ภารกิจที่27 ความลับของอาวุธสองสิ่ง

ภารกิจที่ 27
ความลับของอาวุธสองสิ่ง

109361394

ในห้องเช่าของราคัส เจ้าของห้องยืนถกเถียงหลังจากฟังกับคำหว่านล้อมของชาเทียร์และอิสสะอยู่นานสองนาน

“นี่จะให้เราเชื่อที่เจ้าบอก ว่าเราถูกหลอกงั้นหรือ!”

“แล้วเจ้าสามารถบอกข้าได้หรือเปล่า ว่าทำไม โครเดนถึงไม่บอกที่ซ่อนให้เจ้ารู้” ชาเทียร์พูด ทำให้ราคัสยิ่งเดือด เขาตบโต๊ะแล้วชี้ไปที่ประตู

“ไม่จริง ท่านโครเดนไม่มีทางทำอย่างนั้นเด็ดขาด ท่านไม่มีทางให้พลังแก่ปีศาจตนอื่นที่ไม่ใช่เรา! เราไม่มีวันเชื่อ เจ้าจงออกไปซะ แล้วเลิกพูดลบหลู่นายของข้าสักที ออกไปเดี๋ยวนี้!”

ติ๊ดๆ

อิสสะอ่านข้อความจากอุปกรณ์ส่วนตัว เธอเผลอแสดงสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด แล้วพูดกับชาเทียร์

“ท่าน…อัสส่งข้อความมา เรย์ตายแล้ว

 

ห้างสรรพสินค้า ~

“อะไรกัน…ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากจะให้เป็นแบบนี้เลย ฉันไม่ต้องการเป็นตัวแทนเผ่าพันธุ์ ทำไมนายจะต้องมาตาย ตายด้วยอาวุธของฉัน” ไอรินวางอาวุธลงแล้วร้องไห้

“ถ้าไม่มีนาย ฉันจะอยู่ยังไงกัน เรย์…ฮึก…นายตื่นมาสิ…ฮึก…ลุกมาคุยกับฉัน”

ปีศาจลอกเลียนแปลงร่างเป็นทิวงคต “จบฉากความเศร้าไว้แค่นั้นแหละ เหล็กแหลมพิฆาต” ไอรินก้มตัวปกป้องร่างไร้วิญญาณของเรย์

ฉึก!

“ทำไม ทำไมเจ้าถึงไม่หลบ!” ปีศาจลอกเลียนพูดขึ้น เมื่อเห็นร่างไอรินบาดเจ็บสาหัสจากคมอาวุธ

“นายน่ะ นายมันน่าสมเพช ถึงนายจะสามารถลอกเลียนใครต่อใครได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่นายก็ขาดความเป็นตัวเอง นายไม่มีแม้กระทั่งปัญญาของตัวเองซะด้วยซ้ำ” ไอรินพยายามลุกขึ้น

“ฮะ ฮะ ยังทำปากเก่งอยู่ได้อีก ข้าในตอนนี้ไม่มีจุดอ่อนอะไรเลย ไม่เหมือนกับทิวงคตตัวจริง มีดสีเงินของเจ้าไม่สามารถทำร้ายข้าได้”

“อะไรกัน เรย์ตายแล้วเป็นความจริงเหรอนี่!” ชาเทียร์ปรากฏกายพร้อมกับ
อิสสะ

“ที่อัสพูดก็เป็นความจริง”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายมีจำนวนคนมากขึ้นเจ้าปีศาจทำท่าจะหนี ปีศาจผมเพลิงจึงกระโดดตามไป “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

“ชาเทียร์ ช่วยเรย์ด้วย” ไอรินพูดในขณะที่ประคองเรย์เอาไว้ ชาเทียร์จับหน้าอก และจมูกของเรย์

“ชีวงคตตายแล้ว ถึงจะปกป้องร่างนี้สักเท่าไร ชีวงคตก็ไม่มีทางกลับมา”

