บทที่ 7 แผนสูง

 

บทที่ 7

แผนสูง

จิ้นตื่นพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างแรงในสายวันรุ่งขึ้น เขาดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง เมื่อเรียกสติได้ก็พบว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้า

“เกิดอะไรขึ้น ทำไม อย่าบอกนะว่า…” จิ้นมองร่างตัวเองที่อยู่ใต้ผ้าห่ม แล้วเงยหน้ามองเพื่อนซึ่งกำลังนั่งจ้องเขา นายปล้ำฉัน!

“สักป้าบดีไหม คิดดูดีๆ ว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น”

“เชอร์รี่มาหานาย แล้วก็เอายาสลบปิดจมูกฉัน หลังจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย” จิ้นนิ่ง แล้วนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด

“ดูสิ ว่านายทำอะไรลงไป” ไม้คิวโยนโทรศัพท์ของตัวเองลงบนที่นอนที่จิ้นนั่งอยู่

เฮ้ย! จิ้นอุทานเสียงดังเมื่อเห็นรูปตัวเองกับเชอร์รี่นอนบนเตียงเดียวกันด้วยสภาพเปลือยเปล่า

“เออ นั่นแหละ เรื่องใหญ่ เล่นซะฉันนอนไม่หลับเลย ป่านนี้ภาพถูกคัดลอกไปกี่ไฟล์แล้วก็ไม่รู้”

“นายเอารูปพวกนี้มาจากไหน”

“เชอร์รี่ส่งมา ฉันตรวจดูแล้ว ภาพยังไม่หลุดเข้าไปในโลกโซเซียล”

“มีแค่นี้ใช่ไหม หวังว่านายคงไม่ได้คัดลอกเก็บเอาไว้นะ” จิ้นพูดพลางลบรูปตัวเองด้วยอาการร้อนรน

“เดี๋ยวเถอะ รูปพวกนี้ฉันจะเก็บไว้ทำไม”

“จะไปรู้เหรอ แล้วจะทำไงต่อไป” จิ้นคืนมือถือ

“นั่นสินะ วันนี้ฉันลางานให้นายแล้ว กะจะไปหาเชอร์รี่อยู่ แต่คงต้องนอนก่อน เก้าโมงแล้วยังไม่ได้หลับเต็มอิ่มเลย” พูดแล้วไม้คิวเอนหลังชั่วครู่ แล้วเด้งตัวลุกขึ้น

“นอนไม่หลับ มีคนเดียวที่ทำให้ฉันสบายใจ ฉันว่าฉันไปเติมพลังชีวิตก่อนดีกว่า”

 

เวลาผ่านไป…

จิ้นจอดรถตรงหน้ารั้วบ้านสาลี่ แล้วปลุกเพื่อน “ไม้คิว ตื่นได้แล้ว”

“อือ ใจนะ”

“ไม่เป็นไร ขืนให้นายขับมาเองจะแย่เอา ยิ่งนอนไม่พออยู่”

ไม้คิวตบบ่าเพื่อนแทนคำขอบคุณ จิ้นพยักหน้ายิ้มตอบ แล้วมองเพื่อนเดินลงจากรถไปกดกริ่ง สาลี่ลงมาเปิดประตูต้อนรับในเวลาไม่นาน ฟิล์มกั้นกระจกสีทึบทำให้สาลี่มองไม่เห็นจิ้น แต่อีกฝ่ายสามารถมองเห็นเธอได้อย่างชัดเจน

ชัดเจนถึงความรู้สึกห่วงใยจากสาลี่ที่มีให้ไม้คิว

จิ้นจับหน้าอกตัวเอง ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจมันเกิดขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน แล้วน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาราวกับว่าไม่สามารถควบคุมมันได้ ทำได้แต่สวมแว่นสีดำเพื่อปกปิด

ภาพอดีตของไม้คิวกับเชอร์รี่เข้ามาซ้ำเติม แต่ความเจ็บมันไม่เท่าตอนนี้ เขากำเสื้อบนอกซ้ายของตัวเอง มันเป็นเพราะอะไร ทำไมถึงได้รู้สึก ความรักมันไม่มีเหตุผล มันคืออารมณ์ อาจจะเพราะเป็นความใกล้ชิด หรืออาจจะเพราะเป็นความรู้สึกอยากเอาชนะไม้คิว เขาก็ไม่อาจรู้ จิตใจคนเรายากแท้หยั่งถึง แม้ว่ามันจะเป็นจิตใจของตัวเองก็ตาม

