บทที่ 14 พักผ่อน

บทที่ 14

พักผ่อน

 

@ นาวากรุป

ธีรเดชหยิบแซนด์วิชในกล่องขึ้นมารับประทานพร้อมกับกาแฟเป็นอาหารเช้าโดยมีหินยืนอยู่ด้านข้าง ส่วนผู้คุ้มกันอีกคนได้ไปพักกินอาหารเช้าในโรงอาหารเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

เสียงมือถือดังขึ้น ธีรเดชวางสิ่งที่อยู่ในมือลงบนกล่องเดิมของมัน แล้วหยิบมือถือมองดูชื่อที่ปรากฏ เขาถอนหายใจก่อนที่จะกดรับ

“สวัสดีครับคุณพลอย โทรมาหาแต่เช้ามีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”

/ “คือ พลอยอยากชวนคุณไปสวนองุ่น ไม่ทราบว่าคุณธีร์จะช่วยไปดูได้ไหมคะ พลอยอยากรู้ว่าคุณภาพเพียงพอต่อการส่งออกหรือเปล่า” / เสียงหวานของปลายสายพูด

“อันที่จริงผมไม่ค่อยรู้เรื่องการผลิตองุ่นสักเท่าไร ถ้าไปก็เกรงว่าคุณพลอยจะเสียเวลาเปล่า”

/ “ไม่เป็นไรค่ะ ถือว่าไปเที่ยวกัน คุณธีร์จะได้รู้จักพลอยมากขึ้นไงคะ” /

“ได้ครับ ที่ไหน เมื่อไรครับ”

/ “ชลบุรีค่ะ วันไหนก็ได้แล้วแต่คุณธีร์สะดวก” /

“ถ้าอย่างนั้น เป็นพรุ่งนี้แล้วกันนะครับ ผมว่าง”

/ “เร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ ขอบคุณมากคะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะคะ” /

“ครับ” ธีรเดชยิ้มก่อนที่จะทำหน้าเฉยเมื่อวางสายเรียบร้อย

“หิน เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปชลบุรีกัน” ธีรเดชหยิบอาหารขึ้นมาทาน

“ชลบุรี ไปทำไมหรือครับ” บอดี้การ์ดหุ่นล่ำพูด

“คุณพลอยให้เราไปช่วยดูสวนองุ่น องุ่นที่ทำให้หินต้องเข้าโรงพยาบาลนั่นแหละ อันที่จริงงานนี้ต้องให้เพชรไปด้วย แต่ให้เพชรดูแลเอยดีกว่า เพราะเพชรตามเล่ห์เหลี่ยมเอยทัน”

“คุณธีร์ทราบหรือยังครับว่าทรงพลถูกประกันตัวแล้ว”

“จริงหรือ นานหรือยัง” ธีรเดชยกกาแฟขึ้นมาจิบ

“เมื่อวานครับ”

“ไม่แปลกที่ศาลจะอนุญาตให้ประกันตัว ในเมื่อมันไม่ใช่คดีร้ายแรงอะไร เรื่องคดีฉันไม่กังวลหรอก ฉันห่วงแต่ความปลอดภัยของเอย ไม่ว่าคนร้ายที่ตามล่าฉันจะเป็นใคร แต่ที่รู้แน่คือ มันรู้จุดอ่อนฉัน”

“แต่ผมเป็นห่วงความรู้สึกคุณเอยมากกว่านะครับ เห็นคุณพ่อบ้านโทรมาบอกว่าคุณเอยร้องไห้ ถ้าคุณเอยรู้ว่าคุณไปสวนองุ่นของคุณพลอยโดยไม่มีเธอ คุณเอยอาจจะน้อยใจแล้วทำอะไรไม่คิดก็ได้นะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็มีทั้งคุณลุงและเพชรคอยดูแลอยู่แล้ว เด็กคนนั้นเศร้าไม่กี่นาทีเดี๋ยวก็หาย” ธีรเดชลุกขึ้นเข้าห้องน้ำหลังจากทานเสร็จ

 

@ คฤหาสน์

“เรียกผมมามีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ” เพชรยืนหน้าห้อง มองเห็นเอยกำลังใส่ของจำเป็นลงในกระเป๋าใบใหญ่ จนชายหนุ่มแอบคิดไม่ได้ว่า เอยจะกลับไปนอนเรือนหลังเดิม หรือว่า ที่เรียกมาก็เพื่อให้ช่วยยกของใช้กลับไปที่เดิม อย่างนี้เจ้านายของเขาคงเศร้ามากแน่

“คุณเอยใจเย็นนะครับ”

“ใครจะไปใจเย็นอยู่ได้ไงกันล่ะ” เอยยังคงพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋า

