บทที่11 หวนคืน

บทที่ 11

หวนคืน

จิ้นเดินไปยิ้มไปก่อนที่จะขึ้นรถของตัวเองเหมือนคนบ้า ในที่สุดเขาจะได้พบสาลี่ คนที่เขาอยากเจอมากที่สุด เขาคิดถึงหน้าสาลี่แล้วขับรถ ออกไปอย่างสบายอารมณ์

@ บ้านสาลี่

สาลี่เดินออกมาจากบ้าน เธอประหลาดใจเมื่อได้เห็นจิ้นยืนอยู่ยิ้มคนเดียวตรงหน้าบ้าน ให้ตายเถอะ รอยยิ้มแบบนี้อีกแล้ว รู้ไหม นายกำลังทำให้เธอใจอ่อนอยู่นะ

“มาทำไม” สาลี่หันไปทางอื่นแกล้งพูดเสียงเรียบทั้งที่ในใจอยากจะโผกอดนักร้องตรงหน้า

“^ ^ เปิดให้เข้าไปหน่อยสิ”

“=O=* เรื่องอะไรฉันจะต้องเปิดบ้านให้คนแปลกหน้าที่มาค่ำมืด”

“^ ^ เลิกโกรธเถอะสาลี่ นะ” จิ้นยิ้มราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

“เข้ามาก็ได้ ขืนปล่อยนายไว้หน้าบ้าน แม่ฉันบ่นพอดี” สาลี่นิ่งสักพักแต่ก็ต้องยอมแพ้หัวใจตัวเองก่อนที่จะเปิดประตู เธอเดินนำจิ้น ระหว่างทางจิ้นได้ยกมือไหว้ลุงหนวดสีขาวที่กำลังฉาบปูนให้กับสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กคล้ายกับสระน้ำ

พ่อของสาลี่พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ แล้วหันกลับมาทำงานต่อ

จิ้นมองหินขนาดใหญ่ที่วางเรียงราย แล้วเดินตามสาลี่เข้าไป

“^ ^ พ่อของสาลี่ชอบทำสวนจังเลยเนอะ” จิ้นพูดแล้วนั่งลงบนโซฟา

“= =* เรื่องของพ่อฉัน นายมาที่นี่ มีธุระอะไรมิทราบ” พูดจบสาลี่ก็วางแก้วใส่น้ำเปล่าลงบนโต๊ะ

“^0^ ไม้คิวให้ฉันมาเอานิยาย” จิ้นยังคงทำหน้าระรื่น

“เหรอ” สาลี่ชะงักเล็กน้อย เธอหวนคิดถึงวันที่กลับจากคอนเสิร์ตจิ้น วันที่เธอถูกไม้คิวขโมยจูบแรก

“เป็นอะไรหรือเปล่า” จิ้นถามอย่างจริงจังเมื่อเห็นสาลี่เหม่อ

“ไม่มีอะไร รอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปเอามาให้” สาลี่ขึ้นบนชั้นสอง แล้วเอากระดาษปึกหนึ่งซึ่งวางบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ เมื่อเธอเดินลงมาก็เห็นจิ้นกำลังนั่งยองสนใจในสิ่งที่พ่อของเธอกำลังทำ

“พ่อสร้างอะไรเหรอครับ”

“ทำน้ำตก”

“= =? แล้วมันจะกักน้ำได้เหรอพ่อ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก พ่อผสมน้ำยากันซึมลงในปูนแล้ว”

“เอาไป หมดธุระก็กลับได้แล้ว” สาลี่ยัดกระดาษใส่มือจิ้น

“ทำไมไล่แขกอย่างนั้นล่ะลี่ เดี๋ยวพอเขาอยากกลับก็กลับเองล่ะ” แม่เดินมาแล้วเอากับข้าวที่ถือมาวางบนโต๊ะ

“สวัสดีครับแม่” จิ้นลุกขึ้นยกมือไหว้แล้วแอบยักคิ้วให้สาลี่ ผู้ถูกกระทำเชิดหน้าแล้วเดินเข้าไปในครัว

