บทที่10 ทิกกี้

บทที่10

ทิกกี้

 

@กองถ่าย

ริมลำธารขนาดเล็ก โต๊ะเก้าอี้จำนวนหนึ่งอยู่ในเต็นท์ผ้าใบซึ่งตั้งอยู่ภายใต้ร่มต้นไม้ขนาดใหญ่

ทิกกี้พยายามท่องบท แต่ภาพเมื่อคืนกลับผุดขึ้นอยู่ตลอดเวลา มิหนำซ้ำเจ้าตัวปัญหายังโทรมาเวลานี้อีก กลับกลายเป็นว่ายิ่งตอกย้ำเธอไปมากกว่าเดิม

สายเรียกเข้าถูกตัดครั้งแล้วครั้งเล่าจนมันสงบลง

‘อยู่กับปัจจุบันสิ อยู่กับปัจจุบันสิ ทิกกี้’ หญิงสาวพยายามลืม แต่ยิ่งห้ามภาพมันก็ยิ่งหลอกหลอน ให้ตายเถอะ มันเกิดเรื่องบ้าแบบนี้ได้ยังไง เธอไม่น่าปล่อยให้มันเกิดขึ้น

“ทิกกี้ เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมวันนี้ดูเบลอจำบทไม่ได้เลย” จิ้นเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง

“ขอโทษนะ ที่ทำให้จิ้นและคนทั้งกองเสียเวลา” ทิกกี้พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ไม่เป็นไร ทิกกี้แค่ทำตามอารมณ์ของตัวละคร ส่วนบทผู้กำกับจะให้ทีมงานกระซิบให้” จิ้นพูดในขณะที่สังเกตเห็นสายตาของเธอเหม่อลอย เขาจึงดึงทิกกี้มากอด

“มีคนบอกว่า ถ้ากอดแล้วมันจะทำให้ใจสงบนะ” จิ้นปลอบใจแต่กลับทำให้ทิกกี้ร้องไห้ออกมาจนเสื้อของจิ้นเปียกไปด้วยน้ำตา

“อะไรกัน แทนที่จะสงบ กลับร้องไห้ซะอีก” จิ้นคลายอ้อมกอด เขายิ้มแล้วปาดน้ำตาทิกกี้ด้วยนิ้วมือ แต่กลับทำให้ผู้ถูกกระทำร้องไห้หนักมากขึ้น และตอนนี้เธอกลับเป็นคนดึงจิ้นมากอดเสียเอง

“โอ๋” จิ้นซึ่งปลอบใจใครไม่เป็นได้แต่ตบหลังเพื่อนร่วมงาน

 

อีกด้านไม้คิวเดินเข้ามาในกองถ่ายอย่างร้อนรน

“ทิกกี้อยู่ไหน” ไม้คิวถามกลุ่มคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่

“เดี๋ยวฉันพาไปค่ะ” หนึ่งในทีมงานพูดแล้วนำทางไม้คิว จนกระทั่งเห็นทิกกี้กำลังกอดจิ้น หนุ่มหน้าตี๋จึงรีบดึงเสื้อของทีมงาน

“ไม่เป็นไร ผมรอได้” ไม้คิวยืนดูเหตุการณ์เป็นเวลานาน เมื่อเห็นจิ้นเดินออกมาเขาจึงเข้าไปหาเพื่อน

“ทิกกี้ เอ่อ…จิ้นเป็นยังไงบ้าง” ไม้คิวถามทันทีที่สบตาจิ้น ผู้ฟังแสดงสีหน้าสนใจฟัง ทำให้ไม้คิวเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองยังไม่ควรถามในสิ่งที่อยากรู้

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่เจอแค่คืนเดียวถามอย่างกับไม่เจอกันนาน” จิ้นยิ้ม

“เออน่า” ไม้คิวหลบสายตา

“นี่มัน ชุดเมื่อวาน นี่นายยังไม่อาบน้ำอีกเหรอ โหย เหม็นตาย” จิ้นเอานิ้วชี้ปิดจมูก

“เออ ลืมไปเลย นี่ฉันยังไม่ได้อาบน้ำมากี่วันแล้ว” ไม้คิวดมตัวเอง

“ถ้านายไม่อาบวันนี้ด้วย ก็คงจะเกือบสามวัน แล้วนี่เหงื่อเต็มตัวเลย เดี๋ยวนะ” จิ้นเลิกเสื้อไม้คิวขึ้น “รอยข่วน นี่ นายมีรสนิยมแบบนี้ด้วยเหรอ”

“ยุ่งน่า” ไม้คิวรีบปัดมือเพื่อนแล้วดึงชายเสื้อลง

“เออไม่ยุ่งก็ได้” พูดจบจิ้นก็เดินต่อจนถึงห้องน้ำ ปลดทุกข์จนเสร็จแล้วค่อยเดินออกมาล้างมือ

