บทที่ 7 จับตัวจับตา

บทที่ 7

จับตัวจับตา

“เป็นอะไรไป” เอยพูดก่อนที่จะตักข้าวเข้าปาก

ธีรเดชเบือนหน้าหนีแสดงอาการไม่พอใจ ทำให้เอยต้องโอนอ่อนผ่อนตาม

“โอเค โอเค ขอบคุณค่ะ คุณธีรเดช ที่ช่วยฉันเมื่อคืน และขอโทษด้วยที่คิดว่าคุณล่วงเกินฉัน” เอยหยุดทานแล้วยกมือไหว้

“คราวหน้าทำอะไรคิดหน้าคิดหลังบ้าง นี่ถ้าไม่ได้อยู่กับฉันแล้วจะเป็นไง เธอนี่มัน…” ธีรเดชจะพูดต่อแต่เอยก็พูดขัดขึ้นมา

“เออน่า คราวหน้าจะไม่กินเยอะอย่างนี้ก็แล้วกัน กินข้าวเถอะ” เอยลอยหน้าลอยตาไม่แยแสที่ชายหนุ่มพูด

“ถ้ากินเหล้าอีกคราวหน้าฉันจะลักหลับ”

“ลองดูสิ จะต่อยให้ตาเขียวเลย” เอยยกกำปั้น

ติ๊ง!

ธีรเดชหันไปหยิบมือถือของเอยที่วางอยู่ข้างตัวเมื่อได้ยินเสียงข้อความ

“เอามานี่นะ!” เอยพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจพยายามคว้าโทรศัพท์แต่มันก็อยู่ห่างออกไปอีกด้วยฝีมืออีกฝ่าย

“ข้อความโฆษณา ให้คืนก็ได้” ธีรเดชมองหน้าจอมือถือก่อนที่จะคืนเจ้าของ ผู้รับทำหน้าบึ้งตึง

“ห้ามดูมือถือฉันอีก พื้นที่ส่วนตัว” เอยพูดสักพักก็มีสายเรียกเข้าดังขึ้นแต่เป็นมือถือของอีกฝ่าย

‘ตรู๊ด!’

“สวัสดีครับคุณพลอย” ธีรเดชหยิบมือถือตัวเองออกจากกระเป๋าตัวเองมองหน้าจอสักพักก่อนที่จะมองหน้าเอยแล้วรับโทรศัพท์

เอยแกล้งสนใจอาหารตรงหน้าแต่หูยังคงฟังบทสนทนาอยู่

“ได้ครับ คุณพลอย แล้วเจอกันครับ” ธีรเดชวางสาย

“หมั่นไส้” เอยเบะปากแล้วกินข้าวต่อ

 

@ภายในห้องประชุมของโรงแรม พนักงานทุกคนรวมตัวกันตามที่ได้นัดหมาย  ธีรเดชนั่งดูกิจกรรมโดยมีเอยและพลอยอยู่ข้างซ้ายขวา

“ให้เพื่อนๆ ทุกคนนั่งล้อมวงครับ ขอวงกว้างๆ นะครับ” พิธีกรหนุ่มพูดจบทุกคนก็พากันนั่งล้อมเป็นวงกลมใหญ่จนกินพื้นที่มากกว่าครึ่งของขนาดห้อง

“นี่คือตุ๊กตาเราจะส่งไปเรื่อยๆ ตามเสียงดนตรี ถ้าหยุดที่ใคร คนนั้นต้องมาจับฉลากแล้วทำตามคำสั่งนะครับ” พิธีกรชายยกตุ๊กตาหมีขึ้นและผายมือแสดงขวดโหลบรรจุฉลากที่อยู่ในมือหญิงสาวซึ่งเป็นผู้ช่วยพิธีกร

“พร้อมหรือยังครับ”

“พร้อม” ทุกคนในกลุ่มพูดพร้อมกัน

“เริ่ม” หลังจากสิ้นเสียงพิธีกรชาย ผู้ควบคุมเครื่องเสียงเปิดบรรเลงเพลงจังหวะเร็ว ตุ๊กตาเคลื่อนที่ไปในมือคนแล้วคนเล่า จนกระทั่งหยุดไปที่หญิงสาวคนหนึ่ง