“กินเข้าด้วยกันก่อนแล้วค่อยไป เอ…หน้าตาเธอนี่คุ้นๆ นะ” แม่ขมวดคิ้ว

“ก็พระเอกหลังข่าวที่แม่กับลี่ชอบดูประจำไง” พ่อตะโกนตอบ

“OoO! มีดารามาถึงบ้านเราด้วยเหรอ เดี๋ยวแม่ขอเซลฟีหน่อยนะ” พูดจบแม่ก็รีบจัดเสื้อของตัวเองให้เข้าทรงแล้วหันไปตะโกนเรียกลูกสาว “*0* ลี่ เอามือถือของแกมาให้หน่อย แม่จะถ่ายรูปกับดารา”

“=O=  นี่ค่ะ แม่” สาลี่ทำท่ายื่นมือถือให้

“นี่ค่ะอะไร แกก็ถ่ายให้แม่สิ” แม่พูดในขณะที่พ่อกำลังล้างไม้ล้างมือเดินเข้ามา

“เดี๋ยว ถ่ายให้พ่อด้วย พ่อจะเอาไปอวดเพื่อน” พ่อที่เคยไม่ยี่หระกับดาราสักเท่าไรกลับกลายนึกสนุกไปกับแม่ด้วย

สาลี่ถ่ายรูปไปหลายรูป สักพักแม่ก็เดินมาหยิบมือถือ

“มาลี่ เดี๋ยวแม่ถ่ายให้ แกไปยืนใกล้ๆ กับรามไป” แม่เอ่ยชื่อตัวละครที่จิ้นแสดงเป็นพระเอกคู่กับทิกกี้

“ไม่เอา แม่”

“ไม่ต้องเขิน พ่อรู้ว่าแกอยากถ่าย” พ่อพูดในขณะที่จิ้นยิ้มพร้อมกับส่งสายตาให้สาลี่

“น่า ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกหรือเปล่า อย่าเล่นตัวนักเลย” แม่พูดพลางดันสาลี่ให้เข้าไปใกล้จิ้น

“^ ^ เดี๋ยวครับแม่ ขอรูปผมกับสาลี่ด้วยครับ กดตรงนี้นะครับ” จิ้นยื่นมือถือให้พ่อแล้วหันไปขยับตัวเข้ามาใกล้สาลี่แล้วโอบเอว

“=O=* นี่นาย!”

“^ ^ น่า แค่ถ่ายรูป เพื่อนสาลี่จะได้อิจฉาไง” จิ้นยิ้มในขณะที่พ่อกับแม่กดปุ่มมือถือ

“เออ กล้องอันนี้ชัดกว่าของเราแฮะ”

“จริงด้วย ถ่ายออกมาแล้วสว่างคมชัด” แม่หันมาดูจอที่พ่อถือ

“เดี๋ยวขอสักสองรูป กล้องของดาราได้ไหม” พ่อพูด

“เรียกจิ้นก็ได้ครับ ได้สิครับ จะถ่ายกี่รูปก็ได้” จิ้นยิ้ม และแล้วพ่อกับแม่ก็ถ่ายรูปคู่กับจิ้นอีกคนละรูป

“เดี๋ยวผมส่งรูปให้นะครับ” จิ้นหยิบมือถือของสาลี่และของตัวเองจากมือสาลี่ แล้วใช้มือทั้งสองข้างกดส่งอย่างว่องไว

“แล้วนี่อีกคนไปไหนล่ะ คนที่มาเอาต้นฉบับนิยายสาลี่บ่อยๆ” แม่ถาม

“^ ^ ไม้คิวติดธุระเลยให้ผมมาแทนครับ” จิ้นยิ้มตอบอย่างมีมารยาททั้งที่เจ็บปวดในใจ เขาไม่รู้ว่าทำไมไม้คิวถึงยอมให้เขามา ราวกับว่าเปิดทางให้เพื่อน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังบอกให้เขาแกล้งเป็นแฟนหลอกๆ กับทิกกี้

“เหรอ แต่ก็ดีเหมือนกันมีดารามาแทน มากินข้าวกัน” แม่เดินไปจัดแจงของบนโต๊ะ ส่วนสาลี่ก็ตักข้าวให้ทุกคนตามปกติ

“ตอนนี้ จิ้นทำอะไรอยู่เหรอ” แม่พูดแล้วตักข้าวใส่ปาก

“^ ^ ก็ถ่ายละครใกล้จะจบแล้วล่ะครับ แล้วก็กำลังจะออกซิงเกิ้ลใหม่”

