวนี่เธออารมณ์เสียบ่อยจัง คุณสามีทำอะไรให้ไม่พอใจเหรอ” มิ้นยิ้มแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะ

“ตาขี้เก๊กไม่ใช่สามีฉันสักหน่อย”

“แต่พวกเธอก็ถูกพันธนาการจากคนที่รักเหมือนกันนี่ คุณนาวาคงดีใจถ้าเธอกับคุณธีรเดชคบกันได้”

มิ้นดื่มน้ำไปหนึ่งอึก

“ฝันไปเถอะ ในใจของฉันมีแต่พี่น้ำคนเดียว”

“จริงเหรอ แล้วพี่วินล่ะ เอาไปทิ้งไว้ไหน”

“ฉันไม่เคยทิ้ง แต่กองไว้ตรงนั้นเลยต่างหาก”

“ว้า… อย่างนี้พี่วินก็เสียใจแย่เลย มานั่นแล้วไง” มิ้นมองหนุ่มหน้าใสผิวขาวกำลังเดินเข้ามา

“พี่ขอนั่งด้วยคนนะ” วินยิ้มทัก

“ได้สิคะ เดี๋ยวนี้เจอพี่วินบ่อยจังเลยนะคะ” มิ้นยิ้มแล้วมองเอยซึ่งส่งสัญญาณคล้ายกับว่าไม่อยากให้เพื่อนอนุญาต

“เอยทำการบ้านอยู่เหรอ ให้พี่ช่วยไหม”

“ช่วยไปไกลๆ เลยจะดีกว่า”

“ไม่ต้องตกใจหรอกพี่วิน เอยมันผีเข้าผีออกแบบนี้แหละ รถมารับแล้วมิ้นไปก่อนนะ” มิ้นยิ้มลาก่อนที่จะลุกขึ้นจากไป

วินนั่งรอคนมารับเป็นเพื่อนเอย แล้วหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาทำงานส่งอาจารย์

“นายไม่คิดจะไปไหนเหรอ” เอยถาม

“พอดีเหลืออีกหนึ่งคาบ รู้สึกเบื่อๆ ไม่รู้จะไปไหน”

“แล้วแต่” เอยพูดจบก็ทำงานต่อ

เวลาผ่านไปนานจนเอยรู้สึกหงุดหงิดจึงโทรไปหาคู่หมั้น

/“สวัสดีค่ะ”/ เสียงปลายสายพูดทำให้เอยต้องสำรวจหน้าจอมือถือว่าหมายเลขถูกต้องหรือไม่

‘นี่คงจู๋จี๋อยู่กับผู้หญิงสินะ เลยมารับฉันช้า’ เอยคิดก่อนที่จะเอ่ยเสียงเข้ม

“ขอสายคุณธีรเดชหน่อยค่ะ”

/ “คุณธีรเดชพาคุณเพชรไปโรงพยาบาลค่ะ” /

“นายเพชรเป็นอะไร” เอยตกใจจนวินละสายตาหันมามองเอย

/ “พอดีท่อนเหล็กที่พิงไว้ตกถูกขาตอนไปดูงานก่อสร้างกับคุณธีร์” /

“ขอบคุณค่ะ” เอยวางโทรศัพท์ลงเมื่อพูดจบ

“ใครเป็นอะไรเหรอ”

“ไม่มีอะไร” เอยพูดจบก็ยกมือถือขึ้นต่อสายไปหาคนขับรถทันที

“ตอนนี้คุณลุงอยู่ไหนคะ” เอยพูดทันทีที่มีคนรับ

“ใกล้ถึงแล้วครับคุณเอย”

“ค่ะ” เอยวางสายแล้วเก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋า เป็นเวลาเดียวกันกับรถสีดำคันยาวเข้ามาจอด

“จะไปแล้วเหรอ”

“อือ ขอบใจนะที่นั่งเป็นเพื่อน” เอยเดินไปเปิดประตูรถแล้วหันมาพูดกับวิน

 

รถแล่นออกจากมหาวิทยาลัยไปสักพักคนขับจึงถามเอย

“คุณเอยจะกลับบ้านก่อนหรือจะไปโรงพยาบาลครับ”

“ไปโรงพยาบาลสิ พี่เพชรเป็นอะไรมากหรือเปล่า”

“หลังจากเกิดเรื่องลุงก็รีบไปโรงพยาบาล แล้ววนกลับมารับคุณเอย ลุงเลยไม่รู้ว่าเป็นยังไงแต่ดูจากภายนอกแล้วขาอาจจะหัก” คนขับรถพูดเสียงเครียด

“มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง” เอยเอามือทั้งสองข้างจับเบาะด้านหน้า

“อันที่จริง เหล็กพวกนั้นล้มใส่คุณธีร์ เพชรสังเกตเห็นเลยช่วยไว้ได้ทัน บางทีอาจจะเป็นฝีมือของใครบางคน”

เอยนึกถึงตอนถูกกราดยิงโดยมือปืน พวกนั้นคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ และถ้าเป็นอย่างที่ลุงขับรถพูดจริงก็เป็นไปได้มากกว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนในบริษัท

 

เมื่อรถแล่นมาถึงโรงพยาบาล ลุงคนขับรีบโทรศัพท์หาเพชรจึงทราบว่าพวกเขาพากันมาเยี่ยมหิน

เอยเปิดประตูเข้าไปเห็นพลอยกับธีรเดชกำลังยืนใกล้กัน เมื่อคนภายในห้องมองคนที่เดินเข้ามาจึงรู้ว่าเพชรกำลังนั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีธีรเดชยืนจับรถเข็นอยู่ เธอเข้าไปนั่งยองคุยกับเพชรด้วยความเป็นห่วงทำให้พลอยเดินหลบออกไปอยู่อีกฝั่งของเตียง

“พี่เพชรเป็นยังไงบ้าง เจ็บไหม” เอยมองตัวเพชรซึ่งเลอะฝุ่นไปทั้งตัว สิ่งที่ใหม่บนตัวเขามีเพียงเฝือกสีขาวที่พันจากเท้าถึงเข่า

“นิดหน่อย ไกลหัวใจตั้งเยอะ” เพชรยิ้ม

“แล้วเราล่ะไม่เห็นถาม” หินแกล้งงอน

“อย่าน้อยใจไป เอยก็ห่วงทั้งคู่นั่นแหละ” เอยยิ้มแล้วลุกขึ้นยืน

“คู่หมั้นของคุณมาแล้วเดี๋ยวพลอยกลับก่อนนะคะ” พลอยยกมือไหว้ทุกคนยกเว้นเอย

“คุณจะกลับยังไงในเมื่อคุณมากับผม เดี๋ยวผมให้คุณลุงไปส่งดีกว่า”

“ขอบคุณค่ะ รบกวนแย่เลย”

“ด้วยความยินดีครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”

พลอยยิ้มแล้วเดินนำโดยมีธีรเดชเดินตามไปพร้อมกับลุงคนขับ ปล่อยเอยยืนกำหมัดแน่นไม่พอใจ

“หึงล่ะสิ” เพชรเย้า

“ใครว่า พี่เพชรไม่น่าช่วยเลย ปล่อยให้เจ็บซะบ้างก็ดี”

“ให้มันจริงเถอะ” เพชรพูดแล้วมองตาหินอย่างรู้ทัน