บทที่15 ตัดใจ

 

บทที่15

ตัดใจ

เวลาความสุขของจิ้นผ่านไปเร็วราวกับโกหก จิ้นกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง แม้ว่าไม้คิวสามารถทำให้ตัวเองไม่ต้องสานต่อกิจการของครอบครัว แต่เขาก็ยังต้องแต่งงานกับเหมย ข่าวการแต่งงานระหว่างเหมยกับไม้คิวแผ่กระจายวงกว้างในสังคมนักธุรกิจ เนื่องจากพ่อของเหมยเป็นนายทุนรายใหญ่ซึ่งถือหุ้นหลายกิจการของประเทศจีน

ทิกกี้และจิ้นไปแสดงคอนเสิร์ตด้วยกันตลอดหลังจากถ่ายละครเสร็จสิ้น ไม้คิวอยากพบหน้าทิกกี้ใจแทบขาดแต่ก็ทำไม่ได้ การแสดงฉากหยอกล้อระหว่างจิ้นกับทิกกี้ทำให้หนุ่มตี๋ไม่พอใจ กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีมือเรียวยาวก็กดเบอร์สาลี่เสียแล้ว

/ “ฮาโหล นายโทรมามีอะไรเหรอ” /

“พรุ่งนี้สาลี่ช่วยไปหาจิ้นที่หัวหินเป็นเพื่อนฉันได้ไหม” ไม้คิวใช้ความคิดก่อนที่จะถามสาลี่

/ “ไปแค่สองคนเหรอ” /

“ถ้าสาลี่ไม่สบายใจฉันก็ไม่ว่าอะไร ฉันแค่อยากเซอร์ไพรสจิ้น” ไม้คิวพูด ลึกๆ แล้วเขาอยากให้จิ้นรู้ว่าตัวเองมีคนที่ชอบแล้ว จะได้ไม่ยุ่มย่ามกับแฟนคนอื่น

/ “ไปเช้าเย็นกลับหรือเปล่า ถ้าไปวันเดียวอาจจะได้อยู่” / สาลี่คิดอยู่นานก่อนที่จะตอบตกลง

“ความจริงแล้วฉันกะจะค้างคืน แต่ถ้าสาลี่ไม่สบายใจก็ไปเช้าเย็นกลับก็ได้ ถือว่าเราไปเที่ยวกัน”

 

@วันรุ่งขึ้น

ไม้คิวเข้ามาลาพ่อกับแม่สาลี่

“ฉันให้แกไปกับลูกสาวฉัน แต่ใช่ว่าจะยกลูกสาวให้นะ” พ่อทำหน้าถมึงทึง แต่แม่กลับหยิกพ่อให้หยุด

“ครับคุณพ่อ” ไม้คิวยกมือไหว้เช่นเดียวกับสาลี่ เขาพาเธอขึ้นรถ แล้วคุยเรื่องจิ้นระหว่างเดินทาง

“จิ้นไม่อยู่สาลี่ไม่เหงาเหรอ”

“^ ^ ก็นิดนึงนะ แต่สำหรับฉันแล้วจิ้นอยู่ในใจฉันเสมอ”

“จิ้นโชคดีนะ ที่ได้สาลี่เป็นแฟน ฉันน่ะแค่ไม่ได้เห็นหน้าคนที่ฉันรักก็แทบจะขาดใจ”

“*0* นายมีคนที่ชอบอยู่แล้วเหรอ ใคร ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้เลย”

“บอกไม่ได้” ไม้คิวส่ายหน้ายิ้มเขิน

“= = หวังว่านายคงไม่ทำป่าเถื่อนกับเธอนะ คนอย่างนายร้อนจะตาย” สาลี่รู้ทัน

“=*= เปลี่ยนจากอาชีพนักเขียนเป็นหมอดูดีไหม” ไม้คิวขมวดคิ้ว

“=3= ก็นายทำหน้าแบบนี้ไง สาวจึงหายไปหมด รู้ตัวไหมว่าคิวผูกโบอยู่น่ะ รู้ไหม นักจิตวิทยาบอกว่า ความรักเหมือนยาเสพติด พอได้ลองแล้วมันก็จะขาดไม่ได้เหมือนกับขาดยา แต่ฉันไม่เชื่อหรอกนะ เพราะบางคนได้ความรักจนอิ่มหนำใจแล้วก็ไปหาคนใหม่ได้อีก” สาลี่มองหน้าไม้คิวแล้วพูดต่อ

