บทที่ 3 สองต่อสอง

บทที่ 3
สองต่อสอง

 

 

@เช้าวันรุ่งขึ้น

จิ้นเดินผ่านห้องรับแขก เห็นสาลี่กำลังตั้งใจกดคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มเบากว่าเสียงดนตรีในหูฟัง ทำให้เธอไม่รู้สึกตัวว่ามีคนกำลังนั่งอยู่บนโซฟาจ้องมองเธอ ดวงไฟสีเนื้อนวลทำให้ใบหน้าเธอดูผ่องใส จนผู้มองต้องเผลอยิ้ม

เวลาผ่านไป สาลี่ละสายตาจากหน้าจอแล้วตกใจเมื่อเห็นจิ้น

“ขอโทษค่ะ จะใช้คอมพิวเตอร์เหรอคะ” สาลี่ทำท่าจะลุกขึ้น

“เปล่าครับ ผมเห็นสาลี่เวลาจริงจังแล้วแปลกตาดีก็เลยนั่งดูนานไปหน่อย” จิ้นยิ้ม บนบ่าของเขามีผ้าขนหนูผืนเล็ก

“แปลกตา…” สาลี่ไม่เข้าใจในสิ่งที่จิ้นพูด เพราะเธอและเขารู้จักกันเพียงไม่กี่วัน

“ไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมากเลย” จิ้นพูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำไป

สาลี่กดบันทึกและพิมพ์มันลงกระดาษ จิ้นซึ่งเดินออกจากห้องน้ำพอดี ถือวิสาสะจับกระดาษขึ้นมาทำท่าจะอ่าน โดยใช้มืออีกข้างหนึ่งเช็ดหัวที่ยังไม่แห้งดี คาดว่าเขาอาจจะเข้าไปสระผมเท่านั้นเพราะตัวไม่เปียก

หญิงสาวพยายามหยิบกระดาษด้วยความรวดเร็ว แต่กระดาษเจ้ากรรมกลับลอยตัวสูงขึ้นกว่าเดิม เพราะคนที่ถือมันอยู่ไม่คืนให้

“^o^/ นี่มัน นิยายที่เธอเขียนถึงฉันเหรอ”

“>o< เอามานะ” สาลี่กระโดดขึ้นเพื่อเอากระดาษแผ่นนั้น

“= =++ น่า เดี๋ยวฉันช่วยคัดกรองให้ ยังไงหลังจากเธอส่งงานให้ไม้คิว ฉันก็ต้องได้อ่านอยู่ดีแหละ”

สาลี่รู้สึกเขินเพราะนิยายเรื่องนี้กลั่นกรองมาจากหัวใจของเธอ ถ้าจิ้นได้อ่านก็ไม่ต่างกับการเขียนบันทึกสารภาพรัก  อย่างน้อยก็ไม่อยากให้เขาอ่านต่อหน้า

“นายก็อ่านตอนที่ฉันเขียนจบสิ ฉันยังไม่ได้ตรวจแก้คำผิดเลยนะ” สาลี่กระโดดจับแขนฝ่ายตรงข้าม จิ้นเบี่ยงแขนหลบพลางถอยหลัง

“แค่คำผิด ฉันนะ ได้เกรดสี่วิชาภาษาไทยรู้ไหม แค่นี้ฉันจัดการให้ก็ได้”

“>///< เอามานะ”

“^o^/ ฮ่าๆ ไม่ต้องเขินหรอกน่า” จิ้นหัวเราะ

“><* ใครว่าฉันเขิน”

“^O^ ก็หน้าเธอมันฟ้อง”

“>O< จะบ้าหรือไง เอามานี่นะ”

“เขินทำไม เมื่อวันก่อนยังขอกอดฉันอยู่เลย” จิ้นเอากระดาษไว้ข้างหลังตัวเอง ทำให้สาลี่ใช้มือทั้งสองคว้า

“ฉันขอกอดในฐานะแฟนคลับเท่านั้นแหละ เอาคืนมานะ”

“^ ^ อย่างตอนนี้เธอก็กอดฉันอยู่ด้วย”

สาลี่หยุดแล้วรีบถอยห่าง จิ้นยิ้มก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในห้อง “เธอก็ปริ้นใหม่ก็ได้หนิ ฉันขอไปอ่านก่อนละกันนะ”

สาลี่จับอกตัวเอง หัวใจเธอก็เต้นจนแทบจะหลุดให้ได้ ว่างนักหรือไงที่ทำให้คนอื่นใจสั่นแบบนี้

เมื่อจิ้นเข้ามาในห้องก็สะดุ้งเมื่อเห็นเพื่อนมองหน้าขมึงทึง

อุ้ย! ตกใจหมดเลยนึกว่าผี”

