จันจิมาหน้าลิง

บทที่ 1 จันจิมา

บทที่ 1

จันจิมาหน้าลิง

 

บริเวณสนามหญ้าในเวลากลางคืนของโรงเรียนมัธยมถูกประดับไปด้วยหลอดไฟขนาดเล็กหลากสี แสดงให้เห็นโต๊ะจีนหลายชุดจัดวางไว้อย่างเรียบร้อย สปอตไลต์หลายดวงสาดส่องไปยังเวทีซึ่งเขียนข้อความว่า ‘งานเลี้ยงรุ่น ของโรงเรียนสำเภาวิทยาคม’

มีคนจำนวนหนึ่งได้เข้ามาในงานแต่อาหารจานหลักก็ยังไม่ได้เสิร์ฟมีเพียงของขบเคี้ยวและน้ำดื่มวางไว้บนโต๊ะอยู่ก่อนแล้ว

“เฮ้ย! ทรงธรรม เป็นไงบ้างไม่ได้เจอตั้งนาน เดี๋ยวนี้หล่อขึ้นนะเว้ย” เพื่อนในก๊วนยกมือเรียกหนุ่มหน้าเข้มผิวขาวรูปร่างสมส่วน

“แหม คนเราก็ต้องมีอัปเกรดมั่งสิ แล้วนายเป็นใคร” ทรงธรรมเสยผมตัวเองก่อนที่จะนั่งลง มองเพื่อนผิวคล้ำรูปร่างกำยำ

“อ่าว จำกันไม่ได้ซะอย่างนั้น เรามานพไง” เพื่อนเก่ายักคิ้วข้างเดียว

“เฮ้ย มานพที่ตัวเล็กๆ ในก๊วนใช่หรือเปล่า ตัวใหญ่ขึ้นเยอะ ดูสูงขึ้นด้วย ทำไมมันมาสูงตอนที่เราไม่เจอกัน” ทรงธรรมพิจารณาคนที่อยู่ตรงหน้าแล้วนึกขึ้นได้

“ตั้งแต่จบไปนายได้ติดต่อกับใครบ้างหรือเปล่า” มานพถาม

“จะติดต่อได้ไง ก็สมัยนั้นยังไม่มีมือถือกันเลยนี่หว่า ดีเลยนะเนี่ยที่หัวหน้าห้องเก็บรวบรวมที่อยู่ทุกคนแล้วส่งจดหมายมา ตอนมาข้ายังปอดๆ อยู่เลยนึกว่าจะไม่เจอใคร จนได้มาเจอเอ็งนี่แหละ ค่อยสบายใจหน่อย”

“ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่เจอเพื่อน เพราะหัวหน้าเหมาโต๊ะจีนมาแล้วเดี๋ยวค่อยจ่ายคืนให้ นั่นไงมาอีกคนแล้ว นีรภา พวกเราอยู่นี่” มานพยกมือเรียกเพื่อน

“ใคร ทำไมข้าไม่คุ้นหน้าเลย” ทรงธรรมกระซิบ

“ก็ปลั๊กสามตาที่แกชอบล้อไง ดูหน้าดีๆ สิ” เพื่อนพูดในขณะที่ทรงทำจ้องหน้าคนที่กำลังเดินมา เธอผิวขาวผมเหยียดตรงยิ้มให้พวกเขา

“เออ ใช่จริงๆ ด้วย สวัสดีปลั๊กสามตา เอ๊ย! นีรภา” ทรงธรรมทักในขณะที่เธอนั่งลงบนเก้าอี้โดยเว้นระยะให้ห่างจากตัวเขาหนึ่งที่นั่ง

“สวัสดีทรงธรรม ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้เป็นเจ้าของกิจการวัสดุก่อสร้างเหรอ เก่งจังเลยนะ” นีรภายิ้ม

“นีรภาก็สวยขึ้นนะ แต่ถ้าเป็นกอลิล่าคงไม่สวยได้มากกว่านี้หรอก”

“พูดแบบนี้ระวังเถอะ พอจันจิมาเดินมาจะหงายตกเก้าอี้นะ” นีรภาและมานพพากันมองตาแล้วหัวเราะ ทำให้ทรงธรรมร่วมหัวเราะตามทั้งที่ยังไม่เข้าใจในความหมาย

*****

 

สิบปีก่อน

“กอลิล่ามา หนีเร็ว!”

