คลังเก็บหมวดหมู่: พินัยภัยรัก

บทที่17 เอาคืน (ยังไม่จบตอน)

บทที่ 17

เอาคืน

 

พลอยเดินเข้ามาในบ้าน ถอดรองเท้าแบบส่งๆ ไม่สนใจว่ามันจะถูกจัดวางไว้เรียบร้อยหรือไม่ วินเดินตามเข้ามาแล้วปิดประตู

“มันเกิดอะไรขึ้น พี่ทำอย่างที่พินัยพูดหรือเปล่า!” วินพูดเสียงดังอย่างไม่พอใจราวกับว่าเขาอยู่คนละฝ่ายกับพี่สาว

“คิงทำอย่างกับไม่รู้จักพี่ดี”

“ก็เพราะผมรู้จักพี่ดี ถึงถามพี่แบบนี้ เรื่องคราวก่อนผมก็บาดเจ็บเพราะพี่ให้คนไปจับเอย แล้วคราวนี้ยังเป็นครูสาอีก ผมไม่น่าบอกให้พี่รู้เรื่องแฟนเก่าของพินัย” วินถอดรองเท้า รีบเดินแซงหน้าให้พ้นพี่สาว

“พี่ไม่ได้ทำนะ แล้วทำไมต้องโกรธพี่ด้วย ชิ!” พลอยกอดอกพูดในขณะที่วินขึ้นไปชั้นบน

คนอะไร เห็นคนอื่นสำคัญกว่าพี่น้อง

 

วินรีบเข้าไปในห้องแล้วกดมือถือหาเอย บางทีเอยอาจจะรู้เรื่องนี้ ถึงครูสาจะเป็นแฟนเก่าของธีรเดช แต่เธอก็เป็นครูที่ดีมากคนหนึ่ง ที่นักเรียนทุกคนให้ความเคารพนับถือ รวมทั้งตัวเขาด้วย

/ “ว่าไง” / ปลายสายพูดอย่างเบื่อหน่าย

“เอยรู้เรื่องครูสาไหม”

/ “มีอะไร นายรู้เรื่องอะไรมา” / ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงชัดเจน บ่งบอกว่าอีกฝั่งกำลังสนใจในสิ่งที่เขาพูด

“แสดงว่ายังไม่รู้เรื่อง” วินเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าและหยิบเสื้อนอกมาใส่

/ “แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ” /

“ช่างมันเถอะ” วินเดินไปพูดไป แล้ววางสาย สวมหมวกกันน็อก คร่อมรถมอเตอร์ไซต์คู่ใจ รอดูสถานการณ์ข้างนอก ถ้าพวกนั้นมีความเคลื่อนไหว จะได้ตามไปทันที โดยไม่สนใจเสียงห้ามของพี่สาว

 

@ ภายในห้องนั่งเล่นในคฤหาสน์หลังใหญ่

เอยวางสายวินแล้วค่อยๆ ใช้ความคิด ส่องสายตาออกไปข้างหน้าคฤหาสน์ เห็นหินกำลังคุยกับพวกบอดี้การ์ดทำหน้าเครียด คำพูดของวินกับเหตุการณ์ตรงหน้า ทำให้เอยคิดเชื่อมโยงได้อย่างง่ายดาย

หรือว่าจะเกี่ยวกับเรื่องเมื่อสักครู่

หญิงสาวเดินเข้าไปหาผู้คุ้มกันร่างใหญ่ กลุ่มชายฉกรรจ์หยุดคุยกันที ทุกคนหันมามองเอยก่อนที่จะหายกันไปคนละทิศคนละทาง โดยเฉพาะหินที่ส่อพิรุธอย่างชัดเจน

“พี่หิน ทำอะไรอยู่เหรอ” เอยพูดพลางเอาทั้งสองข้างมือประสานไว้ข้างหลัง

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอกคุณหนู” หินยิ้มหน้าเจื่อนเหงื่อตก

ให้ตายสิ ถ้าไม่ยิ้มมันจะดูธรรมชาติกว่านี้แท้ๆ

“ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว พอดีเอยจะออกไปเล่นข้างนอกหน่อย พี่หินคงว่างไปกับเอยนะ” เอยส่งยิ้มอำมหิต

“วันนี้คงไม่ได้ครับ พอดีผมจะฝึกพวกบอดี้การ์ด” หินยิ้ม เป็นที่รู้กันว่าถ้าหินยิ้มแสดงว่าเขากำลังโกหก

“ไม่เป็นไร เอยไม่ไปก็ได้” เอยหมุนตัวเดินออกไป

เมื่อหินไม่เห็นเอยตอแย ยอมเลิกราไปง่ายๆ จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบสั่งรวมตัวผู้คุ้มกันทั้งหมด ให้รวมตัวกัน พ่อของเอยเดินออกมายื่นกุญแจรถ ส่งให้ทุกคนรวมทั้งหิน

บอดี้การ์ดทุกคนขึ้นรถออกไป มีเพียงหินที่ขึ้นไปเอาโน้ตบุ๊กในห้องธีรเดช ทำให้เอยมีโอกาสแอบย่องเข้ายังโรงเก็บรถ เนื่องจากมีรถคันเดียวที่ไม่ได้ขับออกไป ทำให้รู้ว่าหินต้องขึ้นรถคันนี้แน่นอน

หินขับรถไปสักพัก เอยจึงออกจากที่ซ่อน ชายร่างใหญ่จึงยอมให้เอยมาด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ให้มาด้วยก็ได้อย่าก่อเรื่องก็แล้วกัน” หินพูดในขณะที่เอยขยับย้ายตัวเองมาเบาะหน้า

“พี่หินเอาโน้ตบุ๊กมาทำไมเหรอ” เอยยกคอมพิวเตอร์พกพาขึ้นมาวางบนหน้าตัก

หินไม่ตอบ เอาแต่ขับรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผู้โดยสารยอมสงบปากสงบคำ เก็บความสงสัยไว้ในใจ มีบางอย่างกำลังบอกเธอว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น

 

บอดี้การ์ดร่างใหญ่ขับรถมายังหน้าบริษัทชิปปิ้งของพลอย เอยมองรถที่บ้านหลายคัน พร้อมกับทีมผู้คุ้มกันหลายคน หินยกของจากตักเอย

“ทำไมคุณเอยมาด้วย” เพชรตกใจเมื่อเห็นเอยลงจากรถมาพร้อมกับหิน

หินส่ายหน้าแทนคำตอบแล้วยื่นโน้ตบุ๊กให้

“รู้ไหมว่าตอนนี้คุณธีร์อยู่ที่ไหน”

“นี่มันเกิดเรื่องอะไร ทำไมต้องตามหาธีรเดชด้วย” เอยถาม ความสงสัยก็คลายลงเมื่อเห็นชายอ้วนร้องไห้ เรียกชื่อแฟนตัวเอง หญิงสาวจึงปะติดปะต่อได้

“ครูสา หายไปเหรอ มันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง แล้วธีรเดชหายไปไหน”

“คุณธีร์มาหาคุณสาที่นี่ แล้วจู่ๆ ก็ขับรถออกไปเลย” คุณลุงขับรถตอบแทนทุกคน

เอยรู้สึกสับสน แต่ในใจก็คิดได้ว่าธีรเดชมีฝีมืออยู่พอตัว แต่ถ้าคนพวกนั้นใช้ครูสาเป็นตัวประกัน เหมือนตอนทำกับเธอล่ะ

“ยังไม่เห็นพิกัดแน่นอน แต่ฉันก็ให้บางคนไปตามพิกัดที่คิดไว้แล้ว โชคดีนะที่คุณธีร์เปิดข้อมูลและมือถือและจีพีอาร์เอส ไม่อย่างนั้นแย่แน่นอน” เพชรหาข้อมูลในกูเกิล มันคือโปรแกรมหามือถือ จึงรู้พิกัดชัดเจน รู้ว่าอยู่ไหน

หินกระจายกำลังให้เอยกลับพร้อมกับลุงคนขับรถเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย โดยให้เอยดูความเคลื่อนไหว และส่งรายงานให้เพชรเป็นระยะ

ธีรเดช ตอนนี้นายอยู่ไหน ทำไมไม่บอกพวกเราเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 16 เป็นเรื่อง!

บทที่ 16

เป็นเรื่อง!

พลอยรอหน้าห้องธีรเดชด้วยความรู้สึกไม่พอใจอยู่อย่างนั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ใครล่ะจะกล้าเดินฝ่าวงล้อมบอดี้การ์ดแล้วกระชากคอเสื้อเจ้าของบริษัทข้อหาเมินเธอ

หญิงสาวเบื่อหน่าย อึดอัดตลอดเวลาการรอคอย เมื่อประตูแง้มออกจึงเห็นผู้หญิงออกมาจากห้องธีรเดช สาส่งยิ้มให้ตามมารยาท แต่ถูกพลอยส่งสายตาอำมหิต เธอจึงหุบยิ้มแล้วรีบเดินออกไป

‘ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร’ พลอยคิด

“คุณพลอย เชิญค่ะ” เลขาพูดหลังจากวางโทรศัพท์

พลอยทำท่าจะเดินเข้าไป แต่เพชรแกล้งยืนขวาง เธอจึงผลักเพชรให้ออกไปไกลหูไกลตาแล้วเดินเข้าไป

“สวัสดีครับ คุณพลอย เชิญนั่งครับ” ธีรเดชยิ้ม เขายังคงนั่งอยู่บนโซฟา มือประสานไว้ข้างหน้า คุยกับพลอย

“เมื่อกี้ใครเหรอคะ” พลอยนั่งลงพลางวางกระเป๋าไว้บนตัก

“เพื่อนเก่า แวะมาหา มีอะไรหรือครับ”

“เปล่าค่ะ พลอยถามเฉยๆ” พลอยแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ในใจแอบคิดเองเออเองว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนใหม่ของธีรเดช สิ่งที่เธอคิดส่งสัญญาณมาจากท่าทางของเธอ

“คุณพลอยโกรธอะไรผมหรือเปล่าครับ” ธีรเดชมองหน้าพลอย มันนานจนทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว ทำอะไรไม่ถูก เพราะที่ผ่านมามีแต่พลอยที่เข้าหาคนอื่น ไม่เคยถูกจู่โจมแบบนี้

“ก็…ก็คุณรังเกียจพลอย” พลอยเมินหน้าไปทางอื่น บ้าจริง แม่เสือสาวอย่างเธอ จะมาหวั่นไหวกับสายตาผู้ชายได้ยังไง ไม่ใช่สาวแรกรุ่นแล้วนะ

“รังเกียจ? อ๋อ เรื่องคืนนั้นที่ผมกลับมาก่อนเหรอครับ” ธีรเดชยิ้มเชิงหัวเราะ เขาเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ เอื้อมมือจับมือพลอยแล้วจูบอย่างอบอุ่นบนริมฝีปากของเธอ

 

‘ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครนะ ทำไมถึงมองแบบนั้น’ สาคิดระหว่างที่เดินลงบันได หรือว่าเป็นผู้หญิงคนนั้นที่โทรมาบ้านของเธอ ยังไงก็กลับไปดูดีกว่า สาหมุนตัวเดินกลับแต่ก็ลังเลว่าจะเข้าไปขัดจังหวะเลยดีหรือเปล่า โดยเฉพาะบอดี้การ์ดสองคนนั้นก็ดูน่ากลัวเกินกว่าที่จะฝ่าวงล้อมไป

สาทำใจดีสู้เสือ สูดหายใจลึกๆ ก่อนที่จะรีบขึ้นบันไดกลับไป

“ขอโทษค่ะ ฉันลืมของไว้ในห้อง” สารีบเปิดประตูโดยไม่สนใจเสียงคัดค้านหรือท่าทีของผู้คุ้มกัน

“ยังเข้าไม่ได้นะครับ” เพชรดึงแขนสา แต่สาก็ใช้ช่วงชุลมุนผลักประตูจนมันเปิดออกมาแล้วเห็นธีรเดชกำลังจูบกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกศิษย์ของเธอ และบอดี้การ์ดทั้งสองก็เห็นเหมือนกับเธอ

“คุณคงจะรู้นะ ว่าผมรู้สึกยังไง” ธีรเดชถอนริมฝีปากท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งสาม พลอยแกล้งทำเป็นเขินอายตามบุคลิกที่เธอปั้นขึ้น

