บทที่4 เดท

บทที่ 4

เดท

เช้าวันรุ่งขึ้น

@คอนโดจิ้น

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

เสียงมือถือดังขึ้น มือเรียวยาวควานหาโทรศัพท์ เธอพยายามลืมตาก่อนที่จะรับสาย

“โทรมาแต่เช้า มีอะไร” น้ำเสียงของสาลี่อู้อี้เหมือนคนยังไม่ตื่นเต็มตา แตกต่างจากปลายสาย

/ “นอนดึกเหรอ” /

“นอนไม่ค่อยหลับน่ะ”

/ “เหรอ” /

“ว่าไง มีอะไรให้ฉันรับใช้คะ คุณผู้ชาย” น้ำเสียงสาลี่เริ่มชัดเจนกว่าตอนแรกเล็กน้อย

/ “ปลุกจิ้นให้หน่อยสิ” /

“ว่าไงนะ!” สาลี่ตื่นเต็มตา

/ “อันที่จริงฉันไม่อยากให้เธอไปปลุกหรอก แต่ว่าจิ้นปิดมือถือ ฉันติดต่อไม่ได้” / ไม้คิวสันนิษฐานว่าจิ้นคงรำคาญที่เขาจ้ำจี้จ้ำไช แต่จะทำยังไงล่ะ มันเป็นหน้าที่

แล้วนายก็แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้นี่นะ เกิดมาฉันยังไม่เคยอยู่ในห้องกับผู้ชายสองต่อสองเลย แล้วนายให้ฉันไปปลุกจิ้นในห้องนอน ถ้าเขาทำอะไรฉันจะทำยังไง”

/ “เธอก็ถือสายไว้สิ บอกแล้วไงถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันจะให้ทางโรงแรมไปช่วย” /

“ให้ตายสิ”

สาลี่มองจอโน้ตบุ๊กที่กำลังเข้าสู่โหมดสกรีนเซฟเวอร์ เมื่อเธอขยับเม้าส์มันจึงเข้าสู่โปรแกรมสนทนาเหมือนเดิมซึ่งในนั้นกำลังฉายภาพเตียงอันว่างเปล่า

สาลี่สูดหายใจลึกๆ ช้าๆ แล้วเคาะประตูแล้วส่งเสียงเรียก แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมาเธอจึงบิดลูกบิดเข้าไป

ภายในห้องมีเตียงเดี่ยวสองเตียงซึ่งถูกกั้นทางเดินด้วยโต๊ะและโคมไฟ สาลี่สาวเท้าเบาๆ แล้วส่งเสียงเรียกอีกครั้ง

คุณจิ้น ตื่นได้แล้ว เช้าแล้วค่ะ” สาลี่ถอนหายใจ เพราะเธอรู้ว่าจิ้นนอนหลับลึกขนาดไหน

“ตื่นได้แล้วค่ะ สายแล้ว” สาลี่เอื้อมมือเข้าไปเขย่าตัวจิ้น แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าผู้ถูกกระทำจะรู้สึกตัว

“ทำไงดี ดูท่าจะไม่ตื่นง่ายด้วย” สาลี่ยกมือถือขึ้นมาคุยกับปลายสาย

/ “เอามือถือแนบหูจิ้นทีซิ”  /

สาลี่เอาโทรศัพท์แนบหูจิ้น เสียงปลายสายดัง แม้กระทั่งสาลี่ยังได้ยิน

/ “ตื่นได้แล้วสายแล้ว” /

“หา!” จิ้นลุกขึ้นนั่งทั้งๆ ที่กำลังหลับตาแล้วล้มลงนอนต่อ

ให้ตายสิ สงสัยต้องใช้วิธีแบบเมื่อวาน” สาลี่วางมือถือไว้บนโต๊ะข้างเตียงก่อนที่จะเดินออกไปหาผ้าเย็น จิ้นพลิกตัวปิดโทรศัพท์มือถือสาลี่แล้วแกล้งหลับต่อ

หญิงสาวเดินเข้ามาพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กภายในเวลาไม่นาน เธอพลิกตัวฝ่ายตรงข้ามแล้วลูบหน้า จิ้นทำเป็นเพิ่งรู้สึกตัวแล้วจับแขนสาลี่ก่อนที่จะดึงสาลี่กดลงบนเตียง

