บทที่ 8 ท่าที

 

 

บทที่ 8

ท่าที

เสียงคนเปิดประตูดังขึ้นในเวลาตีห้าของวันต่อมา จิ้นซึ่งนั่งเช็ดผมอยู่บนโซฟาเอ่ยถามเมื่อเห็นไม้คิวเดินเข้ามาในห้องด้วยอาการงัวเงีย

“เป็นยังไงบ้าง”

“ก็ไม่ว่าไง” ไม้คิวตอบอย่างเสียไม่ได้

“หมายความว่าไง ไอ้ก็ไม่ว่าไงของแก” จิ้นหรี่ตา

“เออ บอกก็ได้ เชอร์รี่อยากกลับมาคบกับฉัน” ไม้คิวพูดจบก็เห็นเพื่อนเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่

“ยิ้มทำไม” ไม้คิวพูดเสียงเรียบ

“เปล่า” จิ้นแสร้งแสดงสีหน้าปกติ

“ตอนนี้ยังวางใจไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าที่เชอร์รี่ลบนั่นเป็นไฟล์ชุดเดียวและชุดสุดท้ายหรือเปล่า” ไม้คิวพูด พาเอาผู้ฟังเคร่งเครียดไปด้วย

“อย่างน้อยก็ยืดเวลาออกไป”

“อือ แล้วภาระนี้ก็ตกเป็นของฉัน”

“ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่น่าเสียท่าให้เชอร์รี่เลย”

“ช่างมันเถอะ”

“ได้นอนบ้างหรือเปล่า”

“นอนแล้วที่บ้าน ฉันเกรงใจคนขับรถ เลยให้ไปส่งที่บ้านก่อน ขับรถตอนง่วงจะแย่เอา”

“เป็นเจ้านายที่ดีตั้งแต่เมื่อไร”

“จำมาจากจิ้นนั่นแหละ” ไม้คิวยิ้ม

“บ้า เค้าเขินนะ” จิ้นทำท่าสะดีดสะดิ้งแล้วปาผ้าขนหนูใส่ไม้คิว แล้วผู้ถูกกระทำก็ปามันกลับพร้อมกับรอยยิ้ม

 

ทีวีสายข่าวบันเทิงออกอากาศเรื่องจิ้นกับทิกกี้อย่างรวดเร็ว นักข่าวต่างรอสัมภาษณ์ทั้งคู่ งานอีเว้นรีบติดต่อผ่านไม้คิวจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถจัดเวลาให้ทั้งคู่พบกันได้ดั่งใจ

เชอร์รี่ติดต่อออดอ้อนไม้คิวอยู่เหมือนเดิม ซึ่งไม้คิวไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะเกรงลูกไม้ของเธอ เขาทำได้แต่พาเธอไปเที่ยว ทำตัวคล้ายคู่รักจนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลายลง

ตลอดเวลาสองวันที่ผ่านมานี้ ไม้คิวไม่ได้พบสาลี่ ต่างจากจิ้น เขาใช้เวลาว่างแอบไปมองบ้านสาลี่ไม่ต่ำกว่าวันละสองครั้ง จนพ่อของสาลี่สังเกตเห็น แต่เมื่อเข้าไปทัก จิ้นทำได้แต่ยกมือไหว้ และอ้างว่าแค่ผ่านมาก่อนที่จะจากไปโดยไม่ให้สาลี่รู้ตัว

 

@รายการบันเทิงล้านแปดพันเก้า

สองพิธีกรนั่งบนเก้าอี้ที่เกือบจะไร้พนักพิงโดยมีโต๊ะกลมกั้นระหว่างคนทั้งสอง

“สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับกับรายการบันเทิงล้านแปดพันเก้าค่า” พิธีหญิงในชุดแซกกระโปรงยาวสีขาวพูด

“ครับ มากันที่ข่าวแรกกันเลย” พิธีกรชายในชุดวอร์ม ในมือของเขาถือกระดาษหนึ่งใบเช่นเดียวกับพิธีกรหญิง “จิ้นควงทิกกี้กินข้าว ร้านอาหารกันสองต่อสอง อ้าง เป็นแค่เพื่อนสนิท”