“ไม่จริง เขาแค่หลับไปเท่านั้น มันเร็ว มันเร็วเกินไป”

“ใช่มันเร็วเกินไป แต่ทำไมถึงมีเทพยากรณ์ได้ล่ะ หรือว่าเจ้ากับชีวงคต”

“เวลาแบบนี้นายยังจะมาคิดเรื่องนี้อีก ยังไงฉันก็จะรักษาร่างนี้เอาไว้ จนกว่าเรย์จะฟื้น” ไอรินพูดอย่างเชื่อมั่น

“ตามใจเจ้า” เมื่อชาเทียร์พูดจบก็หายตัวจากไป

ไอรินยกตัวเรย์ขึ้นแบก แล้วพาไปพิงข้างกำแพง “ฉันจะพานายกลับมาให้ได้ รอก่อนนะเรย์ ขอเวลาให้ฉัน จัดการเจ้าหมอนั่นก่อน”

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” อิสสะกระโดดตามแต่เมื่อปีศาจลอกเลียนในร่างทิวงคตหันมายิ้มก่อนที่จะแปลงร่างเป็นราคัส  มันกระโดดหนีก่อนที่จะโจมตีด้วยกรงเล็บ

อ๊า!

อิสสะถูกกรงเล็บเข้าอย่างจัง

“เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้เรียนรู้เรื่องราวของพวกเจ้า จากท่านผู้ปลดปล่อยมามากมาย ทำให้ข้าแน่ใจว่า ข้าไม่มีทางเสียทีพวกเจ้าแน่ๆ”

อิสสะมองรอบๆ ตัว เหมือนกับว่ามันอยู่ในทุกทิศทุกทาง เธอได้ยินเสียงฝีเท้าสลับซ้ายขวา กับดวงตาสีแดงกำลังเคลื่อนที่เป็นลำแสงเส้นตรง

“มันก็ไม่แน่นักหรอก อิสสะไม่เป็นอะไรนะ” ชาเทียร์ปรากกฎกายข้างอิสสะแล้วสร้างโล่เวทให้เป็นที่กำบัง มีแต่เวทมนต์กำแพงฟันปลาของชาเทียร์เท่านั้นที่ใช้การได้e

“เวทนี้ก็ใช้ได้แค่ระยะไกลเท่านั้นแหละ กรงเล็บแสงจันทร์!” ปีศาจลอกเลียนร่ายเวทแล้วโจมตีในระยะเผาขน ชาเทียร์และอิสสะไม่สามารถหลบได้จึงถูกทำร้ายเข้าอย่างจัง ทั้งคู่บาดเจ็บสาหัส

“น่าเสียดายที่ตัวแทนเผ่าพันธุ์เทพจะต้องมาตายด้วยน้ำมือปีศาจอย่างข้า” ปีศาจแสงจันทร์ทำท่าจะร่ายเวท แต่ก็มีสิ่งหนึ่งมาขัดจังหวะเสียก่อน

นี่เจ้ากล้ามาแปลงร่างเป็นเราเหรอ

“ราคัส!” ชาเทียร์และอิสสะพูดพร้อมกัน ‘ราคัส นี่นายจะยอมร่วมทีมเดียวกับเราแล้วล่ะสินะ’

กรงเล็บแสงจันทร์! ราคัสตัวจริงปล่อยอาวุธสังหาร จนปีศาจลอกเลียนบาดเจ็บสาหัส แต่เมื่อมันแปลงร่างเป็นโครเดน บาดแผลก็หายไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เจ้าได้พลังมาจากโครเดน ไม่จริง” ราคัสพูดอย่างไม่เชื่อ แต่รอยสักนั่นก็ฟ้องว่ามันเป็นความจริง โครเดนเป็นผู้มอบพลังให้กับปีศาจ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเฉลียวใจเลยสักนิด

ปีศาจลอกเลียนยกมือทั้งสองข้าง ทำให้ศัตรูลอยขึ้นดิ้นทุรนทุราย เหมือนกับว่ากำลังถูกบีบคอด้วยมือที่มองไม่เห็น ไม่เพียงแค่นั้น ไอน้ำได้ระเหยออกมาจากพวกเขา ร่างกายเริ่มเย็นหนาวสั่นเหมือนจะแข็งตายให้ได้

เฟี่ยว!

