บทที่16 เพื่อนใหม่

 

ภารกิจที่ 16
เพื่อนใหม่

rp_Crodenversioncolor1.jpgในมุมมืดเมืองพัทยา โครเดนซุกมือในกระเป๋า เดินนำองครักษ์ซ้ายขวา องครักษ์ขวาซึ่งอยู่กับเขามานานนามทูตวิญญาณ อยู่ในร่างผู้หญิงเปรี้ยวใส่ชุดรัดรูปสีดำ ส่วนองครักษ์ซ้ายนั้นมองจากภายนอกมีผมสีดำดวงตาสีดำเช่นเดียวกับเสื้อเชิ้ตที่กำลังสวม เขาเป็นอดีตปีศาจในตำนาน กำลังขยับถุงมือสีดำของตนให้แน่นขึ้น

“ขอบัตรประชาชนหน่อยครับ” ชายเฝ้าประตูหน้าผับพูดเสียงแข็ง พร้อมเหยียดมือกันอกโครเดน

“อย่างฉันต้องตรวจด้วยหรือ” โครเดนยิ้มพลางถอดแว่นดำ

“ผมหมายถึงเด็กใส่แว่นคนนั้น” ร่างกำยำชี้ไปที่ราคัส ราคัสเอียงคอเล็กนั้นก่อนที่จะยื่นบัตรประชาชน ชายเฝ้าประตูมองใบหน้าและปีเกิดในบัตรให้แน่ใจก่อนที่จะผายมือให้เข้าสู่ด้านใน “เชิญครับ”

“โชคดีที่เตรียมไว้” โครเดนพูดก่อนที่จะสะบัดเสื้อคลุมและนั่งลงพร้อมสั่งเครื่องดื่มเช่นเดียวกับผู้รับใช้ทั้งสอง

“^  ^ ฉันขอน้ำส้ม ไม่ใส่น้ำแข็ง”

“เราขอเบียร์” ราคัสนั่งเท้าคางบนโต๊ะ

“ฉันขอน้ำปล่าวค่ะ” ทูตวิญญาณพูดขึ้นด้วยเสียงผู้หญิง บาร์เทนเดอร์จัดการสิ่งที่ต้องการใส่แก้วก่อนที่จะยื่นให้ โครเดนคนน้ำส้มพลางเหลือบมองทูตวิญญาณ

“ฉันบอกแล้วไงว่าให้แปลงร่างเป็นผู้ชายเวลาที่ฉันหาเหยื่อ” โครเดนพูด ทูตวิญญาณเบ้ปากเหมือนผู้หญิงอย่างไม่พอใจก่อนที่จะกลายร่างเป็นบุรุษ แล้วหันไปเหน็บแนมคนข้างๆ

“เด็กไม่ควรกินเบียร์นะ”

“ใครเด็ก? พูดเป็นเล่น เราอายุหลายร้อยปีแล้ว ไม่ใช่เด็กสักหน่อย” ราคัสยกแก้วมาดื่ม โครเดนยิ้มเล็กน้อยหลังจากรู้สึกว่ากำลังถูกจ้องมองจากโต๊ะข้างๆ

หญิงสาวใจกล้าที่สุดเดินออกจากกลุ่มเพื่อนที่กำลังนั่งอยู่ เพื่อเข้ามาหาชายชุดขาวพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ “นั่งด้วยคนได้ไหมคะ”

“^ ^ เชิญครับ ” โครเดนยิ้มอย่างเป็นมิตร หญิงสาวมองใบหน้าโครเดนด้วยใจที่พองโต “โครเดน คุณคือโครเดนหรือเปล่าคะ”

“ปล่าวครับแค่คนหน้าเหมือน” โครเดนแกล้งปฏิเสธอย่างไม่แนบเนียน หญิงสาวยิ้ม นิ้วอันเรียวยาวลูบไล้ต้นแขนชายหนุ่มพลางส่งสายตาเชื้อเชิญ

“ถ้าอย่างนั้นขอเชิญคุณหน้าเหมือนไปเต้นสักเพลงสองเพลงนะคะ”

