จิตร้ายพ่ายรัก
บทที่ 1
คุณหนูแพรวา
ท่ามกลางแสงสลัวจากดวงไฟอเวจี แผ่นหินก่อนตั้งตระหง่านสูงเสียดแผ่นดิน ปลายทางปรากฏชายผิวดำกำยำผมหยิก เขานำวิญญาณที่ต้องชดใช้กรรมลงสู่เหวลึก ข้างกายของวิญญาณทุกตนต้องมีบางสิ่งติดตามไปด้วย เทวดาและปีศาจร้ายประจำตัว หรืออาจเรียกได้ว่าตัวแทนจิตใต้สำนึกของวิญญาณ โลกเทวดาและโลกปีศาจต่างแข่งขันกันเพื่อเอาตัวรอด ผู้ใดสามารถครอบงำจิตใต้สำนึกได้ ผู้นั้นจะแข็งแกร่ง แต่ตรงกันข้าม หากผู้ใดพ่ายแพ้จากการแข่งขัน ร่ายกายเขาจะอ่อนแอ
กาลเวลาผ่านไป จิตใจมนุษย์เปลี่ยนแปลง คนเลวชนะ ความเชื่อในศีลธรรมเลือนหาย เหลือแต่ความงมงายมัวเมาตัณหาราคะ หลักคำสอนถูกยกออกมาเป็นข้ออ้างเพื่อเหยียบย่ำกัน ไม่มีใครนำไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงจังสักที เหล่าเทวดาอ่อนกำลัง ต่างจากปีศาจที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นทุกวันๆ ทั้งนี้ต้องยกความดีในกับ ‘อัคคี’ ที่สามารถฆ่า ‘นาวา’ ได้สำเร็จ
อัคคีกระหยิ่มยิ้มย่อง ตลอดเวลาเกือบสิบเก้าปีที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์ใดที่ทำให้อัคคีหุบยิ้มได้เลยสักครั้ง นั่นเป็นเพราะความสามารถประกอบด้วยเล่ห์กลของเขา อัคคีลวงนาวาให้ดื่มน้ำลบความจำ ก่อนที่จะผลักเขาลงสู่เหวต่างมิติ บัดนี้ อัคคีได้ครอบครองจิตใจของเบสเด็กหนุ่มอายุย่างยี่สิบ สีหน้าและท่าทางของเขาเหมือนอัคคีไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันแค่ผิวสีแดง เขา เขี้ยว และปีกค้างคาวสีดำ เท่านั้นที่เบสไม่มี
แต่จะว่าไปแล้ว ชื่อ ‘เบส’ ซึ่งแปลความหมายจากภาษาอังกฤษว่า ‘ดี’ นั้น ไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเขาดีขึ้นตามที่พ่อแม่ตั้งประสงค์ไว้ พวกเขาทนความร้ายกาจของเบสไม่ไหวจึงส่งเขาไปโรงเรียนประจำตั้งแต่เล็ก เพื่อปัดความรับผิดชอบจากค่ารักษาพยาบาล และค่าสินบนของเจ้าหน้าที่บางคน พวกเขาต้องปกปิดคดีความตั้งแต่วัยเพิ่งหัดเดิน ถ้ารู้ว่าทำให้มันเกิดมาแล้วสร้างปัญหาแบบนี้ ป่านนั้นพวกเขาคงเอาขี้เถ้ายัดปากไปนานแล้ว
ยิ่งเบสได้อยู่ห่างพ่อแม่เบสก็ยิ่งได้ใจ เขาก่อกวนสร้างความเดือดร้อนไม่เลือกหน้า โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง ใครที่เดินตามทางเบสมีแต่หายนะ ต่างจากเบสซึ่งเชี่ยวชาญรู้วิธีหลบหลีกอย่างลึกซึ้ง จึงเอาตัวรอดได้เสมอ เขาไม่เคยติดยาเสพติด ไม่มั่วสุมกับการพนัน นี่คงเป็นความดีของเบสเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ก็ไม่แน่ ถ้าอัคคีครอบงำอีกสักหน่อย ขอเวลาอีกนิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น ตอนนี้อัคคีก็ไร้ผู้ขัดขวางแล้ว
มองดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว เจ้าเบสนี่ก็หล่อเอาการ รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ ทำเอาผู้หญิงตบแย่งเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย อัคคีช่างภูมิใจกับหุ่นเชิดของตัวเองซะจริง เพราะนอกจากเขาได้รับยกย่องเชิดหน้าชูตาแล้ว เพื่อนๆ ของเขาก็พลอยได้รับพลังแข็งแกร่งตามไปด้วย ถือว่าอัคคีเป็นฮีโร่ของชาวมารเลยล่ะ
ในผับแห่งหนึ่ง แสงไฟหลากสีกำลังวิ่งพล่าน เสียงดนตรีอื้ออึงจนทำให้ใจเต้นระทึกเป็นจังหวะ หญิงสาวเต้นโยกย้ายอย่างสนุกสนาน ที่แห่งนี้มีแต่เดวิลเต็มไปหมด
หนุ่มผิวขาวหน้าใส ผมเหยียดตรง คิ้วดกคมเข้ม ริมฝีปากบาง ดวงตาคมกริบ กล้ามตัวในสีเข้มถูกปกปิดบางส่วนด้วยเสื้อเชิตสีอ่อน กางเกงขายาวทรงสุภาพ เขายักคิ้ว ส่งรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์ โปกไม้โปกมือ ให้กลุ่มผู้หญิงที่กำลังคุยหัวเราะคิกคัก
เช่นเดียวกับสาวเกาะอกสีผมประกายสีแดง เธอมองเบสพร้อมกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ชุดแซกเกาะอกสีแดง ช่างรับบุคลิกของเธอยิ่งนัก เบสรี่เข้าไปหา เขากุมมือของเธอแล้วสูดดม
“มือรสกลิ่นองุ่น”
“แล้วคุณชอบมั้ยล่ะคะ” สาวเกาะอกส่งสายตาเย้ายวน
“ชอบ แต่ผมอยากจะรับรสมัน จากริมฝีปากของคุณมากกว่า” มือข้างหนึ่งของเบส ม้วนปลายผม สายตาของเขาเหลือบมองเนินอก แทนที่จะมองปลายผมของเธอตรงๆ
“ถ้าคุณชอบ ฉันอนุญาต…” เธอเงยหน้า ริมฝีปากบางๆ ของเธอ
เบสยิ้มก่อนที่จะ โน้มตัวบรรจงประกบริมฝีปาก แต่ก็ถูกกั้นด้วยของแข็งเย็นเฉียบซะก่อน
“ให้ดื่มไวท์จากแก้วเดียวกันก็ได้…แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น มันก็แล้วแต่ฉัน ว่าฉันจะพอใจหรือไม่” เธอนำนิ้วชี้กรีดไปมาบนตัวของเขา เบสยิ้มกับท่าทางเชิญชวนของเธอ
ระหว่างที่เขาทั้งคู่กำลังสนทนากันอยู่นั่นเอง พลับหนุ่มร่างใหญ่ มองพวกเขาอย่างเคืองแค้น
“พี่พลับ ไอ้หน้าขาวนั่น มันยุ่มย่ามกับคุณแพรวา”
“กูเห็นแล้ว” ผู้คนที่กำลังเต้นครึกครื้นต่างหยุดชะงัก หลบเมื่อเห็นพลับและลูกน้องสองสามคนเดินผ่าน เมื่อถึงจุดหมาย กำปั้นของเขาก็ไปถูกแก้มของเบสเข้าอย่างจัง ร่างของหนุ่มหน้าขาวถึงกับถลา ลงไปนอนกองบนพื้น แพรวายกแก้วไวท์ขึ้นดื่มอย่างเบื่อหน่าย
“มึงอย่างมายุ่งกับน้องสาวกู!”