“นี่คุณจะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ!” หญิงสาวขัดขืนทั้งที่ใจเต้นแรง

“ถามอย่างกับนางเอกละคร แล้วรู้ไหมว่าหลังจากคำถามนี้มักจะเกิดอะไรขึ้น” จิ้นยิ้มเจ้าเล่ห์

“บ้าเหรอ คุณอาจจะเล่นบทพระเอกแบบนี้บ่อย แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบหรอกนะ” สาลี่ต่อว่าทั้งๆ ที่หน้าแดง

“อะไรกันเธอก็ชอบฉันไม่ใช่เหรอ ถ้าเธอกลัวไม่ปลอดภัยฉันก็มีถุงยาง”

“ปล่อยฉันนะ ถึงฉันจะชอบคุณ แต่ฉันก็นับถือตัวเอง ฉันไม่มีวันทำอย่างนั้น ปล่อย!”

“จริงเหรอ” จิ้นยิ้มก่อนที่จะหอมแก้ม สาลี่ขัดขืน

“ปล่อยนะ!”

“แกล้งเธอนี่มันสนุกจัง ค่อยหายง่วงหน่อย” จิ้นยิ้มพร้อมกับหัวเราะ

เพียะ!

สาลี่ตบจิ้นทันทีที่หลุดพ้น ผู้ถูกกระทำมองสาลี่น้ำตาคลอก่อนที่จะวิ่งออกจากห้องพร้อมกับจับแก้มตัวเอง

“หายง่วงเลยเรา”

 

กริ๊ง…

เสียงออดหน้าประตูห้อง สาลี่ดูตาแมวเห็นพนักงานโรงแรมผู้ชายสองคน เธอปาดน้ำตาก่อนที่จะเปิดประตู

“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ คุณไม้คิวให้พวกเรามาดู เห็นว่าคุณปิดมือถือ”

ไม่เป็นอะไรค่ะ พอดีแบตเตอรี่หมดฉันกำลังหาที่ชาร์จ”

พูดจบพนักงานอีกคนก็ถ่ายรูปด้วยมือถือแล้วส่งไฟล์ผ่านโปรแกรมสนทนาให้ไม้คิวตามคำสั่ง

คุณไม้คิวต้องการคุยกับคุณน่ะครับ” พนักงานยื่นมือถือให้

/ “เป็นอะไรหรือเปล่า” /

สาลี่น้ำตาคลอเมื่อได้ยินเสียงไม้คิว

ไม่เป็นไรหรอก ฉันเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเขาเยอะแล้วล่ะ วันนี้ฉันขอกลับบ้านละกันนะ” สาลี่กะพริบตาถี่แทนการเช็ดน้ำตาด้วยมือ

/ “จิ้นต้องแกล้งอะไรสาลี่แน่เลย เอาเถอะถ้าเธอสบายใจฉันก็ไม่ห้าม วันนี้ฉันจะรีบทำธุระและพาสาลี่กลับบ้านนะ ตารางการทำงานฉันส่งไปให้จิ้นและสาลี่แล้วล่ะ ยังไงวันนี้ฉันจะกลับไปหาสาลี่ให้ได้” /

ถ้ามันลำบาก ก็ไม่เป็นไรหรอก ฉันกลับเองได้”

/ “ไม่ได้ เธอสำคัญกว่า เมื่อคืนฉันปล่อยให้เธออยู่กับจิ้นเพียงลำพังฉันก็รู้สึกแย่แล้วนะ อย่าให้ฉันรู้สึกแย่มากไปกว่านี้เลย” /

“เสี่ยวจัง” สาลี่ยิ้ม

/ “เหอะน่า ยังไงวันนี้ฉันจะปลีกตัวไปให้ได้”/

“ขอบคุณค่ะ คุณชายไม้คิว” สาลี่วางสายแล้วยื่นมือถือให้กับพนักงานที่ยังคงยืนรออยู่

“ถ้ามีอะไรเรียกพวกเราได้นะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

สาลี่มองพนักงานเดินออกไปก่อนที่จะปิดประตูแล้วหมุนตัว หันกลับไปเจอจิ้น

ขอโทษนะ ฉันไม่คิดว่าเธอจะจริงจัง” จิ้นยื่นมือถือของเธอให้พร้อมทำหน้าสลด

“ผู้หญิงที่รายล้อมคุณคงจะไม่จริงจังเรื่องพวกนี้ล่ะสิ ไม่เป็นไร ฉันจะถือว่า ฉันได้ข้อมูลการเขียนนิยายก็แล้วกัน”สาลี่เชิดหน้า

