บทที่1 คุณหนูแพรวา

นิยายเรื่องนี้ขายแล้วนะคะ ช่วยอุดหนุนด้วยนะพลีส

บทที่1
คุณหนูแพรวา

base

 

ท่ามกลางแสงสลัวจากดวงไฟอเวจี แผ่นหินก่อตั้งตระหง่านสูงเสียดแผ่นดิน ปลายทางปรากฏชายผิวดำกำยำผมหยิก เขานำวิญญาณที่ต้องชดใช้กรรมลงสู่เหวลึก

ข้างกายของวิญญาณทุกตนต้องมีบางสิ่งติดตามไปด้วย เทวดาและมารร้ายประจำตัว หรืออาจเรียกได้ว่าตัวแทนจิตใต้สำนึกของวิญญาณ โลกเทวดาและโลกมารต่างแข่งขันกันเพื่อเอาตัวรอด ถ้าฝ่ายใดสามารถครอบงำจิตใต้สำนึกของมนุษย์ได้ ฝ่ายนั้นจะแข็งแกร่ง และตรงกันข้าม หากฝ่ายใดพ่ายแพ้จากการแข่งขัน ร่างกายเขาจะอ่อนแอ

จิตใจมนุษย์เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาที่ผ่านไป คนเลวชนะ ความเชื่อในศีลธรรมเลือนหาย เหลือแต่ความงมงายมัวเมาตัณหาราคะ หลักคำสอนถูกยกออกมาเป็นข้ออ้างเพื่อเหยียบย่ำกัน ไม่มีใครนำไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงจัง เหล่าเทวดาอ่อนกำลัง ต่างจากมารที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งนี้ต้องยกความดีให้กับ ‘อัคคี’ ที่สามารถฆ่า ‘นาวา’ ได้สำเร็จ

อัคคีกระหยิ่มยิ้มย่อง ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้อัคคีหุบยิ้มได้เลยสักครั้ง นั่นเป็นเพราะความสามารถประกอบด้วยเล่ห์กลของเขา  อัคคีใช้วิธีการบางอย่างบังคับนาวาดื่มน้ำลบความทรงจำ ก่อนที่จะผลักเขาลงสู่เหวต่างมิติ บัดนี้ อัคคีได้ครอบครองจิตใจของเบส เด็กหนุ่มย่างใกล้เข้าวัยเบญจเพส สีหน้าและท่าทางของเขาเหมือนอัคคีไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันแค่ผิวสีแดง เขา เขี้ยว และปีกค้างคาวสีดำ เท่านั้นที่เบสไม่มี

แต่จะว่าไปแล้ว ชื่อ‘เบส’ ซึ่งแปลความหมายจากภาษาอังกฤษว่า ‘ดี’ นั้น ไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเขาดีขึ้นตามที่พ่อแม่ตั้งใจเอาไว้ พวกเขาทนความร้ายกาจของเบสไม่ไหวจึงส่งเขาไปโรงเรียนประจำตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อปัดความรับผิดชอบจากค่ารักษาพยาบาล และค่าสินบนของเจ้าหน้าที่บางคน ถ้ารู้ว่าทำให้มันเกิดมาแล้วสร้างปัญหาแบบนี้ ป่านนั้นพวกเขาคงเอาขี้เถ้ายัดปากไปนานแล้ว

เมื่อเบสอยู่ห่างจากพ่อแม่ก็ยิ่งได้ใจ เขาก่อกวนสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ใครที่เดินตามทางเบสมีแต่หายนะ ต่างจากเบสซึ่งเชี่ยวชาญรู้วิธีหลบหลีกอย่างลึกซึ้ง โชคดีที่เขายังไม่เคยติดยาเสพติดและการพนัน นี่คงเป็นความดีของเบสเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ก็ไม่แน่ ถ้าอัคคีครอบงำอีกสักหน่อย ขอเวลาอีกนิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น

รูปลักษณ์ภายนอกของเบสจัดได้ว่าเป็นคนหน้าตาดี รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ทำเอาผู้หญิงตบแย่งเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย อัคคีพอใจกับหุ่นเชิดของตัวเองมาก เพราะนอกจากเขาได้รับการยกย่องเชิดหน้าชูตาแล้ว เพื่อนๆ ชาวมารของเขาก็พลอยได้รับพลังแข็งแกร่งตามไปด้วย ถือว่าอัคคีเป็นวีรบุรุษของชาวมารเลยล่ะ

 

ไฮไลต์ผับ ~

แสงไฟหลากสีถูกสาดส่องเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เสียงดนตรีอื้ออึงจนทำให้ใจเต้นระทึกเป็นจังหวะ หญิงสาวเต้นโยกย้ายอย่างสนุกสนาน และที่แห่งนี่ยังเป็นแหล่งชุมนุมของมาร

