ภารกิจที่ 33 ความรักความหลง

ภารกิจที่ 33
ความรัก ความหลง

rp_Crodenversioncolor1.jpg

 

ฉึก!

ลมพายุสงบลง

“ทำไมกัน!” โครเดนมองปลายหอกสามง่ามที่ทะลุผ่านหน้าอกตัวเอง ดวงตาของเขาเบิกโพลงก่อนที่คมหอกนั้นจะถูกดึงออกจากร่างกาย และแล้วร่างของเขาก็ลมลง

ร่างยมทูตผมหยิกใช้อำนาจไฟ ทำลายเครื่องพันธนาการร่างไอรินและพาเธอมายังที่ปลอดภัย แล้วกลับมาประจันหน้ากับคู่ต่อสู้

“อย่างนี้นี่เอง นี่เธอเอาร่างมนุษย์ออกล่ะสินะ พลังของเธอจึงมากมายขนาดนี้”

โครเดนซึ่งบัดนี้ความบาดเจ็บจางหายไปหมด มองร่างมนุษย์ผมม่วงที่กำลังนอนอยู่บนพื้นแล้วฉีกยิ้ม

เรย์ไม่พูดพล่ามทำเพลงเขาจู่โจมโครเดนไม่ยั้ง โครเดนสร้างดาบน้ำเข็งเข้าตั้งรับอย่างง่ายดายไม่แสดงอาการเหนื่อยล้าสักนิด

ยมทูตพยายามเอาหอกฟันร่างปีศาจขาว แต่ด้วยความเร็วที่ไม่อาจต้านทาน โครเดนกระโดดหลบแล้วร่ายเวทน้ำแข็งใส่ร่างมนุษย์ของเรย์

“ไม่ทันแล้ว!”

          “อ๊ากกกก!”

     “อัส!”

ไอรินและเรย์พูดพร้อมกัน ร่างอัสกลายเป็นน้ำแข็งก่อนที่จะแตกสลายไปเพราะช่วยป้องกันเรย์จากเวทน้ำแข็ง

โครเดนร่ายเวทอีกครั้ง แต่ชาเทียร์ใช้โล่สกัดไว้ได้ทัน น้ำแข็งจึงคลุมเกราะกำบังก่อนที่จะแตกละเอียด

“ทุกคนปลอดภัยนะ” ชาเทียร์พูดแต่ไอรินยังคงตกใจกับภาพตรงหน้าจึงไม่ตอบ เธอกอบน้ำแข็งซึ่งก่อนหน้านี้เป็นร่างกายของเพื่อนร่วมชะตากรรม

“อัส… อะไรกัน เรายังไม่ทันได้บอกลากันเลย ฮึก อัส ทำไม”

ชาเทียร์มองไอรินด้วยความรู้สึกผิด ถ้าอัสเป็นปีศาจอาจต้านทานพลังไหวเหมือนกับอิสสะ แต่เขาเป็นมนุษย์

“อัส” อิสสะค่อยๆ ลืมตา หลังจากได้ยินเสียงไอริน เธอพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบา “อัสเป็นอะไร”

“อิสสะ อัสไม่ได้อยู่กับเราแล้ว” ไอรินพูดทั้งน้ำตา อิสสะมองน้ำแข็งที่ไอรินถืออยู่

เหมือนกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุน อิสสะเอื้อมมือกำน้ำแข็งแน่น น้ำตาเอ่อล้นจนยากที่จะหยุดยั้ง

“หรือว่า นี่คืออัส อัส ไหนว่านายจะอยู่เป็นเพื่อนฉันจนแก่ไง อัสตื่นขึ้นมาสิ ฮึก ตืนขึ้นมา  อัส  ทำไมทุกคนต้องทิ้งฉันไปหมด ทั้งป้าไหม พี่เมอิ และสุดท้ายก็คือนาย อัส”

“อัสกำลังออกเดินทาง เราไม่ควรเศร้าให้เขาเห็น อย่าเศร้าไง” ไอรินโอบอิสสะแนบกับอก เธอพยายามเงยหน้าให้น้ำตากลับเข้าไป แต่มันมีมากเกินไปทำให้ล้นออกจากตาไปเสียหมด

 

 

ทางด้านยมทูตและปีศาจขาวเข้าต่อสู้กันเต็มกำลัง จนเห็นรัศมีไฟและน้ำแข็งกระจายเป็นวงกว้าง

‘ทำไมเจ้านี่สู้เท่าไรก็ไม่เจ็บ พลังการฟื้นฟูของมันสูงจริงๆ ถ้าสู้นานกว่านี้กำลังใจของทุกคนต้องถดถอยแน่ ข้าต้องทำให้มันจบโดยเร็วที่สุด’

เรย์ถอยร่นออกมาตั้งหลักก่อนที่จะปล่อยพลังไฟ

     “อัคคีวายุ”

          โครเดนหลบได้ทันก่อนที่จะประชิดคู่ต่อสู้ ฟันหลังคู่ต่อสู้อย่างจัง

          ฉับ!

