บทที่ 1 กามเทพจอมซุ่มซ่าม

ภารกิจที่ 1

กามเทพจอมซุ่มซ่าม

1156719_5411649

 

 

ในวันหนึ่ง เวลา 16.45 น.  ~

ติ๊ดๆ ๆ

เสียงคล้ายนาฬิกาปลุกดังขึ้น เป็นสัญญาณ ว่ามีงานเข้ามา

“สุวรรณนะสุวรรณ เมื่อไรจะให้ข้านอนมั่ง” ผมบ่นอุบ

“รับวิญญาณนายโด่งเวลา 17.00น. ของโลกมนุษย์ ถูกยิงเสียชีวิต” ผมอ่านข้อความที่ปรากฏบนนาฬิกาข้อมือ มันคือเครื่องมือสื่อสาร ซึ่งเชื่อมต่อด้วยระบบไร้สายของสุวรรณ สามารถชี้แจงระยะเวลาพร้อมภาพวิดีโอคลิปก่อนตายโดยอัตโนมัติ

ภาพนายโด่งและผู้ชายคนหนึ่งกำลังพยายามแย่งปืนก่อนที่จะเหนี่ยวไกขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของหญิงสาว ซึ่งก่อนหน้านี้เธอทำได้เพียงยืนดูเหตุการณ์ด้วยใจจดจ่อ ลอยปรากฏขึ้นเหนือหน้าปัด

เมื่อภาพฉายเสร็จสรรพ ผมจึงรีบถือหอกสามง่ามและบ่วงวิญญาณคู่ใจไปยังจุดหมายทันที

 

ด้วยความเร็วเท่าแสง ผมพบชายคนนั้นได้ทันเวลา ชายคนนั้นเฝ้ามองชายหญิงที่กำลังจะบอกรักอย่างไม่พอใจ

‘ถ้าไม่มีมัน เธอต้องรักฉันแน่ ฆ่ามันให้ตาย มันจะได้ไม่ขวางเส้นทางรักของเรา’ ผมได้ยินเสียงนายโด่งคิดในใจ ในขณะที่กำลังมองนาฬิกาชีวิตนับถอยหลังตรง
หน้าผากของเขา ซึ่งเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

 

เวลาผ่านไป ~~~

 

“เอ๋? มันถึงเวลาแล้วทำไมไม่มีการยิง”

ผมอุทานในขณะที่นาฬิกาชีวิตของนายโด่งได้หยุดที่ตัวเลข 0.00 โดยปกติมันต้องจางหายไปพร้อมกับชีวิตของเขา ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้

โป๊ก!

“>O< โอ๊ย!” ผมรู้สึกมีของแข็งตกใส่หัวก่อนที่มันจะหล่นลงบนพื้นหญ้า

“นี่มัน..กรรไกร ใครทำตกไว้ ถ้าเป็นวัตถุธรรมดาก็ไม่น่าจะมีผลกับข้า” ผมก้มลงเก็บสิ่งที่ปะทะกับหัวผมเมื่อสักครู่ ผมตรวจมองดูมันอย่างละเอียดแล้วอ้าขาของมัน

“อย่านะ!”

ฉับ!

เสียงเด็กผู้หญิงพูดอะไรสักอย่าง และรู้สึกเหมือนผมเพิ่งตัดอะไรลงไป

“ตายแล้ว เป็นเรื่องแน่!” เสียงแหลมของเด็กดังออกมาจากด้านบน ผมจึงเงยหน้าขึ้น เห็นเด็กผู้หญิง นุ่งผ้าอ้อมสีขาว ผมสีน้ำตาล นัยน์ตาสีฟ้า ซึ่งต่างกับผมลิบลับ ท่าทางของเด็กคนนั้นกระวนกระวาย เป็นอย่างมาก

เปรี้ยง! … เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เสียงดังราวกับฟ้าผ่าสนั่นหวั่นไหว

 

ทางด้านกามเทพ เวลา 16.45 น. ในวันนั้น  ~

สวนสาธารณะ บรรยากาศสีเขียว คล้ายกับโอเอซิสเล็กๆ ในมหานครที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก ฉันลงนอนบนหญ้านุ่มๆ ราวกับปุยเมฆ เทวดาระดับเล็กๆ อย่างฉันได้แต่นอนพื้นหญ้าแทนพื้นเมฆ เพราะฉันต้องใช้เวลาที่นี่อยู่นาน กว่าจะได้กลับสวรรค์สักที