“พี่พลับ แพรไม่ใช่เด็กที่พี่ต้องคอยดูแลแล้วนะ” แพรเอาไวท์องุ่นสาดใส่หน้าพลับและพรรคพวก ก่อนที่จะกระแทกแก้วลงบนโต๊ะ แล้วเดินจากไป “โดนนี่ซะบ้าง จะได้ใจเย็นขึ้น”
“ถ้ามึงสะเออะมายุ่งกับน้องสาวกูล่ะก็ รับรองมันไม่จบแค่หมัดเดียวแน่” พลับชี้หน้าอัคคีก่อนที่จะเดินออกไปจากที่นั่นพร้อมกับลูกน้องสองสามคน
“เป็นไงบ้างวะ” หนุ่มหน้าสวยประคองเพื่อน
“ไม่ช่วยกูเลยนะมึง” เบสเอาแขนปาดเลือดที่กกอยู่ พลางหันหน้าพูดเชิงตำหนิ ก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้ที่บาร์ ไม่มีพนักพิง
“ถ้าเป็นคนอื่นก็พอจะช่วยได้ แต่นี่เป็นคุณพลับ กูช่วยไม่ได้จริงๆ ว่ะ”
“เชอะ ใหญ่โตขนาดนั้นเชียว” เบสสบถใส่
“ก็คุณพลับเป็นลูก ส.ส. เลยนะเว้ย แล้วคนที่มึงเดินเข้าไปหาเมื่อกี้ก็คือคุณแพรวา…” คิมจะพูดต่อ แต่เห็นเบสยกแขนขึ้นส่งสัญญาณให้หยุดพูดเสียก่อน
“น้องสาวคุณพลับ กูรู้ตั้งแต่เปรี้ยงแรกแล้ว” เบสจับแก้มตัวเอง ก่อนที่จะนำมือที่ยกเอาหยิบของในกระเป๋ากางเกงออกมา สิ่งที่ถูกดึงออกมาจากในนั้นคือ โทรศัพท์มือถือสีชมพูแบบไลด์ ค่ายชื่อดังยักษ์ใหญ่ ที่ตีตลาดในเมืองไทย
“มึงใช้โทรศัพท์สีเสี่ยวจังเลยว่ะ มีตุ๊กตาห้อยด้วย ฮ่าๆ” คิมหัวเราะเยาะเย้ย
“ไม่ใช่โทรศัพท์กู โทรศัพท์น้องแพรต่างหาก” เบสทำหน้าสลอน
“เฮ้ย! นั่นมึงคิดจะทำไรวะ” คิมห้ามปราม แต่ดูท่าทางเบสจะถลำเข้าไปในกรงเล็บราชสีห์ซะแล้ว
“มึงก็รู้ว่ากูชอบเสี่ยง”
‘มาเล่นให้ใจฉันเต้นแบบนี้ ฉันว่าเธอก็มีอาการใช่มั้ย~ ’
แพรวาเดินออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว สักพักเสียงริงโทนก็ดังขึ้น เธอค้นหาโทรศัพท์สักพักก่อนที่จะหยิบมันออกมาจากกระเป๋า
“นี่ไม่ใช่โทรศัพท์แพรนี่นา” แพรวาแสดงสีหน้าประหลาดใจก่อนที่จะกดรับสาย
“สวัสดีครับ คุณแพร” ^ ^++
“คุณ…”
“อะแฮ่ม…ผม เบสครับ” พูดเสียงหล่อ -_,-+
“ดีค่ะ คุณหัวขโมย เมื่อกี้ยังไม่เข็ดเหรอ โทรมาหาแบบนี้ ระวังนะ” น้ำเสียงหวานๆ ของแพรวา เย้ายวนใจเบสนัก
“ผมไม่ได้ขโมยนะครับ คุณนั่นแหละครับขโมยของผมไป”
“ฉันขโมยของอะไรคุณไม่ทราบ พูดดีๆ นะ” สาวเกาะอกเอ็ดคู่สายเป็นการใหญ่
“ก็คุณขโมยหัวใจของผมไป แล้วผมจะใช้ชีวิตได้ยังไง” พูดเสียงออดอ้อนให้สงสาร คำตอบนั้นทำให้แพรวาเผลอยิ้มโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ โดยที่ไม่รู้ว่าเพื่อนคู่ซี้ของปลายสายแทบจะอ๊วกกับคำพูดของเบส
“นี่คุณจีบฉันเหรอ” แพรวาถามตรงๆ เผยแววตาเจ้าเล่ห์
“ถ้าคุณไม่รังเกียจ เรามานัดแลกมือถือกันมั้ยครับ ที่ไหน เมื่อไรดี”ปลายสายรบเร้าไม่เลิก เขาเป็นคนเดียวที่เจอพี่ชายของเธอขู่แล้วไม่หนีไป สร้างความท้าทายให้หญิงสาวยิ่งนัก
“มาเอาที่บ้านแพรแล้วกัน ถ้ากล้า”
“ผมไม่ชอบคนท้าด้วยล่ะสิ โดยเฉพาะผู้หญิง” – -++
“คืนนี้เจอกันนะคะ ห้องแพรอยู่ชั้นสอง เวลาสี่ทุ่มแพรจะเปิดหน้าต่างไว้รอ” แพรวาพูดก่อนที่จะปิดมือถือ
เบสปิดโทรศัพท์มือถือก่อนที่จะนำค็อกเทลกรอกใส่ปากอย่างรวดเร็ว