ในระหว่างนั้น เอยเดินเข้าไปคุยกับพิธีผู้ช่วยสาวสักพัก แล้วเขียนกระดาษคำสั่งเพิ่มเติมก่อนที่จะหย่อนเข้าไปในขวดโหลแล้วกลับมานั่งที่เดิม

“เธอเข้าไปทำอะไร” ธีรเดชถาม เพราะเขารู้ว่าเอยมักจะหาโอกาสแกล้งคนเสมอถ้ามีโอกาส

“เดี๋ยวก็รู้” เอยยิ้ม เกมก็ยังคงดำเนินต่อไป

“หญิงสาวผู้โชคดีมาทางนี้ครับ ชื่ออะไร แผนกอะไรครับ”

“ชื่อ พิม ฝ่ายบุคคลค่ะ”

“เชิญคุณพิมหยิบกระดาษในนี้เลยนะครับ” พิมล้วงกระดาษในขวดปากกว้างยื่นให้พิธีกรชาย

“เอาแป้งไว้ในมือครับ” พิธีกรหนุ่มพูดจบผู้ช่วยจึงโรยแป้งใส่มือเธอ

“ให้ทาแป้งคนที่อยู่ขวามือที่คุณนั่งครับ” พิธีกรอ่านข้อความคำสั่ง

ทันใดนั้นในห้องก็เริ่มครึกครื้น กิจกรรมยังคงดำเนินต่อไปสองสามคน จนกระทั่งหยุดที่ผู้ชายคนหนึ่ง

“ให้ทาแป้งคุณธีรเดชครับ อันนี้ผมไม่เกี่ยวนะครับคุณธีร์ พอดีคุณเอยเอากระดาษมาใส่เพิ่ม หวังว่าคงไม่มีผลกับโบนัสนะครับ”

ธีรเดชยิ้มรับตามมารยาท

“ขอโทษนะครับ” พนักงานชายทาแป้งบนใบหน้าธีรเดชอย่างเกรงใจโดยที่เอยแอบหัวเราะคิกคัก ส่วนพลอยนั้นยิ้มตามบรรยากาศ

ผู้ถูกกระทำหน้าเซ็งเหลือบมองเอย

“เดี๋ยวนะคะพิธีกร ให้คุณธีร์ลองจับบ้างก็ดีนะคะ” ผู้ช่วยพิธีกรพูด

“ถ้าอย่างนั้นขอเชิญคุณธีรเดชครับ ขอเสียงปรบมือด้วย”

ธีรเดชเดินเข้าไปหาพิธีกรท่ามกลางเสียงปรบมือแล้วจับมาหนึ่งใบยื่นให้พิธีกร

“ขอแป้งเยอะๆ นะครับ” ธีรเดชยิ้มเจ้าเล่ห์

“ให้ทาแป้งคนที่คุณคิดว่าน่ารักที่สุดในห้องนี้ครับ”

ธีรเดชเดินเข้ามาหาเอยแล้วบรรจงแป้งเต็มใบหน้าจนไม่เหลือพื้นที่ว่าง ทุกคนหัวเราะยกเว้นเอยและพลอย

พลอยแสร้งยิ้มเมื่อเห็นทุกคนดูสนุกสนานทั้งที่ในใจอยากจะเดินหนีไปให้พ้น

“เกมต่อไปขอให้เพื่อนทุกคนจัดแถวตอนลึกห้าแถว…” พิธีกรชายพูดถึงกิจกรรมต่อไป

“เดี๋ยวฉันขอตัวไปล้างหน้าก่อนนะคะ” เอยเดินไปห้องน้ำ

ธีรเดชลุกเก้าอี้ “ผมก็…”

“นี่คุณจะใจร้ายให้พลอยอยู่คนเดียวเหรอคะ รอให้คุณเอยมาก่อนไม่ได้เหรอ” พลอยดึงแขนธีรเดชเอาไว้

