บทที่ 9 จับให้ได้ไล่ให้ทัน

บทที่ 9

จับให้ได้ไล่ให้ทัน

@ เช้าวันรุ่งขึ้น

เอยลงมาข้างล่างหาน้ำดื่มมาเติมใส่ขวดก่อนที่จะเดินผ่านห้องนั่งเล่นเธอเห็นใครบางคนกำลังคลุมโปงนอนหลับอยู่ เอยจ้องมองด้วยความสงสัยเธอเปิดผ้านวมออกจึงรู้ว่าคู่หมั้นเธอมานอนหลับอยู่ข้างล่าง

ธีรเดชรู้สึกตัวเพราะถูกกวนและได้เวลาตื่นนอนเขาลืมตาขึ้นเอยจึงรีบถอยห่าง เขาลุกขึ้นนั่ง

“หิวน้ำจัง”

“ทำไมไม่ไปนอนในห้อง” เอยยื่นขวดน้ำในมือให้

“ก็…” ธีรเดชแสดงพิรุธด้วยการหลบสายตาทำให้เอยสงสัยจ้องมองเข้ามานัยน์ตาฝ่ายตรงข้าม อันที่จริงเขาไม่ได้อยากปิดบังเธอ แต่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด

“ก็อะไร” เอยยืนเท้าสะเอวคาดคั้นเป็นเวลาเดียวกันที่เพชรเดินเข้ามา

“เพชร มาพอดีเลย ช่วยเอายาสีฟันในห้องให้หน่อยสิ เดี๋ยวขอใช้ห้องน้ำเพชรหน่อยนะ”

“ผมว่า เดี๋ยวผมไปซื้อข้างนอกให้ดีกว่า นี่ครับกุญแจห้อง” เพชรเอากุญแจวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า

“มันจะใช้เวลานานนะ ไปเอาแค่นี้เอง” ธีรเดชแปลกใจ

“ไม่ครับ” เพชรยืนยันก่อนที่จะรีบก้มหน้างุดเดินออกไป

“เดี๋ยว!” ธีรเดชเรียก

“ทำไมนายไม่ไปเอาเองล่ะ หรือว่าในห้องมีอะไร”

“คือ…เอยใจเย็นนะ เรื่องมันเป็นแบบนี้” ธีรเดชเล่าเรื่องราวเมื่อคืนทั้งหมดให้เอยฟัง “เพราะอย่างนี้ฉันเลยให้คุณพลอยไปนอนที่ห้อง”

“นายให้คุณพลอยไปนอนที่ห้องนี่นะ อะไรกัน ขนาดฉันเป็นคู่หมั้นนายยังไม่เคยนอนในห้องนายเลย” เอยหงุดหงิด

“เอยอยากไปนอนห้องฉันเหรอ ไม่ต้องห่วงถ้าเราแต่งงานกันฉันจะจัดห้องใหม่ให้ ที่นอนใหม่ด้วยเอา” ธีรเดชยิ้มเจ้าเล่ห์

“บ้า ใครว่าฉันโมโหเรื่องนั้น” เอยกวาดตาไปมาแล้วลงนั่ง

“อ่าว ก็เมื่อกี้เห็นพูดเหมือนโมโหที่มีผู้หญิงมานอนห้องฉันนี่” ธีรเดชขมวดคิ้ว

“ฉันก็แค่หมั่นไส้ ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” เอยเชิดหน้า

“อะไรของเธอ ความวัวความควาย” ธีรเดชขมวดคิ้ว

“ช่างมันเถอะ ถ้าทางคุณพลอยจะจับนายแน่ ทำไมคนในร้านสะดวกซื้อจะต้องโทรหานายด้วย เบอร์อื่นมีถมเถไปทำอย่างกับในเครื่องมีเบอร์เดียว”

“คิดมากไปหรือเปล่า อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ” ธีรเดชแกล้งพูด อันที่จริงเขายังเล่าไม่หมดว่าพลอยบันทึกชื่อเขาว่าอะไร

“แล้วนายก็เหมือนกัน ทำไมไม่โทรไปหาคนที่บ้านให้มารับ กลับพาคุณพลอยมาบ้านเราอีก”

“ขอโทษก็แล้วกัน ฉันไม่ทันได้คิด”