“ไงวะ คุณแพรว่าไงบ้าง”
“น้องแพรให้กูไปหาคืนนี้ว่ะ” เบสยิ้มอย่างมีเลศนัยผสมปนเปไปด้วยความชั่วร้ายคละคลุ้ง
“โชคดีเว้ยเพื่อน กูหนับหนุน” คิมตบบ่าเบส ตาของเขามองไปข้างหน้า เหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“เมื่อกี้แกไม่ได้พูดอย่างนี้นี่หว่า”
“กูก็อยากจะรู้ว่า เจ้าเบสตัวอันตรายจะสยบคุณแพรได้หรือเปล่า อย่างแก เตือนก็ไม่เคยฟัง ต้องลองเจอของจริงซะบ้าง”
“งั้นกูขอที่อยู่บ้านน้องแพรหน่อยดิ” คิมเขียนแผนที่ก่อนที่จะโยนให้เบส เบสรับมันก่อนที่จะตกลงสู่พื้น พร้อมกับคำสั่งเสียสุดท้ายของวันนี้
“เอาชีวิตกลับมาให้รอดก็แล้วกัน” – -++
คฤหาสน์หลังใหญ่ บอดี้การ์ดเดินขึงขังรายล้อม สุนัขพันธุ์ดุสองสามตัวถูกปล่อยวิ่งเล่นรอบบ้าน แพรยืนมองออกนอกหน้าต่าง เบสหนุ่มหน้าเข้มคนนั้นคงไม่สามารถมาที่นี่ได้ ต่อให้เข้ามาได้ ก็ใช่ว่าจะออกจากบ้านได้อยู่ดี เด็กเมื่อวานซืน เจอขนาดนั้นแล้วยังกล้าเปลี่ยนมือถืออีก
“ก็คงจะเก่งแต่ปากเหมือนกับคนอื่นๆ”
“บ้านคุณเลี้ยงหมาเก่งจัง กว่าผมจะเข้ามาได้ก็แทบแย่” เบสสวมกอดร่างนุ่ม ที่ถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมผืนเดียว
“ไหนล่ะมือถือของแพร” แพรวานำแขนคล้องคอเบส
“คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้มาเพื่อแลกมือถือ” เบสปลดสายคลุมก่อนที่จะโน้มตัวลงบนเรือนร่างเธอ
ภายในห้องเรียน อาจารย์ขานชื่อนักศึกษาที่เพิ่งเข้าเรียนวันแรก
“สมพร”
“มาค่ะ”
“บดินทร์”
“ไม่มาครับ” คิมตอบทันควัน
“เฮ้ย! ไอ้คิม เบสไปไหนอ้ะ” เจต เพื่อนร่วมห้องถาม
“ไม่รู้ดิ เมื่อคืนมันบอกว่าจะไปหาคุณหนูแพรวาว่ะ” คิมป้องปากพูดกับเพื่อน
“แพรวาไหนวะ” เจตทำหน้าสงสัย
“ก็แพรวา คุณหนูมหาวิทยาลัยเราไง”
“อ๋อ…”
“เมื่อวานมันโดนชกจนเลือดกกปากยังไม่เข็ด”
“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” เจตยิ้มและพูดขึ้นว่า “ไอ้เบส มึงซวยสองเด้งแน่…”
“ไมวะ”
“มันยังไม่รู้ว่าคุณหนูแพรวาเรียนมอเดียวกับเรา”
“เฮ้ย! จริงดิ มึงรู้ได้ไง”
“ก็กูกับมันนอนห้องเดียวกัน ทำไมกูจะไม่รู้วะ” เจตขยับเนคไทอย่างภาคภูมิใจ “มึงจำไม่ได้เหรอ ว่ามันเคยพูดว่ายังไง”
“กูจะไม่มีเมียในมอเดียวกันเด็ดขาด เพราะมันคือความทุกข์มหันต์” คิมและเจพูดพร้อมกันด้วยน้ำเสียงอันเบา
“สมน้ำหน้า เสือกไม่มาเรียนดีนัก เรื่องนี้ต้องขยาย” คิมยิ้ม
ปึก! ปึก! ปึก! ภายในคฤหาสน์ พลับเคาะประตูห้องแพรเสียงดังลั่น
“ยัยแพร นี่สายแล้วนะ ไม่ไปโรงเรียนรึไง”
“ยัยแพร!” พลับย้ำเสียงแข็ง
“โอ้ย…เดี๋ยวแพรไปเองน่า” แพรเอาหมอนปิดหู
“เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ จะได้รู้กัน ว่าคุณแพรวาลูก ส.ส. เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” พลับเย้ยหยัน
“ใครจะว่าไงก็ช่าง แพรไม่สนใจอยู่แล้ว” แพรเอาผ้าห่มมาคลุมตัวเอง
“น้องปลายเป็นคนน่ารักนะ”
