บทที่ 3 วิน

บทที่ 3

วิน

/ “ว่ายังไง สัญญาน่ะ” /

/ “^0^/” /

/ “รออยู่” /

เสียงข้อความแช็ตดังขึ้นหลายครั้ง จนเอยซึ่งกำลังเช็ดผมต้องเดินเข้าไปดูมือถือ ให้ตายเถอะนายวิน โตแล้วยังส่งข้อความแบบเด็กน้อยอีก ชวนรำคาญชะมัด

 

อ่านแล้ว

“อ่านแล้วไม่ตอบ รู้จักฉันน้อยไปแล้ว ยัยตัวแสบ” วินนอนบนเตียง ยกมือถืออ่านข้อความในโปรแกรมสนทนา

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ~

รถคันหรูแล่นเข้ามหาวิทยาลัย เอยลงจากรถทันทีที่รถจอดสนิท เมื่อเห็นวินดักรอก็ตกใจ แกล้งมองไม่เห็นทำท่าจะเดินไปทางอื่น

“จะหนีไปไหน ยัยตัวแสบ” ร่างสูงคว้าแขนเอยเอาไว้ทำให้ผู้ถูกกระทำต้องหันกลับมามอง

“มีอะไร” เอยสะบัดแขนตัวเองออกจากวิน

“อ่านไลน์แล้วไม่ตอบ หมายความว่ายังไง จะเบี้ยวเหรอ อย่าคิดนะว่าพี่จะปล่อยไปง่ายๆ” เอยมองปากคู่สนทนาขยับปากอย่างไม่ติดขัด ถึงรู้ว่าเขาหายดีแล้ว

“ไม่เบี้ยวหรอก พรุ่งนี้ก็แล้วกัน เก้าโมง หน้าโรงหนังห้างคอมโบ” เอยรีบตกลงเพราะอยากไปให้พ้นจากคนตรงหน้า

“โอเค” วินยิ้มแล้วเดินออกไป

 

ในขณะเดียวกัน ภายในรถ

อย่าเพิ่งออกรถ!ธีรเดชมองเอยลงจากรถไปสักพักก็เห็นคนแปลกหน้ากำลังสนทนากับคู่หมั้น เขาจึงให้คนขับรถหยุดรอ

“ผู้ชายคนที่ยืนคุยกับคุณเอยคนนั้นเป็นใคร” หินหน้านิ่งพูดเสียงเรียบ

“สงสัยลูกพี่เราต้องกินแห้วแน่” เพชรพูดเสริมทันที แต่ก็หยุดให้ความสนใจคนนอกรถ เมื่อเห็นเจ้านายหันมามอง

“ขอโทษครับคุณธีร์” ทั้งสองก้มหน้า

“หิน เพชร รู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันต้องมาทำหน้าที่นี้ ใครจะไปรักเด็กแบบนั้นได้ลง ออกรถ” ธีรเดชหันกลับไปมองทางข้างหน้าแล้วออกคำสั่ง

ใช่ มันเป็นแค่หน้าที่ แต่ทำไมถึงรู้สึกเจ็บปวด ความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน เอาเถอะ แค่ถูกแย่งของเล่น จะรู้สึกแย่อะไรนักหนา

 

ภายในห้องทำงานของธีรเดช เขานั่งบนเก้าอี้ทำงาน มองเอกสารตรงหน้าแล้วหันไปคุยกับหญิงแก่ผมดำมัดรวบไปด้านหลัง

“บริษัทเรามีบัญชีซ้อนด้วยเหรอ”

“ค่ะ”

“ทำไมผมถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลย” ผู้ถามหน้าเครียด

“ก็คุณนาวาเจ้าของคนเก่าบอกให้ทำแบบนี้ จะได้ลดภาษีไงคะ รายได้บัญชีที่ซ้อนก็ไม่เยอะเท่าไร คงไม่พอให้สรรพากรจับได้หรอกค่ะ” สาวแก่แสดงความคิดเห็น