‘หรือว่า เมื่อคืนก่อน คุณธีร์เสร็จแม่เสือสาวไปแล้ว!’ เพชรไม่อยากจะคิด

สีหน้าเรียบเฉยของธีรเดชทำให้ทุกคนเดาอารมณ์ของเขาไม่ออก เหมือนทุกอย่างนิ่งไปชั่วขณะ เพราะในใจมัวแต่คิดอะไรไปต่างๆ นานา

สาเอาตัวเองออกมาจากวงล้อมในระหว่างที่เพชรและอีกคนกำลังตกตะลึง

“ขอโทษครับคุณธีร์ เธอดึงดันจะเข้ามาให้ได้”

“สากลับมาทำอะไรอีก” ธีรเดชเอ่ยเสียงเครียด

“สาก็แค่…คิดถึง” สาเดินเข้ามาก้มลงกระซิบใบหูธีรเดชแล้วยิ้ม ก่อนที่จะหันไปมองพลอยซึ่งกำลังจ้องเขม็ง “สาไปก่อนนะคะ แล้วจะโทรหา”

พลอยมองสาเดินออกไปจนพ้นประตู

“ตกลงผู้หญิงคนนี้คือใครคะ ดูท่าทางไม่น่าจะใช่เพื่อนเก่าธรรมดา” พลอยแสดงอาการหึงหวง

“เขาก็แค่แกล้งอำ พลอยอย่าสนใจเลย”

“วันนี้พลอยมีธุระ พลอยขอตัวนะคะ” พลอยหงุดหงิดเดินออกไป ยิ่งหันมองกลับมาเห็นเพชรโบกมือลายิ่งรู้สึกอารมณ์เสีย

‘หรือว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็น แฟนเก่าที่คิงพูด’ พลอยหยุดคิดแล้วเดินออกไป

 

@ คฤหาสน์

ธีรเดชกลับบ้านด้วยอาการอ่อนเพลียเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่วายหยุดตรงหน้าห้องคู่หมั้น ชายหนุ่มทราบจากโทรศัพท์ว่าเอยกลับมาถึงบ้านตั้งแต่ตอนเย็น ไกลกันแค่ผนังกั้น แต่เหมือนห่างไกล

เมื่อไรเรื่องร้าย จะจบลงสักที

ร่างสูงยืนอยู่อย่างนั้นจนประตูเปิด ธีรเดชตกใจตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นแววตาเอยมาประสาน ชายหนุ่มรีบหมุนตัวเข้าห้องด้วยความรวดเร็ว โดยมีเสียเอยบ่นตามหลัง

“เมินยังไง ฉันก็ไม่สนใจนายหรอก”

ธีรเดชยืนพิงประตู ปลดปล่อยอารมณ์ชั่วครู่ แล้วเข้าไปอาบน้ำ

 

@ ทางด้านพลอย

“เป็นอะไรพี่พลอย ทำหงุดหงิด ตั้งแต่กลับมาเอาแต่จับมือถือแล้วก็วาง” วินหยิบน้ำในตู้เย็นมาดื่ม มองพี่ทำนั่งโซฟาหน้าทีวีเปิดข่าวกลบเกลื่อนอารมณ์ขุ่นมัว

“วิน ถ้าผู้ชายรู้ว่าคนที่ชอบโกรธจะทำยังไง”

“มันก็แล้วแต่คนนะ มันอยู่ที่ว่าเป็นแฟนกันหรือยัง ความสัมพันธ์ระดับไหน” วินเดินเข้ามานั่งข้างพลอยแต่ตายังคงจ้องมองข่าวในทีวี

“ถ้าระดับที่เกือบจะขึ้นเตียงกันล่ะ” พลอยพูดแล้วยิ้มภูมิใจเล็กๆ

“แหม พี่ แสดงว่าไปสวนวันก่อนมีอะไรดีๆ ใช่ไหม ไม่เห็นเล่าให้ผมฟังเลย” วินลดเสียงทีวีเพราะอยากได้ยินเสียงพี่สาวพูดชัดๆ

“ก็นิดหน่อย แล้วถ้าเป็นวินล่ะ ถ้าสนิทขนาดนี้ เวลาแฟนโกรธ คิงจะทำยังไง”

“โหยพี่ ไม่คิดจะเล่าให้น้องฟังเลยเหรอ” วินวางรีโมตลงบนโต๊ะ แล้วทำหน้าบูด

“เอาน่า ถ้าเป็นคิงล่ะ ลึกซึ้งจนเกือบขึ้นเตียงแล้ว คงจะทำยังไง”

“ถ้าเป็นผม คนที่ชอบโกรธเหรอ เกือบขึ้นเตียงด้วย” วินนึกถึงรอยยิ้มและกลิ่นกายของมิ้นตอนซ้อนมอเตอร์ไซต์ แล้วนึกภาพตัวเองกับมิ้นนั่งด้วยกันอยู่บนเตียง สบตากัน จูบกัน

แปะ!

“คิดอะไรอยู่” พลอยปรบมือให้วินตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นวินยิ้มหน้าแดงตาลอยอ้าปากค้าง

“พี่นี่ เปล่าคิดอะไรสักหน่อย ถ้าเป็นผม ผมก็พูดคุยปรับความเข้าใจ จนกว่าเขาจะเข้าใจ” วินหลบตาหันหน้าไปทางอื่น

“นั่นสิ ไม่เห็นพินัยโทรหาพี่เลย ทั้งๆ ที่พี่ทำท่าโกรธขนาดนั้น” พลอยพูดกับตัวเองดังๆ

“ไม่แน่ พินัยอาจจะเป็นคนโง่ ที่ไม่เข้าใจผู้หญิงก็ได้” วินหันหน้าสบตาคุย

“ไม่มีทาง พินัยเคยมีแฟนแล้ว จะไม่เข้าใจอารมณ์ผู้หญิงได้ยังไง”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาคงไม่ได้รักพี่จริงแล้วล่ะ” วินยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอนตัวพิงโซฟา แล้วเปิดเสียงทีวีด้วยรีโมตด้วยความดังเท่าเดิม โดยไม่รู้ว่าคำพูดแกล้งหยอกของเขาทำให้พี่สาวต้องคิดมาก

 

@ เช้าวันรุ่งขึ้น

หน้ามหาวิทยาลัย

แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาปิดเทอม แต่ครูก็ต้องมีภารกิจตรวจข้อสอบ และครูบางคนก็นัดเด็กเข้ามาทำกิจกรรมแก้รอในมหาวิทยาลัย รวมไปถึงการเซ็นชื่อรับทราบประกาศจดหมายเวียนซึ่งออกมาจากฝ่ายธุรการ

“จอดตรงข้างหน้านี้แหละ เดี๋ยวสาเดินเข้าไปเอง” สาลงจากรถกระบะสีทองของตัวเอง โดยมีสามีพุงพลุ้ยเป็นคนขับ เธอมองรถออกไปไกลแล้วค่อยทำท่าจะเดินเข้ามหาวิทยาลัย

ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสามคนเดินเข้ามา ดูเหมือนเป็นชุดนักศึกษา แต่หน้าและหุ่นไม่น่าจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยนี้ น่าจะเป็นนักศึกษาสายอาชีพมากกว่า เพราะพวกเขาดูแข็งแรงและบึกบึน

“ขอเชิญคุณครูไปกับเราด้วยครับ” หนึ่งในชายฉกรรจ์พูดด้วยวาจาสุภาพ

สารู้สึกถึงของแข็งบางอย่างจ่ออยู่ตรงเอว เธอค่อยๆ เหลือบมองจึงรู้ว่ามันเป็นมีดปลายแหลม

“โอเค ฉันไปกับพวกคุณก็ได้” สาเหงื่อตกทำใจดีสู้เสือ ทำทีท่าว่าจะขึ้นไปบนรถด้วย แม้ว่าจะหาจังหวะอยู่ตลอด แต่อีกฝ่ายก็ไม่เปิดช่องให้เธอเลยสักนิด

 

เวลาผ่านไป~

สามีของสาขับรถมารับในตอนเย็น เมื่อไม่พบเขาจึงรีบโทรเข้ามือถือ

/ “ขอโทษค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ เดอะ นัมเบอร์ ….” /

ทำไมสาถึงปิดเครื่องนะ ปกติสาไม่เคยปิดมือถือ

ชายร่างอ้วนรีบรุดเดินเข้าไปยังอาคารสูงซึ่งในนั้นมีห้องพักครู แต่ก็ไม่เห็นภรรยาตัวเอง ครูที่ยังคงตรวจข้อสอบอยู่ เงยหน้ามองขึ้นเห็นสามีเพื่อนร่วมงานที่กำลังหันซ้ายหันขวาอยู่ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“มาหาใครหรือเปล่าคะ”

“เห็นสาไหมครับ ผมมารับไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน”

“ครูสา วันนี้ไม่ได้มามหาวิทยาลัยนะคะ ไม่ทราบว่าทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า” เพื่อนครูถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่นี่ครับ หรือว่า” ชายอ้วนคิดได้ เขาหน้าเสียแล้วรีบหุนหันเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คู่สนทนายืนสงสัยอยู่อย่างนั้น

ให้ตายเถอะ หรือว่าโทรศัพท์ของผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แค่คำขู่ มันต้องมีอะไรเกี่ยวกับนายไฮโซคนนั้นแน่ นายพินัย

 

@ คฤหาสน์

ฟ้ามืด ครอบคลุมทั่วบ้านหลังใหญ่ คนคนยาวสีดำกำลังจะแล่นเข้าบ้าน แต่ก็ถูกชายร่างอ้วนมายืนกันเสียก่อน ทำให้คนขับรถต้องรีบเหยียบเบรกจนหน้าคะมำ

“เกิดอะไรขึ้น”

“ขอโทษครับนาย ไม่รู้มีใครมายืนขวางหน้ารถครับ”

ธีรเดชมองไปข้างหน้า เห็นชายร่างอ้วนถูกผู้คุ้มกันประจำหน้าบ้านสองคนกำลังล็อกแขนอยู่ ชายพุงพลุ้ยตะโกนด่า ถึงแม้ว่าในรถเขาจะไม่ได้ยินเสียง แต่ก็เดาได้จากท่าทาง

“เพชร นายลงไปดูให้หน่อยว่าเขามาทำอะไร”

“ครับ” เพชรลงจากรถ และคุยกับชายแปลกหน้าสักครู่ก่อนที่จะเดินมาหาเจ้านายของเขา

“ผมก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้สึกว่าเกี่ยวกับคนชื่อสา” เพชรพูดในขณะที่ธีรเดชเปิดกระจกรถไว้รออยู่ก่อนแล้ว

“เดี๋ยว ฉันลงไป”

“ลงมาแล้วเหรอ ไอ้พินัย แน่จริงมาตัวต่อตัวไหม เล่นหมาหมู่อย่างนี้ไม่แน่จริงนี่หว่า” ชายร่างอ้วนพูดหาเรื่อง

“ปล่อยมัน” บอดี้การ์ดทำตามคำสั่ง

เมื่อชายอ้วนหลุดออกมาได้จึงปรี่เข้าไปชกธีรเดชแต่เขาเอี้ยวหลบทัน แล้วชกพุงกลับทำให้ร่างอ้วนนอนจุกอยู่บนพื้น

“จะคุยกันได้หรือยัง คุณเป็นใคร” ธีรเดชใช้มือข้างหนึ่งเท้าสะเอวยืนมองอีกฝ่าย

“ผมเป็นแฟนสา” ชายอ้วนจับท้องตัวเอง ไขมันจำนวนมากของเขาไม่ได้ช่วยป้องกันความเจ็บปวดเลยสักนิด

“นายนี่เองที่แย่งคนรักเก่าฉัน ที่มาที่นี่มีธุระอะไร หรือคิดว่าสาอยู่ที่นี่”

“เปล่า สาหายตัวไป ผมคิดว่าเป็นฝีมือผู้หญิงของคุณ” ชายอ้วนลุกขึ้นยืน

“หรือว่าเป็นฝีมือพลอย พวกนายช่วยดูแลผู้ชายคนนี้ด้วยนะ” ธีรเดชหมุนตัวทำท่าจะขึ้นรถ แต่ก็ถูกมืออ้วนจับไว้ก่อน

“ช่วยพาผมไปด้วยเถอะ ถ้าเป็นคู่หมั้นของคุณ คุณคงอยู่เฉยไม่ได้ใช่ไหม” ชายอ้วนส่งสายตาอ้อนวอน

“ก็ได้” ธีรเดชใช้ความคิดชั่วครู่แล้วตอบออกไป

 