“ทัศนีย์” พลับพูดขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวแต่งชุดนักศึกษา เดินเฉิดฉายเข้ามา หุ่นของเธอเซ็กซี่ ทำให้พลับเผลอมองอะไรๆ ที่อยู่ใต้กระดุมเสื้อที่แน่นเปรี๊ยะ เสื้อสีขาวตัวนอกคับแทบระเบิด ไม่รู้ว่าใช้อะไรยัดเข้าไป
“ว่าไงนะ” แพรวาพูดด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง ที่จริงเธอได้ยินแล้ว แต่แกล้งถามย้ำให้แน่ใจ
“น้องปลายฟ้าดาวมหา’ลัย ทั้งน่ารัก ทั้งเรียนเก่ง ต่างกับคุณหนูแพรวาจอมวีน” ทัศนีย์ย้ำ แพรวาทะลึ่งตัวออกจากที่นอนอย่างรวดเร็วก่อนที่จะอาบน้ำและแต่งตัว เสียงน้ำที่ดังอยู่ภายในห้อง ทำให้ทั้งคู่ยิ้ม
“อย่างคุณแพรวาต้องใช้ไม้นี้ค่ะ”
ผมชื่อเบสครับ อายุย่างจะยี่สิบอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นยังไง ไอ้ผมมันทำอะไรก็ขึ้น ดูดีไปซะหมด เหมือนกับว่า ผมมีเทพพิทักษ์คอยปกป้อง เห็นผมหล่อและดูดีอย่างเงียะ ผมก็มีเพื่อนกับเขาเหมือนกันนะ นอกจากเพื่อนจำนวนมากแล้ว ผมก็ยังมีซี้อีกสองสามคน พวกเราทั้งสี่ มักจะกลับหอพักพร้อมกันเป็นประจำ แต่เดี๋ยวนี้ เจต เพื่อนผมอีกคนไม่รู้มันหายหัวไปไหน วันๆ ไม่ค่อยจะกลับห้อง พอๆ กับผม
“เบส เป็นไงบ้างวะเมื่อคืน” ชายรูปร่างเล็กผิวขาวยิ้มอย่างมีเลศนัยเมื่อเห็นผม หมอนี่ชื่อคิมครับ เป็นเพื่อนห้องเดียวกัน คนที่เจอกันในผับเมื่อวานนี้แหละ บุคลิคมันก็ดูมีเสน่ห์ดีเหมือนกัน ถ้าผมเป็นผู้หญิงคงจะจีบมันไปแล้ว ผู้ชายอะไรหน้าตาจิ้มลิ้มยังกับผู้หญิง เชื่อเลยว่าเทรนหน้าตาเกาหลีแบบนี้ กำลังมาแรง
“ถ้าไม่ได้น้องทัศน์ช่วยไว้คงแย่แน่”
“ทัศน์? ทัศน์ไหนวะ” คิมถามผม
“ไม่รู้ว่ะ รู้แต่ว่าอยู่บ้านเดียวกับน้องแพร”
“เพลาๆ บ้างนะมึง ระวังจะซวยเพราะผู้หญิง” ชายผิวขาวรูปร่างผอมสูงเตือน ไอ้นี่ก็เพื่อนผมอีกคนชื่อแชมป์ เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล มันไม่ได้รักการเล่นกีฬาอะไรหรอก ที่มันเล่นก็เพราะว่าแอ็คสาว ในกลุ่มนี้มันเหมือนเป็นคนดีที่สุดในกลุ่ม แต่ใครจะรู้… มือถือสากปากถือศิล สุภาษิตคำนี้ เห็นจะเหมาะสมกับมันเป็นที่สุด
“อ๋อ เรื่องถุงยางน่ะเหรอ ไม่มีปัญหา กูป้องกันไว้อยู่แล้ว”
“กูไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ไอ้นี่ กูหมายถึง…ช่างเหอะ พูดไปก็เหมือนซีซอให้ควายฟัง ว่าแต่ ไอ้เจตมันหายหัวไปไหนวะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเจอหน้าเจอตา”
“จริงอย่างที่ไอ้แชมป์มันพูด แต่วันนี้กูก็คุยกับมันในห้อง พอคาบสองมันก็หายหัวไปแล้ว”
“มึงก็หัดเตือนเพื่อนไว้บ้างนะเบส อยู่นอนอยู่ห้องเดียวกันไม่ใช่เหรอ”
“เออๆ ถึงห้องแล้ว เดี๋ยวกูจะดูให้ละกัน”
“ให้มันจริงเถอะ พวกกูไปล่ะ” ทั้งคู่ตบบ่าผม
“เออ โชคดีเว้ย!” ผมทักเพื่อนที่กำลังเดินออกจากผมไป
“ไอ้นี่…ออกจากห้องเสือกไม่ล็อคประตู ขโมยก็เข้าบ้านหมดดิวะ” ผมบ่นก่อนที่จะเปิดประตู เห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัว
“เฮ้ย!”
