บทที่ 9 รับผิดชอบ

บทที่ 9

รับผิดชอบ

ไม้คิวถีบเพื่อนตกเตียงเมื่อกลับห้องพักแล้วเห็นจิ้นนอนหลับอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ผู้ถูกกระทำก็ไม่ได้ต่อว่ากลับ เขาควานหาเตียงทั้งที่ยังคงหลับตา แล้วลุกขึ้นกลับมานอนที่เดิม ไม้คิวจึงใช้บาทาดันก้นฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งแต่คราวนี้แรงกว่าเดิม

“โอ๊ย นี่มันตีหนึ่งแล้วนะ นอนได้แล้ว” จิ้นบ่น แต่เมื่อลืมตาก็เห็นเพื่อนทำหน้าบูด จึงพูดอีกที “นายเป็นไร ทำอย่างกับฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจ”

“ไม่รู้สิ เห็นคนนอนหลับสบายแล้วเกิดหงุดหงิด รู้ตัวอีกที ฉันก็ยันลงไปแล้ว” ไม้คิวพูดในขณะที่จิ้นกำลังลุกขึ้นกลับไปบนเตียง

“ยันฉันสองรอบนี่นะ รู้สึกตัวช้าไปไหม” จิ้นพูด แต่ในใจก็คิดได้ว่าอาจเป็นเพราะเชอร์รี่ที่ทำให้ไม้คิวหงุดหงิด “โอเค ฉันยอมนายก็ได้ เพราะฉันก็มีส่วนผิด”

“เออ นายผิดเต็มๆ” พูดจบไม้คิวก็รีบเดินออกจากห้องแล้วเข้าห้องน้ำปิดประตูเสียงดังปัง

‘ท่าทางจะเครียดหนัก’ จิ้นคิดแล้วนอนหลับต่อ

 

@ เช้าวันรุ่งขึ้น

จิ้นออกไปถ่ายละครตั้งแต่เช้า ส่วนเพื่อนของเขายังไม่พร้อมที่จะทำงาน

ตรู๊ด…

“เชอร์รี่” ไม้คิวมองชื่อปลายสายอย่างเบื่อหน่าย แล้วรับสายอย่างเสียไม่ได้

“มีอะไร” ไม้คิวพูดเสียงเรียบ

/ “ไม้คิว พาเชอร์รี่ ไปเที่ยวหน่อยสิ” / ปลายสายพูดเสียงหวาน

“วันนี้ไม่ว่าง ต้องไปคุยธุระกับลูกค้า” ไม้คิวถอนหายใจแล้วพูด

/ “ไปกี่โมง” /

“วันนี้ผมยุ่งทั้งวัน เอาไว้พรุ่งนี้นะเชอร์รี่” ไม้คิวพยายามใจเย็น

/ “ก็ได้ วันนี้เชอร์รี่ให้ไม้คิวเคลียร์งานให้เสร็จ พรุ่งนี้ห้ามเบี้ยว” / พูดจบปลายสายก็วางหูก่อน ไม้คิวปาโทรศัพท์ลงที่นอนด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แล้วชกกำปั้นลงบนหมอน

เขาหลับจนกระทั่งเย็น…

“ทำไมไม่เห็นนายไปไหนเลย” จิ้นมองเพื่อนที่กำลังนอนซมบนเตียง

“รู้ได้ไงว่าฉันไม่ได้ไปไหน” ไม้คิวหันหลังพูด

“ก็นายใส่ชุดเดียวกับเมื่อเช้า อาการเป็นไงบอกหมอมาซิ” จิ้นมานั่งข้างเพื่อน

“ยุ่ง”

“เออ ไม่ยุ่งก็ได้” จิ้นเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบผ้าขนหนูและพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะเข้าห้องน้ำ “เอาที่นายสบายใจ”

ทั้งที่รู้ว่าไม่ใช่ความผิดจิ้นแต่ไม้คิวก็อดหงุดหงิดไม่ได้

“วันนี้ฉันไปนอนบ้านนะ” ไม้คิวตะโกนรอจนอีกฝ่ายส่งเสียงก้องท่ามกลางเสียงน้ำไหล

“เออ ขับรถดีๆ ละกัน”

 

ไม้คิวขับรถผ่านไฮไลต์ผับ

‘เชอร์รี่อาจจะทำให้เราหายเหงาได้’ เขาคิดก่อนที่จะเลี้ยวเข้ายังสถานบันเทิง

โดยปกติแล้ว เชอร์รี่มักจะพาไม้คิวไปห้องด้วยกัน ยกเว้นวันที่มีเรื่องเท่านั้น ที่เขาต้องขึ้นไปเจรจาต่อรอง แต่วันนี้ดูท่าจะดึกเกินไป ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วไม่มีวี่แววคู่ขาเลยสักนิด

