บทส่งท้าย รักหรือหลอก

บทที่ 18

รักหรือหลอก

 

พลอยในชุดรัดรูปกระโปรงสั้นเปิดมือถือดูความเคลื่อนไหวในโซเชียลจึงเห็นสถานะแฟนระหว่างธีรเดชกับเอยปรากฏขึ้นบนเฟซบุ๊ก สาวเปรี้ยวกำของในมือแน่นด้วยความไม่พอใจ  หลังจากที่พบกันวันนั้นธีรเดชก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย นี่สินะ ธาตุแท้ของเขา เมื่อหมดประโยชน์ ก็ไสหัวทิ้ง สิ่งที่ทำมาทั้งหมด จะปล่อยให้มันสูญเปล่าได้ยังไง หญิงสาวคิดถึงวันเก่า

 

เหตุการณ์หลายวันก่อนหน้านี้

“คุณพลอยคะ รบกวนช่วยดูเอกสารให้หน่อยนะคะ พอดีนาวากรุปหยุดท่องเที่ยวประจำปีของบริษัทสามวัน ฉันกลัวว่างานจะค้าง ไม่ทันส่งของตามเอกสารน่ะค่ะ” พนักงานยื่นเอกสารให้สาวหวานอมเปรี้ยว

“ไปวันไหน ทั้งบริษัทหรือเปล่า แล้วคุณธีร์ไปด้วยไหม” พลอยรับเอกสารแล้วเปิดตรวจสอบความเรียบร้อย

“ไปวันเสาร์ถึงวันจันทร์ค่ะ ส่วนเรื่องคุณธีร์ อันนี้คุณพลอยต้องโทรไปเองแล้วล่ะค่ะ ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน” คู่สนทนายิ้ม

“เหรอ” พลอยเซ็นเอกสารแล้วส่งคืนคนตรงหน้า ผู้รับกล่าวขอบคุณหมุนตัวเดินจากไป หญิงสาวหยิบมือถือ เลือกเบอร์ที่ต้องการแล้วกดโทรออก

“สวัสดีค่ะ คุณทรงพล”

/ “สวัสดีครับคุณพลอย มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” /

“ฉันอยากทราบรายละเอียดท่องเที่ยวประจำปีของบริษัทค่ะ” พลอยฉีกยิ้ม

 

วันอาทิตย์

“แล้วเจอกันนะคะ คุณธีร์” พลอยยิ้มหวานวางสาย เธอตั้งใจเดินตรงไปยังลิฟต์ แต่ก็มีเสียงคุ้นเคยของใครบางคนลอยตามลมมา หญิงสาวจึงหยุดเดินแล้วสาวเท้าไปตามเสียง เห็นชายร่างใหญ่กำลังคุยมือถือตรงบันไดหนีไฟ

“ติดตามมันไปถึงไหนแล้ว” ทรงพลหยุดฟังปลายสายพูด

“บ่ายวันนี้ที่ห้องประชุมแกรนรูมจะมีกิจกรรม อย่าให้พลาด ไม่มีโอกาสดีกว่านี้แล้ว เพราะตอนนี้บอดี้การ์ดของมันบาดเจ็บกันหมด ถ้าพวกมึงทำสำเร็จฉันมีพิเศษให้” ทรงพลพูดจบก็รีบวาง พลอยเห็นอย่างนั้นจึงรีบวิ่งไปซ่อนหลังกำแพง ร่างใหญ่หันซ้ายหันขวาก็ที่จะเดินออกไป

พลอยออกจากที่ซ่อนแล้วใช้ความคิด เป้าหมายที่ทรงพลพูดถึงอาจจะเป็นพินัย เขาคิดจะทำอะไร จะฆ่าหรือว่าแค่สั่งสอน แล้วถ้าพินัยเสียชีวิต เธอก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยสิ

 

ในช่วงบ่าย กิจกรรมดำเนินไปอย่างสนุกสนาน พลอยเองรู้สึกหมั่นไส้ความหวานของเอยกับธีรเดชจนลืมคิดเรื่องทรงพลเสียสนิท จนกระทั่งธีรเดชเข้าไปห้องน้ำหายไปเป็นเวลานานจึงนึกขึ้นได้

“เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะคะคุณเอย” พลอยหันไปพูดกับเอยแล้วรีบไปดูเหตุการณ์จึงเห็นคนจำนวนมากกำลังยืนอยู่หน้าห้องน้ำ หน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงแรมคุมตัวคนสองคนที่คาดว่าเป็นคนร้ายออกมา

“นี่มันเกิดอะไรกันคะ” สาวหวานพูดเมื่อเห็นธีรเดชฝ่าวงล้อมจากไทยมุง

“ขอโทษนะครับคุณพลอย เดี๋ยวผมต้องไปทำธุระที่สถานีตำรวจ ฝากบอกเอยด้วยนะครับ”

“ค่ะ” พลอยขานรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอใช้ความคิด มันเป็นฝีมือทรงพลอย่างไม่ต้องสงสัย

 

สองวันถัดมาหลังจากนั้น พนักงานนาวากรุปกลับมาทำงานปกติ ทุกคนดูสดชื่นมากขึ้น พลอยเดินเข้ามายังออฟฟิศพร้อมของฝากในมือ ให้หัวหน้าแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายส่งออก

“สวัสดีค่ะคุณทรงพล” เสียงหวานกล่าวทักทาย

“สวัสดีครับคุณพลอย” ทรงพลปล่อยมือจากการทำงานมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา เธอเคยมาที่นี่บ่อยครั้ง แต่มันเป็นตอนที่เขามีอำนาจ ซึ่งตอนนี้เขากำลังวางแผนที่จะช่วงชิงมันกลับมา

“วันนี้พลอยซื้อเค้กมาฝาก ไม่รู้ว่าจะถูกปากคุณทรงพลหรือเปล่า” พลอยเอาเค้กวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าทรงพล

“แค่คุณคิดถึงผม ผมก็ดีใจมากแล้วครับ วันนี้คุณพลอยคงมาผิดเวลาแล้วล่ะครับ คุณธีรเดชไม่อยู่ไปคุยกับลูกค้า” ทรงพลยิ้มปีติ

“ค่ะ พลอยพอจะทราบ พลอยมีเรื่องกลุ้มใจนิดหน่อย” พลอยนั่งไขว่ห้างแล้วเองตัวยกหลังมือเอานิ้วเรียวยาวปาดแก้มตนเอง

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ทรงพลยิ้มหวานมองเรียวขายาวตรงหน้า

“พลอยอยากจะกำจัดคนบางคน ไม่ทราบว่าคุณทรงพลจะมีหนทางให้พลอยไหมคะ”

“ทำไมคุณพลอยถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ” ทรงพลลุกจากเก้าอี้หันไปทางอื่น

“พลอยได้ยินคุณสั่งงานใครบางคนในมือถือ แล้วในวันนั้นก็เกิดเรื่อง”

“คุณหยุดกล่าวหาผมดีกว่า” ทรงพลพูดเสียงเรียบเก็บอาการเอาไว้

“ไม่ค่ะ พลอยแค่อยากรู้วิธีใช้งานมันเท่านั้น เรื่องนี้จะเป็นความลับของเราสองคน”

ทรงพลหันกลับมามองเห็นรอยยิ้มของพลอยบ่งบอกแผนการชั่วร้าย

แค่สั่งสอน จับมันไปขังสักสองสามวัน ให้ธีรเดชเข้าใจว่า เอยไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องอีกต่อไป

 

พลอยมองสถานะความสัมพันธ์ของคู่แข่ง แล้วหันไปเปิดลิ้นชักหยิบเนกไทขึ้นมาแล้วเหยียดริมฝีปาก เรื่องอะไร ทำไมต้องยอมในขณะที่คนอื่นมีความสุขด้วย

 

พลอยเดินทางมายังคฤหาสน์หลังงามด้วยรถเต่าสีชมพู บอดี้การ์ดเฝ้าหน้าประตูออกมาติดต่อ หญิงสาวเลื่อนประตูกระจกรถ ก่อนพูดกับหนุ่มสูทดำ

“ฉันเอาของมาคืน คุณธีรเดชอยู่หรือเปล่า” พลอยถอดแว่นสีดำออกจากใบหน้าแล้วเสียบมันไว้ระหว่างกลางอกเสื้อ เผยเนินอกให้เด่นชัด ผู้คุ้มกันหยุดมองชั่วครู่แล้วค่อยตอบเธอ

“คุณธีร์ไม่อยู่ ฝากผมก็ได้ครับ”

“ไม่ได้ มันเป็นของสำคัญ ถ้าอย่างนั้น ขอฉันพบคุณผู้หญิงของบ้านได้ไหม หรือจะให้ฉันโทรถามเขาโดยตรง” พลอยยกมือถือขึ้นทำท่าสัมผัสหน้าจอ

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมบอกนายให้” บอดี้การ์ดให้อีกคนไปถาม เอยเห็นแก่หน้าตาบริษัทจึงยอมให้พลอยเข้ามาข้างใน ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเธอจะมาไม้ไหน

พลอยเดินเข้ามา เอยออกมาต้อนรับ พร้อมกับน้ำดื่มและของทานเล่นบนโต๊ะ

“เชิญนั่งก่อนค่ะ คุณพลอย”

“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ วันนี้ฉันแค่เอาของมาคืน” พลอยหยิบเนกไทจากกระเป๋ายื่นให้เอย

“นี่มันอะไร”