“ไอ้ทรงธรรม ไอ้พวกเวร” สาวท้วมผิวดำในชุดนักเรียนคอซองแผดเสียงยกกระเป๋าวิ่งกวดไล่เพื่อนผู้ชายร่วมห้องอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอชื่อ ‘จันจิมา’ นอกจากเป็นผู้มีรูปร่างและสีผิวรับกับฉายาแล้ว เธอยังมีดวงตาลึกดั้งหักแบนราบโผล่ออกมาเพียงแค่รูจมูกบานหนึ่งคู่ ริมฝีปากกว้างยิ่งรับกับใบหน้าให้คล้ายกับต้นฉบับมากขึ้น

ในเวลาเช้ากลุ่มเพื่อนชายมักจะสร้างความตื่นเต้นด้วยการล้อปมของคนอื่น ทำให้ได้ออกกำลังกายก่อนเริ่มเรียน

“แน่จริงก็อย่าหนีสิวะ” ร่างอ้วนยืนหอบ ปล่อยให้พวกผู้ชายวิ่งหัวเราะชอบใจ

“ช่างมันเถอะ” สาวผมหยิกหัวยุ่งผิวขาวสวยหน้าตาคมเข้มหุ่นดี เธอชื่อ ‘นีรภา’ แต่ด้วยที่เธอมีไฝเบ้อเริ่มเท่าดวงตาอยู่กลางหน้าผากทำให้ได้รับฉายา ปลั๊กสามตา หรือ เปาปุ้นจิ้น

“ถ้ามันล้อเธอ เธอไม่เจ็บใจเหรอ”

“ถามได้ เจ็บใจสิ แต่ยิ่งเธอวิ่งไล่มันอย่างนั้นมันก็ยิ่งล้อนะ”

“ฉันอดทนไม่ได้อย่างเธอหรอก นีรภา”

“ฉันไม่ได้อดทนหรอก แค่หันมาสนใจการเรียนแทนพวกนั้นต่างหาก” เพื่อนสาวยิ้ม

ทันทีที่พวกเธอพากันเดินเข้าไปในห้องก็มีเสียงดังขึ้น

“หวังเฉา หม่าฮั่น เปิดศาล”

“เหว่ ฮู…”

ทรงธรรมหนุ่มหน้าเข้มผิวขาวผมตั้งพูดตามด้วยเสียงขานรับของเพื่อนในกลุ่ม

นีรภาไม่สนใจพวกกลุ่มหลังห้องเธอเดินไปนั่งโต๊ะก่อนที่จะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ส่วนจันจิมาก็เชิดหน้าเดินเข้าไปนั่งข้างเพื่อน

 

เวลาผ่านไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักเป็นวันที่วัยรุ่นแสดงความรักให้กัน จันจิมา เดินเข้ามาในห้องเพียงลำพัง เธอย่อตัวเพื่อหยิบของในลิ้นชักระหว่างที่เธอหยิบสมุดการบ้านนั่นเองเธอก็ได้เหลือบเห็นสิ่งที่อยู่ลิ้นชักใต้โต๊ะของนีรภา มันคือซองจดหมายสีชมพูที่ถูกปิดผนึกด้วยสติกเกอร์หัวใจสีแดง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของจันจิมาเธอจึงค่อยๆ แกะมันออกแล้วเปิดอ่าน

‘ช่างกล้านะ นีรภานี่เธอคงจะ แอบเขียนจดหมายรักแต่ก็ไม่กล้าให้เขาล่ะสินะ ยัยปลั๊กสามตาเอ๊ย!’ จันจิมายิ้มเย้ย แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่ออ่านข้อความภายใน