“เอามานี่” เอยหยิบกุญแจห้อง แล้วเดินขึ้นไป ธีรเดชรีบเดินตาม

“เธอจะทำอะไร” ผู้ถามพูดเมื่อหยุดยืนอยู่หน้าห้องตัวเอง

“ฉันจะไปเอาแปรงสีฟันให้นายไง ไม่กล้าเข้าไปไม่ใช่เหรอ คุณพลอยคะ คุณพลอย ฉันจะเปิดประตูแล้วนะคะ” เอยเคาะประตูแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจึงทำท่าไขกุญแจแต่ประตูก็ถูกเปิดเสียก่อน

“น้องเอยทำไมมาอยู่ที่นี่ คุณธีรเดช” พลอยแง้มประตูก่อนที่จะเปิดกว้างประตูจึงเห็นธีรเดชยืนทำหน้านิ่งอยู่ด้านหลังคู่หมั้น

“พอดีเมื่อวานคุณถูกยาสลบแล้วนายธีร์ก็พามาส่งที่บ้าน” เอยอธิบาย

“เมื่อคืนฉันจำได้ว่าเจอคนไม่น่าไว้ใจแล้ว… คุณธีรเดชเป็นคนช่วยฉันหรือคะ”

“เปล่าหรอกครับ เด็กร้านสะดวกซื้อช่วยคุณเอาไว้ แล้วเขาก็โทรหาผมให้ไปรับ”

“ขอบคุณค่ะ คุณธีรเดช ไม่ได้คุณฉันคงแย่แน่ๆ เลย” พลอยพูดพร้อมยิ้มหวานจนเอยต้องปัดไล่มดบนบ่าตัวเอง

“ครับ ขอผมไปเอาของหน่อยนะครับ” พลอยหลบให้ธีรเดชเดินเข้าไปในห้องเอาของใช้ที่จำเป็นแล้วเดินออกมา

“เสร็จธุระแล้ว เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะคะ แล้วเจ็ดโมงเช้าเชิญรับประทานอาหารข้างล่างนะคะ”

“พักผ่อนให้สบายนะครับ คิดว่าอยู่บ้านตัวเอง ไม่ต้องเกรงใจ” ธีรเดชยิ้ม

“ขอบคุณอีกครั้ง คุณธีรเดช คุณเอย” พลอยยิ้มหวานก่อนที่จะปิดประตูแล้วยืนกำหมัดทำหน้าไม่พอใจอยู่อย่างนั้น

 

“อ่าว ลงไปข้างล่างสิ” เอยรีบไล่เมื่อเปิดประตูต้องตัวเองเรียบร้อย

“ฉันจะใช้ห้องน้ำห้องนี้” ธีรเดชดันประตูเข้าไป

“ไหนนายว่าจะใช้ห้องน้ำห้องเพชรไง” เอยรีบทักท้วงก่อนที่จะยืนอยู่อย่างนั้นจึงดึงเอยเข้ามาในห้องแล้วปิดประตู

“นี่นายจะทำอะไรน่ะ!”

“ตกใจอะไร ฉันแต่มาใช้ห้องน้ำแค่นั้นแหละ” ธีรเดชพูดแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ

“งั้นฉันออกไปข้างนอก”

“ตามใจ” ธีรเดชมองของบนอ่างล้างหน้าตรงหน้ากระจกเห็นของใช้ผู้หญิงวางเรียงราย ชายหนุ่มหยิบมาดูชิ้นแล้วชิ้นเล่าก่อนที่จะวางไว้ที่เดิม

“คนอะไรกวนประสาทแต่เช้า” เอยบ่นและกระฟัดกระเฟียดออกจากห้องไป

เสียงน้ำไหลผ่านร่างชายหนุ่ม ธีรเดชหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวแล้วนุ่งมันเดินออกจากห้องน้ำ เป็นเวลาเดียวกับที่เอยเดินเข้ามาในห้องพอดี หญิงสาวตกใจแต่ก็แสร้งหันมองไปทางอื่น

“ฉันกลับมาเอาของน่ะ” เอยเดินไปหยิบมือถือแล้วรีบหันกลับไปที่ประตู แต่ก็เกือบชนร่างสูงที่ยืนประจันหน้าขวางทางอยู่

“ไม่ต้องออกไปหรอก ฉันเหลือแค่ใส่เสื้อผ้าเท่านั้น” ธีรเดชเดินไปข้างหน้าทำให้เอยต้องถอยหลัง เธอไม่รู้ว่าเผลอทำหน้าแดงออกไปยังไงบ้าง แต่มันก็สุดที่จะควบคุมได้

