บทที่ 6 จัดการ

 

บทที่ 6

จัดการ

@โรงแรม

ท้องฟ้าใกล้มืด รถสีดำคันยาวแล่นเข้าไปยังอาคารจอดรถซึ่งก่อตั้งติดกับโรงแรม

“เป็นอะไรไป เห็นบึ้งตึงตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” ธีรเดชคว้าแขนเมื่อเห็นเอยกำลังจะลงจากรถ

“ไม่ได้หงุดหงิดอะไรสักหน่อย” เอยทำลอยหน้าลอยตากลับมานั่งตามเดิม

“ก็แล้วไป นึกว่าหึง” ธีรเดชดับเครื่องยนต์

“เปล่าสักหน่อย” เอยลงจากรถเช่นเดียวกับธีรเดชก่อนที่จะเดินนำ

‘เมื่อไรยัยตัวแสบจะเลิกนิสัยแบบนี้นะ’ ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วเดินตามไป ชั้นจอดรถนี้มีสะพานต่อเชื่อมกับตัวตึกของโรงแรมทำให้ไม่ต้องเสียเวลาลงอาคารจอดรถให้เหนื่อย

เอยและธีรเดชยืนรอลิฟต์ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เอยจึงเห็นหนุ่มหล่อหน้าขาวยืนอยู่คนเดียว

“วิน!”

“เอย สวัสดีครับคุณลุง” วินเรียกเอยก่อนที่จะยกมือไหว้ธีรเดชซึ่งกำลังยืนทำหน้าเข้มอยู่

“คราวหลังเรียกชื่อดีกว่านะ ชั้นสิบเอ็ด” ธีรเดชพูดเสียงเรียบพลางเดินเข้าไปในลิฟต์เหมือนกับเอย

“ครับ” วินกดปุ่มตามคำสั่ง

“นายมาที่นี่ได้ยังไง” เอยถามด้วยความสงสัย ถ้ารู้จากมิ้นก็ไม่น่าใช่เพราะเธอก็ยังไม่รู้ว่าเพื่อนจะมาเที่ยวกับพนักงานบริษัท

“จะสืบคนดังอย่างเอยมันจะยากแค่ไหนกันเชียว”

“นายก็พูดเกินไป นี่นายพักชั้นสิบเหรอ” เอยสังเกตปุ่มกดเรืองแสงตรงหน้า

“ต่างกันชั้นเดียวอย่างกับนัดกันไว้” ธีรเดชยิ้มเบาด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย สายตามองตัวอักษรที่กำลังวิ่งไปชั้นต่อไปเรื่อยๆ ราวกับว่าอยากจะออกจากลิฟต์ไวๆ

“แหม ผมจะรู้ได้ยังไงว่าพวกคุณจะเช็กอินห้องไหน มันคงจะเป็นพรหมลิขิตนะครับ ถึงชั้นแล้ว ไปล่ะนะ แล้วพี่จะไลน์ไปหา” วินยิ้มแล้วออกจากลิฟต์ไป

“ได้ คิดว่าฉันนัดนายวินมาที่นี่เหรอ” เอยตอบรับวินแล้วกอดอกขมวดคิ้วเมื่อลิฟต์ปิด

“ทำไมฉันจะคิดแบบนั้นไม่ได้” ธีรเดชเดินออกจากลิฟต์เมื่อถึงจุดหมาย

“อย่าบอกนะว่านายกำลังหึงฉันน่ะ” เอยเดินตามออกมาคาดคั้น

“ไม่รู้สิ แต่ที่รู้ๆ ฉันไม่ชอบใจ แต่ถ้าเธออยากรู้ว่าฉันคิดยังไงก็เข้ามาในห้องด้วยกันสิ ฉันจะได้พิสูจน์ความจริง” ธีรเดชไขกุญแจเปิดประตูห้อง แล้วหันไปมองเอยซึ่งยืนอยู่ข้างๆ

“ตาบ้า” เอยรีบถอยแล้วหันไปเปิดห้องตัวเองแล้วรีบเข้าไปก่อนจะปิดประตู

 

ภายในห้องของโรงแรมเครื่องเรือนทำด้วยไม้สีน้ำตาลอ่อน ตรงพื้นมีผ้าขนหนูที่เขียนข้อความต้อนรับดูแล้วเป็นผ้าเช็ดเท้าที่ไม่กล้าเหยียบ

ธีรเดชเปิดไฟเปิดแอร์วางของในกระเป๋าเสื้อและกางเกงของตัวเองลงบนที่นอนสีขาวก่อนที่จะล้มตัวลงบนเตียง

ตรู๊ด!