“ถ้าคุณกลับไปนอนเรือนหลังเดิม คุณธีร์จะทำยังไง”

“บ้าละ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันไม่ได้จะย้ายกลับไปนอนกับพ่อสักหน่อย” เอยวางมือชั่วคราว หันไปคุยกับเพชร แล้วกลับมาจัดกระเป๋าตามเดิม

“เฮอ แล้วคุณหนูเรียกผมมาทำอะไรหรือครับ” เพชรถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ฉันอยากให้พี่เพชร พาไปเที่ยวทะเลหน่อย ที่ไหนก็ได้ วันนี้นะ”
“เที่ยวทะเล? วันนี้?”

“ใช่ ฉันอยากฉลองหลังสอบเสร็จ มีอะไรเหรอ”

“เปล่าครับ ผมก็นึกว่าคุณเอยจะงอนที่คุณธีร์ไม่สนใจ แต่ผมคงคิดไปเอง ก็คุณเอยไม่ได้ชอบคุณธีร์นี่นา แล้วจะให้ผมจองกี่ที่ สักกี่วัน ต้องการสถานที่ครึกครื้นหรือบรรยากาศเงียบครับ” เพชรยิ้มเล็กน้อย

“สองคืน ฉันจะไปคนเดียว ขอบรรยากาศเงียบๆ นะ”

“ครับ เดี๋ยวผมจองให้เลยนะครับ” เพชรยิ้มแล้วเดินออกไป

 

คำพูดของเพชร ทำให้เอยนึกถึงเรื่องเมื่อเช้า ภาพที่เธอกอดพ่อเข้ามารบกวนอีกครั้ง

/ “ทำไมเขาถึงไม่คุยกับเอยเลย ไม่ดูแล ไม่ถามไถ่ ฮึก ฮือ…” /

ใช่สินะ ทำไมฉันจะต้องงอนนายขี้เก๊กด้วย ถ้าเรากลับไปนอนกับพ่อเหมือนเดิมก็เหมือนเราสนใจหมอนั่นสิ ต้องโดนหัวเราะเยาะแน่ ใครจะไปทำแบบนั้นกันล่ะ

 

@ ทะเล

ท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิด กลืนสีน้ำทะเลจนกลายเป็นสีดำ เวลากลางคืนมันว้าเหว่ ยิ่งมองก็ยิ่งหดหู่ เพชรมองนายหญิงกำลังนั่งทะเลอยู่ห่างออกไปตั้งแต่เย็นจนถึงค่ำ เพราะเขาไม่อยากเห็นน้ำตาของสาวน้อย และดูท่าทางเธอก็ไม่อยากใครเห็นด้วย ชายผิวขาวยอมให้นายหญิงอยู่กับตัวเองสักพักมันอาจจะทำให้อะไรดีขึ้น นี่ล่ะนะเด็กหัวแข็ง

เพชรเลือกชายฝั่งทะเลนี้เพราะอยู่ในค่ายทหาร มีบ้านพักอาคารสองชั้นเพียงหลังเดียว ส่วนหลังอื่นก็เป็นหลังเล็กมีแค่ห้องเดียวไว้สำหรับนอน โชคดีที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลทำให้จองได้ทันที ที่แห่งนี้หากถึงเวลาห้าโมงเย็นก็จะให้ทุกคนที่ไม่ได้เข้าพักกลับบ้าน เหลือเพียงแต่คนที่พักอยู่ที่นี่เท่านั้น ยิ่งทำให้ทะเลที่นี่ดูเงียบที่สุดตั้งแต่เพชรได้พบเจอมา อย่างน้อยก็สามารถคุ้มกันระยะนี้ได้โดยไม่ต้องห่วงความปลอดภัยของนายหญิง แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่ลืมที่จะเอาปืนมา

วันนี้บอดี้การ์ดหนุ่มเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง การเอาอาวุธเข้ามาในค่ายทหารมันก็เสี่ยงพอสมควร เสื้อเชิ้ตลายทะเลกางเกงขาสั้นทำให้เขาดูไม่แปลกแยก

เพชรถอดเสื้อนอกเหลือเพียงเสื้อกล้ามเดิมเข้าไปหาเอย เอาเสื้อมาคลุมตัวเด็กหัวดื้อ เอยสะดุ้งตกใจแล้วรีบปาดน้ำตาให้เร็วที่สุด

“ไปพักในบ้านดีกว่านะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย” เพชรยิ้มแกล้งทำเป็นไม่เห็น ในใจของเขาพยายามคิดว่าจะทำยังไงให้นายหญิงอารมณ์ดีได้

