บทที่14 แฟน

บทที่ 14

แฟน

 

@คอนโดจิ้น

จิ้นนอนอยู่บนโซฟาพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อนึกถึงสาลี่

/ “แล้วเราเป็นแฟนกันได้หรือยัง” จิ้นถามก่อนที่จะกลับบ้านในเวลาเย็นเพราะไม่ได้เอารถมาจึงต้องรีบกลับเร็วกว่าปกติ ส่วนพ่อกับแม่ก็มองเด็กทั้งสองอยู่ไกลด้วยความเป็นห่วง

“ถ้าอยากเป็นแฟนกันต้องทำยังไงล่ะ” สาลี่ทำหน้าสลอน

“ถ้าอย่างนั้น เราเป็นแฟนกันนะ” จิ้นจับมือสาลี่ไว้ทั้งสองข้างแล้วยิ้ม

สาลี่พยักหน้าแทนคำตอบ ร่างสูงหอมแก้มหญิงสาวด้วยความดีใจ ผู้ถูกกระทำตกใจแล้วเหลือบไปเห็นพ่อกับแม่ซึ่งกำลังเฝ้าสังเกตอยู่ จิ้นจึงมองตามแล้วไหว้สวัสดีอีกครั้งก่อนที่จะเดินออกไปจากบ้าน แต่กว่าจะละสายตาได้ก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะจิ้นหันมายิ้มให้อยู่หลายครั้งจนสาลี่ต้องเอ่ยปากไล่ให้รีบกลับ /

เมื่อจิ้นนึกถึงภาพความสุขที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกยิ่งทำให้ร่าเริงเพิ่มขึ้น ไม้คิวหรี่ตามองเพื่อนที่กำลังยิ้มหัวเราะคิกคักคนเดียวเหมือนคนบ้า อันที่จริงแล้วคนเพิ่งผ่านมรสุมชีวิตมาน่าจะเครียดเสียมากกว่า อย่างกับว่ามีเรื่องดีเข้ามากลบเรื่องเลวร้ายไปเสียหมด

ช่วงเวลานี้จิ้นถูกยึดโทรศัพท์ แม้แต่พ่อกับแม่ของเขาที่โทรมาจากเชียงใหม่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จัดได้ว่า จิ้นตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง แล้วอะไรล่ะ ที่ทำให้จิ้นสบายใจได้ขนาดนี้

“เป็นบ้าอะไร” ไม้คิวถามในขณะที่กำลังนั่งดูข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เขาตั้งรหัสเครื่องเพื่อให้ตัวเองสามารถใช้งานได้คนเดียวเพราะไม่อยากให้จิ้นรับข่าวสารภายนอก แต่เขาต้องติดตามข่าวสารแทน

จิ้นไม่พูดไม่จายิ้มแทนคำตอบแล้วเดินเข้าห้องนอน ไม้คิวรู้สึกโล่งใจที่เพื่อนสบายใจได้ แล้วหันไปค้นหาข้อมูลต่อ

ในบอร์ดเว็บไซต์ชื่อดังซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมกลุ่มบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการค้นหาข้อมูลขึ้นชื่อของประเทศไทย ได้พูดถึงข่าวของจิ้นอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เชื่อได้ว่ายุคนี้สื่อสังคมออนไลน์ไวยิ่งกว่าทีวี จนหลายครั้งทีวีต้องตามข่าวจากสื่ออินเทอร์เน็ตแทนมีคนหลายคนคาดเดาผู้หญิงที่อยู่ในรูป แน่ล่ะว่ามีคนเคยเห็นเชอร์รี่เข้าออกคอนโด แต่ยังไม่มีใครรู้ว่า คนที่เข้ามาหาไม่ใช่จิ้นแต่เป็นไม้คิว

ไม้คิวต้องหาวิธีให้จิ้นได้รับความนิยมอีกครั้งเพราะเขาใช้หน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวของจิ้นมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ต้องไปดูแลกิจการที่บ้าน แต่หนทางก็ดูริบหรี่เหลือเกิน บางทีเขาอาจต้องยอมจำนนให้มันเป็นไป ในระหว่างที่เขากำลังคิด เอผู้จัดการทิกกี้ก็โทรเข้ามา

“ฮาโหล”

/ “ไม้คิว ทางค่ายเขาอยากให้ไม้คิวจัดงานแถลงข่าวคู่กับทิกกี้ เพราะคุณอนันต์เจ้าของค่ายให้บอกนักข่าวว่าจะจัดงานไม่อย่างนั้นนักข่าวก็ไม่ยอมกลับกันแน่ วันนี้ว่างไหม” เอถาม /