 

/ ถึงนีรภา

พี่เป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกับน้อง น้องรู้ตัวไหม ว่าน้องเป็นกำลังใจให้พี่ ถึงน้องจะไม่สวยในสายตาของคนอื่น แต่ก็มีเสน่ห์มาก พี่ชอบมองน้องเวลาที่อ่านหนังสือ วาเลนไทน์ปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่พี่จะได้อยู่ที่นี่ ขอโทษนะ ที่พี่ไม่กล้าหาญพอ จากรุ่นพี่/

 

‘อะไรกัน ยัยนีรภามีคนจีบด้วยเหรอ ไม่สิ มันจะต้องเป็นของไอ้พวกหลังห้องแน่ๆ’ จันจิมายิ้มนำจดหมายปิดผนึกตามเดิม แล้วเอาไปให้เพื่อนสนิท

 

“เธอ ฉันเห็นไอ้นี่อยู่ใต้ลิ้นชัก”

นีรภาแสดงสีหน้าประหลาดใจก่อนที่จะอ่านข้อความในจดหมายอย่างไม่เชื่อ

“เธอแกล้งอำฉันใช่เปล่า”

“บ้าเหรอ ลายมือฉันไม่สวยขนาดนี้สักหน่อย”

“เหรอ งั้นโทษนะ คงมีใครเล่นตลกแหละ” นีรภานำจดหมายใส่เข้าไปในสมุด

สาวท้วมยิ้มมั่นใจว่านีรภาต้องโดนล้อเรื่องจดหมายแน่ๆ แต่ผิดคาดไม่มีใครภายในห้องพูดถึงจดหมายจนจันจิมาอดทนไม่ไหวจึงหันไปหาเรื่องพวกหลังห้องแทน

 

ช่วงพักกลางวัน

“ซ้ายขวาซ้าย ซ้ายขวาซ้าย”

“ความรักมันเข้าตา แต่ถ้าอยากหาคนเข้าใจมาหาพี่นะน้อง”

“เฮ้ย! กอลิล่ามา” ในระหว่างทรงธรรมกับเพื่อนอีกสามคนยืนแซวสาวจันจิมาก็เดินเข้ามาด้วยความโมโห

“พวกแกคิดจะทำอะไรเพื่อนฉัน”

“หมายความว่ายังไง พวกข้าไปทำอะไรให้” ทรงธรรมขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ก็เรื่องจดหมายไง ฉันรู้นะว่าพวกแกเป็นคนส่ง เล่นแบบนี้แรงเกินไปแล้วนะ”

“จดหมายอะไร พวกเอ็งส่งจดหมายให้ปลั๊กสามตาเหรอ” ทรงธรรมถามในขณะที่กลุ่มผู้ตอบทำหน้าเหลอหลา

“คงจะมีเรื่องเข้าใจผิด พวกเราไม่คิดที่จะส่งจดหมายให้ปลั๊กสามตาหรอก ว่าแต่ มีคนส่งจดหมายขู่ให้ปลั๊กสามตาเหรอ” ชายร่างผอมผิวดำในกลุ่มพูด

“ไม่ใช่พวกแกก็แล้วไป” สาวท้วมเชิดหน้าแล้วเดินออกไป ไม่ใช่พวกหลังห้อง แล้วใครกันล่ะ หรือว่ามันเป็นความจริง

‘ถ้านีรภายังมีคนจีบ แล้วเราล่ะ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้’ จันจิมายิ้ม

 

ระหว่างเดินกลับบ้าน นีรภามองเพื่อนที่กำลังยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม

“วันนี้เธอดูมีความสุขนะ มีอะไรดีๆ หรือเปล่า ทำอย่างกับคนมีความรัก”

“ฉันจะมีได้ยังไง มีแต่เธอแหละที่มี ฉันล่ะอิจฉามาก”

“เหรอ พวกทรงธรรมอาจจะแกล้งก็ได้”