“ขอโทษครับ ผมก็ลืมนึกไปเลย” ธีรเดชนั่งลงที่เดิม

“คุณกับคุณเอยนี่เป็นแฟนกันนานหรือยังคะ”

“ใกล้จะสองปีแล้วครับ” ธีรเดชแสร้งตอบทั้งที่ไม่มั่นใจในสถานะ

“ก็นับจากคุณนาวาเสียสิคะ ข่าวลือที่ว่าคุณจำเป็นต้องหมั้นตามพินัยกรรมก็เป็นความจริงล่ะสิ” พลอยฉีกยิ้ม

“ทำไมเหรอครับ” ธีรเดชหันมาถามพลอย

“ฉันก็แค่อยากรู้ว่าคุณชอบเอยจริงหรือถูกบังคับ” พลอยสบตากับธีรเดชจนกระทั่งเอยเดชเข้ามาทำให้ฝ่ายชายต้องละสายตา

เอยทันมองเห็นทั้งคู่สบตากัน แต่ในความคิดของเอยมันคือภาพที่พลอยและคู่หมั้นกำลังส่งสายตาหวานให้กันและกัน

“เดี๋ยวผมขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” ธีรเดชพูดกับพลอยแต่ก็ชำเลืองมองเอย

พลอยยิ้มรับต่างจากเอยที่ทำเป็นไม่แยแส

 

‘อย่างคุณหนีฉันไม่พ้นหรอกคุณธีร์ ไม่ใช่สิ คุณพินัย’ พลอยยิ้มอ่อนมองไปข้างหน้า

 

@ห้องน้ำ

ธีรเดชเข้าไปล้างหน้าในอ่างล้างมือก่อนที่จะเดินไปฉีกกระดาษเช็ดมือมาซับหน้าโดยการพับมันเป็นชิ้นเล็กแล้วค่อยซับ เขามองกระจกตรงหน้าเห็นประตูสองห้องกำลังปิดไว้ก่อนที่ห้องหนึ่งจะมีผู้ชายใส่ชุดดำสวมแว่นดำพร้อมผ้าปิดปากเดินออกมา

ชายแปลกหน้าดึงมีดออกจากกระเป๋าหมายแทงเข้าไปยังร่างอีกฝ่าย ธีรเดชซึ่งเห็นพิรุธอยู่ก่อนแล้วจึงหลบก่อนที่จะเตะมือทำให้มีดหลุดออกไปทำให้ศัตรูสติหลุดชั่วครู่ หนุ่มหน้าหล่อถือโอกาสเหวี่ยงหมัดจนร่างผู้ถูกกระทำถลาล้มลงพื้น

ชายแปลกหน้าอีกคนซึ่งออกมาจากห้องน้ำยกไม้หน้าสามจะตีหัวธีรเดช แต่เขาหลบได้ทันแล้วถีบให้มันล้มลง ธีรเดชสบโอกาสลุกขึ้นเอาปืนออกมาจากเสื้อสูทจ่อตรงไปยังพวกมันทั้งสองคน มันจึงหยุดไม่ขยับต่อ

“ใครส่งพวกมึงมา”

 

@ยามเย็นพระอาทิตย์ถูกกลืนหายลงไปในท้องทะเล

หลังจากมีเรื่องยุ่งวุ่นวายในสถานีตำรวจหลายชั่วโมง ทำให้ไม่มีเวลาเที่ยวอย่างใจนึก เอยจึงยอมมานั่งคุยกับธีรเดชริมทะเลเพราะเป็นวันเที่ยวสุดท้ายพรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้ว

“โชคดีนะ ที่พวกนั้นเป็นนักเลงกระจอก นายถึงไม่มีร่องรอยบาดเจ็บ” เอยมองท้องฟ้าที่ใกล้มืดเต็มที คุณพลอยที่ขวางหูขวางตาก็ต้องรีบกลับเพราะติดธุระ ส่วนวินนั้นก็หายไปเลยแม้แต่ข้อความก็ไม่ส่งมาทำให้พวกเขาได้อยู่ตามลำพัง

