บทที่12 กำลังใจ

 

บทที่12

กำลังใจ

 

@ เช้าวันรุ่งขึ้น

ทิกกี้ตื่นขึ้นล้างหน้าอาบน้ำแปรงฟันตามปกติ แต่เมื่อเธอเดินกลับห้องก็รู้สึกว่ากำลังเหยียบอะไรบางอย่างจึงหยิบมันขึ้นมาดู เธอจำได้ว่ามันเป็นข้อความที่ไม้คิวเขียนให้เธอ มันคงไม่ดีแน่ ถ้าผู้จัดการส่วนตัวของเธอมาเห็นข้อความในกระดาษแผ่นนี้

ทิกกี้พยายามบอกกับตัวเองว่าเศร้ามากพอแล้ว หลังจากนี้เธอจะไม่หนีมันอีก เธอปาดน้ำตาก่อนที่มันจะล้นออกมาแล้วกางจดหมายออกมาอ่าน โดยมีข้อความว่า

/ ทิกกี้ ฉันรู้ดีว่าเธอกำลังโกรธฉันอยู่ ฉันพร้อมทำทุกอย่างที่เธอต้องการ หลังจากตอนนี้ ฉันต้องไปหาเชอร์รี่ เพื่อต่อรองกับเธอ ซึ่งไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า เป็นกำลังใจให้ฉันนะ

ไม้คิว /

ทิกกี้ฉีกกระดาษในมือเป็นชิ้นเล็กมากพอที่จะไม่มีคนสามารถปะติดมันได้อีก

“ทิกกี้ ดูนี่สิ!” เอพูดเสียงดังลั่นทำให้ทิกกี้ต้องรีบเดินเข้ามาหา

“มีอะไรเหรอพี่”

เอยื่นมือถือโชว์รูปถ่ายในโปรแกรมสนทนาแทนคำตอบ

“นี่มัน!” ทิกกี้ตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นรูปจิ้นกับเชอร์รี่

“เดี๋ยวนะ ยัยคนนี้คุ้นๆ เหมือนเคยเห็นหน้า นี่มันเชอร์รี่ คู่ขาของไม้คิว! ทำไมถึงมีรูปแบบนี้กับจิ้นได้ หรือว่าสองคนนี้จะแลกผู้หญิงกัน ว้าย ตายแล้ว อกอีแป้นจะแตก” หนุ่มเกย์ขมวดคิ้วหันมาเพ่งพิจารณารูปบนจอโทรศัพท์ แล้วก็นึกขึ้นได้

ทิกกี้ยืนนิ่งแล้วครุ่นคิดไม่ได้สนทนาโต้ตอบหล่อน แสดงว่า เมื่อคืนไม้คิวเจรจาไม่สำเร็จ

“เดี๋ยวพี่ส่งรูปให้ไม้คิวดูดีกว่า” ต่อมเผือกของเอเริ่มทำงาน

“ทำไมต้องส่งให้ด้วย ในเมื่อมันเป็นเรื่องของเขา พอถึงเวลาเดี๋ยวเขาก็ติดต่อเองแหละ” ทิกกี้แสดงอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เธอเดินไปหยิบกระเป๋าคู่ใจแล้วออกจากห้อง

“ไม่ส่งก็ไม่ส่ง รอพี่ด้วย” เอเก็บมือถือใส่กระเป๋าสะพายใบใหญ่ก่อนที่จะตามไป

 

@ อาคารอีเอ็นที

“ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้” ผู้ชายวัยกลางคนหมุนเก้าอี้หันมามองจิ้นและไม้คิวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตรงหน้าจิ้นและไม้คิวมีไมโครคอมพิวเตอร์ซึ่งหน้าจอของมันกำลังแสดงรูปคู่จิ้นกับเชอร์รี่

นี่มันรูปของเธอใช่ไหม!” ผู้จัดการระดับสูงตบโต๊ะ ทำเอาสองหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยง

จิ้นพยักหน้าแทนคำตอบ

“ภาพมันถูกจัดฉาก จิ้นถูกวางยาสลบ แล้วเธอก็…” ไม้คิวพูดแต่ก็ถูกขัดจังหวะ เนื่องจากผู้ฟังยกมือแสดงความหมายให้หยุดพูด