“ฉันขอเปลี่ยนคำพูดก็แล้วกัน เธอเป็นนักเขียนน่ะถูกต้องแล้ว” ไม้คิวยิ้ม

“พูดถูกใจ”

ไม้คิวขับรถจนถึงคอนโดริมทะเลแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ละแวกเดียวกับสถานที่จัดคอนเสิร์ต เขาถามชื่อห้องที่ทีมงานพัก แล้วทำท่าจะพาสาลี่ขึ้นลิฟต์ แต่ก็หยุดเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยทักเสียก่อน

“ไม้คิว ทำไมถึงมาที่นี่ได้” เอสะบัดข้อมือทักทาย

“มาหาจิ้นน่ะครับ แล้วพี่ล่ะ”

“ก็น่าจะรู้นะ ถามแปลก พี่ก็มาดูแลทิกกี้สิ” ไม้คิวชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อคนที่เขาอยากเจอ

“แล้วน้องน่ารักคนนี้เป็นใคร มาสองคนแบบนี้หรือว่าจะเป็นแฟนไม้คิว” เอหันมาสนใจสาลี่

“เปล่า เป็นเพื่อนสาวครับ”

“แหม…ระวังไว้นะเธอ สถานะเพื่อนสาวของไม้คิวจะเปลี่ยนแปลงเอาได้ง่าย” สาลี่มองเอหัวเราะอย่างเข้าใจ ส่วนไม้คิวก็ยิ้มเรียบแทนคำตอบ

 

@ในเวลาเดียวกัน ทางด้านจิ้น

ก๊อก ก๊อก!

“ใครก็ได้เปิดหน่อย” จิ้นเคาะประตูห้องทีมงานผู้หญิง

“มีอะไรเหรอ” ทิกกี้เปิดประตูเห็นร่างสูงชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ

“ขอฉันเข้าไปหน่อยสิ ห้องแอร์ไม่เย็น ตอนนี้ช่างกำลังดูอยู่ ขอหลบเย็นสักพักนะ” จิ้นยิ้มแล้วเดินเข้ามาในห้อง

“อ่าว คนอื่นหายไปไหนหมด” จิ้นหันซ้ายหันขวา

“พอดี ทิกกี้ลืมกระเป๋าเงินก็เลยขึ้นมาคนเดียว ส่วนคนอื่นๆ กินข้าวอยู่ข้างล่าง”

“ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวเธอจะเสียหาย”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวทิกกี้ก็จะไปแล้ว จิ้นช่วยหาคอนเทคเลนท์หน่อยสิ ตกอยู่แถวๆ นี้แหละ”

“อือ…” จิ้นนั่งยองเอามือคลำไปตามพรม ส่วนทิกกี้ก็เอาน้ำเปล่าในตู้เย็นใส่แก้วมาให้ เมื่อจิ้นเจอสิ่งที่หาจึงลุกขึ้น หลังของเขาชนกับแก้วน้ำที่ทิกกี้ถือจนเปียกหลัง แก้วเปล่าหล่นกลิ้งลงบนพื้น

“ขอโทษ” ทิกกี้รีบวางถาดยกมือไหว้

“ไม่เป็นไร” จิ้นยิ้ม ทิกกี้วิ่งไปหยิบผ้าขนหนู แล้วรีบปลดกระดุมเสื้อจิ้น ผู้ถูกกระทำบ่ายเบี่ยง

“รีบถอดแล้วห่มผ้าขนหนูเดี๋ยวไข้ขึ้นพอดี”

จิ้นถอนหายใจแล้วยอมให้ถอดแต่โดยดี เป็นเวลาเดียวกันที่เอเปิดประตูเข้ามา

“อุ๊ยตาย!” เออุทาน แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย

“คือมันไม่ใช่นะ” จิ้นหันไปมองแต่กลับเห็นสาลี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังไม้คิวอย่างชัดเจน