“เพชร”

เสียงเรียกเข้ามือถือดัง ธีรเดชรีบควานหาจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูชื่อแล้วกดรับสาย

/“เดทเป็นยังไงบ้างครับคุณผู้ชาย”/ ปลายสายพูดทันที

“น้ำเสียงร่าเริงแบบนี้ท่าทางขาของนายคงจะหายดีแล้วสินะ”

/“โหย..นาย ผมไม่ได้ใช้ขาพูดสักหน่อย แล้วเป็นยังไงบ้าง”/ เพชรพูดอย่างคนสนิทสนม แน่นอนล่ะ เพราะแต่ก่อนเขาก็เป็นบอดี้การ์ดเหมือนกัน เส้นคั่นระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างจึงแทบจะไม่มี แต่ก็ยังคงเหลือความเคารพดังเช่นแต่ก่อน

“ยุ่ง”

/“เอาน่านายเล่ามาเถอะ คิดจะมีเมียเด็กมันก็ต้องเหนื่อยกันหน่อยผมจะบอกเคล็ดลับให้เอาไหม”/

“เคล็ดลับอะไร”

/ “ในระหว่างที่นายวินไม่อยู่ นายก็ใช้โอกาสนี้รวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัวคุณเอยซะเลยดีไหมครับ” /

“จะบ้าหรือไงลูกเขามีพ่อมีแม่” ธีรเดชหน้าแดงพูดเสียงดัง

/ “ผมล้อเล่นน่ะ อยู่ที่นั่นต้องทำคะแนนให้ได้นะครับ” /

“คงไม่ได้หรอก เพราะนายวินก็มาที่นี่ด้วย”

/ “วินก็อยู่ที่นั่นด้วย!  รุกหนักมาก นายก็ต้องระวังคุณเอย อย่าให้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง เกาะติดคุณเอยได้ยิ่งดี” / ปลายสายตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะเบาเสียงลง

“เพชรคิดว่าวินจะทำอะไรเอย” ธีรเดชพูดเสียงเข้ม

/ “ทำไม่ทำไม่รู้ แต่ที่แน่ นายนั่นต้องทำคะแนนชัวร์ อันที่จริงผมอยากบอกนายมานานแล้วว่า นายต้องเข้าไปในโลกของคุณเอยบ้าง” /

“นายหมายถึงอะไร” ธีรเดชขมวดคิ้วลุกขึ้นนั่ง

/ “นายครับ เด็กสมัยนี้เป็นเด็กที่โตมากับเทคโนโลยี นายก็ลองเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างเช่นพวกเฟสบุ๊ก ไลน์ นายก็ควรจะหัดเล่นนะ” /

“เล่นแล้วจะได้อะไร ไร้สาระ” ชายหนุ่มส่ายหน้า

/ “นาย โลกหมุนไปทุกวัน ประโยชน์มันก็มี นายรู้เปล่า ในเฟสบุ๊กสามารถกำหนดสถานการณ์เป็นแฟนกันได้ด้วย นายต้องขอเป็นแฟนแล้วให้คุณเอยกดรับ ลองดูนะนาย” /

“มันทำได้ขนาดนั้นเลยเหรอแล้วมันทำยังไง”

/ “ถามอากูเกิลเลยบอกทุกเรื่อง อย่าลืมนะนาย อยู่ใกล้ๆ คุณเอยเข้าไว้ โชคดีนะครับ” /

ธีรเดชใช้เวลาครุ่นคิดหลังจากปลายสายวาง จริงสิ เมื่อครู่เห็นว่าจะส่งไลน์หากัน ถ้าพวกเข้าส่งข้อความไปนัดกันข้างนอกเขาจะทำยังไง ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันโอกาสที่จะขัดขวางไม่ให้พบกันมันก็ยิ่งยากมากขึ้น

“ไม่น่าจองห้องให้ยัยตัวแสบเลย”

 

@ทางด้านเอย

‘กริ้ง!’