‘เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่เข้ามา’ เอยเดินออกมาส่งสายตาไปยังหน้าบ้าน แต่ก็มองไม่ชัด เห็นแต่ไฟแสงไฟประจำทางกับหน้ารถ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงรีบเดินไปยังหน้าบ้าน แต่ระยะทางก็ไกลเกินกว่าที่เธอจะเดินตามไปทัน

หญิงสาวมองรถหรูสีดำคันยาวขับแล่นออกไป จึงหันไปถามคนเฝ้าหน้าประตู

“มีอะไรเรื่องอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณเอย แค่คนมาตามหาแฟนตัวเองแล้วขอให้คุณธีร์ช่วย”

“เหรอ ปกติธีรเดชจะไม่ค่อยยุ่งเรื่องคนอื่น ทำไมวันนี้ถึงใจดีได้นะ”

“ไม่ทราบครับ” คนเฝ้าหน้าประตูพูดพร้อมกัน เอยถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

 

@ บริษัทของพลอย

ไฟสปอตไลต์ส่องแสงเวลามืด เพื่อให้ความสว่าง ป้องกันขโมย และการทำงานบางส่วนในเวลากลางคืน

ธีรเดชจอดรถตรงหน้ารั้ว หน่วยรักษาความปลอดภัยเดินเข้ามาหา ขอบัตรประชาชนก่อนที่จะโทรไปหานายจ้าง

“เห็นไหม สุดท้ายเขาก็ต้องมาขอโทษพี่” พลอยยิ้มเมื่อคุยกับปลายสายเสร็จเรียบร้อย แล้วหันไปคุยกับน้องชาย เมื่อเห็นวินยิ้มเรียบแทนการตอบรับ เธอจึงรีบรุดไปหา

วินไม่เชื่อว่าพินัยจะหลงกลพี่สาวตัวเอง จึงเดินตามไปแอบดูให้แน่ใจว่าพี่สาวทำสำเร็จจริง

พลอยเปลี่ยนจากสีหน้ายิ้มเป็นสีหน้าไม่พอใจเมื่อเห็นกลุ่มคนจำนวนมากลงมาจากรถ มีบางอย่างส่งสัญญาณว่าธีรเดชไม่ได้มาเพื่อขอโทษเธอ สังเกตได้จากสีหน้าที่ปราศจากความรู้สึกผิดจากเขา

“สวัสดีครับคุณพลอย” ธีรเดชพยายามใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้

“มีอะไรหรือคะ” พลอยพูดเสียงแข็ง เดินผ่านรั้วบริษัทออกมาคุยด้านหน้า

“คุณพาคุณสาไปไว้ไหนหรือเปล่า”

“ทำไมฉันจะต้องพาคนอื่นไปไหนด้วย นี่คุณกำลังพูดเรื่องอะไร” พลอยทำหน้าไม่เข้าใจ

“ขอร้องเถอะ ปล่อยสาของผมไปเถอะคุณพลอย ผมไหว้ล่ะ” ชายอ้วนคุกเข่าก้มลงไหว้

“อะไรกันน่ะ คนนี้เป็นใคร” พลอยถอยหลังหนึ่งก้าว มองการกระทำของชายไม่คุ้นตาแล้วถามธีรเดช

“ขอผมเข้าไปดูข้างในหน่อยได้ไหม” ธีรเดชทำท่าจะเดินเข้าไปข้างใน แต่ก็ถูกพลอยยืนขวาง

“ถึงจะเป็นคุณ ฉันก็ให้เข้าไม่ได้นะคุณธีรเดช ให้ความเป็นส่วนตัวกับฉันด้วย”

วินมองท่าทางของพลอยกับพินัยเหมือนทะเลาะอะไรกัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงอาศัยความมืดเข้าไปฟังใกล้ๆ ซึ่งทำได้ไม่ยากนัก เพราะคนพวกนั้นก็ไม่ได้ทำท่าทางปิดบัง โดยเฉพาะพลอย พูดเสียงดังราวกับจะประกาศให้โลกรู้

“ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร และฉันก็ไม่ยอมด้วย ถ้าพวกคุณจะค้นก็ให้ไปเอาหมายค้นมา!”

เมื่อชายอ้วนเห็นเจ้าของที่ไม่ยินยอม แล้วทำให้เขาต้องอาศัยจังหวะรีบวิ่งพยายามเข้าไป แต่ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยล็อกตัวเอาไว้

“สา สา อยู่ในนั้นไหม สา!”

“เอาคนของคุณออกไปเลยนะ แล้วอย่าให้ฉันเห็นหน้าอีก” พลอยเดินเข้าไป แล้วปิดประตูรั้ว

“หยุดเถอะครับคุณ” ธีรเดชนึกขึ้นได้ว่าตัวเองปิดมือถือเพราะชาร์ตเอาไว้ เขาจึงรีบเปิดเครื่องเผื่อมีธุระเร่งด่วนสำคัญ ชายหนุ่มคาดหวังให้คู่กรณีโทรติดต่อมา เป็นตามคาด มีเบอร์คนแปลกหน้าโทรมา

ธีรเดชรีบโทรกลับเบอร์ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าโทรมาเบอร์นี้หรือเปล่า” ธีรเดชถามทันทีที่มีคนรับสาย

/ “ถ้าอยากให้ครูสาปลอดภัยให้รีบขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน มาคนเดียว อีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะติดต่อกลับ” / ปลายสายพูดเสียงเรียบแล้ววางหูไป

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังไงสาก็ต้องปลอดภัย” ธีรเดชมองชายอ้วนกำลังร้องไห้ ทรุดเข่าลงบนพื้น ก่อนที่จะเดินเข้าไปหา แล้วตบบ่าเบาๆ

“ขอกุญแจหน่อย ฉันจะไปเอาของที่รถ”

“นี่ครับนาย” คนขับรถยื่นกุญแจให้ ธีรเดชรับมันแล้วบิดกุญแจเปิดเครื่องยนต์ มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินทันที ปล่อยให้คนทั้งหมดตกใจ

“นายจะไปไหน!” เพชรรีบวิ่งตามรถคันงามไปแต่ไม่ทัน ได้แต่ยืนหอบจับเข่าตัวเองอยู่อย่างนั้น หลังจากรถแล่นผ่านลับตาไป เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้น

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

/ “เดี๋ยวเพชรให้คนที่บ้านมารับก็แล้วกัน เรื่องนี้ฉันไม่อยากให้ใครมายุ่ง” / ปลายสายพูดทันทีที่เขารับ แต่เพชรตอบกลับได้แค่คำสั้นๆ เท่านั้น

“นาย…”

 

บทที่ 15 หอกข้างแคร่

บทที่ 15

หอกข้างแคร่

@ ทางด้านเพชร

เพชรนอนหงายก่ายหน้าผาก รู้สึกฉงนในรูปคู่ระหว่างพลอยกับธีรเดช โดยปกติแล้วนายผู้ชายน่าจะโทรมาเหมือนเมื่อวาน หรือว่าเพราะภาพที่เขาส่งไปทำให้นายสบายใจ เลิกคิดกังวล เลิกคิดที่จะโทรมา แต่เหมือนลืมอะไรไปบางอย่างนะ ให้ตายเถอะ

‘แต่เดี๋ยว ทำไมคุณธีร์ถึงไม่กลับบ้านนะ ไปแค่ชลบุรี เช้าไปเย็นกลับก็ได้นี่ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย นอนเถอะ’ เพชรพลิกตัวนอนตะแคง คงไม่มีอะไรหรอกกระมัง คนอย่างนายระวังตัวจะตาย ยิ่งเรื่องผู้หญิงด้วย เป็นไปได้ยาก ไม่เหมือนเขา ที่ติดไฟกับผู้หญิงง่ายเสมอ

 

“จะไปไหนคะคุณธีรเดช”

“คุณ…”

“รู้สึกว่าเจ้าหนูของคุณจะไม่ทำตามสั่งนะคะ”

 

เพชรนึกถึงตอนนั้น ตอนที่พลอยนึกว่าเขาเป็นธีรเดช ภาพพวกนั้นทำเอาบางอย่างตั้งขึ้นเพราะควบคุมไม่ได้ บ้าละ จะมาหื่นอะไรตอนนี้ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นห้องนอนของเจ้านาย ป่านนี้ คุณพลอยคงสมใจอยากไปแล้ว ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปหรอก

‘แล้วถ้าคุณธีร์เสร็จแม่เสือสาวล่ะ จะทำยังไง และแล้วยิ่งเลวร้ายไปกว่านั้น ถ้าคุณเอยรู้ มีหวังทรัพย์สมบัติของตระกูลนาวาต้องถูกบริจาคการกุศลแน่ โทรหาหินดีกว่า ให้หินคอยระวังอีกแรง’ เพชรพลิกตัวเอื้อมไปหยิบมือถือแล้วลุกขึ้นนั่ง โทรหาเพื่อนร่วมงานอย่างรวดเร็ว

ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..!

เพชรกดโทรไปหลายสาย ทั้งของหิน และบอดี้การ์ดอีกคนก็ไม่มีใครรับ

‘ปกติผู้คุ้มกันจะถูกฝึกให้ตื่นตัวเสมอ ทำไมวันนี้ถึงได้ขี้เซาขนาดนี้นะ เพิ่งเที่ยงคืนเอง’ เพชรคิดก่อนที่จะโทรหานายของเขา

ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..!

“หวังว่าไม่เกิดอะไรขึ้นนะ รับสินาย รับสิ”

 

หินลุกขึ้นนั่งเพราะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำจึงเดินเข้าไปในห้องเจ้านาย เพราะมีห้องน้ำอยู่ด้านใน เมื่อร่างใหญ่ทำธุระเสร็จด้วยอาการงัวเงียก็มองเห็นว่านายของเขายังไม่กลับมา จึงดูนาฬิกาในมือถือเลยเห็นสายหลายสายไม่ได้รับ เขาจึงโทรกลับไปทั้งๆ ที่ยังไม่ดูเวลาเสียด้วยซ้ำ

“ว่าไงเพชร”

/ “โล่งอก คุณธีร์เป็นไงบ้าง” /

“กำลังกินข้าวกับคุณพลอย”

/ “นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะ ยังกินข้าวอยู่เหรอ” / ปลายสายถามเพราะคิดว่าหินกำลังคุ้มกันนายอยู่

“เที่ยงคืน! เดี๋ยวไปดูก่อนนะ” หินรีบวิ่งไปโต๊ะที่คาดว่าธีรเดชยังคงอยู่กลับพลอย ปรากฏว่าไม่มีใคร มีเพียงจาน แก้วน้ำ ขวดไวน์ว่างเปล่า มิหนำซ้ำ ยังถอดเสื้อคลุมวางไว้บนโต๊ะ แม้ว่าหินจะเป็นคนซื่อ แต่ก็พอคิดออกว่า นายของเขากำลังพบอันตรายในรูปแบบไหน

“นายหายไป”

/ “ฮะ! นายหาย! รีบหาให้เจอ หินรู้ไหม คราวก่อนเพชรเกือบโดนปล้ำเพราะนึกว่าเป็นคุณธีร์” / ปลายสายตะโกนลั่นก่อนที่จะเบาเสียงลงเพราะกลัวนายผู้หญิงจะได้ยิน

“ฉิบหาย! ทำไมเพิ่งมาบอก” หินสบถเสียงดังจนเพชรต้องเอาหูออกจากโทรศัพท์ชั่วครู่

/ “ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้เล่า หินรีบตามหาเดี๋ยวนี้เลย” /

“โอเค ข้าวางสายก่อนนะ” หินวางสายแล้วรีบวิ่งไปหาเพื่อนบอดี้การ์ด

“ตื่น! ตื่นได้แล้ว นายหาย!” หินเขย่าตัวปลุกเพื่อนร่วมงาน

“นายหาย!” เพื่อนร่วมงานสะดุ้งตื่นทันที

“เออสิ! รีบไปหาเร็ว!” หินเดินนำ ส่วนอีกคนก็ขยี้ตาเพื่อไล่ความง่วงออกไป

 

ตรู๊ด! ตรู๊ด!    ตรู๊ด! ตรู๊ด!   ตรู๊ด! ตรู๊ด!

