มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้ายของฉัน ตอนที่2

ก่อนเริ่มขบวนรักษา…ตามที่วางแผนไว้ต้องทำการตรวจความพร้อม คือ ตรวจเลือดหาค่า HIV (ส่วนมากคนที่มีเชื้อจะง่ายต่อการเกิดโรค) และตรวจหาไวรัสต่างๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบ บี ฯ ตรวจ หัวใจ ปอด ตับ ระบบปัสสาวะ ไขกระดูก และเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (ข้าพเจ้าโดนจับเอ็กซเรย์นับครั้งไม่ถ้วน และค่าใช้้จ่ายแต่ละครั้ง สำหรับคนฐานะอย่างข้าพเจ้า ข้าพเจ้าว่า มันมหาศาล) และตรวจช่องปาก และอื่นๆ ที่ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าเรียกเช่นไร

 

‘สรุปผลออกมาว่า…ยังเหลือก้อนเนื้อที่หัวใจ ขนาด 2.5*5.5*5cm  ข้าพเจ้าร้องไห้ เพราะไม่อยากรักษา แต่คุณหมอบอกว่า จะเปลี่ยนสูตรยา เป็นตัวที่แรงที่สุด สุดยอดของตัวยา และขอให้ข้าพเจ้าขึ้นรับการรักษา ระดับสองจำนวน 6 ครั้ง ‘

 

เมื่อทราบผลตรวจร่างกาย ข้าพเจ้าได้เริ่มรับการรักษาแบบใช้เคมีบำบัด ตามที่คณะแพทย์ได้วางแผนการรักษาไว้ว่าจะรักษาจำนวน 8  ครั้ง แล้วสรุปอาการ โดยให้รับยา 4 ครั้งก่อน แล้วตรวจว่าตอบสนองเพียงใด และการตรวจการตอบสนองของยาก็คือ การเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) และการเจาะไขกระดูก สุดยอดของการเจ็บปวด

คีโมครั้งเเรก เริ่มเมื่อ 15 พค.53 เื่มื่อได้รับยาแบบฉีดเข้ากระแสเลือดจำนวน 1 วัน แบบไป-กลับ และได้ยาฉีดกระตุ้นเม็ดเลือดขาว 7 – 10 วัน ซึ่งยาตัวนี้มีผลข้างเคียง และราคาแพงมาก อาการที่ได้หลังจากได้รับยาของข้าพเจ้าคือ

– มีแผลในปากและคอ         (เกิดจากยาไปทำลายเยื่อยุ โดยเฉพาะดวงตา ต้องหยอดตาแก้เยื่อบุตาอักเสบเฉียบพลัน)

– ซึมลง ชัก หรือมีอาการเกร็งผิดปกติ        (เนื่องจากการวิตกกังวลกับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่งกาย)

– ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส (101 องศาฟาเรนไฮต์)        (สูงสุดของข้าพเจ้าที่ 40.2 องศาเซลเซียส)

– ท้องผูกหรือท้องเดินอย่างรุนแรง             (คาดว่าเกิดจากยา)

– น้ำหนักลด หรือเพิ่มอย่างรวดเร็ว             (ข้าพเจ้าเพิ่ม 19 กก.)

– มีอาการบวมผิดปกติ                             

– ไอ มีเสมหะ 

– เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก 

– เลือดออกง่าย หรือไม่หยุด หรือมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง           (เนื่องจากเกร็ดเลือดต่ำ)

– ปัสสาวะเป็นเลือด                           (เนื่องจากทานน้ำน้อย)

– มีผื่นขึ้นตามลำตัว                            (คล้ายสิว เรียก สิวที่เกิดจากการให้ยา)

– มีอาการปวดท้องรุนแรง 

– คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง              (เลือดออก่วมด้วยเวลาอาเจียน)

– บริเวณให้ยา ปวดแสบ ปวดร้อน บวมแดง 

– มีการติดเชื้อเกิดขึ้น                        (ปอดติดเชื้อ,ติดเชื้อในกระแสเลือด)

ซึ่งบางคนอาจจะมีอาการมากกว่าที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมา สำหรับข้าพเจ้าแค่ที่กล่าวมา มันส่งผลทำให้ข้าท้อ และไม่อยากรับการรักษาอีก (ผมที่ร่วงเกิดจากยาจะไปฆ่าเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเร็ว) รวมถึงขนทั้งตัวของข้าพเจ้าก็พลอยร่วงหายไปตามๆกัน

คีโมครั้งที่ 2 ของข้าพเจ้า คือวันที่ 4 มิย.53  

ครั้งที่ 3 คือวันที่ 25 มิย.

ครั้งที่ 4 คือวันที่ 16 กค.ซึ่งจะทำการนัดคือเว้นจากการรักษาครั้งแรก 21 วัน และอาการข้างเคียงก็จะเกิดทุกครั้งหลังคีโม เมื่อครบสี่ครั้งหมอทำการประเมินว่า ตัวโรคตอบสนองดีต่อยาเพียงใด ปรากฎว่า ต่อมน้ำเหลืองด้านซ้ายตรงไหปลาร้าของข้าพเจ้าได้มีขนาดเพิ่มขึ้น หมอได้ทำการหยุดเคมีบำบัดไว้ และให้ข้าพเจ้าไปรับการฉายแสง จำนวน 20 แสงตามที่วางแผนไว้ ข้าเจ้าต้องรอให้เครื่ิองในของข้าพเจ้าหายจากการอักเสบ 3 สัปดาห์ แล้วรับการสายแสง ระหว่างรักษา ห้ามให้บริเวณที่รับรังสีโดนน้ำเด็ดขาด มิฉะนั้น เนื้อบริเวณนั้นจะไหม้เกรียม ไม่สวยงาม ข้าพเจ้าจึงไม่ให้โดนน้ำตลอดเวลารักษา 1 เดือน และหลังการรักษาอีก 1 เดือน รวม 2 เดือน บริเวณที่ได้รับรังสีของข้าเจ้าจึงเป็นแค่รอยคล้ำนิดๆ แต่ก็จัดได้ว่า สวยงาม

หลังจบรังสีรักษา ก็กลับเข้าสู่กระบวนการเคมีบำบัด วึ่งต้องต่ออีก 4 ครั้งแล้วประเมินผล

ครั้งที่ 5 คือวันทีุ่ 24 กย. 

ครั้งที่ 6 คือวันที่ 22 ตค.

ครั้งที่ 7 คือวันที่ 12 พย.

ครั้งสุดท้ายของกระบวนการรักษาครั้งที่ 1 ครั้งที่ 8 คือวันที่  17 ธค. 53 แล้วรับการประเมินผล โดยตัวยาที่ข้าพเจ้าได้รับในการรักษาคอร์สนี้ ได้แก่ – CTX   1185 mg.

      – ADR  79 mg.

      – VCR  2 mg.

สรุปผลออกมาว่า…ยังเหลือก้อนเนื้อที่หัวใจ ขนาด 2.5*5.5*5cm  ข้าพเจ้าร้องไห้ เพราะไม่อยากรักษา แต่คุณหมอบอกว่า จะเปลี่ยนสูตรยา เป็นตัวที่แรงที่สุด สุดยอดของตัวยา และขอให้ข้าพเจ้าขึ้นรับการรักษา ระดับสองจำนวน 6 ครั้ง 


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image