          เรย์ล้มลง ถึงร่างยมทูตจะแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็สร้างบาดแผลไม่น้อย

          “คิดว่าจะสู้กับฉันได้เหรอ น่าขำ” โครเดนทำลายดาบจนแตกละเอียดก่อนที่จะดึงหอกตัดวิญญาณออกจากมือฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่จะเหยียบแผลทำให้เรย์ลุกไม่ได้

          ‘นี่มันแกร่งจนถึงขั้นจับหอกตัดวิญญาณได้แล้วหรือ’ หอกตัดวิญญาณกลายเป็นน้ำแข็งด้วยอาคม

          เรย์พยายามต่อต้านแต่ก็ทำไม่ได้

          “ถึงเวลาที่เธอต้องจบชีวิตแล้ว ตายซะเถอะ” โครเดนทำท่าจะแทงหลังเรย์

     เฟี่ยว!

          ลูกธนูสีเงินวิ่งผ่านอากาศเข้าปะทะกับหอกตัดวิญญาณทำให้เกิดระเบิด หมอกควันเต็มไปทั่วบริเวณ เกิดแสงสีชมพูประหลาดขึ้นอาวุธที่อยู่เหนือพื้นดิน เมื่อม่านบังตาหายไป จึงได้เห็นอาวุธทั้งสองรวมกันกลายเป็นลูกธนูสีเงินรูปร่างคล้ายหอกสามง่าม ส่วนโครเดนกระเด็นไปอีกทาง เรย์ดันตัวเองลุกขึ้นยืน

          คันศรในมือไอรินเปลี่ยนรูปร่างอีกครั้ง มันใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับลูกธนูอันใหม่ที่รวมกับหอกตัดวิญญาณ จนเธอไม่สามารถยกคนเดียวได้

          “หรือว่านี่คือเหตุผลที่อาวุธยอมรับพวกเรา” เรย์กระโดดเข้ามายังเกราะเวทของชาเทียร์ เขาเรียกธนูสีเงินก่อนที่จะจับมันได้

          “นี่มันเกิดบ้าอะไรกัน”

โครเดนบาดเจ็บ บาดแผลของเขาไม่หายไปเหมือนที่แล้วมา

          “อิสสะ ดูแลร่างชีวงคตเอาไว้นะ” ชาเทียร์ปล่อยเวทออก ก่อนที่จะสร้างเวทตรึงร่างโครเดน ทำให้ผู้ถูกกระทำขยับไม่ได้

          ในระหว่างที่โครเดนพยายามขัดขืน ชาเทียร์ใช้พลังสูงสุดของที่มี

          “เร็วๆ เข้า ข้าไม่รู้ว่าจะหยุดโครเดนได้นานเท่าไร”

          เรย์โอบไอริน มือของทั้งคู่สัมผัสกันพร้อมกับง้างคันธนู

          “ได้เวลาปลดปล่อยเจ้าแล้ว โครเดน” ทั้งคู่ปล่อยลูกดอกโจมตีถูกหัวใจคู่ต่อสู้อย่างจัง

          “ไม่ ไม่มีทางเป็นไปได้”

          ลูกธนูหลอมรวมร่างเข้ากับปีศาจขาวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่โครเดนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

          ท้องฟ้าที่มืดมนกลับทอแสงสดใสอีกครั้ง น้ำแข็งทั่วบริเวณได้สลายหายไปอย่างรวดเร็ว

          “จบสักทีนะ” ร่างยมทูตพูดจบก็หายไป ไอรินจึงเข้าไปดูร่างมนุษย์ของเรย์ด้วยความเป็นห่วง ซึ่งบัดนี้กลายเป็นร่างครึ่งยมทูตแล้ว