“เมื่อกี้นายทำอะไร” หนุ่มตี๋ทำหน้าจริงจัง

“ปล่าวหนิ” จิ้นหันหลังนั่งบนเตียงทำท่าอ่านข้อความบนกระดาษเอสี่ ส่วนไม้คิวไม่ยอมลดละคลานเข่าบนที่นอนมองสิ่งที่เพื่อนกำลังสนใจอยู่

“ไหนว่านายไม่ชอบอ่านนิยายไง”

“แหม ใครๆ ก็อยากอ่านงานของคนที่เขียนเรื่องของตัวเองทั้งนั้นแหละ”

“ให้มันจริงเถอะ อย่าให้รู้นะว่าจิ้นคิดเกินเลยกับฟิวลิ่ง”

“เออน่า… ฟิวลิ่งของนาย ฉันไม่ยุ่งหรอก ว่าแต่นายเถอะ ปกติชอบผู้หญิงเปรี้ยวไม่ใช่เหรอ แล้วเอาเชอร์รี่ไปไว้ไหน”

“ถึงฉันจะเจ้าชู้ แต่ก็เลือกแม่ของลูก และฉันก็เลิกยุ่งกับเธอแล้วด้วย”

“แล้วไม่คิดเหรอว่าสาลี่จะเลือกพ่อของลูกบ้าง”

“ไอ้นี่ ฉันไม่ได้เลวถึงขนาดนั้นนะ” ไม้คิวขมวดคิ้วก่อนที่จะเดินออกไปหน้าประตูแล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์ “ไปหาว่าที่ภรรยาก่อนนะ”

“เออ”

เมื่อไม้คิวเดินออกมาก็เห็นสาลี่กำลังปัดกวาดห้อง ชายหนุ่มยกกำปั้นปิดยิ้มตัวเองแล้วยืนใกล้ หญิงสาวหมุนตัวทำเอาเธอเกือบชนเขาเพราะฝ่ายตรงข้ามไม่ได้หลบ

“ขอโทษค่ะ”

“เสื้อผ้าของฉันและจิ้นอยู่ในตะกร้าหน้าห้องน้ำ ไม่ใช้แปรง และซักมือทุกชุด โอเคนะ” แล้วไม้คิวก็พาเข้ามาในห้องซึ่งจิ้นกำลังเป่าผมอยู่

“ตู้เสื้อผ้ามีสองตู้ สีดำของฉัน สีขาวของจิ้น รีดและพับให้เข้าที่ด้วย”

“แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าของใครเป็นของใคร”

“ไม่ต้องห่วง ไม้คิวจัดแยกตะกร้าไว้แล้ว” จิ้นพูดแทรก “ถ้าจะให้ดี ทำอาหารให้กินด้วยนะ จะได้กินด้วยกัน”

เมื่อจิ้นพูดจบไม้คิวจึงดันสาลี่ออกไปข้างนอก

“อาหารอยู่ในตู้เย็น ปกติแล้วฉันชอบอาหารที่ทำกินเองมากกว่า วันแรกเข้าครัวพร้อมฉันก็แล้วกัน จิ้นต้องกินอาหารเพื่อสุขภาพ ดังนั้นเธอต้องหัดทำเมนูพวกนี้ด้วย” ไม้คิวหยิบวัตถุดิบออกจากตู้เย็น

“นายนี่เป็นคนที่มีระเบียบเหมือนผู้หญิงเลยนะ” สาลี่พูดในขณะที่นำผักไปล้างในอ่างล้างมือ

“แต่คงไม่มีผู้หญิงที่ไหนชอบหรอกมัง” ไม้คิวนำมีดและเขียงพลาสติกวางบนโต๊ะ

“แหม คนแบบนี้สาวๆ ชอบเยอะแยะไป”

“สำหรับฉันขอแค่คนเดียวก็พอ คนที่ฉันต้องการน่ะ” ไม้คิวหันไปสบตาสาลี่

“ปากหวานแท้” สาลี่ยิ้ม

 

“*o* ว้าว! วันนี้มีน้ำพริกปลาทูด้วย” ดวงตาของจิ้นเปล่งประกายหลังจากเห็นอาหารที่ทั้งคู่มาจัดวางต่อหน้า

“ฟิวลิ่งเป็นคนปรุง ส่วนฉันเป็นคนหั่นซอย และทอดปลาทูเท่านั้นแหละ” ไม้คิวพูดในขณะกำลังที่คดข้าวในหม้อ

“^ ^ ดีจัง ถ้าสาลี่มาอยู่กับเราตลอดก็ดีสินะ” จิ้นพูดในขณะที่สาลี่อมยิ้ม แต่ไม้คิวกลับทำสีหน้าไม่พอใจ ทำให้จิ้นต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่