“ยังไงผมก็ไม่มีวันเชื่อ คนอย่างคุณนาวาไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้เด็ดขาด คงมีอะไรเข้าใจผิด” ธีรเดชเชื่อมั่นในความดีของนายจ้างเก่า

“แต่เป็นคำสั่งของคุณนาวาจริงๆ นะคะ” ฝ่ายบัญชียืนยัน

“จะเป็นไปได้ยังไง ตอนคุณนาวายังไม่เสียชีวิตผมก็อยู่กับคุณนาวาตลอดเวลา” ธีรเดชพูดจริงจัง

“ก็คุณนาวาฝากคุณทรงพลจัดการเรื่องทั้งหมด รวมทั้งเรื่องนี้ด้วย ทุกอย่างที่ออกจากปากคุณทรงพลคือคำสั่งของคุณนาวา การประกาศวันนั้นคุณก็อยู่ เพราะคุณบอกว่าอยู่กับเขาตลอดเวลา” หัวหน้าฝ่ายบัญชีก้มหน้าพูดเสียงเบาด้วยความกลัว

“ผมขอโทษแล้วกันที่ทำให้คุณตกใจ”หนุ่มคิ้วเข้มใช้ความคิดสงบสติอารมณ์ก่อนจะพูด “ต่อไปขอให้คุณทำบัญชีปกติ บัญชีเดียว ผมจะตรวจสอบทั้งหมด”

เห็นทีเขาต้องจ้างบริษัทบัญชีข้างนอกมาช่วยดูเสียแล้ว

 

คอมโบ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ แหล่งรวมวัยรุ่น สินค้าไอที โรงหนัง แฟชั่น และอื่นๆ อีกมากมาย วินยืนรอหน้าโรงหนัง เขายิ้มพอใจเมื่อเห็นเอยมาคนเดียว

“มาตรงเวลาดีนี่”

“ซื้อหนังหรือยัง จะดูเรื่องอะไร” เอยชักสีหน้า

“ยัง รอเอยเลือก” วินยิ้ม

“นายเลือกเลย” เอยตอบทันควันอย่างไม่แยแส ต่อให้หนังสนุกแค่ไหน ถ้าดูกับหมอนี่ก็น่าเบื่อทั้งนั้น

“พี่วิน”

“อะไร” เอยทำหน้าแหยเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มแป้น

“เรียกพี่ว่าพี่วินสิ” วินยื่นใบหน้าขาวเข้ามาใกล้

“บ้าละ ทำไมฉันต้องเรียกด้วย” เอยถอยหลังหนี

“สักวันพี่จะทำให้เธอเรียกแบบนั้นให้ได้”

“ตามใจ” เอยเดินไปเลือกหนังส่วนวินไปซื้อของกิน

 

ความมืดภายในโรงหนังทำให้เอยต้องระวังตัว นั่งกอดอกพยายามไม่สนใจขนมขบเคี้ยวต่อหน้า วินยิ้มเยาะเมื่อเห็นอาการของฝ่ายหญิง

“หนังไม่สนุกเหรอ”

“เปล่า ฉันแค่หนาว” เอยยังคงมองจอภาพ ทั้งที่มันยังอยู่ในช่วงโฆษณา

“กอดแขนฉันไหมจะได้อบอุ่น” วินยิ้ม

“ไม่จำเป็น”

หนังเล่นไปสักพักเอยก็เลิกนั่งกอดอกเพราะความสนุกของหนัง จนกระทั่งเอยรู้สึกถึงความอบอุ่นผ่านฝ่ามือ

เฮ้ย! เอยสะดุ้งเมื่อเห็นธีรเดชมานั่งข้างอีกฝั่งของเธอ สาวแก่นรีบถอนมือออก

“มีอะไรเหรอ” วินถามเอย

“ปะ…เปล่า ยุงมันกัด” เอยแกล้งเกาแขนเกาขาตัวเองจ้าล่ะหวั่น ยกขบวนมาขนาดนี้ แล้วยังแต่งตัวอย่างกับองค์กรชุดดำราวกับจะมายึดโรงหนัง ทางห้างให้เข้ามาได้ยังไง