จิ้นยกมือถือขึ้นมาค้นหารายชื่อ ‘ทิกกี้’ แล้วกดโทรออก

“ทิกกี้อยู่ไหน ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย”

 

ทางด้านสาลี่

“เมื่อกี้ใครมาส่งเหรอ” สาลี่เดินไปเอาน้ำในตู้เย็นมาใส่แก้ว

“คนขับรถน่ะ” ไม้คิวนั่งลงบนโซฟา

“มาแต่เช้า ฉันเขียนไม่ทันหรอกนะ” สาลี่วางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ

“ฉันไม่ได้มาเอาต้นฉบับ พอดีฉันนอนไม่หลับ อยากเห็นหน้า สาลี่” ไม้คิวยิ้ม

“ปากหวานแท้ นายนอนได้ฉันก็สบายใจ แต่อย่าคิดมาก ฉันแค่ไม่อยากเห็นใครเครียด นายหัดหาแฟนเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว จะได้มีคนดูแล ไม่ต้องมาบ้านฉันอีก”

“มีแฟน ก็ใช่ว่าเขาจะดูแลเราสักหน่อย” ไม้คิวดื่มน้ำ

“ถ้าเขารักนายจริง เขาจะดูแลนายอย่างดีแน่นอน”

“พูดแบบนักเขียนเลย”

“ปากหวานอีกละ” สาลี่ยิ้มเขิน

 

@ ร้านอาหารทะเลแห่งหนึ่ง

สะพานทอดยาวไปบนน้ำทะเล ทำให้ได้บรรยากาศ และกลิ่นเค็มได้ถึงใจ จิ้นและทิกกี้ต่างวางสัมภาระแล้วนั่งลง

“ขับรถมาไกลขนาดนี้ มีอะไรหรือเปล่า”

จิ้นนิ่ง ทำให้ทิกกี้จ้องมองเข้าไปนัยน์ตาก่อนที่จะถอดแว่นคนที่นั่งตรงข้าม ผู้ถูกกระทำตกใจเล็กน้อย แล้วดึงแว่นคืนจากมือทิกกี้อย่างไม่สะทกสะท้าน

“ตาบวมฉึ่ง แบบนี้หมดหล่อพอดี จิ้นมีเรื่องอะไรจะคุยกับทิกกี้” ทิกกี้หยุดคิดแล้วพูดต่อ

“อย่าบอกนะว่า…คิดมากเรื่องข่าวของเราสองคน”

“ไม่ใช่หรอก ถ้าฉันคิดมากจะมาหาทิกกี้ทำไม” จิ้นหันไปสนใจเมนูตรงหน้า

“หรือว่าอกหัก”

จิ้นชะงักแทนคำตอบ

“แทงใจดำล่ะสิ ฉันรู้ข่าวนะ ตอนที่จิ้นไปออกรายการวงล้อราศี คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นล่ะสินะ ที่ทำให้แตกคอกัน” ทิกกี้เหยียดริมฝีปาก

จิ้นไม่ตอบอะไร ทำให้ทิกกี้ยิ่งมั่นใจว่าต้องเป็นเธอคนนั้นอย่างแจ่มแจ้ง

“มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า”

“อือ… ฉันมีเรื่องจะปรึกษา ในอนาคตเธออาจจะช่วยฉันได้” จิ้นเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ทิกกี้ฟัง

“หา! นี่มันเรื่องใหญ่มากเลยนะ ทำไมถึงปล่อยให้เกิดขึ้นได้ แล้วเชอร์รี่เป็นแฟนไม้คิวไม่ใช่เหรอ ทำไมหันเหมาทางจิ้นได้”

“ไม่รู้สิ”

“บอกมาซะดีๆ”

“ก็แค่ เชอร์รี่เป็นแฟนฉันสมัยมัธยม”

“อะไรกัน นี่ชอบผู้หญิงคนเดียวกันตั้งแต่ตอนสมัยเรียนแล้ว แต่ก็ยังคบกันนี่นะ นี่ถ้าเป็นฉันคงเลิกคบไปแล้ว” ทิกกี้โพล่งขึ้น แต่ก็หยุดชั่วครู่แล้วทำสีหน้าปกติ “รู้แบบนี้ เรื่องของเรากลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย แล้วนี่เลือกหรือยังว่าจะกินอะไร”