“เหมือนว่าเรื่องจะจบด้วยดี แต่ดันมีประเด็นดราม่า สายข่าวบันเทิงเล่าว่า ทิกกี้เป็นคู่หลอก จริงๆ แล้วจิ้นคบกับอีกคน” พิธีกรหญิงเสริม

“นี่หมายถึงใคร” พิธีกรชายรักชายถามอย่างสนใจ

“อันนี้ต้องให้จิ้นตอบ ยังไงคะจิ้น” พูดจบภาพก็ตัดไปงานอีเว้นงานหนึ่ง

 

/ จิ้นยืนพูดหน้าป้าย ซึ่งด้านหลังมีโลโก้เล็กๆ หลายรูป

“สถานะของคุณกับทิกกี้เป็นยังไงครับ” เสียงคำถามออกจากปาก หนึ่งในกลุ่มผู้นักข่าว

“ทิกกี้ว่ายังไงล่ะครับ” จิ้นถามกลับ

“เป็นเพื่อนสนิท”

“ถ้าทิกกี้ว่าอย่างนั้น ผมก็ว่าอย่างนั้น”

“แล้ว ถ้าทิกกี้บอกว่าเป็นแฟนล่ะคะ”

“ทิกกี้จะให้ผมอยู่สถานะไหน ผมก็ยอมครับ” จิ้นยิ้ม

“มีคนบอกว่าทิกกี้เป็นตัวหลอก จริงๆ แล้ว คุณคบกับคนอื่น”

“ใครบอกเหรอครับ” จิ้นเม้มริมฝีปากทำตาโตเหมือนกับว่ากำลังรอคำตอบ

“คนในวงการบันเทิงเขาพูดกัน” เสียงอีกคนพูดแทรก

“เอาไว้ถ้าผมมีจริงจะเปิดแถลงข่าวทันทีเลยครับ ตอนนี้ยังไม่มีครับ” /

 

ภาพตัดกลับมายังห้องส่ง

“เอาล่ะ ตอนนี้เขาบอกว่ายังไม่มีนะคะ”

“เดี๋ยว แล้วเรื่องในรายการวงล้อราศีล่ะ” พิธีกรชายสำเนียงคล้ายหญิงพูด

“เรื่องอะไรเหรอ”

“ก็เห็นไม้คิวทะเลาะกับจิ้น ตอนนั้นฉันอยู่พอดี”

“คุณไปออกรายการเดียวกับเขาหรอคะ”

“เปล่า พอดีฉันไปธุระที่ช่อง ได้ยินทีมงานคุยกันเรื่องจิ้นกับผู้จัดการส่วนตัวกำลังมีเรื่องกัน”

“แหม…เขาอาจจะทะเลาะกันเรื่องอื่นก็ได้ค่ะ”

“ก็ไม่รู้สินะ” พีธีกรชายยกแขนสองข้างทำท่ายียวน

 

@บ้านสาลี่

สาลี่ดูข่าวออนไลน์ของจิ้นกับทิกกี้แล้วปริ้นตัดเก็บไว้

เธอรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับข่าวบันเทิง อย่างที่รู้กันว่าส่วนมากจะใส่สีตีไข่ แต่มีเรื่องหนึ่ง ที่เธอรู้ดีว่าวันนั้น พวกเขาทะเลาะกันเรื่องอะไรในรายการวงล้อราศี

จิ้นจะรักกับใครก็เป็นสิทธิ์ของเขา

สาลี่มอง เสื้อสีส้มแสบตากับกางเกงยีนขายาวตัวใหม่ซึ่งแขวนไว้ใกล้กับตะปูข้างตู้เสื้อผ้า เมื่อเลื่อนสายตาลงมาด้านล่างก็พบรองเท้าสีเดียวกับเสื้อตั้งอยู่ เธอลุกขึ้นหยิบพวกมันใส่ตู้และเก็บรองเท้าเข้าชั้น

ในตอนนี้นิยายของเธอได้ดำเนินมาจนถึงใกล้จบแล้ว และ อีกสามวันงานคอนเสิร์ตก็จะมาถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน

 