“สาลี่โกรธจริงๆ ด้วย ทำยังไงสาลี่จะหายโกรธ” จิ้นดึงแขนสาลี่ ผู้ถูกกระทำมองตาแข็งทำให้เขาต้องปล่อยมือ

รู้อย่างนี้คราวหลังก็อย่าทำ ตารางวันนี้คุณต้องรับผิดชอบเองเป็นการลงโทษ” สาลี่พูดพลางเก็บของเข้ากระเป๋าตัวเอง

“ที่จริงที่ฉันแกล้งสาลี่เพราะอยากให้สาลี่โกรธ บางทีฉันก็อิจฉาที่เธอโกรธไม้คิว แต่ก็ไม่นึกว่าจะให้เธอรู้สึกไม่ดีขนาดนี้ ฉันเสียใจ” สาลี่หยุดคิดก่อนที่จะเก็บของต่อ

@ภายในรถ

สาลี่จะกลับจริงๆ เหรอ อย่าเพิ่งกลับเลยนะ” จิ้นขอร้องด้วยความรู้สึกผิด

ยังไงฉันก็คิดจะกลับอยู่แล้วล่ะ และเมื่อเช้าคุณก็ให้ข้อมูลฉันมากพอแล้ว ฉันก็ต้องใช้เวลาในการเขียนนิยายเหมือนกัน ขืนถ้าฉัน ขลุกตัวอยู่กับคุณทุกวัน มีหวังเขียนไม่จบกันพอดี”

เหรอ แต่ยังไงฉันก็รู้สึกว่าสาลี่โกรธฉันอยู่ดี”

แล้วแต่จะคิด” สาลี่เบือนหน้าหนีไปทางอื่นในขณะที่จิ้นถอนหายใจ

ยังไงฉันก็จะทำงานให้เสร็จ ต้องใช้เวลาเต็มที่”

ทางด้านไม้คิว

หนุ่มหน้าตี๋กังวลใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาถูกบังคับให้พาเหมยไปเที่ยว แต่แน่ล่ะ ไม้คิวรู้กำหนดการทุกอย่างของจิ้น ยังไงวันนี้ก็ต้องพบสาลี่ให้ได้

‘จริงด้วยสิ เราพาเหมยไปหาจิ้นได้ด้วยนี่นา’ ไม้คิวยิ้ม

หลังจากเรียบเรียงคำพูดดีแล้วเขาจึงบอกยาย

ดีเลย ให้อาเหมย ไปดูงานของอาคิวก็ดีเหมือนกัง จะได้รู้จักกันมากขึ้ง” อาม่าพูดด้วยสำเนียงจีน

“ครับ ผมไปแล้วนะครับ” ไม้คิวยกมือไหว้ผู้ญาติผู้ใหญ่ เช่นเดียวกับเหมย

ไม้คิวอ้อมรถไปเปิดประตูให้เหมยแล้วกลับไปนั่งบนเบาะคนขับ อาม่ายิ้มอย่างภูมิใจในตัวหลานชาย

@ ภายในรถ

ไม้คิวมองสาวหมวยที่นั่งอยู่ข้างคนขับด้วยหางตาชั่วครู่ก่อนที่จะมองทางข้างหน้า

“ขอโทษด้วยนะที่มาเมืองไทยทั้งที พี่ดันพาเหมยมาทำงาน”

“ไม่เป็นไรค่ะ” เหมยในชุดเดรสกี่เพ้าสีชมพูยิ้มเล็กน้อย

“ชุดสวยรับกับผมเปีย เหมาะสมกับเหมยดี”

“ขอบคุณค่ะ”

“เหมยมีคนที่ชอบหรือยัง ไม่ใช่อะไรหรอก พี่มีคนที่ชอบอยู่แล้ว กลัวเหมยจะคิดมากน่ะ” ไม้คิวถามแต่เมื่อเห็น เหมยใช้ความคิดราวกับตอบคำถามระดับชาติ ทำให้เขาหัวเราะปนยิ้มแก้เขิน

