บทที่2 จิ้น

บทที่ 2

จิ้น

สาลี่พยายามหาชุดที่เข้ากันอยู่นานสองนาน แต่สุดท้ายก็เลือกเสื้อยืดกางเกงยีนที่สุดแสนจะธรรมดา แล้วรีบจัดการธุระส่วนตัว แต่งหน้าอ่อน ยิ้มใส่กระจก เตรียมพร้อมดูงาน

@ บนรถ

“วันนี้จิ้นมีคิวถ่ายละคร เดี๋ยวเราไปกัน” ไม้คิวพูดในขณะที่มองรถข้างหน้าก่อนที่จะหันมองสาลี่แล้วหันกลับไปข้างหน้าเช่นเดิม

“^ ^ วันนี้ฟิวลิ่งน่ารักจังเลยนะ” ไม้คิวยิ้มอย่างหน้าตาเฉยทั้งที่เมื่อวานทำอะไรกับเธอไว้แต่ก็ทำเป็นจำไม่ได้

“ขอบคุณค่ะ” สาลี่ยิ้มพร้อมกับวางกระเป๋าถือไว้บนหน้าตัก

“ว่าไง เรื่องแม่บ้าน จะทำหรือเปล่า ฉันไม่ให้เธอทำอะไรมากหรอกนะ แค่ทำความสะอาดและซักผ้าเท่านั้น เพราะตอนกลางวันเธอต้องเก็บข้อมูล และฉันก็จะไม่ยุ่งด้วยว่าเธอจะทำตอนไหน ขอให้ฉันมีใส่ และบ้านสะอาดก็พอ”

“ขอฉันคิดดูก่อนนะ” อันที่จริงเธออยากจะตอบตกลง แต่พ่อคงจะไม่ยอมให้ลูกสาวอยู่กับผู้ชายสองคนแน่

“ไม่ ฉันให้เธอคิดคืนเดียวพอ ฉันขี้เกียจมารับส่งเธอทุกวัน” ไม้คิวพูดจบก็เลี้ยวเข้าอาคารจอดรถ

“หึ จอมเผด็จการ” สาลี่เบ้ปาก

 

สาลี่มองซุ้มกองถ่าย ผู้ชายใส่แว่นสวมหมวกสานปีกกว้างคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในนั้นกำลังใส่หูฟังตั้งใจดูมอนิเตอร์ราวกับว่าเขากำลังหลุดวงโคจรจากโลกความจริงไปชั่วครู่ ข้างกายของเขามีสาวประเภทสองและคนอีกสองสามคน

ไม้คิวพาสาลี่นั่งม้านั่งมองพวกเขาอยู่ห่างๆ

“ฉันอยู่เป็นเพื่อน” ไม้คิวถอดเสื้อนอกพับเป็นหมอนแล้วหยิบกระดาษปึกหนึ่ง ก่อนที่จะเอนตัวลงใกล้ตักของสาลี่ ทำให้เธอรีบลุกขึ้น แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ได้สนใจจึงยอมนั่งที่เดิม

ด้วยระยะสายตาทำให้เธอรู้ว่ากระดาษที่ไม้คิวเอามาเป็นนิยายของเธอ

“นายเอามาอ่านด้วยเหรอ”

“อือ…ฉันจะได้ช่วยเธอแก้คำผิดและความสมเหตุสมผลไง” สาลี่แอบยิ้ม ถึงเขาจะดูใจร้อน เผด็จการไปหน่อย แต่ก็เป็นคนเอาใจใส่คนเหมือนกันนะ

สาลี่เขียนบันทึกในขณะที่ไม้คิวอ่านนิยายของสาลี่ จนกระทั่งกระดาษใบนั้นปิดหน้าเขาพร้อมกับเสียงกรนเบา จิ้นเดินเข้ามาหาพวกเขาแล้วยื่นน้ำอัดลมกระป๋องให้ แม้ว่ามือไม่ได้สัมผัสกัน แต่สาลี่กลับรู้สึกใจสั่นหวั่นไหวทุกครั้งที่พบ

“เบื่อไหม”

“ไม่เบื่อหรอก นักเขียนต้องเก็บประสบการณ์” โดยเฉพาะได้อยู่ใกล้จิ้นแบบนี้ ต่อให้นั่งรอตลอดชีวิตก็ไม่เบื่อ

“อันที่จริงแล้วฉันก็ไม่มีอะไรพิเศษนะ วันๆ ก็ทำงาน ตามที่ไม้คิวจัดหาตารางมาให้” จิ้นยิ้ม ก่อนที่จะมองเพื่อน ยิ่งทำให้สาลี่เคลิ้มแต่ต้องเก็บอาการไว้

