บทที่32 รอยสักคำสาป

ภารกิจที่ 32
รอยสักคำสาป

1118

โครเดนเดินออกมาจากที่นั่งพร้อมกับทูตวิญญาณเคยที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง โครเดนเหยียดริมฝีปากก่อนที่จะหัวเราะปนอมยิ้มเบาๆ

“ในที่สุดก็มาจนได้นะ” ปีศาจขาวหยุดแล้วออกคำสั่งลับ “การต่อสู้…เริ่มขึ้นแล้ว”

ทันใดนั้นเอง ไฟภายในห้องก็ดับลง แม้ว่าเวลานี้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ภายในห้องส่งกลับมืดสนิท ไร้แสงอาทิตย์ ดวงตาสีทองของราคัสเปล่งประกาย

“ท่านคิดจะทำอะไร” ราคัสถามด้วยน้ำเสียงเรียบ หันซ้ายหันขวาอย่างระแวดระวัง

 

 

อีกด้านหนึ่ง

บริเวณชุมชนแออัด เมื่อมองลึกลงไปดีๆ จะพบคฤหาสน์หลังใหญ่ร่วมอยู่ด้วย ถ้าผู้มองนั้นไม่ถูกบดบังดวงตาด้วยเวทเสียก่อน บ้านหลังนี้อาจถูกกล่าวขวัญว่าเป็นพวกเศรษฐีมาอยู่ก็ได้

“อะไรกัน การสื่อสารถูกตัดขาดออกหมด แม้กระทั่งวิทยุกระจายเสียงหรือนี่ โธ่เว้ย!” อัสพูดด้วยความโมโห หลังจากที่ติดต่อใครไม่ได้เลย แม้กระทั่งนรก หรือว่าที่ผ่านมามนุษย์และสามภพจะพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป ทำให้ขาดความสามารถทางด้านพลังจิต

‘อยู่เฉยแบบนี้ไม่ได้’

อัสรีบคว้าหมวกกันน็อกแล้วขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซต์ทันที ‘ข้อมูลอย่างเดียวที่เรามีอยู่ตอนนี้คือ โครเดนอยู่ที่สถานีโทรทัศน์’

 

“ไม่มีอะไรนี่ ฉันก็แค่ดับไฟ ความมืดไม่เคยเป็นอุปสรรค์สำหรับเธอไม่ใช่เหรอ ฉันต่างหากที่จะต้องถาม ว่าเธอกำลังทำอะไร เธอไปอยู่กับพวกสหพันธ์”

“ที่เป็นอย่างนั้น ก็เป็นเพราะท่าน ท่านมอบพลังแก่พวกนั้น ท่านทำให้ปีศาจกลายเป็นมนุษย์ ท่านหักหลังเราก่อน!”

ราคัสพูดด้วยความขุ่นเคือง ทั้งที่อีกฝ่ายก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่มีวี่แววการแสดงความไม่พอใจเลยสักนิด

“เด็กน้อยราคัส” โครเดนเอามือที่ซุกอยู่ในกระเป๋าออกก่อนที่จะวางมือลงบนบ่าของปีศาจผมทอง

“ที่ฉันทำอย่างนั้นก็เพราะว่าฉันอยากจะใช้ประโยชน์จากพวกมันน่ะสิ”

“ใช้ประโยชน์?”

“ใช่ ฉันจะให้พวกมัน สืบเรื่องการสื่อสารของมนุษย์ เพื่อตัดวงจรการสื่อสารทั้งหมด และนอกจากนี้ ฉันยังให้เจ้าปีศาจพวกนั้นแทรกซึมสร้างความปั่นป่วน เพื่อให้รู้ภายในจิตใจมนุษย์ ฉันต้องการหาจุดอ่อนในการทำลายความรัก”

โครเดนนำมือมาซุกกระเป๋าตามเดิม แล้วเดินไปข้างหน้าก่อนที่จะหมุนตัวกลับมาคุยกับราคัสอีกครั้ง

“ฉันกำลังหาวิธีกำจัดไอริน”

“ถ้าอย่างนั้นท่านก็สมปรารถนาแล้ว ท่านควรจะหยุดให้พลังกับพวกมัน!” ราคัสพูดด้วยความไม่พอใจ

“ไม่หรอก ไม่มีทางเลยที่ฉันจะชนะไอรินและสหพันธ์ได้ แต่เรื่องนี้ฉันก็คาดคะเนไว้แล้วล่ะ” โครเดนยิ้มแล้วพูดต่อ