หนุ่มผิวขาวหน้าใส ผมเหยียดตรง คิ้วดกคมเข้ม ริมฝีปากบาง ดวงตาคมกริบ เสื้อกล้ามตัวในสีเข้มถูกปกปิดบางส่วนด้วยเสื้อเชิ้ตสีอ่อน กางเกงขายาวทรงสุภาพทำให้เขาดูดีอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มยักคิ้วส่งรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ โปกมือให้กลุ่มผู้หญิงที่กำลังคุยหัวเราะคิกคัก

สาวเกาะอกสีผมประกายสีแดง เธอมองเบสพร้อมกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ชุดแซกเกาะอกสีแดง ช่างรับกับบุคลิกของเธอยิ่งนัก ท่าทางของเธอดึงดูดให้เบสเดินเข้าไปหา เขากุมมือของเธอแล้วสูดดม

“มือรสกลิ่นองุ่น”

“แล้วคุณชอบไหมล่ะคะ” สาวเกาะอกส่งสายตาพลางเอามืออีกข้างวางไว้บนบ่าฝ่ายตรงข้าม

“ชอบ แต่ผมต้องการรับรสมันจากริมฝีปากของคุณมากกว่า” มือข้างหนึ่งของเบส ม้วนปลายผมฝ่ายตรงข้าม สายตาของเขาเหลือบมองเนินอก แทนที่จะมองปลายผมของเธอตรงๆ

“ถ้าคุณชอบ ฉันอนุญาต…” เธอเงยหน้า ริมฝีปากบางๆ ของเธอทำให้เบสอดใจไม่ไหว เขาโน้มตัวบรรจงหมายจุมพิตแต่ก็ถูกกั้นด้วยของแข็งเย็นเฉียบเสียก่อน

“ให้ดื่มไวน์จากแก้วเดียวกันก็ได้…แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น มันก็แล้วแต่ฉัน ว่าฉันจะพอใจหรือไม่” เธอถอนมือออกแล้วนำนิ้วชี้กรีดไปมาบนตัวคู่สนทนา เบสพอใจกับท่าทางเชิญชวนของเธอ

 

ระหว่างที่เขาทั้งคู่กำลังสนุกกันอยู่นั่นเอง ‘พลับ’ ชายร่างใหญ่ มองพวกเขาอย่างไม่พอใจ

“ลูกพี่ ไอ้หน้าขาวนั่นมันยุ่มย่ามกับคุณแพรวา”

“กูเห็นแล้ว”

ผู้คนที่กำลังเต้นครึกครื้นต่างหยุดชะงักก่อนที่จะหลีกทางให้พลับและลูกน้องสองสามคนเดินผ่าน เมื่อถึงจุดหมาย กำปั้นของเขาก็ไปถูกแก้มของเบสเข้าอย่างจัง ร่างของหนุ่มหน้าขาวถลาลงไปนอนกองบนพื้น แพรวายกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอย่างเบื่อหน่าย

“ไอ้กระจอก!”

“พี่พลับ แพรไม่ใช่เด็กที่พี่ต้องคอยดูแลแล้วนะ โดนนี่ซะบ้าง จะได้ใจเย็นขึ้น” แพรเอาเหล้าองุ่นสาดใส่หน้าพลับและพรรคพวก ก่อนที่จะกระแทกแก้วลงบนโต๊ะ แล้วเดินจากไป

“ถ้ามึงสะเออะมายุ่งกับน้องสาวกูล่ะก็ รับรองว่าไม่จบแค่หมัดเดียวแน่” พลับชี้หน้าเบสก่อนที่จะเดินออกไปจากที่นั่นพร้อมกับลูกน้องทั้งหมด

‘คิม’ มองคู่กรณีของเพื่อนจนลับตาไป แล้วจึงค่อยประคองเบสซึ่งกำลังนั่งอยู่บนพื้น

“เป็นไงบ้างวะ”

“ไม่ช่วยกูเลยนะมึง” เบสเอาแขนปาดเลือดที่กกอยู่ พลางหันหน้าพูดเชิงตำหนิ ก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้บาร์ที่ไม่มีพนักพิง

“ถ้าเป็นคนอื่นก็พอจะช่วยได้ แต่นี่เป็นคุณพลับ กูช่วยไม่ได้จริงๆ ว่ะ”

“เชอะ ใหญ่โตขนาดนั้นเชียว” เบสสบถใส่

“ก็คุณพลับเป็นลูก ส.ส. เลยนะเว้ย แล้วคนที่มึงเพิ่งเดินเข้าไปหาเมื่อกี้ก็คือคุณแพรวา…” คิมจะพูดต่อแต่ก็หยุดกลางคัน เมื่อเห็นเบสยกแขนขึ้นส่งสัญญาณให้หยุดพูด