“ทำไมเหรอครับ”

/ “คุณอนันต์ให้พี่เรียกจิ้นกับไม้คิวมาทานอาหารเย็นที่ห้องอาหารสิรินทิพย์โรงแรมกาญจนาหน่อย” /

“ครับพี่”

 

@ห้องอาหารสิรินทิพย์

ไม้คิวเดินนำจิ้นเข้ามาในร้านแต่ก็ต้องหยุดกะทันหัน เมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่ข้างคุณอนันต์ เขาคือเอ และแน่นอนคนถัดมาไม่ใช่ใครที่ไหน

‘ทิกกี้’

จิ้นที่กำลังเดินตามอยู่จึงชนเพื่อน เขาสังเกตสายตาที่ไม้คิวมองทิกกี้ ทำให้เริ่มเข้าใจถึงสาเหตุที่เพื่อนหลีกทางให้เขาทำความรู้จักกับสาลี่มากขึ้น

จิ้นยกมือไหว้คุณอนันต์ แล้วดึงแขนไม้คิว ผู้ถูกกระทำจึงได้สติแสดงความเคารพตามเพื่อน

“นั่งก่อนสิ” จิ้นแกล้งเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามเอ เพื่อให้ไม้คิวต้องนั่งตรงข้ามทิกกี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“จะสั่งอะไรเพิ่มก็สั่งได้เลย” จิ้นหันไปหยิบเมนูข้างหน้าพลางเหลือบมองเพื่อนซึ่งกำลังมองคนตรงหน้า ทิกกี้ไม่ยอมสบตาตอบ เธอหันไปสนใจอาหารแทน

 

“ที่เรียกมาวันนี้ เพื่อเตรียมตัวกับงานแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ ทิกกี้ จิ้น ผมรู้ว่าความรักของคุณเป็นรักเพื่อโปรโมทใช่ไหม”

จิ้นพยักหน้าแทนคำตอบด้วยสีหน้าหนักใจ

“จิ้นไม่ผิดหรอกค่ะ ทิกกี้ผิดเองที่เสนอตัวแก้ปัญหาเรื่องนี้”

“ทิกกี้  เธอก็รู้ดีว่า ถ้ามีข่าวกับจิ้นเธอจะเสียหาย มันคุ้มเหรอ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ทิกกี้พร้อมจะช่วย”

“ขอบใจในความมีน้ำใจของเธอนะทิกกี้” อนันต์ยิ้ม

ระหว่างทานอาหารอยู่นั้น อนันต์เห็นไม้คิวเดินไปยังระเบียงแล้วหยุดยืนมองดูวิว เขาจึงก้าวเท้าเข้าไปหา

“ที่จริงแล้ว คุณแม่ของคุณบอกให้ผมเลิกป้อนงานให้จิ้น” อนันต์วางมือทั้งสองข้างลงบนราวจับสายตาทอดยาวไปยังแสงสีภายนอกอาคารสูง

“เหรอครับ” ไม้คิวมองล่าง

“แต่ผมทำไม่ได้เพราะมันเป็นการตัดอนาคตของจิ้น เขาเป็นคนตั้งใจทำงาน ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะให้คุณเทรนคำพูดให้ออกมาดี”

“ผมตั้งใจอย่างนั้นอยู่แล้วครับ” ไม้คิวทำหน้าเครียด

ในเวลาเดียวกันทิกกี้มองไม้คิวทำให้จิ้นยิ้มอย่างมีเลศนัย เมื่อเห็นว่าเอออกไปคุยโทรศัพท์จึงพูดกับทิกกี้

“ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“อะไร” ทิกกี้ประหลาดใจ

“ทิกกี้กับไม้คิว ฉันรู้นะ ว่ามีอะไรกัน” จิ้นแกล้งแหย่

“ไม้คิวบอกเหรอ!” ทิกกี้แสดงสีหน้าไม่พอใจ

“เปล่า ฉันสังเกตเอาน่ะ ทำไมต้องโกรธด้วย” จิ้นไม่เข้าใจกับท่าทางของทิกกี้อยู่ไม่นานเอก็เข้ามาพอดี

“เดี๋ยววันนี้กลับกันก่อนดีกว่า นอนดึกเดี๋ยวทิกกี้หมดสวย” เมื่อเอเห็นจิ้นพยักหน้าจึงหันไปลาคุณอนันต์ หลังจากนั้นก็พาทิกกี้ออกไป