ในระหว่างที่ไม้คิวกำลังเอียงแก้วเหล้าในมือ ก็มีใครบางคนมาจับไหล่ทำให้ไม้คิวหันไปหาผู้กระทำ

“มาคนเดียวเหรอคะ” สาวผมชมพูสั้นทรงบ็อบเทพูด ไม้คิวเพ่งสายตาชัดๆ จึงเห็นว่าผมที่เห็นอาจจะเป็นวิก แว่นตากันแดดหนาและริมฝีปากสีชมพูสดทำให้ผู้สังเกตไม่ทราบแน่ชัดว่าเธอเป็นใคร รู้เพียงว่าต้องเป็นคนที่เขารู้จัก หรืออาจจะเป็นคู่ควงสักคนที่เคยผ่านมาก็ได้

“ใครหนอทำให้ไม้คิวหนุ่มหล่อเครียดแบบนี้” สาวปริศนากระซิบข้างหู แม้ว่าจะดูไม่ชัดแต่ผู้หญิงคนนี้สวยแน่นอน ไม้คิวตะลึงกับท่าทีของฝ่ายตรงข้าม

“คุณเป็นใคร”

“ฉันเอง” ทิกกี้ถอดแว่นออกแล้วหัวเราะหันไปคุยกับเพื่อนที่มาด้วยกัน “เห็นไหมจำไม่ได้จริงๆ ด้วย”

“ทะ…ทิกกี้มาทำอะไรที่นี่ พี่เอก็ด้วย”

“พอดีทิกกี้จะรับบทใหม่ก่อนไปแคสติ้ง ก็ต้องมาดูสนามจริงก่อน”

“บทอะไร อย่าบอกนะว่าบทสาวเปรี้ยว”

“ก็ไม่เชิง เป็นบทนักสืบสาว ต้องปลอมตัวมันก็แสดงหลายบทบาท แต่สอจอเสียใจด้วยคราวนี้ไม่ได้เล่นคู่กับจิ้นนะจ๊ะ” ทิกกี้ตอบ

“เห็นไม้คิวพอดีก็เลยให้ทิกกี้ลองดูว่าไม้คิวจะจำได้ไหม” ผู้ชายผิวดำจริตคล้ายหญิงพูด

“เหรอครับ”

ตรู๊ด

“เดี๋ยวพี่ขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ ตรงนี้มันเสียงดัง” เอเข้าไปในห้องน้ำหลังจากพูดจบ

“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูไม้คิวไม่สดชื่นเลย เออเนอะ ปกติแล้วนายก็ไม่ค่อยทำหน้าอารมณ์ดีอยู่แล้วนี่” ทิกกี้แสดงสีหน้าเป็นห่วงแต่ก็กลับมาเป็นปกติเมื่อนึกขึ้นได้ “คนที่น่าห่วงก็คงจะเป็นจิ้นมากกว่า”

“ทำไม” ไม้คิวพูดหน้าเครียด

“ก็จิ้นอยู่กับเพื่อนที่ทำหน้าเครียดตลอดเวลาก็คงจะไม่สบายใจเท่าไรนัก” ทิกกี้ยิ้มพร้อมกับหัวเราะปิดปากแบบไม่เนียน

“เชอะ เรื่องนี้มันควรจะดีใจซะมากกว่า ถ้ามันรู้ว่าฉันกำลังเครียดเรื่องอะไร” ไม้คิวสบถยิ่งทำให้ทิกกี้อยากรู้อยากเห็นเข้าไปใหญ่

เอวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในระหว่างที่พวกเขากำลังสนทนาอยู่

“ทิกกี้ วันนี้ต้องกลับคนเดียวแล้วล่ะ เพื่อนพี่ถูกรถชนตอนนี้อยู่โรงพยาบาล ต้องรีบไปดูมันก่อน ไม้คิวฝากทิกกี้ด้วยนะ” เอรีบวิ่งออกไปหลังจากพูดจบ ทิ้งให้ทิกกี้งงงวยอยู่กับไม้คิว

“อะไรกันเนี่ยมาด้วยกันแท้ๆ”

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันไปส่ง” พูดจบไม้คิวก็เตรียมควักกุญแจรถ

“ไม่เป็นไร ฉันอยากอยู่ที่นี่สักพัก แหม ก็นานๆ จะได้ใช้ชีวิตอิสระสักที” ทิกกี้พูดเมื่อเห็นท่าทางเบื่อหน่ายของไม้คิว