“น้องสาวไอ้คุณพลับ กูรู้ตั้งแต่เปรี้ยงแรกแล้ว”

เบสจับแก้มตัวเองก่อนที่จะนำมือหยิบของในกระเป๋ากางเกงออกมา สิ่งที่ถูกดึงออกมาจากในนั้นคือ โทรศัพท์มือถือสีชมพูของค่ายชื่อดังยักษ์ใหญ่ที่ตีตลาดในเมืองไทย

“มึงใช้โทรศัพท์สีเสี่ยวจังเลยว่ะ มีตุ๊กตาไฟห้อยด้วย ฮ่าๆ” คิมหัวเราะ

“ไม่ใช่โทรศัพท์กู โทรศัพท์น้องแพรต่างหาก” เบสทำหน้าสลอน

“เฮ้ย! นั่นมึงคิดจะทำไรวะ” คิมห้ามปราม แต่ดูท่าทางเบสจะถลำเข้าไปในกรงเล็บราชสีห์ซะแล้ว

“มึงก็รู้ว่ากูชอบเสี่ยง” รอยยิ้มของเบสทำให้คิมรู้ว่าเรื่องนี้จบไม่สวยแน่

 

ตรู๊ด! ตรู๊ด!

แพรวาเดินออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว สักพักเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้น เธอค้นหาโทรศัพท์อยู่นานก่อนที่จะหยิบมันออกมาจากกระเป๋า

‘นี่ไม่ใช่โทรศัพท์แพรหนิ’ แพรวาแสดงสีหน้าประหลาดใจก่อนที่จะกดรับสาย

/“^ ^++สวัสดีครับ คุณแพร”/

“คุณ…”

/“-_,-+ ผม เบสครับ”/ พูดเสียงหล่อ

“สวัสดีค่ะ คุณหัวขโมย เมื่อกี้ยังไม่เข็ดเหรอ โทรมาหาแบบนี้ ระวังนะ” แพรวาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

/“ผมไม่ได้ขโมยนะครับ คุณนั่นแหละครับขโมยของผมไป”/

“ฉันขโมยของอะไรคุณไม่ทราบ พูดดีๆ นะ” สาวเกาะอกเอ็ดคู่สาย

/“ก็คุณขโมยหัวใจของผมไป แล้วผมจะใช้ชีวิตต่อไปได้ยังไง”/ พูดเสียงออดอ้อนให้สงสาร คำตอบนั้นทำให้แพรวาเผลอยิ้มโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ โดยที่ไม่รู้ว่าเพื่อนซี้ของปลายสายแทบจะอ้วก

“นี่คุณคิดจะจีบฉันเหรอ” แพรวาถามตรงๆ เผยแววตาเจ้าเล่ห์

/“ถ้าคุณไม่รังเกียจ เรามานัดแลกมือถือกันไหมครับ ที่ไหน เมื่อไรดี/” ปลายสายรบเร้าไม่เลิก เขาเป็นคนเดียวที่เจอพี่ชายของเธอขู่แล้วไม่หนีไป สร้างความท้าทายให้หญิงสาวยิ่งนัก

“มาเอาที่บ้านแพรก็แล้วกัน ถ้ากล้า” แพรวาพูดเน้นสองคำหลัง

/“– -++ผมไม่ชอบให้ใครท้าด้วยล่ะสิ โดยเฉพาะผู้หญิง”/

“คืนนี้เจอกันนะคะ ห้องแพรอยู่ชั้นสอง เวลาสี่ทุ่มแพรจะเปิดหน้าต่างไว้รอ”

แพรวาพูดก่อนที่จะวางสาย

 

เบสวางสายก่อนที่จะนำค็อกเทลกรอกใส่ปากอย่างรวดเร็ว

“ไง คุณแพรว่าไงบ้าง”

“น้องแพรให้กูไปหาคืนนี้ว่ะ” เบสยิ้มอย่างมีเลศนัยผสมปนเปด้วยความชั่วร้ายคละคลุ้ง

“โชคดีเว้ยเพื่อน กูหนับหนุน” คิมตบบ่าเบส ตาของเขามองไปข้างหน้า เหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“เมื่อกี้มึงไม่ได้พูดอย่างนี้นี่หว่า”

“กูก็แค่อยากจะรู้ว่า เจ้าเบสตัวอันตรายจะสยบคุณแพรได้หรือเปล่า อย่างแก เตือนก็ไม่เคยฟัง ต้องลองเจอของจริงซะบ้าง”

