เรื้องสั้น ขวัญแก้ว บันทึกของคนบ้า2

นิยายเรื่องนี้ขออุทิศแด่ ตัวละครทุกตัวที่เราอ้างอิงขึ้น

 นิยายเรื่องนี้นำมาดัดแปลงจากชีวิตจริงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น

ประเภทเรื่องสั้น แนวชีวิต

ขวัญแก้ว บันทึกของคนบ้า 2

 

“กรี๊ด!”

คนบนพื้นกรี๊ดร้อง เมื่อเงยหน้ามองตึกสูงตระหง่าน เบื้องบนปรากฏชายผิวคล้ำทำท่าจะกระโดดตึกสูง

“เอาอีกแล้วนะ คุณก้อง!” พยาบาลพูดด้วยอารมณ์เบื่อระอา

ก้องสะดุ้งเมื่อเห็นภาพจริงข้างล่าง เสียงนั้นทำให้เขาฉุดคิดมีสติ

“ขอโทษครับ ผมนึกว่าอยู่ชั้นสอง” หนุ่มหน้าคมเข้มหัวเราะแหะพร้อมกับเกาหัวตนเอง

“ให้ตายเถอะ อย่าให้ฉันต้องมัดคุณไว้กับเตียงนะ!”

“ขอโทษครับ” ก้องยิ้มอย่างไม่ขุ่นเคือง แล้วกลับไปนั่งบนเตียงโดยดี ทั้งๆ ที่รู้สึกอึดอัดสุดๆ อยากจะวิ่ง หรือทำยังไงก็ได้ ให้หนีไปจากตรงนี้ แต่ถ้าเขาทำอย่างนั้นก็คงไม่พ้นถูกพันธนาการไว้บนเตียงเป็นแน่

มองไปรอบๆ ข้างเตียงเห็นคนกำลังลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่จานยื่นมาให้เขา บนเตียงตรงข้ามก็กำลังทำขนมสายไหม ก้องหัวเราะกับภาพที่อยู่ตรงหน้า ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า มันไม่ใช่เรื่องจริง ถึงตาไม่บอด แต่ก็มองไม่เห็นความจริง

คนส่วนมากมองเห็นว่าคนที่เป็นอย่างก้องมีความสุข แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ถ้าคนเราเผลอล้มลงไปจมกับความทุกข์ ยิ่งนานมากเท่าไรมันก็ยิ่งทำร้ายเราจนถอนตัวไม่ขึ้น ความสุขที่ไม่แท้จริง ความทุกข์ที่ก่อตัวขึ้นเองอย่างฉับพลันโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว และไม่สามารถรู้ได้เลยว่ามันเป็นจริงหรือเปล่า…

ก่อนหน้านี้ก้องอาละวาท เพราะคิดว่ามีคนปาของใส่บ้านแล้วตะโกนด่าทอ จนญาติต้องพาเขามาโรงพยาบาล เป็นแบบนี้จนนับครั้งไม่ถ้วน บางทีก็มีคนวิ่งจะมาฆ่า ถึงกับวิ่งรอบทั่วบ้านเลยก็มี และบางทีก็เห็นแมวพูดได้ ทำเอาคนรอบข้างขนลุกซู่กันเป็นแถบ

นี่เหรอ…ความสุข มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ก็เหมือนไม่มี กลับไปอยู่บนโลกอีกโลกหนึ่ง ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่า ‘โลกคนบ้า’

ก้องพยายามทำให้ตนเองหายป่วย แต่ด้วยความรั้นของเขาในช่วงแรกทำให้กินยาไม่ครบ จนจำเป็นต้องกินตลอดชีวิต เสียดายที่ยุคที่เขาเกิดนั้นมีแต่ยาประเภทนี้

ก่อนหน้านี้เขาเป็นเด็กเรียนดี จนกระทั่งประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจนถึงขั้นผ่าตัด ด้วยครอบครัวบ้านแตก การดูแลจากน้าสาวที่แม่ฝากดูแลตั้งแต่เล็กกลับเลี้ยงแบบคนรับใช้ และยังคบเพื่อนไม่ดี ทำให้ต้องไปพึ่งยาเสพติดด้วยความอ่อนต่อโลก แต่เขาก็เอาชนะมันจนได้