“สุดท้ายเราก็คว้าน้ำเหลว” ธีรเดชรู้สึกท้อเมื่อรู้ว่านักฆ่าพวกนั้นเป็นพวกที่ติดต่อมาจากบริษัทตัวกลาง

“นายสิ้นหวังเกินไปหรือเปล่า ตอนนี้เรื่องถึงตำรวจคงไม่มีอะไรน่าห่วง” เอยนั่งกอดเข่า

“น่าห่วงกว่าเดิมมากกว่า คิดว่าจะลองคาดคั้นเอง ถ้าไม่เกิดเรื่องที่โรงแรม เรื่องคงง่ายกว่านี้” ธีรเดชพูดเสียงเครียด

‘คิดจะใช้ศาลเตี้ยเหมือนแต่ก่อนล่ะสิ’ เอยนึกถึงครั้งที่ธีรเดชทำนอกเหนือคำสั่งเพื่อปกป้องนาวา ระหว่างที่กำลังใช้ความคิด เธอก็รู้สึกถึงความอบอุ่นผ่านแผ่นหลัง

“ขอโทษนะ ที่ทำให้เธอต้องมาตากลมตอนเย็น” ธีรเดชเอาเสื้อสูทมาใส่ให้เอยพร้อมกับรอยยิ้มอันอบอุ่น

ตึก! ตัก! ตึก! ตัก!

“ไม่เป็นไรหรอก” เอยเผลอหน้าแดงให้ธีรเดชเห็น ‘หัวใจบ้า ทำไมอยู่ๆ หัวใจถึงเต้นตูมตามนะ’ เสื้อนี่มันเป็นเสื้อของเขา กลิ่นกายยังติดตัวอยู่เลย แล้วมันก็อุ่นมาก

“หน้าแดงแบบนี้เป็นไข้หรือเปล่า” ธีรเดชจะเอามือจับหน้าผาก เอยจึงรีบปัดมันออกไป

“อย่ามาแตะนะ!”

“ก็แค่แตะน่า ต่อไปฉันกับเธอก็ต้องทำมากกว่านี้อีก อย่าคิดนะว่าหลังแต่งงานเธอจะอยู่รอดปลอดภัย” ธีรเดชพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ยังไงก็ไม่ใช่ตอนนี้” เอยกำลังจะลุกขึ้นแต่ธีรเดชจับแขนเอาไว้

“ล้อเล่น มานั่งกับฉันเถอะ ไม่เป็นห่วงฉันเหรอ” ชายหนุ่มยิ้ม

“…” เอยยอมกลับมานั่งตามเดิมพร้อมกับทำหน้าบึ้งตึง

“เธอเมื่อวานเธอบอกว่า ฉันรู้จักเธอมากกว่าเธอรู้จักฉันใช่ไหม ฉันชื่อพินัย” ธีรเดชพูดพร้อมหยิบกระเป๋าเงินแล้วยื่นบัตรประชาชนให้ดู

‘ตาขี้เก๊กอายุสามสิบสองปีเหรอ แก่กว่าเราตั้งสิบสองปี’ เอยดูข้อมูลทั้งหมดในบัตรพร้อมกับยกนิ้วนับอายุ

“ถ้าเธอสืบค้นเรื่องของฉันในเว็บไซต์เธอก็จะรู้เรื่องของฉัน ส่วน ธีรเดช เป็นฉายาที่คุณนาวาเรียก คุณนาวามีพระคุณกับฉันมากช่วยฉันให้รอดพ้นจากคุก” ธีรเดชนึกถึงหน้าบุคคลที่พูดถึง ใบหน้านั้นเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเสมอ

“นายไปทำอะไรผิด ถึงถูกจับ”

“ข้อหาพรากผู้เยาว์”

“นายนี่นะ” เอยผงะด้วยความตกใจ

“ฉันถูกใส่ความ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว เรื่องมันจบไปนานแล้ว เด็กคนนั้นยอมรับสารภาพว่าพูดโกหก เพราะไม่รู้ว่าคำพูดของตัวเองจะทำให้ฉันติดคุก”