“ไอ้ซิงเกิ้ลมันคืออะไร” พ่อขมวดคิ้วถาม

“ออกเทปน่ะครับ”

“อ้อ” พ่อกับแม่พูดพร้อมกัน

“แม่เห็นข่าวในทีวี บอกว่าคบกับทิกกี้อยู่เหรอ” แม่สวมบทบาทนักข่าวสัมภาษณ์จิ้น ผู้ฟังนิ่งตอบอะไรไม่ถูกได้แต่หันไปมองสาลี่ที่กำลังสนใจอาหารตรงหน้า

“พอเถอะแม่ พ่อว่าจิ้นคงไม่อยากตอบหรอก” พ่อรีบตัดบท ส่วนแม่ก็แสดงอาการหงุดหงิดเวลาโดนพ่อขัดคอ จิ้นมองสาลี่ที่กำลังแอบยิ้มอย่างไม่เข้าใจ

เมื่อทานอาหารเสร็จ สาลี่จึงเดินออกมาส่งจิ้นที่รถตามคำสั่งแม่ จิ้นยิ้มแล้วมองสาลี่ เป็นเวลานานพอที่ทำให้ผู้ถูกกระทำหน้าแดง

“=////= มองทำไม”

“^ ^ ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากหยุดเวลาไว้แค่นี้ มองตาฉันสิ” จิ้นพูดจบแล้วจับบ่าสาลี่ไว้ทั้งสองข้าง สาลี่หลบตา จะให้เธอมองได้อย่างไร ในเมื่อแค่ได้ยินเสียง ได้อยู่ใกล้ ก็ใจสั่นแทบแย่

“ถ้าเธอไม่หันมาฉันจูบเธอจริงๆ นะ”

“จะบ้าเหรอ” สาลี่หันมองจิ้นตรงๆ ยิ่งทำให้เธอหน้าแดงเข้าไปอีก

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ฉันไม่ขอให้เธอเชื่อฉัน แต่ฉันอยากบอกแค่ว่า ฉันชอบเธอ” จิ้นยิ้มเรียบแฝงความเศร้าสร้อย

สาลี่หน้าแดงผ่าวหัวใจเต้นแรงเหมือนกับว่ามันจะหลุดออกมา เข่าที่เคยแข็งแรงกลับอ่อนจนแทบทรุด จิ้นเห็นสาลี่ทำท่าจะล้มจึงประคองตัวเอาไว้

“ฉันไม่เป็นไร” สาลี่ผลักจิ้นให้ออกไปจากตัว

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ฉันกลับก่อนนะ” จิ้นยิ้มเศร้าแล้วออกรถไปโดยไม่รอคำตอบ ไม่ว่าคำตอบจะออกมาอย่างไร มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ สุดท้ายก็ต้องแยกจากกันอยู่ดี

 

@ คอนโดทิกกี้

ไม้คิวนั่งรอในรถ ให้ตายเถอะ ทำไมทิกกี้ถึงทำให้เขาร้อนรนได้ขนาดนี้

ตรู๊ด…

“เชอร์รี่” ไม้คิวอ่านข้อความบนมือถือ แล้วตัดสายทิ้ง สักพักก็มีไลน์ของเชอร์รี่ส่งเข้ามา

/ ‘รับสาย’ / ไม้คิวถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เมื่อมีสายเรียกเข้ามาอีกครั้งเขาจึงรับมัน

/ “ไม้คิว ฉันให้โอกาสคุณอีกครั้ง ถ้าคุณไม่มาหาฉันล่ะก็ คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น” / ปลายสายพูดทันที

“ไหนเชอร์รี่บอกว่าลบรูปหมดแล้วไง”

/ “ใช่ ฉันลบหมดแล้ว แต่มันก็แค่ชุดนั้นล่ะนะ” /

เธอหมายความว่าไง!”