ฉับพลัน! ธนูสีเงินปักหัวใจปีศาจลอกเลียนเข้าอย่างจัง จนธนูหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน พวกพ้องของไอรินจึงถูกปล่อยออกจากพันธนาการ พวกเขาตกลงสู่พื้น

“โครเดน ไม่สิ ปีศาจลอกเลียนล่ะสินะ ฉันเข้าใจความเจ็บปวดของนายแล้วล่ะ ยอมให้พลังของมีดสีเงินเข้าไปในร่างเสียเถอะ นายจะได้เป็นตัวของนายจริงๆ ต่อจากนี้นายจะได้ใช้ชีวิตของนายจริงๆ สักที” ไอรินพูดในขณะที่ปีศาจดิ้นและร้องด้วยความเจ็บปวด แสงท่วมร่างมันก่อนที่จะกลายเป็นร่างมนุษย์

“นี่เจ้าทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ” ราคัสตกใจเมื่อเห็นปีศาจกลายเป็นมนุษย์โดยไม่เหลือร่องรอยเดิมแม้แต่รอยสัก ‘ถ้าอย่างนั้นเราก็สามารถกลายเป็นมนุษย์ได้น่ะสิ’

“เราไปกันเถอะ” ไอรินพูดเมื่อจบเรื่องทุกอย่างแล้ว ทุกคนทำท่าจะไป ยกเว้นราคัสที่วิ่งไปกระชากคอเสื้ออดีตปีศาจลอกเลียนซึ่งกำลังสลบอยู่

“บอกมา ท่านอยู่ที่ไหน!”

“ไม่มีประโยชน์หรอก ตามใดที่ทูตวิญญาณเป็นผู้รับใช้โครเดนอยู่” ชาเทียร์พูดขึ้น

“มันก็เหมือนกับคนที่พยายามจับเงาของตัวเองแหละ และอีกอย่างนะ เจ้านี่ก็จำตนเองตอนเป็นปีศาจไม่ได้แล้ว” อิสสะพูด

“แล้วจะให้เราอยู่เฉยๆ เหรอ”

“แค่นายเป็นพวกเรา ก็สำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้วล่ะ”

“ใครว่าเราจะเป็นพวกเดียวกับพวกเจ้า เราแค่รวมตัวเฉพาะกิจก็เท่านั้น อย่าเข้าใจผิดล่ะ” ราคัสพูดก่อนที่จะปล่อยมนุษย์ แล้วเดินออกไปก่อน

“เจ้านี่ล่ะนะ เอาแต่ใจอยู่เรื่อยเลย” ชาเทียร์พูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

 

“โหย…จะให้เราแบกศพเจ้านี่เหรอ ไม่มีทาง!” ราคัสรีบปฏิเสธ เมื่อทุกคนตกลงจะแบกร่างทิวงคตคนละหนึ่งชั่วโมง โดยให้ราคัสเริ่มเป็นคนแรก

“ก็ช่วยไม่ได้นี่น่า ก็นายบาดเจ็บน้อยที่สุด จะให้ไอรินแบกคนเดียวก็จะดูใจร้ายไปหน่อยมั้ง” อิสสะพูด ราคัสมองไอรินที่กำลังเศร้าแล้วถอนหายใจ

“คราวนี้เราจะยอมปีศาจบ้างก็ได้ ไว้จัดการเรื่องยุ่งเสร็จแล้ว เราค่อยคิดบัญชีกัน” ราคัสก้มลงแบกร่างทิวงคต

“ก็ได้ ถ้านายยังไม่เลิกเกลียดปีศาจ”

“ตอนนี้เราไปหาที่เหมาะๆ พักผ่อนเอาแรงดีกว่า” ชาเทียร์พูดขึ้น

 