“เหรอ โชคดีนะที่นายเจอพี่น้ำน่ะ” เอยรู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยชายตรงหน้าก็ไม่ใช่คนน่ากลัวอย่างที่คิด

“ใช่ แล้วเธอล่ะ ทำไมถึงชอบคุณนาวา ทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณนาวาเป็นผู้หญิง หรือว่าเธอชอบผู้หญิง” ธีรเดชยิ้มปิติแล้วหันมามองเอย นาวาไม่ใช่ผู้ชาย มีเพียงคนเก่าแก่ในบ้านเท่านั้นที่รู้ความลับ

“ก็…ความรักมันไม่มีเหตุผล มันเป็นเรื่องของจิตใจ” เอยหลบสายตาที่จ้องมองราวกับราชสีห์ที่กำลังมองเหยื่อ

“ตอบไม่ตรงคำถามเลยนะ เธอชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

“ไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่า ฉันอยากอยู่กับพี่น้ำตลอดชีวิต อยู่ด้วยแล้วฉันรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย” เอยหันไปมองเกลียวคลื่นตรงหน้า

‘ยังไงยัยนี่ก็มีความคิดเป็นเด็กเหมือนเดิม’ ธีรเดชยิ้ม

“ยิ้มอะไร” เอยหันมามองธีรเดช

“แล้วเธอเคยใจเต้นกับผู้ชายคนไหนบ้างไหม”

“ถามทำไม” เอยเหงื่อตก เพราะผู้ชายที่ทำให้เธอใจเต้นก็มีแต่คนตรงหน้าคนเดียว

“ฉันจะได้รู้ว่าเธอชอบผู้ชายบ้างหรือเปล่า” ธีรเดชยิ้มเจ้าเล่ห์

“พื้นที่ส่วนตัว ฉันไม่บอกนายหรอก เอาเป็นว่าคุยเรื่องของนายดีกว่า นายเคยมีแฟนหรือเปล่า” เอยรีบเปลี่ยนเรื่องคุย

“เคยมี แต่เลิกกันไปแล้ว คบกันตั้งแต่สมัยเรียน” เอยสังเกตเห็นแววตาของฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนไป จากแววตาของความสุขกลายเป็นแววตาของความเศร้า

“แล้วทำไมถึงเลิกกันล่ะ” เอยเห็นใจคู่หมั้นแต่ความอยากรู้อยากเห็นมันมากกว่าจึงถามต่อ

“ฉันติดคุก หลังจากออกมาก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย”

“แฟนนายไม่เชื่อเหรอ ว่านายไม่ได้ทำ”

“ฉันไม่รู้”

“แล้ว…นายยังรักเขาอยู่หรือเปล่า” น้ำเสียงของเอยอ่อนลง

“เรื่องมันผ่านมานานแล้ว ฉันลืมความรู้สึกนั้นไปแล้ว” เอยรู้สึกดีใจทั้งที่ยังไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง

 

@ สามวันผ่านไป มหาวิทยาลัยในเวลาเย็น

“ดูสิ คนนั้นหล่อจังเลย”

“ฉันว่าน่ากลัวต่างหาก เป็นเจ้าหนี้มาทวงเงินใครในวิทยาลัยหรือเปล่า”

“ว้าว! หล่อจัง”

ธีรเดชและพวกลงจากรถนั่งลงบนม้านั่งประจำของเอย ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่กำลังจ้องมอง เนื่องจากเขามาเร็วกว่าทุกวันก็เลยต้องนั่งรอ

“สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว” ธีรเดชสบถด้วยความไม่พอใจหลังจากกลับมาจากสถานีตำรวจ

“บริษัทรับจ้างฆ่ามันเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย แถมการจ้างยังเป็นแบบโบราณ เรื่องนี้คงจะจัดการยาก แต่หินคงเอาอยู่” เพชรพูดถึงผลการสอบสวนเมื่อกลางวัน สิ่งที่รู้จากนักฆ่ามีเพียงลักษณะการว่าจ้างจากบริษัท โดยการใช้เบอร์สาธารณะติดต่อให้ไปเอาข้อมูลเป้าหมายพร้อมเงินค่าจ้างห้าสิบเปอร์เซ็นต์ซึ่งบรรจุไว้ในตุ๊กตาเซรามิกในบ้านร้าง และเมื่องานสำเร็จให้เขียนตัวอักษรที่ระบุไว้บนกำแพงจุดส่งของ