“เอาล่ะ เธอผิดสัญญากับเรานะไม้คิว เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันสามารถเลิกจ้างศิลปินของเธอได้เลยในตอนนี้”

“ทราบครับ” สีหน้าไม้คิวแสดงอาการเคร่งเครียด

“ตอนนี้ เธอถ่ายละครที่กำลังออกอากาศให้จบก่อน แต่ถ้าสถานการณ์มันเลวร้ายมากกว่านี้ คนดูไม่ให้อภัยเธอ ฉันคงต้องหาพระเอกคนใหม่ หวังว่าเธอคงเข้าใจนะ”

“ทราบครับ” จิ้นก้มหน้าพูดคล้ายรับผิด

 

@บ้านสาลี่

“สาลี่ นักร้องที่มาเมื่อคืนออกข่าว ลงมาดูสิ” แม่สาลี่เรียกทำให้เธอต้องรีบเดินลงมา แล้วมองภาพบนจอโทรทัศน์

/ “ภาพฉาว นักร้อง ชื่อเล่น ย่อ จอจาน กำลังอินเลิฟกับสาวปริศนา” / สาลี่มองภาพร่วมรักระหว่างจิ้นกับเชอร์รี่แผ่หลาบนหน้าจอทีวีด้วยความรู้สึกสับสน รายการข่าวบันเทิงยังคงดำเนินต่อไปแต่เธอกลับไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้นโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ

คนในนั้นคือจิ้นไม่ผิดเพี้ยน และอีกคนก็คือเชอร์รี่ ยิ่งทำให้ชัดแจ้งอย่างไม่ต้องสงสัย จิ้นคบกับเชอร์รี่ แล้วยังมาหลอกบอกรักให้ดีใจ ในสายตาจิ้น เธอคงเป็นแค่แฟนเพลงที่หลงใหลเขาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

จิ้นทำไปเพื่อเพิ่มความนิยมของตัวเอง เหมือนกับเวลาที่เขาอ้อนแฟนคลับ เธอคิดอะไรมาก สาลี่ มันก็แค่…คำพูดเพื่อดึงความนิยมตัวนักร้อง

“นี่ล่ะนะ ดารา มั่วไปหมด” แม่สาลี่บ่นหลังจากข่าวจบลงตัดเข้าโฆษณา แล้วหันไปมองลูกสาว ที่ยังคงมองหน้าจอทีวี “ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ สาลี่ มีสมหวังก็ต้องมีผิดหวัง”

แม่สาลี่ปลอบใจแล้วเดินออกไปข้างนอก สาลี่ปิดทีวีแล้วขึ้นไปบนห้อง เธอนั่งหน้าคอมพิวเตอร์สักครู่ ก่อนที่จะหันไปทิ้งตัวลงบนที่นอน

ตรู๊ด…

หน้าจอมือถือแสดงรูปไม้คิว สาลี่ดันตัวเองไปรับโทรศัพท์ซึ่งวางอยู่หัวเตียง

“ฮาโหล”

“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย มาที่ร้านเลิฟนมหน่อยสิ”

“อือ” สาลี่วางสายแล้วเหยียดแขนจนสุดเพื่อบิดเส้น

 

@ร้านเลิฟนม

“สาลี่เดินเข้ามาในร้านจึงเห็นไม้คิวมองออกไปนอกร้านด้วยใบหน้าจริงจัง หลังจากสาลี่นั่งลงตรงหน้าเขาคิดอะไรอยู่เหรอ” สาลี่ถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ได้คิดอะไรหรอก เราไม่เจอกันไม่กี่วัน แต่ทำไมถึงรู้สึกนานยังไงก็ไม่รู้” ไม้คิวยิ้มเรียบ เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเขาจึงพูดต่อ

“ขอโทษนะ ที่ฉันทำไปวันนั้น เธอคงตกใจล่ะสินะ” ผู้พูดมองล่างคล้ายสำนึกผิด

“ช่างมันเถอะ มันผ่านไปแล้ว หวังว่านายคงไม่ได้เรียกฉันมาด้วยเรื่องแค่นี้นะ”