โครเดนมองตาหญิงสาวในชุดเกาะอกสีแดงก่อนที่จะเดินออกไปเต้นรำในเพลงช้า เขาทั้งคู่โอบกอดกัน ราคัสยังคงมองนาฬิกาข้อมือเป็นเวลาเดียวกับที่ทูตวิญญาณแปลงร่างเป็นอากาศธาตุสีดำ ไฟที่มืดสลัวในผับทำให้คนมองไม่เห็นการกระทำของทูตวิญญาณ

“นายต้องตามไปทุกแห่งเลยรึไง ไม่ต้องตามไปหรอกน่า” ราคัสพูดกับทูตวิญญาณแต่ก็ยังคงมองนาฬิกาซึ่งบ่งบอกเวลาสี่ทุ่ม “จะกลับมาเป็นร่างผู้หญิงก็ได้นะ เราชอบ”

“ข้าไม่ตามก็ได้ เจ้าน่ะ ถ้ากลัวพลาดเวลานัก คราวหน้าก็หัดเอานาฬิกาปลุกมาด้วยซะสิ” ทูตวิญญาณกลับเป็นร่างผู้ชายตามเดิม

“สองคนนั้นท่าทางจะเหงานะคะ ให้เพื่อนเอมมี่คุยเป็นเพื่อนดีมั้ย” แขนทั้งสองข้างของเอมมี่คล้องคอโครเดนพลางมองคู่สนทนาด้วยสายตาแทบจะกลืนกิน

“อย่าเลย ผมว่าเพื่อนคุณจะหน้าแตกซะเปล่า” โครเดนยิ้มในขณะที่หญิงสาวหัวเราะกับคำตอบของโครเดน

“เพื่อนคุณเป็นเกย์เหรอคะ ฮิ ฮิ” สาวชุดแดงพริ้มตาเย้ายวน เธอลูบแก้มโครเดน “หวังว่า…คุณคงจะไม่เหมือนพวกเขานะคะ”

“ผมไม่เป็นแบบนั้นแน่นอนครับ”

โครเดนเพิ่มแรงกอดและประสานตากับคู่สนทนา ทันใดนั้นเองเธอรู้สึกเย็นวูบก่อนที่จะสลบในอ้อมกอดของเขา

“ไม่จำเป็นต้องเปลืองตัว” โครเดนคลี่ยิ้มก่อนจะส่งหญิงสาวกลับโต๊ะ เพื่อนของเธอมองโครเดนอย่างปลาบปลื้มและแอบยิ้มอย่างมีเลศนัย เพราะคิดว่าเพื่อนแกล้งป่วย

“^ ^ สงสัยจะไม่สบายนะครับ ทางที่ดีพาเพื่อนคุณไปหาหมอดีกว่านะ พอดีผมไม่ได้เอารถมา” โครเดนยิ้มพลางประคองร่างเอมมี่ก่อนที่จะให้เธอนั่งฟุบบนโต๊ะ

“*w* ผู้ชายอะไร หล่อ ไม่ถือตัว แถมเป็นสุภาพบุรุษอีก ฟินเลยแก” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนเอมมี่พูดอย่างปลาบปลื้ม

“เสร็จแล้วเหรอฮะ” ราคัสถามในขณะที่โครเดนเดินเข้ามา“ ฉันจะพาเธอไปที่พัก ทูตวิญญาณเตรียมไว้แล้วล่ะ”

ที่ไหนฮะ” ราคัสพูดอย่างสนใจ

“หอพักหน้าปากซอยบ้านไอริน”

 

@ ภายในบ้านไอริน

ไอรินกำลังนั่งบนเตียงสุดหวง

“ฮึ่ม! ผ่านไปสามเดือนแล้วยังไม่กลับมาอีก” ไอรินพูดพลางขยุ้มที่นอน ทันใดนั้นเองลมหอบหมอกสีชมพูเข้ามาในห้องก่อนจะปรากฏร่างหญิงสาวผมชมพูในชุดพยาบาลสีขาวเซ็กซี่ เธอพูดบางสิ่งพลางแบมือปรากฏควันสีชมพูจากนั้นควันก็หายไปกลายเป็นถุงสีทองบนมือเธอ