ที่โรงเรียนสหศึกษาแห่งหนึ่ง คิมและแชมป์นั่งอยู่บนระเบียงอาคาร คุยเรื่องเบสกันอย่างเมามัน
“แล้วมันเป็นไงบ้างวะ”
“ไอ้เบสเกือบโดนเข้าคุก ดีนะที่ไอ้เจตเก็บหลักฐานไปซะก่อน ไม่งั้นไอ้เบสซวยแน่”
“แต่ เมื่อวานกูโคตรขำ ไอ้เบสวิ่งหน้าตั้งเลย” คิมทำท่าจับท้องพูดพลางหัวเราะ
“เห็นว่าข้าวของกระจัดกระจายเลยนี่ เละไม่เป็นท่า” แชมป์ยิ้ม
“น่าสงสารไอ้เบสเนอะ”
“ว่าแต่ มึงแน่ใจเหรอ…ว่ามันไม่ได้ค้ายาบ้าจริงๆ”
“ไม่รู้ดิ แต่ที่แน่ๆ กูไม่เชื่อมันวะ ฮ่าๆ” คิมหัวเราะอารมณ์ดี พลอยทำให้แชมป์ที่ออกจะดูเคร่งขรึมตลอดเวลามีความสุขไปด้วย
“เห็นว่า…อาจารย์คุมหอ หาเพื่อนร่วมห้องให้เบสได้แล้วนะเว้ย”
“ใครวะ” แชมป์ถามอย่างสนใจ
“เด็กใหม่ที่มาเมื่อวานไง ไอนี่โคตรรวยเลยนะเว้ย ชูวว์…อย่าเอ็ดไป ข่าวลับบอกว่า มันเคยติดต่อขอซื้อมอเราเลยนะ” คิมยื่นหน้าเข้าใกล้แชมป์ พร้อมยกนิ้วป้องปาก
“ไอ้น้ำ นั่นน่ะ โห…ท่าทางอ่อนแออย่างนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเศรษฐี ถ้ามันรวยจริง แล้วทำไมต้องมาเช่าหอด้วยวะ กูไม่เชื่อ หน่วยข่าวของมึงท่าทางจะมั่วแล้วล่ะมั้ง” แชมป์ขึ้นเสียงไม่เชื่อ
“หน่วยข่าวของกูน่าเชื่อถือนะเว้ย เขาว่ากันว่าคนรวยมักจะอ่อนแอไม่ใช่เหรอ เออ…นั่นไง เดินลงบันไดมาแระ” คิมและแชมป์มองเด็กผู้ชายรูปร่างบางผมสั้น สะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่
“สวัสดีครับคุณนาวา จะไปไหน ไม่คิดจะทักทายเพื่อนร่วมห้องเลยเหรอครับ” แชมป์วิ่งเข้ามาขวางทาง
“ดีครับ เรียกน้ำก็ได้ครับ ผมเพิ่งเข้าใหม่เลยยังไม่รู้จักใคร ขอฝากตัวด้วยนะครับ” หนุ่มผมตรงผิวขาว หน้าตาเหมือนผู้หญิงก้มตัวทักทาย
“ผมคิมครับยินดีที่ได้รู้จัก” คิมทำท่าตะเบ๊ะใส่
“ส่วนนี่ แชมป์” แชมป์ยื่นมือให้นาวาจับ ชายร่างบางอักอั่กเล็กน้อยก่อนที่จะยื่นมือออกไป
“โห…มือคุณนี่นุ่มจังเลยแฮะ อย่างกับมือผู้หญิง”
“ใครๆ ก็พูดแบบนี้แหละครับ” นาวารีบถอนมือออกจากแชมป์อย่างรวดเร็ว
“นี่ล่ะน้า…คนรวย” คิมพูดคล้ายหมันไส้
“เอ๋?” นาวาทำท่าทางไม่เข้าใจกับสิ่งที่คิมพูด
หลังจากนั้นทั้งสามก็คุยกันอย่างถูกคอ แต่ส่วนมาเรื่องที่คุยกันก็เป็นเรื่องของเบส ซึ่งเป็นสิ่งที่นาวาสนใจฟังอยู่แล้ว
นี่ก็เป็นเช้าอีกวันที่แสนน่าเบื่อ หลังจากกินกาแฟและขนมปังข้างหอพัก เหมือนกับทุกวัน ทำไมชีวิตผมนี่มันไม่มีอะไรที่มันน่าตื่นเต้นเลยนะ ถ้าผมมีแฟนสักคนก็คงจะดี คอยทำกับข้าวให้กินทุกวัน แต่นะ ผู้หญิงก็จูจี้ขี้บ่นเหมือนกันทุกคน น่าเบื่อจะตาย