ติ๊ดๆ ๆ

นาฬิกาสื่อสาร ที่บรรจุเรดาร์ความรักไว้เต็มเปี่ยมดังขั้น

ฉันตื่นขึ้นมา และบินตามสัญญาณที่ระบุตำแหน่งไว้ชัดเจน เมื่อใกล้จุดหมายจุดหมายเสียงก็จะดังมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อบินไปสักพัก ฉันก็พบแสงส่องทะยานสูงเหยียดฟ้า บ่งบอกจุดหมาย

‘ดีแฮะไม่ต้องตามหาให้เมื่อย’ เพราะตอนนี้โควตาการเกิดเริ่มเหลือน้อยเต็มที เนื่องจากการคุมกำเนิด ทั้งแบบกิน ไหนจะฉีดอีก เฮ้อ! แต่ใช่ว่าฉันจะยิงมั่วนะ เด็ก
วัยเรียนอายุไม่ถึงสิบแปดฉันไม่ยิงหรอก นอกจากจะไม่ได้โควตาเกิดใหม่ อาจเกิดปัญหาทำแท้ง ทำให้กระทบกระเทือนไปถึงการตายอีก เดี๋ยวจะวุ่นวายไปยกใหญ่

ลูกศรของกามเทพมีสองสี คือสีฟ้า สำหรับผู้ชาย และ สีชมพู สำหรับผู้หญิง เมื่อกามเทพปักลูกธนูของผู้ชายแล้ว จะมีเวลาห้านาทีสำหรับอีกลูก แต่ถ้าหากไม่ทันเวลา จะต้องเริ่มยิงธนูสีฟ้าปักหัวใจของผู้ชายอีกครั้ง ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทั้งคู่ต้องอยู่ด้วยกัน แต่เราก็ยังคงทำงานสะดวก เพราะมีอุปกรณ์ตรวจจับความรัก

อุปกรณ์นั้นจะดังขึ้น เมื่อเข้าใกล้รัศมีหนึ่งร้อยเมตร หลังจากนั้นกามเทพจึงบินขึ้นท้องฟ้า เพื่อมองหาแสงความรัก

อย่างที่ฉันกำลังทำอยู่ก่อนหน้านี้

และเมื่อฝ่ายชายและหญิงได้รับลูกธนูแต่ละดอก จึงจะเกิดด้ายแดงปรากฏขึ้น มันจะมัดนิ้วก้อยของแต่ละฝ่าย เพื่อบ่งบอกว่าภารกิจนี้เสร็จสมบูรณ์

แต่ก็มีบางคู่ที่มีพลังความรักมากๆ เกิดด้ายแดงขึ้นเองแต่ต้องใช้เวลานาน ดังนั้นการเร่งรัศมีความรักจึงเป็นหน้าที่ของกามเทพ

แต่ถ้าเกิดเหตุขัดข้องล่ะก็ กามเทพสามารถใช้กรรไกรตัดอากาศธาตุ ตัดสายสัมพันธ์นั้นออก แต่จะทำแบบนั้นมันก็ไม่ง่าย เพราะโลกมนุษย์มีด้ายแดงเต็มไปหมด ทำให้ต้องระมัดระวังในการตัดสายสัมพันธ์

และเมื่อตัดมันออกแล้ว มันจะกลายเป็นสีดำ ทั้งสองก็จะเกลียดกันทันที

ดังนั้นกามเทพต้องทำงานไม่พลาด

ฉันคิดไปพลางหยิบลูกศรสีฟ้าไปก่อนที่จะยิงหัวใจของผู้ชายคนนั้น สักพัก
ลูกธนูกับหัวใจก็หลอมละลายเป็นหนึ่งเดียว (ต้องแม่นจริงๆ นะนี่ ก่อนที่จะเป็นกามเทพ ห้าร้อยปีโลกมนุษย์ที่แล้ว ฉันต้องศึกษาระบบโครงสร้างภายในร่างกายมนุษย์ และฝึกหัดยิงอยู่นานโข)

‘ลูกศรสีชมพูแค่อันเดียว’ ฉันง้างลูกศรสีชมพูพร้อมยิง

เฟี่ยว!