“อ๊ะ ค่าที่พัก อาหารของเรย์ ขอบคุณนะ ที่ช่วยดูแลแฟนฉันมาเป็นเวลานาน” ผู้พูดกระแทกเสียงเย้ยหยัน

‘- -++อึ้งไปเลยล่ะสิ ที่รู้ว่าฮัดจิกับเรย์สนิทกันแค่ไหน ฉันเหนือกว่าเธอเยอะ ไอริน’  ฮัดจิยืนกอดอกยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วหันมามองไอริน

“ของปลอมหรือเปล่าเนี่ย!” ไอรินพูดขณะเอาแบงก์ส่องไฟ ทำให้ผู้ยียวนโมโห

“>O<*  สนใจฉันหน่อยซี่”

หลังจากการตรวจการทำงานของเพื่อนยมทูต เรย์ในร่างมนุษย์จึงแวะเข้าซอยบ้านไอรินเพื่อดูความเรียบร้อย เขาหยุดเดินก่อนจะเงยหน้ามองแฟลตเมื่อรู้สึกได้ถึงพลังความชั่วบางอย่าง

“เฮ้! จะเข้าในซอยนี้ต้องจ่ายค่าคุ้มครองก่อนนะ” เสียงทักทายอย่างไม่เป็นมิตรดังขึ้น เรย์หันไปตามเสียง แลเห็นชายวัยฉกรรจ์สี่คนแบกไม้หน้าสาม หนึ่งในนั้นกำลังโยนก้อนหินขึ้นลงอย่างท้าท้าย

“หึ! ที่แท้พลังที่ข้าได้รับคือพวกเจ้านี่เอง พวกเจ้าไม่ต้องลำบาก ข้าคุ้มครองตัวเองได้”

“เอ๊ะ ไอ้นี่”

คำพูดนั้นทำให้ผู้ถามเดินมาหาเรย์อย่างท้าทายแต่อีกคนห้ามไว้ก่อน “มันอาจจะเป็นพวกโง่เข้าใจยากก็ได้ คือพวกข้าหมายถึงจ่ายเงินมาสักพัน ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

“ที่แท้ก็พวกรีดไถ ข้าไม่มีเงินที่เจ้าต้องการหรอก” เรย์พูดก่อนที่จะเดินจากไปแต่กลับถูกล้อมไว้

“ไม่จ่ายเรอะ เฮีย… ตื้บมัน!” ศัตรูยกอาวุธหมายตีคู่กรณีแต่เรย์ยกแขนป้องกันไว้ได้ทัน ไม้ของพวกมันจึงหัก พวกสวะเลิ่กลั่ก หนึ่งในนั้นดึงมีดออกมาหมายแทงอีกฝ่าย เรย์หลบจับข้อมือโจรก่อนที่จะบิดทำให้มีดตกพื้น และยกแขนแสกหน้าฝ่ายตรงข้ามจนหงายหลัง

พวกมันหันหน้าพร้อมกันราวกับส่งสัญญาณลุกขึ้นสู้ เรย์ดึงหอกสามง่ามตั้งรับ แล้วหวัดแกว่งปะทะ โดยที่อีกฝ่ายไม่สามารถเข้าใกล้ได้ และจบด้วยการเอาด้ามตีหัวคู่กรณี

“ถูกตีด้วยด้ามหอกยมทูต นับว่าเป็นบุญของพวกเจ้า” เรย์พูดก่อนที่จะเดินจากไป ปล่อยให้แก๊งรีดไถร้องโอดโอย

เหตุการณ์ทั้งหมดถูกราคัสมองจากทางหน้าต่าง เขายิ้มเยาะและมองนาฬิกาที่ติดข้างฝาซึ่งบอกเวลาห้าทุ่มก่อนที่จะปิดหน้าต่าง

 

นอกรั้วบ้านไอริน เรย์ยืนมองห้องไอรินซึ่งยังคงเปิดไฟอยู่ ชั่วครู่ไฟในห้องเธอดับลง เรย์จึงจับรั้วบ้านเธอหมายปีนเข้าไป แต่บางอย่างทำให้เขาหยุดคิด ก่อนที่จะเดินทางกลับนรก

 

กริ๊งงงงงงง ~

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ไอรินกดปุ่มเพื่อดับเสียง เธอนอนสูดหายใจก่อนที่จะลุกขึ้นและเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