“^O^ กินกันเลยดีกว่านะ หิวแล้ว”

“คิววันนี้เก้าโมงมีงานถ่ายแบบ หลังจากนั้นไปซ้อมเต้นเหมือนเดิม ส่วนละคร วันนี้ฉันให้ผู้กำกับถ่ายของคนอื่นไปก่อน” ไม้คิวพูดจบก่อนที่จะเอาอาหารเข้าปากอย่างสำรวม

“เดี๋ยวฉันไปส่งจิ้นก่อน ส่วนเธอก็จัดธุระส่วนตัว แล้วฉันจะพาเธอไปเอาของที่บ้าน ระหว่างนี้ก็อ่านไปก่อนแล้วกัน” ไม้คิวยื่นกระดาษให้สาลี่

“สัญญาการจ้างงาน” สาลี่อ่านข้อความในกระดาษ

“จะได้สบายใจทั้งสองฝ่ายไง” ไม้คิวยิ้ม

“นี่นายให้เวลาฉันแค่หนึ่งเดือนเองเหรอ นายคิดว่านิยายมันเขียนง่ายเหมือนกับพิมพ์รายงานหรือไง”

“อ่าว…เร็วไปเหรอ เดี๋ยวฉันพิมพ์ใหม่นะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเขียนบทสนทนาจะเสร็จแล้ว แต่ฉันกลัวไม่มีคุณภาพ”

“^ ^ ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันคัดกรองเอง” จิ้นพูดแทรก

“=*= ยุ่ง” ไม้คิวขมวดคิ้วหันมองเพื่อนท่ามกลางความไม่เข้าใจของสาลี่

 

@เวลาผ่านไป

ไม้คิวไปส่งจิ้นปล่อยให้สาลี่อยู่คนเดียวเธอจึงรีบทำงานบ้านให้เสร็จ เมื่อเธอจัดการทุกอย่างเกือบเสร็จเสียงออดก็ดังขึ้น

ออด….

สาลี่มองตาแมว เห็นผู้หญิงผมยาวสีดำย้อมไฮไลท์เป็นสีแดง แต่งกายด้วยชุดเดรสสุดเปรี้ยว เธอตัดสินใจเปิดประตู

“เธอเป็นใคร” ผู้หญิงดังกล่าวเปิดบทสนทนาขึ้นด้วยท่าทางที่ไม่พอใจอย่างมาก

“คุณนั่นแหละ เป็นใคร มาบ้านคนอื่นเขาแล้วยังทำท่าทางแบบนี้อีก”

“อ๋อ คงเป็นผู้หญิงของไม้คิวล่ะสินะ”

“เปล่า ฉันเป็นแม่บ้านของที่นี่” สาลี่ดูท่าทางของอีกฝ่ายก็พอจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้อาจเป็นแฟนไม้คิว และกำลังหึง

หญิงแต่งหน้าจัดจ้านเธอใช้ดวงตาอันคมเฉียบด้วยอายไลเนอร์มองสาลี่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แล้วฉีกยิ้มด้วยริมฝีปากสีแดง

“จริงสินะ แต่งตัวแบบนี้คงไม่มีอาชีพอื่นนอกจากแม่บ้าน” พูดจบเธอก็เบียดไหล่สาลี่กระเด็นไปอีกทาง ทำให้ผู้ถูกกระทำไม่พอใจแต่ก็ยังพอที่จะทำให้สีหน้ากลับมาเป็นปกติได้ ก่อนที่จะปิดประตูและเตรียมน้ำเย็นมาให้

“ไม้คิวหายไปไหน” สาวในชุดรัดรูปสีดำสลับขาวนั่งไขว่ห้างบนโซฟา

“ไปส่งจิ้นเดี๋ยวก็กลับมา” พูดจบก็วางแก้วน้ำไว้บนโต๊ะตรงหน้าเธอ

“ไม่มีน้ำส้มเหรอ” แขกแปลกหน้าพูดทำให้สาลี่รู้สึกไม่ถูกชะตากับความหยิ่งของเธอ แต่ก็ต้องจำใจดึงแก้วน้ำเปล่าออกก่อนที่จะนำน้ำส้มในตู้เย็นเทลงแก้วแล้ววางไว้บนโต๊ะที่เดิม

“พอใจหรือยังคะ”

ออด….