เสียงลูกศรปะทะกับแรงลม บวกกับแรงโน้มถ่วง ทันใดนั้นเอง

ชายร่างใหญ่ผิวดำวิ่งปราดออกมาจากพุ่มไม้ ดึงมือหญิงสาวออกจากมือของชายหนุ่มที่ฉันเพิ่งยิงลูกศร พร้อมเอาปืนฟาดไปที่ใบหน้าเขา

หญิงสาวเห็นชายร่างใหญ่กำลังจะเหนี่ยวไกปืน จึงผลักชายคนร้ายเซล้มลงบนม้านั่ง เหตุการณ์มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเวลาเดียวกับลูกศรเคลื่อนที่ไปยังจุดหมาย

จึก!

ชายคนร้ายชะงัก กลับกลายเป็นแต๋วแตกทันที

“>O<  ต๊าย! นังชะนีมาแย่งแฟนฉันได้ไงยะ”

ชายหนุ่มที่เคยเป็นผู้ร้ายกลับแสดงอาการสะดีดสะดิ้ง ที่นิ้วก้อยเท้าข้างขวาของชายผู้นั้นมีธาตุอากาศสีแดงปรากฏขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับชายผู้ที่เขาเคยหมายปลิดชีพ

‘กรรไกร กรรไกร อยู่ไหน’ ฉันลนลานหาของในกระเป๋าผ้าอ้อม ทั้งที่มันมีเพียงอันเดียว แต่ด้วยความตกใจฉันจึงทำอะไรไม่ถูก เลยทำกรรไกรตัดธาตุอากาศตก…ตกลงไปบนหัวยมทูตพอดี

“-O-! …. ”

“>0<!”

‘ว้าย! ฉันจะโดนฆ่าไหมนี่!’ ‘ตายแล้วเขาจะทำอะไรน่ะ อย่าแตะต้องมันนะ’

“อย่านะ!”

ฉับ!

ธาตุอากาศสีแดง ที่มนุษย์เรียกว่าด้ายแดง ถูกตัดออกและด้ายแดงหลายๆ เส้นที่ถูกตัดนั้นกลายเป็นสีดำทันที ก็มีแต่กามเทพเท่านั้นแหละที่เห็น นอกจากนี้ฉันยังเห็นวันเกิดของมนุษย์ และระยะเวลาเกิดของเด็กกำลังอยู่ในท้องด้วยนะ เพื่อจะได้รายงานท่านมัจจุราชว่ามีโควตาเกิดกี่คนเวลาเท่าใด

“>0< ตายแล้ว เป็นเรื่องแน่!” ฉันแสดงอาการลนลานสุดขีด ‘ทำไงดีล่ะงานนี้ ท่านมัจจุราชต้องฆ่าฉันแน่ โควตาการเกิดยิ่งน้อยๆ อยู่ ตายแน่ฉัน!’

ยมทูตตนนั้นเงยหน้ามองฉัน นัยน์ตาของเขาสีแดง ผมหยิกราวกับฝอยขัดหม้อ ผิวดำสนิท ใส่โจงกระเบนสีแดง ร่างกายกำยำ มีเขาแหลม และถือหอกสามง่าม ทำไมฉันถึงรู้นะหรือว่าเขาเป็นยมทูต ก็ตอนฉันตายใหม่ๆ ก็มียมทูตหน้าตาแบบนี้แหละไป
รับตัวฉัน ตอนเจอเพียงครั้งแรกก็ยังกลัวไม่หายเลย

เปรี้ยง! … เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เสียงดังราวกับฟ้าผ่าสนั่นหวั่นไหว

 

เสียงดังราวฟ้าผ่าจนถึงชั้นยมโลก กลบเสียงสัตว์นรกที่ร้องโหยหวนไปเสียหมด ยมทูตกำลังทำหน้าที่ควบคุมวิญญาณถึงกับปิดหู

“สุวรรณเสียงดังมาจากไหน” มัจจุราชและสุวรรณต่างมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ว่าแล้วสุวรรณก็รีบวิ่งไปที่ห้องดับเบิลซูเปอร์คอมพิวเตอร์