“เอยอยากนั่งดูทะเล พี่เพชรง่วงก็ไปนอนเถอะ” เอยพูดโดยไม่มองหน้าเพชร

“คุณเอยก็รู้ว่าผมนอนไม่ได้” เพชรมองเอยด้วยความรู้สึกห่วงใย

“คิดมากน่า ที่นี่มีทหารคอยดูแลอยู่ แถมคนที่เข้าพักทุกคนต้องให้สำเนาบัตรประชาชนอีก”

“ผมไม่ได้ห่วงความปลอดภัยภายนอกหรอก ผมเป็นห่วงใจคุณเอยมากกว่า”

“ห่วงอะไร ไม่เห็นมีอะไรต้องห่วง”

“รู้ๆ กันอยู่” เพชรหันหน้ามองทางอื่น

“เออ เข้าบ้านก็ได้ นั่งอย่างนี้ก็เหนียวตัวเหมือนกัน” เอหันหน้ามามองเพชร แล้วลุกขึ้นปัดเศษทรายบนตัวแล้วลุกขึ้นเดินกลับห้อง เพชรยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะลุกขึ้นตามนายหญิงไป

 

@ เช้าวันรุ่งขึ้น

ท่ามกลางท้องฟ้าสดใส แดดยามเช้าทอแสงอ่อน เอยในชุดว่ายน้ำทูพีชสีส้มวิ่งลงไปเล่นน้ำตั้งแต่เช้าเพียงกับเด็กเล็กหลายคน ส่วนผู้ใหญ่หลายคนนั่งดูลูกหลานอยู่ริมชายฝั่งเพราะมันเช้าเกินกว่าที่คนทั่วไปจะลงเล่นน้ำ

เพชรนอนพิงประตูหน้าห้องเอย แม้ว่าภายในนี้มีห้องและเตียงนอนจำนวนมาก แต่เขาก็เลือกที่จะเอาที่นอนมาปูหน้าห้องนอน ขวางไม่ให้นายหญิงแอบออกไปก่อนโดยไม่มีเขา แต่ด้วยความเพลียชายหนุ่มจึงหลับจนถึงเจ็ดโมงเช้า

บอดี้การ์ดหนุ่มทะลึ่งตัวลุกขึ้น เมื่อรู้สึกถึงแสงจ้าทอแสงมา เขาเดินเข้าไปเปิดประตูห้องนอนนายหญิง หันซ้ายหันขวามองหาทั่วบ้านก็ไม่มีวี่แวว โทรมือถือหาก็ได้ยินเสียงริงโทน เพชรมองมือถือที่มีแสงวาบวางอยู่บนหัวเตียง

“คุณเอย! คุณเอยอยู่ไหนครับ” เพชรร้องเรียก แล้ววิ่งออกไปจากบ้าน

 

เพชรเดินออกไปยังชายหาด หันซ้ายหันขวามองทะเลกว้าง เห็นเพียงผู้หญิงหุ่นดีในชุดทูพีชกับเด็ก วิ่งเลียบชายหาดก็เห็นแต่กลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังนั่งกินอาหารขบเคี้ยวน้ำดื่มอย่างสนุกสนาน

ชายหนุ่มยืนเท้าสะเอวมองซ้ายขวา แล้วนึกผวาถึงบทลงโทษของธีรเดช ระหว่างที่เขากำลังคิดอะไรอยู่นั่นเอง ก็มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง

“พี่เพชร ทำอะไรอยู่เหรอ”

“คุณเอย!” เพชรผงะอย่างไม่เชื่อสายตา สาวทูพีชเมื่อสักครู่คือคุณเอยหรือนี่ ทำไมถึง น่ารักจัง ว่าแต่ใส่ชุดแบบนี้มั่นใจมากเกินไปหรือเปล่า ทำไมถึงใส่ชุดขัดกับบุคลิกได้ขนาดนี้

“พี่เพชรเป็นอะไรหรือเปล่า” เอยถามย้ำ

“คุณเอยออกมาตอนไหน ทำไมไม่บอกผม” เพชรส่ายหัวสลัดความคิดลามกออกไป

“ก็เอยเห็นพี่เพชรกำลังนอนกรนหลับสบาย ใครจะไปปลุกได้ลง วันนี้พี่เพชรเลิกคิดเรื่องหน้าที่มาเล่นน้ำกันดีกว่า” เอยเท้าสะเอวก่อนที่จะจับมือเพชรวิ่ง

‘ท่าทางจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วสินะ’ เพชรยิ้มเบาใจในขณะที่วิ่งตามแรงดึงจากมือเอย