“งั้นกูขอที่อยู่บ้านน้องแพรหน่อยดิ” คิมเขียนแผนที่อย่างลวกๆ ก่อนที่จะยื่นให้เบส พร้อมกับคำสั่งเสียสุดท้ายของวันนี้

“– -++เอาชีวิตกลับมาให้รอดก็แล้วกัน”

 

บ้านแพรวา~

คฤหาสน์หลังใหญ่รายล้อมไปด้วยบอดี้การ์ดเดินขึงขัง สุนัขพันธุ์ดุสองสามตัวถูกปล่อยวิ่งเล่นรอบบ้านอย่างอิสระ แพรยืนมองออกนอกหน้าต่าง เบสหนุ่มหน้าเข้มคนนั้นคงไม่สามารถมาที่นี่ได้ ต่อให้เข้ามาได้ ก็ใช่ว่าจะออกจากบ้านได้อยู่ดี เด็กเมื่อวานซืน เจอขนาดนั้นแล้วยังกล้าดีอีก

“ก็คงจะเก่งแต่ปากเหมือนกับคนอื่นๆ” แพรวาปิดหน้าต่างและเดินเข้ามาใกล้เตียง

“บ้านคุณเลี้ยงหมาเยอะจัง กว่าผมจะเข้ามาได้ก็แทบแย่” เบสออกจากที่ซ่อนแล้วสวมกอดร่างนุ่มที่ถูกปกปิดด้วยชุดนอนเบาบางจากด้านหลัง

“ไหนล่ะมือถือของแพร” แพรวาตกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะหันมาวางแขนลงบนบ่าของเบส

“คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้มาเพื่อแลกมือถือ” เบสปลดสายชุดนอนก่อนที่จะโน้มตัวลงบนเรือนร่างเธอ

 

มหาวิทยาลัย~

ภายในห้องเรียน อาจารย์ขานชื่อนักศึกษาที่เพิ่งเข้าเรียนวันแรก

“สมพร”

“มาค่ะ”

“บดินทร์”

“ไม่มาครับ” คิมตอบทันควัน

“เฮ้ย! ไอ้คิม เบสไปไหน” เจตเพื่อนร่วมห้องถามในขณะที่อาจารย์อ่านรายชื่อคนต่อไป

“ไม่รู้ดิ เมื่อคืนมันบอกว่าจะไปหาคุณหนูแพรวาว่ะ สงสัยจะนอนตื่นสาย” คิมป้องปากพูดกับเพื่อน

“แพรวาไหนวะ” เจตทำหน้าสงสัย

“ก็แพรวา คุณหนูมหาวิทยาลัยเราไง”

“อ๋อ…”

“เมื่อวานมันโดนชกจนเลือดกกปากยังไม่เข็ด”

“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” เจตยิ้มและพูดต่อ “ไอ้เบส มึงซวยสองเด้งแน่…”

“ไมวะ”

“มันยังไม่รู้ว่าคุณหนูแพรวาเรียนมอเดียวกับเรา”

“เฮ้ย! จริงดิ มึงรู้ได้ไง”

“ก็กูกับมันนอนห้องเดียวกัน ทำไมกูจะไม่รู้วะ” เจตขยับเนกไทอย่างภาคภูมิใจ “มึงจำไม่ได้เหรอ ว่ามันเคยพูดว่ายังไง”

“กูจะไม่มีเมียในมอเดียวกันเด็ดขาด เพราะมันคือความทุกข์มหันต์” คิมและเจตพูดพร้อมกันด้วยน้ำเสียงอันเบา

“สมน้ำหน้า เสือกไม่มาเรียนดีนัก เรื่องนี้ต้องขยาย” คิมยิ้ม

 

บ้านแพรวา~

ปึง! ปึง! ปึง!

“ยัยแพร นี่สายแล้วนะ ไม่ไปโรงเรียนรึไง” พลับเคาะประตูห้องแพรวาเสียงดังลั่น

“ยัยแพร!” พลับย้ำเสียงแข็ง

“โอ๊ย…เดี๋ยวแพรไปเองน่า สายไม่กี่ชั่วโมงเอง” แพรวาเอาหมอนปิดหู

“เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ จะได้รู้กัน ว่าคุณแพรวาลูก ส.ส. เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” พลับเย้ยหยัน

“ใครจะว่าไงก็ช่าง แพรไม่สนใจอยู่แล้ว” แพรเอาผ้าห่มมาคลุมตัวเอง

“น้องปลายที่เป็นดาว เป็นคนน่ารักนะคะ ใจดี และไม่นอนตื่นสายเหมือนใครบางคน”