“เนกไทของคุณธีร์ เขาลืมไว้ที่สวนองุ่นของฉันค่ะ ตายจริง เขาไม่เคยบอกหรือคะว่า เขาไปค้างคืนกับฉันที่ชลบุรี” เอยนิ่งเงียบ พลอยยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดต่อ

“หมดธุระแล้ว ฉันขอกลับก่อนนะคะ” พลอยพูดจบก็เดินลงไปขึ้นรถ เหยียดริมฝีปากด้วยความรู้สึกสะใจก่อนที่จะขับมันออกไป

น้ำตาเอยไหลอาบแก้ม กำเนกไทไว้แน่น คำถามก้นบึ้งในใจกลับมาอีกครั้ง

‘นายรักฉัน หรือทำไปเพราะพินัยกรรมกันแน่’

 

ธีรเดชรับสายจากผู้คุ้มกันประจำทางเข้าคฤหาสน์ จึงทราบว่าพลอยมาหาเอย แน่นอน ชายหนุ่มคาดเดาออกว่าต้องเป็นเรื่องไม่ดี แม้ว่าอยากทำงานต่อ แต่ก็กระวนกระวายใจเกินกว่าจะอยู่เฉย เขารีบเก็บข้าวของบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตกใจของเพชรและหินเพราะเป็นครั้งแรกที่เห็นเจ้านายรีบทิ้งงานกลับบ้าน

 

เอยเก็บของในห้องใส่กล่อง พลางปาดน้ำตา เมื่อเห็นรูปนาวาในกรอบรูปจึงพูดกับเขา แม้จะไม่รู้ว่า ปลายทางจะได้ยินหรือเปล่า ก่อนที่จะกอดเข่าร้องไห้ในห้องเพียงลำพัง

“พี่น้ำ ทำไมต้องให้เอยแต่งงานกับนายธีร์ด้วย เขาไม่ได้รักเอย พี่น้ำอยู่ไหน พาเอยไปจากที่นี่ที”

 

เมื่อชายหนุ่มกลับมาถึงคฤหาสน์รีบไขกุญแจเข้าห้องคู่หมั้นจึงพบห้องว่างเปล่า ธีรเดชรีบวิ่งลงชั้นล่างตรงไปยังเรือนหลังเล็ก โดยไม่สนใจสายตาของใคร

“เอย!” ธีรเดชเรียกเสียงดัง บิดลูกบิดพร้อมกับเคาะประตู

“มีอะไร” เอยใจแข็งพูดออกไปทั้งที่น้ำตายังคงไหล

“เปิดให้ฉันเข้าไปหน่อย”

“ฉัน ไม่มีอะไรจะคุย” หญิงสาวพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

“แต่ฉันมี นี่เธอกลัวฉันใช่ไหม ถึงไม่เปิดประตู” ธีรเดชพูดแกล้งยั่วโมโหก่อนที่จะเจ็บใจตัวเอง ให้ตายสิ จะง้อผู้หญิงหรือจะชวนทะเลาะ คิดแล้วอยากเขกหัวตัวเองสักร้อยครั้ง

“ใช่ ฉันกลัว เชิญถากถางให้พอ แล้วไสหัวไปซะ” เอยพูด ทำให้อีกฝ่ายส่งเสียงจนเธอคิดไปเองว่าธีรเดชเดินออกไปแล้ว ยังไง เกลียดกันก็ยังดีกว่าแกล้งรัก

เอยก้มหน้าซุกเข่าร้องไห้โดยไม่รู้ว่าธีรเดชเปิดกุญแจสำรอง ชายหนุ่มปิดประตูเสียงเบาก่อนที่จะเข้าไปกอดคู่หมั้น หญิงสาวผลักทันทีที่รู้สึกตัว

“ปล่อยฉัน”

“จะปล่อยได้ยังไง ถ้าฉันปล่อย เธอก็หายไปจากฉันสิ” ร่างสูงกอดรัดแน่น

“แล้วคุณพลอยล่ะ ฉันไปนายก็ไม่เดือดร้อน นายมีคุณพลอยอยู่แล้ว”

“ฉันไม่ได้รักพลอย ที่ฉันทำไปเพราะคิดว่าพลอยรู้ว่าใครจับตัวเธอ”

“มันคือสาเหตุที่นายต้องไปสวนองุ่น และไปนอนกับคุณพลอยเหรอ นายคงสะใจใช่ไหม ที่ทำให้ฉันร้องไห้ได้ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแกร่งอย่างที่นายคิด” หัวเราะเยาะสิ นายชนะ

ธีรเดชคลายอ้อมกอดเอย จึงเห็นน้ำตาของเธอชัดเจน หญิงสาวนิ่งหันไปหยิบเนกไทยื่นให้คู่หมั้น

“ฉันไม่ได้…”

“ไม่ ฉันไม่อยากฟัง” เอยพูดขัดทั้งที่ชายหนุ่มยังพูดไม่จบ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหู ชายหนุ่มไม่พูดอะไรต่อ กำเนกไทเดินออกไป

 

เพชรและหินมองเจ้านายเดินคอตกออกมาจากเรือนหลังเล็กก็พอจะเดาสถานการณ์ออก

“ขอฉันอยู่คนเดียว” ธีรเดชพูดก่อนที่จะกลับคฤหาสน์ สองผู้คุ้มกันโค้งคำนับ

 

 

“ขอโทษครับ คุณพลอยสั่งไม่ให้คุณธีร์เข้าบริษัท” ธีรเดชพร้อมผู้คุ้มกันซ้ายขวา ไปบริษัทชิปปิ้งแต่เช้า ผู้รักษาความปลอดภัยยกมือขึ้นห้ามพร้อมกับเป่านกหวีด

“บอกคุณพลอยนะ ถ้าไม่ให้เราเข้าไป จะแจ้งความคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว และฉันจะยกเลิกใช้บริการที่นี่ด้วย” ธีรเดชพูดเสียงเข้ม

วินมองเห็นเหตุการณ์หน้าบริษัทซึ่งดูไม่สู้ดีนักจึงเดินเข้าไปสอบถาม

“สวัสดีครับ คุณธีร์ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” วินยกมือไหว้ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาทั้งคู่จะไม่ถูกกัน แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว

“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณพลอย แต่เขาไม่ให้ผมเข้าไป” ธีรเดชเอามือข้างหนึ่งซุกกระเป๋ากางเกง ส่วนมืออีกข้างชี้คู่กรณี

“เป็นคำสั่งคุณพลอยครับ” ผู้รักษาความปลอดภัยก้มหน้าเล็กน้อย

“ให้เขาเข้ามา เดี๋ยวฉันออกหน้าให้เอง เชิญครับคุณธีร์” วินพูดจบ ผู้รับคำสั่งจึงรีบเปิดรั้วให้รถแล่นเข้าไปข้างใน

 

วินเดินนำธีรเดชเข้ามายังห้องทำงานส่วนตัว แม้ว่าจะเป็นห้องสุดวีไอพีในบริษัท แต่ก็กว้างพอแค่วางตู้เก็บเอกสาร โต๊ะทำงาน เก้าอี้รับแขกไม่กี่ตัว

“เชิญนั่งก่อนครับ” วินนั่งโต๊ะทำงานส่วนแขกก็นั่งอยู่อีกฝั่ง ก่อนที่จะโทรศัพท์เรียกพี่สาวตัวเองให้เข้ามาในห้อง

“พี่สาวผมไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า” วินถามเป็นเวลาเดียวกับฝ่ายบุคคลเอาน้ำมาเสิร์ฟบนโต๊ะทำงานก่อนที่จะเดินออกไป

“คุณก็ลองถามพี่สาวคุณดู ว่าทำอะไรไว้ เมื่อวานนี้ ถ้าพี่สาวคุณยังทำแบบนี้อีก ผมจะฟ้องพี่สาวคุณข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวคู่หมั้นของผม” ธีรเดชพูด สีหน้าเขาดูจริงจังจนวินเข้าใจได้ถูกต้อง ว่าพี่สาวของเขาต้องไปทำอะไรให้เอยเข้าใจผิดแน่

“มาทำงานไม่กี่วันเรียกใช้ฉันเลยนะ” ระหว่างที่วินกำลังใช้ความคิดพลอยก็เปิดประตูได้จังหวะเข้ามาพอดี เธอแซวน้องชาย ก่อนที่จะสังเกตเห็นผู้มาเยือน

“คุณธีร์ นี่มันอะไรน่ะคิง” พลอยพูดเสียงเข้ม

“ใจเย็นๆ นะพี่พลอย คุณธีร์รู้เรื่องที่พี่จับเอยไปขังแล้ว” วินยกมือขึ้นตั้งทั้งสองข้างเชิงห้ามไม่ให้พลอยทำอะไรเกินกว่าเหตุ

“นี่คิงเป็นคนบอกเหรอ” พลอยเอ็ดวิน

“วินไม่ได้บอก ผมรู้ เพราะคุณทรงพล” ธีรเดชพูดทันควัน

“ไม่จริง ฉันไม่ได้ทำ” พลอยขมวดคิ้วนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่ไปร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวประจำปีของนาวากรุป

“ไม่เป็นไร ถ้าคุณปฏิเสธ เรื่องคดีของเอยผมจะคิดซะว่าไม่เคยเกิดขึ้นเพราะน้องชายคุณช่วยผมเอาไว้ แต่ผมจะเลิกใช้งานบริษัทของคุณ” ธีรเดชพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ผู้ฟังมองหน้าน้องชายที่กำลังกะพริบตาพยักหน้าส่งสัญญาณให้เธอยอมอ่อนข้อ