เสียงมือถือดังอย่างไม่ขาดสาย

พลอยเดินออกมาจากห้องน้ำโดยสวมเสื้อคลุมผ้าขนหนู ด้วยความรำคาญจึงกดลดเสียงลงถึงขีดสุด เธอเอาผ้าขนหนูใส่น้ำเย็น เช็ดใบหน้าและลำคอให้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลาย

มือเรียวยาวจัดแจงปลดกระดุมเสื้อจนครบทุกเม็ดอย่างเบามือ แล้วลูบไล้ไปตามลำคอจนถึงลูกระนาดบนท้องน้อย ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ หล่อ รวย หุ่นน่ากิน

“คุณพลอย คุณมาทำอะไรที่นี่” ธีรเดชพูดเสียงอ่อน เขาจับมือนุ่มให้หยุด พยายามลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่ง

“พลอยเห็นคุณไม่สบายก็เลยจะเช็ดตัวให้” พลอยทำใจดีสู้เสือพูดออกไป แล้วยื่นมือเข้าไป แต่ถูกชายหนุ่มปัดมือออกราวกับคนไม่มีแรง

“หิน หินอยู่ที่ไหน” ธีรเดชมองรอบห้องด้วยอาการอ่อนเพลีย

“หินก็นอนหลับอยู่ในที่ของเขาแหละค่ะ” พลอยฉีกยิ้ม

“คุณพลอยหมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความว่า เราจะทำอะไร ก็ไม่มีใครรู้ ไว้ใจพลอยเถอะค่ะ พลอยจะเก็บไว้เป็นความลับ” พลอยเข้าไปซบอกชายหนุ่มจนเขาได้กลิ่นครีมอาบน้ำลอยออกมาจากเนื้อกายสาว

“คุณรู้ตัวหรือเปล่า ว่าพูดอะไรออกมา” เสียวแผ่วเบาของธีรเดชทำให้พลอยยิ่งรู้สึกถึงความเซ็กซี่ที่เขาไม่ได้ตั้งใจ

“ไหนคุณธีร์บอกว่าอยากรู้จักพลอยไม่ใช่หรือคะ ถ้าอย่างนั้นก็… เชิญรู้จักให้มากกว่านี้สิ” พลอยถอยตัวเองออกมาด้วยการนั่งตัวตรงปลดผ้าคลุมตัวนอกทำให้ชายตรงหน้ารู้ว่าข้างในไม่ได้ใส่อะไรเลย

“คุณใส่เสื้อผ้าเถอะ ผมจะคิดว่าไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้” ธีรเดชพูดคลายคนไม่มีแรงยังคงนั่งพิงหัวเตียงอยู่อย่างนั้น

“ทำไม คุณไม่ได้คิดอะไรกับพลอยเหรอ หรือว่าคุณชอบเอย”

“ไม่ใช่ ผมไม่ได้รักเอย”

“ไม่ใช่แล้วทำไมถึงปฏิเสธ”

“คุณมีค่าเกินกว่าที่จะทำแบบนี้”

“พลอยไม่สน เพียงแค่เรารักกัน ถ้าคุณเห็นคุณค่าคนที่อยู่ตรงหน้าก็ควรคว้าเอาไว้” พลอยใช้ร่างเปลือยเปล่าซบอกอีกครั้ง ก่อนที่จูบต้นคอชายหนุ่มไล่ไปถึงริมฝีปาก ชายหนุ่มเคลิบเคลิ้มกายนุ่มหอมละมุน

ปัง! ปัง! ปัง!

“คุณพลอยครับ! คุณพลอย!”

เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังสนั่นทำลายบรรยากาศรื่นรมย์ออกไปหมด พลอยผละตัวเองออกจากธีรเดชแล้วใส่เสื้อคลุมให้เรียบร้อย เดินจ้ำลงไปเปิดประตู

“มีอะไร” พลอยพูดเสียงแข็ง

“คุณธีร์อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ” หินเปิดประเด็นโดยไม่ไว้หน้าฝ่ายตรงข้าม

“ไม่นี่ ไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องเหรอ” พลอยลอยหน้าลอยตาพูด

“ถ้าอย่างนั้นขอผมเข้าไปหน่อย” หินทำท่าจะเดินเข้าไป แต่พลอยก็ยืนขวางประตูเอาไว้

“ขอโทษครับ” หินผลักเจ้าของบ้านจนกระเด็นแล้วรุดขึ้นบันได โดยมีเพื่อนร่วมงานตามไปติดๆ พลอยรีบเดินตาม แต่ก็ไม่ทันชายฉกรรจ์สองคน พวกเขาเดินตามแสงไฟที่กำลังปิดอยู่ แต่เมื่อเปิดประตูก็ไม่พบใคร

พลอยหน้าตื่นแหวกทางชายสองคนแล้วมองเข้าไปในห้อง

“เห็นไหม ไม่มีอะไร” หญิงสาวปรับสีหน้าแล้วทำใจดีสู้เสือ หินและเพื่อนเมื่อเห็นอย่างนั้นจึงก้มโค้งขอโทษ

“ขอโทษครับ ไป” หินกับพวกรีบเดินกลับ เมื่อพลอยเห็นคนพวกนั้นเดินไปไกลจึงเดินตามหาจนทั่วห้องแต่ก็ไร้วี่แววธีรเดช เหลือเพียงแต่เนกไทซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ พลอยหยิบมันขึ้นมาก่อนที่จะกำไว้แน่นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

 

@ หินรีบเดินกลับที่พักอย่างรวดเร็ว

“แล้วนายหายไปไหนล่ะ พี่หิน” เพื่อนร่วมงานถามเพราะหินไม่พูดอะไรเลยหลังจากออกจากบ้านหลังนั้น

“อยู่นั่นไง” หินวิ่งเข้าไปประคองนายซึ่งกำลังนั่งอยู่กับพื้นตรงหน้าห้องโดยมีเพื่อนร่วมงานช่วย พวกเขาหอบร่างธีรเดชเข้าไปข้างใน จัดแจงพานายนอนลงบนเตียงนุ่ม

หินถอนหายใจเมื่อเห็นนายนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงในสภาพเกือบเปลือยท่อนบน ก่อนที่จะพากันเดินออกมาหน้าห้องนอน เขายกมือถือขึ้นโทรหาเพชร

/ “นายเป็นไงบ้าง” / ปลายสายพูดทันทีที่รับสาย

“นายปลอดภัยดีแล้ว”

/ “ฮ่าๆ ดีแล้วหิน นายเป็นผู้พิทักษ์สมบัติตระกูลนาวากรุป กลับไปต้องฉลองสักหน่อย” / น้ำเสียงปลายสายพูดพลางหัวเราะร่า

“ไม่รู้สิ ข้าไม่แน่ใจ”

/ “อ่าว ทำไม” /

“สภาพของนายมันก้ำกึ่ง ไม่รู้ว่าเสร็จคุณพลอยหรือเปล่า ตั้งแต่มานี่นายยังไม่ได้พูดอะไรเลย นี่ก็หลับไปแล้ว”

/ “ว่าไงนะ! ให้ตายเถอะ ยังไงก็ให้คุณเอยรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เดี๋ยวเพชรจะอยู่ที่นี่กับคุณเอยต่ออีกหนึ่งวัน ยังไงก็ฝากดูแลนายด้วย” / ปลายสายพูดเสียงดังก่อนที่จะเบาลง

“เออ” หินรีบวางสายแล้วถอนหายใจ

 

@ เช้าวันรุ่งขึ้น

ธีรเดชตื่นขึ้นมาพร้อมด้วยอาการปวดหัวจนแทบจะระเบิด มองภาพห้องนอนซึ่งตกแต่งเครื่องเรือนด้วยไม้และผนังอิฐ ก่อนที่จะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนได้ จึงรีบเรียกคนสนิท

“หิน” เสียงแหบพร่าดังขึ้นเพียงพอที่จะทำให้คนข้างนอกได้ยิน

“ตื่นแล้วหรือครับนาย” ร่างใหญ่เปิดประตูเข้ามาโดยไม่รีรอ

“นี่กี่โมงแล้ว”

“ใกล้แปดโมงแล้วครับ” หินตอบในขณะที่ธีรเดชยกผ้าห่มบนที่นอนขึ้นแล้วหยิบมือถือขึ้นมา

หินมองหน้าธีรเดชซึ่งกำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจหลังจากกดข้อความในมือถือ

“หิน เราจะรีบกลับ โทรไปบอกเพชรว่าหินจะเปลี่ยนหน้าที่กับเพชร” ธีรเดชพูดจบก็รีบอาบน้ำ ใช้เวลาไม่นานเขาก็ออกมา

ธีรเดชเดินนำผู้คุ้มกันทั้งสองคนไปยังบ้านหลังใหญ่ เห็นพลอยกำลังคุยกับคุณงานเมื่อเห็นเป้าหมายเดินเข้ามาจึงบอกให้คนงานไปจัดการตามคำสั่ง

“คุณธีร์มีอะไรหรือเปล่าคะ” พลอยถามเสียงเรียบเช่นเดียวกับใบหน้า

“ผมมีธุระต้องรีบกลับ”

“ค่ะ” พลอยยิ้มเล็กน้อย

“เมื่อคืนผมต้องขอโทษด้วยที่คนของผมเสียมารยาท”

“ไม่เป็นไรค่ะ พลอยไม่ถือ” พลอยทำหน้าเฉย โดยที่ไม่รู้ว่าธีรเดชไม่สนใจการกระทำของเธอเลยสักนิด

“ขอบคุณมากนะครับ การมาครั้งนี้ทำให้ผมผ่อนคลายได้เยอะเลย รักษาสุขภาพนะครับ” ธีรเดชเดินออกไปพร้อมกับผู้คุ้มกัน ปล่อยให้พลอยยืนกำหมดเม้มริมฝีปากไม่พอใจอยู่อย่างนั้น

 

@ ทะเล

เอยอาบน้ำแต่งตัว พาเพชรไปทานอาหารทะเล ซึ่งร้านตั้งอยู่ใกล้ริมชายฝั่งของหาดที่ห่างออกไป

“ร้านอาหารที่นี่อร่อยเนอะ พี่เพชรมีอะไรหรือเปล่า” เอยพูดอย่างอารมณ์ดี ต่างจากเพชรที่เอาแต่นิ่งทำหน้าเครียดจนเธอสังเกตเห็นจึงถามออกไป

“ไม่มีอะไรหรอก ร้านนี้อร่อยดี ราคาก็ถูกด้วย” เพชรยิ้มกลบเกลื่อนแล้วตักอาหารเข้าปาก

“ต้องมีอะไรแน่ๆ” เอยคาดคั้นจนเพชรต้องเผยออกมาแต่ไม่หมด

“ผมเล่าให้ฟังก็ได้ พอดี วันนี้นายมาทำธุระแถวนี้ก็เลยอยากให้ผมสลับตัวกับหินไปช่วยงาน คิดว่าจะได้เที่ยวอีกวันแล้วเชียว อีกไม่ถึงชั่วโมงก็คงถึงที่นี่แล้ว”

“ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยากด้วย ถ้าพี่เพชรอยากอยู่ต่อเดี๋ยวเอยบอกตาขี้เก๊กก็ได้นะ อยู่กับพี่หินเซ็งพอดี พี่หินไม่ค่อยคุยเลย” เอยยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ

“ไม่ได้หรอกครับคุณเอย งานนี้มีแต่ผมที่จัดการได้ ถ้าคุณเอยอยากช่วยจริงๆ ก็ เป็นเด็กดีให้เพื่อนผมแล้วกันนะครับ” เพชรยิ้ม

“ใครว่าฉันเป็นเด็กกันเล่า ฉันยี่สิบแล้วนะ เอางั้นก็ได้ นี่เห็นแก่พี่เพชรนะ” เอยหน้ามุ่ย แล้วทานอาหารต่อ

 

เวลาผ่านไป ~

เพชรพาเอยออกมาจากชายหาดเพื่อเปลี่ยนตัวผู้คุ้มกัน ธีรเดชซึ่งกำลังทำเรื่องเข้าพักกับหิน แอบมองเอยกำลังยีนอยู่กับเพชรทั้งคู่สนิทสนมเกินกว่าจะเป็นลูกจ้างนายจ้าง ยิ่งเห็นเพชรลูบหัวเอยยิ่งอยากจะเข้าไปต่อยสักหมัดสองหมัด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาเองที่เป็นคนสั่งให้เพชรรับหน้าที่นี้

แม้มันจะดูน่าหมั่นไส้ก็ตาม

หินลงชื่อกับเจ้าหน้าที่ทหารเสร็จมองธีรเดชที่กำลังมองเพชรอย่างเข้าใจ เขายิ้มอ่อน อย่างน้อยนายของเขาไม่ได้มีใจให้คุณพลอย