‘หวังว่าคงไม่เป็นไปตามที่คิดนะ’ ที่นี่พวกเขาไม่จำเป็นต้องพูด เพราะเพียงแค่คิดเสียงก็ดังออกมาแล้ว

“เหวอ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” ท่านสุวรรณมองภาพข้างหน้าอย่างตกใจสุดขีด มันน่ากลัวยิ่งกว่า การทรมาน เลือดสดๆ และเสียงร้องโหยหวนที่ท่านพบเป็นประจำเสียอีก

 

เปรี้ยง! … เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เสียงดังราวกับฟ้าผ่าสนั่นหวั่นไหว

สิ่งมีชีวิตวิ่งกันอุตลุดอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับว่าระเบิดนิวเคลียร์กำลังถล่มเกาะอย่างไรอย่างนั้น

‘หวังว่าเรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับฉันนะ’ ฉันเตรียมทำท่าจะบินหนี แต่กลับมีสายเส้นด้ายธาตุอากาศสีขาวผูกที่คอของฉัน ฉันพยายามดิ้นสุดแรง แต่แรงของฉันในตอนนี้ก็เหมือนแรงมดสู้กับแรงยักษ์!

ฉันสังเกตเห็นเส้นด้าย เชื่อมมายังยมทูตที่กำลังแยกเขี้ยว ฉันตกใจสุดขีด

“>0< ช่วยด้วย! help me, I’m sorry, Oh no! ” ฉันดิ้นสุดแรงไปให้พ้นเจ้ายักษ์ดำคิงคอง ใครก็ได้ช่วยฉันที!

“นอกจากทำให้ข้าไม่ได้วิญญาณกลับไป เจ้ายังทำร้ายข้าอีกรึ!” ยมทูตตนนั้น โมโหจนไฟออกหู

“ต้องเป็นเจ้าแน่ ที่ทำให้ข้าไม่ได้นำวิญญาณกลับไปยังปรโลก เจ้ารู้ไหมโทษหนักถึงขั้นใด”

เขาพล่ามไปพร้อมทั้งลากฉันไปยังช่องกาลเวลาของยมโลก!

 

บรรยากาศเปลวไฟสีแดง พื้นที่ยมทูตตนนั้นเหยียบย่ำคือทองงามอร่ามตา มีการต่อคิวที่ยาวมากๆ ยิ่งกว่ามหกรรมลดแลกแจกแถมเสียอีก เขาพาฉันลัดคิว แต่แปลก ไม่มีใครโกรธฉันหรือยมทูตเลย

เขาหยุดคุกเข่า ตรงเบื้องหน้าของเขาปรากฏร่างใหญ่ยักษ์มหึมา ข้างกายร่างใหญ่ยักษ์ ปรากฏชายนั่งคุมระบบคอมพิวเตอร์อยู่ ตัวของเขาเป็นสีแดง มีเขา ผมเหยียดตรง ใส่เสื้อสีขาว โจงกระเบนสีแดง

“ข้าให้เจ้านำวิญญาณกลับมา ไฉน เจ้าจึงนำกามเทพตนนี้มา” ท่านมัจจุราชตะเบ็งเสียงด้วยความโกรธจนแก้วหูฉันแทบระเบิด ท่านมัจจุราชน่ากลัวมากกว่ายมทูตตนนี้เป็นพันเท่า ตัวใหญ่มากกว่าตึกใบหยก ฉันไม่กล้าแม้แต่เงยหน้ามองท่าน

“ข้าทำงานพลาด ข้าไม่สามารถรับวิญญาณนายโด่งได้” ยมทูตตนนั้นนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง พร้อมกับยื่นหอกประจำตำแหน่ง

ท่านมัจจุราช ดึงความคิดของเราสองตน ออกมาฉายภาพ ราวกับหนังกลางแปลงในงานวัด แต่แตกต่างตรงที่ว่า ไม่ต้องใช้ผืนผ้าใบสีขาวให้แสงสีมาตกกระทบเป็นฉาก แต่กลับใช้ธาตุอากาศที่อยู่ในชั้นบรรยากาศของนรกเท่านั้น

“ที่แท้ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพราะพวกเจ้านี่เอง สุวรรณ ทำไมดับเบิลซูเปอร์คอมพิวเตอร์ถึงเป็นอย่างนี้”

