บทที่ 12 บอดี้การ์ดส่วนตัว

บทที่ 12

บอดี้การ์ดส่วนตัว

 

ธีรเดชยืนรอหน้ารถหรูเมื่อเห็นเอยและมิ้นเดินคุยกันมาเขาจึงขึ้นรถตรงด้านข้างคนขับไปก่อน คนขับรถเดินเข้ามาเปิดประตูให้นักศึกษาทั้งสอง

เอยกับมิ้นคุยกันอย่างออกรสตลอดเส้นทางจนลืมสนใจธีรเดชที่ทำท่าทีห่างเหิน เมื่อถึงจุดหมายรถจอด คนขับรถอ้อมรถเปิดประตูให้มิ้น ส่วนเพชรลงมาเปิดประตูให้เอย

“วันนี้จะสอบผ่านไหมเนี่ย นอนไม่ค่อยพอเลย” มิ้นเริ่มบ่น ในขณะที่รถเคลื่อนออกไปแต่เพชรยังคงยืนอยู่

“พี่เพชรไม่ได้ไปด้วยเหรอ หรือมีธุระอะไรแถวนี้” เอยและมิ้นมองเพชรอย่างประหลาดใจ

“อ้าว คุณเอยไม่รู้เหรอว่าคุณธีร์เป็นคนให้ผมมาปกป้องคุ้มครองคุณเอย” เพชรตอบ

“ว้าว! มีความเป็นห่วง” มิ้นเอานิ้วชี้ทั้งสองข้างยกมาแนบชิดกันเป็นท่าประกอบ

“บ้าละ เป็นห่วงอะไรกัน เมื่อวานไม่เห็นจะถามไถ่พูดคุยกับฉันเลย” เอยกอดอกอย่างไม่พอใจ

“เขาคงจะง่วง อย่าน้อยใจเลย” มิ้นตบบ่าเพื่อน

“เชอะ! ใครน้อยใจมิทราบ ไปเถอะ รีบไปรอ จะได้มีเวลาอ่านหนังสือ” เอยเดินนำไปก่อน

มิ้นมองหน้าเพชรอย่างรู้ใจก่อนที่จะส่ายหน้า ระอาในความไม่ลดราวาศอกของเพื่อนแล้วพากันเดินตามไปโดยที่วินยืนมองอยู่ห่าง

 

นักศึกษาหลายคนมองเพชรและแอบซุบซิบยิ้มเล็กยิ้มน้อยกันใหญ่อาจจะด้วยความหล่อหรือชุดฟอร์มสีดำที่ใส่ก็ไม่ทราบทำเอาบรรดานักศึกษาสาวไม่เป็นอันได้อ่านหนังสือ โดยเฉพาะเพื่อนสาวที่ขี้อิจฉาประจำห้อง

“ยัยลูกคุณหนูหน้าไม่อาย พาผู้ชายมามหาวิทยาลัย กลัวไม่รู้หรือไงว่าตัวเองเสน่ห์แรง” หนึ่งในสามสาวยืนจับกลุ่มเบ้ปาก

เอยมองไปรอบๆ เห็นสายตาของเพื่อนที่มีปฏิกิริยาต่อเพชรก็พยายามไล่เพชรให้ออกไปคุ้มกันห่างๆ

“พี่เพชรไปหาอะไรทำก็ไปทำเถอะ ในมหาวิทยาลัยไม่มีผู้ร้ายหรอก ฉันอายคน”

“ไม่ครับ ผมต้องทำตามคำสั่ง คุณเอยไม่ต้องสนใจหรอกครับ” เพชรยังคงยืนคุ้มกัน

“เคร่งครัดจังเลยนะคะ” มิ้นยิ้ม

“ขอบคุณครับ” เพชรส่งรอยยิ้มกระชากใจ ทำเอามิ้นแอบเคลิ้ม

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

“เกือบไปแล้ว ลืมปิดเสียงซะสนิทเลย” มิ้นหยิบมือถือมาดูเห็นเบอร์วินเธอมองหน้าเพื่อนรักก่อนที่จะรับสาย

