มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้ายของฉัน ตอนที่3

เริ่มการรักษาคอร์สที่ของของเคมีบำบัดในการรักษาต้องให้ยาจำนวน 5 วัน และต้องสังเกตอาการต่อ รวมๆก็ต้องอยู่ใน รพ.ประมาณ 15 วัน ซึ่งเป็นการรักษาในสูตร R-ESHAP ประกอบไปด้วย

– Rituximab 600 mg.

– Etoposide 64  mg.

– Cisplatinum 40  mg.

– Methyprednisolone  500 mg.

– Ara-c 3200 mg.

ครั้งแรกเริ่มวันที่      29 มค. – 2 กพ. 54 อาการเริ่มทรมานมากเพราะยาแรง ประกอบกับเป็นหน้าหนาวข้าพเจ้าจากที่เคยโปรดปรานหน้าหนาว กลับอยากให้อากาศร้อน เปลี่ยนเป็นชอบอากาศร้อนทันที ได้ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว 7 วัน

ครั้งที่สองเริ่มวันที่  26 กพ.- 2 มีค.54 เริ่มมีอาการไข้ขึ้นสูง และท้องเสีย มีเลือดปน อาเจียน เวียนหัวบ่อยครั้ง ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว 7 วัน

ครั้งที่สามเริ่มวันที่  29 มีค.-2 เมย.54 ข้าพเจ้าปอดติดเชื้อให้ยาฆ่าเชื้อต่อ 10 วัน ยากระตุ้นเม็เลือดขาว 10 วัน เลือด 2 ถุง

ครั้งที่สี่เริ่มวันที่   26-30 เมย. 54 ข้าพเจ้าติดเชื้อในกระแสเลือดให้ยาฆ่าเชื้อต่อ 10 วัน ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว 11 วัน เลือด 2 ถุง เกร็ดเลือดอีก 2 ถุง รวมได้นอน 24 วัน ครั้งนี้จบ ทำการประเมิณ สรุปผลไม่แน่ชัด แต่เห็นก้อนที่หัวใจ ขนาด 2.1*3.7*1.8 cm ไม่มั่นใจว่าเป็นมะเร็ง หรือผังผืด เพื่อต้องการความแน่ชัด เลยส่งไปทำGaliam Scan และ PET Scan

ผล  Galiam และ PET Scan สรุปปในทางเดียวกันคือ ( – ) นั่นเอง หมายถึง สิ่งที่เหลืออยู่ไม่มีเซลล์มะเร็ง เป็นแค่เนื้อเยื่อนุ่มๆเท่านั้น

 

หลังจากจบการรักษาแบบเคมีบำบัดและผลการตรวจยืนยันว่า “โรคสงบ” คุณหมอเจ้าของไข้หวังให้โรคหายขาด หรือ สงบนานที่สุด จะทำการรักษาอีกครั้ง โดยใช้วิธี ปลูกถ่ายไขกระดูก หรือที่รู้จักในนาม  bone marrow transplantation ซึ่งมีการเตรียมตัวเช่นเดียวกับก่อนรับการรักษาเคมีบำบัด คือ 

– เจาะไขกระดูก

– ตรวจเลือด หาเชื้อต่างๆ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบต่างๆ

– ตรวจการทำงานของปอด

– ตรวจการทำงานของหัวใจ

– พบจิตแพทย์

วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 ข้าพเจ้าทำการตรวจ และสรุปผลออกมาได้ว่า “เยี่ยม” ต่อไป ก็เหลือแค่เก็บเซลล์เตรียมตัวให้พร้อม สู้ สู้


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image