ผู้ฟังยิ้มอย่างคนชนะ และแล้วเสียงหมุนลูกบิดก็ดังขึ้นทำให้ทั้งคู่หยุดก่อสงครามหันไปตั้งเป้าหมาย สาวในชุดรัดรูปวิ่งเข้าไปกระโดดกอดจนผู้ถูกกระทำแทบหงายหลัง

“คิดถึงจังเลย เบบี๋”

“เชอร์รี่” ไม้คิวพูด คาดว่าเป็นชื่อของเธอ ส่วนสาลี่ก็ทำปากขยับล้อเลียนสาวตรงหน้า

“เธอมาที่นี่ได้ยังไง” ไม้คิวพยายามแกะไม้แกะมือเชอร์รี่แต่ก็ไม่หลุด

“ก็เชอร์รี่รอเบบี๋ที่ร้าน ไม่เห็นเบบี๋มาหาสักที”

สาลี่เบ้ปากแล้วนั่งลงบนโซฟา ส่วนเชอร์รี่ก็หันไปมองก่อนที่จะเอะอะ ทำท่าจะเดินเข้าไปหาสาลี่แต่ก็ถูกไม้คิวดึงแขนเอาไว้

“หนิเธอเป็นแค่แม่บ้านทำไมทำตัวตีเสมอกับเจ้านายยะ”

“สาลี่เป็นเพื่อนของฉันไม่ใช่คนใช้” สาลี่มองไม้คิวที่เรียกชื่อเธอเป็นครั้งแรก

“เหรอ ก็เชอร์รี่เห็นยัยนี่บอกว่าเป็นแม่บ้าน” เชอร์รี่ขมวดคิ้วชี้ไปที่สาลี่

“ก็ใช่นะ สาลี่เป็นแม่บ้านของฉัน” ไม้คิวเดินอ้อมไปหาสาลี่ ก่อนที่จะประคองตัวเธอให้ลุกขึ้นราวกับหนังไทยโบราณที่พระเอกกำลังปกป้องนางเอกไม่มีผิด สาลี่ใช้นิ้วชี้ถูจมูกเพราะรู้สึกเหมือนได้กลิ่นละครไทยน้ำเน่า “แต่ไม่ใช่แม่บ้านอย่างที่เชอร์รี่คิด”

สมองของสาลี่กำลังมโนว่าตัวเองเป็นพจมาน ไม้คิวเป็นชายกลาง ส่วนเชอร์รี่เป็นหญิงเล็ก ก่อนที่จะส่ายหัวสลัดความคิดในสมองออกไป

กรี๊ด ทำไมไม้คิวทำอย่างนี้ แล้วเชอร์รี่ล่ะ สาวเปรี้ยวแผดเสียง

“อันที่จริง เราก็ตกลงกันแล้วว่าจะไม่ผูกพัน ตอนนั้นเธอก็เห็นดีด้วยนะเชอร์รี่”

เชอร์รี่กำหมัดแน่นด้วยอารมณ์โกรธแค้นก่อนที่จะสะบัดหน้าเดินออกไป ไม้คิวเดินตามไปจนถึงหน้าประตูพลางโปกมือลาให้เชอร์รี่อย่างสบายใจแล้วปิดประตู

“นายนี่มันตัวอันตรายเลยนะ”

“ตัวอันตรายยังไง ฉันไม่ได้สัญญาเป็นแฟนอะไรนั่นสักหน่อย”

“ฉันกลัวว่าเชอร์รี่ของนายจะเอาน้ำกรดมาราดใส่ฉันน่ะสิ”

“เขียนนิยายมากเกินไปหรือเปล่า เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว เตรียมตัวเสร็จหรือยัง”

“ใกล้ละ ถ้าไม่ติดแขกของนาย” สาลี่เก็บน้ำส้มที่ยังไม่ได้กินเข้าตู้เย็น “เชอะผู้ชายเห็นแก่ได้”

 

@ในรถ

“เลิกทำหน้าบูดได้แล้วน่า” ไม้คิวพูดในขณะที่กำลังขับรถ เพราะเขารู้สึกถึงมวลความอึดอัดที่ปกคลุมอยู่

“ก็มันน่าหงุดหงิดนี่ ไม่รู้ว่าคู่ขาของนายจะมาอีกหรือเปล่า”

“รอให้ถึงวันนั้นแล้วค่อยคิดก็แล้วกัน” ไม้คิวเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าบ้านสาลี่แล้วดึงเบรกมือ

สาลี่สะบัดหน้าแล้วลงจากรถในขณะที่ไม้คิวอมยิ้ม

“ในบ้านไม่มีใครอยู่เลยเหรอ” ไม้คิวพูดเมื่อเห็นประตูบ้านและหน้าต่างปิดท่ามกลางบรรยากาศเงียบเชียบ

“พ่อฉันคงกำลังหลับอยู่” สาลี่ยกนิ้วชี้ขึ้นป้องปากแล้วเปิดประตูพร้อมกับพาแขกเดินเข้าไปภายในบ้าน