“เป็นอะไร ทำท่าลุกลี้ลุกลน”

“เปล่าไม่มีอะไร ฉันแค่เห็นทิกกี้ร้องไห้กอดนายอยู่ก็เลยอยากรู้ว่าทิกกี้เป็นอะไร”

“ไม่รู้สิ ไม่พูดไม่จา เอาแต่ร้องอย่างเดียวเลย ถ้านายเป็นห่วง นายก็ไปหาทิกกี้ด้วยกันสิ ฉันจะไปซ้อมบทกับทิกกี้อยู่พอดี”

ไม้คิวนิ่งใช้ความคิดชั่วครู่ ใจจริงเขาต้องการไปขอโทษ แต่เมื่อเห็นน้ำตาของทิกกี้ก็ทำให้เขาต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ บางทีการไม่พบหน้ากันน่าจะดีกว่า

“ไม่เอาหรอก ที่ฉันมาแค่จะบอกว่า ฉันทะเลาะกับเชอร์รี่ และไม่คิดที่จะไปคืนดีด้วย” ไม้คิวเปลี่ยนประเด็น อาจจะเป็นเพราะอยากลืมเรื่องที่เกิดขึ้น

“ว่าไงนะ!” จิ้นเสียงดัง แต่ก็เข้าใจเพื่อนเพราะเขารู้ว่าเชอร์รี่คลั่งไม้คิวขนาดไหน ถึงแม้ว่าไม้คิวไม่ได้เป็นเดือนของมหาวิทยาลัยเหมือนกับจิ้น แต่เขาก็หน้าตาดีและร่ำรวยมาก

ทีแรกเชอร์รี่มาบอกชอบจิ้น แต่เมื่อคบกันแล้วเชอร์รี่ก็รู้ว่าจิ้นมีเพียงความสามารถในการแสดงเท่านั้นแต่ฐานะเทียบเท่าสามัญชนทั่วไปต่างจากเพื่อนของเขา เธอจึงตีตัวออกห่างจากจิ้น แล้วเปลี่ยนเป้าหมายเป็นไม้คิว

จนกระทั่งเรียนจบ ไม้คิวจัดแจงคอนโดของตัวเองให้เพื่อนอยู่ และทำสัญญาหักเงินบางส่วนของจิ้น

จิ้นรู้สึกไม่ค่อยชอบคอนโดเท่าไรนัก แต่ก็รับมันเพื่อสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน จนกระทั่งมันกลายเป็นของเขาโดยสมบูรณ์

ส่วนเชอร์รี่ก็ยังไม่ยอมเลิกรากับไม้คิวง่ายๆ

“ช่างมันเถอะ การที่ถูกบังคับให้รักหรือให้มีอะไรกับคนที่ไม่อยาก มันทรมานอยู่แล้ว” จิ้นพูดถึงไม้คิวแต่กำลังนึกเรื่องของตัวเอง

“แล้วนายจะทำยังไง” ไม้คิวหน้าเครียด

“ตอนแรกก็ช็อก ผ่านมาสักพักก็เริ่มทำใจ ทำไงได้ ก็มันพลาดไปแล้ว”

“มันน่าจะมีทางสินะ”

“ช่างมันเถอะ ตอนนี้ฉันห่วงทิกกี้มากกว่า วันนี้นายไม่ได้ไปไหนไม่ใช่เหรอ นายก็ช่วยดูแลเธอหน่อยเถอะ บางที เรื่องนี้ทิกกี้อาจจะช่วยผ่อนหนักผ่อนเบาเราได้ แต่ตอนนี้ต้องทำให้เธอรู้สึกดีก่อน”

ไม้คิวหยุดคิดทำให้จิ้นหงุดหงิดจึงรีบดึงแขนเพื่อนพร้อมกับพูดว่า “คิดอะไรเยอะ ไปก่อนแล้วค่อยคิด”

ทิกกี้หยิบแว่นสีดำมาใส่เมื่อมองเห็นจิ้นกำลังพาเพื่อนเดินเข้ามา

“ทิกกี้ ไม้คิวมีเรื่องจะคุยน่ะ” ไม้คิวรีบยกไม้ยกมือปฏิเสธ แต่จิ้นกลับกระซิบข้างหู

“ฉันให้เวลานายทำให้ทิกกี้รู้สึกดีขึ้นแค่สิบห้านาทีเท่านั้นนะ เดี๋ยวฉันไปหาผู้กำกับขอถ่ายในส่วนของฉันก่อน นี่บท ฉันจำได้แล้ว ฝากดูแลเธอด้วย เดี๋ยวฉันจะหาทางถ่วงเวลาไว้ เร็วๆ เลย ฉันไม่อยากถูกผู้กำกับด่าเยอะ”