@ สามวันต่อมา เวลาเย็น

สาลี่แต่งตัวเตรียมไปคอนเสิร์ต มีรถสีดำเข้ามาจอดตรงหน้าบ้านในระหว่างที่กำลังใส่รองเท้า เธอประหลาดใจเมื่อเห็นไม้คิวลงจากรถถอดแว่นเผยตาตี่พร้อมกับยิ้ม

“จะไปไหนเหรอ” ไม้คิวเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นหน้าเธอ

“ฉันจะไปคอนเสิร์ตจิ้น หวังว่านายคงไม่มาเพื่อรับงานเขียนของฉันใช่ไหม แล้วนั่นใส่ชุดอะไรน่ะ” สาลี่หรี่ตา

“ทำไม ฉันแต่งแบบนี้ผิดหรือไง” ไม้คิวอมยิ้ม

“ไม่ผิด แต่มันแปลก ไม่เคยเห็นนายใส่เสื้อยืด แล้วสีแสบตาที่ใส่นั่นอีก” สาลี่มองเสื้อยืดบนตัวไม้คิวซึ่งเป็นโทนสีส้มแบบเดียวกับเธอ

“ก็…ช่างมันเถอะ ขึ้นรถดีกว่า” ไม้คิวถือโอกาสดึงแขนสาลี่แล้วอ้อมรถเปิดประตูให้สาลี่นั่ง ก่อนที่จะหย่อนก้นลงที่นั่งคนขับ ติดเครื่องดึงเกียร์

 

@คอนเสิร์ตจิ้น

ไม้คิวพาสาลี่เดินมาอีกทางเมื่อถึงจุดหมาย และเข้าไปยังที่นั่งซึ่งอยู่ใกล้เวทีได้อย่างราบรื่น

“แหม…ถ้าไม่มากับคุณชายไม้คิวฉันคงต้องยืนต่อแถวอีก ขอบคุณค่ะ นี่นายไม่ได้นัดใครมาเลยเหรอ” สาลี่ยิ้มแต่ก็รู้สึกแปลกใจ

“อือ…ทำไมเหรอ” ไม้คิวนั่งลงเช่นเดียวกับสาลี่

“มันรู้สึกแปลก เหมือน…” สาลี่นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูดต่อ

“เหมือนอะไร” ไม้คิวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ผู้ถูกกระทำเอนหลังหนีด้วยสัญชาตญาณ

“เหมือน…” เวลาผ่านไปนานจนการแสดงดนตรีเริ่มขึ้น ไม้คิวถอยห่างจากสาลี่เพื่อให้เธอได้นั่งอย่างสบาย

“ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร” ไม้คิวแสร้งสนใจการแสดงที่อยู่ตรงหน้า

เสียงดนตรีเพลงของจิ้นดังขึ้น เสียงคนพูดที่เคยเซ็งแซ่บัดนี้กลายเป็นเสียงกระซิบกระซาบ แต่เมื่อเสียงร้องของจิ้นดังออกมา

เสียงร้องของผู้ฟังก็ดังขึ้น และดังหนักขึ้นกว่าเดิม เมื่อร่างเขาค่อยๆ เลื่อนปรากฏขึ้นจากแท่นยืนบนเวที

สาลี่ได้แต่ยิ้มไม่กล้าแผดเสียงเพราะเกรงใจคนที่มาด้วย

จิ้นร้องเพลงโบกมือเช่นเดียวกับผู้ชม เขามองสบตาสาลี่ที่กำลังยิ้มมีความสุขเป็นระยะ ทำให้ไม้คิวรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เห็นทีว่าวันนี้ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้สาลี่ไม่หลุดมือไป

 

ฝนตกฟ้าร้องอย่างหนัก สาลี่กำลังหลับสบาย แต่ก็เริ่มรู้สึกตัวเมื่อมีคนกำลังโน้มตัวเข้ามาใกล้ จึงลืมตาขึ้นเห็นไม้คิวกำลังปลดที่คาดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างช้าๆ

สาลี่รีบผลักฝ่ายตรงข้ามทันทีเมื่อได้สติ แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะเบาะถูกปรับเอนนอนจึงลุกไม่ขึ้น

ที่นี่มันที่ไหนน่ะ นายจอดรถทำไม!” สาลี่ทะลึ่งตัวมองรอบๆ เห็นเป็นประตูห้อง ด้านหลังเป็นม่านหนาสีน้ำเงิน ร่างหนาคร่อมตัวสาลี่อย่างว่องไวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

“สาลี่ ฉันรอเธอไม่ไหวแล้ว มาเป็นของฉันนะ”

ไม่นะ! ไม้คิว”

 

เพียะ!