ธีรเดชยิ้มเจ้าเล่ห์นำแว่นดำมาสวมเช่นเดียวกับผู้คุ้มกันอีกสองคน

 

“หนังจบแล้ว ฉันจะกลับ” เอยพูดทันทีเมื่อไฟสว่างขึ้น ส่วนธีรเดชกับพวกก็แกล้งเดินออกไปก่อน เพื่อให้คู่นัดของเอยไม่ทันได้สังเกต

“ยังเหลือเลี้ยงข้าวอีกนะ จำไม่ได้เหรอ” วินฉีกยิ้ม

“เฮ้อ…” เอยถอนหายใจ แผลก็ไม่ได้อะไรมากมายสักหน่อย แต่ก็ต้องยอมเพราะทำเรื่องไม่เข้าท่าเอาไว้

 

ณ ร้านไอศกรีมภายในห้าง เอยมองเมนูอาหารประกอบไปด้วยอาหารกินเล่นน่ารับประทาน วินจัดเมนูชุดใหญ่เกินที่สองคนจะกินได้หมด จนคู่เดทไม่จำเป็นต้องสั่งเพิ่ม

“เอาสลัดปลาทูน่า สเต๊กเนื้อวัว ไอศกรีมขนาดใหญ่ เครื่องดื่มเอาเป็น นมปั่น แล้วเอยล่ะกินอะไรอีกหรือเปล่า” วินเลือกอาหารในเมนูแล้วหันไปถามเอย

“ฉันเอา…โกโก้ปั่น” เอยเลือกเมนูที่คู่หมั้นเก่าชอบทาน ทำยังไงก็ลืมไม่ได้ ความรักของเธอกับนาวามันตราตรึงเกินกว่าใครจะเข้าใจ

“น้องเอย!” วินพูดพร้อมกับตบมือเรียกสติ

“มีอะไรเหรอ”

“พี่เห็นเอยนั่งตาลอยน่ะ กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ”

“เอ่อ…คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” เอยกลอกตาไปมา

“เอยเห็นพวกคนที่เพิ่งเข้ามาหรือเปล่า” วินเอามือป้องปาก

“ไหน”

“พวกคนที่ใส่สูทดำนั่นน่ะ ดูน่ากลัวแต่กลับสั่งไอศกรีม แปลกดีเนอะ” วินยิ้มหัวเราะแล้วเอามือลงหันไปสนใจอาหารที่พนักงานกำลังยกเข้ามา

“…” เอยหันมองรอบ เห็นธีรเดชกับพวก นี่ยังไม่เลิกตามอีก ว่างนักหรือไง

“ช่างเขาเถอะ” เอยแกล้งทำไม่สนใจ ‘หรือว่าตาขี้เก๊กจะกลัวว่าเราจะมีแฟนก็เลยตามติด ดีเลยแกล้งให้ตานั่นหัวร้อนดีกว่า’

“ปกติวันหยุดน้องเอยทำอะไรเหรอ” วินทำลายความเงียบด้วยการชวนคุย

“ก็อยู่บ้านน่ะ แล้วพี่วินล่ะคะ” เอยแสร้งพูดไพเราะทั้งที่ในใจรู้สึกอยากอ้วก

“เมื่อกี้เอยเรียกพี่ว่ายังไงนะ”

“พี่วิน” เอยทวนคำ

“ดีใจจัง” วินยิ้มตาตี่ ในขณะที่ธีรเดชรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเห็นทั้งคู่เข้ากันได้ดี ส่วนลูกน้องก็พากันหัวเราะคิกคักท่ามกลางสายตาคนในร้าน

 