จิ้นหยิบกระดาษบนโต๊ะยัดใส่มือไม้คิว

ในตอนนี้ ไม้คิวรู้สึกเหมือนมีนาฬิกานับถอยหลังอยู่บนหัว เขาเดินตัวแข็งก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้

“เอ่อ…” พูดยังไม่ทันจบทิกกี้ก็ลุกหนีแต่แขนของเธอถูกไม้คิวดึงไว้เสียก่อน ทิกกี้มองมือไม้คิวกลับด้วยสายตาเรียบเฉยทำให้ไม้คิวต้องรีบปล่อยมือ

“เป็นยังไงบ้าง”

“ฉันคงไม่เป็นไงหรอก แค่ถูกผู้ชายที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีข่มขืนเท่านั้นเอง” ทิกกี้ฝืนใจนั่งคุย

“ถ้าอย่างนั้นแต่งงานกันนะ” ทิกกี้รู้สึกใจหวิว ยิ่งทำให้นึกถึงเรื่องตอนนั้นเข้าไปใหญ่

“นี่มันสมัยไหนแล้ว ฉันไม่มีวันให้นายทำแบบนั้นกับฉันอีกแน่”

ขอโทษนะ ฉันไม่น่าขาดสติเลย หลังจากวันนี้ฉันคงนอนกับใครไม่ได้อีกนาน”

“หมายถึงเชอร์รี่เหรอ”

“ทิกกี้รู้ได้ไง” ไม้คิวแสดงสีหน้าประหลาดใจ

“ก็เห็นเรียกชื่อ” ทิกกี้พูดโดยไม่มองไม้คิว

“เรื่องมันยาวน่ะ”

“ไม่ต้องเล่า ฉันรู้มาสักพักแล้ว แล้วไง จะให้ฉันทำอะไร จะให้ฉันประกาศเป็นแฟนกับเพื่อนนายใช้มะ เชอร์รี่ รู้จุดอ่อนของนาย ทำอะไรนายไม่ได้ ก็หันมาทำลายสินค้าของนายแทน จริงๆ แล้ว นายควรจะขอบคุณเธอมากกว่า นายจะได้ใจของสาลี่ด้วย” ทิกกี้เชิดหน้าเล็กน้อย

“มาซ้อมบทไหม เธอจะได้รู้สึกดี” ไม้คิวนำบทมาอ่าน

“ใครจะอยากซ้อมบทกับนาย”

“เธออยากให้ทุกคนผิดสังเกตหรือไง” ไม้คิวแสดงสีหน้าจริงจัง พลางถอดแว่นบนใบหน้าทิกกี้ เผยให้เห็นดวงตาที่ชอกช้ำจากการร้องไห้ ไม้คิวมองเธออย่างรู้สึกผิด แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามให้อภัย

“ตอนนี้เธอไม่ใช่ทิกกี้นะ เธอคืนมินตรา ส่วนฉันคือราม” ไม้คิวทำใจดีสู้เสือแล้วเริ่มพูดตามบท “ฟังผมก่อน”

“ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น” ทิกกี้พยายามปรับอารมณ์ยอมท่องบทตอบ

“วันนี้บุษย์แค่มาหา มันไม่มีอะไรอย่างที่คุณคิด”

“อย่ามาหลอกฉันดีกว่า ฉันไม่อยากเจ็บอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ”

“ผมไม่ปล่อย จนกว่าคุณจะยอมฟัง” ไม้คิวพูดจบแล้วก็ลุกขึ้น “ทีนี้เอาจริงนะ”

“นี่เห็นแก่งานนะ ฉันถึงยอม”

“รับทราบครับคุณผู้หญิง” พูดจบไม้คิวก็เดินออกไปจากบริเวณนั้น แล้ววิ่งเข้ามาจับแขนทิกกี้ที่กำลังทำท่าจะเดินหนี

“ฟังผมก่อน”

“ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น!” ทิกกี้ตะโกนกลับด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

“วันนี้บุษย์แค่มาหา มันไม่มีอะไรอย่างที่คุณคิด” ไม้คิวตอบทันควัน

“อย่ามาหลอกฉันดีกว่า ฉันไม่อยากเจ็บอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ”

“ผมไม่ปล่อย จนกว่าคุณจะยอมฟัง” ว่าแล้วไม้คิวก็แกล้งจูบหลอก โดยจับใบหน้าทั้งสองข้างฝ่ายตรงข้าม

เพียะ!