เอยถอยร่นจนขาถูกเตียง หัวใจของเธอเต้นตูมตาม อาจจะเป็นพระร่างกายกำยำของเขาหรือกลิ่นสบู่ซึ่งหอมอ่อนก็ไม่รู้ได้ เธอรีบหลับตาปี๋เมื่อเห็นชายหนุ่มเข้ามาใกล้

ธีรเดชหันไปหยิบเสื้อที่วางพาดอยู่บนเตียงนำมาใส่ เอยลืมตาแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังสนใจทางอื่น แต่ก็ตกใจอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายถอดผ้าขนหนูแล้วพาดบ่าเพื่อใส่กางเกงในเธอรีบหันหลังให้ทันที

“เสร็จละ ขอบใจมากนะที่ให้ใช้ห้อง”

“อือ”

ร่างสูงหันไปมองเอยซึ่งกำลังหันหลังให้แล้วยิ้มหัวเราะก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป

“ตาบ้า” เอยนั่งลงบนเตียง

 

ธีรเดช เอย และพลอยทานอาหารตามปกติ

“นอนเป็นยังไงบ้างสบายดีไหม” ธีรเดชถามตามมารยาท

“นอนสบายดีค่ะ” พลอยยิ้มพลางส่งตาหวานให้ เอยมองบนทำหน้าไม่พอใจ

“จะให้ไปส่งที่บ้านหรือที่ทำงาน ฉันจะได้บอกคนขับรถ”

“ส่งที่บ้านหรือที่ทำงานก็เหมือนกันค่ะ อยู่ที่เดียวกัน”

“อ่าวเหรอ ฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย” ธีรเดชยิ้ม

“ไม่แปลกหรอกค่ะ บริษัทหลายแห่งเขาก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น” พลอยพูดจบก็ตักกับข้าวใส่จานอย่างสำรวม

หลังจากทานอาหารเสร็จเอยก็ขึ้นรถรออยู่ก่อนส่วนธีรเดชและพลอยเดินตามหลังมา ชายหนุ่มเปิดประตูรถให้ หญิงสาวยิ้มรับ แต่ก็หน้าเสียเมื่อเห็นธีรเดชนั่งข้างเอยซึ่งเป็นข้างหน้าเธอ ส่วนเพชรซึ่งนั่งหลังสุดมองทุกคนแล้วรับรู้ถึงบรรยากาศมืดมน

“ไปส่งเอยที่วิทยาลัยก่อนแล้วกัน” ธีรเดชสั่งคนขับรถ

เมื่อรถแล่นจนถึงวิทยาลัยเอยจึงรีบลงจากรถเช่นเดียวกับพลอยที่ลงจากรถแล้วมานั่งข้างธีรเดช

‘ได้ทีเลยนะ คุณพลอยตาหวาน’ เอยมองด้วยหางตาก่อนที่จะเดินจากไป

 

วิชาเรียนคาบแรกคือวิชาคณิตศาสตร์ โดยที่มีครูสาเป็นครูสอน เอยอยากรู้เรื่องครูกับธีรเดช จึงหาทางเข้าไปตีสนิท แต่ถึงจะไม่มีเรื่องนี้เอยก็อยากจะอยู่ใกล้ครูสาอยู่ดี เพราะครูสาเป็นคนน่ารักพูดไพเราะ สอนคณิตศาสตร์ได้เข้าใจง่าย

“ครูคะงงเรื่องอินทิเกรตข้อนี้ทำยังไงคะ” เอยเดินเข้าไปถามหลังจากหมดชั่วโมงสอน ส่วนมิ้นก็เดินตามเพื่อนไปด้วย

“อินทิเกรตจาก เอ ไปบี ของ เอฟเอ็กดีเอ็ก นี่มันภาษาต่างดาวอะไรกันเนี่ย” มิ้นบ่นอุบ

“ทำแบบนี้นะ…” ครูหยิบกระดาษเปล่ามาเขียนวาดรูปกราฟพร้อมกับอธิบาย ยกตัวอย่างสองข้อแต่ก็ใช้เวลานานพอสมควร

“พอเข้าใจแล้วค่ะ หนูขอกระดาษนี้นะคะครู” เอยถือกระดาษเอาไว้แล้วถามต่อ

“ได้สิ ลองศึกษาหาความรู้ในอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมก่อนเข้าเรียนตามจุดประสงค์ที่ให้จดเวลาเรียนจะได้เข้าใจ” ครูพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ครูคะ คือ…” เอยอยากถามเรื่องธีรเดชแต่ก็อ้ำอึ้ง เพราะกลัวคนอื่นจะมองว่าเธอสนใจในตัวเขาโดยเฉพาะมิ้นซึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างตัวเอง