ระหว่างที่พินัยกำลังหนักใจเอยเดินเข้ามาพร้อมกับมิ้นพอดี

“สวัสดีค่ะ” มิ้นยกมือไหว้ธีรเดชกับเพชร

“ขอโทษนะพี่เพชร พอดีอาจารย์ปล่อยช้า” เอยแกล้งมองข้ามธีรเดชแล้วยิ้มให้เพชร

“ปล่อยช้าที่ไหนล่ะ ก็เอยนี่สิ ไปหาครูสาเพราะอยากรู้คะแนนเก็บ แต่ครูเขายังไม่ตรวจงาน ก็เลยช่วยครู กว่าจะเสร็จ แล้วหินล่ะ ไม่มาด้วยเหรอ” มิ้นเผาเพื่อน

“ก็วิชาคณิตมันยากนี่ฉันก็กลัวคะแนนตก แล้วพี่หินไปไหนเหรอ” เอยแก้ตัวแล้วถามถึงบอดี้การ์ดอีกคน

“ฉันให้หินไปทำงานสำคัญคงไม่อยู่สักพัก ขึ้นรถเถอะ” ธีรเดชเดินนำ

“เชิญครับคุณเอย” เพชรผายมือแล้วหันไปส่งยิ้มให้มิ้น “แล้วเจอกันนะครับ”

“ค่ะ” มิ้นยิ้มรับ ‘คนอะไรก็ไม่รู้ ดูกะล่อน แต่ก็มีเสน่ห์’

 

@ภายในห้องพักครู

“สวัสดีครับครู” วินยกมือไหว้ครูสาวผิวขาวผมยาวสีดำสลวยถูกมัดรวบไว้เป็นหางม้า แต่งกายด้วยเสื้อสูทสีอ่อน ภายในเสื้อนั้นคือชุดเดรสลูกไม้สีขาว แม้ว่าวัยจะใกล้เลขสามก็ไม่เคยเป็นอุปสรรค เธอยังดูสาวเทียบเท่ากับนักศึกษาที่เธอสอน

“สวัสดีค่ะ” ครูสายิ้มรับแล้วนั่งตรวจงานต่อเพียงลำพัง

วินเดินเข้าไปวางสมุดบนโต๊ะอาจารย์ข้างครูสาแล้วหยุดมองคนตรงหน้า “ทำไมครูยังไม่กลับอีกล่ะครับ”

“ครูอยากตรวจงานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับ ครูไม่อยากเอางานไปทำที่บ้าน กลัวงานจะหาย”

“ให้ผมช่วยไหมครับ คือ…ผมอยากรู้คะแนนเร็วๆ น่ะครับ” วิ้นยิ้ม

“ขอบใจนะ งั้นเธอเอาปึกนี้ไป เอานี่ทาบและรวมคะแนนให้ด้วยนะ” ครูสายกกองกระดาษให้พร้อมกับกระดาษเฉลยซึ่งทำเป็นช่องเอาไว้

“วันนี้เกิดอะไรขึ้นนะ ทั้งเอยมิ้นและก็วินมาช่วยครู ดีใจจัง” ครูสายิ้มสดใสในขณะที่วินหามุมเหมาะแล้วนั่งลง

“เอยก็มาที่นี่หรือครับ” วินหยุดมองครูสา

“ใช่ เพิ่งไปเมื่อกี้”

วินนึกถึงเอย ตั้งแต่วันนั้นที่ทะเลจนถึงวันนี้เขายังไม่ติดต่อเธอเลย การเล่นบทแกล้งไม่สนใจอาจจะไม่ช่วยอะไร เพราะสาวแก่นก็ยังคงไม่สนใจเขาอยู่ดี

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image