ทัศนีย์” พลับพูดขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวแต่งชุดนักศึกษา เดินเฉิดฉายเข้ามา หุ่นของเธอเซ็กซี่ ทำให้พลับเผลอมองอะไรใต้กระดุมเสื้อที่แน่นเปรี๊ยะ เสื้อสีขาวตัวนอกคับแทบระเบิด ไม่รู้ว่าใช้อะไรยัดเข้าไป

“ว่าไงนะ!” แพรวาพูดด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ที่จริงเธอได้ยินแล้วแต่แกล้งถามย้ำ

“น้องปลายฟ้าดาวมหาวิทยาลัย ทั้งน่ารัก ทั้งเรียนเก่ง ต่างกับคุณหนูแพรวาจอมวีน” ทัศนีย์ย้ำ แพรวาทะลึ่งตัวออกจากที่นอนอย่างรวดเร็วก่อนที่จะอาบน้ำและแต่งตัว เสียงน้ำที่ดังอยู่ภายในห้องทำให้ทั้งคู่ยิ้ม

“อย่างคุณแพรวาต้องใช้ไม้นี้ค่ะ”

 

เบส~

ผมชื่อเบสครับ อายุย่างจะยี่สิบห้าอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นยังไง ไอ้ผมมันทำอะไรก็ขึ้น ดูดีไปซะหมด เหมือนกับว่า ผมมีเทพพิทักษ์คอยปกป้อง เห็นผมหล่อและดูดีอย่างนี้ ผมก็มีเพื่อนกับเขาเหมือนกันนะ นอกจากเพื่อนจำนวนมากแล้ว ผมก็ยังมีคุ่หูอีกสามคน พวกเราทั้งสี่ มักจะกลับหอพักพร้อมกันเป็นประจำ แต่เดี๋ยวนี้ เจต เพื่อนผมอีกคนไม่รู้มันหายหัวไปไหน วันๆ ไม่ค่อยจะกลับห้อง พอๆ กับผม

“เบส เป็นไงบ้างวะเมื่อคืน” ชายรูปร่างเล็กผิวขาวยิ้มอย่างมีเลศนัยเมื่อเห็นผม หมอนี่ชื่อ ‘คิม’ เป็นเพื่อนห้องเดียวกัน และเป็นคนเดียวกับคนที่เจอกันในผับเมื่อวาน บุคลิกมันก็ดูดีมีเสน่ห์ ถ้าผมเป็นผู้หญิงคงจะจีบมันไปแล้ว ผู้ชายอะไรหน้าตาจิ้มลิ้มยังกับผู้หญิง เชื่อเลยว่าเทรนหน้าตาเกาหลีแบบนี้กำลังมาแรง

“ถ้าไม่ได้น้องทัศน์ช่วยไว้คงแย่แน่”

“ทัศน์? ทัศน์ไหนวะ” คิมถามผม

“ไม่รู้ว่ะ รู้แต่ว่าอยู่บ้านเดียวกับน้องแพร”

“เพลาๆ บ้างนะมึง ระวังจะซวยเพราะผู้หญิง” ชายผิวขาวรูปร่างผอมสูงเตือน ไอ้นี่ก็เพื่อนผมอีกคนชื่อ ‘แชมป์’ เป็นนักกีฬาบาสเกตบอล มันไม่ได้รักการเล่นกีฬาอะไรหรอก ที่มันเล่นก็เพราะว่าอยากจะอวดสาว ในกลุ่มนี้มันเหมือนเป็นคนดีที่สุดในกลุ่ม แต่ใครจะรู้… มือถือสากปากถือศีล สุภาษิตคำนี้ เห็นจะเหมาะสมกับมันเป็นที่สุด

“อ๋อ เรื่องถุงยางเหรอ ไม่มีปัญหา กูป้องกันไว้อยู่แล้วน่า ไม่ต้องห่วง”

“กูไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ไอ้นี่ กูหมายถึง…ช่างเถอะ พูดไปก็เหมือนซีซอให้ควายฟัง ว่าแต่ ไอ้เจตมันหายหัวไปไหนวะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเจอหน้าเจอตา”

“จริงอย่างที่ไอ้แชมป์มันพูด แต่วันนี้กูก็คุยกับมันในห้อง พอคาบสองมันก็หายหัวไปแล้ว” คิมพูด

“มึงก็หัดเตือนเพื่อนไว้บ้างนะเบส นอนอยู่ห้องเดียวกันไม่ใช่เหรอ”

“เออๆ ถึงห้องแล้ว เดี๋ยวกูจะดูให้ละกัน”

“ให้มันจริงเถอะ พวกกูไปล่ะ” ทั้งคู่ตบบ่าผม

“โชคดีเว้ย!” ผมทักเพื่อนที่กำลังเดินออกจากผมไป

“ไอ้นี่…ออกจากห้องเสือกไม่ล็อกประตู ขโมยก็เข้าห้องหมดดิวะ” ผมบ่นก่อนที่จะเปิดประตูจึงเห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัว

“เฮ้ย!”