“ฉันไม่อยากอยู่ในโลกที่น่าจืดชืด มีแต่พวกมนุษย์ไร้เวทมนต์ ใช้สิ่งประดิษฐ์เบียดเบียนโลก เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง”

“ท่านคิดจะเลี้ยงพวกปีศาจไว้” ราคัสขึ้นเสียง ทำให้ผู้ฟังยกมือห้าม

“แต่ฉันก็ไม่ได้ห้าม ให้เธอฆ่าปีศาจไม่ใช่เหรอ”

“เราทนไม่ได้ ที่ท่านทำแบบนั้น แม้ว่าจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม”

“เจ้านี่นะ ไม่รู้อะไรเลย ฉันน่ะ…ไม่ชอบให้ใครบังคับ”

โครเดนยิ้มก่อนที่จะเบิกตาโพลงด้วยความชั่วร้าย เขายกมือที่ปกคลุมไปด้วยไอเย็นขึ้น เพียงเท่านั้นก็ทำให้ราคัสรู้สึกถึงความหนาวสั่นสะท้านไปทั่วร่างกาย ร่างกายของเขาขยับไม่ได้ราวกับถูกตรึงด้วยน้ำแข็ง

ทันใดนั้นเอง แสงไฟสีแดงโชติช่วงวิ่งผ่านเข้ามาฟันมือของโครเดนจนขาด ปีศาจมองมือของตัวเองหลุดออกไปแล้วหันมามองฝ่ายตรงข้ามด้วยสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย

เรย์รับหอกตัดวิญญาณแล้วหันมามองกลับอย่างท้าทาย มือโครเดนงอกเป็นน้ำแข็งและคืนสภาพอย่างรวดเร็วก่อนที่ความเจ็บปวดจะมาถึง อิสสะเดินเข้ามาขวางทาง พร้อมประจันหน้ากับปีศาจขาวอย่างไม่เกรงกลัว ราคัสล้มตัวลง

“นี่…พี่ชายฉันก็มากับเขาด้วยเหรอ” โครเดนยิ้มทักราชาปีศาจที่ยืนอยู่ข้างๆ เรย์

“หน้าที่ของข้าคือ ดูแลพวกปีศาจ หรือเจ้าคิดว่าสิ่งที่เจ้าทำ มันทำให้พวกเขามีความสุขได้จริงๆ อาวุธสีเงินต่างหากที่ปลดปล่อยเหล่าปีศาจได้ ไม่ใช่สิ่งที่เจ้ากำลังจะทำ”

“ยังช่างเจรจาเหมือนเดิมเลยนะ ลองถามไอรินสิว่าคิดเหมือนกับฉันหรือเปล่า” มือไอรินที่เคยง้างอาวุธสีเงินลดลง  คนที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่เธอเคยอยากอยู่ใกล้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว บุคคลที่อยู่ตรงหน้าคือปีศาจที่เธอต้องกำจัดให้ได้

ฉันน่ะ เลิกคิดเรื่องนั้นไปนานแล้ว นายมันคือปีศาจ” ไอรินกลับมาตั้งท่าต่อสู้อย่างไม่ลังเล

“โอ๊ะ โอ เล่นตัดรอนกันแบบนี้ หัวใจฉันแตกสลายเลยนะ” ปีศาจขาวยิ้มแล้วจับอกข้างซ้ายตัวเอง

“เลิกพูดมาก ฉันจะแก้แค้นให้พี่เมอิ” อิสสะพูดตัดคำสนทนา พร้อมกับเข้าไปฟาดฟันตัวโครเดน ผู้ถูกกระทำถอนมือออกจากอกและหลบด้วยความรวดเร็วด้วยการสับขาไปมา เสมือนกับว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังจู่โจมอย่างช้าๆ

“ส่วนเธอก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ” เมื่อโครเดนพูดจบ ทูตวิญญาณจึงพาโครเดนออกไป

“คิดจะหนีเรอะ!” อิสสะกระโดดตามไปติดๆ เรย์แปลงร่างเป็นปีศาจจับมือ

ไอรินแล้วรีบหายตัวตาม

“ข้าจำเป็นต้องใช้เจ้า เราสหพันธ์ต้องรวมพลังกัน หวังว่าคราวนี้เจ้าจะมีจิตใจที่แน่วแน่ จัดการโครเดน ไม่เหมือนครั้งที่ผ่านมานะ” ชาเทียร์หันมาพูดกับราคัส