เพชรถอดเสื้อเหลือแต่กางเกงขาสั้น เขาทั้งสองเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานตามประสาเพื่อน ทำให้ทั้งคู่รู้สึกผ่อนคลาย เอยไม่ลืมที่จะเก็บภาพดีๆ

“พี่เพชรยิ้มหน่อย” เอยยกมือขึ้นจะถ่ายรูปแต่เพชรดึงมือถือขึ้นมาถ่ายเองเพื่อที่จะได้มุมสูงขึ้นไปอีก

 

เวลาความสุขได้พัดพาความทุกข์ไว้เพียงชั่วคราว เมื่อฟ้ามืดลงก็เหมือนว่าเอยจะเริ่มเศร้าอีกครั้ง เพชรไปซื้อเครื่องดื่มมาตุนใส่ตู้เย็นเอาไว้ แล้วหยิบเบอร์กระป๋องพร้อมกับไวน์หนึ่งขวด เดินไปหาเอยซึ่งกำลังนั่งอยู่บนพื้นทรายมองทะเลเบื้องหน้า

เพชรเปิดขวดไวน์ยื่นให้เอย ก่อนที่จะเปิดเบียร์กระป๋องมาดื่ม

“พี่เพชรมีไลน์หรือเปล่า เอยจะส่งรูปให้” เอยในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นทำให้เพชรเริ่มรู้สึกควบคุมอารมณ์หื่นของตัวเองได้

“มี เอามือถือมาสิ” เพชรพูดจบเอยก็ยื่นมือถือให้ เพชรเข้าโปรแกรมสนทนา ยังไม่ทันได้กดเข้าไปเพิ่มเพื่อนก็เหลือบไปเห็นรูปพลอยในไอดีไลน์ในเมนูแชทซึ่งยังไม่เปิดอ่าน ชายหนุ่มถือวิสาสะเข้าไปอ่านเห็นรูปพลอยกับธีรเดชกำลังกินข้าวท่ามกลางแสงจันทร์

“เสร็จหรือยังทำไมนานจัง”

“โทษที พี่ใส่เลขผิด แป๊บ… เสร็จแล้ว” เพชรยกมือถือขึ้นเมื่อเห็นว่าเอยทำท่าจะดูหน้าจอมือถือ เขาใช้มือเดียวลบรูปที่พลอยส่งมาอย่างว่องไวก่อนที่จะกดเพิ่มเพื่อนแล้วส่งคืนเอย

“ก็แค่นี้แหละ” เอยเลือกรูปส่งให้เพชร ส่วนเพชรก็รีบส่งรูปรายงานให้ธีรเดชอย่างรวดเร็ว

“วันนี้สนุกจังเลยเนอะ” เอยเริ่มบทสนทนาหลังจากที่เงียบไปนาน

“ฮัดเช้ย!” เพชรจาม

“เป็นหวัดหรือเปล่า”

“ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับแค่คัดจมูก” เพชรยิ้มรู้สึกเสียวสันหลังอย่างไม่รู้สาเหตุ

“พี่เพชร ช่วยต่อห้องอีกคืนได้ไหม เอยยังไม่อยากกลับบ้าน”

“ได้ครับ ผมทำทุกอย่างตามคำสั่งคุณเอยเสมอ ขอแค่คุณเอยอย่าแอบหนีผมก็พอ ผมไม่อยากโดนคุณธีร์ลงโทษ”

“โอเค”

 

@ สวนองุ่น

ธีรเดชและพลอยทานข้าวภายใต้ต้นไม้ใหญ่ แสงไฟจากเสาไม้ที่ปักอยู่ข้างทางสาดส่อง บอดี้การ์ดสองคนยืนอยู่หลังธีรเดชคอยคุ้มกัน ส่วนด้านข้างก็มีคนรับใช้คอยดูแลเรื่องอาหารตามคำสั่ง

“ไม่ต้องคุ้มกันฉันหรอก คืนนี้พอแค่นี้ พวกนายไปพักผ่อนเถอะ สวนองุ่นของคุณพลอยคงไม่มีอันตรายใช่ไหมครับ” ธีรเดชมองพลอยในชุดที่ต่างออกไป

“ใช่ค่ะ พลอยให้คนในบ้านเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว” พลอยยิ้ม เธออยู่ในชุดเสื้อเอวลอยแขนกุดกระโปรงสั้นสีกะปิเข้าชุด

“แต่…” หินพยายามห้าม

“ทำตามฉันสั่ง” ธีรเดชทำหน้าเครียด ในใจของเขารู้สึกขุ่นเคืองที่เพชรไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเขาตลอดทั้งวัน ครั้นจะโทรหาเอยก็ไม่สามารถทำได้ ได้แต่เก็บความอึดอัดไว้ในใจ