 

มหาวิทยาลัย~

คิมและแชมป์นั่งอยู่บนระเบียงอาคาร สนทนาเรื่องเบสกันอย่างเมามัน

“แล้วมันเป็นไงบ้างวะ”

“ไอ้เบสเกือบเข้าคุก ดีนะที่ไอ้เจตเก็บหลักฐานไปซะก่อน ไม่งั้นไอ้เบสซวยแน่”

“เมื่อวานไอ้เบสวิ่งหน้าตั้งกูโคตรขำเลย” คิมจับท้องพูดพลางหัวเราะ

“เห็นว่าข้าวของกระจัดกระจายเลยนี่ เละไม่เป็นท่า” แชมป์ยิ้ม

“น่าสงสารไอ้เบสเนอะ”

“ว่าแต่ มึงแน่ใจเหรอ…ว่ามันไม่ได้ค้ายาบ้าจริงๆ”

“ไม่รู้ดิ แต่ที่แน่ๆ กูไม่เชื่อมันวะ ฮ่าๆ” คิมหัวเราะอารมณ์ดี พลอยทำให้แชมป์ที่ออกจะดูเคร่งขรึมตลอดเวลายิ้มไปด้วย

“เห็นว่า…อาจารย์คุมหอ หาเพื่อนร่วมห้องให้เบสได้แล้วนะเว้ย”

“ใครวะ” แชมป์ถามอย่างสนใจ

“ก็เด็กใหม่ที่มาเมื่อวานไง ไอ้นี่โคตรรวยเลยนะเว้ย อย่าเอ็ดไป ข่าวลับบอกว่า มันเคยติดต่อขอซื้อมหาวิทยาลัยเราเลยนะ” คิมยื่นหน้าเข้าใกล้แชมป์พร้อมยกนิ้วป้องปาก

“ไอ้น้ำนั่นนะ โห…ท่าทางอ่อนแออย่างนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเป็นลูกเศรษฐี ถ้ามันรวยจริง แล้วทำไมต้องมาเช่าหอด้วยวะ กูไม่เชื่อ หน่วยข่าวของมึงท่าทางจะมั่ว” แชมป์พูดเสียงดัง

“หน่วยข่าวของกูน่าเชื่อถือนะเว้ย เขาว่ากันว่าคนรวยมักจะอ่อนแอไม่ใช่เหรอ เออ…นั่นไง มันกำลังเดินลงบันไดมา” คิมและแชมป์มองเด็กผู้ชายรูปร่างบางผมสั้น สะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่

“สวัสดีครับคุณนาวา จะไปไหน ไม่คิดจะทักทายเพื่อนร่วมห้องเลยเหรอครับ” แชมป์วิ่งเข้ามาขวางทาง

“สวัสดีครับ เรียกน้ำก็ได้ครับ ผมเพิ่งเข้ามาใหม่เลยยังไม่รู้จักใคร ขอฝากตัวด้วยนะครับ” หนุ่มผมตรงผิวขาว หน้าหวานเหมือนผู้หญิงก้มตัวทักทาย

“ผมคิมครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” คิมทำท่าตะเบ๊ะใส่ “ส่วนนี่ แชมป์”

แชมป์ยื่นมือให้นาวาจับ ชายร่างบางอึกอักเล็กน้อยก่อนที่จะยื่นมือออกไป

“โห…มือคุณนี่นุ่มจังเลยแฮะ อย่างกับมือผู้หญิง”

“ใครๆ ก็พูดแบบนี้แหละครับ” นาวารีบถอนมือออกจากแชมป์อย่างรวดเร็ว

“นี่ล่ะน้า…คนรวย” คิมพูดคล้ายหมั่นไส้

“เอ๋?” นาวาทำท่าทางไม่เข้าใจกับสิ่งที่คิมกระทำ

หลังจากนั้นทั้งสามก็คุยกันอย่างถูกคอ แต่ส่วนมากเรื่องที่คุยกันก็เป็นเรื่องของเบส ซึ่งเป็นสิ่งที่นาวาสนใจฟังอยู่แล้ว

 

เบส ~

ณ ป้ายรถประจำทาง

นี่ก็เป็นเช้าอีกวันที่แสนน่าเบื่อ หลังจากกินกาแฟและขนมปังข้างหอพัก แล้วต้องรอรถเหมือนกับทุกวัน ทำไมชีวิตผมช่วงนี้มันไม่มีอะไรที่มันน่าตื่นเต้นเลยนะ