          “โครเดนหายไปไหนกันนะ” ชาเทียร์ยังไม่วางใจว่าศัตรูพ่ายแพ้จริง

          เรย์หายใจแรงก่อนที่จะฟื้น

          “เป็นไงบ้าง” ไอรินถาม

          “ข้าไม่เป็นไร จบสักทีสำหรับภารกิจนี้” เรย์พูดอย่างอาลัย เขาคงต้องกลับไปยมโลก และถูกลบความทรงจำเพื่อจะได้ตัดความสัมพันธ์กับมนุษย์ ถึงจะโล่งใจ แต่เขาก็รู้สึกใจหายที่จะต้องสูญเสียความทรงจำ

          “อืมม์” อิสสะพยักหน้า เธอรู้ดีว่าต่อจากนี้จะไม่เหมือนเดิม ทุกคนต้องกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง

          ชาเทียร์เดินเข้ามาจับบ่าอิสสะ “ไม่ต้องห่วง ข้ากับเจ้าอายุยืนยาวเช่นกัน ต่อไปเจ้าคงไม่เหงาอีกแล้ว”

          ไอรินหยุดนิ่งไม่พูดอะไรต่อ ราวกับรับรู้ว่า ความโศกเศร้ายังคงอยู่

 

 

 

สี่ปีผ่านไป …

สวนอัมพร ประเทศไทย

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ในตอนนี้เธอก็เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว หลังจากวันที่โครเดนหายไป ทุกอย่างก็เริ่มสงบลง จนหลายคนก็เริ่มจะลืมเลือนเขาไปจากความทรงจำแล้ว

“ยิ้มหน่อย”

ไอรินกับแม่ถ่ายรูปโดยนงรามเป็นคนกดชัตเตอร์

“อะแฮ่ม” สาวผมเพลิงกระแอมเสียงดัง ทำให้ไอรินต้องละสายตาจากกล้องมองผู้ส่งเสียง

“อิสสะ ชาเทียร์” ไอรินยิ้มดีใจ เมื่อเห็นอิสสะถือช่อดอกไม้มา

“สวัสดีครับคุณแม่” ชายสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวลายทางพูด

“สวัสดีค่ะ”

“ดีจ้ะ หนูอิสสะ เอ…พ่อหนุ่มคนนี้ เพื่อนเรย์นี่เอง” เริงรินทำท่านึกก่อนที่จะถามต่อ “เรย์ไม่ได้มาด้วยเหรอ”

ไอรินหน้าซีดเมื่อนึกถึงเรย์

“ชีวงคตไม่ได้อยู่กับพวกเรา แต่เขาต้องมาหาคุณแม่แน่ครับ” ชาเทียร์ยิ้ม ส่วนอิสสะนั้นก็เดินเข้ามา ยกช่อดอกไม้ไห้

“ยินดีด้วย”

“^ ^ ขอบใจนะ” ไอรินรับดอกไม้

“โชคดีที่คณะเรารับประกาศนียบัตรตอนเที่ยง ก็เลยได้ถ่ายรูปตอนเช้า”

นงรามพูดพลางเอามือจับบ่าไอริน

“โชคดียังไง”

“หน้าจะได้สดใสไง”

“เอามาคราวนี้แม่ถ่ายให้นะ อิสสะ ชาเทียร์ก็มาถ่ายด้วยสิ” ทุกคนตั้งท่า ทำท่าจะกระโดด

“เอาล่ะนะ”

แชะ!

 

 

คืนวันนั้น

ไอรินเข้ามาในห้อง เหวี่ยงสัมภาระลงบนเตียง ทันใดนั้นเองก็มีมือใครบางคนปิดปากเธอ สาวเจ้าพยายามขัดขืน แต่ร่างนั้นก็กอดแน่นขึ้น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“นี่ข้า ชีวงคตเอง” ร่างนั้นปล่อยเธอออกพันธนาการ

“เรย์! เรย์จริงๆ ด้วย” ไอรินมองร่างครึ่งยมทูตตรงหน้าก่อนที่จะกอดเขา

“ไอริน ฟังข้านะ เจ้ายังรักข้าอยู่หรือเปล่า” เรย์คลายอ้อมกอดจับต้นแขนไอริน ส่วนผู้ถูกกระทำนั้นเมื่อได้ยินคำถามก็ตอบรับด้วยการพยักหน้าเร็วๆ ด้วยน้ำตา

“ถ้าอย่างนั้นเราไปกัน”

“ไปไหน”

“ข้าทำเรื่องใหญ่เอาไว้ ไว้ค่อยอธิบาย” เรย์แปลงเป็นร่างปีศาจ แล้วพูดกับไอริน

“หลับตาด้วย”

          ซ่า

          เสียงน้ำทะเลกระทบฝั่ง ไอรินค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าคือซุ้มดอกไม้ ผ้าสีขาวบางกางเป็นหลังคา

          ฟู่!