“ไม่หรอก ฉันไปถามมันแล้ว ดูมันก็ไม่มีพิรุธอะไรนะ ถ้าอย่างเธอมีคนจีบ ฉันก็คงจะมีโอกาสสินะ”

“นี่ก็มอสามแล้วนะ เธอเลิกคิดเรื่องนี้แล้วหันมาสนใจเรียนดีกว่า เธอคิดหรือยังว่าจะเรียนสายอาชีพหรือว่าสายสามัญ”

“ไม่รู้สิ คิดว่าต่อสายสามัญ” จันจิมาเกาคางตัวเอง

“แล้วสาขาอะไร”

“คณิต วิทยาศาสตร์”

“แน่ใจนะว่าที่เลือกสาขานี้เพราะอยากเรียน หรือว่าเพราะคิดไม่ออก”

“เออ ฉันคิดไม่ออก ก็เห็นว่าสายสามัญสาขานี้มันหางานได้ง่าย แถมวันไหนอยากเรียนสายศิลป์เราก็ยังต่อได้”

“เธอคิดตอนนี้เลยไม่ดีกว่าเหรอจันจิมา คณิตเธอก็ไม่ไหวไม่ใช่เหรอ วิทยาศาสตร์นี่ก็อีกเกือบติดศูนย์มาหลายรอบแล้ว”

“เออน่า แล้วเธอล่ะ จะเรียนสายอะไร” จันจิมายกมือปัดทำท่าทางรำคาญ

“ฉันลองคิดดู เป็นครูก็ดีเหมือนกันนะ น่าสนุกดี คิดว่าจะเรียนสายเดียวกับเธอแหละ”

“สุดท้ายก็เรียนสายเดียวกัน อย่าลืมให้ลอกข้อสอบด้วยนะ” จันจิมาหยุดที่หน้าบ้านก่อนที่จะลาเพื่อนแล้วเดินเข้าไปในด้านใน

 

เวลาผ่านไปจนกระทั่งนีรภาเข้ามหาวิทยาลัย เธอเรียนคณะครุศาสตร์ ส่วนจันจิมาเลือกเรียนเรียนต่อสายอาชีพการโรงแรม ในวิทยาลัยของรัฐ แต่เธอทั้งคู่ก็ยังสนิทสนมติดต่อกันอยู่เสมอ

จนกระทั่งจันจิมาเข้าไปฝึกงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง การศึกษานอกสถานที่ทำให้เธอได้เปิดโลกกว้าง

 

บนสวนหย่อมต้นไม้ถูกตัดแต่งให้เป็นทรงกลมและรูปร่างสัตว์ ดอกไม้บานสะพรั่ง ดอกทานตะวันหลายต้นยื่นหน้ารับแสงอาทิตย์ นักท่องเที่ยวบางส่วนยืนถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน

จันจิมาในชุดนักศึกษาเดินเข้าอาคารสูงด้วยความรู้สึกประหม่า

ผู้หญิงสองคนในชุดไทยแขนยาวสีชมพูพาดสไบเฉียงสีม่วง เธอเกล้าผมให้สูงประดับด้วยดอกกล้วยไม้สีเดียวกับสไบ ยืนพนมมือไหวเช่นเดียวกับจันจิมา

“ใช่น้องที่มาฝึกงานใช่ไหมคะ เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ” พูดจบเธอก็หันไปสนทนาลูกค้าที่ตามหลังจันจิมา ส่วนอีกคนก็ยกหูโทรศัพท์

“พี่กฤต น้องฝึกงานมาแล้วค่ะ … ค่ะ” พูดจบเธอก็ฟังปลายสายชั่วครู่แล้วค่อยขานรับก่อนที่จะวางมันลง

“น้อง ตามพี่มาค่ะ” สาวประชาสัมพันธ์เดินนำจันจิมาก่อนที่จะหยุดยังห้องหนึ่งซึ่งกั้นด้วยประตูกระจก

เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปก็พบโต๊ะยาว เก้าอี้หลายตัว กับเครื่องทำน้ำร้อน ตู้เย็นตั้งอยู่มุมห้อง