ด้วยพิษสุราเรื้อรังหรือโรคซึมเศร้าก็ไม่ทราบ ทำให้เขามีอาการเกร็งชักอยู่บ่อยครั้ง หลายครั้งที่มีคนอยู่ด้วยจึงมีคนบีบนวดให้ และบางครั้งก็เป็นตอนอยู่คนเดียว กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นเลือดเต็มที่นอนไปหมด สุดท้ายเขาก็ต้องยอมจำนนต่อโชคชะตา และโรคร้าย แต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่อยากบ้า

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ก้องมองน้ำเกลือที่ใกล้จะหมด เพื่อนๆ มาเยี่ยมเขามากมาย ทั้ง ลุง ป้า น้า อา ตา ยาย ยกเว้นแม่ เขาไม่เคยนึกโกรธแม่เลย แต่ด้วยโรคร้ายทำให้เผลอพูดไม่ดีกับแม่ด้วยความน้อยใจ ไม่แปลกหรอกที่ครั้งนี้แม่ไม่ได้มา เพราะแม่คงจะยุ่งเรื่องครอบครัวทางนั้น

“หายเร็วๆ นะลูกพี่ จะได้ไปกินเหล้ากันต่อ” เด็กในกลุ่มคนหนึ่งพูด เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ขนาดอยู่ที่โรงพยาบาลยังมาพูดให้เปรี้ยวปาก

“เออ เดี๋ยวข้าก็ได้กลับบ้านแล้ว จะได้เคลียร์เรื่องไอ้สองด้วย”

“ไม่ทันแล้วพี่ ไอ้สองติดคุกไปแล้ว ก็มันดันไปทำเด็กท้อง พ่อแม่เขาก็เลยไม่ยอม” ก้องรับอาสาแก้ไขปัญหาลูกน้องเป็นประจำ ก่อนเกิดเรื่องเขากำลังจะไปช่วยเพื่อน แต่ก็ถูกหามมาที่นี่เสียก่อน

“แล้วมันเป็นไงบ้าง”

“พี่ไม่ต้องห่วง ผมกับเพื่อนบอกพ่อมันให้ไปประกันตัวแล้ว เขาจะให้ผู้ใหญ่มารับฝ่ายเดียว ให้เงินก็ไม่เอา”

“เออ…เป็นลูกผู้ชายกล้าทำก็ต้องกล้ารับสิวะ”

“แต่ยัยอ้อยนี่ผัวเป็นสิบแล้วนะ มันกะจะเป็นเจ้าแม่ซอยเราแล้ว ไอ้สองมันคงยอมหรอก”

“ข้ารู้ แต่ทำอะไรมันก็ไม่ทันแล้ว หมอไม่ให้ข้าออกไปไหน เมื่อวานก็เกือบถูกจับมัดแล้ว”

“งั้นพี่ตามสบายนะ พรุ่งนี้เจอกัน” ก้องมองตามเพื่อนร่วมกลุ่มจนพวกเขาลับตาไป

“ไอ้สอง จะเป็นยังไงบ้างนะ” สองครุ่นคิดแล้วเอนคิดแล้วคิดอีก พยายามที่จะเลิกคิด แต่ก็อดคิดไม่ได้ จึงความหาโทรศัพท์เป็นการใหญ่ แต่ก็หาไม่พบ

“หาอะไรน่ะ!” ลุงเตียงข้างๆ ที่เมื่อวานเขาเห็นกำลังลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว ตอนนี้ตรงมาคุยกับเขาด้วยท่าทางจับผิด

“หาโทรศัพท์น่ะลุง มันหายไปไหนไม่รู้”

“จะหาเจอได้ไง ก็ลุงเป็นคนเอาไปเอง”