ทันทีที่รถเมล์เทียบท่า ผมก็ขึ้นอย่างไม่รีรอ แต่…ยัยเด็กผมเปียก็วิ่งมากระชากเสื้อผมเฉย พร้อมพูดเสียงดังลั่น “นี่นาย เห็นพี่น้ำมั้ย”
อะไร น้ำไหน… น่ารำคาญเป็นบ้า
“ยุ่งน่า! ผมจะไปเรียน” ผมจับแขนเด็กคนนั้นเหวี่ยงจนกระเด็น
“หน็อยแน่ะ ถ้านายทำอะไรพี่น้ำนะ นายตายแน่”
“อ๋อ…หนูคงจะชอบพี่ล่ะสิ ไม่เห็นต้องเอาใครที่ผมไม่รู้จักมาอ้างเลย ถึงหน้าอกจะเล็กไปนิด สโพกน้อยไปหน่อย แต่ก็โอเค พี่จะยอมคบด้วยก็ได้” เครื่องแบบนักเรียนนี้ ไม่ใช่สถาบันเดียวกับผมแน่ ผมยื่นข้อเสนอไป แต่ดูท่าทางจะไม่ได้การตอบสนอง เด็กน้อยมองผมตาเขม็ง
“อย่ามาเรียกฉันว่าหนูนะ ฉันอายุสิบแปดแล้ว จะสิบเก้าแล้วด้วย!” เด็กนั่นลุกขึ้นยืนโวยวายเสียงดัง
“ถ้าอย่างนั้นก็บรรลุนิติภาวะแล้วสินะ ไงล่ะ น่าสนใจใช่มั้ย ข้อเสนอของผมน่ะ”
“หน็อย… อ๊ะ ก็ได้ งั้นขอที่อยู่หอพักนายหน่อยได้มะ” เอ๊ะ! เด็กนี่เปลี่ยนอารมณ์เร็วจัง เมื่อกี้พูดเหมือนกับไม่ยอม บทจะง่ายก็ง่ายแฮะ ผมเอานามบัตรของผมที่อยู่ในกระเป๋า ในนั้นระบุ ที่อยู่หอพักและเบอร์โทร พร้อมกับอาชีพของผม ทันทีที่ผมควักมันออกมา เด็กคนนี้ก็รีบคว้าหมับ แถมดีใจซะเต็มประดาด้วย แหม…การได้นอนกับคนหล่ออย่างผม เป็นใครก็มีความสุขเป็นธรรมดา
“แต่ จะไปหาความสุขกันตอนนี้ก็ได้นะ เด็กน้อย” ผมรีบคว้ายัยเด็กแขนนั่นไว้ แต่ยัยนั่นรีบหลบ
“นายน่ะ เสร็จธุระแล้วก็รีบไปเรียนเถอะ ไหนว่ารีบไง”
“ห้องพักของพี่ เป็นห้องพักชายล้วน รอที่หน้าหอแล้วกัน เดี๋ยวค่อยไปพักที่โรงแรม อืมม์…หวังว่า คงไม่เห็นเด็กปอดแหก ร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับบ้านไปก่อนหรอกนะ”
“ไม่มีทางหรอกน่า” เด็กนั่นตอบทันควัน
เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ถึงแม้ว่ายังไม่รู้จักชื่อ แต่เด็กคนนี้ก็น่ารักแฮะ ถึงแม้จะปากไม่ดีก็ตาม เอาเหอะ คืนนี้รับรองจะให้สยบ พูดเสียงแข็งกับผมไม่ได้อีก คิดแล้วอยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ จัง
“ไงวะไอ้คิม มึงมาเช้าเป็นกับเขาด้วยเหรอวะ ฮ่าๆ” ผมแซวคิมที่กำลังเดินหน้าสวยเข้ามา
“เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนสิวะ ฮ่าๆ” คิมเกาหัวเราะอย่างสบายใจ
“ถึงจะว่าเช้าของมันก็เถอะ นี่มันคาบที่สองแล้ว กูไม่เข้าใจจริงๆ มึงจะเข้าเรียนทำไมวะ ทำตัวอย่างเนี๊ยะมันเสียเวลานะเว้ย” แชมป์อ่านหนังสือรออาจารย์ (เพื่อนๆ ก็ควรแบ่งเวลาให้ถูกต้องนะคะ:น้ำน้อย)
ระหว่างที่ผมกำลังคุยกับเพื่อนๆ อยู่นั่นเอง เสียงเครื่องยนต์ก็ดังมาแต่ไกล จนให้ผมต้องหันไปมอง เพราะทางมหาวิทยาลัยไม่มีนโยบายให้นักศึกษานำรถมาเรียน ผมดึงแขนแชมป์ออกไปดู คิมก็ตามผมมาด้วย