ผู้คนมากมายเบียดเสียดขึ้นรถเมล์ทันทีที่เทียบท่า ผมกำลังจะขึ้นอย่างไม่รีรอเช่นเดียวกับพวกเขา แต่…เด็กผมเปียก็วิ่งมากระชากเสื้อผมหน้าตาเฉย พร้อมพูดเสียงดังลั่น

“นี่นาย เห็นพี่น้ำไหม”

เด็กคนนั้นพูดอะไรสักอย่างแต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจ

“ยุ่งน่า! ผมจะไปเรียน” ผมจับแขนเด็กคนนั้นเหวี่ยงจนกระเด็น พลางหันไปมองจุดหมาย แต่ทว่าจุดหมายมันเคลื่อนที่ไปไกลแล้ว “โธ่เว้ย พลาดรถเลย”

“หน็อย ถ้านายทำอะไรพี่น้ำนะ นายตายแน่” เด็กนั่นตะคอกและไม่สลดในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

“อ๋อ…หนูคงจะชอบพี่ล่ะสิ ไม่เห็นต้องเอาใครที่ไม่รู้จักมาอ้างหน่อยเลย ถึงหน้าอกจะเล็กไปนิด สะโพกน้อยไปหน่อย แต่ก็โอเค พี่จะยอมคบด้วยก็ได้” เครื่องแบบนักเรียนนี้ ไม่ใช่สถาบันเดียวกับผมแน่ ผมแกล้งยื่นข้อเสนอไป แต่ดูท่าทางจะไม่ได้การตอบสนอง เด็กน้อยมองผมตาเขม็ง

“อย่ามาเรียกฉันว่าหนูนะ ฉันอายุสิบแปดแล้ว จะสิบเก้าแล้วด้วย” เด็กนั่นลุกขึ้นยืนโวยวายเสียงดัง

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ไงล่ะ สนใจใช่ไหม ข้อเสนอของพี่น่ะ”ผมจับคางเด็กน้อย แต่ก็ถูกปัดมือออกอย่างรวดเร็ว

“คนลามก… อ๊ะ ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นขอที่อยู่หอพักนายหน่อยได้มะ” เด็กอะไรฟะเปลี่ยนอารมณ์เร็วจัง เมื่อกี้พูดเหมือนกับไม่ยอม ผมเอานามบัตรของผมออกจากกระเป๋า ในนั้นระบุที่อยู่หอพักและเบอร์โทร เด็กเปียรีบคว้ามันอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าดีใจซะเต็มประดา

แหม…การได้นอนกับคนหล่ออย่างผม เป็นใครก็มีความสุขเป็นธรรมดา

“แต่ จะไปหาความสุขกันตอนนี้ก็ได้นะ เด็กน้อย” ผมรีบคว้าแขนเด็กเปียไว้แต่ยัยนั่นกลับหลบทัน

“นายน่ะ เสร็จธุระแล้วก็รีบไปเรียนเถอะ ไหนว่ารีบไง”

“ห้องพักของพี่ เป็นห้องพักชายล้วน รอที่หน้าหอแล้วกัน เดี๋ยวค่อยไปพักโรงแรม อืมม์…หวังว่า คงไม่ได้เห็นเด็กปอดแหก ร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับบ้านไปก่อนหรอกนะ”

“ไม่มีทางหรอกน่า” เด็กนั่นตอบทันควันก็ที่จะวิ่งหนีออกไป

เป็นอันสำเร็จ ถึงแม้ว่ายังไม่รู้จักชื่อ แต่เด็กคนนี้ก็น่ารักแฮะ ถึงแม้จะปากไม่ดีก็ตาม เอาเหอะ คืนนี้รับรองจะให้สยบ พูดเสียงแข็งกับผมไม่ได้อีก

คิดแล้วอยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง ‘^ ^’

 

มหาวิทยาลัย ~

ผมกับแชมป์และคนอื่นๆ รอหน้าห้องเรียน เนื่องจากอาจารย์ยังไม่ปล่อยให้นักศึกษาคาบแรกที่อยู่ในห้องออกมา

“ไง คิม มึงมาเช้าเป็นกับเขาด้วยเหรอวะ” ผมแซวคิมที่กำลังเดินหน้าสวยเข้ามา

“เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนสิวะ” คิมหัวเราะอย่างสบายใจ

“ถึงจะว่าเช้าของมันก็เถอะ นี่มันคาบที่สองแล้ว กูไม่เข้าใจจริงๆ มึงจะเข้าเรียนทำไมวะ ทำตัวอย่างนี้มันเสียเวลานะเว้ย” แชมป์อ่านหนังสือรออาจารย์