 

@เช้าวันรุ่งขึ้น

หลังจากซักซ้อมการสัมภาษณ์เป็นเวลานานก็ถึงเวลาที่นัดไว้ แน่นอนนักข่าวมารออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

“ไม่ว่าผลจะออกมายังไงฉันก็จะอยู่ข้างนาย” ไม้คิวตบบ่าเพื่อนแล้วเดินนำโดยมีจิ้นเดินตาม แต่ก็หยุดชั่วครู่เมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นในมือทำให้เขาหันมามองผู้กระทำ

ทิกกี้ยิ้มให้กำลังใจก่อนที่จะปล่อยมือในขณะที่นักข่าวกดชัตเตอร์รัว

ไม้คิวมองทิกกี้กับจิ้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดแล้วหันไปดึงแขนเพื่อนพานั่งยังเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ให้ พวกเขาไหว้นักข่าว

“ไม่ทราบว่ารูปที่ออกในสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นรูปจิ้นหรือเปล่าครับ” หนึ่งในกลุ่มผู้สื่อข่าวถาม

“ใช่ครับ” จิ้นตอบตามตรง

“แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครคะ”

“ผมขออนุญาตตอบในส่วนของผม ส่วนเรื่องผู้หญิงคนนั้นผมไม่ขอตอบ เพราะกลัวว่าน้องเขาจะเสียหาย ต้องขอโทษพี่ๆ สื่อมวลชนด้วยนะครับ”

“อย่างนี้จิ้นก็เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชนน่ะสิ”

“จริงอย่างที่คุณพูด ผมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ผมต้องขอโทษผู้ปกครองและแฟนเพลงด้วยนะครับ” จิ้นแสดงหน้าเครียดและยกมือไหว้

“แล้วสถานะจิ้นกับทิกกี้ตอนนี้อยู่ในขั้นไหนแล้วครับ”

“สำหรับผมแล้ว ทิกกี้เป็นผู้หญิงที่วิเศษคนหนึ่ง ใครที่อยู่ใกล้ก็ต้องตกหลุมรักอยู่แล้วครับ สถานะในตอนนี้เรียกว่ากำลังคุย กันอยู่ครับ”

“คิดว่าเรื่องฉาวที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่องานไหมครับ”

“ผมคิดอะไรไม่ได้หรอกครับ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ แฟนเพลง และพี่นักข่าว” จิ้นยิ้มทำเอาสื่อมวลชนเคลิ้ม

จิ้นและไม้คิวรู้สึกโล่งใจหลังจากงานแถลงข่าวผ่านลุล่วงไปได้ด้วยดี ถึงแม้ว่างานอาจจะไม่ถาโถมเข้ามาเหมือนเดิมแต่ก็ยังดีกว่าถูกถอดจากงานแสดงละครที่กำลังฉายอยู่

“อย่างนี้ก็กลับไปถ่ายละครได้แล้วสินะ” ไม้คิวพูด

“ใช่ แล้ววันนี้มีถ่ายหรือเปล่า”

“ใจร้อนจริงๆ เลย ถ้าผู้กำกับได้ยินคงจะดีใจ”

“แต่คนที่ดีใจที่สุดก็คือนายล่ะนะ” จิ้นยิ้มแล้วขึ้นรถ

ตรู๊ด…

ไม้คิวมองชื่อคนโทรเข้าจากมือถือก่อนที่จะเข้ามาในรถ แล้วหันมาคุยกับเพื่อน “รู้สึกว่า เริ่มมีงานเข้ามาแล้ว”

 

@ในห้องพักของไฮไลท์ผับ

เพล้ง!

เชอร์รี่ปาแก้วน้ำลงบนพื้นจนแตกละเอียดด้วยความโมโหหลังจากดูข่าวของจิ้นในทีวี ดินซึ่งกำลังนอนอยู่ลุกขึ้นนั่งด้วยอาการงัวเงีย

“จะสนใจอะไรนักร้องนั่นนักหนา ฉันบอกให้เอาเงินก็ไม่เชื่อ” ร่างคล้ำเกาหัวตัวเองอย่างเบื่อหน่าย

“ฉันลงทุนมามากดินก็รู้” สาวเจ้ากำหมัดแน่น

“ไอ้เรื่องที่เธอขายตัวให้ได้เงินไปเรียนมหาวิทยาลัยหรู เพื่อให้ได้ผู้ชายรวยนะเหรอ เธอก็ทำสำเร็จแล้วนี่”