“ครูสารู้จักกับนายธีรเดชได้ไงคะ” มิ้นถามขึ้นเพราะเห็นเอยกำลังลังเลว่าจะถามดีหรือไม่ เอยตกใจมองหน้ามิ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดขัดอะไร

“ธีรเดช อ๋อ พินัยนั่นเหรอ ครูว่าถามพินัยเองดีกว่าไหม เป็นคู่หมั้นกันควรจะไว้ใจกัน ไม่เข้าใจอะไรก็คุยกันให้เข้าใจ”

“นี่แสดงว่า ครูเป็นแฟนเก่านายธีรเดชแน่เลย” มิ้นพูดขึ้น ส่วนเอยที่นิ่งเงียบก็คิดแบบนั้นอยู่ก่อนแล้วแต่ไม่ได้พูดออกมา

“เรื่องของครูมันผ่านมานานแล้ว อีกอย่างตอนนี้ครูแต่งงานแล้ว ความรู้สึกที่มีให้ตอนนี้ก็เหมือนเพื่อนเก่าเจอกันเท่านั้นแหละ เดี๋ยวครูขอตัวก่อนนะ ใกล้ปิดเทอมแล้วเอกสารที่ต้องทำเยอะมาก” ครูสาถอนหายใจยิ้มพลางวางมือลงบนบ่าของเอยแล้วลุกเดินออกไป เธอหยุดยืนยิ้มให้ใครบางคนที่ยกมือไหว้ตรงบันไดก่อนที่จะลงบันไดไป

“หายข้องใจแล้วนะ” มิ้นเหล่มองเอย เอยลุกขึ้นแล้วหันไปทางอื่น ก่อนที่จะเดินฉับๆ จนชนร่างสูง

“ขอโทษค่ะ นายนี่เอง” น้ำเสียงของเอยเปลี่ยนหลังจากเงยหน้ามองในขณะที่มิ้นกำลังเดินตามเพื่อน

“เดี๋ยวนี้เราไม่ได้คุยกันเลย” วินจับแขนเอยที่ทำท่าจะเดินออกไป

“ฉันไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับนาย” เอยจับมือวินออกอย่างรำคาญ

“อย่ามายุ่งกับเพื่อนฉันดีกว่า” มิ้นเข้ามาสมทบ

“เอยโกรธอะไรฉัน” วินหันหน้ามองมิ้นแล้วหันไปคุยกับเอย

“ก็ดีเหมือนกัน ทีแรกฉันก็คิดว่าจะไม่คุยกับนายแล้ว แต่ถ้านายถามฉันก็จะตอบให้ นายโกหกว่าเป็นพี่รหัสฉันทำไม” เอยยืนกอดอก

“ใครบอกเอย” วินหลบสายตาเล็กน้อยในขณะที่มิ้นและเอยจ้องมองลูกนัยน์ตาของวินเหมือนจับผิด

“ไม่จำเป็นต้องมีใครบอกหรอก ฉันไม่ได้โง่นะ”

“เอยก็รู้ว่าฉันชอบเอย ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะรู้จักกับเธอ”

“ชอบฉันแต่ก็หลอกฉันนี่นะ! มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละ ที่จะรักคนที่หลอกตัวเอง ฉันว่าต่อไปเราไม่ต้องพบเจอกันดีกว่า ฉันไม่ได้ชอบนาย” เอยหมุนตัวแล้วเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว

“รอด้วยสิ” มิ้นเชิดหน้าแล้วรีบตามเพื่อนไป ปล่อยให้วินยืนถอนหายใจอยู่ตรงนั้น

 

“ว้า…เสียดายความหล่อจัง ไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลย แต่เธอไม่คิดใจอ่อนบ้างเหรอ เขาอาจจะอยากจีบเธอเลยทำไปอย่างงั้นก็ได้” มิ้นและเอยสนทนากันระหว่างเดินทางไปโรงอาหาร

“อ่าว เห็นด้วยกับฉันมาตั้งนาน ไหงมากลับลำอย่างนี้ล่ะ” เอยแสดงสีหน้าไม่พอใจ

“แหมก็…แพ้ ความหล่อ” มิ้นประสานมือทั้งสองข้างทำหน้าเคลิบเคลิ้ม

“เอาอีกละ”

