บทที่ 5 คู่จิ้น

บทที่ 5

คู่จิ้น

@ สวนสาธารณะ

ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นอันประกอบด้วยต้นไม้ใหญ่และสนามหญ้า แม่และยายของไม้คิวเดินออกกำลังกาย ปล่อยให้เขาและเหมยนั่งบนม้านั่งสองต่อสอง

ไม้คิวถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลังจากที่ทราบว่า ยายของเขาต้องอยู่ที่ประเทศไทยอีกสองวัน

“ถอนหายใจเบาๆ ก็ได้พี่เดี๋ยวอาม่าได้ยินพอดี” เหมยในชุดออกกำลังกายเช่นเดียวกับไม้คิวตบบ่าคนข้างๆ

“ดูท่าทางอาม่าจะพอใจให้เราคู่กันนะ ดูสิ จัดซื้อเสื้อผ้ามาให้ใส่เข้ากันกับเหมยอย่างกับเป็นคู่รัก” ไม้คิวมองเสื้อยืดที่ทำจากโทนสีเดียวกัน โชคยังดีที่ไม่มีข้อความเสี่ยว ประมาณว่า คุณสามี คุณภรรยา อะไรเทือกนั้น

“น่า ทนเอาหน่อย มะรืนนี้เหมยกับอาม่าก็กลับแล้ว เหมยเป็นผู้หญิงยังไม่บ่นเลย”

ทั้งคู่สนทนากันโดยไม่รู้ว่า ญาติผู้ใหญ่ของไม้คิว กำลังคุยหัวเราะชอบใจ ที่ทั้งคู่สนิทสนมได้อย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเขาอาจจะได้ทายาทไม่เกินปีหน้าแน่

@ บ้านสาลี่

หลังจากสาลี่ทำงานบ้านเสร็จจึงนั่งเขียนนิยายต่ออย่างขะมักเขม้น ระหว่างนั้นเธอได้พักสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นพ่อกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน

รถมินิคาร์สีขาวจอดหน้ารั้วบ้านสาลี่ ผู้สวมรองเท้าหนังลงจากรถ กางเกงยีนขายาวเสื้อเชิ้ตลายตาราง และแว่นตากันแดดสีดำ ไม่สามารถบดบังรัศมีความหล่อได้

สาลี่ตกใจลุกขึ้นยืน ลุงผิวขาวหนวดเครารุงรังหันหรี่ตามองอย่างไม่เป็นมิตร

“สวัสดีครับคุณพ่อ ผมมาหาสาลี่ครับ” จิ้นยกมือไหว้

ชายแก่พยักหน้าแล้วเปิดประตูรั้ว “ลี่ เพื่อนมาหา”

“จ้า”

จิ้นเข้าไปนั่งในบ้าน แล้วมองสาลี่ที่เดินลงมาด้วยชุดกางเกงขาสั้นเสื้อยืด

“คุณมาที่นี่ทำไม” สาลี่ขมวดคิ้ว ทำให้จิ้นรู้ว่าเธอยังคงไม่พอใจเขาอยู่

“ฉันเอาบัตรคอนเสิร์ตมาให้น่ะ สาลี่จะได้เก็บข้อมูลฉันไง” จิ้นถอดแว่นแล้วหนีบมันไว้กับคอเสื้อ ก่อนที่จะหยิบบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อส่งให้

“ขอบใจ” สาลี่รับบัตรคอนเสิร์ตจากจิ้นทั้งๆ ที่ยังคงทำหน้าบูด

“ห่างเหินจัง” จิ้นเม้มริมฝีปากทำหน้าเศร้า

“หมดธุระแล้วใช่ไหม ฉันจะไปทำงานต่อ”

“จะให้ฉันทำยังไงให้สาลี่หายโกรธ เอางี้ไหม เดี๋ยวฉันให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ” จิ้นจับมือสาลี่พลางยิ้มแป้น

“โอเวอร์ไปละ” สาลี่ถอนมือออกก่อนที่จะขึ้นห้อง ส่วนจิ้นนั้นเดินคอตกออกจากบ้าน แล้วมองไปที่หน้าต่างเห็นสาลี่กำลังนั่งทำงานอยู่

จิ้นยิ้มเมื่อมองซ้ายขวาไม่เห็นมีใคร วันนี้มีโอกาสแค่วันเดียวเท่านั้น เพราะไม้คิวจอมจอแจติดธุระ

สาลี่ตั้งใจจะพิมพ์งานต่อ แต่ก็ดันอารมณ์เสียซะก่อน เธอจึงหันไปอ่านหนังสือต้นฉบับเก่าเพื่อทวนเรื่องราวและแก้คำผิด อ่านไปสักพักก็รู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องมองอยู่ สาลี่ตกใจทะลึ่งตัวลุกขึ้น

“นี่นายขึ้นมาได้ยังไง!”