/ “โอ๋ อย่าเสียงดังไปพ่อหนุ่มน้อย แล้วฉันจะส่งให้เธอดู” / ปลายสายวางเมื่อพูดจบ ในเวลาไม่นาน ข้อความรูปภาพในโปรแกรมสนทนา ก็ปรากฏขึ้น

“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ไม้คิวเลื่อนดูรูปจิ้นสวมผ้าขนหนูปิดท่อนล่าง ซึ่งถูกจัดท่าทางเหมือนกับกำลังนอนกอดร่วมรัก ถ้าเพื่อนเขาได้เห็นคงรับไม่ได้แน่

/ ‘มาหาฉันก่อนเที่ยงคืนถ้าไม่อยากให้ฉันประจานเรื่องนี้’ /

“ยัยโรคจิต” ไม้คิวกำโทรศัพท์หลังจากวางสาย เขาบิดกุญแจรถ แต่ก็เปลี่ยนใจดับเครื่องขึ้นไปหาทิกกี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เขายังอยากคุยกับเธอให้เข้าใจ

 

@ทางด้านทิกกี้

เอผู้จัดการส่วนตัวของทิกกี้นั่งดูทีวี สักพักก็มีเสียงออดดังขึ้น

“ไม้คิว ทำไมถึงมาตอนนี้ล่ะ” เอพูดกับตัวเองหลังจากมองตาแมว สาวประเภทสองตัดสินใจเปิดประตูแล้วทักทายเสียงดังจนทิกกี้ที่อยู่อีกห้องได้ยิน

“ลมอะไรพัดไม้คิวให้มาที่นี่ได้คะ”

“ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับทิกกี้ครับ” ไม้คิวพูดอย่างสำรวม

“รอเดี๋ยวนะ” เอพูดแล้วเคาะประตู ทิกกี้ที่นั่งอยู่บนพื้นเอามือปิดหู แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะกั้นเสียงจากภายนอก

“ทิกกี้ ไม้คิวมาหา” เอเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา จึงเลิกล้ม หันกลับไปคุยกับไม้คิวซึ่งยืนอยู่หน้าห้อง “ทิกกี้คงจะไม่สบาย ตั้งแต่ถ่ายละครกลับมา ไม่ยอมออกจากห้องเลย เรียกกินข้าวก็ไม่กิน”

ยิ่งไม้คิวได้ยินอย่างนั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด แต่เขาจะถอยหลังไปจากนี้อีกไม่ได้

“ทิกกี้ ถ้าเธอไม่พร้อมที่จะคุยกับฉัน ฉันจะฝากข้อความไว้หวังว่าเธอจะอ่านนะ” พูดจบไม้คิวจึงหันมาคุยกับเอ “พี่เอ ขอกระดาษกับปากกาหน่อยครับ”

ไม้คิวเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษแล้วพับให้มีขนาดเล็กก่อนที่จะลอดใต้ประตู ทิกกี้มองมันชั่วครู่แล้วหันไปทางอื่น

“ผมไปก่อนนะครับ” ไม้คิวพูดเสียงเรียบแล้วเดินออกมา

 

@ไฮไลต์ผับ

ไม้คิวเดินขึ้นไปชั้นสองห้องเดิม ห้องที่เขาเคยร่วมรักกับเชอร์รี่ เขาหยุดอยู่หน้าห้องแล้วเคาะประตู

“มาแล้วเหรอ เข้ามาก่อนสิ” เชอร์รี่ในชุดนอนบางเบา มันบางจนถึงขั้นผู้มองรู้ได้ว่าเธอไม่ได้ใส่อะไรอยู่ข้างใน ไม้คิวไม่สนใจเดินเข้ามาด้านใน โดยที่รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใด

เชอร์รี่ล็อกประตูแล้วเข้าผลักไม้คิวลงบนเตียงนอนโดยใช้ตัวดันเข้าไปจนเธอได้คล่อมลงบนตัวของเขา เธอจูบไม้คิวอย่างเร่าร้อน ผู้ถูกกระทำพยายามหลับตา ฝืนใจตัวเอง แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะภาพทิกกี้ยังคงหลอกหลอนอยู่

“เปลี่ยนเป็นเงินเถอะเชอร์รี่ ฉันมีเซ็กส์กับเธอไม่ได้จริงๆ” ไม้คิวดันตัวเชอร์รี่ออกอย่างสุภาพ