“คนอย่างเอยไม่สนใจหรอก เอยสนใจแต่ คุณธีรเดช ที่เธอหงุดหงิดตลอดทั้งวันเป็นเพราะเขาล่ะสินะ”

“บ้าละ”

“ไม่บ้าหรอก ฉันรู้ดีว่า เอยกับคุณธีรเดชแอบชอบกัน แต่ปากแข็ง”

“ตาขี้เก๊กไม่ชอบฉันหรอก ที่มาดูแลฉันเพราะพินัยกรรม”

“จริงเหรอ” มิ้นมองนัยน์ตาเอย

“รีบหาที่นั่งเถอะ คนเต็มโรงอาหารแล้ว” เอยดันหน้าเพื่อนออกไปแล้วมองรอบๆ โรงอาหารหาที่นั่งซึ่งเหลือน้อยเต็มที

 

@ ริมอาคารสูง

ชายคนหนึ่งผิวขาวสวมใส่ชุดนักศึกษา กำลังยืนพิงกำแพง มือเรียวยาวค้นหารายชื่อเพื่อโทรหาใครบางคน เมื่อปลายสายรับริมฝีปากบางจึงพูดขึ้นทันที

“เป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนราบรื่นดีไหม”

/ “ราบรื่นกะผีล่ะสิ” / ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เสน่ห์ของพี่ไม่แรงพอล่ะสิ หลุดจากคุณนาวา แล้วก็หลุดคุณพินัยอีก นี่ขนาดผมเป็นสายให้แล้วนะ ยังไม่รอดเลย”

/ “ก็เมื่อคืนน่ะสิ เกือบได้แล้วเชียว ถ้าไม่ติดเรื่องนายเพชรนะ” /

“นายเพชรทำไมเหรอ” คิงถามด้วยความอยากรู้

/ “ช่างมันเถอะ ยังไงพินัยก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน ต้องมีหวั่นไหวบ้างล่ะ แล้วนายล่ะ สร้างความแตกแยกให้สองคนนั้นสำเร็จหรือเปล่า”/ ปลายสายพูดปัดเพราะไม่อยากนึกถึงความผิดพลาดที่เกือบเสียตัวให้บอดี้การ์ด

“ก็แย่นิดหน่อย ความดันแตกเรื่องพี่รหัสปลอมๆ ของฉันซะก่อน” คิงพูดที่ผ่านมาเขาใช้ชื่อวินซึ่งเป็นชื่อเก่าสมัยเด็กมาเป็นนามมาใช้ในชีวิตรั้วมหาวิทยาลัย

/ “ หึ ดีแต่แนะนำให้ฉันรวบหัวรวบหางคุณพินัย แล้วนายล่ะ ทำไมไม่จับเด็กเอยกินซะที จะได้ไม่เป็นเสี้ยนหนามหัวใจฉัน” /

“ถึงผมจะร้ายแต่ผมก็ไม่เสียตัวให้ใครง่ายๆ นะครับ” วินหัวเราะ

/ “จ้า พ่อเวอร์จิ้น” /

“พี่คงต้องเร่งหน่อยล่ะ เพราะตอนนี้มีศัตรูหัวใจของพี่เพิ่มมาอีกแล้ว”

/ “นายไปรู้อะไรมา” / น้ำเสียงปลายสายดูจริงจังมากขึ้น

“คุณครูคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยผมเอง” วินถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะพูด

/ “อะไรนะ!” /

“โอ๊ยเบาๆ ก็ได้พี่ หูฉันจะแตก”

/ “แล้วเป็นไง ยัยนั่นให้ท่าคุณพินัยหรือเปล่า” /

“ไม่เห็นนะ แต่คุณครู อ่อนหวาน น่ารักมาก ถ้าแข่งกับพี่ที่มีความน่ารักจอมปลอม ยังห่างชั้นเยอะ” วินพูด เขารู้ว่าพี่สาวของเขาแกล้งทำตัวตามนิสัยของแฟนเก่าด้วยเหตุผลเพื่อให้พินัยหันมาสนใจ แม้ว่าก่อนหน้านี้เป้าหมายคือนาวาแต่เธอก็ยังไม่รุกมากและนาวาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจเธอเลยสักนิด

/ “พี่จะลองสืบดูก่อนว่าตอนนี้ยัยคนนี้แต่งงานหรือยัง” / ปลายสายรีบวาง วินคิดว่าตอนนี้เธอคงรีบค้นหาข้อมูลอยู่แน่

“เอย เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก” วินเอามือถือใส่กระเป๋าตัวเองแล้วเดินจากไป