“ครับ ไป” หินรับคำก่อนที่จะหันไปหาเพื่อนร่วมงาน โดยมีคนรับใช้ของพลอยพาออกไป

“แย่จังเลยนะคะ พลอยไม่คิดว่าสะพานจะขาด คุณต้องนอนที่นี่ หวังว่าจะไม่กระทบธุรกิจนะคะ” พลอยยิ้ม ภายในใจนึกคิดวางแผนที่จะจับผู้ชายตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา

“ทางถูกตัดขาด ผมต้องนอนที่นี่ นี่ถ้าโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ผมต้องคิดว่ากำลังอยู่ภายใต้เงื้อมมือฆาตกรนะครับ” ธีรเดชพูดพลางยิ้ม

“แหม…ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” พลอยหัวเราะเบา

ติ๊ง!

เสียงโปรแกรมสนทนาของธีรเดชดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดู เห็นคู่หมั้นในชุดว่ายน้ำกับเพชรที่ใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียวถ่ายรูปคู่ด้วยอาการสนิทสนม เขาหน้าเจื่อนเล็กน้อย

“มีอะไรคะ เรื่องงานเหรอ” พลอยเห็นธีรเดชนิ่งไปชั่วครู่จึงถามออกไป

“ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก” ธีรเดชยิ้มแล้วยกไวน์องุ่นขึ้นมาดื่ม ภายในใจกำลังคิดเรื่องของคนอื่น จะว่าสบายใจก็สบายใจอยู่หรอกนะ แต่ทำไมรู้สึกหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้ ทำไมตอนไปเที่ยวกับเราไม่เห็นจะทำท่าทางสนุกแบบนี้เลย รูปคู่ก็ไม่มีสักรูป อยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากชกเพชรขึ้นมาทันที

“คุณโทรไปหาที่บ้านหรือยังคะว่าจะพักที่นี่”

“ไม่ต้องห่วง ยังไงหินก็ต้องโทรไปรายงานเมียที่บ้านอยู่แล้ว ผมไปที่ไหนก็ไม่เคยรายงานใครสักที”

“เหรอคะ คุณยังไม่เข้าใจผู้หญิง ว่าผู้หญิงชอบให้รายงานตลอดว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน”

“จริงหรือครับ ผมจะได้จำไว้” ธีรเดชยกไวน์ขึ้นมาดื่ม

พลอยยิ้มมองของเหลวในแก้วชายหนุ่ม ยังไงคืนนี้ไม่พลาดแน่ หวังว่าวันนี้จะไม่ติดปัญหาเหมือนครั้งก่อน พลอยคอยเสิร์ฟไวน์แก้วแล้วแก้วเล่า ไม่ยอมให้แก้วของเขาว่างเปล่า

ธีรเดชถอดเสื้อนอกออกวางพาดไว้บนโต๊ะเพราะรู้สึกร้อน แล้วคลายเนกไทปลดกระดุมบนสุดออก

“ผมคงง่วงแล้วล่ะ เดี๋ยวขอไปนอนก่อนนะครับ” ธีรเดชลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินสะดุดขาตัวเองล้มลงไป พลอยวิ่งไปประคองให้ชายหนุ่มลุกขึ้น

“เดี๋ยวพลอยพาไปห้องนะคะ”

เมื่อพลอยเดินไปจนถึงหน้าห้องเห็นหินและบอดี้การ์ดอีกคนกำลังนั่งหลับหน้าห้องรอนายอยู่แต่ไกล จึงหันไปพาธีรเดชเข้าห้องตัวเอง

“ไม่ใช่ทางนั้นค่ะ คุณธีร์ ทางนี้ค่ะ” พลอยพาธีรเดชเดินเข้าไปในบ้านไม้สักหลังใหญ่ หญิงสาวเหวี่ยงธีรเดชลงบนเตียง แล้วถอดเนกไทออกวางบนโต๊ะ เปิดไฟสีส้มดวงเล็กให้ดูสลัวเพื่อสร้างบรรยากาศ

“ฉันยอมให้คุณแต่งงานกับเด็กนั่นก็ได้ แต่คุณต้องเป็นของฉันก่อน” หญิงสาวหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงวางไว้บนหัวเตียง ก่อนที่จะลูบหัวชายหนุ่มหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำไป

ตรู๊ด! ตรู๊ด!    ตรู๊ด! ตรู๊ด!   ตรู๊ด! ตรู๊ด!

เสียงมือถือของชายหนุ่มดังขึ้นแต่ไม่มีใครรับ มันถูกปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่มีใครสนใจ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image