เวลาผ่านไป อาหารตรงหน้าที่เคยมีก็หมดไปเหลือเพียงจานว่างเปล่า

“ไม่เป็นไร แค่เอยมาเป็นเพื่อนเที่ยวพี่ก็ดีใจแล้ว” วินจ่ายเงินให้พนักงานก่อนที่จะพากันเลือกซื้อของภายในห้างจนถึงเย็น ทำเอาพวกที่ตามมาหมดพลังไปเยอะเหมือนกัน

“เอยกลับก่อนนะ”

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง พี่เอารถมา”

“ไม่ดีกว่า เราเพิ่งรู้จักกัน เอยยังไม่อยากให้ใครเข้าบ้าน” เอยพูดไปอย่างนั้น แท้จริงแล้วเธอไม่อยากให้วินตอแยมากกว่า

“เหรอ ถ้างั้นระวังตัวด้วยนะ ถึงบ้านอย่าลืมส่งข้อความว่าถึงบ้านแล้วด้วย พี่จะได้ไม่ต้องห่วง”

“ค่ะ พี่วิน” เอยตอบ วินจึงเดินออกไป

เมื่อธีรเดชและพวกเห็นวินลับตาไปแล้วจึงออกมาจากที่ซ่อน

“นายนั่นเป็นใคร” ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก

“ทำไมฉันต้องบอกด้วย” เอยหยุดเดิน

“ฉันต้องรู้ความเคลื่อนไหวของคู่หมั้นสิ” ธีรเดชเอามือซุกกระเป๋ากางเกง

“พี่รหัสที่มหาวิทยาลัย” เอยเสียงเข้มเช่นเดียวกับอีกฝ่าย

“เป็นแค่พี่รหัสทำไมต้องนัดมาดูหนัง แฟนหรือไง”

“เออ” เอยเบือนหน้าหนี

“แล้วเขารู้หรือยังว่าเธอมีคู่หมั้นแล้ว”

“จะรู้หรือไม่รู้ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะสุดท้ายฉันก็ต้องแต่งงานกับนายอยู่ดี” เอยเดินนำไปก่อน

“จำหน้าที่ของตัวเองให้ได้ก็แล้วกัน” ธีรเดชพูดด้วยอารมณ์ขุ่นมัวแล้วเดินตาม หินส่ายหน้าในขณะที่เพชรยักไหล่แล้วตามนายจ้างไป

 

ธีรเดชและเอยเงียบตลอดเส้นทางราวกับว่าทั้งคู่กำลังเล่นเกมใครพูดก่อนคนนั้นแพ้ บรรยากาศชวนอึดอัดกลับมาอีกแล้ว

“คุณธีร์ มีมอเตอร์ไซต์ขับตามมาสักพักแล้วครับ” คนขับมองอีกฝ่ายผ่านกระจกข้างพูดด้วยน้ำเสียงหนักใจ

“ลองเลี้ยวทางข้างหน้า” ธีรเดชพูดก่อนที่จะเอาปืนออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทเช่นเดียวกับผู้คุ้มกัน

คนขับรถทำตามคำสั่งอย่างใจเย็น พวกเขาไม่ประมาทแม้ว่าจะเป็นถนนสี่เลนและคนพลุกพล่าน

“มันตามมา” หินบอดี้การ์ดมือขวาพูด

เอยตกใจเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของคนในรถแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มือหนาโอบเธอเอาไว้ราวกับโล่ใช้ปกป้อง

“ชะลอรถ” ธีรเดชพูดอย่างใจเย็น แตกต่างจากเอยที่กำลังตื่นตระหนก

“สถานการณ์คับขันแบบนี้นายจะยังจะให้ชะลอรถเหรอ”

มอเตอร์ไซต์เร่งรถจนถึงระนาบข้าง

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

คนซ้อนมอเตอร์ไซต์กระหน่ำกระสุนเข้ากระจกไม่ยั้งก่อนที่จะบิดเครื่องยนต์หนีไป หินเปิดประตูรถได้โอกาสทำท่าจะยิงตอบโต้