“ดูมัน นอนซะเต็มพื้นที่เลย” พูดจบจิ้นก็เอาเก้าอี้มานั่งข้างๆ “เขียนอะไรอยู่เหรอ เห็นเขียนมาตั้งนานแล้ว”

“บันทึกประจำวันนิดหน่อย ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกค่ะ” สาลี่ยิ้มเขินแล้วเปิดฝากระป๋องแล้วใส่หลอดเข้าไปข้างใน

“ฉันก็นึกว่ากำลังเขียนนิยายอยู่ซะอีก”

“คุณจิ้นรู้สึกยังไงเมื่อมาเป็นศิลปินคะ” สาลี่ถามก่อนที่จะมองฝ่ายตรงข้ามซึ่งกำลังทำหน้าไม่เข้าใจ

“ถามเป็นข้อมูลในการเขียนเท่านั้น ถ้าเกิดเราได้รู้ความคิดความเป็นมาของตัวละครจะทำให้เขียนได้ง่ายขึ้น”

“อย่างนี้นี่เอง ก็รู้สึกดี บางทีก็กดดัน แต่เมื่อเราความสุขของคนดูคนฟัง มันก็มีแรงใจที่จะทำต่อ” จิ้นยกเข่าข้างหนึ่งของตัวเองขึ้นมากอดก่อนที่จะมองฟ้า ท่าทางของเขาดูสบายทำให้สาลี่ไม่สามารถละสายตาจากเขาได้

“ฉันสงสัยมานานแล้ว ทำไมนักร้องต้องมีผู้จัดการส่วนตัวกันด้วย รับงานเองไม่ได้เหรอ” สาลี่ละสายตาออกจากจิ้นทันทีที่เขาหันมามอง

“ถ้าหมายถึงไม้คิวล่ะก็ เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่อยู่สมัยมัธยมแล้ว มันเป็นคนละเอียดรอบคอบ รู้ว่างานไหนเหมาะกับฉัน และที่สำคัญที่สุด มันนิสัยดีเข้ากับฉันได้ และไม้คิวก็พาฉันให้พบกับเธอไง สาลี่” จิ้นยิ้มพร้อมกับเปล่งออร่าจนสาลี่รู้สึกได้แม้ว่าไม่ได้มองตรงๆ เธอรีบก้มหน้าพร้อมกับจดข้อความทั้งหมดใส่สมุด

“ว่ายังไง เห็นไม้คิวว่าเธอจะเป็นแม่บ้านให้ฉันเหรอ”

“ฉันยังไม่ได้ตกลงเลย”

“ทำไม เธอกังวลอะไร” จิ้นอมยิ้ม

“คือ…” สาลี่เม้มริมฝีปาก

“อ้อ เธอห่วงว่าพวกฉันจะทำอะไรเธอเหรอ นั่นสินะ แต่จริงๆ แล้ว ถ้าฉันทำอะไร เธอคงไม่ขัดขืนใช่ไหม” จิ้นแสยะยิ้มจนสาลี่ต้องรีบเอาสมุดปิดหน้าพร้อมกับหันไปทางอื่น

“ล้อเล่นน่ะ ขืนฉันทำอะไรเธอ ไม้คิวเอาฉันตายพอดี” จิ้นยกแขนดูนาฬิกา “หมดเวลาพักแล้ว ฉันไปเข้าฉากก่อนนะ”

เมื่อสาลี่เห็นจิ้นออกไปเธอจึงลดสมุดลง แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ตกใจหมดเลย”

@ บนรถ

สาลี่มองไม้คิวจอมขี้เก๊กยักคิวเข้มเล็กน้อยก่อนที่จะละสายตามองภาพท้องถนนเบื้องหน้า ซึ่งตอนนี้ก็เกือบจะหกโมงเย็นแล้ว ส่วนจิ้นแยกไปขึ้นรถตู้ของทีมงาน

“หลังจากนี้จิ้นมีซ้อมเต้นเตรียมคอนเสิร์ตก็จบแล้วล่ะ ยังไง คิดออกหรือยัง ว่าจะทำงานแม่บ้านหรือเปล่า”

“…”

“ทำเถอะ มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรไม่ใช่เหรอ วันนี้ก็เลิกดึกด้วย นอนที่คอนโดแหละ จะได้รู้ว่าฉันกับจิ้นอยู่ยังไง เมื่อกี้ฉันโทรบอกแม่เธอแล้วด้วย แม่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร”

‘หมอนี่พูดอะไรแม่ถึงยอมให้เราพักกับคนพวกนี้นะ’ สาลี่สงสัย

“ก็ได้ค่ะ” สาลี่คลำถุงพริกป่นที่อยู่ในกระเป๋าว่ามันอยู่ดีหรือไม่  เพราะถ้าหากเกิดอะไรขึ้นเธอจะได้ใช้มันทุบใส่หน้าฝ่ายตรงข้าม รับรองความปวดแสบปวดร้อนไม่แพ้สเปรย์พริกไทยแน่