“เชอะ” ผู้ฟังเบือนหน้าหนี ทั้งๆ ที่ ตัวเองไม่มีแรงลุกด้วยซ้ำแต่ก็ยังทิ้งความทะนงไม่ได้อยู่ดี ทำให้ชาเทียร์หยุดแล้วถอนหายใจกับพฤติกรรมของเพื่อนร่วมชะตากรรม แล้วผายมือสร้างลมให้หมุนรอบตัวเขาและราคัส หายไปพร้อมกัน

 

ด้านนอกอาคาร

“อย่ามาหันหลังให้ฉันนะ” อิสสะกระโดดลงพื้นมองแผ่นหลังของบุรุษเบื้องหน้า แต่ชั่วพริบตาเขาก็หายไป สาวผมเพลิงหันรีหันขวาง เคลื่อนตัวช้าๆ อย่างระแวดระวัง แล้วหันหลังกลับฟันคู่ต่อสู่ที่ปรากฏตัวไม่นานนัก

ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ เหมือนกับว่ากำลังต่อสู้กับอากาศ

“อิสสะ เธอคิดว่าจะฆ่าฉันได้เหรอ ฮึๆ” เสียงฝ่ายตรงข้ามลอยมาตามลม

“ก็ลองดู” อิสสะยิ้ม ก่อนที่จะยกนิ้วชี้หนึ่งนิ้ว แล้วหายตัวไป

“คิดจะใช้เวทลวงตาซ่อนฉันเหรอ ประมาทมากเกินไปแล้วนะ ปีศาจน้อย”

โครเดนลอยตัวนิ่ง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าและรู้สึกถึงสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวมาถึงตัว ปีศาจขาวยกมือไปทางด้านต้นตอของเสียง เพียงเท่านั้น  น้ำแข็งก็ปรากฏออกจากมือของเขาเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ รับดาบจากอิสสะได้ทัน มันกินดาบของอิสสะให้กลายเป็นน้ำแข็ง สาวผมเพลิงตกใจเมื่อเห็นมันลามถึงมือและตัวเธออย่างรวดเร็ว

“อิสสะ!”

ไอรินร้องเรียกก่อนที่จะยิงลูกธนูใส่โครเดน มันทะลุผ่านปักที่ตัวใจของผู้ถูกกระทำก่อนที่จะหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างของเขา ในขณะเดียวกันเรย์ก็หายตัวรับอิสสะที่มีสภาพเป็นน้ำแข็ง

“นี่เธอคิดจะมอบพลังความรักให้ฉัน ไม่มีทางซะหรอก” โครเดนปล่อยน้ำแข็งใส่ไอริน เธอกระโดดหลบ ‘อะไรกัน พลังของธนูสีเงินไม่สามารถทำให้มันคืนสภาพได้เลย เราก็เข้าใจความรู้สึกของโครเดนแล้วนี่ หรือว่ามันไม่ใช่!’

ฉับพลันร่างครึ่งยมทูตกระโดดเข้าฟาดฟัน โครเดนหายตัวหลบ เรย์แปลงร่างเป็นปีศาจลอยตัวอยู่บนอากาศเช่นเดียวกับฝ่ายตรงข้าม ใช้เหล็กแหลมเข้าถาโถมใส่ ปีศาจขาวยืนยกมือข้างเดียว เพียงเท่านั้นเหล็กเหล่านั้นกลายเป็นน้ำแข็ง และเข้าจู่โจมเรย์ทันที แต่ฝ่ายตรงข้ามยกแขนป้องกันไว้ได้ทัน

“อย่างนี้นี่เอง… ร่างของเจ้าเป็นไฟล่ะสินะ แล้วยังแข็งเกินกว่าที่จะทะลุทะลวงได้อีก แต่อย่าคิดนะว่าฉันจะมีพลังเพียงเท่านี้น่ะ” โครเดนยิ้มเรียบ

“ถึงเจ้ามีพลังสักเพียงใด เจ้าก็สู้พลังของพวกข้าไม่ได้หรอก!”