“เหมยไม่มีโอกาสได้เจอใครมากนักหรอกค่ะ ก็เลยยังไม่มี ถ้าเลือกได้เหมยขอให้ไม่เป็นแบบอาม้ากับอาม่า”

ไม้คิวพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจ “อย่างน้อยเราก็เป็นพี่น้องกันได้”

“เหมยทราบค่ะ” เหมยมองข้างทางเห็นอาคารกระจกขนาดใหญ่ มีโลโก้ตัวอักษรของสถานีโทรทัศน์และสโลแกนกำกับไว้บนอาคาร

ไม้คิวเลี้ยวรถเข้าด้านในรั้ว ลดกระจกแลกบัตร

“จิ้นเข้ามาหรือยัง”

“มาแล้วครับ” พูดจบผู้รักษาความปลอดภัยยกมือยืนตัวตรงทำความเคารพ บรรยากาศร่มรื่นจากสวนหย่อมทำให้เหมยรู้สึกดี ไม้คิวพารถจอดยังจุดที่เตรียมไว้ให้ก่อนที่จะหยุดรถและดึงเบรกมือ

“วันนี้จิ้นมีรายการโชว์จักรราศี”

“จิ้น คนที่พี่คิวดูแลเหรอ”

“ใช่ แต่ตอนนี้พี่ให้เพื่อนดูแลแทนอยู่”

@ ภายในห้องส่ง

ภายในห้องมืดไฟสีขาวหลายดวง ถูกจัดให้ฉายไปยังฉากสีสันสดใส หน้าฉากนั้นมีแท่นนั่งสำหรับคนแต่ละราศี พิธีกรในชุดสีจัดจ้านกำลังคุยกับทีมงานในชุดฟอร์มสีดำแล้วเดินออกไป ไม้คิวและเหมยเดินเข้ามาหาทีมงานที่ใส่หูฟัง

“จิ้นล่ะ”

“คงจะอยู่ในห้องข้างหลังฉากล่ะครับ”

ไม้คิวเดินอาดเข้าไปเห็นจิ้นกำลังคุยกับเพื่อนนักแสดงอย่างสนุกสนาน แต่เมื่อพวกเขาเห็นไม้คิวจึงเงียบลงราวกับนัดกัน ไม้คิวรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อจิ้นจนยืนขึ้น มืออีกข้างทำท่าจะชกแต่เมื่อเห็นสาลี่อยู่แถวนั้นจึงนึกขึ้นได้

“นี่เห็นแก่ใบหน้าของแกนะ ฉันถึงยอม” ไม้คิวปล่อยมือจากคอเสื้อฝ่ายตรงข้าม

เหมยซึ่งอยู่ข้างไม้คิวได้แต่จับแขนเขาเพื่อให้ใจเย็นลง ส่วนสาลี่นั้นได้แต่จับริมฝีปากตัวเองด้วยความตกใจ ก่อนที่จะเดินออกไปเมื่อเห็นดังนั้นไม้คิวจึงเดินตาม

ไม้คิวคว้าแขนสาลี่แล้วดึงเธอมากอด ซึ่งในเวลานั้นเหมยกำลังเดินเข้ามาพอดีเธอจึงซ่อนตัว

“สาลี่ ฉันขอโทษ จิ้นทำอะไรเธอหรือเปล่า”

สาลี่ได้แต่ดันอกของไม้คิว เมื่อหลุดออกมาได้เธอจึงได้สบตากับแววตาที่แสดงอาการเจ็บปวดอย่างชัดเจน

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอก จิ้นเขาแกล้งฉันเล่นๆ เฉยๆ น่ะ” สาลี่ตอบ เธอรับรู้ถึงความเจ็บปวดภายในใจที่ถูกแบ่งเบาแม้ว่าเขาและเธอรู้จักกันเพียงไม่กี่วัน แต่ก็รู้สึกเข้ากันได้อย่างบอกไม่ถูก อาจจะเป็นเพราะว่าเขาทั้งคู่มีความสนใจเรื่องเดียวกัน

เหมยที่มองอยู่พอรับรู้ได้ว่าคนที่ไม้คิวสนใจอยู่คือใคร เธอยิ้มแล้วหันหลังไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เขาคือคนที่ไม้คิวเพิ่งมีเรื่องเมื่อสักครู่