“ปีนเสาขึ้นมา” จิ้นยิ้มแป้น

“ลงไปเดี๋ยวนี้นะ”

“เฮ้ย! ทำอะไรน่ะลงมาเดี๋ยวนี้”

“ว้าก!”

พลั่ก!

พ่อของสาลี่มาเห็นเข้าจึงตวาดเสียงดังทำให้จิ้นพลัดตกจากชั้นสอง

“โอ๊ย!” จิ้นร้องหลังจากสาลี่ทำความสะอาดบาดแผลที่เข่าและแขน

“ดีนะที่ขาไม่หัก คิดยังไงถึงปีนขึ้นไปล่ะเนี่ย” สาลี่พูด

“ก็ฉันไม่อยากให้สาลี่โกรธฉันนี่” จิ้นทำหน้าตาน่าสงสารเหมือนลูกหมา

“ให้ตายเถอะ”

“แม่สาลี่ไปไหนเหรอ”

“ขายของอยู่กว่าจะกลับก็มืดนั่นแหละ”

“แล้วพ่อสาลี่ล่ะ ทำงานอะไรเหรอ”

“นี่นายเป็นพนักงานกองทะเบียนราษฎร์หรือไง ถามจัง เสร็จแล้วกลับบ้านได้” สาลี่เอาเครื่องมือปฐมพยาบาลใส่กล่อง

“เอางี้ เธออยากรู้เรื่องอะไรถามฉันได้ แลกกับคำตอบเธอได้มะ”

“ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้นด้วย เพราะถึงยังไงนายก็ต้องบอกฉันเพื่อผลงานคุณภาพอยู่แล้ว”

“เห็นฉันเป็นคนเห็นแก่งานขนาดนั้นเลยหรือไง เออลืมไป ว่าเธอรู้จักเรื่องของฉันดีนี่นา”

“หลงตัวเอง” สาลี่มองบน

“จริงนะ นิยายของสาลี่รู้จักฉันมากกว่าฉันรู้จักตัวเองอีก”

“ถึงจะเยินยอฉันยังไง ฉันก็ไม่หายโกรธหรอกนะ วันนี้นายไม่มีคิวถ่ายละครเหรอ” สาวตาคมเชิดหน้าชั่วครู่แล้วหันมาถาม

“ไม่มีหรอก มีพรุ่งนี้น่ะ แต่ก็ต้องรีบออกเดินทาง ไปแล้วนะ เดี๋ยวรถติด”

“เชิญ” สาลี่หรี่ตาทำเป็นไม่สนใจ จิ้นยิ้มแล้วเดินออกไปสวัสดีพ่อของเธอ

สาลี่แอบมองจิ้นอยู่ไกล เมื่อผู้ถูกกระทำมองกลับเธอจึงแกล้งหันไปทางอื่น จิ้นยิ้มก่อนที่จะออกรถ

“นั่นมัน ดาราไม่ใช่เหรอ มาทำอะไรบ้านเรา” พ่อสาลี่มองรถออกไปแล้วหันมาถามลูกสาว

“เขาก็แค่เอาของมาให้”

“พ่อดูออกนะว่าดารานั่นคิดอะไรอยู่ คงอยากจะจีบลูกล่ะสิ จะคบคนนี้ก็ได้นะ”

“คบอะไรล่ะพ่อ เจอกันไม่กี่วันเอง” สาลี่พูดพลางหัวเราะ

“พ่อแค่อยากให้คนที่ลูกคบเป็นคนที่ลูกรักและเอาการเอางานเลี้ยงลูกของพ่อได้ก็พอ”

“เขาเป็นดาราคงไม่คิดอะไรกับลี่หรอก” สาลี่พูดอย่างไม่มั่นใจ

“ดาราก็ขี้เหม็นเหมือนกันล่ะ เขาแค่คนธรรมดา ยังไงลูกพ่อก็เหนือกว่าอยู่แล้ว”