“ดิน!” เชอร์รี่พูดอย่างไม่พอใจ เมื่อดินเห็นอย่างนั้นจึงถอนหายใจก่อนที่จะเดินเข้าไปหา

“โถ ฮันนี่ อย่าโกรธเบบี๋เลย” ร่างสูงสวมกอดจากด้านหลังก่อนที่บรรจงจูบลงบนบ่าไล่ไปจนถึงคอ “มีเบบี๋อยู่ทั้งคน อย่าไปสนใจคนพวกนั้นดีกว่า”

 

@ เช้าวันถัดมา

ทิกกี้ถูกแต่งหน้าด้วยช่างประจำกองถ่าย เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจึงเหลือบหันไปมอง

“ดี ทิกกี้ ขอบใจเรื่องเมื่อวานมากนะ” จิ้นยิ้มกว้าง

“ฉันก็ทำไปตามหน้าที่เท่านั้นแหละ เผื่อเวลาฉันเดือดร้อนจิ้นจะได้อยู่ข้างฉันบ้าง” เมื่อช่างแต่งหน้าแต่งเสร็จก็หันไปซับหน้าจิ้นต่อ

“ตอนที่ทิกกี้จับมือฉันน่ะ แสดงจนฉันรู้สึกเลย”

“แล้วนายหวั่นไหวไหมล่ะ” ทิกกี้เอานิ้วชี้กรีดกรายบนหน้าอกคู่สนทนาก่อนที่จะถอนมือออก

“อย่าพูดเล่นแบบนี้สิ ฉันคิดนะ” จิ้นแกล้งแหย่

“ช่วงนี้งานเริ่มเข้ามาหรือยังล่ะ”

“ก็ไม่มากหรอก แต่ขอให้ออกจากบ้านได้โดยไม่ต้องหลบนักข่าวก็พอแล้ว”

“จิ้นอยู่นิ่งๆ สิ พี่เขียนคิ้วไม่เท่ากันแล้วเนี่ย” ช่างแต่งหน้าบ่น

“ขอโทษครับ” จิ้นยิ้ม ส่วนทิกกี้ก็ยิ้มแล้วเอาหนังสือมาอ่าน

ไม้คิวมองทิกกี้ในระยะห่างมากพอที่ทำให้เธอมองไม่เห็นเขา ก่อนที่จะเดินออกไป

เหล่านักแสดงใช้เวลาเกือบทั้งวัน จนกระทั่งได้พักกอง และนัดพบกันอีกครั้งในตอนกลางคืน

“ทิกกี้ ว่างไหม ให้ฉันเลี้ยงกาแฟนะ” จิ้นดึงแขนทิกกี้

“นายกับฉันแค่สองคนเหรอ”

“อือ จะให้มีใครอีก พี่เอก็ไม่อยู่ นักแสดงคนอื่นก็ไปทำธุระกันหมดแล้ว”

“ก็เอาสิ” ทิกกี้ยิ้มเรียบ

 

@ภายในร้านกาแฟ

“เอาอะไรเพิ่มไหม” จิ้นถามเมื่อเห็นทิกกี้ไม่ทานของหวาน

“ไม่เอา เดี๋ยวอ้วน”

“อย่างทิกกี้น่ารักจะตาย ไม่เห็นอ้วนเลย”

“จะลอยแล้ว”

“ทิกกี้เตรียมชุดไปงานแต่งงานบ้างก็ดีนะ”

“งานใครเหรอ” ทิกกี้ดูดน้ำเบาๆ

“งานไม้คิวกับคู่หมั้น”

“หมอนั่นมีคู่หมั้นด้วยเหรอ”

“อือ เห็นมันบ่นๆ อยู่ว่าถูกบังคับให้แต่งงาน อย่างว่าล่ะ ลูกชายเจ้าของธุรกิจ เลือกอะไรไม่ได้มาก วันก่อนแม่มันก็โทรมาเข้าเครื่องฉันให้บอกมันเพราะไม้คิวไม่รับโทรศัพท์ ฉันก็เลยรู้เรื่อง” จิ้นตักเค้กเข้าปาก

“ถ้าฉันไม่ติดงานก็จะไปละกัน” ทิกกี้ดื่มน้ำจนหมดแก้ว แล้วหยิบเค้กตรงหน้ามากินคำโตด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“อ่าว ไหนว่ากลัวอ้วนไง”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image