“คุณต้องการอะไร                ว่ามา” พลอยพูดเสียงแข็ง

 

น้ำทะเลถาโถมเข้าชายหาดครั้งแล้วครั้งเล่า ความมืดความเงียบของชายหาดในเขตความดูแลของทหาร ตอบสนองความเศร้าในจิตใจเอยได้เป็นอย่างดี หญิงสาวทอดสายตาไปยังมหานทีสีดำ เสียงครึกครื้นของคนริมหาด ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขตามที่บิดาของเธอได้ตั้งใจไว้

ผู้ดูแลบ้าน และคนรับใช้อีกหนึ่งคนช่วยกันย่างบาร์บีคิวจนสุก แล้ววางมันลงบนจานจนเต็ม มือกร้านหยิบมาหนึ่งไม้แล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังยืนทำมิวสิก

“เอยยังไม่หิว” เอยมองไม้บาร์บีคิวที่ยื่นอยู่ตรงหน้าเธอ

“ยังไม่หิวก็ต้องกิน” ร่างสูงยิ้ม

“นายธีรเดช มาทำไม” หญิงสาวได้ยินเสียงคุ้นเคยจึงรีบหันไปมองก่อนที่จะเดินถอยหลังหนีสองก้าว แล้วทำหน้าเข้มหันไปทางอื่น

“ฉันก็มาเที่ยวสิ” ธีรเดชกินอาหารในมือเองเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจ

“ไปเที่ยวกับคู่ขาของนายดีกว่ามัง”

“ก็ทำอยู่นี่ไง”

“ไหน ใครเป็นคู่ขานายไม่ทราบ” เอยหันไปมองข้างหลังเห็นแต่เพชรและหินเท่านั้นที่เพิ่มเติมเข้ามา ทั้งคู่กำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

“นี่แสดงว่ายังไม่ได้ดูไลน์เลยสิ”

“ไลน์อะไร” เอยหันกลับมามองคู่สนทนา

“เปิดดูก่อน” ธีรเดชพูด

เอยหยิบมือถือขึ้นมาเปิดโปรแกรมสนทนา จึงเห็นว่าเพชรส่งวิดีโอมา

“เธอบล็อกไลน์ฉัน ฉันก็เลยให้เพชรส่งไป” ธีรเดชอธิบาย

เอยเห็นพลอยอยู่ตรงหน้าคลิป เธอหยุดชั่วครู่แล้วเปิดมัน แต่เสียงคลื่นกระทบฝั่งมันดังกว่า หญิงสาวจึงเอามือถือแนบกับหูตัวเอง

“คุณเอยคะ วันที่ไปชลบุรีกัน คุณธีร์กับฉันไม่ได้มีอะไรกัน ฉันวางแผนให้คุณธีร์เป็นของฉัน แต่ไม่สำเร็จ รู้ความจริงแบบนี้แล้วก็ยกโทษให้คุณธีร์ด้วยนะคะ ฉันหวังว่า บริษัทเราจะยังร่วมงานกันเหมือนเดิม”

เอยยิ้มเมื่อฟังข้อความจนจบ แต่ก็หุบลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาจ้อง

“ก็ ไม่เห็นมีอะไรนี่” เอยทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้

“จริงเหรอ” ธีรเดชยิ้ม

“แล้วนี่เอามาให้ฉันหรือกินเอง” เอยทวงซึ่งของกินในมือก็เหลือเพียงครึ่งเดียว

ธีรเดชยิ้มแล้วยื่นไม้ป้อนให้เอย

“อร่อยไหม”

“ฝีมือพี่ซินก็ต้องอร่อยอยู่แล้ว” เอยพูดถึงคนรับใช้ที่มาด้วย

ชายหนุ่มเอาไม้ลูกชิ้นปักไว้บนพื้นทราย ล้างมือ เช็ดมือให้แห้งด้วยกางเกงตัวเอง เขาหยิบกล่องกำมะหยี่ใบเล็ก ออกมา

“ฉันตั้งใจเลือกให้ มันน่าตลกนะ ทั้งที่เราเป็นคู่หมั้นกัน แต่ไม่มีแหวนเลย” ชายหนุ่มเปิดกล่องเผยแหวนทองรูปโบอยู่ในนั้น

“นายกำลังทำอะไร รู้ตัวหรือเปล่า” เอยหน้าแดง

“เรียนจบแล้ว แต่งงานกับฉันนะ ไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เพราะความรัก” ชายหนุ่มยิ้มแล้วยื่นมือไปหาเอย แต่เธอก็ถอยออกไป

“ไม่ นายต้องคุกเข่าก่อน” เอยพูด อย่างน้อยต้องแก้แค้นตาขี้เก๊กต้องขายคนสักหน่อย โทษฐานที่ทำตัวหยิ่งมานาน

“คุกเข่า?”

เอยพยักหน้าแทนคำตอบ ธีรเดชหันไปมองกลุ่มคนในครอบครัวแล้วปล่อยลมหายใจออก

เอยแอบยิ้มสะใจในขณะที่ชายหนุ่มย่อตัวคุกเข่าหนึ่งข้างแล้วยกแหวนขึ้น

ซินคนรับใช้สาวมองเห็นท่าทางของธีรเดชแล้ว ชี้ให้ เพชร หิน และพ่อบ้านดู ทุกคนยิ้มเอ็นดูในความน่ารักของคนทั้งคู่

“เอย แต่งงานกับฉันนะ” ธีรเดชเงยหน้ายิ้มหวาน มองผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังหน้าแดงท่ามกลางแสงสลัว

“ตกลงก็ได้ เรียนจบแล้วค่อยแต่งงานกัน ใส่สิ” เอยยื่นมือซ้ายให้ ยิ้มหวานตาเชื่อมแบบนี้ ใครจะปฏิเสธได้ลง

ชายหนุ่มค่อยๆ สวมแหวนอย่างเบามือ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของหิน เพชร และคนรับใช้ พวกเขาพากันเดินเข้ามาแสดงความยินดี

เอยหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ธีรเดชลุกขึ้นกอดเอยแล้วหอมแก้ม

“แยกๆ อย่าเพิ่ง ให้เป็นว่าที่ลูกเขย ตอนนี้ยังไม่ได้” ลุงพ่อบ้านพูด ชายหนุ่มจึงถอยออกมา

“ขอโทษครับ” ธีรเดชก้มหัวทั้งที่ยังคงยิ้มอยู่

“ในที่สุดพวกเราก็พิทักษ์สมบัติตระกูลนาวากรุปไว้ได้แล้ว” เพชรยิ้มดีใจ

ไม่มีเครื่องมือไหนหรือวิธีการใดสามารถพันธนาการคนสองคนไว้ได้ ยกเว้นความรัก และไม่มีภัยร้ายอะไรที่จะขวางความรักไว้ได้เช่นกัน

 

 

— อวสาน —

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

น้ำน้อยจะมารีไรท์ปรับปรุง เพิ่มเติมเรื่อยๆ ให้ดีที่สุดนะคะ อันนี้จบแบบคร่าวๆ อาจจะมีแก้ปมต่อค่ะ ^o^V

บทที่17 เอาคืน

บทที่ 17

เอาคืน

 

พลอยเดินเข้ามาในบ้าน ถอดรองเท้าแบบส่งๆ ไม่สนใจว่ามันจะถูกจัดวางไว้เรียบร้อยหรือไม่ วินเดินตามเข้ามาแล้วปิดประตู

“มันเกิดอะไรขึ้น พี่ทำอย่างที่พินัยพูดหรือเปล่า!” วินพูดเสียงดังอย่างไม่พอใจราวกับว่าเขาอยู่คนละฝ่ายกับพี่สาว

“คิงทำอย่างกับไม่รู้จักพี่ดี”

“ก็เพราะผมรู้จักพี่ดี ถึงถามพี่แบบนี้ เรื่องคราวก่อนผมก็บาดเจ็บเพราะพี่ให้คนไปจับเอย แล้วคราวนี้ยังเป็นครูสาอีก ผมไม่น่าบอกให้พี่รู้เรื่องแฟนเก่าของพินัย” วินถอดรองเท้า รีบเดินแซงหน้าให้พ้นพี่สาว

“พี่ไม่ได้ทำนะ แล้วทำไมต้องโกรธพี่ด้วย ชิ!” พลอยกอดอกพูดในขณะที่วินขึ้นไปชั้นบน

คนอะไร เห็นคนอื่นสำคัญกว่าพี่น้อง

 

วินรีบเข้าไปในห้องแล้วกดมือถือหาเอย บางทีเอยอาจจะรู้เรื่องนี้ ถึงครูสาจะเป็นแฟนเก่าของธีรเดช แต่เธอก็เป็นครูที่ดีมากคนหนึ่ง ที่นักเรียนทุกคนให้ความเคารพนับถือ รวมทั้งตัวเขาด้วย

/ “ว่าไง” / ปลายสายพูดอย่างเบื่อหน่าย

“เอยรู้เรื่องครูสาไหม”

/ “มีอะไร นายรู้เรื่องอะไรมา” / ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงชัดเจน บ่งบอกว่าอีกฝั่งกำลังสนใจในสิ่งที่เขาพูด

“แสดงว่ายังไม่รู้เรื่อง” วินเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบเสื้อนอกมาใส่