“ก็ว่าไป ลี่ไปเขียนนิยายต่อดีกว่า” คำพูดของพ่อทำให้สาลี่รู้สึกดีขึ้นมา พร้อมที่จะทำงานต่อ จนเกือบลืมความไม่พอใจที่จิ้นทำลงไป จิ้นจะเห็นค่าของเธอหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับเธอเห็นค่าของตัวเอง

@ กองถ่าย

ทะเลแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี มีหาดทรายขนาดกว้างจนสามารถตั้งสนามวอลเลย์บอลชายหาดได้หลายทีม ทิกกี้ซ้อมบทละครอยู่ริมชายหาด เป็นเวลาเดียวกับจิ้นเดินทางมาถึงพอดี ทันทีที่เขาลงจากรถก็มีสาวประเภทสองถือร่มมารับ

“เปลี่ยนมาถ่ายวันนี้เลยเหรอครับ”

“พอดีวันนี้แดดดีผู้กำกับเลยเปลี่ยนใจกะทันหัน โชคดีที่จิ้นมาพอดี หวังว่าจิ้นคงไม่มีปัญหานะคะ”

“จริงๆ แล้วผมก็อยากให้งานเสร็จเร็ว แต่ผมขอนอนพักก่อนได้ไหมครับ”

“เหรอ แย่จัง”

ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังสนทนากันอยู่ ทิกกี้ก็หยิบกระเป๋าเข้ามาพอดี

“ทิกกี้จะไปโรงแรมใช่ไหม ดีเลย จะได้ไปพร้อมกับจิ้น”

“โอเค ทิกกี้กำลังเบื่ออยู่เลย เดี๋ยวไปรถจิ้นเลยนะ ทิกกี้มากับรถทีมงานน่ะ”

“ได้จ้า” จิ้นตอบอย่างสนิทสนม

ทั้งคู่ขึ้นรถในเวลาไม่นานก็ถึงโรงแรม

“ดีจังที่เอารถมา ไปไหนมาไหนก็สะดวก เลี้ยวข้างหน้านี่เลย”

ทั้งคู่ลงจากรถโดยไม่รู้ว่ากำลังถูกจับตามองอยู่

ระหว่างเดินอยู่นั้น ช่างภาพเตรียมถ่ายรูปจังหวะที่ พวกเขาขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกัน โดยกดชัตเตอร์รัว เรียกได้ว่าถ้าเอาภาพถ่ายเรียงต่อกันจะได้เป็นวิดีโอ เพราะเขาไม่รู้ว่ารูปไหนจะทำเงินได้

@เช้าวันรุ่งขึ้น

หนังสือพิมพ์ถูกส่งมายังบ้านของไม้คิว

“อาคิว นี่มันนักร้องของลื้อหรือเปล่า” แม่ของไม้คิวเอาหนังสือพิมพ์ให้ไม้คิวดู ในนั้นมีภาพจิ้นและทิกกี้เข้าไปในลิฟต์ด้วยกัน

“อาจิ้นกำลังแย่ อย่างนี้ลื้อจะทำยังไง”

“ไม่เห็นต้องทำอะไรเลยดีซะอีก” ไม้คิวยิ้ม

เย็นวันนั้นจิ้นกลับหอพัก แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นเพื่อนของเขากำลังนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา

“อาม่ากลับจีนแล้วเหรอ”

“อือ นายคิดยังไงกับสาลี่กันแน่” ไม้คิวพูดทั้งๆ ที่ยังไม่ละสายตาจากทีวี

“ฉันจะไปชอบผู้หญิงคนเดียวกับนายได้ยังไง” จิ้นซึ่งกำลังถอดเสื้อคลุมหยุดชะงักก่อนที่จะวางมันลงบนเก้าอี้

“ฉันต้องการความชัดเจนมากกว่านี้” ไม้คิวปิดทีวีแล้วหันมามองเพื่อนซึ่งกำลังอึกอักเล็กน้อย

“นายหมายความว่าไง”

“ฉันรู้ว่าฉันสู้นายไม่ได้ เพราะสาลี่ชอบนาย แต่ถ้านายแสดงออกว่าไม่ชอบสาลี่จริงๆ ฉันก็อาจจะให้อภัยในสิ่งที่นายทำก็ได้” จิ้นพูดพลางโยนหนังสือพิมพ์ให้เพื่อน เผยรูปจิ้นกับทิกกี้

“นายคงเข้าใจนะว่าฉันกำลังหมายถึงอะไร”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image