“มีเรื่องอื่นอีกเรื่อง ทางค่ายพักงานจิ้น รวมทั้งโปรเจกต์ละครหลังข่าวด้วย คือ…ฉัน” ไม้คิวแสดงสีหน้าเคร่งเครียด

“นายจะยกเลิกงานเขียนของฉันใช่ไหม” สาลี่ถามตรงไปตรงมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ขอโทษนะ คิดเสียว่านี่เป็นค่าเสียเวลาละกันนะ” ไม้คิวยื่นเช็คให้

“ไม่ต้องหรอก ฉันจะไม่รับเงิน ถ้าฉันไม่ได้ส่งต้นฉบับที่สมบูรณ์ แค่นายให้ฉันได้เจอจิ้นฉันก็ดีใจแล้ว” สาลี่ยิ้ม

“เหรอ สาลี่คงชอบจิ้นมากสิ” ไม้คิวทำหน้าเศร้า

ฉันก็แค่ชอบเขาในฐานะแฟนคลับคนหนึ่งเท่านั้นแหละ” สาลี่หลบตาเพราะภาพในทีวียังคงหลอกหลอน ถ้าจิ้นรู้ว่าเธอจริงจังกับคำพูดของเขาคงถูกหัวเราะเยาะแน่

“วันนี้เราคงเจอกันวันสุดท้ายสินะ ขอบคุณนะสำหรับประสบการณ์ดีๆ ที่ผ่านมา ฉันสนุกมาก” สาลี่ยิ้มแล้วลุกขึ้น

“สาลี่” ไม้คิวจับแขนสาลี่รั้งเอาไว้ เมื่อเห็นผู้ถูกกระทำหันมาสบตาจึงรู้สึกตัว

“ขอโทษนะ” ไม้คิวปล่อยมือสาลี่เมื่อเห็นภาพทิกกี้ซ้อนอยู่ตรงหน้าเธอ สาลี่ยิ้มแล้วเดินออกไป ถ้าไม่เกิดเรื่องวันนั้น เขาคงสามารถรั้งไม่ให้เธอไปไหนได้อีก

 

@ งานอีเว้น

ทิกกี้หยุดยืนตรงหน้าป้ายโลโก้ ซึ่งเป็นสถานที่จัดเอาไว้ให้นักแสดงยืนให้สัมภาษณ์

“ทิกกี้มีความคิดเห็นยังไงกับ ข่าวจิ้นที่เป็นกระแสในตอนนี้คะ”

“ข่าวอะไรเหรอคะ” ทิกกี้แกล้งถามกลับ

“ก็ข่าวรูปจิ้นที่กำลังพลอดรักกับสาวปริศนาไงคะ”

“ทิกกี้ยังไม่เห็นรูป เลยยังตอบอะไรไม่ได้” ทิกกี้ยิ้มทุกครั้งที่ตอบคำถามจบ

“ไม่เป็นไร ฉันบันทึกรูปไว้ในมือถือ” นักข่าวอีกคนพูด ทิกกี้ยิ้มแห้งก่อนที่จะเอามือถือผู้สื่อข่าวมาดูตามมารยาท

“พี่คิดว่าเป็นรูปจิ้นจริงเหรอคะ” ทิกกี้ถาม

“แน่เสียยิ่งกว่าแน่ ไม่ใช่รูปตัดต่อ และตอนนี้เรากำลังตามหาผู้หญิงในรูปอยู่ ทราบว่ามีคนเห็นเธอเข้าออกคอนโดจิ้น”

“ทิกกี้ยอมรับนะคะ ว่ากำลังคุยกับจิ้น แต่เราก็ยังไม่ได้คบกัน แต่ทิกกี้ก็เคารพในความเป็นส่วนตัวของเขาค่ะ ถ้าเขาตอบว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทิกกี้ก็จะเชื่อใจเขา”

“แล้วจะมีงานแถลงข่าวไหมคะ”

“อย่างที่บอก ตอนนี้เรายังเป็นเพื่อนกับอยู่มันเป็นเรื่องของเขา แต่ถ้ามีงานแถลงข่าวจริง จิ้นจะแจ้งให้ทราบแน่นอนค่ะ”