ในความมืดมิด ~

ไอรินเดินช้าๆ ตามแสงที่ส่องเป็นทาง ปลายทางนั้นมีหมาป่าสามหัวกำลังยืนอยู่ มันขู่คำรามเหมือนกับเฝ้าอะไรบางอย่าง ที่อยู่ด้านหลังของมัน เธอเดินเข้าไปใกล้ แล้วพบว่ามันคือหอกเก่า วางอยู่บนแท่น เปล่งแสงสว่างจ้า

เมื่อหมาป่ารู้ว่าใครเดินเข้ามาใกล้ มันก็หยุดและหมอบตัวลงนอน ไอรินยื่นมือไปจับหอกเล่มนั้น ทันใดนั้นเองเธอก็รับรู้ได้ว่าเจ้าของนั้นเป็นใคร

 

เรย์!

ไอรินลุกขึ้นนั่ง

“เป็นอะไรไปเหรอ?” ชาเทียร์หันมาทัก ไอรินมองไปรอบๆ เห็นเพื่อนร่วมชะตากำลังนอนหลับใต้ร่มไม้ ผู้ถามเอาฟืนใส่กองไฟข้างหน้า

“ฉันฝัน ถึงหอกตัดวิญญาณ แต่ทำไมในฝันมันมีลักษณะไม่เหมือนกับอาวุธที่เรย์ใช้ มันเป็นหอกหนึ่งง่าม ดูท่าทางจะไม่คมด้วย”

“เอ๋? ไอรินฝันอย่างนั้นเหรอ” อิสสะที่นอนฟังอยู่ ลุกขึ้นมาซักถามอย่างสนใจ

“เจ้าก็ยังไม่ได้หลับหรอกเหรอ” ชาเทียร์หันมาถาม

“ก็พยายามอยู่ แต่ในที่แบบนี้ใครจะไปหลับลง คงมีแต่พวกผู้ชายล่ะที่หลับลงได้” อิสสะหันไปมองราคัสที่กำลังกรน แต่ในระดับเสียงแบบนี้ เรียกว่าคำรามจึงจะเหมาะสมกว่า

“ฉันเคยได้ยินว่า ยมทูตสามารถเข้าฝันคนที่ต้องไปรับดวงวิญญาณ เมื่อเขาตาย เพื่อที่จะได้ดึงดวงวิญญาณในขณะฝัน ความฝันครั้งนี้อาจเป็นเบาะแสที่ดีก็ได้ ไหนลองเล่าให้ฟังหน่อย”

ไอรินเล่าความฝันทั้งหมดโดยละเอียดให้เพื่อนฟัง อิสสะทำท่าทางสนอกสนใจ

“มันอาจจะมีความนัยบอกอยู่ก็ได้”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไม ชีวงคตไม่บอกตรงๆ ล่ะ ทำไมต้องทำเป็นปริศนาให้พวกเราแก้ด้วย”

“เรย์อาจอยู่ในสภาวะที่พูดไม่ได้ก็ได้ อาจเป็นดวงจิตที่อยู่ในหอกตัดวิญญาณ เป็นดวงจิตที่เคยกักเก็บความเคียดแค้น”

“อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องไปสอบประวัติเรย์ดูก่อน ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น” อิสสะพูดจบ แล้วรีบโทรศัพท์หาอัส เมื่อปลายสายรับก็เห็นภาพเคลื่อนไหวในปัจจุบัน

“ปลุกฉันมามีเรื่องอะไรให้ช่วย” อัสพูดกับอิสสะ การสื่อสารแบบเห็นหน้ากันทำให้ชาเทียร์ตกใจ เขาละจากกองไฟแล้วเข้ามาร่วมวงสนทนา

“มันทำแบบนั้นได้ด้วย! เจ้าใช้เวทมนต์อะไรกัน”