/ “แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ” /

“ช่างมันเถอะ” วินเดินไปพูดไป แล้ววางสาย สวมหมวกกันน็อก คร่อมรถมอเตอร์ไซต์คู่ใจทันที โดยไม่สนใจเสียงห้ามของพี่สาว

 

ภายในห้องนั่งเล่นในคฤหาสน์หลังใหญ่ เอยวางสายวินแล้วใช้ความคิด ส่องสายตาออกไปข้างหน้าคฤหาสน์ เห็นหินกำลังคุยกับพวกบอดี้การ์ดทำหน้าเครียด คำพูดของวินกับเหตุการณ์ตรงหน้า ทำให้เอยคิดเชื่อมโยงได้อย่างง่ายดาย

หรือว่าจะเกี่ยวกับเรื่องเมื่อสักครู่

หญิงสาวเดินเข้าไปหาผู้คุ้มกันร่างใหญ่ กลุ่มชายฉกรรจ์หยุดคุยกันที ทุกคนหันมามองเอยก่อนที่จะหายกันไปคนละทิศคนละทาง โดยเฉพาะหินที่ส่อพิรุธอย่างชัดเจน

“พี่หิน ทำอะไรอยู่เหรอ” เอยพูดพลางเอาทั้งสองข้างมือประสานไว้ข้างหลัง

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอกคุณหนู” หินยิ้มหน้าเจื่อนเหงื่อตก

ให้ตายสิ ถ้าไม่ยิ้มมันจะดูธรรมชาติกว่านี้แท้ๆ

“ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว พอดีเอยจะออกไปเล่นข้างนอกหน่อย พี่หินคงว่างไปกับเอยนะ” เอยส่งยิ้มอำมหิต

“วันนี้คงไม่ได้ครับ พอดีผมจะฝึกพวกบอดี้การ์ด” หินยิ้ม เป็นที่รู้กันว่าถ้าหินยิ้มแสดงว่าเขากำลังโกหก

“ไม่เป็นไร เอยไม่ไปก็ได้” เอยหมุนตัวเดินออกไป

เมื่อหินไม่เห็นเอยตอแย ยอมเลิกราไปง่ายๆ จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบสั่งรวมตัวผู้คุ้มกันทั้งหมด ให้รวมตัวกัน พ่อของเอยเดินออกมายื่นกุญแจรถ ส่งให้ทุกคนรวมทั้งหิน

บอดี้การ์ดทุกคนขึ้นรถออกไป มีเพียงหินที่ขึ้นไปเอาโน้ตบุ๊กในห้องธีรเดช ทำให้เอยมีโอกาสแอบย่องเข้ายังโรงเก็บรถ เนื่องจากมีรถคันเดียวที่ไม่ได้ขับออกไป ทำให้รู้ว่าหินต้องขึ้นรถคันนี้แน่นอน

หินขับรถไปสักพัก เอยจึงออกจากที่ซ่อน ชายร่างใหญ่จึงยอมให้เอยมาด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ให้มาด้วยก็ได้อย่าก่อเรื่องก็แล้วกัน” หินพูดในขณะที่เอยขยับย้ายตัวเองมาเบาะหน้า

“พี่หินเอาโน้ตบุ๊กมาทำไมเหรอ” เอยยกคอมพิวเตอร์พกพาขึ้นมาวางบนหน้าตัก

หินไม่ตอบ เอาแต่ขับรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผู้โดยสารยอมสงบปากสงบคำ เก็บความสงสัยไว้ในใจ มีบางอย่างกำลังบอกเธอว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น

 

บอดี้การ์ดร่างใหญ่ขับรถมายังหน้าบริษัทชิปปิ้งของพลอย เอยมองรถที่บ้านหลายคัน พร้อมกับทีมผู้คุ้มกันหลายคน หินยกของจากตักเอย

“ทำไมคุณเอยมาด้วย” เพชรตกใจเมื่อเห็นเอยลงจากรถมาพร้อมกับหิน

หินส่ายหน้าแทนคำตอบแล้วยื่นโน้ตบุ๊กให้

“รู้ไหมว่าตอนนี้คุณธีร์อยู่ที่ไหน”

“นี่มันเกิดเรื่องอะไร ทำไมต้องตามหาธีรเดชด้วย” เอยถาม ความสงสัยก็คลายลงเมื่อเห็นชายอ้วนร้องไห้ เรียกชื่อแฟนตัวเอง หญิงสาวจึงปะติดปะต่อได้

“ครูสา หายไปเหรอ มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง แล้วธีรเดชหายไปไหน”

“คุณธีร์มาหาคุณสาที่นี่ แล้วจู่ๆ ก็ขับรถออกไปเลย” คุณลุงขับรถตอบแทนทุกคน

เอยรู้สึกสับสน แต่ในใจก็คิดได้ว่าธีรเดชมีฝีมืออยู่พอตัว แต่ถ้าคนพวกนั้นใช้ครูสาเป็นตัวประกัน เหมือนตอนทำกับเธอล่ะ

“ยังไม่เห็นพิกัดแน่นอน แต่ฉันก็ให้บางคนไปตามพิกัดที่คิดไว้แล้ว โชคดีนะที่คุณธีร์เปิดข้อมูลและมือถือและจีพีอาร์เอส ไม่อย่างนั้นแย่แน่นอน” เพชรหาข้อมูลในกูเกิล มันคือโปรแกรมหามือถือ จึงรู้พิกัดชัดเจน รู้ว่าอยู่ไหน

หินกระจายกำลังให้เอยกลับพร้อมกับลุงคนขับรถเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย โดยให้เอยดูความเคลื่อนไหว และส่งรายงานให้เพชรเป็นระยะ

ธีรเดช ตอนนี้นายอยู่ไหน ทำไมไม่บอกพวกเราเลย

 

ธีรเดชลงจากลานจอดรถห้างคอมโบ ตรงดิ่งไปยังสถานีรถไฟให้ดินตามคำสั่ง นั่งวนไปหลายสถานี จนกระทั่งได้รับการติดต่อจากคนร้าย หนุ่มหล่อขอฟังเสียงแฟนเก่า เมื่อแน่ใจว่าตัวประกันปลอดภัยจึงลงจากยานพาหนะ กลุ่มคนร้ายที่เขาไม่รู้จักยืนรออยู่สามคน แน่นอน หนึ่งในนั้นค้นอาวุธและอุปกรณ์สื่อสาร ยึดมันเรียบร้อย พวกมัน … ปิดเครื่อง

 

เอยอัปเดตตำแหน่งมือถืออยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งมันไม่สามารถค้นหาได้ เธอส่งที่อยู่ รวมทั้งรูปภาพครั้งสุดท้ายก่อนเครื่องดับให้กับเพชร เธอยังคงรีเฟรชแม้ความหวังเลือนราง มือถืออาจถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง

ถ้าโชคเข้าข้าง

 

รถแล่นมายังสถานที่แห่งหนึ่ง กว่าจะถึงจุดหมายก็ใกล้เช้า มันเป็นบ้านปูนสองชั้น ท่ามกลางต้นปกคลุมราวกับช่วยปกปิดที่ซ่อน สภาพที่ถูกปิดตามัดแขนของธีรเดช ทำให้พวกมันแน่ใจว่า เหยื่อไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน

ชายหล่อถูกผลักลงบนพื้น

“สาอยู่ไหน” ธีรเดชดันตัวเองลุกขึ้น ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“อยู่ในที่ปลอดภัย” เสียงทุ้มดังขึ้น ธีรเดชรู้ทันทีว่าเขาคนนั้นเป็นใคร

“ทรงพล”

“เสียงมึงนี่ดูไม่ประหลาดใจเลยนะ ว่าเป็นกู แกะผ้ามันออก” ทรงพลสั่งลูกน้อง เมื่อออกจากความมืดได้หนุ่มหล่อจึงรู้ว่าในห้องนี้เป็นห้องเปล่าไร้หน้าต่าง ลูกน้องสามคนยืนรอบตัวเขา ใบหน้าและรูปร่างเป็นคนละคนที่พาเขามาที่นี่ แสดงว่าลูกน้องของมันมีหกคน หรืออาจจะมากกว่านั้น

“ทรงพล ผมไปทำอะไรให้ ถึงทำแบบนี้”

“นี่มึงไม่รู้ตัวเลยสินะ ใครๆ ก็เกลียดมึงทั้งนั้น ก็อย่างว่าล่ะ คนอย่างมึงไม่เห็นหัวใครอยู่แล้ว” ทรงพลยืนยิ้มเยาะ ธีรเดชรู้ตัวเองดีว่าเป็นคนเข้มงวด ไม่เอาใจใส่ความรู้สึกของพนักงานเท่าที่ควร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไมเข้าใจว่าทำไมต้องถึงกับวางแผนฆ่าเขาตั้งหลายครั้งด้วย

“แค่กิจการนาวากรุป ทำให้คุณถึงกับฆ่าคนเลยเหรอ กลับตัวกลับใจเถอะ ผมจะคิดว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น และผมก็จะไม่ฟ้องคุณด้วย ยังไงคุณก็ช่วยเหลือกิจการมาตลอด”

“กลับไปเป็นลูกน้อง มึงคิดว่ากูจะรับข้อเสนอเส็งเคร็งอย่างนั้นเหรอ กูไม่คิดกลับไปเป็นลูกไล่ของมึงหรอกนะ อย่ามาเกลี่ยกล่อมให้ยากเลย มึงเอาไปหมดทั้งกิจการ ทั้งคนที่กูชอบ”