“ทำไม ก็แค่เซ็กส์ เราก็เคยทำกันอยู่บ่อยๆ คุณไม่จำเป็นต้องรักเชอร์รี่ก็ได้” เชอร์รี่พยายามจะทำต่อแต่ไม้คิวก็ผลักเธอเต็มแรงจนสาวร่างนางแบบเซ

“ไม่! ฉันลืมผู้หญิงคนหนึ่งไม่ได้ เปลี่ยนเป็นเงินเถอะ ฉันขอร้อง”

“ทำไม อีผู้หญิงคนไหน หรือว่าเป็นยัยแม่บ้านนั่น” เชอร์รี่แสดงสีหน้าไม่พอใจ

“จะเป็นคนไหนมันก็เรื่องของฉัน” ไม้คิวกำหมัดราวกับว่าความอดทนกำลังจะพังทลาย

“ทำไมไม้คิวพูดอย่างนี้”

“เธอต้องการเท่าไหร่ ว่ามา” ไม้คิวเปิดกระเป๋าเงินหยิบบัตรเครดิตแล้วยื่นให้เชอร์รี่

“พวกคนรวยคงจะคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างสินะ ไม่! คุณจะทิ้งฉันไม่ได้ ฉันจะต้องเป็นคนทิ้งคุณ ออกไปเดี๋ยวนี้”  เชอร์รี่ปัดแขนไม้คิวก่อนที่จะชี้ประตู ไม้คิวจึงเก็บบัตรที่ตกบนพื้นใส่กระเป๋าสตางค์แล้วเดินออกไป

เชอร์รี่ปิดประตูเสียงดังประหนึ่งว่าห้องนี้จะไม่ต้อนรับคนอย่างเขาอีกต่อไป

 

@ คอนโดจิ้น

“เป็นยังไงบ้าง” จิ้นในชุดนอนลายทางตรงทะลึ่งตัวลุกขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนเดินคอตกเปิดประตูเข้ามา

ไม้คิวส่ายหน้าแทนคำตอบ แล้วเอารูปในมือถือให้จิ้นดู

“หา! นี่มัน… ให้ตาย เราจะทำยังไงกันดี” จิ้นทรุดตัวลงนั่ง

“ไม่เห็นจะเป็นไร นายก็ปฏิเสธไปสิ หรือนายจะพูดความจริงว่า นายถูกแฟนเก่ามอมยาแล้วปล้ำล่ะ” ไม้คิวพูดจริงจัง

“ถึงเวลานั้นเชอร์รี่ต้องออกมาแสดงตัวแน่ สุดท้ายก็ต้องโดนขุดคุ้ยโจมตีจากบอร์ดพรานทิพย์ ถ้าโกหกแฟนคลับคงจะเสียความรู้สึก ถ้าพูดความจริงก็ดูไม่ดี”

“ถึงเวลาอนาคตนายดับแน่” ไม้คิวพูด

“โคตรให้กำลังใจ”

“เอางี้ นายบอกความจริงกับต้นสังกัดไป จะออกหัวหรือออกก้อยค่อยว่ากัน ส่วนเรื่องแถลงข่าวเอาไว้ที่หลัง ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ นายต้องถ่ายละครแต่เช้า” ไม้คิวถอดเสื้อนอกออก

“ใจเพื่อน เรื่องนี้ไว้ให้ฉันคนที่อยู่วันพรุ่งนี้จัดการละกัน”

“คิดได้อย่างนั้นก็ดี” ไม้คิวพูดแล้วยกผ้าขนหนูพาดบ่าเข้าห้องน้ำ

 

@บันทึกของสาลี่

/ 14 ส.ค. 2552

จิ้นมาหาฉันที่บ้าน เราได้ทานอาหารพร้อมกัน จิ้นเป็นคนเข้ากับคนง่ายทำให้พ่อกับแม่เริ่มเปิดใจ

หลังจากทานข้าวเสร็จ ฉันก็ไปส่งจิ้น เขาสารภาพรักกับฉัน ฉันกลัวว่ามันจะเป็นแค่ความฝัน จึงรีบคว้าสมุดมาจดบันทึกไว้ เผื่อว่าเมื่อวันพรุ่งนี้ฉันตื่นขึ้นมา ฉันจะได้รู้แน่ชัดว่ามันเป็นความจริง /

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image