ธีรเดชหันมามองหินแล้วรีบสั่งให้ไปตามเพชรและเอยให้ลงชื่ออัปเดตการเข้าพัก ส่วนธีรเดชก็เข้าไปรอบนรถ ไม่คุยกับคู่หมั้นสักคำ

เอยมองแผ่นหลังธีรเดชด้วยความรู้สึกโกรธปนเศร้าแต่ก็แกล้งทำเป็นไม่แยแส

 

@ คฤหาสน์

ธีรเดชกลับถึงที่พักในเวลากลางคืน เพราะเขาเข้าทำงานทันทีที่ถึงกรุงเทพ เพชรอยากถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแต่ไม่กล้า ได้แต่ภาวนาขอให้สิ่งเลวร้ายที่คิดไม่ใช่เรื่องจริง หลังจากนี้เขาต้องดำเนินการให้ความรักทั้งคู่ผลิบานให้ได้อย่างเร็วไว

“เอยเป็นยังไงบ้าง” ธีรเดชลงจากรถแล้วถามเพชรที่เดินตามมาด้านหลัง ส่วนบอดี้การ์ดอีกคนเห็นว่าหมดหน้าที่แล้วจึงโค้งตัวขอกลับไปก่อน

“ดีขึ้นมากแล้วครับนาย ผมว่าที่คุณเอยไม่ยอมกลับเพราะว่าอยากให้นายไปรับล่ะมังครับ” เพชรพูดเอาใจ

“หึ คงอยากอยู่เที่ยวกับเพชรต่อมากกว่า” ธีรเดชหัวเราะในลำคอก่อนที่จะเดินออกไปท่ามกลางความไม่เข้าใจของเพชร เขาหยุดคิดชั่วครู่จึงนึกขึ้นได้ แล้วรีบวิ่งตามไปแก้ตัวเสียยกใหญ่

“เปล่านะครับคุณธีร์ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณธีร์คิด”

 

ช่วงสายของวันต่อมา ~

@ นาวากรุป

ธีรเดชเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วคิดว่าจะไปหาอะไรทานหน้าบริษัท แต่ก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็น ผู้หญิงที่รู้จักกำลังคุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยจึงเดินเข้าไปทัก

“สา มาทำอะไรที่นี่เหรอ” ธีรเดชมองสาในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนทำให้เขาได้รู้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ

“พอดีสาผ่านมาแถวนี้ ก็เลยแวะมาหาพินัยสักหน่อย แล้วเอยล่ะ” สาหันซ้ายหันขวา

“เอยไม่ค่อยได้มาที่นี่หรอก เดี๋ยวไปคุยกันในห้องดีกว่า” ธีรเดชพร้อมกับบอดี้การ์ดซ้ายขวาเดินนำสาเดินตาม มองแผ่นหลังชายตรงหน้าแล้วยิ้ม ‘แต่ก่อนพินัยก็เท่แล้วนะ ตอนนี้ดูดีกว่าเดิมขึ้นไปอีก เป็นโชคดีของเอยแล้ว’

พนักงานมองผู้หญิงสาวที่เดินตามธีรเดชไปด้วยความรู้สึกสงสัย อย่างว่าล่ะ คนอย่างธีรเดชทำอะไรก็มีแต่คนจับตามอง เพชรเองก็ไม่เข้าใจว่าเธอเป็นใคร แต่สามารถคาดเดาได้ว่าเธอเป็นเพื่อนเก่า สังเกตจากการเรียกชื่อ

เมื่อถึงห้อง ธีรเดชจึงสั่งให้ให้ผู้คุ้มกันยืนรอหน้าห้องเพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องอดีตของเขาโดยเฉพาะเพชร

 

“สาไม่น่ามาที่นี่เลย บอกแล้วไง ว่าอยู่ให้ห่างจากผม” ธีรเดชวางแก้วน้ำบนโต๊ะ ทำหน้าเครียด นั่งลงบนโซฟาเช่นเดียวกับสา

“พินัยยังเป็นเหมือนเดิมเลยนะ ชอบเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง อย่าบอกนะว่าที่ห่างเหินกับเอยเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย” สายิ้มอย่างรู้ทัน

“เปล่าสักหน่อย” ธีรเดชหันไปทางอื่น

“ฮั่นแน่ โกหกล่ะสิ” สายิ้ม

“จะบ้าหรือไง”

 

เลขาหน้าห้องเห็นพลอยเดินขึ้นบันไดมาแต่ไกลจึงเข้าไปห้าม

“ขอโทษค่ะ ตอนนี้คุณธีร์มีแขกอยู่ค่ะ ต้องขอให้คุณพลอยรอก่อนนะคะ” สาวมีอายุผมมวยพูด

“คงเป็นแขกสำคัญสินะ บอดี้การ์ดถึงต้องรอนอกห้อง”

“อันนี้ก็ไม่ทราบค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปเรียนให้คุณธีร์ทราบแล้วกันนะคะ เชิญคุณนั่งรอก่อนนะคะ” เลขาพูดก่อนที่จะเดินเคาะประตูแล้วเดินเข้าไป

พลอยชะเง้อพยายามมองลอดประตูแง้ม แต่ประตูเจ้ากรรมก็รีบปิด แถมยังมีบอดี้การ์ดกวนโอ๊ยมายืนบังอีก เพชรยิ้มยั่ว ทำให้หญิงสาวเชิดหน้าหันไปทางอื่น

 

 

 

บทที่ 14 พักผ่อน

บทที่ 14

พักผ่อน

 

@ นาวากรุป

ธีรเดชหยิบแซนด์วิชในกล่องขึ้นมารับประทานพร้อมกับกาแฟเป็นอาหารเช้าโดยมีหินยืนอยู่ด้านข้าง ส่วนผู้คุ้มกันอีกคนได้ไปพักกินอาหารเช้าในโรงอาหารเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

เสียงมือถือดังขึ้น ธีรเดชวางสิ่งที่อยู่ในมือลงบนกล่องเดิมของมัน แล้วหยิบมือถือมองดูชื่อที่ปรากฏ เขาถอนหายใจก่อนที่จะกดรับ

“สวัสดีครับคุณพลอย โทรมาหาแต่เช้ามีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”

/ “คือ พลอยอยากชวนคุณไปสวนองุ่น ไม่ทราบว่าคุณธีร์จะช่วยไปดูได้ไหมคะ พลอยอยากรู้ว่าคุณภาพเพียงพอต่อการส่งออกหรือเปล่า” / เสียงหวานของปลายสายพูด

“อันที่จริงผมไม่ค่อยรู้เรื่องการผลิตองุ่นสักเท่าไร ถ้าไปก็เกรงว่าคุณพลอยจะเสียเวลาเปล่า”

/ “ไม่เป็นไรค่ะ ถือว่าไปเที่ยวกัน คุณธีร์จะได้รู้จักพลอยมากขึ้นไงคะ” /

“ได้ครับ ที่ไหน เมื่อไรครับ”

/ “ชลบุรีค่ะ วันไหนก็ได้แล้วแต่คุณธีร์สะดวก” /

“ถ้าอย่างนั้น เป็นพรุ่งนี้แล้วกันนะครับ ผมว่าง”

/ “เร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ ขอบคุณมากคะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะคะ” /

“ครับ” ธีรเดชยิ้มก่อนที่จะทำหน้าเฉยเมื่อวางสายเรียบร้อย

“หิน เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปชลบุรีกัน” ธีรเดชหยิบอาหารขึ้นมาทาน

“ชลบุรี ไปทำไมหรือครับ” บอดี้การ์ดหุ่นล่ำพูด

“คุณพลอยให้เราไปช่วยดูสวนองุ่น องุ่นที่ทำให้หินต้องเข้าโรงพยาบาลนั่นแหละ อันที่จริงงานนี้ต้องให้เพชรไปด้วย แต่ให้เพชรดูแลเอยดีกว่า เพราะเพชรตามเล่ห์เหลี่ยมเอยทัน”

“คุณธีร์ทราบหรือยังครับว่าทรงพลถูกประกันตัวแล้ว”

“จริงหรือ นานหรือยัง” ธีรเดชยกกาแฟขึ้นมาจิบ

“เมื่อวานครับ”

“ไม่แปลกที่ศาลจะอนุญาตให้ประกันตัว ในเมื่อมันไม่ใช่คดีร้ายแรงอะไร เรื่องคดีฉันไม่กังวลหรอก ฉันห่วงแต่ความปลอดภัยของเอย ไม่ว่าคนร้ายที่ตามล่าฉันจะเป็นใคร แต่ที่รู้แน่คือ มันรู้จุดอ่อนฉัน”

“แต่ผมเป็นห่วงความรู้สึกคุณเอยมากกว่านะครับ เห็นคุณพ่อบ้านโทรมาบอกว่าคุณเอยร้องไห้ ถ้าคุณเอยรู้ว่าคุณไปสวนองุ่นของคุณพลอยโดยไม่มีเธอ คุณเอยอาจจะน้อยใจแล้วทำอะไรไม่คิดก็ได้นะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็มีทั้งคุณลุงและเพชรคอยดูแลอยู่แล้ว เด็กคนนั้นเศร้าไม่กี่นาทีเดี๋ยวก็หาย” ธีรเดชลุกขึ้นเข้าห้องน้ำหลังจากทานเสร็จ

 

@ คฤหาสน์

“เรียกผมมามีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ” เพชรยืนหน้าห้อง มองเห็นเอยกำลังใส่ของจำเป็นลงในกระเป๋าใบใหญ่ จนชายหนุ่มแอบคิดไม่ได้ว่า เอยจะกลับไปนอนเรือนหลังเดิม หรือว่า ที่เรียกมาก็เพื่อให้ช่วยยกของใช้กลับไปที่เดิม อย่างนี้เจ้านายของเขาคงเศร้ามากแน่

“คุณเอยใจเย็นนะครับ”

“ใครจะไปใจเย็นอยู่ได้ไงกันล่ะ” เอยยังคงพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋า

“ถ้าคุณกลับไปนอนเรือนหลังเดิม คุณธีร์จะทำยังไง”

“บ้าละ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันไม่ได้จะย้ายกลับไปนอนกับพ่อสักหน่อย” เอยวางมือชั่วคราว หันไปคุยกับเพชร แล้วกลับมาจัดกระเป๋าตามเดิม

“เฮอ แล้วคุณหนูเรียกผมมาทำอะไรหรือครับ” เพชรถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ฉันอยากให้พี่เพชร พาไปเที่ยวทะเลหน่อย ที่ไหนก็ได้ วันนี้นะ”
“เที่ยวทะเล? วันนี้?”