“คุณหมายถึงใคร” ธีรเดชถามด้วยความอยากรู้ ใครกันที่ทรงพลชอบ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเห็นทรงพลจะสนใจผู้หญิงคนไหน

“มึงคงมีหลายคนสิ นี่ไง โทรมาอีกแล้ว คงจะรู้แล้วสิ ว่ามึงอยู่กับกู เอาล่ะ ก่อนมึงตายกูจะเล่าเรื่องทั้งหมดก็ได้ อย่างน้อยกูก็มีความกรุณาอยู่บ้าง” ทรงพลยิ้มเรียบ หยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกง ลากเก้าอี้ไม้จากริมห้องมานั่งตรงหน้าธีรเดช

มึงจำได้ไหม ที่คุณนาวาเจ้าของกิจการคนเก่า บอกว่าจะมอบกิจการให้คนที่ไว้ใจที่สุด ตอนนั้นกูก็คิดว่าเป็นกู ใครจะคิดว่าเป็นมึง บอดี้การ์ดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทเลยสักนิด แน่นอน คนทั้งบริษัทคิดเหมือนกูทั้งนั้น และคุณพลอยก็คิดด้วย ดูไปแล้วคุณพลอยจะสนใจกิจการนาวากรุปมากกว่า นังนี่สนใจแค่ว่าใครเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เท่านั้นแหละ มันไม่ได้รักมึงจริงหรอก” ทรงพลพูด ทีแรกธีรเดชก็แปลความหมายว่าทรงพลชอบพลอย แต่ดูจากสรรพนามแล้วมันไม่ใช่ ใครก็เรียกคนที่ชอบว่า ‘นังนี่’ กันบ้างล่ะ

“หึ คุณนี่ชอบคุณพลอย หรือมองว่าเธอเป็นเครื่องหมายการค้ากันแน่” ธีรเดชพูดถึงความทะเยอทะยานของพลอย ถ้าเขาชนะในธุรกิจ พลอยก็คือรางวัล เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ

“ก็ไม่เหมือนมึง คิดจะคั่ว ทั้งคู่หมั้น แฟนเก่า และเจ้าของบริษัทคู่ธุรกิจ”

“คิดว่าฆ่าผม แล้วจะได้ทุกสิ่งเหรอ คิดผิดแล้ว ยิ่งผมตาย ทุกคนจะต้องรู้ว่าคุณเป็นคนฆ่า”

“ไม่เห็นจะยาก มึงสงสัยไหมว่าทำไมกูถึงพาแฟนเก่ามึงมา”

“ทำไม อย่าทำอะไรสานะ”

“ทีแรกกูก็คิดว่าจะล่อมึงมาฆ่า แต่ว่าตอนนี้กูคิดอะไรดีๆ ได้แล้ว” ทรงพลฉีกยิ้ม

 

สาอยู่ในห้องนอน มีหน้าต่างสองบานแต่ก็ถูกล็อกจากข้างนอกไม่สามารถออกไปได้ ตอนนี้ยังโล่งใจที่พวกมันไม่ทำอะไร แต่ก็ยังไว้วางใจไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

ผู้คุมสองคนห้องเดินเข้ามาล็อกแขนสา เธอขัดขืนจนกระทั่งถูกพามายังห้องหนึ่ง จึงรีบวิ่งเข้าไปดูธีรเดช

“พินัยเป็นยังไงบ้าง”

“ฉันไม่เป็นไร สาล่ะ พวกมันทำอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า พวกมันไม่ได้ทำอะไรสา”

“พูดจบกันหรือยัง เรามาฟังแผนกันดีกว่า” ทรงพลยิ้ม

 

วินมองดูเหตุการณ์อยู่ข้างนอกบ้านปูน เห็นธีรเดชถูกพาเข้าไปข้างใน จึงรีบโทรหาเอย โชคดีที่เขาออกมาจากบริษัททันทีที่รู้เรื่อง เพราะเห็นบอดี้การ์ดพากันโวยวายถึงหัวหน้า การจะตามรถหรูสีดำคันยาวในกรุงเทพ มันหาได้ไม่อยากอยู่แล้ว

“เอย ไม่ต้องพูดอะไรมาก พี่รู้ว่าธีรเดชอยู่ไหน เดี๋ยวพี่โลเคชั่น”

/ “ขอบคุณนะคะพี่วิน ดูแลตัวเองด้วย” / ปลายสายยอมเรียกสรรพนามที่เขาต้องการ เหตุการณ์คราวนี้ทำให้เธอต้องมองเขาใหม่แล้ว

“อือ” วินพูดจบก็ส่งที่อยู่ให้ทันที

วินอยากจะเข้าไปด้านในใจแทบขาด แต่เห็นคนสองคนกำลังเฝ้าอยู่หน้าประตู เดินไปมาราวกับกำลังสวนสนาม แต่เมื่อเห็นอีกคนจากในบ้าน ชวนหนึ่งคนขึ้นไป ทำให้ข้างล่างเหลือหนึ่งคน ชายหนุ่มพยายามรวบรวมความกล้าเอาท่อนไม้ตีจากด้านหลัง ในขณะที่เหยื่อเปิดมือถือของธีรเดช เมื่อเห็นคู่ต่อสู้นอนกองอยู่บนพื้นจึงย่องเข้าไป

เสียงเอะอะจากข้างบน วินจึงหลบข้างฝาผนัง โชคดี คนพวกนั้นไม่เห็นเขา วินมองครูสาถูกหิ้วแขนออกมาจากห้องหนึ่งด้วยชายสองคน ตามมองตามอยู่ตลอด จึงเห็นว่าเขาหยุดเข้าไปยังห้องทึบห้องหนึ่ง

วินตระหนักดีว่าสู้ไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดคือรอ หรืออาจจะจัดการทีละคนถ้ามีโอกาส เขาตั้งใจฟังเสียงที่ดังออกมาจากชั้นบน

 

“แผนการอะไร” ธีรเดชเงยหน้าถามอย่างใจเย็น

“กูคิดบทละครเรื่องหนึ่ง ผู้หญิงที่หลงรักนักธุรกิจหนุ่ม จับแฟนเก่ามาขังเอาไว้ ทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งนักธุรกิจรู้เรื่องจึงตามไปช่วย เธอก็เลยเปลี่ยนใจ ฆ่าแฟนเก่า นักธุรกิจมาแย่งปืน ปัง! สุดท้าย นักธุรกิจ และแฟนเก่าก็ตาย”

“น้ำเน่า ใครเชื่อก็บ้าแล้ว” สาพูด

“ปากดีนักนะ” ทรงพลจับคางสา ผู้ถูกกระทำใช้มือปัด เขาจึงตบเข้าฉาดใหญ่จนเธอเลือดกกปากล้มลงตามแรง

“อย่าทำสา ถ้าจะทำ ทำผมนี่” ธีรเดชรีบลุกเอาตัวเองกั้น แต่ก็ถูกกำปั้นทรงพลสนอง

“ปกติ กูไม่ทำผู้หญิงหรอก แต่เพื่อความสมจริง” ทรงพลเอาปืนออกมาจากเอวจ่อธีรเดช ก่อนที่จะหันไปทางสา ธีรเดชเห็นท่าไม่ดีจึงพุ่งตัวผลักแขนออกไป

ปัง!

 

วินได้ยินเสียงปืนจึงรีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง เห็นครูสานอนอยู่บนพื้นก็ใจหายจนเข่าแทบทรุด ทำไมเขาไม่เข้ามาเร็วกว่านี้

สาจับร่างกายตัวเองก็รู้ว่าตนไม่ได้ถูกยิงหันไปมองธีรเดชที่กำลังถูกชกอย่างสาหัส สาเห็นอย่างนั้นก็เลยรีบหยิบปืนซึ่งกระเด็นอยู่ข้างตัวเธอ

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” สาเล็งปืนไปยังทรงพล

วินใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่ครูสายังไม่ตาย เขามองมือครูสาสั่นเทา ทรงพลยิ้มแล้วเดินเข้าไปใกล้สา ก่อนที่จะจับลูกโม่ด้วยความรวดเร็ว สากดไกปืนไม่ทันความไวของทรงพลจึงถูกแย่งได้อย่างง่ายดาย

“ที่นี่มีเรื่องสนุกอะไรกัน ไม่เห็นเรียกผมเลย” วินเอามือซุกกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างยอมปรากฏตัว อย่างน้อยก็เพื่อยื้อเวลาจนกว่าตำรวจหรือพวกของเอยจะมา

“วิน” สาเรียกคนตรงหน้า แต่ดูจากสีหน้าท่าทางแล้ว ไม่เหมือนกับคนที่เคยรู้จัก ส่วนธีรเดชเก็บอาการนิ่งดูว่าวินจะมาไม้ไหน ไม่แน่ เขาคนนั้นอาจจะเป็นพวกเดียวกันกับทรงพลก็ได้ เพราะในวันที่เขาถูกลอบทำร้ายในโรงแรม หนุ่มหน้าขาวคนนี้ก็อยู่บริเวณนั้น แถมหลังเกิดเรื่องก็หายไปไหนก็ไม่รู้