“ไอรินตื่นได้แล้วลูก” แม่ของเธอเรียกก่อนที่จะเปิดประตูมองเข้าไปด้านใน พบเตียงว่างเปล่าและชุดนักศึกษาที่แขวนไว้กับตะปูที่ตอกไว้กับหน้าต่างพร้อมใช้งาน

“เอ๋? ตื่นแล้วนี่นา”

เวลาเดียวกันภายในห้องเช่าของราคัส ~ เขานั่งบนเก้าอี้หน้ากระจกพลางใช้แปรงสีฟันปาดสีย้อมผมสีดำ ก่อนที่จะยกมาหวีผมเพื่อปกปิดผมสีทอง

“ยินดีที่รู้จัก ไอริน” ราคัสมองตาสีทองของตนในกระจก

 

@ ภายในบ้านอัส

“อัส เสร็จยัง” อิสสะตะโกนเสียงดังแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา เธอขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจก่อนที่จะเปิดประตู พบอัสกำลังพยายามผูกเนคไทอย่างงุ่นง่าน เธอจึงเดินเข้ามาดึงมันจากมืออัสก่อนที่จะคล้องคอของเขา “ทำอะไรอยู่ ชักช้า มาฉันผูกให้”

อัสมองอิสสะ อิสสะรู้ตัวว่าถูกจ้องจึงหลบตาและรีบปล่อยมือ อัสมองตัวเองในกระจกพลางเสยผม “ฉันไม่ยักรู้ว่าเธอผูกเป็น”

“ฉันก็ต้องเรียนรู้เรื่องมนุษย์บ้างสิ เพราะฉันต้องอยู่กับมันอีกนาน นายน่ะ ไม่ย้อมผมกลับเป็นสีดำเหรอ” อิสสะยืนหันหลังให้อัส

“ฉันไม่ได้ตั้งใจมาเรียนจริงๆ สักหน่อย ไปได้แล้วล่ะ” อัสหมุนตัวพลางแบกกระเป๋าโน้ตบุ๊ก

บนรถประจำทางที่แสนแออัดปานปลากระป๋องตราสามแม่ครัว นุชยืนโหนรถเมย์พลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ทันใดนั้นเองหมาวิ่งตัดหน้ารถทำให้คนขับรถเหยียบเบรกกะทันหัน เป็นเวลาเดียวกับที่นุชวางกระเป๋าและสะบัดข้อมือทั้งสองข้าง

เอี๊ยดดดด

ปึ้ก!

นุชไม่ทันได้ต้านแรงเบรก ริมฝีปากสาวชนกับหลังผู้ชายใส่แว่นอย่างรุนแรงจนเขาเกือบจะล้ม

“ขอโทษค่ะ เสื้อคุณเลอะหมดเลย” ชายปริศนาหันหน้ามองนุชและยิ้มให้ก่อนที่จะเดินเบียดเสียดออกไปต่อว่าคนขับรถด้วยวาจาสุภาพ

“พี่ครับ พี่ต้องรับผิดชอบหลายชีวิต พี่หยุดรถกะทันหันแบบนี้ ถ้าคันหลังเขาเบรกไม่ทันก็แย่นะสิครับ”

ชายหนุ่มพูดจบจึงเดินจากรถไปทั้งที่ยังไม่ถึงป้าย นุชเห็นดังนั้นจึงรีบตามไปเพราะแอบเห็นการแต่งกายบ่งบอกว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกัน

“เดี๋ยวค่ะคุณ” นุชวิ่งตามหนุ่มแว่น

“เราไม่ได้ติดใจอะไร ไม่ต้องถึงกับลงจากรถมาขอโทษแบบนี้หรอก”

นุชจับเข่าตัวเองพลางหายใจติดขัด “คือ…ฉันขออาสาเอาเสื้อไปซักนะคะ เราเรียนที่เดียวกัน เอ๋?” นุชพล่ามไปสักพักก่อนที่จะหยุดและจ้องบางสิ่งหลังแว่นสายตา

“มีอะไร” นักศึกษาหนุ่มชะงักขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ทำไมตาคุณมีสองสี?” นุชยังคงมองตา ชายหนุ่มตกใจรีบใช้สมุดบังหน้า