/ “เอยเป็นยังไงบ้าง” / ปลายสายพูดทันที

“ขอโทษนะ ฉันลืมโทรไปบอก ตอนนี้เอยปลอดภัยแล้วค่ะ พี่ไม่ต้องห่วง” มิ้นตอบ

“คุยกับใครเหรอ” เอยถาม เสียงดังพอที่ทำให้ปลายสายได้ยิน ส่วนเพชรก็อยากรู้เหมือนกัน แต่เขาไม่สามารถก้าวล่วงได้

“เดี๋ยวฉันขอตัวอ่านหนังสือก่อนนะ” มิ้นรีบวางสายทันทีก่อนที่จะอธิบายรายละเอียดให้เพื่อนฟัง “เมื่อวานตอนที่เธอถูกจับตัว วินมาเจอพอดีเลยขับรถมอเตอร์ไซค์ตามไปจนถูกยิง” มิ้นพูดยังไม่ทันจบเอยก็พูดแทรกขึ้นมา

“วินโดนยิง!”

“อย่าเพิ่งตกใจ ฉันพาไปโรงพยาบาลแล้ว พี่วินปลอดภัยดี วันนี้คงจะมาสอบแล้วล่ะ เมื่อกี้ก็โทรมา”

“ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไร” เอยโล่งใจ แม้ว่าเธอจะยังไม่ไว้ใจวินแต่เธอก็ไม่อยากให้ใครบาดเจ็บเพราะตัวเอง

เพชรเห็นอาการเป็นห่วงของเอยก็กลัวว่านายวินจะนำคะแนนนายตัวเองไป อย่างนี้ต้องขัดขวางให้ถึงที่สุด

อาจารย์เรียกเข้าห้องสอบเมื่อใกล้ถึงเวลา นักศึกษาปิดอุปกรณ์สื่อสารและส่งให้ครูก่อนที่จะเข้าไปด้านใน เอยมองกระดาษที่คว่ำอยู่ตรงหน้าจนกระทั่งมีเสียงกริ่งเป็นสัญญาณให้เริ่มทำข้อสอบ

“เอาเก้าอี้ไหมคะ” อาจารย์ยกเก้าอี้มาให้นั่ง

“ขอบคุณครับ” เพชรส่งรอยยิ้มกระชากใจทำเอาครูคุมสอบเคลิ้มไปชั่วครู่แล้วนั่งลง

 

@ นาวากรุป

ธีรเดชนั่งตรวจสอบเอกสารโดยมีหินและผู้คุ้มกันอีกคนยืนอยู่

กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น ธีรเดชยกหูรับ

/“คุณพลอยมาหาค่ะ ไม่ทราบว่าให้เข้าพบเลยไหมคะ”/

“ให้เข้ามาเลยครับ” ธีรเดชวางหูก่อนที่ประตูจะเปิดด้วยมือเลขา ปล่อยให้แขกเดินเข้าไปด้านใน สีหน้าของเธอดูหวั่นวิตกเล็กน้อย

“ฉันได้ข่าวว่าคุณทรงพลถูกจับนี่เรื่องจริงหรือเปล่าคะ”

“เชิญนั่งก่อนครับ” ธีรเดชหันหลังไปหยิบขวดน้ำในตู้เย็นแล้วรินของเหลวใสลงในแก้วก่อนที่จะเดินเข้ามาหาพลอยแล้วผายมือให้นั่งลงบนโซฟา

พลอยนั่งประสานมือไว้ข้างหน้าสายตาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“จริงครับ อันที่จริงเรื่องแค่นี้คุณโทรมาถามก็ได้”

“พลอยแค่กลัวคุณจะไม่สนับสนุนบริษัทเราเหมือนคุณทรงพล” พลอยยิ้มอ่อนแต่สีหน้าเธอยังคงกังวลอยู่

“ผมจะไม่ใช้บริการบริษัทคุณได้ยังไง ยังไงเราก็ทำธุรกิจกันมาตั้งแต่รุ่นคุณนาวาแล้ว” ธีรเดชเน้นย้ำทำให้พลอยยิ้มมาได้

“แล้วบอดี้การ์ดคนผอมๆ ขาวๆ หายไปไหนเหรอคะ” พลอยมองหินและผู้คุ้มกันอีกคนซึ่งไม่คุ้นหน้า

“ผมให้เขาไปดูแลเอย” คำตอบของธีรเดชทำให้พลอยรู้สึกโล่งใจที่สามารถสู้หน้าธีรเดชได้อย่างสนิทใจ