          เสียงสเปรย์สายรุ่งจากเพื่อนๆ ฉีดใส่ท้องฟ้า ทั้งนงราม ชาเทียร์ อิสสะ และแม่ของเธอ ปรบมือต้อนรับ ทุกคนแต่งด้วยชุดเดรสสวยงาม

          “นี่มันอะไรกัน”

          “ข้าบอกกับแม่ไว้แล้ว วันนี้เราจะแต่งงานกัน”

          “แต่งงาน!”

          ชาเทียร์ร่ายเวทเปลี่ยนชุดให้ไอรินกับเรย์ ไอรินมองชุดสีขาวที่สวมอย่างประหลาดใจ

          แม่ของเธอเดินเข้ามาหา พลางเอาสายสิญจน์ผูกข้อมือทั้งสอง

          “ขอให้ลูกมีความสุข ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นลูกต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะ เรย์ ดูแลลูกแม่ด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามทิ้งกันเด็ดขาด”

          “ครับแม่ ผมจะไม่มีวันทิ้งไอรินไปไหน”

          อิสสะและเพื่อนๆ ต่างเดินเข้ามาผูกแขนและอวยพร

          “เรย์ ดูแลไอรินดีๆ นะ”

          “ฝากเพื่อนฉันด้วย ห้ามทำให้เพื่อนฉันเสียใจเด็ดขาดไม่อย่างนั้นโดนแน่”

          “รีบผลิตลูกไวๆ นะ ข้าอยากเจอเทพยากรณ์เร็วๆ”

          ในระหว่างการอวยพรนั่นเอง ก็มีเสียงดังขึ้น

          “ชีวงคต กลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้” ทรยศพูดขึ้น พวกเขามาพร้อมกับพรรคพวกยมบาลหลายสิบคน

          “ตามมาจนได้นะ” เรย์พึมพำ

          “ชีวงคตรีบไปเดี๋ยวข้าดูทางนี้เอง” ชาเทียร์พูดก่อนที่จะร่ายเกราะเวท และเวทลวงตา บังเรย์และไอรินเอาไว้

 

 

 

โรงแรมแห่งหนึ่ง

“นายพาฉันมาที่ไหนกันเนี่ย” ไอรินมองเตียงคู่ในห้องแล้วหน้าแดง

“เจ้ายังไม่หายตกใจอีกเหรอ”

“ก็คนยังไม่ทันตั้งตัวนี่นา”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ชาเทียร์จัดการได้อยู่แล้ว” เรย์นั่งบนเตียงพลางถอดรองเท้า แล้วเหลือบมองไอรินที่กำลังหวั่นวิตก

“แล้วทำไมนายถึงจำฉันได้ล่ะ มันเกิดเรื่องอะไรกัน ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย”

“มานั่งก่อนสิ”

ไอรินนั่งลงบนเตียงอย่างว่าง่าย เรย์จึงพูดต่อ

“ข้าให้ชาเทียร์หาเข็มฉีดยาแก้ปวดมาให้ แล้วสลับเปลี่ยน เพื่อไม่ให้ใครสงสัยเข้าจึงไม่สามารถมาหาเจ้าได้ หลังจากนั้นข้าก็ขโมยร่างมนุษย์แล้วมาหาเจ้า เห็นเจ้าตั้งใจศึกษา ข้าจึงรอจนถึงเวลานี้”

“นี่นายรอฉันถึงสี่ปีเลยเหรอ”

“สี่ปีของเจ้ากับของข้ามันต่างกัน ในโลกของข้ามันยาวนานและทรมานมาก แต่ถ้าข้าลืมเจ้า เจ้าอาจทรมานมากกว่า” เรย์พูดจบก็กอดไอรินก่อนที่จะจูบอย่างดูดดื่ม

“และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เจ้าเป็นของข้าจริงๆ ข้าจะไม่มีวันให้เจ้ากับใครเด็ดขาด”

เรย์พาไอรินโน้มตัวลงบนเตียง

 

อ่านนิยายตอนต่อไป >>>> จบภารกิจ

ชอบก็กด like กด แชร์นะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image