“ขอโทษนะคะ พอดีทิกกี้ติดธุระอีกที่ เดี๋ยวจะไปช้า” เอซึ่งยืนอยู่ข้างทิกกี้อยู่นานพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแล้วดึงแขนทิกกี้ออกไป โดยไม่ยี่หระนักข่าวที่เรียกชื่อทิกกี้ ปล่อยให้ยืนไม่พอใจอยู่ตรงนั้น

เมื่อเอพาทิกกี้พ้นจากนักข่าว พวกเธอพากันขึ้นรถ ทิกกี้เป็นคนขับ

“เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แล้วยังเอากระดูกมาแขวนคออีก” เอบ่นอุบ ในขณะที่คนขับมองกระจกหลังพลางถอยรถพลาง

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกพี่ ดีออก ยิ่งเป็นกระแส งานก็ยิ่งเพิ่มขึ้น” ทิกกี้ปรับเกียร์รถแล้วเดินหน้า

“เออจริง” เอยิ้มรื่น ลืมความปวดหัวเมื่อครู่ไปปลิดทิ้ง

“เราไม่จำเป็นต้องหนีหรอก ก็แค่ตอบว่าไม่รู้ เหนื่อยตอบแค่นิดหน่อย แล้วนี่ยังไง หมอนั่นโทรมาหรือเปล่า”

“หมอนั่นไหน?”

“ก็หมอนั่นไง ที่มาขอให้พี่ช่วยจิ้นอยู่บ่อยๆ”

“อ๋อ ไม้คิวเหรอ ไม่เห็นโทรมาเลยนะ หลังจากมาหาทิกกี้เมื่อวานก็หายเงียบ ก็เมื่อเช้าพี่จะโทรหาเขา เธอก็ไม่ให้โทรนี่ โกรธอะไรไม้คิวหรือเปล่า”

“เปล่า ก็แค่ไม่อยากให้พี่อำนวยความสะดวกให้หมอนั่นมากมาย”

“มีเรื่องโกรธไม้คิวแน่ๆ ร้อยวันพันปีเรียกชื่อตลอดแต่เดี๋ยวนี้กลับเรียกไม้คิวว่าหมอนั่น เอ…พี่ว่าสองสามวันที่ผ่านมานี้ ไม้คิวใส่ใจทิกกี้เป็นพิเศษเลยนะ” เอทำท่าทางเหมือนนึกอะไรบางอย่างก่อนที่จะหันมาสังเกตสีหน้าทิกกี้

“ช่างเขาเถอะ”

 

@ คอนโดจิ้น

“ช่วงนี้นายก็เก็บตัวสักระยะก็แล้วกัน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า” ไม้คิวถามเพื่อนที่กำลังทำหน้าเครียด อาจเป็นเพราะจิ้นไม่ค่อยได้แสดงสีหน้าแบบนี้จึงทำให้ผู้ถามรู้สึกอึดอัด ทนรอคำตอบไม่ไหวจึงพูดต่อ

“เดี๋ยวฉันจะปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและถอดสายทีวีนะ ส่วนโทรศัพท์นี่เอาไว้ที่ฉันก็แล้วกัน นายจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน อยากดูอะไร เดี๋ยวฉันเช่าหนังมาให้”

“เรื่องอะไรก็ได้ เอาแบบเบาสมองน่ะ” จิ้นทำท่านอนลงบนโซฟา เมื่อเพื่อนของเขาออกจากห้องไปเขาจึงลืมตาขึ้น ‘สาลี่ ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่นะ’

 

ไม้คิวเดินลงจากคอนโดด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนัก เขาควรตัดใจจากสาลี่ได้แล้ว ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ และสาลี่ก็ไม่ได้รู้สึกรักเขาเลยสักนิด ใจของสาลี่มีแต่จิ้น ส่วนจิ้นนั้นก็ไม่ใช่คนไม่ดี

คนไม่ดีคือเขาต่างหาก

 