“แหมพี่คนกำลังเข้าได้เข้าเข็ม” ทิกกี้แกล้งยั่วไม้คิวที่กำลังยืนตัวแข็ง ส่วนสาลี่รีบเดินหนีออกไป จิ้นเห็นดังนั้นจึงวิ่งตามสาลี่โดยไม่สนใจสายตาใครทั้งสิ้น

“เดี๋ยวก่อนสาลี่ฟังฉันก่อน” จิ้นดึงแขนสาลี่

“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น” สาลี่พยายามดึงแขนออกไปจากมือจิ้นแต่ไม่เป็นผล ระหว่างนั้นเองมีหนึ่งในทีมงานเดินเข้ามาพอดี เขาจึงปล่อยมือสาลี่ ผู้ถูกกระทำถือโอกาสวิ่งหนีออกไปจากที่นั่น

ไม้คิวเดินเข้ามาจับบ่าเพื่อนอย่างเห็นอกเห็นใจ

สาลี่วิ่งจนถึงริมชายหาดฟุบลงกอดเข่าร้องไห้

“รู้ได้ไง ว่าฉันอยู่ที่นี่” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามีคนนั่งอยู่ข้างๆ

“คนอารมณ์ศิลปินอย่างเธอคาดเดาได้ง่ายจะตาย” ไม้คิวพูด

“เหรอ แล้วนายรู้หรือเปล่าว่าฉันรู้สึกยังไง” สาลี่แกล้งยิ้ม

“อย่าไปถือสาทิกกี้เลย เธอก็แกล้งพูดไปอย่างนั้นแหละ” ไม้คิวพูดเสียงเรียบ

“ทิกกี้น่ารักขนาดนั้น ถ้าจิ้นจะรักเธอก็คงไม่แปลก”

“นี่เธอพูดเหมือนจิ้นไปแล้วเหรอ การแสดงมันก็คือการแสดง จิ้นไม่มีวันรักทิกกี้หรอก”

“นายก็เห็น จิ้นตัวเปียกเหงื่อขนาดนั้น แล้วจิ้นก็ยอมให้…ถอดเสื้ออีก” สาลี่น้ำตาคลอ

“สาลี่คงคิดว่าจิ้นเปียกเหงื่อเพราะมีเซ็กส์เหรอ หรือคิดว่าเป็นฉากในนิยายเวลาคนมีอะไรกัน ต้องมีเหงื่อท่วมใช่มะ” ไม้คิวหัวเราะ

“มันน่าหัวเราะตรงไหน” อารมณ์หงุดหงิดของสาลี่ทำให้ความเศร้าลดลง

“เธอก็เป็นนักเขียนไม่ใช่เหรอ มันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ที่จิ้นตัวท่วมเหงื่อทั้งที่เพิ่งจะเริ่มถอดเสื้อ แล้วถ้าเสร็จกิจจริง ต่างคนต่างใส่ ไม่มีใครใส่ให้กันหรอก”

“ย่ะ พ่อช่ำชอง” สาลี่ยิ้มทั้งๆ ที่น้ำตายังคงอาบแก้ม

“ไม่รู้ทำไมฉันถึงเหงา พอยิ่งเป็นแฟนกับจิ้นก็ยิ่งเหงามากกว่าเดิม ดูอย่างตอนนี้สิ แค่ง้อฉัน เขายังทำไม่ได้เลย”

“แล้วถ้าจิ้นไม่เป็นดารา ไม่มีชื่อเสียงเธอจะรักเขาไหม”

“ไม่รู้สิ ถ้าเขาไม่ได้เป็นนักร้อง ฉันอาจจะรู้สึกดีกว่านี้ก็ได้”

“มันคงถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไปเจอสิ่งที่หนีมาแล้วล่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็ต้องแต่งงานกับเหมยแล้ว

“ทำไมถึงเร็วขนาดนั้นล่ะ” สาลี่ปาดน้ำตาแล้วแสดงสีหน้าประหลาดใจ

“ช้าเกินไปสำหรับอาม่ามากกว่า เชิญสาลี่ด้วยนะ วันก่อนฉันไปแวะบ้าน เหมยฝากชุดเอามาให้ด้วยอยู่ในรถ” ไม้คิวฝืนยิ้ม