“ใช่ ฉันอยากฉลองหลังสอบเสร็จ มีอะไรเหรอ”

“เปล่าครับ ผมก็นึกว่าคุณเอยจะงอนที่คุณธีร์ไม่สนใจ แต่ผมคงคิดไปเอง ก็คุณเอยไม่ได้ชอบคุณธีร์นี่นา แล้วจะให้ผมจองกี่ที่ สักกี่วัน ต้องการสถานที่ครึกครื้นหรือบรรยากาศเงียบครับ” เพชรยิ้มเล็กน้อย

“สองคืน ฉันจะไปคนเดียว ขอบรรยากาศเงียบๆ นะ”

“ครับ เดี๋ยวผมจองให้เลยนะครับ” เพชรยิ้มแล้วเดินออกไป

 

คำพูดของเพชร ทำให้เอยนึกถึงเรื่องเมื่อเช้า ภาพที่เธอกอดพ่อเข้ามารบกวนอีกครั้ง

/ “ทำไมเขาถึงไม่คุยกับเอยเลย ไม่ดูแล ไม่ถามไถ่ ฮึก ฮือ…” /

ใช่สินะ ทำไมฉันจะต้องงอนนายขี้เก๊กด้วย ถ้าเรากลับไปนอนกับพ่อเหมือนเดิมก็เหมือนเราสนใจหมอนั่นสิ ต้องโดนหัวเราะเยาะแน่ ใครจะไปทำแบบนั้นกันล่ะ

 

@ ทะเล

ท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิด กลืนสีน้ำทะเลจนกลายเป็นสีดำ เวลากลางคืนมันว้าเหว่ ยิ่งมองก็ยิ่งหดหู่ เพชรมองนายหญิงกำลังนั่งทะเลอยู่ห่างออกไปตั้งแต่เย็นจนถึงค่ำ เพราะเขาไม่อยากเห็นน้ำตาของสาวน้อย และดูท่าทางเธอก็ไม่อยากใครเห็นด้วย ชายผิวขาวยอมให้นายหญิงอยู่กับตัวเองสักพักมันอาจจะทำให้อะไรดีขึ้น นี่ล่ะนะเด็กหัวแข็ง

เพชรเลือกชายฝั่งทะเลนี้เพราะอยู่ในค่ายทหาร มีบ้านพักอาคารสองชั้นเพียงหลังเดียว ส่วนหลังอื่นก็เป็นหลังเล็กมีแค่ห้องเดียวไว้สำหรับนอน โชคดีที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลทำให้จองได้ทันที ที่แห่งนี้หากถึงเวลาห้าโมงเย็นก็จะให้ทุกคนที่ไม่ได้เข้าพักกลับบ้าน เหลือเพียงแต่คนที่พักอยู่ที่นี่เท่านั้น ยิ่งทำให้ทะเลที่นี่ดูเงียบที่สุดตั้งแต่เพชรได้พบเจอมา อย่างน้อยก็สามารถคุ้มกันระยะนี้ได้โดยไม่ต้องห่วงความปลอดภัยของนายหญิง แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่ลืมที่จะเอาปืนมา

วันนี้บอดี้การ์ดหนุ่มเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง การเอาอาวุธเข้ามาในค่ายทหารมันก็เสี่ยงพอสมควร เสื้อเชิ้ตลายทะเลกางเกงขาสั้นทำให้เขาดูไม่แปลกแยก

เพชรถอดเสื้อนอกเหลือเพียงเสื้อกล้ามเดิมเข้าไปหาเอย เอาเสื้อมาคลุมตัวเด็กหัวดื้อ เอยสะดุ้งตกใจแล้วรีบปาดน้ำตาให้เร็วที่สุด

“ไปพักในบ้านดีกว่านะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย” เพชรยิ้มแกล้งทำเป็นไม่เห็น ในใจของเขาพยายามคิดว่าจะทำยังไงให้นายหญิงอารมณ์ดีได้

“เอยอยากนั่งดูทะเล พี่เพชรง่วงก็ไปนอนเถอะ” เอยพูดโดยไม่มองหน้าเพชร

“คุณเอยก็รู้ว่าผมนอนไม่ได้” เพชรมองเอยด้วยความรู้สึกห่วงใย

“คิดมากน่า ที่นี่มีทหารคอยดูแลอยู่ แถมคนที่เข้าพักทุกคนต้องให้สำเนาบัตรประชาชนอีก”

“ผมไม่ได้ห่วงความปลอดภัยภายนอกหรอก ผมเป็นห่วงใจคุณเอยมากกว่า”

“ห่วงอะไร ไม่เห็นมีอะไรต้องห่วง”

“รู้ๆ กันอยู่” เพชรหันหน้ามองทางอื่น

“เออ เข้าบ้านก็ได้ นั่งอย่างนี้ก็เหนียวตัวเหมือนกัน” เอหันหน้ามามองเพชร แล้วลุกขึ้นปัดเศษทรายบนตัวแล้วลุกขึ้นเดินกลับห้อง เพชรยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นตามนายหญิงไป

 

@ เช้าวันรุ่งขึ้น

ท่ามกลางท้องฟ้าสดใส แดดยามเช้าทอแสงอ่อน เอยในชุดว่ายน้ำทูพีชสีส้มวิ่งลงไปเล่นน้ำตั้งแต่เช้าเพียงกับเด็กเล็กหลายคน ส่วนผู้ใหญ่หลายคนนั่งดูลูกหลานอยู่ริมชายฝั่งเพราะมันเช้าเกินกว่าที่คนทั่วไปจะลงเล่นน้ำ

เพชรนอนพิงประตูหน้าห้องเอย แม้ว่าภายในนี้มีห้องและเตียงนอนจำนวนมาก แต่เขาก็เลือกที่จะเอาที่นอนมาปูหน้าห้องนอน ขวางไม่ให้นายหญิงแอบออกไปก่อนโดยไม่มีเขา แต่ด้วยความเพลียชายหนุ่มจึงหลับจนถึงเจ็ดโมงเช้า

บอดี้การ์ดหนุ่มทะลึ่งตัวลุกขึ้น เมื่อรู้สึกถึงแสงจ้าทอแสงมา เขาเดินเข้าไปเปิดประตูห้องนอนนายหญิง หันซ้ายหันขวามองหาทั่วบ้านก็ไม่มีวี่แวว โทรมือถือหาก็ได้ยินเสียงริงโทน เพชรมองมือถือที่มีแสงวาบวางอยู่บนหัวเตียง

“คุณเอย! คุณเอยอยู่ไหนครับ” เพชรร้องเรียก แล้ววิ่งออกไปจากบ้าน

 

เพชรเดินออกไปยังชายหาด หันซ้ายหันขวามองทะเลกว้าง เห็นเพียงผู้หญิงหุ่นดีในชุดทูพีชกับเด็ก วิ่งเลียบชายหาดก็เห็นแต่กลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังนั่งกินอาหารขบเคี้ยวน้ำดื่มอย่างสนุกสนาน

ชายหนุ่มยืนเท้าสะเอวมองซ้ายขวา แล้วนึกผวาถึงบทลงโทษของธีรเดช ระหว่างที่เขากำลังคิดอะไรอยู่นั่นเอง ก็มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง

“พี่เพชร ทำอะไรอยู่เหรอ”

“คุณเอย!” เพชรผงะอย่างไม่เชื่อสายตา สาวทูพีชเมื่อสักครู่คือคุณเอยหรือนี่ ทำไมถึง น่ารักจัง ว่าแต่ใส่ชุดแบบนี้มั่นใจมากเกินไปหรือเปล่า ทำไมถึงใส่ชุดขัดกับบุคลิกได้ขนาดนี้

“พี่เพชรเป็นอะไรหรือเปล่า” เอยถามย้ำ

“คุณเอยออกมาตอนไหน ทำไมไม่บอกผม” เพชรส่ายหัวสลัดความคิดลามกออกไป

“ก็เอยเห็นพี่เพชรกำลังนอนกรนหลับสบาย ใครจะไปปลุกได้ลง วันนี้พี่เพชรเลิกคิดเรื่องหน้าที่มาเล่นน้ำกันดีกว่า” เอยเท้าสะเอวก่อนที่จะจับมือเพชรวิ่ง

‘ท่าทางจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วสินะ’ เพชรยิ้มเบาใจในขณะที่วิ่งตามแรงดึงจากมือเอย

เพชรถอดเสื้อเหลือแต่กางเกงขาสั้น เขาทั้งสองเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานตามประสาเพื่อน ทำให้ทั้งคู่รู้สึกผ่อนคลาย เอยไม่ลืมที่จะเก็บภาพดีๆ

“พี่เพชรยิ้มหน่อย” เอยยกมือขึ้นจะถ่ายรูปแต่เพชรดึงมือถือขึ้นมาถ่ายเองเพื่อที่จะได้มุมสูงขึ้นไปอีก

 

เวลาความสุขได้พัดพาความทุกข์ไว้เพียงชั่วคราว เมื่อฟ้ามืดลงก็เหมือนว่าเอยจะเริ่มเศร้าอีกครั้ง เพชรไปซื้อเครื่องดื่มมาตุนใส่ตู้เย็นเอาไว้ แล้วหยิบเบอร์กระป๋องพร้อมกับไวน์หนึ่งขวด เดินไปหาเอยซึ่งกำลังนั่งอยู่บนพื้นทรายมองทะเลเบื้องหน้า

เพชรเปิดขวดไวน์ยื่นให้เอย ก่อนที่จะเปิดเบียร์กระป๋องมาดื่ม

“พี่เพชรมีไลน์หรือเปล่า เอยจะส่งรูปให้” เอยในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นทำให้เพชรเริ่มรู้สึกควบคุมอารมณ์หื่นของตัวเองได้

“มี เอามือถือมาสิ” เพชรพูดจบเอยก็ยื่นมือถือให้ เพชรเข้าโปรแกรมสนทนา ยังไม่ทันได้กดเข้าไปเพิ่มเพื่อนก็เหลือบไปเห็นรูปพลอยในไอดีไลน์ในเมนูแชทซึ่งยังไม่เปิดอ่าน ชายหนุ่มถือวิสาสะเข้าไปอ่านเห็นรูปพลอยกับธีรเดชกำลังกินข้าวท่ามกลางแสงจันทร์

“เสร็จหรือยังทำไมนานจัง”

“โทษที พี่ใส่เลขผิด แป๊บ… เสร็จแล้ว” เพชรยกมือถือขึ้นเมื่อเห็นว่าเอยทำท่าจะดูหน้าจอมือถือ เขาใช้มือเดียวลบรูปที่พลอยส่งมาอย่างว่องไวก่อนที่จะกดเพิ่มเพื่อนแล้วส่งคืนเอย

“ก็แค่นี้แหละ” เอยเลือกรูปส่งให้เพชร ส่วนเพชรก็รีบส่งรูปรายงานให้ธีรเดชอย่างรวดเร็ว

“วันนี้สนุกจังเลยเนอะ” เอยเริ่มบทสนทนาหลังจากที่เงียบไปนาน

“ฮัดเช้ย!” เพชรจาม

“เป็นหวัดหรือเปล่า”

“ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับแค่คัดจมูก” เพชรยิ้มรู้สึกเสียวสันหลังอย่างไม่รู้สาเหตุ

“พี่เพชร ช่วยต่อห้องอีกคืนได้ไหม เอยยังไม่อยากกลับบ้าน”

“ได้ครับ ผมทำทุกอย่างตามคำสั่งคุณเอยเสมอ ขอแค่คุณเอยอย่าแอบหนีผมก็พอ ผมไม่อยากโดนคุณธีร์ลงโทษ”

“โอเค”

 

@ สวนองุ่น

ธีรเดชและพลอยทานข้าวภายใต้ต้นไม้ใหญ่ แสงไฟจากเสาไม้ที่ปักอยู่ข้างทางสาดส่อง บอดี้การ์ดสองคนยืนอยู่หลังธีรเดชคอยคุ้มกัน ส่วนด้านข้างก็มีคนรับใช้คอยดูแลเรื่องอาหารตามคำสั่ง

“ไม่ต้องคุ้มกันฉันหรอก คืนนี้พอแค่นี้ พวกนายไปพักผ่อนเถอะ สวนองุ่นของคุณพลอยคงไม่มีอันตรายใช่ไหมครับ” ธีรเดชมองพลอยในชุดที่ต่างออกไป

“ใช่ค่ะ พลอยให้คนในบ้านเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว” พลอยยิ้ม เธออยู่ในชุดเสื้อเอวลอยแขนกุดกระโปรงสั้นสีกะปิเข้าชุด

“แต่…” หินพยายามห้าม

“ทำตามฉันสั่ง” ธีรเดชทำหน้าเครียด ในใจของเขารู้สึกขุ่นเคืองที่เพชรไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขาตลอดทั้งวัน ครั้นจะโทรหาเอยก็ไม่สามารถทำได้ ได้แต่เก็บความอึดอัดไว้ในใจ

“ครับ ไป” หินรับคำก่อนที่จะหันไปหาเพื่อนร่วมงาน โดยมีคนรับใช้ของพลอยพาออกไป

“แย่จังเลยนะคะ พลอยไม่คิดว่าสะพานจะขาด คุณต้องนอนที่นี่ หวังว่าจะไม่กระทบธุรกิจนะคะ” พลอยยิ้ม ภายในใจนึกคิดวางแผนที่จะจับผู้ชายตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา

“ทางถูกตัดขาด ผมต้องนอนที่นี่ นี่ถ้าโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ผมต้องคิดว่ากำลังอยู่ภายใต้เงื้อมมือฆาตกรนะครับ” ธีรเดชพูดพลางยิ้ม

“แหม…ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” พลอยหัวเราะเบา

ติ๊ง!