“ระบบดับเบิลซูเปอร์คอมพิวเตอร์ มีความละเอียดอ่อนมาก หากมีความเปลี่ยนแปลงที่ผิดคาด คอมพิวเตอร์จะประมวลผล หาข้อที่ดีที่สุดเพื่อลดความกระทบกระเทือนการเกิด และการตาย แต่ครั้งนี้ เนื่องจากชีวงคตจับกรรไกรกามเทพ แล้วตัดธาตุอากาศชะตาชีวิตจำนวนมาก ทำให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลเร็วเกินไป จึงทำให้เครื่องร้อนจนระเบิด” ท่านสุวรรณถอนหายใจและพูดต่อ

“น่าแปลก ทำไมชีวงคตสามารถจับกรรไกรของกามเทพได้ ทั้งที่อาวุธของแต่ละภพ ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้”

“อาจจะเป็นความผิดพลาดของเครื่องมือกามเทพก็ได้ ดีนะที่ ข้า สุวรรณ และยมทูต ช่วยกันปิดประตูนรกได้ทัน ไม่อย่างนั้น เรื่องยุ่งจะต้องมีมากกว่านี้” มัจจุราชนิ่ง แล้วตัดสิน

“เจ้า เจ้าสองตนทำให้ดับเบิลซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของสามโลกระเบิด ส่งผลให้มิติโลกปีศาจเกิดช่องโหว่ และมิติอเวจีอีก จะเสียหายขนาดไหน!” ท่านมัจจุราชตวาดด้วยคำถามแบบไม่ต้องการคำตอบ

“ข้าต้องปลดการเป็นกามเทพ ให้เจ้าใช้บ่วงกรรมในโลกมนุษย์เพื่อแก้ไขปัญหามิติที่สี่ สุวรรณตอนนี้โควตาการเกิดพร้อมไหม”

“นับว่ายังโชคดีอยู่มากครับท่าน ตามดวงชะตาของเด็กคนนี้ต้องสิ้นอายุขัย เพราะเป็นสัตว์นรกที่หนีมาเกิด ตอนนี้ข้าได้ส่งยมทูตไปรอรับดวงวิญญาณแล้วครับท่าน” สุวรรณตอบด้วยใบหน้าที่ชุ่มเหงื่อ อาจจะเป็นเพราะเพิ่งไปซ่อมระบบดับเบิลซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ยังโชคดีที่ข้อมูลทั้งหมดได้ทำสำรองไว้ตลอดเวลา

“เจ้า! นำกามเทพตนนี้ไปจุติที่โลกมนุษย์ จากนั้นเจ้าต้องไปเข้าประชุมสหพันธ์นรกเป็นตัวแทนของข้า” ท่านมัจจุราชกล่าวไปพร้อมชี้นิ้วอันใหญ่ยักษ์ไปที่ยมทูตตนนั้น

 

“หลุม โพรงแห่งมิติกาลเวลา เจ้าจะไม่รู้สึกเจ็บ ข้ารับรองได้” ยมทูตพาฉันเข้าไปที่ปากหน้าหลุม พลางปลดสายคล้องที่ติดอยู่กับคอของฉัน ข้างๆ หลุมนั้นมีเครื่อง บรรจุน้ำและแคปซูล เขานำมือไปทาบกับวัตถุที่เป็นรูปมือ มันบุ๋มลงไป และแล้วก็มี น้ำและแคปซูลหล่นลงมา

ยมทูตตนนั้นยื่นแคปซูลและน้ำให้ฉันดื่ม ฉันยอมทำตามแต่โดยดี ขืนฉันไม่ทำตามมีหวังได้แหลกเป็นผงแน่ ไม่นะ ฉันไม่อยากตาย TT0TT

พลั่ก!

เสียงก้นอันสวยงามของฉันปะทะรอยจูบของเท้ายมทูต ยังไม่ทันที่ฉันจะร้องอ้อนวอน ฉันก็ตกลงไปยังหลุมข้างหน้า มันสูงมากสังเกตได้จากไม่เห็นพื้นด้านล่าง ไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดคือตรงไหน รู้เพียงว่า มันกำลังแคบลง แคบลง และแคบลงเรื่อยๆ

“>0<”