‘ถูกยัยนี่เห็นซะแล้ว เพราะชนกันบนรถเมื่อกี้แน่ๆ’

“เอ่อ… คอนแทคเลนส์คงจะหลุด ขอตัวนะครับ” พูดจบ ชายปริศนาก็วิ่งฉิวราวกับนักวิ่งลมกรด ปล่อยให้นุชยืนงงก่อนที่จะเท้าสะเอว

“เฮ้! เดี๋ยวก่อนเราไปทางเดียวกันไม่ใช่เหรอ? คนอะไร ใส่คอนแทคเลนส์แล้วยังใส่แว่นอีกท่าทางจะบ๊อง”

 

@ มหาวิทยาลัย

ไอรินนั่งทอดอาลัยอยู่บนม้านั่งเพียงลำพัง

‘หลังจากวันนั้นวันที่เราไปช่วยเทพยากรณ์ อิสสะ อัส รวมทั้งเรย์ก็หายไป ทุกอย่างก็กลับมาเป็นอย่างปกติเหมือนกับทุกๆ วัน’ ไอรินแบมือรับใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นจากต้นก่อนที่จะกำมือและลุกขึ้น ‘ก็ดีเหมือนกันพบพวกนั้นทีไรมีแต่เรื่องยุ่งทุกที’

“เฮ้! ยัยริน” ในระหว่างที่เธอกำลังจะเดินออกไป ทันใดนั้นเองก็มีเสียงปริศนาดังขึ้น เสียงแบบนี้ สรรพนามที่เรียกแบบนี้ คงไม่ใช่ใครที่ไหน

“นุช!” ไอรินรีบหมุนตัวมองผู้ที่วิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าที่ดีใจสุดๆ

“เออก็ใช่น่ะสิ” นุชหายใจติดขัดก่อนที่จะจับเข่าพลางปาดเหงื่อ

“ไหนเธอบอกว่าจะเรียนมหาลัยอื่นไม่สนที่นี่ ไง ทำไมถึงมาเรียนที่นี่ได้”

“ฉันก็มาพิทักษ์คุณหนูไอรินไง วะ ฮะ ฮ่า” นุชแสดงท่าปราบอธรรมแบบฉบับหน้ากากแอ็คชั่น

‘– -;; อายเค้าไหมเนี่ย’  ไอรินหันหลังแกล้งทำเป็นไม่สนใจคล้ายคนไม่รู้จักกัน “ฉันไปนะ รุ่นพี่เรียกแล้ว”

“เดี๋ยวก่อน ฉันอยู่คณะนิเทศนะ มีอะไรก็โทรมาได้ แต่ถ้าเธอไม่ว่างก็ให้พี่ชายโทรมาแทนได้นะ ฉันรอรับสายเสมอ” นุชหมุนตัวและวิ่งรอบตัวฉันพร้อมทำหน้าทะเล้นใส่ แต่แล้วเธอก็หยุดเหมือนกับว่าสังเกตเห็นบางอย่างผ่านข้างหลังเพื่อนสาว

“อ๊ะ ผู้ชายคนนั้นเรียนคณะด้วยกับเธอเหรอ” ไอรินมองตามมือที่นุชชี้

“ไหน คนไหน”

“นั่นไง คนหล่อๆ คนนั้นน่ะ ที่ใส่แว่น มีผ้าพันแผลที่มือด้วย”

“ฉันไม่รู้จักหรอก ทำไมมีอะไรกับเขาเหรอ หรือว่า…” ฉันหรี่ตาเจ้าเล่ห์ สงสัยเพื่อนฉันคงจะปิ๊งหมอนั่นล่ะสิ

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ก็พอดีตอนเช้าฉันดันไปทำคิสมาร์คที่เสื้อเค้าเท่านั้นเอง”

“ฮั่นแน่…” ฉันลากเสียงยาวจนนุชต้องตีมือฉัน

“ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกน่า ฉันฝากเธอขอเสื้อจากเขาล่ะกันนะ เอ้อ! ถ้าจะให้ดีก็ซักให้ด้วยนะ บาย”