ระหว่างที่ผมกำลังคุยกับเพื่อนๆ อยู่นั่นเอง จู่ๆ เสียงเครื่องยนต์จากไหนก็ไม่รู้ดังมาแต่ไกล จนให้ผมต้องหันไปมอง เพราะทางมหาวิทยาลัยไม่มีนโยบายให้นักศึกษานำรถมาเรียน

ผมดึงแขนแชมป์ออกไปดู ส่วนคิมก็ตามผมออกมาด้วย

รถยุโรปสีดำคันยาวแล่นเข้ามา คนขับรถลงจากรถและอ้อมไปเปิดประตูด้านหลังสุด ผมมองอย่างสนใจ “ใครวะ ทำโอ้อวดน่าดู ต้องมีคนเปิดประตูให้ด้วย”

“ใหญ่ดิ เป็นลูก ส.ส. เลยนะเว้ย” คิมพูด

“เชอะ ทำตัวเหมือนมาเฟีย หมั่นไส้ชะมัด ไปเถอะ อย่าไปสนใจเลย” ผมรู้สึกไม่ชอบใจจึงหันหลังเดิน ไม่อยากอยู่ที่นี่นาน รู้สึกหมั่นไส้คนรวย แต่ว่าถูกเสียงปริศนาทักเสียก่อน เสียงหวานซะด้วย

“เบส! นั่นเบสใช่ไหม”

“ใครเรียกวะ” ผมบ่นกับตัวเองก่อนที่จะหันไปมอง ถึงกับตกตะลึง อย่างไม่คาดฝันว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับตัวของผม

“แพรวา!”

“มึงซวยแน่ ฮ่าๆ” เพื่อนผมสองคนหัวเราะอย่างพร้อมเพรียง เดี๋ยวเถอะ ไอ้คิมบังอาจไม่บอกก่อนว่าน้องแพรเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ไม่อย่างนั้นผมคงไม่โทรไปหาเธอหรอก และที่สำคัญ ผู้หญิงที่ผมหมายตาไว้ก็อยู่มหาวิทยาลัยนี้ด้วย การที่ผมจะจีบ ‘ปลายฟ้า’ ก็เป็นไปได้ยากขึ้น ถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่าปลายฟ้ายังไม่มีใคร แต่ถ้าเธอรู้ว่าผมมีคนมาติดพันคงดูไม่ดีแน่

“^ ^;; เอ่อ…น้องแพรมาที่นี่ได้ยังไงครับ”

“พูดแปลก ก็แพรเรียนอยู่ที่นี่ หรือว่าเบสไม่เคยสังเกตเห็นแพร” แพรวาเกาะแขนผม “ว้า…อย่างนี้แพรน้อยใจแย่เลย”

“น้อยๆ หน่อยค่ะคุณแพร นี่มันโรงเรียนนะคะ” หญิงสาวผมหยิกลอนดำสลวยพูดโดยไม่เหลือบมอง ผมเผลอมองเธอเดินผ่านไปจนผิดสังเกต ผมจำเธอได้ เธอคือ ทัศนีย์ที่ช่วยผมไว้เมื่อวาน แต่ก็ยังโชคดีที่ผมกับแพรยังไม่ได้มีอะไรกันไม่อย่างนั้นผมแย่แน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เธอก็ยังทำท่าติดแจเหมือนเป็นเจ้าของผม

“นั่นใครเหรอครับ”

“อ๋อ? ทัศนีย์ แม่เลี้ยงแพรเอง” แพรวาทำหน้าลอยไปลอยมา เหมือนกับไม่สนใจว่าแม่เลี้ยงจะคิดยังไง

“แม่เลี้ยง!” ปาด! แม่เลี้ยงอะไรจะงามแท้

“ตกใจอะไรเหรอคะ” แพรวามองตาผมเหมือนจับผิด

“^ ^;; ไม่มีอะไรครับ” ผมหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ

“เอ่อ…แพร นี่คิม ส่วนนี่ แชมป์ครับ” แชมป์และคิมยื่นมือทักทาย

“ไปเถอะค่ะ เบสเรียนห้องไหนเหรอเดี๋ยวแพรไปส่ง” แพรวามองด้วยสายตาเรียบและเกาะแขนพาผมเดินออกจากพวกเขา ปล่อยให้คิมและแชมป์ยืนแข็งทื่อเหมือนก้อนหิน

“แห้วเลยกู”

“เออว่ะ”

 

 

 

 

 

หนึ่งความคิดบน “บทที่1 คุณหนูแพรวา”

  1. เขียนตอนแรก เป็นสิบหน้าเลย – -;;  ไม่ทันไรเว็บไซต์ก็ได้รับความนิยมมากกว่าที่คิด (ขนาดไม่ค่อยได้ UP = =;;)  ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกๆ คนมากค่ะ ^O^//

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image