เมื่อไม้คิวเดินตามจึงได้เห็นชายร่างใหญ่หนวดรุงรังกำลังกรนเสียงดัง

“เดี๋ยวนายรอข้างล่าง ฉันไปเก็บของก่อน” สาลี่พูดก่อนที่จะขึ้นไปชั้นบนโดยมีสายตาของไม้คิวมองตามไป

 

ภายในห้องพักที่เต็มไปด้วยหนังสือซึ่งวางในชั้นหลายเล่ม โปสเตอร์รูปภาพจิ้นติดฝาผนังปลายเตียง ริมหน้าต่างมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สาลี่เอากระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่วางลงบนที่นอน

“ให้ตายเถอะ ยังไม่ทันได้เตรียมตัวเลย” สาลี่เปิดตู้เสื้อผ้าเผยให้เห็นรูปจิ้นติดอยู่ริมกระจกหลายรูป เมื่อเลือกเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งได้จึงปิดมัน

“นี่มันห้องนอนหรือห้องสมุด” ไม้คิวมองรอบๆ ห้อง ในขณะที่สาลี่กำลังพับเสื้อผ้า

“ใครอนุญาตให้นายเข้ามา!” สาลี่หมุนตัวเท้าสะเอวมองไม้คิวที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

“ก็มันเหงานี่ ให้แขกนั่งรอเฉยๆ ได้ไง” ไม้คิวทำหน้าเป็นแล้วนั่งเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์

“เดี๋ยวเหอะ ถ้าพ่อฉันเห็นนายโดนอัดแน่” สาลี่คาดโทษก่อนที่จะเข้าไปในห้องน้ำแล้วหยิบเครื่องสำอาง แปรงสีฟัน ออกมาใส่กระเป๋าเดินทาง

“พ่อฟิวลิ่งนอนกรนเสียงดัง ไม่ตื่นง่ายๆ หรอก พ่อเธอทำงานอะไรเหรอ”

“พ่อเป็นผู้รักษาความปลอดภัยในโรงเรียน ถามทำไม” สาลี่หรี่ตา

“เปล่า แค่อยากรู้เฉยๆ”

“เสร็จแล้ว”

“ฉันช่วยยกละกัน” ไม้คิวก้มตัวลงยกกระเป๋าใบใหญ่ ใบหน้าของเขาและเธอใกล้กันทั้งคู่สบตาชั่วครู่ก่อนที่จะหันไปทางอื่น

“ขอบคุณค่ะ”

“พูดเหมือนเป็นคนอื่นคนไกล” ไม้คิวอมยิ้ม

 

@ อาคารบริษัทท็อปมิวสิค

ภายในห้องโถงที่รายล้อมไปด้วยกระจก จิ้นกำลังซ้อมเต้นโดยแสดงต่อเนื่องเหมือนกับวันจริง ถึงแม้ว่าจะมีนักเต้นรายล้อมอยู่มากมายแต่ก็ไม่สามารถบดบังออร่าของนักร้องได้ ถึงห้องฝึกแสดงจะไม่ใหญ่มาก แต่ก็พอให้ผู้ติดตามนั่งดูได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัดแม้ว่าจะไม่มีเก้าอี้ให้

สายตาของสาลี่มองจิ้นเหมือนคนเพ้อจนไม้คิวซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ รู้สึกเป็นส่วนเกิน

“มองกันเข้าไป” ไม้คิวขมวดคิ้ว

“อิจฉาล่ะสิ”

“ทำไมฉันต้องอิจฉาด้วย” ไม้คิวขมวดคิ้ว

“ก็ไม่รู้สินะ” สาลี่พูดโดยไม่ละสายตาจากผู้ชายตรงหน้า

จิ้นซ้อมการแสดงจนผ่านไปถึงสามชั่วโมงแล้ว ทีมงานจึงแยกย้ายกันเก็บอุปกรณ์ จิ้นเดินเข้ามาหาสาลี่และเพื่อนพลางเช็ดเหงื่อ

“เป็นไงบ้าง”

“ก็ดีนะ แต่นายต้องทดสอบเสียงก่อนแสดง วันแสดงจริง นายต้องมาก่อนเวลาสักหนึ่งชั่วโมง”

“ดี ถึงเวลานั้นนายก็เตือนฉันเหมือนเดิมล่ะกัน”

“เออ” ไม้คิวขมวดคิ้ว

“เป็นอะไร ทำไมทำหน้าบูด” จิ้นก้มลงจ้องมองเพื่อน

“หน้าฉันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” ไม้คิวหันไปทางอื่น

“แล้วไปไหนต่อล่ะ”

“วันนี้นายพักผ่อนเตรียมการแสดงพรุ่งนี้ กลับบ้านกันดีกว่า”

“เดี๋ยว ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ”

“อาบทำไม?”