“อย่า เดี๋ยวถูกคนอื่นเข้า”

“ครับนาย” บอดี้การ์ดเก็บปืนเช่นเดียวกับทุกคน

“ไม่เป็นไรใช่ไหม”

เอยได้ยินเสียงปืนหลายนัดและไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรน่าอายไปบ้าง พอรู้ตัวอีกทีเธอก็กำลังซบลงบนอกธีรเดชซะแล้ว

“ไม่เป็นอะไร” เอยผละตัวเองออกจากธีรเดชแล้วจัดผมเสื้อผ้าให้เข้าทรง

“สงสัยต้องเปลี่ยนกระจกซะแล้ว” ธีรเดชมองกระจกรถมีรอยร้าวจากด้านในก่อนที่จะทำท่าลงจากรถ แต่ถูกเอยดึงแขนไว้เสียก่อน

“…” เอยพูดอะไรไม่ออก เพราะมือมันเอื้อมไปคว้าเขาไว้เอง

“ไม่อยากให้ฉันออกไปเหรอ” ร่างสูงยิ้ม คนบ้าอะไรเพิ่งผ่านความเป็นความตายมาแท้ๆ ยังทำท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“นายไปทำอะไรให้ใครไม่ชอบหรือเปล่า” เอยหน้าเครียด

“เป็นห่วงฉันเหรอ”

“เปล่าสักหน่อย ฉันกลัวจะติดร่างแหมากกว่า” เอยทำแก้มตุ่ย

“ถ้าฉันตายไปสักคน พินัยกรรมจะเป็นยังไงนะ”

“อย่างนายไม่ตายง่ายๆ หรอก” เอยหน้าแดง ธีรเดชสังเกตเห็น ทั้งคู่มองตากัน จนสองบอดี้การ์ดที่กลับมานั่งเบาะหลังก็คอยลุ้นว่าจะเป็นยังไงต่อไป แต่ก็ต้องอารมณ์บูดเมื่อได้ยินลุงคนขับพูดขึ้น

“แล้วจะเอายังไงดีครับ จะตามมันไปหรือกลับบ้าน” คนขับมองกระจกหลังเห็นสองผู้คุ้มกันส่งรังสีอำมหิต “ผมคงไม่ได้พูดอะไรผิดนะ”

“ออกรถ กลับบ้าน” ธีรเดชถอนใจแล้วสั่ง

 

เอยวางของทั้งหมดลงบนเตียง นึกถึงเหตุการณ์หวาดเสียวที่เพิ่งเกิดขึ้น มันมีความรู้สึกสับสนไปหมดทั้งโล่งใจ ทั้งเป็นห่วง ผสมปนเปไปหมด

ธีรเดชคือบอดี้การ์ดอันดับหนึ่งของนาวาเธอรู้แค่นั้น สมัยก่อนทุกครั้งที่พบก็มองว่าเขาเป็นก้อนหินก้อนหนึ่ง เป็นเงาตามตัวของนาวา แต่ทำไมถึงรู้สึกโล่งใจตอนที่เขาปลอดภัยด้วยนะ เขาก็แค่คนหนึ่ง ที่จำเป็นต้องดูแลทรัพย์สมบัติของทุกคน

ช่างมัน เลิกคิดเรื่องไร้สาระได้แล้ว

เอยพยายามอยู่กับปัจจุบัน ก่อนที่จะได้ยินเสียงข้อความแช็ตของวิน

/ “ถึงบ้านหรือยัง” /

“ถึงแล้ว” เอยพิมพ์กลับไป

/ “ ^_^ ” / ส่งสัญลักษณ์ปัญญาอ่อนมาอีกแล้ว

 

ธีรเดชอาบน้ำโดยใช้ฝักบัว สมองพลันหวนคิดถึงใบหน้าแดงของคู่หมั้นแล้วยิ้มก่อนที่จะสลัดหัวให้ภาพทั้งหมดจางหายไป