“ทำงี้ได้ไงล่ะ เรื่องของตัวเองก็จัดการเองสิ!” ไอรินพูดหลังจากนงรามวิ่งฉิวเข้าไปในตึกนิเทศ คาดว่าอีกฝ่ายคงไม่ทันได้ยิน

‘สงสัยนุชจะเขิน นิสัยดีจริงเลยนะเพื่อนฉัน ไหนดูหน่อยสิ ผู้ชายคนที่สามารถทำให้นงรามเพื่อนฉันหวั่นไหวได้ขนาดนี้’

 

“นั่งลงครับทุกคน มาครบกันรึยังครับ!” เสียงรุ่นพี่ตะโกน เป็นจังหวะเดียวกันที่ไอรินสะกิดหนุ่มแว่น ดูเหมือนเขาชะงักเล็กน้อยเมื่อพบเธอ แต่บางทีเธออาจจะคิดไปเองก็ได้

“หนิ! รู้จักยัยนุชไหม” ไอรินพูดพลางนั่งลงเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในบริเวณนั้น

“เราเพิ่งมาใหม่ไม่รู้จักใครที่นี่หรอก” อีกฝ่ายทำเชิดหน้าทำให้ไอรินไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ยังพูดธุระต่อ

“นุชเพื่อนฉันที่ฝากรอยลิปสติกบนเสื้อนานเมื่อเช้าน่ะ” พออีกฝ่ายพูดจบ ท่าทางของหนุ่มนักศึกษาเปลี่ยนไป ดูสุภาพมากขึ้นแล้วยิ้มให้เล็กน้อย

“ก็ดี เราชื่อราคัสยินดีที่รู้จัก”

“^___^” ไอรินยิ้มตอบ ‘ดูตาแว่นนี่ท่าทางจะเป็นเด็กเรียนเงียบๆ แฮะ’ ราคัสถอดเสื้อออกเหลือเพียงเสื้อสีดำตัวใน

“ใจนะ”

ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้คุยอะไรต่อก็มีเสียงเรียกชื่อแทรกเข้ามา

“เฮ้! ไอริน”

ผู้ถูกเรียกมองตามเสียง ผมสีเพลิงถูกมัดเป็นหางม้าอย่างเรียบร้อยเหมาะกับเครื่องแบบนักศึกษา สาวแววตาสีดำสุกใส ยืนข้างกายชายผมสีเขียวดวงตาสีเหลือ

“อิสสะ อัส”

“โทษทีที่มาช้านะ ก็อัสน่ะสิ เกิดจะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอันใดก็มิทราบ เราก็เลยปั่นจักรยานกันมา” อิสสะบ่นก่อนที่จะเหลือบคนที่นั่งอยู่ด้านข้างไอริน เธอรู้ว่าชายคนนั้นเป็นปีศาจแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่จะบอกคนอื่นให้รู้ตัว

“จะมาว่าฉันได้ไง ก็เธอบอกเองว่าอยากจะซ้อนจักรยานฉันไม่ใช่เรอะ” อัสทำเมินพลางหันหลังให้อิสสะ

“ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อย” อิสสะตวาดใส่ในขณะที่รุ่นพี่มองด้วยความโมโห

“หยุดทั้งคู่ มาสายต้องถูกทำโทษ!”

หลังจากอัสและอิสสะก็โดนทำโทษอันสุดโหด โดยให้เต้นไก่ย่างถูกเผาแล้ว ถึงเวลาพวกเราน้องใหม่ต้องเปลี่ยนชุดลำลองเพื่อเข้ากิจกรรมสานสัมพันธ์พี่น้อง คนที่ถูกรุ่นพี่แกล้งมาที่สุดคืออัส คงเป็นเพราะสีผมอันพิลึกพิลั่น

@ ห้องน้ำชาย

อัสกำลังล้างหน้าล้างตาที่ถูกขีดเขียนเช่นเดียวกับราคัส “จะล้างออกมั้ยเนี่ย” อัสมองหน้าตนเองในกระจกพลางถูหน้าตนเองด้วยความหงุดหงิด ราคัสจึงโยนบางสิ่งและลำลีให้

“เอานี่ไปใช้ซะ ถ้าใช้ไอ้นี่ล้างออกแน่”