“คุณคงจะรักคุณเอยมากล่ะสิคะ ถึงส่งคนไปคุ้มกัน” พลอยยิ้มเจื่อน

“เปล่า ผมกลัวยัยเด็กซนจะสร้างปัญหาไว้มากกว่า ส่งเพชรไปอย่างน้อยจะได้เป็นหูเป็นตาให้” ธีรเดชเอนลงพนักพิง

“น่าสงสารคุณเอยนะคะ ถูกจับตัวไปนานขนาดนี้ไม่รู้ว่าจะโดนอะไรบ้าง” พลอยพูด คำพูดของเธอทำให้หินและคู่สนทนารู้สึกสงสัยแค่ก็เก็บอาการไว้

“คุณรู้เรื่องนี้ด้วยหรือครับ”

“เมื่อกี้ฉันได้ยินพนักงานเขาพูดกันน่ะค่ะ” พลอยตอบทำให้ผู้ถามยิ่งมั่นใจว่าเธอต้องมีส่วนรู้เห็น เพราะเขาไม่ได้บอกใครเรื่องนี้ ยกเว้นตำรวจและผู้คุ้มกันเท่านั้น

“เหรอครับ ใครกันนะที่เอาเวลางานมาพูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง ต้องโดนลงโทษสักหน่อยแล้ว” ธีรเดชกลับมานั่งตัวตรงตามเดิม

“คุณธีร์อย่าไปทำอย่างนั้นสิคะ เดี๋ยวพลอยก็เข้ามาหาคุณไม่ได้หรอก ถ้าคุณยังติดต่องานกับทางเราฉันก็สบายใจ ฉันไม่รบกวนแล้ว เดี๋ยวฉันก็ต้องไปธุระของฉันเหมือนกัน” พลอยยิ้มอ่อนก่อนที่จะลุกขึ้น

“คุณพลอย คืนนี้คุณว่างไหมครับ” ธีรเดชรวบรวมความกล้าก่อนที่จะพูดออกไป

“คะ” พลอยชะงักหันหน้าสบตาคู่สนทนาทันที

“ผมอยากชวนคุณไปทานข้าว”

“ร้านอาหารข้างทางเหรอคะ พลอยจะได้ไม่ต้องแต่งตัว” พลอยยิ้มแหย เพราะคราวก่อนเขาเคยพาเธอไปกินอาหารตามสั่งริมถนน

“เปล่าครับ แต่งตัวให้สวยๆ นะครับ เดี๋ยวผมไปรับที่บริษัทของคุณ แล้วตกลงไหมครับ”

“ยินดีค่ะ” พลอยยิ้ม ภายในใจของเธอพองโต ยัยเด็กนั่นคงไม่ใสบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว ธีรเดชจึงหันมาสนใจเธอ

“นาย ไปส่งคุณพลอย” ธีรเดชสั่งบอดี้การ์ดอีกคนเพื่อให้ตัวเองได้คุยกับหินเพียงลำพัง

“ครับนาย” บอดีการ์ดชั่วคราวเดินไปเปิดประตูให้พลอยแล้วพากันออกไป

“น่าสงสัย ทำไมคุณพลอยถึงรู้ว่าเอยถูกจับตัวไป” หินเดินออกไปดูให้แน่ใจว่ามีใครอยู่หน้าห้องก่อนที่จะหันกลับมาคุยกับนายจ้าง

“พลอยอาจจะอยู่เบื้องหลังทั้งหมดก็ได้ ตราบใดที่ทรงพลยังไม่สารภาพ เราก็วางใจไม่ได้” ธีรเดชคิดหนัก แต่ที่แน่พลอยต้องรู้เรื่องในสิ่งที่เขาไม่รู้ไม่มากก็น้อย

“แต่ถ้าคุณพลอยเป็นคนบงการ ทำไมต้องวางแผนฆ่าคุณธีร์ด้วย ดูท่าทางอยากจะจับคุณธีร์เสียมากกว่า” หินพูดแล้วเดินเข้ามายืนข้างธีรเดชเหมือนเดิม “จะให้ใครติดตามคุณพลอยไหมครับ”

“ไม่ต้อง พลอยรู้จักบอดี้การ์ดของเราหลายคน เรื่องนี้ฉันจะลองสืบดูเอง”

 