“คุณคือจิ้นใช่ไหมคะ ฉันเหมย เป็นน้องของพี่คิวค่ะ” เหมยยิ้ม

“คุณจิ้นคะ” เหมยถามย้ำเมื่อเห็นคนที่พูดด้วยยังไม่มีท่าทางตอบสนอง

“ครับ” จิ้นพูดโดยยังไม่ละสายตาจากทั้งคู่

“คุณก็คงชอบผู้หญิงคนนั้นด้วยล่ะสิ” เหมยยิ้มเรียบอย่างเป็นมิตร

“ถึงผมจะรู้สึกยังไงกับเธอมันก็ไม่สำคัญอะไรหรอก ขอตัวก่อนนะใกล้เวลาถ่ายทำรายการแล้ว” จิ้นหันมาคุยก่อนที่จะเดินออกไปจากจุดนั้น

เพลงของรายการดังขึ้น สองพิธีกรกล่าวเปิดรายการพร้อมแสดงท่าทางประกอบ ก่อนที่จะเรียกดารารับเชิญทั้งสิบสองคน พวกเขายืนคุยสักพักก่อนที่จะนั่งประจำที่

ไม้คิวกับเหมยยืนบริเวณที่จัดให้ผู้ชม ส่วนสาลี่ยังคงนั่งเขียนบันทึกอยู่ด้านริมของห้องส่ง จิ้นมองเพื่อนที่กำลังทำหน้าเครียดชั่วครู่แล้วหายใจลึกปรับโหมดความรู้สึกให้พร้อมทำงาน

“มาเข้าสู่ข้อที่หนึ่งกับอาจารย์รวยฟันสวย” พิธีกรหญิงอวบผิวขาวทาปากสีชมพูบานเย็นพูด

“ฟันสวย ข้อที่หนึ่ง ราศีใดมีเกณฑ์ จะเกิดความรักสามเส้า” ชายผิวคล้ำในชุดเสื้อคลุมคอจีนยาวสีขาวพูดขึ้น

แขกรับเชิญต่างเขียนชื่อราศีที่ตัวเองคิด จนถึงคราวของจิ้น เขาจึงตอบราศีตัวเอง

“เอาแล้ว ทำไมคุณจิ้นถึงตอบตัวเองล่ะครับ หรือว่ากำลังเผชิญกับความรักสามเส้าอยู่” อาจารย์รวยพูด

“พอดีเพื่อนของผมเกิดราศีเดียวกัน เขากำลังแอบรักแฟนเพื่อนอยู่น่ะครับ”

“อ่าว แล้วผู้หญิงคนที่เห็นเมื่อวานล่ะ” มีเสียงแซวจากแขกรับเชิญคนอื่น

“แหมพี่ อันนั้นเพื่อสนิท” จิ้นยิ้มพลางหัวเราะแล้วมองสาลี่ก่อนที่จะเลื่อนสายตามองเห็นเพื่อนซึ่งกำลังทำหน้าเครียดจึงหยุดหัวเราะ

“แซวไปค่ะ ถ้าจิ้นมีก็คนมีคนอกหักค่อนประเทศ” พิธีกรหญิงริมฝีปากฉ่ำแก้ข่าวก่อนที่จะเดินไปหาแขกรับเชิญคนต่อไป

ทางด้านเหมยเห็นไม้คิวกำลังอารมณ์เสียจึงหันไปหาสาลี่

“เธอช่วยทำให้พี่ฉันอารมณ์ดีหน่อยสิ”

“ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ” สาลี่มองอย่างไม่เข้าใจ

“เอาเถอะน่า” เหมยดึงแขนสาลี่แล้วให้ยืนข้างๆ ไม้คิว

“จับแขนเขาสิ” สาลี่ลังเลทำให้สาวหมวยต้องเอามือสาลี่จับแขนไม้คิว

ไม้คิวรู้สึกถึงความอบอุ่นผ่านแจ็คเก็ตสีดำเขามองสาลี่ทั้งคู่สบตากัน ไม้คิวอมยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับจับมือสาลี่เพื่อให้เธอไม่ถอนมือออกไป

ถึงแม้ว่าสาลี่จะไม่ใช่คนหลงตัวเองนักแต่เธอก็พอรับรู้ว่าไม้คิวรู้สึกอย่างไร

“เห็นไหมพี่คิวยิ้มแล้ว” เหมยกระซิบข้างหูสาลี่

จิ้นหันมองไม้คิวยิ้มให้สาลี่ถึงจะรู้สึกเคืองในจิตใจแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ วันนี้สาลี่ก็คงจะกลับบ้าน แล้วเขากับเธอก็คงไม่ได้ใกล้ชิดกันอีกต่อไป