กระดานไวท์บอร์ดเขียนแผนผังคล้ายแผนผังห้อง ใส่สัญญาลักษณ์ของวงจรไฟฟ้า คาดว่าห้องนี้คือห้องพักของแผนกช่าง

มีคนสองคนกำลังคุยกันด้วยท่าทางจริงจัง พวกเขาหยุดบทสนทนาทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู

“พี่กฤตน้องมาแล้ว” พนักงานประชาสัมพันธ์คุยกับ ผู้ชายผิวขาวแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสะอาด

“นี่พี่กฤตเป็นผู้จัดการทั่วไป ส่วนนี่พี่คนนี้ชื่อช่างแมน”

“สวัสดีค่ะ” จันจิมายกมือไหว้เมื่อเงยหน้าจึงเห็นผู้ชายผิวขาวใบหน้าค่อนไปทางเชื้อสายจีน ริมฝีปากบางสีชมพูกำลังยิ้มให้เธอ

“ส่วนนี่น้องจันจิมา นักศึกษาฝึกงานของเราค่ะ”

“ขอบคุณมากนะ” กฤตชัยพูด สาวประชาสัมพันธ์ยิ้มรับก่อนที่จะเดินออกไป

“เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ” กฤตชัยพูดกับแมนก่อนที่จะเดินออกจากห้องพร้อมจันจิมา

“พี่ได้ดูเอกสารฝึกงานแล้วนะเดี๋ยวพี่จะให้น้องดูแลเรื่องงานบ้านก่อนแล้วค่อยศึกษาเกี่ยวกับงานบริการ” กฤตชัยพูดพร้อมกับเดินนำ จันจิมามองภาพด้านหลังของเขาด้วยความหลงใหลน้ำลายแทบหก

‘ถ้าได้มาเป็นผู้นะ จะนอนกอดทุกคืนแบบไม่ให้พักเลย’ จันจิมาคิด ความหื่นเริ่มก่อตัว

“น้องจันจิมาครับ น้องครับ น้องจันจิมาครับ” กฤตชัยหยุดเดินเรียนจันจิมาที่กำลังมองเขาด้วยอาการเหม่อเลย เมื่อเขาเรียกเธออีกครั้งจึงมีสติ

“เอ่อค่ะ”

“นี่คุณยิ้มรื่น พี่เลี้ยงของน้องในช่วงแรกก่อน” กฤตผายมือไปยังหญิงวัยสี่สิบ แต่งกายด้วยยูนิฟอร์มสีชมพูซึ่งโดยภาพรวมก็พอดูออกว่าเธอคือแม่บ้าน

“สวัสดีค่ะ”

“คุณยิ้มฝากด้วยนะครับ”

“ค่ะ”

จันจิมามองแผ่นหลังของกฤตชัยด้วยท่าทางเคลิบเคล้ม

 

สาวท้วมตั้งใจฝึกงานเพราะมีแรงใจที่ดี กฤตชัยไม่เคยทำท่าทางรังเกียจเธอเลยสักนิด ถามยังซื้อของมาฝากอีก แม้ว่าเขาจะนำของกินให้เหมือนทุกคนก็ตาม แต่มันก็ทำให้จันจิมามีความหวังขึ้นมา

จนกระทั่งจันจิมาได้ยินสองแม่บ้านยืนคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน

“นี่เธอ รู้เรื่องเด็กฝึกงานที่มาใหม่หรือเปล่า” แม่บ้านพูดในขณะจัดวางผ้าปูที่นอน ผ้านวม และของใช้จำเป็นลงในรถเข็น

“อ๋อ เด็กฝึกงานที่หน้าเหมือนลิงเหรอ” ผู้หญิงอีกคนที่กำลังถูพื้นพูด

“เดี๋ยวนี้หุ่นดีขึ้นแล้วนะ”

“อืมม์ ก็ดูดีขึ้นนะ แต่ถ้าให้ไปเป็นเด็กเสิร์ฟในห้องอาหารแขกจะกินข้าวลงไหม”