@บ้านสาลี่

หนุ่มหน้าตี๋ขับรถแล้วจอดตรงหน้าบ้านในเวลาไม่นานสาลี่ก็เดินออกมาต้อนรับ

“เพิ่งเจอกันวันนี้เอง นายมีอะไรหรือเปล่า มีอะไรก็โทรมาก็ได้นี่”

“ตอนนี้ จิ้นไม่สบายใจมาก ฉันอยากให้เธอไปช่วยเลือกหนังที่จิ้นชอบให้หน่อย”

“ถึงฉันจะเป็นแฟนคลับก็ใช่ว่าฉันจะรู้ละเอียดขนาดนั้นนะ”

“เอาเรื่องที่สาลี่ชอบก็ได้”ไม้คิวยิ้มเรียบ

“จะเอาอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันไปบอกพ่อก่อนนะ” สาลี่พูดจบก็เดินออกไป

ไม้คิวนั่งรอในรถ สาลี่วิ่งแล้วเข้ามาในรถก่อนที่จะคาดเข็มขัด “พ่อบอกให้กลับก่อนสองทุ่ม รีบหน่อยละกัน”

“สาลี่ ฉันมีเรื่องอยากจะบอก เรื่องของเชอร์รี่” ไม้คิวพูดก่อนที่จะออกรถ

“ฉันไม่อยากรู้เรื่องของคนอื่นหรอก”

“ไม่จริง ฉันรู้ว่าเธออยากรู้” ไม้คิวพูดแทงใจดำผู้ฟัง “จริงๆ แล้ว เรื่องนี้เชอร์รี่จัดฉากเพื่อทำลายชื่อเสียงของจิ้น วันนั้นที่ฉันอยู่กับเธอแล้วมีข้อความส่งมา ที่ฉันออกไปโทรศัพท์ข้างนอกน่ะ เชอร์รี่ส่งรูปมาให้ฉัน เพื่อให้ฉันกลับไปหาเธอ”

“นายมาบอกฉันทำไม”

“มันเป็นความผิดของฉัน และฉันไม่อยากให้เพื่อนเสียใจ”

“ขอบใจที่เล่าละกัน แต่ฉันก็ไม่เชื่อเต็มร้อยหรอกนะ”

เวลาผ่านไป…

ระหว่างที่กำลังรอชำระเงินหลังจากเลือกซีดีหนังเสร็จ ไม้คิวเห็นสาลี่กำลังยืนหันหลังใช้ปากกาเขียนข้อความบางอย่างลงสมุดโน้ตแล้วฉีกกระดาษพลางยิ้มก่อนที่จะทำท่าทางลังเล

“จะให้จิ้นก็ให้เถอะ ในเวลานี้กำลังใจจากใครก็สำคัญทั้งนั้น” ไม่คิวจ่ายเงินเสร็จแล้วเดินเข้ามาหยิบกระดาษในมือสาลี่มาใส่กระเป๋า

 

@คอนโดจิ้น

ไม้คิวไขกุญแจเข้าห้องเห็นเพื่อนกำลังกินยาลดกรด

“ปวดท้องเหรอ”

“อือ” จิ้นหน้าซีดจับท้องตัวเอง

“กินข้าวก่อนสิ วันนี้แกงถุงคงกินได้นะ” ไม้คิวหันไปจัดแจงเอากับข้าวใส่จาน

“จะพยายามกระเดือกให้ลงก็แล้วกัน” จิ้นดันตัวเองลุกขึ้นไปที่โต๊ะกินข้าว

“สาลี่เอาจดหมายน้อยมาให้นาย”

“สาลี่เหรอ” จิ้นเบิกตาขึ้น

“ฉันให้สาลี่ช่วยเลือกหนังให้นาย ก่อนกลับสาลี่ก็ยื่นไอ้นี่มาให้” ไม้คิวตักข้าวเสร็จ ก็นั่งลง แล้วหยิบกระดาษออกจากกระเป๋าเสื้อให้เพื่อน

จิ้นเปิดการ์ดข้อความจึงเผยออกมา

/ ขอให้จิ้นมีความสุข สบายใจนะ สาลี่จะเป็นกำลังใจให้ สาลี่ /

“คงจะกินข้าวได้แล้วนะ” ไม้คิวพูดเมื่อเห็นจิ้นยิ้ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image