“ทำอย่างนี้ได้ไงน่ะลุง เอาไปตั้งแต่ตอนไหน!” ก้องถามเมื่อเห็นลุงแสดงโทรศัพท์ที่เขาตามหา

ในระหว่างที่ก้องกำลังจะโวยวายอยู่นั้น มีชายคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาห้าม “พี่อย่าไปทำลุงแกเลย ผมอยู่นี่แล้วไง”

“ไอ้สอง เป็นไงบ้างวะ ไหนเด็กมันว่าแกไปอยู่ในคุกแล้ว”

“เขาให้ผมแต่งงาน ก็เลยให้ผมออกมา พี่ไม่ต้องห่วงผมแล้วล่ะ เดี๋ยวผมไปก่อนนะ เย็นนี้จะมาหา” สองเดินออกไปด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

“เฮ้ย! แกจะไปไหน” ก้องทำท่าจะวิ่งตามไป แต่กลับถูกกลุ่มบุรุษพยาบาลรุมกันจับมัดเสียก่อน สี่คนก็แทบจะสู้แรงหนึ่งคนไม่ไหว กว่าจะพาเข้าไปที่เตียงได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร

“ผมไม่โดดตึกหรอกน่า ปล่อยผม!” ก้องพูดทันทีที่ร่างถูกดันอยู่บนเตียง

“อาลาวาทอีกแล้วนะคะ” พยาบาลคนหนึ่งยกเข็มฉีดยาขึ้น ก่อนที่จะบรรจงฉีดมันให้กับคนไข้ เมื่อของเหลวไหลผ่านเข้าสู่ร่างกาย ก้องก็รู้สึกได้ถึงความมึนงง และผ่อนคลายอย่างฉันพลัน เขาหลับลงทั้งๆ ที่ถูกพันธนาการ

 

“ฮ่าๆ เป็นยังไงบ้างล่ะ” ลุงหัวเราะแล้วยิ้มให้ เมื่อเห็นก้องพยายามจะลุงขึ้น

“ลุง บอกพยาบาลให้หน่อยสิ ผมปวดฉี่”

“อืมม์ คงไม่อาลาวาทอีกนะ” ลุงรีบปลดผ้าที่มัดกับเตียงออก ก้องบิดขี้เกียจสองสามทีแล้วลุกขึ้น

“อ้าว ไหนว่าจะไปฉี่ไง”

“ผมโกหก ถ้าผมพูดจริงลุงจะปล่อยเหรอ”

“เออจริง หลอกคนแก่ไม่ดีนะ เอ็งเป็นอะไรน่ะ เมื่อวานลุงเห็นทำท่าทางแปลกๆ” ลุงถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะห้องนี้เป็นห้องผู้ป่วยรวม ไม่ใช่ห้องเฉพาะผู้ป่วยทางจิต

“ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องพามาโรงพยาบาลด้วย ลุงล่ะเป็นอะไร” ก้องแกล้งอำแล้วถามกลับ

“ลุงเป็นโรคหัวใจ เดี๋ยวพรุ่งนี้ญาติก็จะมารับกลับแล้ว อาการอย่างเอ็งน่าจะอยู่ห้องเดี่ยวนะ ไม่น่าอยู่รวมกันอย่างนี้”

“ทำไงได้ ห้องมันเต็ม อีกอย่างไม่มีคนดูด้วย ห้องนี้ก็คล้ายห้องเดี่ยวมีแค่หกเตียงเอง” ก้องแค่นหัวเราะ ในเวลาเดียวกันกับที่สองเดินเข้ามาพอดี

“อ้าว! ไอ้สอง มานี่เลย เมื่อวานเป็นไรวะรีบกลับไปเลย ดูแกซึมๆ ไปนะ” ก้องรีบทักเมื่อเพื่อนร่วมก๊วนเดินเข้ามาเงียบๆ

“วันนี้ผมมาลาพี่”