“คิง มาที่นี่ได้ยังไง” ทรงพลถาม ทำให้ธีรเดชยิ่งแน่ใจว่าเขาทั้งคู่รู้จักกัน

“ก็เห็นหมอนี่ไปหาพี่พลอยที่บ้าน ก็เลยตามมาดูว่ามีอะไรกัน ไม่นึกเลยว่าแค่ฆ่าคนๆ เดียว ต้องลงทุนจับตัวประกันมาด้วย แล้วเพราะว่าเห็นหน้าแล้วจึงต้องฆ่าตัวประกันด้วย” ธีรเดชตั้งใจฟังคำพูดของวิน ได้ใจความว่า วินรู้จักพลอย และทรงพลเป็นอย่างดี

“วินนี่เธอเป็นพวกคนพวกนี้เหรอ” สาพูดอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

“จะฆ่าคนพวกนี้เหรอ ขอผมทำแทนได้ไหม ผมอยากจะฆ่านายธีรเดชนี่อยู่พอดีเลย” วินยื่นมือขอปืน ทรงพลลังเลก่อนที่จะจอปืนไปทางวิน วินาทีนี้ เขาไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น ทางที่ดีที่สุด ต้องฆ่าให้หมด

วินชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นทรงพลไม่เชื่อตัวเอง แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือมองปากกระบอกปืนตรงหน้า ลูกน้องทั้งห้าคนมองทรงพลว่าจะเอายังไงต่อ

“คิง กูรู้จักมึงดี มึงไม่มีทางทำอะไรที่เสียประโยชน์ ถ้าไอ้นี่ตาย เอยก็ไม่ได้มรดกไปด้วย พี่สาวมึงก็อดมรดกไปอีกคน คนอย่างมึงไม่มีทางช่วยกูหรอก พวกมึงเอาเชือกมัดให้หมดทุกคน เดี๋ยวกูจะยิงเรียงตัว” ทรงพลฉีกยิ้ม ในขณะที่ลูกน้องคนหนึ่งออกไปหยิบเชือก

“น้องชายพลอย” ธีรเดชทวนคำทรงพลเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองได้ยินไม่ผิด

“ใช่ มึงเพิ่งรู้ล่ะสิ กูจะบอกให้มึงตาสว่าง” ทรงพลมองธีรเดชด้วยหางตาแล้วมองวินเต็มตา ผู้ถูกกระทำหน้าเจื่อน “คิง มันเป็นน้องของคุณพลอย แล้วไอ้ที่มันมาวนเวียนกับคู่หมั้นมึง มึงก็คงรู้นะว่าเพราะอะไร”

วินรู้สึกเสียงความมั่นใจเล็กน้อย แต่ก็ต้องตั้งสติไว้

“ทำไมไอ้นั่นมันไปเอาเชือกนานจังวะ ไปดูมันหน่อย” ทรงพลสั่ง หนึ่งในนั้นจึงออกไปดู พบกับตำรวจเสื้อเกราะชุดดำหลายคนเดินเข้ามา มันจึงยกมือโดยอัตโนมัติ

“หยุด นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยกมือขึ้น!” หนึ่งในกลุ่มตำรวจพูดขึ้น ทรงพลเชื่อฟังแต่โดยดี

 

สถานการณ์คลี่คลายไปได้ด้วยดี หลังจากตำรวจจับกุมคนร้าย เอยและบอดี้การ์ดทุกคน รวมทั้งสามีอ้วนของครูสาก็มาถึงที่เกิดเหตุ

เอยเดินเข้าไปทักครูสาก่อนส่วนสามีของเธอก็เข้าไปร้องไห้เป็นการใหญ่ ครูสากอดปลอบใจร่างอ้วน เอยเดินถอยหลังให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน ดูแล้ว…สลับบทบาทกันยังไงชอบกล

“คู่นี้น่ารักดีเนอะ แปลกดี” ธีรเดชพูด ทำให้เอยละสายตามองหน้าคู่หมั้นจึงรู้ว่าใบหน้าบาดเจ็บสาหัส ตาที่เคยดูสดใสตอนนี้ช้ำเขียวเป็นจ้ำ ปากเจ่อ ความหล่อหายไปเกือบหมด

“นาย ทำไมสภาพเป็นแบบนี้” เอยตกใจ เพราะปฏิบัติภารกิจแต่ละครั้ง ธีรเดชไม่เคยบาดเจ็บ แต่คราวนี้สาหัสเอาเรื่อง หญิงสาวอยากเข้าไปกอดคนตรงหน้า แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง

“ฉันคิดว่าจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว ขอโทษนะ ที่ทำให้เป็นห่วง” ธีรเดชสวมกอดเอยทันที หญิงสาวชะงักก่อนที่จะกอดตอบ

“ใครห่วงนายกันเล่า”

“ในที่สุดคู่นี้ก็ลงเอยสักที” เพชรยืนคู่กับหินมองทั้งคู่อยู่ห่างๆ

“พรุ่งนี้จัดงานแต่งเลยไหม” หินกอดอกแล้วยิ้ม

“เร็วไป เห็นแบบนี้แล้วอยากมีเมียจัง”

“ก็คุณพลอยไง ไปหาเธอสิ” หินพูด

“ถ้าได้จริงๆ ก็ดีสิ” เพชรยิ้มเจ้าเล่ห์

 

 

บทที่ 16 เป็นเรื่อง!

บทที่ 16

เป็นเรื่อง!

พลอยรอหน้าห้องธีรเดชด้วยความรู้สึกไม่พอใจอยู่อย่างนั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ใครล่ะจะกล้าเดินฝ่าวงล้อมบอดี้การ์ดแล้วกระชากคอเสื้อเจ้าของบริษัทข้อหาเมินเธอ

หญิงสาวเบื่อหน่าย อึดอัดตลอดเวลาการรอคอย เมื่อประตูแง้มออกจึงเห็นผู้หญิงออกมาจากห้องธีรเดช สาส่งยิ้มให้ตามมารยาท แต่ถูกพลอยส่งสายตาอำมหิต เธอจึงหุบยิ้มแล้วรีบเดินออกไป

‘ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร’ พลอยคิด

“คุณพลอย เชิญค่ะ” เลขาพูดหลังจากวางโทรศัพท์

พลอยทำท่าจะเดินเข้าไป แต่เพชรแกล้งยืนขวาง เธอจึงผลักเพชรให้ออกไปไกลหูไกลตาแล้วเดินเข้าไป

“สวัสดีครับ คุณพลอย เชิญนั่งครับ” ธีรเดชยิ้ม เขายังคงนั่งอยู่บนโซฟา มือประสานไว้ข้างหน้า คุยกับพลอย

“เมื่อกี้ใครเหรอคะ” พลอยนั่งลงพลางวางกระเป๋าไว้บนตัก

“เพื่อนเก่า แวะมาหา มีอะไรหรือครับ”

“เปล่าค่ะ พลอยถามเฉยๆ” พลอยแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ในใจแอบคิดเองเออเองว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนใหม่ของธีรเดช สิ่งที่เธอคิดส่งสัญญาณมาจากท่าทางของเธอ

“คุณพลอยโกรธอะไรผมหรือเปล่าครับ” ธีรเดชมองหน้าพลอย มันนานจนทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว ทำอะไรไม่ถูก เพราะที่ผ่านมามีแต่พลอยที่เข้าหาคนอื่น ไม่เคยถูกจู่โจมแบบนี้

“ก็…ก็คุณรังเกียจพลอย” พลอยเมินหน้าไปทางอื่น บ้าจริง แม่เสือสาวอย่างเธอ จะมาหวั่นไหวกับสายตาผู้ชายได้ยังไง ไม่ใช่สาวแรกรุ่นแล้วนะ

“รังเกียจ? อ๋อ เรื่องคืนนั้นที่ผมกลับมาก่อนเหรอครับ” ธีรเดชยิ้มเชิงหัวเราะ เขาเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ เอื้อมมือจับมือพลอยแล้วจูบอย่างอบอุ่นบนริมฝีปากของเธอ

 

‘ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครนะ ทำไมถึงมองแบบนั้น’ สาคิดระหว่างที่เดินลงบันได หรือว่าเป็นผู้หญิงคนนั้นที่โทรมาบ้านของเธอ ยังไงก็กลับไปดูดีกว่า สาหมุนตัวเดินกลับแต่ก็ลังเลว่าจะเข้าไปขัดจังหวะเลยดีหรือเปล่า โดยเฉพาะบอดี้การ์ดสองคนนั้นก็ดูน่ากลัวเกินกว่าที่จะฝ่าวงล้อมไป

สาทำใจดีสู้เสือ สูดหายใจลึกๆ ก่อนที่จะรีบขึ้นบันไดกลับไป

“ขอโทษค่ะ ฉันลืมของไว้ในห้อง” สารีบเปิดประตูโดยไม่สนใจเสียงคัดค้านหรือท่าทีของผู้คุ้มกัน

“ยังเข้าไม่ได้นะครับ” เพชรดึงแขนสา แต่สาก็ใช้ช่วงชุลมุนผลักประตูจนมันเปิดออกมาแล้วเห็นธีรเดชกำลังจูบกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกศิษย์ของเธอ และบอดี้การ์ดทั้งสองก็เห็นเหมือนกับเธอ

“คุณคงจะรู้นะ ว่าผมรู้สึกยังไง” ธีรเดชถอนริมฝีปากท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งสาม พลอยแกล้งทำเป็นเขินอายตามบุคลิกที่เธอปั้นขึ้น

‘หรือว่า เมื่อคืนก่อน คุณธีร์เสร็จแม่เสือสาวไปแล้ว!’ เพชรไม่อยากจะคิด

สีหน้าเรียบเฉยของธีรเดชทำให้ทุกคนเดาอารมณ์ของเขาไม่ออก เหมือนทุกอย่างนิ่งไปชั่วขณะ เพราะในใจมัวแต่คิดอะไรไปต่างๆ นานา