“แน่ใจเหรอ ฮึๆ เจ้าคิดเหรอว่าราคัสจะเป็นพวกของเจ้าจริงๆ ถึงจะเป็นพวกของเจ้า แต่ถ้าฉันทำให้ตายไปสักคนล่ะ” โครเดนผายมือ ทันใดนั้นเอง ราคัสที่ตามมาที่หลังจับมือซ้ายตัวเองเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด

“นี่เจ้ากำลังทำอะไร! หยุดเดี๋ยวนี้” ชาเทียร์โกรธตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

เรย์เข้าฟาดศัตรูด้วยหมัดแต่ถูกทูตวิญญาณพาโครเดนหลบได้เสียก่อน ช้าไปเสียแล้วมือซ้ายของราคัสกลายเป็นน้ำแข็งและกำลังลามไปตามลำตัว

“ไม่มีประโยชน์หรอกพี่ชาย เพราะรอยสักรูปเดนซาเรียนั่นมันคือคำสาปของฉัน ถึงจะช่วยยังไงก็ไร้ประโยชน์” ชาเทียร์พยายามใช้เวทพื้นฟูสภาพกับตัวแทนเผ่าพันธุ์ปีศาจ แต่ก็ไร้ผล น้ำแข็งคลุมร่างกายราคัส จนตัวเขาแตกละเอียด

ไอรินมองเพื่อนร่วมทีม ตายไปต่อหน้าต่อตา

“โหดร้าย… โหดร้ายเกินไปแล้ว” ถึงจะเป็นเพื่อนกันไม่นานแต่ความรู้สึกที่เธอมีให้ราคัสก็คือ มิตรภาพ เช่นเดียวกับทุกคน

“เท่านี้…ตัวแทนเผ่าพันธุ์ก็เหลือแค่สามคนแล้วล่ะสินะ” โครเดนยิ้ม

“เจ้านี่มัน…” ชาเทียร์กำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น ที่ไม่สามารถช่วยปีศาจที่อยู่ตรงหน้าได้ “คนอย่างเจ้าไม่คู่ควรที่จะเป็นน้องข้า!” ตัวแทนเผ่าพันธุ์เทพร่ายเวทลมใส่ศัตรู แต่โครเดนกลับเคลื่อนไหวหลบได้อย่างง่ายดาย พร้อมสวนกลับด้วยพลังน้ำแข็ง

เรย์เข้ามาขวางไว้ได้ทัน น้ำแข็งเข้าคุมร่างปีศาจของเขา ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนๆ แต่ความรู้สึกนั้นก็คลายลงเมื่อร่างทิวงคตลุกเป็นไฟ ทำให้น้ำแข็งละลาย

“ฝากอิสสะด้วย เจ้ามีพลังป้องกันสูงคงจะช่วยอิสสะได้ พลังของข้าอาจพลาดพลั้งทำให้อิสสะเสียชีวิต”

เรย์พูด ชาเทียร์พยักหน้าก่อนที่จะรี่เข้าไปหาร่างอิสสะ แล้วดำเนินการช่วยเหลือ

“พบกันอีกแล้วนะ คราวนี้จะได้สู้กันอย่างจริงๆ จังๆ กันสักที” โครเดนยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะผายมือออกแล้วยื่นพลังเข้าโจมตี เช่นเดียวกับเรย์ที่ปล่อยพลังไฟเข้าโจมตีเช่นกัน

พลังไฟและน้ำแข็งเผชิญหน้าถาโถมเข้าหากัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ ในเวลาไม่นานพลังทั้งคู่ก็ระเบิด ร่างเรย์และโครเดนกระเด็นออกไปคนละทาง

เสื้อผ้าของโครเดนไหม้เล็กน้อย ส่วนผมเรย์ก็มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะเช่นกัน แต่ใช้เวลาไม่นานทั้งคู่ก็ฟื้นสภาพเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เก่งดีนี่ ฉันยังไม่เคยเจอคนที่สามารถต่อสู้ได้อย่างสูสีเลยจริงๆ เธอเป็นคนแรก”

“น้อมรับด้วยความยินดี” เรย์ยิ้มในแบบฉบับทิวงคตก่อนที่จะใช้หมัดไฟเข้าถาโถมโครเดน ทั้งที่รัวใส่ไปหลายชุดแต่กลับไม่ถูกเลยสักหมัด ด้วยความเหนื่อยทำให้ทิวงคตเคลื่อนไหวได้ช้าลง เป็นโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามเสยหมัดน้ำเข็งเข้าใส่