“ว่าไปนั่น” พูดจบทั้งสองก็หัวเราะ

จันจิมารู้สึกแย่เมื่อได้ยิน เธอถอยหลังหมุนตัวแล้วเดินออกไปจนถึงบันได  เธอชนกับกฤตชัยจนเขาเกือบเซ

“ขอโทษค่ะ พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” จันจิมายกมือไหว้

“ไม่เป็นไร ว่าแต่น้องเถอะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” กฤตชัยถามเมื่อเห็นหน้าเศร้าของเด็กตรงหน้า

จันจิมานิ่งไม่ตอบ

“ไม่ต้องคิดมาก พี่ไม่เล่าให้ใครฟังแน่นอน”

“คือจันจิมารู้สึกกังวลกับหน้าตาของตัวเอง กลัวว่าจะกระทบกับการทำงาน”

“หมายถึงยังไง” กฤตชัยถามซ้ำ

“ก็ถ้าจันจิมาช่วยงานในห้องอาหารแล้วลูกค้าจะกินข้าวไม่ลง”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก อย่าคิดมากสิ รูปร่างภายนอกมันเปลี่ยนกันได้ ขอให้ดูแลตัวเองให้ดูดี สะอาด บุคลิคภายนอกก็สำคัญ ยังมีอีกหลายอย่างที่สำคัญกว่าความสวย” กฤตชัยตบบ่าของจันจิมาก่อนที่จะยกกำปั้นเป็นนัยให้สู้แล้วเดินออกไป

ร่างอวบมองตามกฤตชัยด้วยความหลงใหล

 

เช้าวันรุ่งขึ้นกฤตชัยก็พบดอกกุหลาบสีขาวบนโต๊ะของเขา และในทุกๆ วัน โดยที่เขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนให้

 

จนกระทั่งวันหนึ่งแฟนของกฤตชัยมาหาที่ทำงาน ทั้งคู่ดูสนิทกันมากทำให้เธอเห็นถึงข้อเปรียบเทียบ ผู้หญิงคนนั้นทั้งขาวทั้งหุ่นดีตาคมผมยาวจมูกโด่งริมฝีปากบาง ทำให้เธอได้รู้ว่า ยังไงผู้ชายก็ต้องชอบผู้หญิงสวย

 

ภายในห้องนอน จันจิมานอนพลิกไปพลิกมาครุ่นคิด

‘จะมีทางที่ฉันจะสวยได้ไหมนะ’ จันจิมาลุกขึ้นมาหยิบเงินจำนวนหนึ่งลงไปยังร้านอินเตอร์เน็ตที่อยู่บริเวณใกล้บ้าน เมื่อมาถึงร้านเธอจึงเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเข้ากูเกิลเพื่อกดค้นหาท่ามกลางเสียงดังของเด็กเล่นเกมส์

“ให้ตายเถอะ มีแต่โฆษณาขายครีมทั้งนั้น ไหนจะกิน จะฉีด จะรู้ได้ยังไงว่าไม่ผลข้างเคียงล่ะ” ร่างท้วมสบถ เธอกดตัวอักษรเชื่อมโยงไปเรื่อยๆ อย่างอารมณ์เสีย แต่จู่ๆ ก็มีหน้าต่างป๊อปอัพขึ้นมา จันจิมาเกือบจะคลิกปิดทันทีเหมือนทุกครั้งเพราะมันคล้ายโฆษณาดาษดื่น

“หน้ากากวิเศษ เพียงแค่คลิก คุณจะพบประสบการณ์ใหม่” สาวอ้วนอ่านข้อความ

‘พวกโฆษณาพวกนี้ก็เว่อร์เกิน’ เธอไม่คิดว่าเป็นความจริง จึงกดปิดทันที แต่แล้วเธอก็ไม่สามารถปิดหน้าต่างนั้นได้ มันเกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเธอถอดใจกดเข้าไปดูเผื่อมันจะปิดหน้าต่างนั้นได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image