“เดี๋ยวสาลี่เหม็น รอหน่อยนะ” จิ้นยิ้มก่อนที่จะมองสาลี่ แล้วหมุนตัวเดินออกไป

“นายสองคนมีบางอย่างไม่เหมือนกันนะ”

“อะไรที่ไม่เหมือนกัน”

“จิ้นเป็นคนอารมณ์ดี ส่วนนายเป็นคนอารมณ์บูด”

“ขอโทษนะที่ฉันเป็นคนยิ้มยาก”

 

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

จิ้น สาลี่ และไม้คิว นั่งอยู่ในรถโดยมีไม้คิวเป็นคนขับเหมือนเคย เมื่อรถแล่นไปสักพักเสียงมือถือก็ดังขึ้น จิ้นจึงหยิบมันขึ้นมา

“แม่นายโทรมา” จิ้นหยิบหูฟังที่วางอยู่หน้าพวงมาลัยมาใส่แล้วยื่นให้เพื่อน

“มีอะไรหรือเปล่าแม่”

/ “วันนี้อาม่ามาเมืองไทย ไม้คิวกลับไปนอนบ้านนะ อาม่าอยากเจอ” /

“วันนี้เลยเหรอครับ!” ไม้คิวเสียงดังขึ้นเหมือนกับว่าตกใจอะไรสักอย่าง

/ “ใช่ ไม้คิวติดงานเหรอ” /

“ไม่ครับ” ไม้คิวลดเสียงแล้ววางสาย หลังจากนั้นก็ถอนหายใจ

“มีอะไรหรือเปล่า” จิ้นถาม

“อาม่ามา”

“หา!”

“มันน่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ” สาลี่ถาม

“ก็นะ ถึงฉันจะไม่ค่อยเจออาม่าของไม้คิว แต่ก็ดูออกว่าแกเจ้าระเบียบขนาดไหน” จิ้นขมวดคิ้วแสดงสีหน้าหนักใจ

“ช่วยไม่ได้ ก็คงต้องกลับบ้านแล้วล่ะ เดี๋ยวฉันไปส่งสาลี่ที่บ้าน:

“ไม่เห็นต้องไปส่งที่บ้านเลย สาลี่ก็อยู่กับฉันเหมือนเดิมก็ได้นี่ และก็นะ อาม่าคงอยู่บ้านนายอีกหลายวัน”

“นี่นายกำลังคิดอะไรอยู่หรือเปล่า” ไม้คิวหันไปมองตาขวางใส่เพื่อนชั่วครู่แล้วกลับมามองทาง

“ไม่สักหน่อย นี่ก็มืดแล้วนายไปส่งสาลี่ไม่ทันหรอก รถมันติดมากกว่าจะถึงบ้านสาลี่ แล้วต้องตีรถไปคอนโด แล้วก็ไปบ้านนายอีก” จิ้นอธิบายเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าไม่พอใจ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สาลี่ดูแลตัวเองได้ คุณรีบไปส่งพวกเราแล้วกลับบ้านดีกว่า”

“เห็นมะ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวฉันดูแลเอง” จิ้นยิ้ม

“นี่แหละที่เป็นห่วง”

 

@ บ้านไม้คิว

ไม้คิวเลี้ยวรถเข้าคฤหาสน์ของตัวเองหลังจากไปส่งสาลี่กับเพื่อน คนรับใช้เข้ามาต้อนรับ

“คุณผู้หญิงรออยู่ที่ห้องโถงค่ะ”

“นี่ยังรอฉันอีกเหรอ?”

“ค่ะ คุณแม่ของคุณผู้หญิงยืนยันที่จะทานข้าวพร้อมกับคุณหนู”

เมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงรีบสาวเท้าก้าวเข้าไปในบ้าน เมื่อทุกคนเห็นเขาต่างดีอกดีใจ โดยเฉพาะหญิงสูงอายุผมขาวเชื้อสายจีนในชุดกี่เพ้าสีฟ้าน้ำทะเล

“มาพอดีเลย” แม่ของเขาเดินเข้าไปโอบไหล่ลูกชายพากันเดินเข้ามา

“สวัสดีครับอาม่า” ไม้คิวยกมือไหว้

“นั่งสิ” ยายของเขาพูด ไม้คิวมองผู้หญิงไทยเชื้อสายจีนซึ่งนั่งอยู่ข้างญาติผู้ใหญ่ของเขา

“นี่อาเหมย หลานเพื่อนม่ารู้จักกันไว้สิ”

“สวัสดีค่ะ พี่ไม้คิว” เหมยยกมือไหว้ ไม่ต้องพูดก็ดูออกว่าอาม่าจะจับคู่ให้เขา ไม้คิวยกมือรับไหว้ก่อนที่จะนั่งลงที่นั่งซึ่งจัดให้อยู่ด้านตรงข้ามของเหมย