“ฝากขอบใจเหมยด้วยนะ แล้วคนที่นายรักรู้เรื่องนี้หรือยัง”

“รู้แล้ว แต่ดูท่าทางเธอจะไม่สนใจ”

“นายบอกรักเขาหรือยัง” ไม้คิวนิ่งเพราะเขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่บอกทิกกี้มันแปลว่ารักหรือเปล่า

“แสดงว่านายยังไม่ได้บอกชัดเจนน่ะสิ จะให้ฉันช่วยไหม น่า บอกมาเถอะ”

“มันไม่ทันแล้วล่ะ”

“ผู้ชายอะไรถอดใจง่ายจัง กลับกันเถอะ” สาลี่พูดจบก็ลุกขึ้นปัดทรายที่เลอะเต็มกางเกง

“ไม่ไปหาจิ้นเหรอ”

“เห็นเขาสบายดีฉันก็ดีใจแล้วล่ะ”

“แต่ฉันไม่คิดว่าเขาจะสบายดีนะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าจิ้นเจอเรื่องแค่นี้แล้วไม่มีอารมณ์แสดงคอนเสิร์ต ก็คงไม่ใช่จิ้นที่ฉันปลื้มหรอก” สาลี่ยิ้ม

เป็นดั่งคาด คอนเสิร์ตเป็นไปอย่างราบรื่น จิ้นโทรหาสาลี่หลังจากงานนั้นจบลง จิ้นอธิบายทุกอย่างตามความเป็นจริง

/ “ฉันเข้าใจ” / ปลายสายตอบ

“ยิ่งเธอพูดอย่างนี้ฉันก็รู้สึกแย่นะ บางทีถ้าเธอโกรธฉัน ฉันอาจจะรู้ว่าสาลี่คิดกับฉันยังไง บางทีสาลี่ก็เก็บอารมณ์มากเกินไปจนฉันรู้สึกเข้าไม่ถึง”

/ “ผู้หญิงก็เหมือนหนังสือ ถ้านายอยากรู้ ก็แค่เปิดอ่าน” /

“แต่หนังสือเล่มนี้คงต้องใช้เวลาเยอะน่าดู” จิ้นหยุดชั่วครู่แล้วพูดต่อ “ขอบใจนะที่เธออยู่ข้างฉัน”

/ “ปากหวานอีกละ พ่อพระเอก” /

“สาลี่ อาทิตย์หน้าไม้คิวจะแต่งงานแล้ว เธอรู้ใช่ไหม”

/ “รู้สิ เหมยฝากไม้คิวเอาชุดมาให้ เป็นชุดเพื่อนเจ้าสาว เธอเขียนว่าเป็นชุดนางฟ้า แต่ฉันคิดว่ามันสวยเกินไปนะ” /

“ไม่ต้องห่วงหรอกเพื่อนเจ้าสาวมีสองคน เพื่อนเจ้าบ่าวก็เหมือนกัน ฉันเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าบ่าวอีกคนเป็นเพื่อนของเหมย เขาอยากแต่งเป็นผู้ชายน่ะ”

/ “เพื่อนเจ้าบ่าวเป็นทอมเหรอ” /

“ไม่น่าจะใช่นะ ที่คุยดูก็ออกจะเป็นผู้หญิง เธอคงนึกสนุกแหละ”

/ “แล้วเพื่อนเจ้าสาวอีกคนล่ะ” /

“ทิกกี้”

/ “คงเหมาะสมกับนายล่ะสิท่า แฟนคลับคงจิ้นน่าดู” /

“แต่สำหรับฉันคู่ฉันก็สาลี่คนเดียว”

/ “ทำเป็นพูด ทีตอนสายยังยอมให้เขาถอดเสื้อเลย” /

“^ ^ หึงจริงๆ ด้วย”

/ “ไม่คุยดีกว่า ง่วงละ บายนะ” / พูดจบสาลี่ก็วางสาย

จิ้นจูบโทรศัพท์แล้วยิ้มอย่างมีความสุข

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image