@มหาวิทยาลัย

วินนั่งรออยู่ตรงม้านั่งที่เดิม มิ้นที่เดินนำเอยและเพชรเห็นวินเข้าก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปทักทายตามปกติ

“พี่วิน สอบเสร็จแล้วเหรอ เอยพูดอะไรสักหน่อยสิ พี่วินยอมเจ็บตัวเพราะมิ้นเลยนะ” มิ้นยิ้มทักก่อนที่จะหันไปคุยกับเพื่อนสนิท

วินมองมิ้นแทนคำตอบ เขาสงสัยว่าทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงไม่เห็นความน่ารักของผู้หญิงคนนี้

“ไม่ได้ขอให้ช่วยสักหน่อย” เอยแกล้งหันหน้ามองไปทางอื่น

“เอย” มิ้นเอ็ดเอยเล็กน้อย

“พี่แค่อยากเห็นกับตาว่าเอยสบายดี พี่จะได้สบายใจ เดี๋ยวพี่กลับก่อนนะ” วินเดินออกไปอย่างทุลักทุเล

“รถของมิ้นมาแล้ว เดี๋ยวมิ้นไปส่งที่รถดีกว่า” มิ้นเดินเข้าไปจะพยุง วินรีบถอยหลังจนล้มก้นจ้ำ

“มิ้นกลับไปเถอะ พี่ไปเองได้” วินยกมือห้ามก่อนที่จะดันตัวเองขึ้นแล้วรีบเดินออกไปเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

“เป็นอะไรของเขานะ” มิ้นพูดแล้วไปคุยกับเพื่อน “เอยมีพี่เพชรแล้วงั้นมิ้นกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ ไปแล้วนะเอย” มิ้นยกมือไหว้เพชรโดยที่เพชรรีบรับไหว้

“อือ” เอยยิ้มมองเพื่อนที่ขึ้นรถออกไป เธอนั่งรอโดยมีเพชรยืนรออยู่ข้างๆ รถหรูสีขาวจะเข้ามาจอดตามนัดหมายในเวลาไม่นาน เอยจำได้ว่าเป็นหนึ่งในรถจำนวนมากของคฤหาสน์ โดยปกติแล้วรถหลายคันจะถูกให้เช่าจากนายหน้าที่มาติดต่อประสานงานระหว่างเจ้าของรถกับลูกค้า

“วันนี้คุณธีร์ติดธุระจึงให้ผมมารับครับ เชิญครับ” หนึ่งในผู้คุ้มกันประจำบ้านลงจากที่นั่งคนขับแล้วเปิดประตูให้เอย เขามาทำหน้าที่ขับรถชั่วคราวเพื่อมาดูแลนายหญิงเป็นพิเศษ

เพชรแอบยิ้มเพราะเขาสังเกตเห็นสีหน้าผิดหวังของเอยก่อนที่จะขึ้นรถโดยนั่งอยู่ข้างขวามือที่เธอนั่ง

‘ตาขี้เก๊กมัวทำอะไรอยู่’ เอยถอนหายใจเบา

@ห้องอาหารในโรงแรม

ห้องอาหารวีไอพีจัดโซนคู่รักโดยกั้นห้องกระจก พลอยรู้สึกพอในที่หินและบอดี้การ์ดอีกคนได้รับคำสั่งให้รอยืนอยู่หน้าห้อง เธอจะได้ตกเหยื่อได้อย่างสะดวก

“คุณคงเคยพาคู่หมั้นมาที่นี่ล่ะสิคะ” พลอยมองวิวข้างนอกที่สะท้อนภาพสวยงามยามค่ำคืน

“ไม่เคยหรอกครับ สถานที่สำคัญเหมาะกับคนสำคัญ” ธีรเดชฉีกยิ้มในขณะที่อาหารถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะ เด็กบริการเปิดฝาขึ้นเผยให้เห็นอาหารที่อยู่ด้านใน

“หวังว่าร้านนี้จะถูกปากคุณพลอยนะครับ”

พลอยหน้ามองชายหนุ่ม ยิ้มเขินแทนคำตอบแล้วตักอาหารมาวางที่จานของตัวเอง โดยที่ไม่รู้ว่าสถานที่สำคัญที่เขาพูดนั้นหมายถึงบนดาดฟ้าคฤหาสน์ และคนสำคัญที่ว่าคือคู่หมั้นของเขา