เสียงโปรแกรมสนทนาของธีรเดชดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดู เห็นคู่หมั้นในชุดว่ายน้ำกับเพชรที่ใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียวถ่ายรูปคู่ด้วยอาการสนิทสนม เขาหน้าเจื่อนเล็กน้อย

“มีอะไรคะ เรื่องงานเหรอ” พลอยเห็นธีรเดชนิ่งไปชั่วครู่จึงถามออกไป

“ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก” ธีรเดชยิ้มแล้วยกไวน์องุ่นขึ้นมาดื่ม ภายในใจกำลังคิดเรื่องของคนอื่น จะว่าสบายใจก็สบายใจอยู่หรอกนะ แต่ทำไมรู้สึกหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้ ทำไมตอนไปเที่ยวกับเราไม่เห็นจะทำท่าทางสนุกแบบนี้เลย รูปคู่ก็ไม่มีสักรูป อยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากชกเพชรขึ้นมาทันที

“คุณโทรไปหาที่บ้านหรือยังคะว่าจะพักที่นี่”

“ไม่ต้องห่วง ยังไงหินก็ต้องโทรไปรายงานเมียที่บ้านอยู่แล้ว ผมไปที่ไหนก็ไม่เคยรายงานใครสักที”

“เหรอคะ คุณยังไม่เข้าใจผู้หญิง ว่าผู้หญิงชอบให้รายงานตลอดว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน”

“จริงหรือครับ ผมจะได้จำไว้” ธีรเดชยกไวน์ขึ้นมาดื่ม

พลอยยิ้มมองของเหลวในแก้วชายหนุ่ม ยังไงคืนนี้ไม่พลาดแน่ หวังว่าวันนี้จะไม่ติดปัญหาเหมือนครั้งก่อน พลอยคอยเสิร์ฟไวน์แก้วแล้วแก้วเล่า ไม่ยอมให้แก้วของเขาว่างเปล่า

ธีรเดชถอดเสื้อนอกออกวางพาดไว้บนโต๊ะเพราะรู้สึกร้อน แล้วคลายเนกไทปลดกระดุมบนสุดออก

“ผมคงง่วงแล้วล่ะ เดี๋ยวขอไปนอนก่อนนะครับ” ธีรเดชลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินสะดุดขาตัวเองล้มลงไป พลอยวิ่งไปประคองให้ชายหนุ่มลุกขึ้น

“เดี๋ยวพลอยพาไปห้องนะคะ”

เมื่อพลอยเดินไปจนถึงหน้าห้องเห็นหินและบอดี้การ์ดอีกคนกำลังนั่งหลับหน้าห้องรอนายอยู่แต่ไกล จึงหันไปพาธีรเดชเข้าห้องตัวเอง

“ไม่ใช่ทางนั้นค่ะ คุณธีร์ ทางนี้ค่ะ” พลอยพาธีรเดชเดินเข้าไปในบ้านไม้สักหลังใหญ่ หญิงสาวเหวี่ยงธีรเดชลงบนเตียง แล้วถอดเนกไทออกวางบนโต๊ะ เปิดไฟสีส้มดวงเล็กให้ดูสลัวเพื่อสร้างบรรยากาศ

“ฉันยอมให้คุณแต่งงานกับเด็กนั่นก็ได้ แต่คุณต้องเป็นของฉันก่อน” หญิงสาวหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงวางไว้บนหัวเตียง ก่อนที่จะลูบหัวชายหนุ่มหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำไป

ตรู๊ด! ตรู๊ด!    ตรู๊ด! ตรู๊ด!   ตรู๊ด! ตรู๊ด!

เสียงมือถือของชายหนุ่มดังขึ้นแต่ไม่มีใครรับ มันถูกปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่มีใครสนใจ

 

บทที่ 13 คิดไปเอง

บทที่ 13

คิดไปเอง

 

@ เช้าวันรุ่งขึ้น

ธีรเดชรีบไปทำงานตั้งแต่ยังไม่ฟ้าสาง เอยรู้สึกไม่พอใจที่ต้องทานข้าวเพียงลำพัง แต่แน่ล่ะ คนอย่างเธอไม่มีทางแสดงความเสียใจให้ใครเห็น

เอยตักอาหารเข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างไม่กลัวอ้วน จนคนรับใช้ที่ยืนอยู่อดเป็นห่วงไม่ได้ กินไปไม่กี่คำก็เหมือนจะสำลักติดคอต้องรีบเอาน้ำมาดื่มให้มันลื่นลงคอไป

‘นายธีรเดช คิดว่าตัวเองหล่อเลือกได้หรือไง ที่มาหลอกฉัน’

เมื่อเธอทานเสร็จก็รีบสาวเท้า ขึ้นรถคันขาวที่จอดรอต้อนรับอยู่หน้าคฤหาสน์โดยมีเพชรเป็นคนเปิดประตู วันนี้เธอต้องสอบวันสุดท้ายพร้อมกับมิ้น ส่วนวิชาที่ไม่ได้สอบเพราะถูกจับตัวไปก็จะไปขอร้องอาจารย์คุมสอบพร้อมกับมิ้นในวันนี้

 

@มหาวิทยาลัย

วินกับมิ้นนั่งคุยกันบนม้านั่งประจำ เพราะวินรู้ว่ามิ้นต้องมารอเอยเหมือนทุกวัน แต่เป้าหมายกับคิดว่าวินมารอเอยเขาเลยต้องไปตามน้ำอย่างที่เธอคิด

“พี่วินนี่คงจะชอบเอยมากนะคะ เห็นมาที่นี่เกือบทุกวันเลย แล้วนี่แผลเป็นไงบ้าง”

“เอ่อ พี่ดีขึ้นแล้ว แล้วนี่ เอยกับมิ้นได้ไปคุยกับอาจารย์คุมสอบหรือยัง” วินหน้าเจื่อนไม่กล้าสบตา

“ยัง แล้วพี่วินล่ะ”

“พี่ก็ว่าจะไปขอสอบวันนี้เหมือนกัน ไม่รู้อาจารย์คุมสอบจะเชื่อหรือเปล่า”

“ถ้าอาจารย์ไม่เชื่อ เดี๋ยวมิ้นกับเอยช่วยพูดให้”

“ขอใจมิ้นมากนะ ถ้าอาจารย์ไม่ให้สอบก็ดีเหมือนกัน”

“ดียังไงเหรอ” มิ้นถามด้วยความสงสัย

“ก็…” วินกำลังจะพูดต่อแต่รถของเอยก็เข้ามาขัดจังหวะพอดี เขารู้สึกโล่งใจกึ่งเสียดายในโอกาสที่เขาอยากจะพูด มิ้นไม่รู้เลยว่าเขาอยากเรียนซ้ำเพราะจะทำให้ได้อยู่กับมิ้นนานขึ้น

เอยรีบลงจากรถทันทีที่จอดสนิทโดยไม่รอให้เพชรเปิดประตู เพชรซึ่งเห็นเอยนั่งนิ่งตลอดทางพอจะรู้สาเหตุและรังสีอำมหิตจึงไม่พูดอะไร

เอยรีบสาวเท้าก้าวออกไปข้างหน้า ไม่สนใจมิ้นที่ลุกขึ้นยืนต้อนรับเพื่อน เพราะเอยรู้ว่ามิ้นจะถามถึงใคร ในตอนนี้เธอไม่อยากฟังใครก็ตามพูดถึงคู่หมั้น เพชรยกนิ้วป้องปากคล้ายกับเตือนมิ้นว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้แล้วรีบเดินตามเอยให้ทัน

“เอยเป็นอะไรไปนะ” มิ้นยืนเท้าสะเอว

 

 

@ ห้องสอบ

ในระหว่างที่เอยกำลังสอบอยู่ในห้องเธอรู้สึกเบื่อจึงมองออกไปนอนหน้าต่างเห็นรถสีดำคันยาว เธอจำได้ว่าเป็นรถของคู่หมั้นจึงลืมตัวลุกขึ้นยืนดูเพื่อให้มองเห็นได้ชัด

“สำหรับนักศึกษาที่สอบเสร็จแล้ว ให้นั่งรอก่อนนะคะ ยังไม่ถึงเวลาออกจากห้องสอบ” เสียงอาจารย์คุมห้องสอบดังขึ้นทำให้เอยรู้สึกตัวจนต้องรีบนั่งลง ยังไงซะ วิชานี้เป็นวิชาสุดท้าย หวังว่าธีรเดชคงไม่กลับก่อน

 

@ ภายในห้องอธิการบดี

“สวัสดีครับคุณธีรเดช ลมอะไรพัดมาถึงที่นี่” ผู้ชายใส่สูทผมขาวก้มโค้งเอามือประสานไว้ข้างหน้าอย่างนอบน้อม

“ก็ไม่มีอะไรมาก ผมมีเรื่องอยากให้ช่วย พอดีคู่หมั้นของผมเกิดเหตุขัดข้องก็เลยเข้าสอบไม่ได้ อยากจะให้คุณช่วยพูดกับอาจารย์คุมสอบให้หน่อย แล้วก็ นอกจากคู่หมั้นของผมแล้วก็อยากให้ช่วยมิ้นและวินด้วย” ธีรเดชเดินไปนั่งบนโซฟาแล้วเอนตัวราวกับเป็นเจ้าของบ้าน ส่วนผู้คุ้มกันก็ยืนระนาบซ้ายขวาไม่ห่างจากเขามากนัก

“ได้สิครับ เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เพราะบริษัทคุณให้เงินอุดหนุนมหาวิทยาลัยเราจำนวนมาก แต่เด็กที่สอบที่หลังจะได้คะแนนอย่างมากก็สอบผ่านเกณฑ์ มันเป็นกฎของมหาวิทยาลัยเราครับ”

“ไม่มีปัญหา ผมแค่อยากให้เอยเรียนจบเร็วๆ เรื่องคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ เสร็จธุระแล้ว ผมลาล่ะครับ” ธีรเดชยกมือไหว้ อธิการบดียกมือรับก่อนที่ชายหนุ่มและผู้คุ้มกันจะเดินออกไป

 

ครูสาพบธีรเดชออกมาจากห้องอธิการจึงเข้ามาทักทาย

“พินัย มาทำอะไรที่นี่”

“มาธุระนิดหน่อย แล้วนี่สาคุมสอบเสร็จแล้วเหรอ” ธีรเดชมองซองน้ำตาลขนาดใหญ่หลายซองที่ครูสาโอบกอดเอาไว้

“เสร็จแล้วค่ะ แต่เหลือเอกสารที่ต้องตรวจอีกเยอะเลย ว่าแต่ตอนนี้พินัยกับเอยเป็นยังไงกันบ้างคะ มีอะไรหรือเปล่า ให้สาช่วยไหมคะ”

“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น”

“ก็เดี๋ยวนี้สาไม่เห็นพินัยกับเอยมาวิทยาลัยพร้อมกันเลย นี่ก็สองวันแล้ว แถมวันนี้ก็ไม่มาพร้อมกัน ทั้งที่มีธุระที่นี่เหมือนกัน เป็นใครก็คิดแบบนั้นทั้งนั้นแหละ”

“อ๋อ เหรอครับ” ธีรเดชยิ้มก่อนที่จะหลบตา

“หรือมีปัญหาเรื่องนายวินคะ หึงคู่หมั้นล่ะสิ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ปัญหาของผมเอง”

“หรือว่า…” สากลอกตาไปมาทำท่าทางเหมือนกำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง

“หรือว่าอะไรครับ”

“ยืนคุยนานแบบนี้สาเมื่อย ไปหาที่คุยกันดีกว่า สามีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย” สาเดินนำก่อนที่จะเอาเอกสารข้อสอบไปส่งครูประจำวิชาที่ห้องพักครู เพื่อนร่วมงานต่างกระเซ้าเย้าแหย่นึกว่ากิ๊กของสา แม้ว่าเธอพูดปัดไปว่าเป็นเพื่อนเก่าแต่ก็ไม่ทำให้คนอื่นหายเข้าใจผิดเลยสักนิด จนครูสาต้องรีบออกมาคุยธุระ เพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด

 

@ บริเวณม้านั่งหลังอาคารเรียน

“ผ่านไปแค่สองปีที่นี่เปลี่ยนไปมากนะครับ” ธีรเดชเดินนำผู้คุ้มกันทั้งสอง เขามองม้านั่ง พื้นปูนโล่ง และต้นไม้ที่จัดวางอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งก่อนหน้านี้มันเป็นต้นไม้รก ไม่มีคนนั่ง และไม่มีใครผ่านมาแถวนี้มากนัก

“จริงด้วยสิ คุณเคยมาที่นี่ก่อนสา คุณมาทำอะไรหรือคะ” สาถามด้วยความอยากรู้ แต่ธีรเดชกลับรีบเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะเขาไม่อยากพูดถึงอดีต