“นายมีธุระอะไรมิทราบ” เอยเปิดประตู

“ให้ฉันเข้าไปหน่อยสิ” ธีรเดชพูด

“จะบ้าเหรอนายเป็นผู้ชาย ฉันเป็นผู้หญิง จะอยู่ในห้องสองคนได้ไง นายไปเถอะ ฉันอยากพักผ่อน”

“ถ้างั้นหนึ่งทุ่มเราไปกินข้าวกัน สองคนนะ ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” ธีรเดชยิ้ม เวลาแค่หนึ่งชั่วโมงคงไม่เพียงพอให้สองคนนั้นนัดพบกัน

“ได้สิ” เอยปิดประตูก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงสีขาว

 

@ร้านอาหารริมทะเล ซึ่งอยู่ข้างโรงแรม

เสียงน้ำทะเลปะทะชายหาด เอยกับธีรเดชนั่งทานอาหารในร้านเรือนไม้

“นายมีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยกับฉัน” เอยพูดก่อนที่จะตักผัดฉ่าเข้าปาก

“เอย คือ…เธอ…ช่วยสมัครเฟสสมัครไลน์ให้ฉันหน่อยสิ” คำพูดอ้ำอึ้งของธีรเดชทำให้เอยต้องหยุดกินและตั้งใจฟังเขา แต่เมื่อชายหนุ่มพูดจบเธอจึงรู้สึกผ่อนคลาย

“เรื่องแค่นี้เอง ทำอย่างกับจะคุยเรื่องปัญหาระดับชาติ เอามือถือมาสิ” เอยหงายมือชายหนุ่มจึงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมาให้

“ปลดล็อกด้วย” เอยทำท่ายื่นมือถือคืนแต่ชายหนุ่มกลับบอกรหัสแทนเธอจึงดึงมือกลับ

“ตัวเอ็นใหญ่”

“นายจะใช้ชื่อว่าอะไร แต่ฉันว่านายควรใช้ชื่ออื่นนะ เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิด” เอยพูดพลางกดมือถือ

“มิสเตอร์ที นาวากรุ๊ป ละกัน” ธีรเดชใช้ความคิดชั่วครู่ก่อนที่จะตอบ

เอยใช้เวลาตั้งค่าและสมัครสิบนาทีแล้วยื่นมือถือคืนเจ้าของ

“เธอเป็นแฟนฉันได้ไหม ฉันหมายถึงแฟนในเฟสน่ะ”ธีรเดชถาม

“คงไม่ได้ ก็นายไม่ได้เป็นแฟนฉันจริงๆ หนิ” ธีรเดชแสดงสีหน้าผิดหวังแต่ก็แสดงสีหน้าดีขึ้นหลังเอยพูดจบ

“หวังว่าจะไม่มีใครขึ้นสถานะแฟนกับเธอนะ”

“นายกลัวฉันจะทำให้นายเสียชื่อเหรอ ฉันไม่สิ้นคิดอย่างนั้นหรอกน่า” เอยทานได้สักพัก พลอยก็เดินเข้ามา

“สวัสดีค่ะคุณธีรเดช มาทานร้านนี้ด้วยหรือคะ ไม่เห็นชวนพลอยมาเลย”

“ทานด้วยกันสิครับ” ธีรเดชชวนนั่งตามมารยาท

“พลอยไม่เกรงใจนะคะ” พลอยนั่งลงบนเก้าอี้ข้างธีรเดช เอยแอบไม่พอใจ ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะมา ที่ตรงนั้นไม่มีทางว่างแน่