“วันนี้คุณคิดยังไงถึงชวนพลอยมาทานข้าวที่นี่คะ มีธุระอะไรจะคุยหรือเปล่า”

“ผมเห็นคุณพลอยกังวลเรื่องบริษัทก็เลยอยากจะชวนมาสานสัมพันธ์เผื่อการทำงานจะราบรื่นมากขึ้น ผมทราบว่าที่ผ่านมาทางเราไม่ได้เอาใจใส่บริษัทของคุณ เทียบเท่ากับผู้บริหารคนเก่า ทำให้คุณไม่มั่นใจ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ”

“ฉันต้องขอโทษคุณมากกว่า อันที่จริงเรื่องเลี่ยงภาษีและเรื่องส่งของของคุณทรงพลฉันรู้เรื่องทั้งหมด แต่ฉันขอไม่เป็นพยานได้ไหมคะ ฉันไม่อยากผิดใจกับคุณทรงพล เพราะเราติดต่อธุรกิจกันมานาน และคุณทรงพลก็เป็นคนเสนอเลือกบริษัทของฉัน ต้องขอโทษด้วยนะคะ” สายตาของพลอยอ่อนลง

“ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ” ธีรเดชยิ้มอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณค่ะที่คุณเข้าใจ” พลอยยิ้มด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น

“คุณพลอยไม่น่าจะเป็นสาวหวานได้เลย ผมว่าคุณพลอยเป็นคนเก่งน่าจะเป็นสาวห้าว หรือผู้หญิงเปรี้ยวมากกว่า”

“คุณธีร์ก็พูดไป” พลอยยิ้มเขินหัวเราะเบา

“ผมเห็นคุณพลอยเหมือนกับไม่ใช่คุณ ผมหมายถึงคุณเป็นคนเก่ง ไม่ใช่สาวอ่อนต่อโลกประมาณนั้นล่ะครับ แต่ผมก็ชอบนะ ดูน่าค้นหา” ธีรเดชยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนที่จะเปลี่ยนคำพูด

“พูดแบบนี้พลอยก็เขินแย่สิคะ พลอยแค่สานงานต่อกิจการของครอบครัว โชคดีที่คุณพ่อสอนงานพลอยตั้งแต่ยังเด็กก่อนที่ท่านจะเสีย พลอยก็เลยต้องทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวดูแลน้องอีกคน”

“คุณพลอยมีน้องด้วยหรือครับ”

“น้องชายน่ะค่ะ กำลังเรียนอยู่ปีนี้ก็จะเรียนจบแล้ว พลอยจะได้หายเหนื่อยสักที”

“ยินดีด้วยนะครับ สักวันผมคงได้พบกับน้องของคุณ”

“อีกไม่นานหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณก็ได้พบกับคิง”

 

@ ดาดฟ้า คฤหาสน์นาวา

‘ทำไมฉันต้องคิดถึงหมอนั่นด้วยนะ เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขาสิ’ เอยมองดาวระยิบระยับอยู่บนฟ้าจนเห็นเป็นหน้าธีรเดช

‘ดึกป่านนี้แล้ว มัวแต่ไปทำอะไรกันนะ’ เอยน้ำใสรินจากตาก่อนที่จะเผลอหลับไปจนเวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง…

 

รถสีดำคันยาวแล่นเข้ามาในคฤหาสน์ เพชรออกมาต้อนรับ

“มีอะไรหรือเปล่า” ธีรเดชถามเมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของเพชร

“จะให้เป็นแบบนี้จริงๆ หรือคุณธีร์ ผมสงสารคุณเอย ตั้งแต่กลับมาก็เอาแต่อยู่บนดาดฟ้าไม่ไปไหนเลย” เพชรหวั่นวิตกเพราะกลัวนายหญิงคิดทำร้ายตัวเอง

“ทำยังไงได้ ในเมื่อเราเอาผิดกับใครไม่ได้เลย คดีฉ้อโกงน้อยนิด อีกไม่กี่วันมันก็ประกันตัวออกมาได้ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรอีก อาจจะไม่ปลอดภัยถ้ามีคนรู้ว่าฉันเป็นห่วงยัยเด็กนั่น เอาล่ะ ไปดูสักหน่อยในฐานะผู้ปกครอง มันคงจะไม่แปลก” ชายหนุ่มรีบสาวเท้าจนเพชรเดินตามแทบไม่ทัน