ไม้คิวยิ้มก่อนที่จะเลี้ยวรถเข้าห้าง

“เขาซ้อมเต้นกันที่ห้างนี่เหรอ” สาลี่เดินตามไม้คิวที่กำลังรีบเดินไปยังจุดหมาย โดยที่เธอก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน

“เปล่า ก็เธอไม่ได้เอาชุดมาไม่ใช่เหรอ มาเลือกเสื้อผ้าไง” ไม้คิวพูดพลางเอามือซุกกระเป๋า

“ฉันไม่กล้าเลือกหรอก แค่เสื้อยืดก็หลายร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าจะติดป้ายว่าลดเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ก็เถอะ มันก็แพงอยู่ดี ฉันว่านายแวะตลาดนัดดีกว่านะ ฉันไม่มีปัญญาจ่ายหรอก” สาลี่มองของในร้านพลางดึงแขนไม้คิวที่กำลังทำท่าจะเข้าไปในร้าน

“ไม่ต้องห่วง ฉันออกให้สักสองชุดก็แล้วกัน ถ้าเธอไม่เลือกฉันเลือกเองแล้วกันนะ” ไม้คิวเอาเสื้อยืดมาทาบบนตัวของสาลี่

“เธอใส่กางเกงไซส์ไหนน่ะ”

“ประมาณสามสิบสอง”

“ช่วยหยิบกางเกงขนาดที่ผู้หญิงคนนี้บอกหน่อย” เมื่อไม้คิวพูดจบ พนักงานก็พากันรีบไปหยิบกางเกงมาเกือบสิบตัว

ไม้คิวจับคางตัวเองใช้ความคิด ก่อนที่จะเลือกสองตัวในนั้น พร้อมกับให้สาลี่เข้าไปลองก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงินด้วยบัตรพลาสติก

หลังจากนั้นไม้คิวก็ดึงแขนสาลี่เข้ามาในร้านชุดชั้นใน

“เลือกซะ สองชุด” ไม้คิวยืนรอทำให้สาลี่ไม่กล้าเลือก

“หรือจะให้ฉันเลือกให้”

“ไม่ต้อง” สาลี่หน้าแดงก่อนที่จะหยิบชุดชั้นใน ไม้คิวจับมันจากมือของสาลี่แล้วนำไปจ่ายเงิน ราวกับเป็นเรื่องปกติ

“เอาไป” ไม้คิวยื่นให้ สาลี่จึงก้มหน้ารับมันด้วยอาการเขินเล็กน้อย

“แปรงสีฟันที่คอนโดมีอยู่ ยังไม่ได้ใช้” ไม้คิวฉีกยิ้ม

@ ตึกค่ายท็อปมิวสิก

ในห้องที่รอบๆ มีแต่กระจก สาลี่ตั้งใจดูด้วยจิ้นโดยไม่ละสายตา หนึ่งในนั้นมีทิกกี้เธอเป็นนักร้องและนางเอกคู่ขวัญของจิ้น ดวงตาของเธอมีรอยยิ้มเหมือนกับจิ้น ผมหยิกสีน้ำตาลประกายทองพลิ้วไสวตามลมที่เคลื่อน ดูแล้วเหมาะสมกันเป็นที่สุด

นักเต้นหลายคนชุ่มไปด้วยเหงื่อ แม้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ในห้องปรับอากาศก็ตาม

พวกเขาซ้อมกันจนถึงสี่ทุ่มก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน

คราวนี้ล่ะ เธอจะได้นั่งรถคันเดียวกันกับจิ้นสักที

บันทึกของสาลี่

/ 2 ส.ค. 2552

 

ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าวันนี้ฉันจะได้ใกล้จิ้น น่าเสียดายที่ขากลับเขาหลับอยู่ด้านหลัง ส่วนฉันก็ต้องนั่งหน้าข้างไม้คิว ดูท่าทางไม้คิวจะเป็นคนใจร้อนตลอดเวลา ไม่รอให้ฉันคิดอะไรเลย ว่าแต่วันนี้จิ้นทำตัวแปลกๆ แกล้งทำเจ้าชู้ด้วย อย่างจิ้นก็ขี้เล่นอย่างนี้ล่ะ คงไม่จริงจังกับฉัน แต่ฉันสิ กลับคิดไปไหนต่อไหนซะแล้ว /

สาลี่เก็บสมุดบันทึกไว้ใต้เตียงก่อนที่จะจับผนัง ห้องถัดไปก็คือห้องที่จิ้นกำลังนอนอยู่สินะ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image