“คุณพลอยมาคนเดียวหรือครับ ทำไมไม่ชวนเพื่อนมาด้วย”

“พอดีเพื่อนพลอยมีธุระรีบกลับน่ะค่ะ พลอยกำลังสนุกและไม่อยากเสียค่าที่พักฟรีก็เลยอยู่ต่อ” พลอยยิ้ม

“คุณพลอยสั่งอะไรเพิ่มก็สั่งเลยนะครับ” ชายหนุ่มพูด เอยรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันขอตัวก่อนนะ พอดีฉัน…ฉันปวดท้องน่ะ ขอตัวนะคะ” เอยลุกขึ้น

“เดี๋ยวฉันไปส่ง” ธีรเดชรู้สึกเป็นห่วง

“นายอยู่กับคุณพลอยเถอะ” เอยเดินออกไปอย่างรวดเร็วทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าเธอแกล้งป่วยหรืออาจจะกำลังหึง

 

@เอย

‘เชอะ ทำมาเป็นขอแฟนในเฟส เดี๋ยวก่อน! ถ้าเราออกมาแบบนี้ยิ่งเข้าทางสองคนนั้นไปกันใหญ่ กลับดีกว่า แต่ ทำไมฉันจะต้องสนใจสองคนนั้นด้วย’ เอยเดินออกมาสักพักก่อนที่จะหยุดทำท่าจะเดินกลับแต่ก็เปลี่ยนใจหมุนตัวกลับที่เดิมจึงพบกับวิน

“เอย ทำไมไม่ตอบไลน์” วินในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีเขียวกางเกงยีนขายาวเดินเข้ามาทักทาย

“พอดีฉันยังไม่ได้ซื้อสัญญาณอินเทอร์เน็ตน่ะ” เอยพูดแต่กลับมีเสียงข้อความแชทดังขึ้น

‘ติ้ง!”

“ว่าไง แล้วเสียงเมื่อกี้ล่ะ”

“ก็…” เอยพูดกับวิน โดยที่ไม่รู้ว่ามีคนเดินตามมา

 

@ทางด้านธีรเดช

“ที่แท้ นัดกับนายวินนี่เอง” ธีรเดชเดินกลับไปยังโต๊ะอาหารอย่างไม่พอใจ

“เป็นอะไรไปคะ ดูหงุดหงิดจัง” พลอยถาม

“น้องขอเหล้าหน่อย ไม่มีอะไรหรอกครับ เรื่องครอบครัวน่ะ” ธีรเดชเรียกเด็กเสิร์ฟก่อนที่จะตอบคำถาม

“ถ้ามีอะไรให้พลอยช่วยก็บอกได้นะคะ” พลอยยิ้มอ่อนแต่ในใจแฝงความเจ้าเล่ห์ไว้ ‘พลอยจะช่วยทำให้คุณสบายจนลืมเรื่องครอบครัวไปเลยค่ะ คุณธีรเดช’

 

@ทางด้านเอย

“เอาจริงๆ นะ ฉันไม่ได้ชอบนาย อย่าพยายามเลย ไม่สำเร็จหรอก คนไม่รักก็คือไม่รัก และฉันก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย” เอยพยายามพูดให้ชัดเจน

“พี่ไม่เชื่อ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ แล้วเอยก็ยังไม่มีแฟน พี่ก็ยังมีสิทธิ์” วินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“นายรู้ได้ยังไง” เอยถามทันควัน

“รู้สิ วันที่เราไปเที่ยวกัน ไม่เห็นเขาจะทำท่าขัดขวางเลย ถ้าเป็นแฟนกันจริงก็ต้องมาขวางแล้ว” วินอธิบาย ทำให้เอยได้รู้ว่าอีกฝ่ายรู้ดีถึงความสัมพันธ์ของเธอและคู่หมั้นแต่ไม่ได้พูดออกมา