ไม้คิวและคนอื่นๆ ตั้งหน้าตั้งตากินข้าว ยกเว้นยายของเขาที่เปิดบทสนทนาชวนคุย

“ตักอาหารให้อาเหมยหน่อยสิ”

ไม้คิวถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะตักกุ้งเทมปุระให้

“ขอบคุณค่ะ”

“พรุ่งนี้แกพาอาเหมยไปเที่ยวด้วยนะ” ยายพูด

“แต่ว่า…”

“พาอาเหมยไปเถอะอีกสองวันเธอก็กลับแล้วถือว่าได้รู้จักเพื่อนใหม่” แม่พูด

“คือว่า…”

“ตารางเวลางานของอาจิ้นก็ส่งไปทางข้อความก็ได้ ลาสักวันไม่เป็นอะไรหรอก วันนี้ก็นอนที่นี่ล่ะ” พ่อของไม้คิวเอ่ยปากหลังจากเงียบไปนาน

“ก็ได้ครับ” ไม้คิวจำใจตบปากรับคำ

 

@ คอนโดจิ้น

จิ้นรูดการ์ดแล้วเปิดประตูเข้าด้านใน สาลี่เดินตามอย่างเงียบๆ ชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดจึงพูดขึ้น

“ทำตัวตามสบายเลยนะ ทำไมวันนี้ทำท่าทางเหมือนกับมาที่นี่เป็นครั้งแรก”

“ฉันก็ทำตัวตามสบายอยู่นี่ไง”

จิ้นมองสาลี่ที่ยืนตัวแข็งเหมือนหินก่อนที่จะนอนลงบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ “ดีชะมัด ไม่มีไม้คิวจอมบ่น”

“คุณจิ้นจะอาบน้ำก่อนหรือเปล่า”

“ไม่ล่ะ เธออาบก่อนเลย” จิ้นหลับตา

สาลี่ได้ยินดังนั้นจึงเตรียมเสื้อผ้าและผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำไป

“ไม่ได้นะสาลี่ ถึงจะเกิดอะไรขึ้น ฉันต้องไม่ใจอ่อนเด็ดขาด” สาลี่พูดกับตัวเองในกระจก ถึงจะหลงใหลในตัวของเขาเพียงไรก็ไม่ควรทำ ไม่อย่างนั้นเขาจะมองว่าเธอไม่มีค่า

เมื่อสาลี่จัดการชำระร่างกายตัวเองเสร็จสรรพก็แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนที่จะออกจากห้องน้ำ เธอมองจิ้นที่กำลังนอนอยู่อย่างกังวล

“แล้วฉันจะนอนตรงไหนเนี่ย คุณจิ้นฉันอาบน้ำเสร็จแล้วค่ะ” สาลี่ลงไปเขย่าตัวจิ้นแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น

“ทำยังไงดีล่ะ” สาลี่ถอนหายใจก่อนที่จะหันไปซักผ้าในห้องน้ำเพื่อรอให้จิ้นตื่น

และแล้วเวลาผ่านไปจนแล้วจนรอดจิ้นก็ยังคงหลับเป็นตาย และยังหลับสนิทกว่าเดิมด้วย สังเกตได้จากปากที่อ้าเล็กน้อย

สาลี่ทำความสะอาดห้อง เมื่อเสร็จแล้วจึงนำผ้าที่ตากจนแห้งสนิทมารีดแล้วพับแยกให้ชัดเจนว่าของใครเป็นของใครก่อนที่จะเข้าห้องนอนของสองหนุ่มเพื่อเอาผ้าใส่ตู้ของแต่ละคน

เมื่อจัดการงานบ้านเรียบร้อยแล้ว สาลี่จึงหันไปเปิดคอมพิวเตอร์มาพิมพ์นิยายและจดบันทึกประจำวัน

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

ในระหว่างที่กำลังพิมพ์อยู่นั่นเองก็มีเสียงมือถือซึ่งวางอยู่บนโต๊ะหน้าทีวีดังขึ้นอยู่หลายครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้กดรับหรือทำสิ่งใดเพราะมันไม่ใช่ของเธอ จิ้นยังคงหลับสนิทแม้ว่าจะมีเสียงรบกวนสักเพียงใด

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

‘ไม้คิว’

สักพักเสียงมือถือของสาลี่ก็ดังขึ้น เธอแปลกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะคิดได้ว่าลืมปิดมือถือ แล้วเดินเข้าไปหยิบมองหน้าจอก่อนที่จะกดรับมัน