สาเอาตัวเองออกมาจากวงล้อมในระหว่างที่เพชรและอีกคนกำลังตกตะลึง

“ขอโทษครับคุณธีร์ เธอดึงดันจะเข้ามาให้ได้”

“สากลับมาทำอะไรอีก” ธีรเดชเอ่ยเสียงเครียด

“สาก็แค่…คิดถึง” สาเดินเข้ามาก้มลงกระซิบใบหูธีรเดชแล้วยิ้ม ก่อนที่จะหันไปมองพลอยซึ่งกำลังจ้องเขม็ง “สาไปก่อนนะคะ แล้วจะโทรหา”

พลอยมองสาเดินออกไปจนพ้นประตู

“ตกลงผู้หญิงคนนี้คือใครคะ ดูท่าทางไม่น่าจะใช่เพื่อนเก่าธรรมดา” พลอยแสดงอาการหึงหวง

“เขาก็แค่แกล้งอำ พลอยอย่าสนใจเลย”

“วันนี้พลอยมีธุระ พลอยขอตัวนะคะ” พลอยหงุดหงิดเดินออกไป ยิ่งหันมองกลับมาเห็นเพชรโบกมือลายิ่งรู้สึกอารมณ์เสีย

‘หรือว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็น แฟนเก่าที่คิงพูด’ พลอยหยุดคิดแล้วเดินออกไป

 

@ คฤหาสน์

ธีรเดชกลับบ้านด้วยอาการอ่อนเพลียเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่วายหยุดตรงหน้าห้องคู่หมั้น ชายหนุ่มทราบจากโทรศัพท์ว่าเอยกลับมาถึงบ้านตั้งแต่ตอนเย็น ไกลกันแค่ผนังกั้น แต่เหมือนห่างไกล

เมื่อไรเรื่องร้าย จะจบลงสักที

ร่างสูงยืนอยู่อย่างนั้นจนประตูเปิด ธีรเดชตกใจตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นแววตาเอยมาประสาน ชายหนุ่มรีบหมุนตัวเข้าห้องด้วยความรวดเร็ว โดยมีเสียเอยบ่นตามหลัง

“เมินยังไง ฉันก็ไม่สนใจนายหรอก”

ธีรเดชยืนพิงประตู ปลดปล่อยอารมณ์ชั่วครู่ แล้วเข้าไปอาบน้ำ

 

@ ทางด้านพลอย

“เป็นอะไรพี่พลอย ทำหงุดหงิด ตั้งแต่กลับมาเอาแต่จับมือถือแล้วก็วาง” วินหยิบน้ำในตู้เย็นมาดื่ม มองพี่ทำนั่งโซฟาหน้าทีวีเปิดข่าวกลบเกลื่อนอารมณ์ขุ่นมัว

“วิน ถ้าผู้ชายรู้ว่าคนที่ชอบโกรธจะทำยังไง”

“มันก็แล้วแต่คนนะ มันอยู่ที่ว่าเป็นแฟนกันหรือยัง ความสัมพันธ์ระดับไหน” วินเดินเข้ามานั่งข้างพลอยแต่ตายังคงจ้องมองข่าวในทีวี

“ถ้าระดับที่เกือบจะขึ้นเตียงกันล่ะ” พลอยพูดแล้วยิ้มภูมิใจเล็กๆ

“แหม พี่ แสดงว่าไปสวนวันก่อนมีอะไรดีๆ ใช่ไหม ไม่เห็นเล่าให้ผมฟังเลย” วินลดเสียงทีวีเพราะอยากได้ยินเสียงพี่สาวพูดชัดๆ

“ก็นิดหน่อย แล้วถ้าเป็นวินล่ะ ถ้าสนิทขนาดนี้ เวลาแฟนโกรธ คิงจะทำยังไง”

“โหยพี่ ไม่คิดจะเล่าให้น้องฟังเลยเหรอ” วินวางรีโมตลงบนโต๊ะ แล้วทำหน้าบูด

“เอาน่า ถ้าเป็นคิงล่ะ ลึกซึ้งจนเกือบขึ้นเตียงแล้ว คงจะทำยังไง”

“ถ้าเป็นผม คนที่ชอบโกรธเหรอ เกือบขึ้นเตียงด้วย” วินนึกถึงรอยยิ้มและกลิ่นกายของมิ้นตอนซ้อนมอเตอร์ไซต์ แล้วนึกภาพตัวเองกับมิ้นนั่งด้วยกันอยู่บนเตียง สบตากัน จูบกัน

แปะ!

“คิดอะไรอยู่” พลอยปรบมือให้วินตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นวินยิ้มหน้าแดงตาลอยอ้าปากค้าง

“พี่นี่ เปล่าคิดอะไรสักหน่อย ถ้าเป็นผม ผมก็พูดคุยปรับความเข้าใจ จนกว่าเขาจะเข้าใจ” วินหลบตาหันหน้าไปทางอื่น

“นั่นสิ ไม่เห็นพินัยโทรหาพี่เลย ทั้งๆ ที่พี่ทำท่าโกรธขนาดนั้น” พลอยพูดกับตัวเองดังๆ

“ไม่แน่ พินัยอาจจะเป็นคนโง่ ที่ไม่เข้าใจผู้หญิงก็ได้” วินหันหน้าสบตาคุย

“ไม่มีทาง พินัยเคยมีแฟนแล้ว จะไม่เข้าใจอารมณ์ผู้หญิงได้ยังไง”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาคงไม่ได้รักพี่จริงแล้วล่ะ” วินยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอนตัวพิงโซฟา แล้วเปิดเสียงทีวีด้วยรีโมตด้วยความดังเท่าเดิม โดยไม่รู้ว่าคำพูดแกล้งหยอกของเขาทำให้พี่สาวต้องคิดมาก

 

@ เช้าวันรุ่งขึ้น

หน้ามหาวิทยาลัย

แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาปิดเทอม แต่ครูก็ต้องมีภารกิจตรวจข้อสอบ และครูบางคนก็นัดเด็กเข้ามาทำกิจกรรมแก้รอในมหาวิทยาลัย รวมไปถึงการเซ็นชื่อรับทราบประกาศจดหมายเวียนซึ่งออกมาจากฝ่ายธุรการ

“จอดตรงข้างหน้านี้แหละ เดี๋ยวสาเดินเข้าไปเอง” สาลงจากรถกระบะสีทองของตัวเอง โดยมีสามีพุงพลุ้ยเป็นคนขับ เธอมองรถออกไปไกลแล้วค่อยทำท่าจะเดินเข้ามหาวิทยาลัย

ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสามคนเดินเข้ามา ดูเหมือนเป็นชุดนักศึกษา แต่หน้าและหุ่นไม่น่าจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยนี้ น่าจะเป็นนักศึกษาสายอาชีพมากกว่า เพราะพวกเขาดูแข็งแรงและบึกบึน

“ขอเชิญคุณครูไปกับเราด้วยครับ” หนึ่งในชายฉกรรจ์พูดด้วยวาจาสุภาพ

สารู้สึกถึงของแข็งบางอย่างจ่ออยู่ตรงเอว เธอค่อยๆ เหลือบมองจึงรู้ว่ามันเป็นมีดปลายแหลม

“โอเค ฉันไปกับพวกคุณก็ได้” สาเหงื่อตกทำใจดีสู้เสือ ทำทีท่าว่าจะขึ้นไปบนรถด้วย แม้ว่าจะหาจังหวะอยู่ตลอด แต่อีกฝ่ายก็ไม่เปิดช่องให้เธอเลยสักนิด

 

เวลาผ่านไป~

สามีของสาขับรถมารับในตอนเย็น เมื่อไม่พบเขาจึงรีบโทรเข้ามือถือ

/ “ขอโทษค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ เดอะ นัมเบอร์ ….” /

ทำไมสาถึงปิดเครื่องนะ ปกติสาไม่เคยปิดมือถือ

ชายร่างอ้วนรีบรุดเดินเข้าไปยังอาคารสูงซึ่งในนั้นมีห้องพักครู แต่ก็ไม่เห็นภรรยาตัวเอง ครูที่ยังคงตรวจข้อสอบอยู่ เงยหน้ามองขึ้นเห็นสามีเพื่อนร่วมงานที่กำลังหันซ้ายหันขวาอยู่ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“มาหาใครหรือเปล่าคะ”

“เห็นสาไหมครับ ผมมารับไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน”

“ครูสา วันนี้ไม่ได้มามหาวิทยาลัยนะคะ ไม่ทราบว่าทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า” เพื่อนครูถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่นี่ครับ หรือว่า” ชายอ้วนคิดได้ เขาหน้าเสียแล้วรีบหุนหันเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คู่สนทนายืนสงสัยอยู่อย่างนั้น

ให้ตายเถอะ หรือว่าโทรศัพท์ของผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แค่คำขู่ มันต้องมีอะไรเกี่ยวกับนายไฮโซคนนั้นแน่ นายพินัย

 

@ คฤหาสน์

ฟ้ามืด ครอบคลุมทั่วบ้านหลังใหญ่ คนคนยาวสีดำกำลังจะแล่นเข้าบ้าน แต่ก็ถูกชายร่างอ้วนมายืนกันเสียก่อน ทำให้คนขับรถต้องรีบเหยียบเบรกจนหน้าคะมำ

“เกิดอะไรขึ้น”