“โอ๊ย! อยู่ดีๆ ก็มาตบคนอื่น” ไม้คิวเอามือกุมแก้มตัวเอง

“นี่มันบ้านฉันนี่” สาลี่หันมองออกไปนอกรถทันทีที่รู้สึกตัว

“ก็บ้านเธอ จะเป็นที่ไหนล่ะ”

“เอ่อ…” สาลี่ตอบไม่ถูก ที่แท้เมื่อสักครู่คือความฝัน อาจเป็นเพราะพิษจากการเขียนนิยายมากเกินไปจนฝันอะไรพิเรนได้ขนาดนี้

“เห็นหลับแล้วก็เรียกชื่อฉัน ฉันก็เข้าไปดู ไม่นึกเลยว่าจะโดนตบ” ไม้คิวขมวดคิ้ว

“ขอโทษ พอดีฉันฝันน่ะ เป็นอะไรมากไหม” สาลี่เอื้อมมือจับมือไม้คิวให้เอามือออก จึงรู้ว่าไม่เป็นอะไรมาก อย่างน้อยก็ไม่ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้

ไม้คิวมองตาสาลี่ในรูปแบบที่ต่างออกไป ทำให้สาลี่ตั้งใจจะถอนมือออก แต่ก็ถูกไม้คิวจับและกำมือแน่น

“สาลี่ เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันคิดยังไงกับเธอ”

“จะไปรู้เหรอ ฉันเป็นนักเขียนนะ ไม่ใช่เทพยากรณ์สักหน่อย” สาลี่ยิ้มแห้ง

“ฉันชอบเธอนะสาลี่”

“นายปล่อยมือฉันก่อนเถอะ” สาลี่พยายามดึงมือออก แต่ผู้กระทำกลับกำแน่นกว่าเดิม

“มือของเธอในตอนนี้มันก็เหมือนหัวใจของฉันที่ถูกกำแน่นจนถอนตัวไม่ได้”

“เราต่างกันเกินไป นายไปหาคนที่คู่ควรกับนายดีกว่านะ” สาลี่พยายามแกะมือไม้คิวออก เขาจึงดึงแขนสาลี่และโน้มตัวเข้ามาใกล้ แล้วจูบสาลี่อย่างเร่าร้อน มือไม้คิวที่เคยจับมือบัดนี้ได้จับใบหน้าสาลี่ ไม่ให้จูบเลือนออกไป ส่วนสาลี่นั้นได้แต่ผลักฝ่ายตรงข้าม

เมื่อหลุดมาได้ สาลี่จึงตบไม้คิวหนึ่งฉาดแล้วเปิดประตูรถ วิ่งเข้าบ้าน

“เข้าใจได้แล้วนะ ไม้คิว ว่าเขาคิดยังไงกับแกน่ะ” ไม้คิวมองหลังสาลี่ก่อนที่จะหายไป

 

@บันทึกของสาลี่

/ 12 ส.ค. 2552

เป็นวันที่สุดประทับใจอีกวันหนึ่ง ฉันได้ไปคอนเสิร์ตของจิ้นโดยมีไม้คิวมารับ ฉันก็ไม่ได้นัดเขาหรอก อาจจะเป็นจิ้นที่บอก ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็โล่งใจ

ไม้คิวใส่เสื้อสีเดียวกับฉันเลย แปลกดีแฮะ ฉันหุบยิ้มไม่ได้ตลอดเวลาการแสดงของจิ้น อย่างนี้ล่ะนะ ที่เขาเรียกว่า ดั่งถูกมนต์สะกด

ไม่รู้สิ เวลาเห็นเขาแสดง หรือแค่เห็นหน้าเขา มันก็ทำให้ฉันลืมเรื่องทุกข์ใจไปหมด

แต่ตอนกลับบ้านนี่สิ ไม้คิวสารภาพรักกับฉันและก็จูบ ให้ตายเถอะ ถ้าพบกันวันถัดไป ฉันจะทำหน้ายังไงดี /

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image