“ฉันเหนื่อย ขอตัวแล้วกัน” เอยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงรีบเดินเข้าที่พัก ปล่อยให้วินยืนไม่พอใจอยู่ตรงนั้น

 

เอยใช้เวลาสงบสติอารมณ์ด้วยการดูทีวีในห้องนอนจนรายการจบ เธอหยิบมือถือมาดูเวลาซึ่งผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจจึงโทรไปหาแต่ก็ถูกตัดสายทิ้งยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิด จึงเดินไปกดกริ่งห้องข้างแต่ไม่มีคนออกมาต้อนรับ

‘หรือว่าตาขี้เก๊กยังไม่กลับห้อง’

 

@ร้านอาหาร

แม้ว่าธีรเดชจะดื่มไปหลายแก้วเขาก็ยังคุมสติได้ ทำให้พลอยต้องชงเหล้าให้แล้วแอบใส่ยาลงไปในแก้วอย่างแนบเนียน

“ฉันว่าคุณเริ่มเมาแล้วล่ะ”

“พูดเป็นเล่น” ธีรเดชยิ้ม

สาวหวานยื่นแก้วเหล้าให้ธีรเดช อีกฝ่ายทำท่าจะรับมันแต่ไม่ไวเท่าเอย เธอแย่งแก้วเหล้ามาดื่มจนหมดไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตกตะลึงของพลอยและธีรเดช สาวแก่นเห็นเหล้าเหลือครึ่งขวดจึงยกขวดกินเพียวโดยไม่อาศัยโซดาน้ำแข็ง

ธีรเดชเห็นท่าไม่ดีจึงรีบดึงเหล้าออกจากมือเอยทำให้เหล้าบางส่วนหกใส่เสื้อ

“ขอโทษนะครับ ผมขอตัวพาเอยไปพักผ่อนก่อน” ธีรเดชรีบดึงมือเอยออกไปจากที่นั่น

“ค่ะ” พลอยแสร้งยิ้ม แต่เมื่อเห็นทั้งคู่เดินลับตาไปเธอจึงกำหมัดแน่นด้วยความโมโห “ยัยเด็กบ้า”

 

ธีรเดชดึงแขนเอยพากันออกไปจนพ้นสายตาของคนรู้จัก

“ทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า” เขาพูดเสียงดัง

“ทำไม ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้นเหรอถึงกินได้” เอยสะบัดแขนออกแล้วตะโกนกลับก่อนที่จะรู้สึกเวียนหัว ธีรเดชเดินเข้าไปประคองโดยที่อารมณ์ยังคงคุกรุ่นอยู่ แต่เอยก็ปัดแขนเขาแต่เดินไม่กี่ก้าวก็ล้มลง

“กินไปขนาดนั้นจะเดินไหวได้ไง” ธีรเดชลดน้ำเสียงลงดึงแขนเอยขึ้น

“ปล่อยฉัน” เอยยังคงขัดขืนแต่แรงน้อยกว่าตอนแรก

“อย่าดื้อเลยน่า” ธีรเดชเข้าไปอุ้มเอย

“ปล่อยฉัน”

 

ธีรเดชหยุดตรงหน้าห้องเอยก่อนที่จะควานหากุญแจห้องจากกระเป๋าเสื้อนอกของหญิงสาว เขาเข้าไปในห้องวางเอยลงบนเตียง

เอยซึ่งอยู่ในอาการสะลึมสะลือคว้าหมอนเข้ามากอด

ธีรเดชหันไปดูตู้เสื้อผ้าซึ่งทำด้วยไม้สีน้ำตาลอ่อนสร้างทะลุเข้าไปในกำแพงซึ่งถ้ามองจากภาพนอกก็เหมือนกับประตูหนึ่งบาน

ชายหนุ่มพบเสื้อผ้าของเอยแขวนเอาไว้ จึงเลือกเสื้อยืดมาหนึ่งตัว เขาเอาหมอนข้างออกจากตัวเอย ถอดเสื้อนอกออกก่อนที่จะปลดกระดุม