“บ้าน่า เลิกคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้ว”

 

วันต่อมา~

ภายในห้องเรียนเอยหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ส่วนมิ้นเข้ามานั่งด้านข้างเริ่มเปิดบทสนทนาก่อน

“เดทเป็นยังไงบ้าง” มิ้นมองตาเอยด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ก็ดี” เอยตอบด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย

“อ้าว! ไม่มีอะไรที่มันตื่นเต้นเลยเหรอ อย่างเช่นศึกชิงรักหักสวาท อุ้ย!” มิ้นทำท่าปิดปากตัวเองเหมือนกับว่าเพิ่งพูดเรื่องที่ไม่ควรพูดออกไป

“เดี๋ยวนะ… หรือว่าเธอโทรไปบอกตาขี้เก๊ก” เอยมองบนใช้ความคิดชั่วครู่ แล้วหันมาตำหนิเพื่อน มิ้นทำหน้าแหยพยักหน้ารับแทนคำตอบ

“ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ”

“ก็ฉันเป็นห่วงเธอ ถ้าตาวินนั่นทำรุ่มร่ามหรือใส่ยานอนหลับให้เธอจะทำยังไง” มิ้นก้มหน้างุด

“อ่านนิยายมากไปหรือเปล่า”

“ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นจริงๆ จะทำยังไง” มิ้นโผกอดเอยแนบแน่นจนผู้ถูกกระทำแทบหายใจไม่ออก

“ก็… นี่ฉันต้องขอบใจเธอใช่ไหม” เอยทำท่าจะปฏิเสธว่าตัวเองสามารถดูแลตัวเองได้ แต่ก็ฉุกคิดเห็นด้วยว่านายวินก็เป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจเหมือนกัน

“ถูกต้องแล้ว” มิ้นเลิกทำหน้าสลดแล้วยิ้มแป้น

“ฝันไปเถอะ แล้วนี่เธอเลิกกลัวตาขี้เก๊กแล้วเหรอ”

“เพื่อเพื่อนฉันก็เลยลืมความกลัวไปหมดเลย เออ แต่คู่หมั้นเธอถามอะไรแปลกๆ ด้วย” มิ้นคลายอ้อมกอด

“ถามว่าอะไร” เอยถามทันควัน

“ก็ถามว่า… ฉันเป็นอะไรกับเธอ ฟังน้ำเสียงเหมือนว่าจะหึงเธอกับฉัน”

“บ้าแล้ว”

“ฉันว่าคุณธีรเดชคงชอบเธอจริงๆ แล้วล่ะ ถึงขนาดหึงผู้หญิงด้วยกัน มันไม่ธรรมดาแล้ว”

เอยคิดถึงเหตุการณ์ในรถเมื่อวาน เป็นไปไม่ได้ ตาขี้เก๊กทำไปเพราะพินัยกรรมเท่านั้น

 

ธีรเดชนั่งอยู่ในบริษัทตรวจสอบเอกสารในห้องทำงานอย่างใจเย็น แล้ววางแฟ้มทั้งหมดกองไว้บนโต๊ะ แล้วมองกระดาษขนาดเล็กที่แปะติดไว้กับบนโต๊ะ มันคือตารางเรียนของเอยที่มิ้นส่งมาให้เมื่อวานผ่านอีเมล