“นี่แค่ซ้อมทำไมต้องตบจริงด้วย” ไม้คิวจับแก้มตัวเอง

“แค่ตบยังน้อยไป ที่จริงฉันอยากจะฆ่านายด้วยซ้ำ” ทิกกี้พูดนอกบท

“…”ไม้คิวไม่พูดอะไรต่อ

“บทจูบมันเป็นของจิ้นไม่ใช่นาย” ทิกกี้เดินออกไป

ไม้คิวได้แต่ยืนมองโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากนี้

 

เมื่อถึงเวลาเข้าฉากนักแสดงประจำที่หลังจากผู้กำกับถ่ายทอดเนื้อเรื่องและแสดงให้ดู

“ฟังผมก่อน” จิ้นดึงแขนทิกกี้จนเกือบเซแต่ก็ประคองตัวเองไว้ได้

“ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น” ทิกกี้พูดด้วยน้ำตา

“วันนี้บุษย์แค่มาหา มันไม่มีอะไรอย่างที่คุณคิด” จิ้นตอบทันควัน

“อย่ามาหลอกฉันดีกว่า ฉันไม่อยากเจ็บอีกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ” ทิกกี้ร้องไห้หนักกว่าเดิมพยายามปล่อยแขนตัวเองให้หลุดไปจากมือจิ้น

“ผมไม่ปล่อย จนกว่าคุณจะยอมฟัง” ไม้คิวมองจิ้นดึงทิกกี้มาจูบอย่างเร่าร้อนผ่านจอมอนิเตอร์ แม้ว่าบทจูบจะไม่นาน แต่ไม้คิวกลับรู้สึกว่ามันยาวนานอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อทิกกี้หลุดออกจากจิ้นมาได้เธอจึงตบเขาไปหนึ่งฉาดแล้ววิ่งหนีออกไปจากมุมกล้อง

“คัท! เลิกกอง”

ทุกคนในกองยิ้มยกเว้นไม้คิว เขามองทิกกี้ที่กำลังยกมือไหว้จิ้น ส่วนผู้ถูกกระทำยกมือรับว่าไม่เป็นไร ทิกกี้จับแก้มจิ้นดูบาดแผลอย่างสนิทสนม ส่วนจิ้นนั้นรีบถอยหลังหลบโดยอัตโนมัติ

“ไม่ได้เป็นไรมากหรอก” จิ้นตอบในขณะที่ไม้คิวเดินเข้ามา ส่วนทิกกี้ก็รีบเดินหลบออกไป

“จิ้นวันนี้ฉันมีธุระ ช่วยไปเอางานกับสาลี่ให้หน่อยนะ” พูดจบไม้คิวก็เดินออกไป ปล่อยให้เพื่อนแสดงสีหน้าประหลาดใจ ก่อนที่จะเข้าใจดีว่าเพื่อนของเขาอาจจะติดธุระจริง

ทิกกี้รีบสาวเท้าไปที่รถ ไขกุญแจอย่างร้อนรน แต่เมื่อเธอทำท่าจะเปิดประตูก็โดนมือปริศนาดึงเสียก่อน ทิกกี้สะดุ้ง แต่เมื่อมองผู้กระทำเธอจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

“พี่เอ”

“จะรีบไปไหน เดินเร็วจนพี่ตามแทบไม่ทัน พี่ให้เพื่อนมาส่งที่นี่ แต่พอดีรถติด พี่ล่ะกลัวสวนทางกัน” เอหายใจเร็วย่อตัวจับเข่า

“แล้วทำไมพี่ไม่โทรมาบอกก่อนล่ะ ทิกกี้จะได้รอ

“ก็แม่คุณปิดเครื่องไม่ใช่เหรอ” เอพูดด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“อ่าวเหรอ แบตคงหมด” ทิกกี้แกล้งยิ้มกลบเกลื่อน

“ขึ้นรถเถอะ” พูดจบเอก็รีบอ้อมขึ้นรถส่วนทิกกี้ก็ขึ้นตามไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองทั้งคู่กำลังแล่นรถออกไป

 

@คอนโดทิกกี้

เอทิ้งตัวลงบนโซฟาตามปกติ ส่วนทิกกี้นั้นรีบเข้าห้องนอนแล้ววางสัมภาระบนโต๊ะเครื่องแป้ง ร่องรอยสงครามบนเตียงยังคงปรากฏ ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกให้จมดิ่งสู่ห้วงลึกของความเศร้า

ทิกกี้ดึงผ้าปูที่นอนและผ้านวมออกมาพับทั้งน้ำตา เธอนำถุงดำมาใส่ผ้าปูที่นอนและผ้านวมเปื้อนเลือด มัดปากถุงเพื่อเตรียมนำไปทิ้ง ถ้าคนเราสามารถทิ้งความทรงจำที่ปวดร้าวไปได้เหมือนกับสิ่งของก็คงดี

เธอร้องไห้นั่งกอดเข่าข้างเตียง

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image