ร่างปีศาจไฟลอยพุ่งขึ้นไปก่อนที่จะถูกเหยียบซ้ำด้วยเท้าน้ำแข็งของโครเดนที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงทำให้ ร่างผู้ถูกกระทำกระแทกลงพื้นอย่างรุนแรง

“แต่ความเร็วยังช้านะ” โครเดนยิ้มในขณะที่เท้าข้างหนึ่งของเขาเหยียบอกเรย์ เกล็ดน้ำแข็งเคลื่อนตัวเล็กน้อยก่อนที่เรย์จะละลายมันด้วยอำนาจไฟ

เรย์หายตัวแล้วปรากฏตัวยืนขึ้น แล้วซัดกลับด้วยเหล็กแหลม แต่โครเดนเอนตัวหลบได้ทัน พร้อมกับสวนเวทน้ำแข็งกลับถูกฝ่ายตรงข้ามจนกระเด็นชนอาคารสถานีโทรทัศน์จนทะลุ แล้วมันก็ล้มครืนลง เหลือเพียงฝุ่นควันขนาดใหญ่

ปีศาจขาวโครเดนยิ้มมุมปากก่อนพร้อมผายมือขึ้น เมื่อม่านควันกระจายตัวลงก็เห็นร่างทิวงคตลอยอยู่ ทำท่าจับคอเหมือนว่าหายใจไม่ออก

เรย์นิ่งตั้งสติแล้วยิ้มก่อนที่จะลุกเป็นไฟ โครเดนรีบลดมือลง มือของเขาเกิดไอน้ำและเปียก

ร่างครึ่งปีศาจดันตัวเองลุกขึ้น “เจ้ามันร้ายนัก เสียดายที่ข้าใช้ร่างนี้กับเจ้าช้าเกินไป การที่จะอ่านความคิดกับคนที่ไม่ใช่ตัวแทนเผ่าพันธุ์มันง่ายนิดเดียว”

ผู้ฟังเอามือซุกในเสื้อคลุม “เอ…นี่เธออ่านความคิดฉันได้ด้วยเหรอ น่าสนุกจังเลยนะ ไหนว่ามาสิ ฉันจะได้รู้ว่าเธอพูดถูกหรือเปล่า”

     ”เจ้าจำเป็นต้องมอบพลังให้ราคัส เพื่อดูดพลังคืน นับว่าเป็นประโยชน์สองต่อ เพราะนอกจากเจ้าได้กำจัดตัวแทนเผ่าพันธุ์ไปคนหนึ่งแล้ว แล้วก็จะได้รับพลังกลับมาเป็นมหาศาล”

”ทายถูกซะด้วย ถ้าอย่างนั้นเรื่องนั้นเธอก็รู้ด้วยสิ สำหรับแผนขั้นต่อไป”

โครเดนปรบมือ

“แผนขั้นต่อไป!” ไอรินพูดพร้อมตั้งใจฟัง

“ข้าไม่ยอมให้เจ้าทำอย่างนั้นหรอก” ทิวงคตจู่โจมระยะประชิด แต่คู่ต่อสู้ก็ยังสามารถหลบได้

“นี่ฉันยังใช้พลังแค่ไม่กี่ส่วนเองนะ เธอคงมาได้แค่นี้จริงๆ ปีศาจทิวงคต”

ปีศาจหินไฟชกคู่ต่อสู้ก็เหมือนกับชกลม  ‘ไม่โดนมันเลยสักนิดเดียว ถ้ามันใช้แผนการนั้นล่ะก็ร่างนี้คงสู้กับมันไม่ไหวแน่ คาถาสลัดกายก็ยังไม่สำเร็จดีนัก แต่ยังไงก็ต้องลองดู จัดการมันซะ ก่อนที่มันจะแปลงร่าง’

“คงถอดใจแล้วล่ะสิ อย่างเธอน่ะ  ทำได้แค่ชะลอเวลาเท่านั้น ต่อไปนี้ โลกต้องเป็นของฉันคนเดียว ไม่มีการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์ ทุกเผ่าพันธุ์ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของฉัน แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้นได้ ฉันต้องจัดการกับโลกมนุษย์ที่เน่าเฟะซะก่อน”

โครเดนยิ้มก่อนที่จะใช้พลังเวทดูดไอความร้อนจากตัวคู่ต่อสู้

          “อ๊ากกกก”

“มาได้เท่านี้เองหรือนี่ โธ่เว้ย!”