“พวกนายว่า ฉันควรจะไปงานครบรอบของชิปปิ้งไหม” ธีรเดชถามสองบอดี้การ์ด

“ผมว่าไปก็ดีนะ จะได้รู้ว่า พวกนั้นจะมาไม้ไหน” หินหน้าเครียด

“ผมว่าเดาไม่ยาก คงคิดจะจับนายแน่นอน” เพชรยิ้มเจ้าเล่ห์

“คิดมากไปหรือเปล่า” หินถามเพื่อนบอดี้การ์ด

“หินจำตอนที่นายยังเป็นการ์ดมือขวาให้คุณนาวาได้ไหม” เพชรพูด

ธีรเดชนึกถึงตอนที่อารักขานาวาในบริษัทช่วงปีใหม่ พลอยทำท่าตีสนิทนาวาแต่นาวาไม่สนใจ และขณะเดียวกันในความคิดของเธอในตอนนั้น ธีรเดชเป็นตัวเกะกะขวางทาง เพราะที่ไหนมีนาวา ที่นั่นต้องมีธีรเดช แต่ก็มีช่วงหนึ่งที่เขาต้องแยกห่างกันสักพัก แต่ถึงอย่างนั้นธีรเดชก็แอบไปคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา

“ที่คุณพลอยตีสนิทกับคุณนาวาล่ะสิ” หินตอบ

“โอเค ฉันคิดว่าเย็นนี้ควรไป เธอคนนั้นจับฉันไม่ได้หรอก ก็มีพวกนายและเอยตั้งสามคน” ธีรเดชยิ้ม

 

ใต้ร่มไม้ใหญ่ เอยและมิ้นนั่งรอคนมารับที่ม้านั่งประจำ

“เอย ฉันไปก่อนนะ” มิ้นพูดเมื่อเห็นรถมารับ

“อือ” เอยพยักหน้ามองมิ้นเดินตรงไปขึ้นรถเป็นเวลาเดียวกับที่รถสีดำคันยาวมารับพอดี

“ทำไมวันนี้มารับเร็วจัง” เอยถามคนขับรถทันทีที่เข้ามาในรถสายตามองที่นั่งผู้โดยสารอันว่างเปล่า

“คุณธีรเดชให้มารับครับ”

“ดีเลย เอยอยากรีบกลับบ้าน”

“เย็นนี้มีงานเลี้ยงครบรอบบริษัทชิปปิ้ง คุณธีร์อยากให้คุณเอยไปร่วมงานด้วย” คนขับพูดแล้วเริ่มออกรถ

“ใครอยากจะไป งานที่มีแต่คนแก่” เอยแก้มตุ่ยนั่งกอดอก

“อันที่จริงคุณธีร์ไม่ได้บังคับให้ไป แต่ผมคิดว่าคุณหนูควรไปปกป้องนาย” คนขับพูดพลางมองทางไปด้วย

“อย่างตาขี้เก๊กก็มีพี่เพชรพี่หินดูแลอยู่แล้วนี่” เอยพูดถึงผู้คุ้มกันสองคน

“แต่ถ้าคุณธีร์เจอสาวสวย อาจจะตกหลุมพรางสั่งให้สองคนนั้นไปไกลๆ ก็ได้ และก็อาจจะถูกฆ่า”

“จริงสิ ตานั่นยิ่งหื่นอยู่ด้วย” เอยคิดถึงหนังลามกในโน้ตบุ๊ก

“หื่น?” ผู้พูดตกใจเล็กน้อย แอบคิดว่าเอยกับคู่หมั้นพัฒนาความสัมพันธ์กันไปต่อไหนถึงไหน

“ช่างมันเถอะค่ะ ถ้าอยู่ในงานก็คงไม่เป็นไร”

“แต่ว่า ตอนนี้คุณธีร์กำลังถูกปองร้าย และก็ทำท่าจะเลิกติดต่อธุรกิจกับบริษัทนี้ด้วย อีกอย่าง คุณพลอยก็ทำท่าจะจับ…”

“ใครคือพลอย” เอยถามเสียงแข็ง

“เจ้าของบริษัทชิปปิ้ง”

“ก็แค่เจ้าของกิจการ” เอยโล่งอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่เพื่อนสนิทหรือแฟนเก่า

“แล้วคุณเอยจะไปไหมครับ”

“ไปก็ได้ อยากรู้ว่าผู้หญิงแบบไหนที่คิดจะมาจีบหมอนั่น” เอยนั่งกอดอก คนขับรถยิ้มเล็กน้อย

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image