“เอาตามจริงนะ ฉันกินไม่ลง”

“ยิ่งกินไม่ลง ยิ่งต้องกิน จะได้มีแรงแก้ปัญหา” ทิกกี้ดึงเมนูจากจิ้นแล้วจัดการเลือก “น้อง สั่งอาหารหน่อยค่ะ”

“จะรับอะไรคะ”

“เอายำไข่แมงดา ปลากะพงนึ่งมะนาว”

เด็กบริการจดรายการแล้วเดินออกไป

“ฉันสั่งแล้ว ถ้าจิ้นไม่กินเดี๋ยวฉันป้อนนะ” ทิกกี้ยิ้ม

“กล้าเหรอ”

“พูดไปนั่น ขืนทำงั้นโดนพี่เอเอาตายพอดี”

“ข่าวของเราพี่เอว่าไง” จิ้นถาม เพราะเอคือผู้จัดการส่วนตัวของทิกกี้คล้ายกับไม้คิว ต่างกันตรงที่เอมีดารานักร้องหลายคนแต่ไม้คิวมีนักร้องในสังกัดเพียงคนเดียว

“ก็ไม่ว่าไงนะ แถมยังสนับสนุนให้ฉันมาพบจิ้นด้วย”

‘อาจจะเป็นฝีมือไม้คิว’ จิ้นหยุดคิด

“ทิกกี้มีแฟนหรือยัง”

“ถามทำไม จะจีบเหรอ”

“เอาน่า ตอบก่อน”

“ยัง มีไรเหรอ” ทิกกี้ขมวดคิ้ว

“เป็นแฟนกันไหม” จิ้นถาม

“บ้าเหรอ เป็นแฟนไม่ใช่ว่าจะเป็นใครก็ได้นะ หรือจิ้นจะใช้ฉันเป็นไม้กันหมา” ทิกกี้จัดที่เพื่อให้เด็กเสิร์ฟวางปลากะพงนึ่งมะนาวบนหม้อไฟรูปปลาและยำไข่แมงดาได้สะดวก

“ซดน้ำร้อนซะ จะได้ดีขึ้น”

“ขอบใจนะ”

“ถ้าเราคู่กันมันก็มีผลดีนะ แต่บอกกับคนอื่นว่าเป็นแค่เพื่อนสนิทก็พอ ฉันกลัวไม่มีคนมาจีบ”

“น่ารักอย่างทิกกี้ยังมีกลัวอีกเหรอ”

“ใครก็อยากมีชีวิตคู่กับคนดีๆ ทั้งนั้นแหละ”

 

เย็นวันนั้น…

ไม้คิวโทรเรียกให้คนขับรถมารับเขาไปไฮไลต์ผับ แน่นอนว่าได้โทรนัดกับเชอร์รี่ก่อนหน้านั้น

เขาลงจากรถเมื่อถึงจุดหมาย แล้วเร่งสาวเท้าเข้าไปด้านในสถานบันเทิง

บนชั้นสองของที่นี่มีห้องพักของเชอร์รี่ ไม้คิวรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัย แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเขาไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่อง

“ฉันนึกว่าไม้คิวจะมาเร็วกว่านี้นะ” เชอร์รี่เปิดประตูต้อนรับ

“เธอต้องการอะไรว่ามา”

“เข้ามาก่อนสิ” เชอร์รี่ถอยหลังให้ไม้คิวเข้าไปด้านใน

ไม้คิวสาวเท้าและมองรอบๆ อย่างระมัดระวัง ส่วนสาวสุดเซ็กซี่นั้นปิดประตูและกดล็อกลูกบิด

“ฉันไม่ต้องการอะไรมาก ฉันแค่ต้องการตัวเธอกลับมา” เชอร์รี่เอามือทั้งสองข้างคล้องคอไม้คิว

“ฉันไม่ยอมเธอให้โง่หรอก ผู้หญิงแผนสูงอย่างเธออาจจะแอบถ่ายตอนที่ฉันมีอะไรกับเธอก็ได้” ไม้คิวเอามือเชอร์รี่ออกแรงจนทำให้ร่างสาวเซถอยหลัง