อัสรับมันก่อนที่จะมองรายละเอียดบรรจุภัณฑ์ “น้ำยาล้างเครื่องสำอาง”

“ก็นายน่ะ เล่นย้อมสีผมพิสดารแบบนี้ก็ต้องโดนเพ่งเล็งเป็นธรรมดา” ราคัสพูดในขณะที่อัสกำลังเช็ดหน้าโดยไม่สนใจฟัง

“สุดยอด เช็ดออกด้วยแฮะ ขอบคุณครับ” อัสคืนของ ราคัสใช้มือซ้ายที่พันผ้าพันแผลรับมัน

“มือนายบาดเจ็บเหรอ”

“มือ…อ๋อ! มันก็ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่มันมีแผลเป็นน่าเกลียดก็เลยพันไว้” ราคัสมองมือตัวเองก่อนที่จะกัดผ้าพันแผล อัสเห็นดังนั้นจึงถอยหลังพลางยกมือห้าม

“^ ^;; ไม่ต้องหรอกครับ ผมถามไปอย่างนั้นเอง”

เมื่อได้ยินดังนั้น ราคัสจึงยิ้มก่อนที่จะเดินจากไป

 

@ เวลาเดียวกันในห้องน้ำหญิง

ไอรินออกมาจากห้องส้วมหลังจากเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดนักศึกษาเช่นเดียวกับอิสสะ

“ช่วงนั้นสหพันธ์วุ่นวายไปหมดเมื่อรู้ความจริง รวมทั้งปัญหาของเรย์ด้วยนะ”

“เรย์เป็นอะไรเหรอ หรือว่าถูกครอบงำอีก!” ไอรินจับแขนอิสสะอย่างลืมตัวก่อนที่จะปล่อยแขนอิสสะแกล้งทำไม่สนใจ ความจริงแล้วนี่คือสิ่งที่เธออยากรู้มากที่สุด ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรย์

“ฮั่นแน่…” อิสสะแกล้งหยอกไอรินก่อนที่จะพูดต่อ “ตั้งแต่วันนั้นเรย์ก็ไม่จับหอกตัดวิญญาณอีกเลย ฉันคิดว่าที่เรย์ไม่มาหาเธอก็คงเป็นเพราะรู้สึกผิดนั่นแหละ”

“รู้สึกผิดอะไรกัน คงจะมีความสุขล่ะสิท่า” ไอรินทำเป็นลอยหน้าลอยตา

“เอ๋?”

“ก็แฟนเรย์ พยาบาลสาวผมสีชมพู น่ารักซะขนาดนั้น” ไอรินแกล้งประชดในขณะที่อิสสะปิดปากหัวเราะคิกคัก

“อย่าบอกนะว่าเธอคิดว่าเรย์ชอบฮัดจิ ฮึ ฮึ เป็นไปไม่ได้หรอก”

“แต่วันนั้นฉันเห็นเรย์กำลังจูบฮัดจินะ” น้ำเสียงไอรินเริ่มอ่อนลง

“ความผิดฉันเอง ก็ฉันโกหกว่าถ้าฮัดจิช่วยเธอได้ เรย์จะให้สัญญาหอมแก้มหนึ่งที ขอโทษนะที่ฉันไม่ได้บอก ฉันไม่คิดว่าเธอจะถือสานี่นา” ฉันนึกย้อนไปถึงตอนที่ฉันออกจากนรกแล้วกลับเข้าร่าง วันที่พบฮัดจิครั้งแรก ที่ฮัดจิเรียกร้องของรางวัล เพราะอย่างนี้นี่เอง

ถ้าอย่างนั้น แล้ววันนั้นล่ะ ที่เรย์บอกรักอิสสะท่ามกลางเสียงน้ำตกนั่น…

มันคืออะไร

“อิสสะไม่ได้ชอบเรย์เหรอ” ฉันถามอิสสะ แต่มันทำให้อิสสะหัวเราะหนักขึ้น

“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ จะบ้าเหรอ ฉันเป็นปีศาจนะ จะมีความรักได้ยังไงกัน ฉันไม่พูดแล้ว ไปดีกว่า ไว้เจอกันนะ อีกไม่นานเรย์จะกลับมา ตั้งรับไว้ให้ดีล่ะกัน” อิสสะหันมายิ้มให้ไอรินก่อนที่จะเดินจากไป