     เฟี่ยว!

ลูกธนูสีเงินปักที่มือของโครเดนอย่างจังก่อนที่จะสลายไป เป็นผลให้เรย์ร่วงลงมายังพื้นดิน

“นี่เธอ!” บุรุษชุดขาวหันมามองไอรินด้วยอารมณ์เดือดดาล “ฉันได้ให้โอกาสเธอ หลายครั้งต่อหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ไม่เห็นค่า คงจะเป็นเจ้านั่นล่ะสินะที่เปลี่ยนใจเจ้าได้” โคนเดนหันไปมองทิวงคตที่ลงไปนอนสลบอยู่

แผลในมือของโครเดนหายไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับอาการบาดเจ็บ เขาเอื้อมมือดึงตัวไอรินขึ้นจากพื้น พร้อมดูดพลังจากตัวเธอ ไอน้ำแข็งออกจากปาก หู และจมูก เข้าสู่ร่างกายโครเดนอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ชาเทียร์จะช่วยเหลือไว้ได้ทัน ไอรินล้มลง

ชาเทียร์เจ็บใจจนถึงขีดสุด  ทำท่าจะละมือจากการช่วยเหลืออิสสะ และสู้กับปีศาจขาวที่อยู่ตรงหน้า

“อย่าทำอย่างนั้นนะ” ไอรินดันตัวเองลุกขึ้น

“ยังไงฉันก็จะไม่ยอม ฉันไม่มีวันยอมให้มันเป็นอย่างนั้นหรอก ฉันจะรักษา รักษาโลกใบนี้ด้วยมือของฉัน และฉันก็เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนก็คิดอย่างนั้น”

“โอ…นี่ยังยืนได้อีกเหรอเนี่ย ทำได้ดีนี่ สำหรับมนุษย์ธรรมดา แต่ก็คงมาได้แค่เท่านี้แหละ” โครเดนเบิกตาโพลงพร้อมทำท่าบีบคอไอริน ผู้ถูกกระทำทำได้แค่เพียงจับคอของตัวเองเท่านั้น

“ไอริน!”

“ชาเทียร์ อดทนไว้ ฉันเชื่อ ฉันเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ฉันเป็นตัวแทนเผ่าพันธุ์ ไม่ตายง่ายๆ หรอก ฉันน่ะ ฉันน่ะ ไม่มีวันยอมให้มันเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด ไม่มีวัน”

“ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะทำอะไรได้ ดูเจ้านั่นสิ คนที่เคยช่วยเธอมาตลอด ตอนนี้ แค่มันช่วยตัวเองยังไม่ได้เลย ฮึ ฮึ แต่ก่อนเธอจะตาย ฉันจะให้เธอได้เห็นพลังที่แท้จริง และโลกใบใหม่ของฉัน มันสนุกดีนะ ที่ได้ทำลายความเชื่อมั่นของคนที่มีจิตใจแข็งแกร่งอย่างเธอ” โครเดนตรึงร่างไอรินไว้กับตึก พร้อมกับร่ายน้ำแข็งก่อนที่จะเป็นเหล็กกล้า

“ทูตวิญญาณฉันขอปลดปล่อยเจ้า” โครเดนผายมือทั้งสองข้าง ทันใดนั้นเอง เสียงแห่งความทุกข์ทรมานก็ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย ทูตวิญญาณกลายเป็นไอเข้าไปหลอมเป็นร่างเดียวกับเขาเช่นเดียวกับปีศาจทุกตนที่โครเดนเคยถ่ายทอดพลังให้

ท้องฟ้าที่เคยสว่างกลับมืดมน ลมพายุน้ำแข็งเข้าถาโถม ทั่วบริเวณกลายเป็นน้ำแข็งจนรู้สึกหนาวสั่นสะท้าน

“แม้แต่ทาสรับใช้ของเจ้า เจ้ายังทำได้ เจ้านี่มัน” ชาเทียร์ยกมือป้องกันใบหน้าจากวายุ

“พลังของฉัน ถ่ายทอดให้ผู้รับใช้เพื่อให้มันเจริญเติบโต ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว”

 

อ่านนิยายตอนต่อไป >>>  ภารกิจที่ 33 ความรักความหลง 

ชอบก็กด like กด แชร์นะคะ ขอบพระคุณค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image