“อือ…แล้วแต่” ไม้คิวเอามือจับแก้วเหล้า ส่วนทิกกี้ก็สั่งไวท์มากิน

 

เวลาผ่านไป ใบหน้าขาวของไม้คิวบัดนี้แดงระเรือ

“ทำไม ทำไมต้องไปชอบไอ้จิ้นด้วย ฉันชอบเธอมานานแล้วนะสาลี่” ตาของไม้คิวหรี่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ต่างจากทิกกี้ที่ยังคุมสติได้อยู่

“นายรู้ได้ยังไง ว่าสาลี่ชอบจิ้น”

“ก็ฉันบอกแล้ว บอกว่ารักสาลี่ไง” พูดจบก็ดึงทิกกี้มากอดแล้วร้องไห้

“เอ่อ นี่ฉันไม่ใช่สาลี่นะ” ทิกกี้พยายามแกะไม้คิวออกไปจากตัว แต่ก็ยิ่งถูกกอดแน่นขึ้นไปอีก

“สาลี่ ฉันขอโทษ…”

“ไปกันใหญ่ จะตีสองแล้วกลับบ้านกันเถอะ อะไรจะเมาขนาดนี้” ทิกกี้ถอนหายใจก่อนที่จะหยิบกระเป๋าเงินของไม้คิวแล้วทำการจ่าย

ทิกกี้ให้พนักงานของร้านหอบไม้คิวขึ้นรถ โชคยังดีที่มีรถจอดน้อยเพราะผับใกล้เลิก จึงสุ่มหาได้ไม่ยาก

“แล้วบ้านนายอยู่ตรงไหนล่ะเนี่ย” ทิกกี้มองไม้คิวซึ่งกำลังหลับอยู่เบาะข้าง ก่อนที่จะขับรถกลับคอนโดของตัวเอง

 

@ คอนโดทิกกี้

“สาลี่”

“เรียกอยู่นั่นแหละ” ทิกกี้พูดพลางไขกุญแจอย่างรีบร้อน ส่วนร่างหนุ่มที่ประคองมาก็ร่วงลงไป

“สาลี่” ไม้คิวเพ้อ

เมื่อทิกกี้เปิดประตูได้จึงลากขาไม้คิวเข้าไปในห้อง

เธอวางสิ่งของทั้งหมดลงบนโซฟา แล้วหันไปเห็นไม้คิวเข้าไปในห้องนอน ทิกกี้จึงวิ่งเข้าไปเพื่อดึงไม้คิวออกมา แต่ก็ไม่ทันเพราะร่างหนุ่มนอนลงบนเตียงนุ่มซะแล้ว มิหนำซ้ำยังทำท่าจะถอดเสื้อผ้าที่อยู่บนตัวอีกด้วย

“ไม้คิว นายจะทำอะไรน่ะ นี่ไม่ใช่ห้องของนายนะ” ทิกกี้พยายามยกตัวไม้คิวลุกขึ้น แต่สาวเจ้ากลับถูกดึงเสียเอง

ร่างทิกกี้คล่อมบนตัวไม้คิวโดยที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว สักพักไม้คิวก็หมุนตัวให้ตัวเองอยู่ด้านบนจนได้

“ปล่อยนะ!” ร่างสาวดิ้น

“สุดท้ายก็มีแต่เชอร์รี่ที่เข้าใจฉัน ฉันขอโทษที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเธอ” พูดจบไม้คิวก็จูบต้นคอของทิกกี้ทำให้ใจของสาวเจ้ารู้สึกหวิวอย่างบอกไม่ถูก ทำไมถึงมีความรู้สึกแบบนี้

อาจจะจริงที่เขาเป็นคนมีเสน่ห์ ทั้งฐานะและหน้าตา เป็นอันดับต้นของวงการ

น่าแปลกแม้ใจจะปฏิเสธแต่ร่างกายกลับตอบสนองตรงข้ามกับสิ่งที่คิด

‘นี่ฉันกำลังจะเสียตัวให้ไม้คิวเหรอ ไม่เอานะ’ ทิกกี้กัดบ่าไม้คิวจนเลือดออก แต่เขาก็ไม่หยุด ราวกับว่าฤทธิ์เหล้านำความเจ็บปวดออกไป

“ทำอีกสิเชอร์รี่ ทำให้พอที่ฉันทำให้เธอเสียใจ”

ทิกกี้ทั้งข่วนทั้งกัดแต่ก็ไม่สามารถฉุดรั้งความต้องการของชายหนุ่มได้กลับกลายเป็นความสมใจของผู้ถูกกระทำเสียมากกว่า