เรย์ไม่ได้ชอบผู้หญิงคนนั้น อิสสะใจร้ายจริง เธอไม่ชอบเรย์แล้วจะให้ความหวังเรย์ทำไม…

 

แท้จริงแล้วที่อิสสะออกห่างจากไอรินเพราะเธอเห็นราคัสเดินผ่านมา เธอทักทายเขาก่อนที่จะเรียกดาบออกจากฝักซึ่งถูกเวทบังตาปิดบังไว้ มีเพียงแต่ราคัสที่เห็นมัน

“เจ้าปีศาจ หยุดเดี๋ยวนี้นะ”

“ปีศาจ? เราไม่ใช่ปีศาจ”

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า เปิดเผยร่างจริงของนายออกมา มนุษย์ถูกเวทบังตาไม่มีใครเห็นเราทั้งคู่หรอก เผยร่างจริงของนายมาซะ!”

“ร่างจริงของนายมาจากไอ้เดนชั่วนั้นใช่ไหม!” อิสสะพุ่งดาบอย่างรวดเร็วหมายทำร้ายราคัส แต่ราคัสใช้ มือซ้ายจับมันได้ทัน อิสสะไม่ยั้งมือเพิ่มแรงกดดัน เลือดสีแดงของราคัสไหลเป็นสายธาร ผ้าพันแผลขาดออกเผยรอยสักดอกเดนซาเรียสีดำ เมื่ออิสสะสมใจจึงดึงดาบออกทำให้เกิดรอยแผลตรงหน้ามือ ผู้ถูกกระทำถึงกับเบิกตาโพลง เลือดของเขาพุ่งกระฉูด บางส่วนก็ติดตรงปลายดาบของอิสสะ

“นายเป็นสมุนของโครเดนจริงๆ ด้วย” อิสสะประหลาดใจเมื่อเห็นรอยสัก

“เธอทำให้เรามีแผลจริงๆ ซะแล้ว” ราคัสเลียเลือดตัวเอง “มาทำให้เราโกรธ คิดดีแล้วหรือ”

“นายก็มีพลังเวท ทำไมนายไม่ใช้มัน” อิสสะถาม ราคัสไม่ตอบ กลับเดินหนีพลางบีบมือตนเองด้วยความเจ็บปวดปนเคียดแค้น

“เราเกลียดปีศาจ”

 

@ ในห้องเช่าของราคัส ~ ห้องของเขามีของใช้จำเป็น และนาฬิกาอีกมากมาย

“บาดเจ็บเหรอ?” เสียงดังออกมาจากอากาศธาตุสีดำ ดวงตากลมโตของมันแทบจะถลอนออกจากเบ้า

“น้ำลายมันใช้ไม่ได้ผลหรอกนะ” โครเดนลงจากเตียงก่อนที่จะเดินเข้ามาหาราคัสซึ่งกำลังเลียแผลตัวเองอยู่

“พู่…”

โครเดนนั่งและก้มลงเป่าเผล ทันใดนั้นเองแผลของราคัสก็หายเป็นปลิดทิ้ง

ราคัสยิ้มพลางขยับข้อมือ “เหมือนว่าปีศาจผมเพลิงจะไม่พอใจท่านนะฮะ”

“ฉันทำกับเธอขนาดนั้น มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” โครเดนลุกขึ้นยืน อากาศธาตุซึ่งมีดวงตากลมโตพันร่างเขาราวกับสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง

“แล้วแผนจะสำเร็จหรือฮะ” ราคัสถามอย่างไม่มั่นใจ

“สำเร็จแน่ อิสสะ…เป็นหมากชั้นดีเลยล่ะ” โครเดนยิ้มราวกับเป็นผู้กำชัยชนะ

 

👍 อ่านตอนต่อไปใน >>>>> ภารกิจที่ 17 ประกาศศึกแผนคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ รอไม่ได้แล้วล่ะ

อ่านจบแล้วช่วยแสดงความคิดเห็นเป็นกำลังใจให้ผู้อ่านตาดำๆ ด้วยนะคะ 😚

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image