“ในโลกมนุษย์ เขาเรียกว่าเทคโนโลยีการสื่อสารระบบสามจี” ชาเทียร์แสดงสีหน้าไม่เข้าใจอิสสะจึงอธิบายต่อ

“สามจี คือ เทคโนโลยียุคที่สาม ยุคแรกเราส่งข้อความด้วยตัวอักษรและเสียง ยุคที่สองเริ่มมีภาพเคลื่อนไหวเป็นสีส่งแนบมาพร้อมกับข้อความ ส่วนยุคที่สามก็คุยกันได้โดยการมองหน้ากัน แต่ก็ใช้ได้เป็นบางพื้นที่เท่านั้น เพราะโลกมนุษย์ยังติดตั้งอุปกรณ์รองรับไม่ทั่วถึง”

“ช่างเถอะ ถึงเจ้าจะอธิบายยังไงข้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี” ชาเทียร์พูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เพราะเขารู้แต่เรื่องโลกปีศาจเท่านั้น สำหรับเขาแล้ว เรื่องโลกมนุษย์เป็นเรื่องไกลตัวเกินกว่าจะเข้าใจ

“นี่ ปลุกฉันเพื่อจะมาคุยเรื่องสามจีหรือไง ถ้าอย่างนั้น ฉันไปนอนก่อนดีกว่า”

“ขอโทษที ลืมตัวไป” อิสสะยิ้มเขินแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ไอริน ไหนลองเล่าความฝันให้อัสฟังอีกทีสิ”

“อือ”

ไอรินรับพ็อกเก็ตพีซี จากอิสสะ แล้วคุยกับอัส “ฉันฝันถึงหมาป่าสามหัว กำลังเฝ้าหอกตัดวิญญาณอยู่ แต่ในฝันมันเป็นหอกหนึ่งง่าม เมื่อหมาป่าเห็นฉันมันก็หมอบลง แล้วฉันก็ไปจับหอกตัดวิญญาณนั้น แล้วก็…ตื่น”

“ตื่น แค่นี้เองเหรอ นึกว่ามีอะไรต่อ ตั้งใจฟังอยู่ตั้งนาน” อัสที่ตั้งใจฟังตอน
ไอรินลากเสียง ถึงกับเซ็ง

“พวกเราอยากรู้ประวัติของเรย์ อัสพอจะทำได้ไหม” อิสสะพูด

“เชื่อใจฉันเถอะน่า ขอเวลาค้นหา เดี๋ยวจะส่งไปให้”

“ขอบใจนะ” ไอรินยิ้มแล้วหน้าเศร้า “อัส…”

“อะไร”

“นายคิดว่าความฝันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ฉันอาจจะฝันไปเองก็ได้”

“ฉันไม่คิดอย่างนั้นหรอกนะ ฉันเชื่อว่าเรย์ไม่ตายง่ายๆ หรอก” อัสพูดจบแล้ววางสาย

“นอนเอาแรงกันก่อนเถอะ ถ้าปีศาจมาจะได้สู้ไหว” ชาเทียร์เดินออกจากกลุ่มแล้วไปนั่งข้างกองไฟ

 

ในป่าบนหน้าผาสูง~

“เป็นแบบนี้แล้วเราจะทำยังไงกันดี ราคัสรู้ความจริงแล้ว ถ้าตัวแทนเผ่าพันธุ์ร่วมมือกัน ท่านอาจเสียเปรียบ” ร่างมืดไร้ตัวตนพูดขึ้น

“ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้ ก็ดีเหมือนกัน ฉันก็อยากจะออกสู่โลกกว้างมานานแล้ว เก็บตัวอยู่ในนี้มันน่าเบื่อจะตาย” โครเดนลุกขึ้นสยายผม แล้วเดินออกไปบนหน้าผา เขายิ้มมุมปาก

“อีกไม่นานราคัสคงจะพบฉัน แต่ว่า ของแท้มันต่อจากนี้ต่างหาก”

 

อ่านนิยายตอนต่อไป >>>> ภารกิจที่ 28 หอกอีกเล่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image