“ขอโทษครับนาย ไม่รู้มีใครมายืนขวางหน้ารถครับ”

ธีรเดชมองไปข้างหน้า เห็นชายร่างอ้วนถูกผู้คุ้มกันประจำหน้าบ้านสองคนกำลังล็อกแขนอยู่ ชายพุงพลุ้ยตะโกนด่า ถึงแม้ว่าในรถเขาจะไม่ได้ยินเสียง แต่ก็เดาได้จากท่าทาง

“เพชร นายลงไปดูให้หน่อยว่าเขามาทำอะไร”

“ครับ” เพชรลงจากรถ และคุยกับชายแปลกหน้าสักครู่ก่อนที่จะเดินมาหาเจ้านายของเขา

“ผมก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้สึกว่าเกี่ยวกับคนชื่อสา” เพชรพูดในขณะที่ธีรเดชเปิดกระจกรถไว้รออยู่ก่อนแล้ว

“เดี๋ยว ฉันลงไป”

“ลงมาแล้วเหรอ ไอ้พินัย แน่จริงมาตัวต่อตัวไหม เล่นหมาหมู่อย่างนี้ไม่แน่จริงนี่หว่า” ชายร่างอ้วนพูดหาเรื่อง

“ปล่อยมัน” บอดี้การ์ดทำตามคำสั่ง

เมื่อชายอ้วนหลุดออกมาได้จึงปรี่เข้าไปชกธีรเดชแต่เขาเอี้ยวหลบทัน แล้วชกพุงกลับทำให้ร่างอ้วนนอนจุกอยู่บนพื้น

“จะคุยกันได้หรือยัง คุณเป็นใคร” ธีรเดชใช้มือข้างหนึ่งเท้าสะเอวยืนมองอีกฝ่าย

“ผมเป็นแฟนสา” ชายอ้วนจับท้องตัวเอง ไขมันจำนวนมากของเขาไม่ได้ช่วยป้องกันความเจ็บปวดเลยสักนิด

“นายนี่เองที่แย่งคนรักเก่าฉัน ที่มาที่นี่มีธุระอะไร หรือคิดว่าสาอยู่ที่นี่”

“เปล่า สาหายตัวไป ผมคิดว่าเป็นฝีมือผู้หญิงของคุณ” ชายอ้วนลุกขึ้นยืน

“หรือว่าเป็นฝีมือพลอย พวกนายช่วยดูแลผู้ชายคนนี้ด้วยนะ” ธีรเดชหมุนตัวทำท่าจะขึ้นรถ แต่ก็ถูกมืออ้วนจับไว้ก่อน

“ช่วยพาผมไปด้วยเถอะ ถ้าเป็นคู่หมั้นของคุณ คุณคงอยู่เฉยไม่ได้ใช่ไหม” ชายอ้วนส่งสายตาอ้อนวอน

“ก็ได้” ธีรเดชใช้ความคิดชั่วครู่แล้วตอบออกไป

 

‘เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่เข้ามา’ เอยเดินออกมาส่งสายตาไปยังหน้าบ้าน แต่ก็มองไม่ชัด เห็นแต่ไฟแสงไฟประจำทางกับหน้ารถ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงรีบเดินไปยังหน้าบ้าน แต่ระยะทางก็ไกลเกินกว่าที่เธอจะเดินตามไปทัน

หญิงสาวมองรถหรูสีดำคันยาวขับแล่นออกไป จึงหันไปถามคนเฝ้าหน้าประตู

“มีอะไรเรื่องอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณเอย แค่คนมาตามหาแฟนตัวเองแล้วขอให้คุณธีร์ช่วย”

“เหรอ ปกติธีรเดชจะไม่ค่อยยุ่งเรื่องคนอื่น ทำไมวันนี้ถึงใจดีได้นะ”

“ไม่ทราบครับ” คนเฝ้าหน้าประตูพูดพร้อมกัน เอยถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

 

@ บริษัทของพลอย

ไฟสปอตไลต์ส่องแสงเวลามืด เพื่อให้ความสว่าง ป้องกันขโมย และการทำงานบางส่วนในเวลากลางคืน

ธีรเดชจอดรถตรงหน้ารั้ว หน่วยรักษาความปลอดภัยเดินเข้ามาหา ขอบัตรประชาชนก่อนที่จะโทรไปหานายจ้าง

“เห็นไหม สุดท้ายเขาก็ต้องมาขอโทษพี่” พลอยยิ้มเมื่อคุยกับปลายสายเสร็จเรียบร้อย แล้วหันไปคุยกับน้องชาย เมื่อเห็นวินยิ้มเรียบแทนการตอบรับ เธอจึงรีบรุดไปหา

วินไม่เชื่อว่าพินัยจะหลงกลพี่สาวตัวเอง จึงเดินตามไปแอบดูให้แน่ใจว่าพี่สาวทำสำเร็จจริง

พลอยเปลี่ยนจากสีหน้ายิ้มเป็นสีหน้าไม่พอใจเมื่อเห็นกลุ่มคนจำนวนมากลงมาจากรถ มีบางอย่างส่งสัญญาณว่าธีรเดชไม่ได้มาเพื่อขอโทษเธอ สังเกตได้จากสีหน้าที่ปราศจากความรู้สึกผิดจากเขา

“สวัสดีครับคุณพลอย” ธีรเดชพยายามใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้

“มีอะไรหรือคะ” พลอยพูดเสียงแข็ง เดินผ่านรั้วบริษัทออกมาคุยด้านหน้า

“คุณพาคุณสาไปไว้ไหนหรือเปล่า”

“ทำไมฉันจะต้องพาคนอื่นไปไหนด้วย นี่คุณกำลังพูดเรื่องอะไร” พลอยทำหน้าไม่เข้าใจ

“ขอร้องเถอะ ปล่อยสาของผมไปเถอะคุณพลอย ผมไหว้ล่ะ” ชายอ้วนคุกเข่าก้มลงไหว้

“อะไรกันน่ะ คนนี้เป็นใคร” พลอยถอยหลังหนึ่งก้าว มองการกระทำของชายไม่คุ้นตาแล้วถามธีรเดช

“ขอผมเข้าไปดูข้างในหน่อยได้ไหม” ธีรเดชทำท่าจะเดินเข้าไปข้างใน แต่ก็ถูกพลอยยืนขวาง

“ถึงจะเป็นคุณ ฉันก็ให้เข้าไม่ได้นะคุณธีรเดช ให้ความเป็นส่วนตัวกับฉันด้วย”

วินมองท่าทางของพลอยกับพินัยเหมือนทะเลาะอะไรกัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงอาศัยความมืดเข้าไปฟังใกล้ๆ ซึ่งทำได้ไม่ยากนัก เพราะคนพวกนั้นก็ไม่ได้ทำท่าทางปิดบัง โดยเฉพาะพลอย พูดเสียงดังราวกับจะประกาศให้โลกรู้

“ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร และฉันก็ไม่ยอมด้วย ถ้าพวกคุณจะค้นก็ให้ไปเอาหมายค้นมา!”

เมื่อชายอ้วนเห็นเจ้าของที่ไม่ยินยอม แล้วทำให้เขาต้องอาศัยจังหวะรีบวิ่งพยายามเข้าไป แต่ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยล็อกตัวเอาไว้

“สา สา อยู่ในนั้นไหม สา!”

“เอาคนของคุณออกไปเลยนะ แล้วอย่าให้ฉันเห็นหน้าอีก” พลอยเดินเข้าไป แล้วปิดประตูรั้ว

“หยุดเถอะครับคุณ” ธีรเดชนึกขึ้นได้ว่าตัวเองปิดมือถือเพราะชาร์ตเอาไว้ เขาจึงรีบเปิดเครื่องเผื่อมีธุระเร่งด่วนสำคัญ ชายหนุ่มคาดหวังให้คู่กรณีโทรติดต่อมา เป็นตามคาด มีเบอร์คนแปลกหน้าโทรมา

ธีรเดชรีบโทรกลับเบอร์ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าโทรมาเบอร์นี้หรือเปล่า” ธีรเดชถามทันทีที่มีคนรับสาย

/ “ถ้าอยากให้ครูสาปลอดภัยให้รีบขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน มาคนเดียว อีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะติดต่อกลับ” / ปลายสายพูดเสียงเรียบแล้ววางหูไป

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังไงสาก็ต้องปลอดภัย” ธีรเดชมองชายอ้วนกำลังร้องไห้ ทรุดเข่าลงบนพื้น ก่อนที่จะเดินเข้าไปหา แล้วตบบ่าเบาๆ

“ขอกุญแจหน่อย ฉันจะไปเอาของที่รถ”

“นี่ครับนาย” คนขับรถยื่นกุญแจให้ ธีรเดชรับมันแล้วบิดกุญแจเปิดเครื่องยนต์ มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินทันที ปล่อยให้คนทั้งหมดตกใจ

“นายจะไปไหน!” เพชรรีบวิ่งตามรถคันงามไปแต่ไม่ทัน ได้แต่ยืนหอบจับเข่าตัวเองอยู่อย่างนั้น หลังจากรถแล่นผ่านลับตาไป เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้น

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

/ “เดี๋ยวเพชรให้คนที่บ้านมารับก็แล้วกัน เรื่องนี้ฉันไม่อยากให้ใครมายุ่ง” / ปลายสายพูดทันทีที่เขารับ แต่เพชรตอบกลับได้แค่คำสั้นๆ เท่านั้น

“นาย…”