“สาลี่จะกลับเลยไหมเดี๋ยวฉันไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวสาลี่เก็บข้อมูลวันนี้เป็นวันสุดท้ายก็ได้”

“ฉันรู้ว่าสาลี่รู้สึกยังไง ยังไงวันนี้ก็ลางานแล้ว วันเดียวจิ้นดูแลงานได้อยู่หรอก เราไปเที่ยวกันนะ จะได้พาเหมยไปด้วย”

@ สยามเซ็นเตอร์

เหมยและสาลี่ พากันดูร้านนั้นเข้าร้านนี้ ความเข้ากันได้ของทั้งคู่ทำให้ไม้คิวรู้สึกดีขึ้น

ภายในร้านหนังสือขนาดใหญ่ มีชั้นหนังสือหลายชั้น จัดได้ว่าเป็นมุมละลายทรัพย์ของสาลี่กับไม้คิวกันเลย

“เล่มนี้เพื่อนสาลี่เขียนด้วยนะ เขาเป็นเพื่อนในเว็บเด็กดีสมัยที่หน้าเว็บยังเป็นรุ่นดั้งเดิมอยู่เลย” สาลี่อธิบายถึงเว็บไซต์ที่เธอเอาไปวางนิยาย ก่อนหน้านี้เธอเข้าบ่อยจนเป็นเครือข่ายสังคมก่อนที่เฟสบุ๊กจะเกิดเสียอีก

“นักเขียนคนนี้พี่รู้จักนะ เรื่องล่าสุดดังมากมีหลายตอนด้วย สาลี่อยากได้เล่มไหนเดี๋ยวฉันซื้อให้”

“ไม่เอาหรอกค่ะ มีหวังคุณกระเป๋าฉีกเพราะฉันเหมาหมดร้านแน่” สาลี่ยิ้มแล้วเดินออกไปหาเล่มอื่นไม้คิวจึงเดินตาม

@ บ้านสาลี่

“ขอบคุณที่พาไปเที่ยวนะ” สาลี่ยิ้มแล้วลงจากรถ เธอรู้สึกดีและเริ่มเปิดใจให้ไม้คิวมากขึ้น

“แค่สาลี่รู้สึกดีขึ้นฉันก็ดีใจแล้ว”

“โชคดีนะพี่สาลี่” เหมยโบกมือลา

“กลับมาทำไมไม่บอก กินข้าวหรือยัง” พ่อสาลี่ออกมาดู ส่วนไม้คิวกับเหมยเห็นดังนั้นจึงไหว้ก่อนที่จะเคลื่อนรถออกไป “ดีแล้วที่กลับมาบ้าน เขียนที่บ้านเราก็ได้ ลูกคนเดียวพ่อเลี้ยงได้อยู่แล้ว” พ่อโอบไหล่ลูกสาวก่อนที่จะเข้าบ้าน

/ 4 ส.ค. 2552

ฉันได้รู้จักกับเหมยน้องสาวของไม้คิวซึ่งมาจากประเทศจีน ดูเธอน่ารักและเป็นกันเองกับฉันมาก และดูท่าทางห่วงใยพี่ชายเป็นพิเศษ บางทีฉันก็เผลอคิดนะว่าไม้คิวอาจจะชอบฉัน แต่คงไม่ล่ะมัง ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมีหวังยัยเชอร์รี่มาแหกอกฉันแน่ แต่วันนี้ฉันรู้สึกผิดหวังกับจิ้นเขาคงอยากจะแกล้งฉันเล่น หรืออยากจะเอาชนะไม้คิว พูดจริงๆ นะ ถ้าตอนนั้นฉันยอมจิ้นเหมือนนางเอกในนิยายสิบแปดบวก เรื่องมันก็คงไม่จบดีเหมือนเรื่องแต่ง ดีไม่ดีฉันอาจเป็นกระดาษชำระที่ใช้แล้วของเขาก็ได้ แต่ก็ช่างมันเถอะ เพราะหลังจากนี้ เขาจะยังคงเป็นความทรงจำของฉัน อย่างน้อยก็ตลอดเดือนนี้ล่ะ /

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image