‘ดูออกง่ายจริงๆ เลย นายเรา’ เพชรแอบยิ้มเยาะ

ใช้เวลาไม่นานธีรเดชก็เดินเข้ามาถึงจุดหมาย เมื่อเห็นคู่หมั้นกำลังหลับอยู่ก็อดเห็นใจไม่ได้ เขาเอามือวางบนหน้าผาก

“โชคดีที่ไม่มีไข้” ธีรเดชรู้สึกโล่งอก หากดาดฟ้านี้มีไม่มีหลังคา มีหวังเอยได้ตากน้ำค้างจนไข้ขึ้นแน่

เอยตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงคนคุ้นเคย เหมือนกับว่าเป็นเสียงที่เธอรอมานานอยากได้ฟังมันอีกครั้ง เธอทะลึ่งตัวขึ้นก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรแสดงออกว่าคิดถึงขนาดไหน

“นายเองเหรอ มาทำอะไรที่นี่” เอยปรับสีหน้าเรียบเฉย

“ฉันเพิ่งกลับมา เห็นเพชรบอกว่าเธอยังไม่นอนฉันเลยขึ้นมาดู เดี๋ยวคุณลุงจะมาว่าฉันว่าดูแลเธอไม่ดี เห็นเธอสบายดีฉันก็สบายใจ” ธีรเดชหมุนตัวหันหลังให้เอย เขาไม่อยากสบตาเธอเพราะกลัวใจอ่อน

“ฉันไม่ทำให้นายโดนดุหรอก ฉันจะไปนอนแล้ว” เอยเดินนำเพชรและธีรเดชด้วยอาการงัวเงียก่อนที่จะสะดุดก้อนหิน เพชรคว้าเอยไว้ได้ทันก่อนที่จะล้ม

“ขอบคุณพี่เพชร ฉันไม่เป็นอะไร” เอยผละตัวเองออกจากบอดี้การ์ดส่วนตัวแล้วเดินลงบันไดไป

“ท่าทางคุณเอยจะไม่ไหวนะนาย” เพชรหันมาคุยกับธีรเดช ส่วนผู้ฟังทำได้เพียงส่งกำลังใจอยู่ห่างๆ

 

 

@ บ้านของพลอย

บ้านหลังใหญ่อยู่ในรั้วเดียวกับบริษัทของเธอ พลอยเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วล้มตัวลงบนที่นอนสีฟ้า เงยหน้ามองเพดานสีอ่อนชั่วครู่ก่อนที่จะดันตัวเองแล้วเอื้อมมือไปหยิบมือถือขึ้นมากด

หญิงสาวกำลังจะสัมผัสเมื่อเห็นเบอร์เป้าหมายแต่ก็เปลี่ยนใจ ‘ถ้าโทรไปหาเขาจะคิดว่าเราใจง่ายหรือเปล่านะ ไม่เอาดีกว่า’

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาทันทีที่พลอยเปลี่ยนใจ หญิงสาวยิ้มขึ้นทันทีเมื่อเห็นชื่อปลายสาย

“สวัสดีค่ะ” พลอยสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะพูด

/ “ไม่ทราบว่าผมโทรมารบกวนหรือเปล่า” / เสียงนุ่มปลายสายพูด

“ไม่รบกวนหรอกค่ะ พลอยยังไม่ได้นอน นี่ก็เพิ่งอาบน้ำเสร็จ คุณธีร์มีธุระอะไรเหรอคะ”

/ “ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากฟังเสียง” /

“นี่ถ้าคุณไม่มีคู่หมั้นฉันคงคิดว่าคุณกำลังจีบฉันอยู่นะคะ”

/ “เปล่า ผมแค่อยากรู้จักคุณมากขึ้น อยากจะรู้เนื้อในจริงๆ ของคุณ เอาล่ะผมรู้สึกดีแล้ว คืนนี้นอนหลับฝันดีนะครับ” /

“ค่ะ” พลอยวางสาย ในใจก็แอบคิดเข้าข้างตัวเอง ‘ฉันก็อยากเห็นเนื้อในของคุณเหมือนกัน’

 

 

<< บทที่ 11 คนร้ายคนรักบทที่ 13 คิดไปเอง >>

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image

ข้ามไปยังทูลบาร์