“เข้าเรื่องกันดีกว่า สามีเรื่องอะไรจะคุยกับผมหรือครับ” ธีรเดชนั่งลงบนม้านั่งแล้ววางมือถือไว้ตรงหน้าคู่สนทนา

“เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหาสา แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ แฟนของสาเป็นคนรับ” สาแสดงสีหน้าเคร่งเครียดแล้วนั่งลง

“ใครเหรอครับ” ธีรเดชถามทันควัน

“สาก็ไม่รู้เหมือนกัน พูดทำนองว่าอย่ายุ่งกับพินัย แต่สาก็ไม่คิดว่าจะเป็นเอยหรอกนะ พินัยไปมีใครอีกหรือเปล่า ทำแบบนี้เอยก็น่าสงสารแย่”

ธีรเดชครุ่นคิด เธอคนนั้นอาจจะเป็นพลอย แต่ก็ไม่แน่ใจเพราะพลอยไม่รู้จักสา พวกเธอทั้งคู่ไม่เคยพบหน้ากัน แล้วจะมีเรื่องบาดหมางกันได้ยังไง

“มีหรือเปล่าล่ะคะ ผู้หญิงน่ะ หรือว่ามีเยอะเกินไป” ครูสาคนสวยถามหลังจากเห็นใบหน้าขมวดคิ้วอยู่นาน

“เปล่า ผมสงสัยผู้หญิงคนหนึ่ง ทางที่ดีคุณสาอย่าอยู่ใกล้ผมดีกว่า” ธีรเดชหุนหันลุกขึ้นแต่ครูสาก็ดึงมือเอาไว้

“สาไม่กลัวเรื่องแค่นั้นหรอกค่ะ พินัยมีอะไรปิดบังสาหรือเปล่า เผื่อสาจะช่วยได้ หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับเอย”

“ถ้าคุณอยากจะช่วย ช่วยดูแลเอยให้ผมแล้วกันครับ เดี๋ยวผมขอตัวกลับก่อน” ธีรเดชเอาแว่นดำมาสวมรีบเดินออกไปเช่นเดียวกับผู้คุ้มกันที่เดินตามเป็นเงา

ครูสาหันมองคนรักเก่าเดินออกไปก่อนที่จะกลับมามองที่เดิมจึงเห็นสิ่งที่ธีรเดชลืมเอาไว้ ‘มือถือของพินัย’

 

@ในเวลาเดียวกัน

เอยรีบทำข้อสอบจนเสร็จแล้วมองออกไปนอกประตู เห็นหลังของเพชรซึ่งกำลังนั่งอยู่

เพื่อนรอบตัวทำข้อสอบใกล้เสร็จแล้ว เอยหันไปมองนาฬิกา หาจังหวะที่ทุกคนรีบส่งข้อสอบอาจารย์ เมื่อถึงเวลาเธอจึงรีบส่งข้อสอบ มองซ้ายขวาแล้วปีนหน้าต่างลงไป

เอยพยายามสอดส่องหาคู่หมั้นด้วยความอยากรู้ว่าเขามาทำอะไรที่มหาวิทยาลัย แต่ก็ไม่เห็น เห็นแค่รถสีดำคันยาวที่ยังคงจอดอยู่ เธอจึงซุ่มดูว่าเป็นธีรเดชหรือเปล่า

เวลาผ่านไปนานสักพัก เอยเห็นธีรเดชเดินนำโดยมีครูสาเร่งฝีเท้าเดินตาม ทำท่าทางเหมือนคุยธุระอะไรสักอย่างอยู่นานสองนานจนเอยอยากจะเดินเข้าไปฟังการสนทนาใกล้

ธีรเดชเดินมาขึ้นรถเมื่อครูสาเดินจากไป เอยรีบหลบจนกระทั่งรถคันยาวได้ขับห่างออกไปไกล

“นายธีรเดช มาทำอะไรที่นี่นะ” ระหว่างที่เอยกำลังคิด เสียงตามสายก็ดังขึ้น

/ “คุณเอยอยู่ไหนครับ รบกวนมาที่ห้องประชาสัมพันธ์ด่วน ถ้าอีกสิบห้านาทีคุณเอยไม่มาผมก็จะประกาศตรงนี้จนกว่าจะมา” /  

“น่าขายหน้าชะมัด” เอยบ่น

 

@ คฤหาสน์

ความมืดเข้าปกคลุมรอบบริเวณ เอยนั่งทานข้าวเย็นเพียงลำพัง วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เขาไม่ไปรับเธอที่มหาวิทยาลัย ทำไมมันถึงรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายแบบนี้นะ เกลียดความรู้สึกแบบนี้ที่สุด

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นเบอร์โทรไม่ขึ้นชื่อ เอยจึงตัดสายทิ้งอย่างไม่สบายอารมณ์

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

เสียงเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง เอยรับโทรศัพท์เพราะรำคาญ

“ฮาโหล”

/ “สวัสดีค่ะ น้องเอย” / เสียงหวานปลายสายพูดขึ้น

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครคะ” เอยพูดภาษาสุภาพ

/ “ฉันเป็นใครไม่สำคัญ ฉันแค่จะโทรมาบอกว่า คืนนี้คุณธีร์กลับดึก หรืออาจจะเช้า จะกินข้าวหรือทำอะไรก็ทำไปก่อน ไม่ต้องรอนะ” / ปลายสายพูดทำให้เอยแน่ใจว่าเป็นพลอยที่คอยจ้องจะจับคู่หมั้นเธอมาตลอด เอยรีบกดบันทึกการสนทนาเพื่อป้องกันเอาไว้แต่ก็ไม่ทันได้โต้ตอบอะไร เพราะปลายสายรีบวางเสียก่อนเหมือนกับว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าเธอกำลังจะบันทึกการสนทนา

เอยได้แต่กำมือถือไว้ในมือแล้วลุกออกจากโต๊ะขึ้นห้องไป

 

@ไฮไลท์ผับ

แสงไฟหลากสีส่องสาดผนังหลายทิศทาง ธีรเดชออกมาจากห้องน้ำมองพลอยกำลังคุยมือถือกับใครบางคน หญิงสาวรีบวางสายเมื่อรู้ตัวว่าอีกฝ่ายกำลังมองอยู่

“เข้าห้องน้ำเร็วจังเลยนะคะ” พลอยยิ้มกลบเกลื่อน

“ผู้ชายก็อย่างนี้แหละครับเข้าห้องน้ำเร็ว” ธีรเดชพูดจบก็นั่งลงเก้าอี้ บอดี้การ์ดยังคงยืนคุมโดยการมองรอบคอบระวังภัย โดยไม่สนใจว่าพวกเขาทั้งคู่จะสนทนาเรื่องอะไร

“วันนี้คุณไม่รีบกลับหรือคะ ป่านนี้คู่หมั้นของคุณรอแย่แล้ว”

“คนอย่างเอยไม่มีทางรอผมหรอกครับ ป่านนี้คงกินอิ่มนอนหลับไปแล้ว” ธีรเดชพูดแล้วยิ้มเล็กน้อย

“ความสัมพันธ์ของคุณธีร์กับน้องเอยไม่ค่อยราบรื่นเหรอคะ เอ่อ พอดีช่วงหลังไม่เห็นคุณธีร์ดูแลเอยเหมือนแต่ก่อน” พลอยถาม แต่เมื่อเห็นธีรเดชตั้งใจฟังเธอพูด เธอจึงต้องระมัดระวังคำพูดมากกว่าเดิม เพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะเข้าใจถูกต้อง

“ผมทำเพื่อความสบายใจของคนในบ้าน ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันคงไม่จำเป็นแล้ว”

“ทำไมเหรอคะ ขอโทษค่ะพลอยก้าวล่วงเกินไปแล้ว” พลอยเปลี่ยนใจไม่ถามต่อ แต่ก็แอบรอฟังคำตอบ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” ธีรเดชยิ้มมุมปาก พลอยหันไปที่อื่นแล้วรีบกินไวน์ในแก้วจนหมด

 

@คฤหาสน์

ธีรเดชเพิ่งจะเข้ามาที่พักในเวลาตีหนึ่งของวันใหม่ ทุกคนนอนหลับหมดแล้วยกเว้นผู้คุ้มกันประจำบ้านที่ยังไม่นอน ชายหนุ่มขึ้นไปชั้นดาดฟ้า สถานที่แห่งความทรงจำระหว่างเอยกับเขา

ภาพเอยในสีหน้าเชิงตำหนิเผยอยู่บนฟ้าท่ามกลางดวงดาว ทำไมยิ่งทำตัวเหินห่าง ถึงยิ่งทรมาน หรือว่าตอนนี้เขารักเด็กแสบจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว

 

@ เช้าวันรุ่งขึ้น

วินเดินเข้ามาในห้องพลอยซึ่งกำลังใช้ไดร์เป่าผมให้แห้งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

“เมื่อคืนได้หรือยัง” วินยิ้มมุมปากกอดอกยืนพิงกับผนัง

“ยัง แต่อีกไม่นานหรอก”

“นี่สองคืนแล้วนะ นายพินัยนั่นคงไม่ได้ชอบพี่จริงล่ะมัง” วินนั่งลงบนเตียงอย่างเสียอารมณ์ เพราะเขาตั้งใจจะมาแสดงความยินดีกับพี่สาวเสียหน่อย

“เรื่องของฉัน แล้วนี่ไม่ไปเรียนเหรอ”

“ผมสอบเสร็จแล้ว”

“อยู่นี่ได้ แต่ถ้าพินัยมาที่นี่หลบให้ดีก็แล้วกัน”

“รู้น่า”

“จริงสิ ช่วงนี้ยัยเด็กเอยกับคุณพินัยก็ห่างกันอยู่ คิงก็น่าจะรีบแทรก อย่างเด็กนั่นถ้าถูกฉันปั่นหัวนิดหน่อยก็อาจจะหลงติดกับเรียกคิงไปเที่ยวกลางดึกก็ได้นะ” พลอยวางของในมือแล้วหันมามองน้องพร้อมกับข้อเสนอแววตาของเธอเปล่งประกายได้ชั่วครู่ก็วูบลงเมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธ

“ไม่มีทาง” วินพูดจบก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจเสียงพี่สาวที่ลอยตามมา

“ไอ้น้องไร้ประโยชน์”

 

 

@ คฤหาสน์

เอยนั่งทานข้าวเช้าบนโต๊ะยาวเพียงลำพัง เพราะคนที่เคยนั่งกินด้วยกันออกไปทำงานตั้งแต่เช้า แม้ว่าข้างกายจะมีคนยืนรอรับใช้แต่ก็ไม่ทำให้เธอหายเหงาได้ ชายวัยสี่สิบสวมเสื้อกั๊กสีน้ำเงินทับเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินเข้ามาหาเอยแล้วหันไปมองคนรับใช้ส่งสัญญาณให้ไปที่อื่น

เมื่อเห็นทุกคนออกไปหมดแล้ว พ่อของเอยจึงพูดคุยตามประสาพ่อลูกด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก สีหน้าไม่ค่อยดีเลย”

“เอย…” เอยพูดอะไรไม่ออกแล้วถอนหายใจ เพราะเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกยังไง

“ถ้าเหงา ก็กลับมานอนห้องเดิมของเราก็ได้นะ” พ่อของเอยที่ยังคงดำรงตำแหน่งผู้ดูแลบ้านลูบหัวลูกสาวอย่างอ่อนโยน

“พ่อ” เอยนิ่งก่อนที่จะมองหน้าพ่อน้ำตาคลอก่อนที่จะกอดเอวคนตรงหน้า คำพูดของพ่อที่ปลดล็อกทำลายความแข็งกร้าวในใจออกไปจนหมดสิ้น

“ทำไมเขาถึงไม่คุยกับเอยเลย ไม่ดูแล ไม่ถามไถ่ ฮึก ฮือ…” เสียงสั่นเครือพร้อมกับเสียงสะอื้นออกมาจากปากสาวน้อย

“เขาไม่สนใจไม่เป็นไร มีพ่ออยู่ทั้งคน เอยของพ่อเข้มแข็งจะตาย” พ่อของเธอยิ้มแล้วคลายอ้อมกอดก่อนที่จะเอาผ้าเช็ดหน้าปาดน้ำใสๆ บนหน้าของเธอ

“พ่อ เอยรักพ่อนะคะ” เอยร้องไห้หนักกว่าเดิมและกอดพ่อแน่นขึ้น

“พ่อก็รักลูก” พ่อลูบหลังปลอบโยน