รถยุโรปสีดำคันยาวเล่นเข้ามา คนขับรถลงจากรถ และอ้อมไปเปิดประตูด้านหลังสุด ผมมองอย่างสนใจ “ใครวะ ทำอวดเบ่งน่าดู ต้องมีคนเปิดประตูให้ด้วย”
“ใหญ่ดิ เป็นลูก ส.ส. เลยนะเว้ย” คิมพูด
“เชอะ ทำตัวเหมือนมาเฟีย หมันไส้ชะมัด ไปเถอะ อย่าไปสนใจเลย” ผมรู้สึกหมันไส้ ก่อนที่จะเดินหันหลัง ไม่อยากอยู่ที่นี่นาน รู้สึกหมันไส้คนรวย แต่ว่าถูกเสียงปริศนาทักเสียก่อน เสียงหวานซะด้วย
“เบส! นั่นเบสใช่มั้ย”
“ใครเรียกวะ” ผมบ่นกับตัวเองก่อนที่จะหันไปมอง ถึงกับตกตลึง อย่างไม่คาดฝันว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับตัวของผม “แพรวา!”
“มึงซวยแน่ ฮ่าๆ” ไอ้สองตัวนั่นมันหัวเราะอย่างพร้อมเพรียง เดี๋ยวเถอะ ไอ้คิม บังอาจไม่บอกก่อนว่า แพรเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ไม่อย่างนั้นผมคงไม่โทรไปหาเธอหรอก อีกอย่าง ผู้หญิงที่ผมหมายตาไว้ก็อยู่มหา’ลัยนี้ด้วย การที่ผมจะจีบปลายฟ้าก็เป็นไปได้ยากขึ้น ถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่า ปลายฟ้ายังไม่มีใคร แต่ถ้าเธอรู้ว่าผมมีคนมาติดพัน เธอคงจะไม่ชอบใจแน่
“เอ่อ…น้องแพรมาที่นี่ได้ไงครับ” ^ ^;;
“ก็แพรเรียนอยู่ที่นี่ หรือว่าเบสไม่เคยสังเกตเห็นแพร” แพรวาเกาะแขนผม “ว้า…อย่างนี้แพรน้อยใจแย่เลย”
“น้อยๆ หน่อยค่ะคุณแพร นี่มันโรงเรียนนะคะ” หญิงสาวผมหยิกบรอนพูด โดนไม่ได้เหลือบมอง เธอเดินผ่านไป ผมเผลอมองเธอจนผิดสังเกต ผมจำเธอได้ เธอคือ ทัศนีย์ ที่ช่วยผมไว้เมื่อวาน แต่ก็ยังโชคดีที่ผมกับแพรยังไม่ได้มีอะไรกัน ไม่อย่างนั้นผมแย่แน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เธอก็ยังทำท่าติดแจเหมือนเป็นเจ้าของผม
“นั่นใครเหรอครับ”
“อ๋อ? ทัศนีย์ แม่เลี้ยงแพรเอง” แพรวาทำหน้าลอยไปลอยมา เหมือนกับไม่สนใจว่าแม่เลี้ยงจะคิดยังไง
“แม่เลี้ยง!” แม่เลี้ยงอะไรจะสวยขนาดนั้น
“ตกใจอะไรเหรอคะ” แพรวามองตาเบสเหมือนจับผิด
“ไม่มีอะไรครับ” ^ ^;;
“เอ่อ…แพร นี่คิม ส่วนนี่ แชมป์ครับ” แชมป์และคิมยื่นมือทักทาย แพรวามองและเกาะแขนพาเบสเดินออกจากพวกเขา ปล่อยให้คิมและแชมป์ยืนแข็งทื่อเหมือนหิน “ไปเถอะค่ะ เบสเรียนห้องไหนเหรอเดี๋ยวแพรไปส่ง”
“แห้วเลยกู”
“เออว่ะ”



good
เขียนตอนแรก เป็นสิบหน้าเลย – -;; ไม่ทันไรเว็บไซต์ก็ได้รับความนิยมมากกว่าที่คิด (ขนาดไม่ค่อยได้ UP = =;;) ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกๆ คนมากค่ะ ^O^//