/ “สาลี่เป็นยังไงบ้าง จิ้นไม่รับโทรศัพท์ เป็นห่วงแทบแย่” /

“ไม่ต้องห่วงหรอก จิ้นนอนหลับเรียบร้อยแล้ว” สาลี่เริ่มสังเกตคำพูดของไม้คิว ถ้าไม้คิวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมักจะเรียกชื่อสาลี่ แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ เขาจะเรียกนามปากกาของเธอ

/ “ฉันห่วงสาลี่มากกว่า วันนี้เปิดกล้องจ่อหน้าจิ้นเอาไว้นะ” /

“ให้เปิดทั้งคืนเปลืองไฟแย่”

/ “นี่มันใช่เวลาที่จะคิดอะไรหยุมหยิมอย่างนั้นล่ะ ถ้าเธอเป็นอะไร ฉันคงทนไม่ได้แน่” /

“ทนไม่ได้?”

/ “เดี๋ยวพ่อสาลี่เอาตายน่ะสิ” /

“อือ…งั้นนายออนไลน์ไว้แล้วกัน ส่วนนายก็เปิดไลน์ไว้ด้วยนะ” สาลี่หันกล้องไปทางจิ้น แล้วเปิดโปรแกรมแชท

/ “ฉันออนอยู่ยกคอมพ์มาไว้ในห้องนอนเลย” /

เมื่อสาลี่ทำการเปิดกล้องไม้คิวจึงเห็นว่าจิ้นกำลังนอนอยู่บนโซฟา

/ “นี่มันยังไม่ได้อาบน้ำเลยหนิ ปลุกมันเลย ว่าละ อยู่ห่างเป็นไม่ได้เลยจริงๆ ถ้าเป็นสิวจะทำไง” /

“โอเคค้า คุณชาย” พูดจบเธอก็กดเปิดลำโพงมือถือแล้วหันไปเขย่าตัวจิ้น เขาลืมตานิดนึงแล้วหลับต่อ

“คุณจิ้นตื่นค่ะ”

/ “เอาผ้าเย็นลูบหน้าเดี๋ยวมันก็ตื่น” /

“น้อมรับบัญชาค่ะ” สาลี่ทำตามแล้วมันก็ได้ผล เขาเริ่มรู้สึกตัวและลืมตาเมื่อได้ยินเสียงไม้คิว

/ “จิ้น นายต้องอาบน้ำนะ นอนแบบนี้ได้ยังไง เดี๋ยวฉันจะดูวิดีโอ ถ้านายไม่อาบน้ำเจอดีแน่” /

“รู้แล้วน่า อะไรเนี่ย นี่อยู่บ้านแล้วยังมากำกับอีก” จิ้นหัวเสียก่อนที่จะเข้าห้องน้ำไป

/ “พรุ่งนี้ฉันไม่อยู่สาลี่ช่วยเป็นธุระด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะเขียนสิ่งที่ต้องทำเอาไว้” /

“ได้ แล้วจะทำยังไงให้ฉันเปิดกล้องจนถึงเช้าเลยมะ”

/ “อือ ถ้าจิ้นเข้านอนแล้วสาลี่ก็เอากล้องมาตั้งไว้แบบนี้ล่ะ ฉันจะได้รู้ว่าจิ้นไม่ทำอะไรเธอ” /

“ถ้าจิ้นทำจริงแล้วนายจะมาทันไหมล่ะ”

/ “ไม่ต้องห่วงฉันประสานงานกับทางโรงแรมได้” /

“แหม…ดูแลเหมือนผู้ปกครองเลยนะ”

/ “เออน่า ฉันไม่กวนละ นอนเถอะ สี่ทุ่มแล้ว” /

“อือ”

 

/ 3 ส.ค. 2552

วันนี้ ฉันได้รู้จักคู่ขาของไม้คิว เธอชื่อเชอร์รี่ ดูท่าทางเอาเรื่องชวนโมโหอยู่เหมือนกัน แต่โชคดีที่ได้ไม้คิวช่วยเอาไว้ หรือฉันควรจะกล่าวโทษเขาดีล่ะเนี่ย หวังว่าเธอคงไม่มาอีกนะ แต่ในท่ามกลางสถานการณ์ร้ายๆ ก็ยังมีเรื่องดี วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันได้อยู่กับเขาเพียงลำพัง >///< เพราะไม้คิวต้องกลับไปนอนบ้าน แต่ก็ยังไม่วายให้ฉันเปิดกล้องให้เขาดูตลอดทั้งคืน ในจอคอมพ์ก็มีหน้าเขาส่วนจอของเขาก็คงมีหน้าฉัน ถ้าฉันได้ทำแบบนี้กับจิ้นบ้างสักครั้งก็ดีน่ะสิ รู้สึกเหมือนได้นอนใกล้กันเลย นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่นะ เพ้ออะไรอยู่เนี่ย ยัยฟิวลิ่ง /

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image