“ทำไมมันร้อนแบบนี้นะ” เอยพูดทำให้ธีรเดชหยุดชั่วครู่

‘ยัยบ้าเอ๊ย มีใครพูดแบบนี้กับผู้ชายที่กำลังจะถอดเสื้อของตัวเองกัน’ ชายหนุ่มคิดแล้วใช้มือสั่นเทาปลดกระดุมต่อ เขาปาเสื้อลงบนตะกร้าหวาย

โชคดีที่เอยใส่เสื้อกล้ามข้างใน แต่มันก็ยังคงเปียกจึงจำเป็นต้องถอดออก

ธีรเดชถอดเสื้อเอยช้าๆ ดวงตาของเขาสั่นไหว มองใบหน้าหญิงสาวที่กำลังนอนหลับคล้ายสติเลือนรางขยับตัวไปมาเหมือนคนนอนดิ้นเล็กน้อย ไม่อยากจะเชื่อว่า ยัยเด็กแสบก็มีมุมเซ็กซี่เหมือนกัน

ธีรเดชถอดเสื้อกล้ามสำเร็จแล้วรีบหันไปหยิบเสื้อที่วางเตรียมไว้

“ตาขี้เก๊ก นายจะทำอะไรฉัน” เอยพูดด้วยน้ำเสียงเบาคล้ายคนไม่มีแรงพูด

“ถ้าฉันจะทำก็ทำไปนานแล้ว ยัยเด็กแสบ” ชายหนุ่มช้อนตัวเอยขึ้นเพื่อใส่เสื้อสวมหัวและแขนทั้งสองข้าง

“ใช่สิ เพราะฉันไม่อ่อนหวานเหมือนคุณพลอย” เอยนอนส่ายหัวไปมาด้วยอาการวิงเวียน แล้วลุกขึ้นนั่งกุมขมับทำท่าจะเดินไปห้องน้ำ ธีรเดชจึงรีบประคอง

“ฉันเดินเองได้” เอยใช้แรงขัดขืนเล็กน้อยจึงไม่เป็นผล

“ยัยบ้า ดูสภาพตัวเองซะก่อน มาให้ฉันช่วยดีกว่า” ธีรเดชพาเอยเข้าห้องน้ำสำเร็จ เธออ้วกใส่โถส้วมจนหมดไส้หมดพุง โดยมีคู่หมั้นคอยถูหลังให้

 

@สายวันรุ่งขึ้น

เอยตื่นพร้อมกับอาการปวดหัวเธอควานหามือถือเพื่อดูเวลาก่อนที่จะนอนต่อ แต่ก็เปลี่ยนใจลืมตาขึ้น เธอจำได้ว่าธีรเดชพาเธอมาที่ห้องแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้

สาวแก่นดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง

“ตื่นแล้วเหรอ” ธีรเดชเข้ามาในห้องพร้อมกับถุงข้าวต้มในมือ

“นาย! เมื่อคืนนายทำอะไรฉันหรือเปล่า”

“หมายถึงอะไร”

“นี่นาย อย่าให้ฉันพูดได้ไหม” เอยขึ้นเสียง

“ก็ทำหลายอย่างนะ” ธีรเดชเข้ามาวางของบนโต๊ะ

“นี่นาย!” เอยขมวดคิ้ว

“โกรธอะไร ที่จริงเธอต้องขอบคุณฉัน ทั้งพาเข้าห้องน้ำ ทั้งเช็ดตัว หาน้ำให้กินอีก ถ้ากินแล้วเมาขนาดนี้ไม่ต้องกินดีกว่า” ธีรเดชหันไปจัดอาหารใส่จาน อันที่จริงเขาจูบหน้าผากเธอด้วยแต่ไม่บอก

“สรุปว่า…” เอยรีบเข้าไปในห้องน้ำสำรวจตัวเอง แล้วออกมายิ้มอย่างสบายใจ หันไปมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกดี เธอไม่รู้ตัวว่าเธอเผลอยิ้มให้เขาไปแล้ว

“กินข้าวได้แล้ว” ชายหนุ่มพูด

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image