“แต่ก็คงไม่แผนสูงเท่าไม้คิวหรอก แต่ก่อนฉันก็คบกับจิ้น เธอก็เป็นคนเข้ามาสนิทฉัน และขอให้ฉันเลิกคบกับเขา”

“ฉันก็ให้เงินเธอแล้วนี่”

“มันอาจจะจบแค่นั้น ถ้าเธอไม่ทำให้ฉันหลงรักเธอ”

“แล้วยังไง เธอจะให้ฉันทำยังไง”

“ไม่เป็นไร ก็แค่นอนกับฉัน เหมือนที่เราเคยทำไง” เชอร์รี่กอดไม้คิวอีกครั้ง

“นี่เธอเพิ่งนอนกับเพื่อนฉัน แล้วยังจะให้ฉันนอนกับเธอเหรอ!” ไม้คิวพูดอย่างไม่พอใจ

“ฉันก็แค่ถ่ายรูป ไม่ได้มีอะไรกับจิ้นสักหน่อย”

“ฉันไม่เชื่อ”

“ถึงคุณจะไม่เชื่อ แต่มันเป็นความจริง ฉันมีเซ็กส์กับจิ้นไม่ได้ เพราะฉันรักคุณ ไม้คิว ตอนที่เธอให้ฉันเลิกคบกับจิ้น ฉันแอบคิดว่า เพราะเธอรักฉัน แต่ไม่เป็นไร แค่เธออยู่กับฉันก็พอ” เชอร์รี่ทำสายตาอ้อนวอน

“ฉันคงให้เธอไม่ได้ ถ้าเธอต้องการอย่างอื่นฉันจะทำให้” ไม้คิวหายใจเข้าเต็มปอดแล้วปล่อยช้าๆ ก่อนที่จะจับมือเชอร์รี่

“ทำไมล่ะ”

“เพราะเธอทำให้ฉันเกลียดเธอแล้ว ฉันไม่สามารถมีเซ็กส์กับคนที่ฉันเกลียดได้ ว่าไงล่ะ เธอต้องการอะไร” ไม้คิวพูดเสียงเรียบแล้วดึงมือเชอร์รี่ออก

“ไม่นะ เธออย่าเกลียดฉันนะ” เชอร์รี่โผกอดไม้คิวแน่นกว่าที่เคย เมื่อไม้คิวเห็นน้ำตาของผู้กระทำก็เกิดใจอ่อน

“ถ้าอย่างนั้น เชอร์รี่ลบรูปนั้นนะ แล้วเราจะกลับมาคบกันเหมือนเดิม” ไม้คิวปล่อยตัวเองออกจากอ้อมกอดแล้ววางมือลงบนบ่าทั้งสองข้างของเชอร์รี่

“ไม้คิวไม่หลอกเชอร์รี่นะ” เชอร์รี่ออดอ้อน

“ใช่ เชอร์รี่ก็ต้องพิสูจน์ให้ผมรู้ว่า เชอร์รี่รักผมจริง”

หญิงสาวพยักหน้าอย่างว่าง่าย

ไม้คิวสวมกอดเชอร์รี่ เพื่อแสดงความจริงใจ

 

บันทึกของสาลี่

/ 7 ส.ค. 52

ไม้คิวมาหาฉันแต่เช้า ฉันไม่รู้ว่าใครมาส่งเขา บางทีฉันก็รู้สึกว่าเขากำลังโกหก เพราะรถที่มารับและมาส่งมันคนละรุ่นคนละสี แถมคนขับรถนั้นยังลงมาเปิดประตูให้อีก ท่าทางนอบน้อมต่างจากขามาลิบลับ

แต่ช่างมันเถอะ

ไม้คิวยังคงไม่สบายใจอยู่ มานอนที่บ้านฉัน อันที่จริงฉันก็ไม่อยากให้เขามานักหรอก เพราะฉันอยู่คนเดียว แต่เพื่อไม่ให้เสียมารยาท ฉันจำเป็นต้อง ยกคอมพิวเตอร์ลงมาพิมพ์นิยายเพื่อเฝ้าเขา จะทำยังไงได้ล่ะ

ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าจิ้นทำอะไรอยู่ หรือว่าสองคนนี้ยังทะเลาะกันเรื่องฉันนะ ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลย /

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image