“ลาไปแต่งงานเหรอ” ก้องคุยกับสองแล้วหันไปมองลุงเตียงข้างๆ เห็นว่ากำลังหลับ เขาตีหัวตัวเอง ในใจก็สงสัยว่าภาพที่เห็นลุงกำลังคุยกับเขาเมื่อสักครู่มันเป็นความจริงหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้าถาม เพราะกลัวถูกหาว่าบ้า

“เปล่าพี่…ผมกำลังจะไปตาย ฝากลาอ้อยด้วยนะ” เมื่อสิ้นคำของสอง เขาก็วิ่งไปที่ระเบียง ทำท่าจะกระโดดลงไปเบื้องล่าง

“เฮ้ย! ไอ้สอง นี่มันชั้นสี่นะเว้ย” ก้องรีบวิ่งคว้าตัวสองเอาไว้ แต่ก็กลายเป็นอากาศว่างเปล่า แรงกระโจนสุดตัว ทำให้เขาพลาดท่าตกลงไปในที่สุด ในวินาทีนั้น วินาทีสุดท้ายของชีวิต เขาจึงรู้ว่าสิ่งที่เขาเห็น…มันไม่ได้มีอยู่จริง

 

“กรี๊ด!” คนเบื้องล่างกรี๊ดลั่นเมื่อเห็นร่างอันแหลกเหลวนองอยู่บนพื้น คนรอบข้างวิ่งลงมาดู คนที่เคยอยู่ชั้นเดียวกับเขาต่างมองที่ระเบียงด้วยอาการตกตะลึง

ในเวลาไม่นานตำรวจก็เข้ามาเก็บหลักฐานและสอบพยานลุง และพยานที่เห็นเหตุการณ์

“เมื่อวานลุงเห็นเขาจะกระโดดตึกไปครั้งหนึ่งแล้ว ไม่อยากจะเชื่อเลย”

“แสดงว่าลุงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดใช่ไหมครับ ผมทราบว่าเมื่อวานลุงมีปากเสียงกับเขาด้วย”

“เมื่อวานหลังจากญาติเขากลับไป ก็เห็นเขากำลังหาของอยู่ ลุงจึงถามว่ากำลังหาอะไร เขาก็ตอบว่าหามาถือ ลุงก็จะให้ยืม แต่เขากลับหาว่าลุงเอามือถือเขาไป แล้วก็พูดคนเดียวเสียงดังจนหมอต้องจับมัด ก่อนเกิดเรื่องก็คุยคนเดียวอีก แล้วก็ลุกออกไปจากเตียง หลังจากนั้นก็เป็นอย่างที่เห็น”

“เขาพูดอะไรบ้าง?”

“ไม่รู้สิ ลุงก็ไม่ค่อยเข้าใจ”

“ไหนลุงบอกว่าเขาถูกมัดไว้ไง แล้วลุกออกไปได้ยังไง” ตำรวจถาม

“หมออาจจะมัดไม่แน่นก็ได้” ลุงหวนคิดถึงเรื่องเมื่อคืน เขาช่วยปลดผ้าออก เพราะกลัวว่าจะนอนไม่สบาย แต่ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่ทำลงไป จะเกิดผลอย่างนี้

 

อีกด้านหนึ่ง สองก็ยังคงอยู่ในคุก เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว “เบื่อโว้ย!”

เชื่อเถอะ…ว่าก้องไม่อยากเป็นคนบ้า

 

**************************** THE END ****************************

 

อ่านแล้วเป็นไงบ้าง ช่วยคอมเมนท์ด้วยนะคะ *w* ขอร้อง เพิ่งเขียนเรื่องสั้นเป็นครั้งแรก T^T ยังไงก็ช่วยเมนท์หน่อยนะคะ งานชิ้นต่อไปจะได้มีคุณภาพ TT^TT

สุดท้ายนี้ น้ำน้อยขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยทางจิต ขอให้ฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ รักทุกคนค่า ^O^/

สำหรับ ขวัญแก้ว บันทึกของคนบ้า1 จำเป็นต้องมีคนเมนท์ เพราะคนเขียนเครียด จะเป็นบ้าตามยัยแก้วไปแล้ว @~@

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image