ไม้คิวปล่อยฉัน!” คำพูดของเธอเลือนหายไปจากสติของเขา

 

เช้าวันรุ่งขึ้น…

ไม้คิวตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นห้องที่ตัวเองไม่คุ้นเคย และไม่ใช่ห้องของเชอร์รี่ด้วย

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ไม้คิวกุมขมับ และเริ่มรู้สึกแสบตามร่างกาย เขาลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้าของตัวเองที่กองอยู่มาใส่ยกเว้นเสื้อ เพราะรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขามองไปยังกระจกบานใหญ่ที่ติดกับโต๊ะเครื่องแป้ง

“ให้ตายเถอะ เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น!” ไม้คิวมองชายผิวขาวในกระจกซึ่งไม่เคยมีบาดแผล แต่บัดนี้กลับมีรอยเล็บ รอยกัดขีดข่วนตามร่างกาย รอยลิปสติกที่ติดอยู่ใกล้รอยฟันมันคือสีเดียวกับลิปที่ทิกกี้ทาปลอมตัวเมื่อคืน

เมื่อได้สติ เขาจึงเห็นรูปโปสเตอร์รูปทิกกี้ที่ติดอยู่บนฝาผนังในห้อง เรื่องทุกอย่างจึงแจ่มชัด คนที่เขามีความสัมพันธ์เมื่อคืนไม่ใช่เชอร์รี่ แต่เป็นทิกกี้เพื่อนร่วมงานของเขา

‘นี่ฉันทำอะไรลงไป’

ไม้คิวนั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วหยิบมือถือโทรหาทิกกี้อย่างว่องไว

มีเสียงสัญญาณพร้อมรับสายแต่ก็ถูกตัดทิ้ง

ไม้คิวไม่ลดละ โทรไปอีกหลายสาย ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังเหมือนเดิมจึงเปลี่ยนมาโทรหาผู้จัดการของเธอ

/ “ฮาโหล” /

“พี่เอ ทิกกี้อยู่ที่ไหนครับ” ไม้คิวพูดเสียงเข้ม

/ “อยู่กองถ่าย ก็ที่เดียวกับจิ้น ที่จริงไม้คิวน่าจะรู้นะ”/

“เอ่อ ผมลืมไป”

/ “ถามหาทิกกี้ทำไม มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” /

“ไม่เป็นไรครับ”

/ “ขอบใจนะ ที่เมื่อคืนไปส่งทิกกี้ให้” /

“ครับ” ไม้คิววางสาย ในขณะที่เขากำลังวิตกอยู่นั่นเองก็มีคนโทรเข้ามา

ตรู๊ด…

‘เชอร์รี่’ ไม้คิวอ่านข้อความบนมือถือแล้วกดรับ

/ “ไม้คิววันนี้ตามสัญญานะ” /

“ขอโทษนะ วันนี้ฉันไม่สบาย” ไม้คิวรีบปฏิเสธ

/ “ถ้าอย่างนั้นเชอร์รี่ไปหาที่คอนโดนะ” /

“ไม่เจอหรอกฉันกำลังจะไปหาหมอ”

/ “เหรอ ถ้าอย่างนั้นเย็นนี้เชอร์รี่ไปหานะ” /

“เย็นนี้ต้องไปคุยกับลูกค้า”

/ “ลูกค้าอีกแล้ว เชอร์รี่บอกแล้วใช่ไหมว่า วันนี้เป็นวันของเชอร์รี่” / ปลายสายทำเสียงไม่พอใจ

“ขอโทษนะเชอร์รี่ ที่ฉันทำให้เธอไม่สบายใจ เธอก็รู้ว่าฉันรู้สึกยังไง อย่าพยายามเลยนะ”

/ “เชอร์รี่ต้องการแค่ตัวไม้คิว มันไม่มากมายไม่ใช่เหรอ” /

“…” ไม้คิวนิ่งรอจนปลายสายพูดต่อ

/ “ก็ได้ ถ้าวันนี้ไม่มาหาเชอร์รี่ คงจะรู้นะ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันเป็นคนชอบบันทึกภาพผ่านโลกออนไลน์ซะด้วย” /

“นี่เธอ!”

/ “ทีนี้คงจะรู้ล่ะสินะว่าใครถือไพ่เหนือกว่า”/ เชอร์รี่วางสาย

ไม้คิววางมือถือตัวเองไว้บนโต๊ะ คงปล่อยให้มันเป็นไป เพราะถึงยังไงก็ต้องมีวันนั้นอยู่ดี วันที่ความอดทนของเขาขาดลง

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image