จบภารกิจ

จบภารกิจ

ปกเรย์V3

เจ็ดปีผ่านไป

“แม่ แก้วไปเล่นข้างนอกก่อนนะ”

“อย่าไปไหนไกลนะลูก” ไอรินพูดด้วยความเป็นห่วง

ชาเทียร์มองเด็กน้อยวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านอยู่ห่างๆ

“ตั้งแต่วันที่เรย์ถูกจับตัวไป ท่านก็เฝ้ามองเธอตลอดเลย ทำไมไม่เข้าไปหาเธอเลยล่ะ”

“ไม่หรอก แค่ได้เห็นเธอเติบโต ข้าก็มีความสุขแล้ว”

“ไม่เห็นจะเข้าใจเลย” อิสสะหันหลังบ่นพึมพำ

“อิสสะ นั่นใช่อัสหรือเปล่า”

อิสสะหันมองตามชาเทียร์ ชายผมสีเขียวกำลังเดินเข้ามาหาเทพยากรณ์ในอนาคต

“อัส!”

เหมือนเวลาหยุดเดิน ทุกอย่างกลายเป็นเสียงแผ่วเบา น้ำตาของเธอคลอเบ้า อิสสะเดินออกมาจากที่ซ่อน เสียของเธอทำให้ชายผมเขียวหยุดชะงัก

“อิสสะ!”

เมื่ออัสพูดจบ อิสสะวิ่งเข้าไปหาอัสและโผกอดด้วยความปิติ

“อิสสะ เธอมาที่นี่ได้ยังไง” อัสคลายอ้อมกอด

“ฉันควรจะถามคำถามนั้นกับนายมากกว่า นายมาที่นี่ได้ยังไง” อิสสะขมวดคิ้ว

“ฉันจะพาเทพยากรณ์ไปหาเรย์”

“เอ๋? ที่แท้นายก็มาจากโลกอดีตน่ะสิ จริงๆ แล้วนายรู้เรื่องเทพยากรณ์ตั้งแต่แรกเลยเหรอ”

“ใช่ ก็ฉันเป็นผู้ควบคุมเวลานี่”

 

“แม่ตรงนั้นมีคนกอดกันด้วย”

ลูกแก้วตะโกน ทำให้ไอรินต้องออกมาเพื่ออบรมกิริยาลูก แต่แล้วเธอก็ต้องล้มเลิกเมื่อพบกับเพื่อนเก่า

ชาเทียร์ยิ้มกับภาพตรงหน้า แม้ว่าจะพบกันเป็นเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้เขาและอิสสะรู้สึกดีอย่างมากที่สุด

 

 

คืนวันนั้น ในความฝัน

ไอรินยืนอยู่ในความมืด โดยมีแสงสว่างส่องเป็นทาง

“ข้าเป็นยมทูต มารับวิญญาณเจ้า” เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนที่จะปรากฏกาย

“เรย์!”

ไอรินพูดขึ้นก่อนที่จะวิ่งเข้าไปกอดยมทูตผมหยิกตนนั้น

“เจ้ารู้จักนามของข้าได้อย่างไร” ดวงตาสีเพลิงมองไอรินอย่างเรียบเฉย

“เรย์ นี่นายกลับมาไร้ความรู้สึกอีกแล้วหรือ” ไอรินน้ำตาคลอ เธออยู่กับคู่รักได้ไม่กี่วันเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย แท้จริงแล้วเรย์ถูกฮัดจิแอบวางยานอนหลับแล้วฉีดยาลบความทรงจำ เขาจึงไม่ทันได้ล่ำลา

“หยุดพล่ามแล้วไปกับข้า” ร่างยมทูตคล้องบ่วงวิญญาณไว้บนคอของไอริน ก่อนที่จะพาไปยังยมโลก

 

 

ในนรกอันอบอวลไปด้วยความร้อน ไอรินนั่งคุกเข่าเบื้องหน้ามัจจุราช สุวรรณฉายภาพอดีตของไอริน ซึ่งในนั้นก็มีเรื่องของเรย์รวมอยู่ด้วย

“ไอริน อดีตกามเทพที่ทำผิดต้องชดใช้กรรมบนโลกมนุษย์ บัดนี้เธอสามารถทำภารกิจได้ลุล่วง” ไอรินมองดวงตาเรย์ หวังให้เขาจำได้

“เมื่อเจ้าสิ้นภารกิจแล้วจงกลับไปสวรรค์ ทำหน้าที่เดิมของเจ้าซะ” ร่างไอรินกลายเป็นเด็ก ปีกของเธอสยาย และปรากฏลูกธนูสีเงินในมือ

“ชีวงคต เจ้าไม่ต้องไป ให้ยมทูตตนอื่นไปส่งแทน” ด้วยห่วงว่าเรย์จะจำไอรินได้จึงออกคำสั่งออกไป

เรย์ปลดสายคล้องคอ ดวงตาเศร้าสร้อยของไอรินทำให้เรย์รู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก คำถามมากมายประดังเข้ามาในใจของเขา ความรู้สึกเจ็บปวดใจนี่มันคืออะไรกัน

“เรย์ ลาก่อน ต่อจากนี้เราคงไม่ได้พบกันอีก” น้ำตาของร่างเด็กน้อยไหลออกจากตา

ในขณะที่ไอรินกำลังจะบินจากไปกับยมทูตอีกตน เรย์ก็ดึงแขนไอรินเอาไว้

“เจ้าเป็นใครกัน เจ้าเป็นคนสำคัญของข้าใช่ไหม”

น้ำตาของไอรินอ่อล้นก่อนที่จะบินเข้าไปเพื่อจูบลา ทันทีที่ริมฝีปากทั้งคู่ประกบกัน ก็เกิดแสงสีชมพูทั่วบริเวณ

เรย์รับรู้ถึงไออุ่นของความสุข ทันใดนั้นเองภาพในอดีตก็เกิดขึ้นในสมองของเขา

ภาพในท้องทะเลที่เขาจูบไอริน

ภาพในห้องหอในโลกปีศาจ

ภาพที่เขาจูบกับเธอบนหลังคา

และภาพในวันแต่งงานของกันและกัน

พลังของกามเทพมิอาจต้านทานไหว พลังของความรักทำให้ยมทูตอ่อนแรง เพราะยมทูตผกผันตามอำนาจความดี และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ ความรัก

“นี่เจ้ายังจำกันได้อีกหรือ เห็นทีว่าชีวงคตจักทำหน้าที่ยมทูตต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ข้ายกเลิกการสัญญาการเป็นยมทูต คืนวิญญาณมนุษย์ให้กับมัน”

สิ้นเสียงประกาศร่างเรย์จึงกลายเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์

“ท่านมัจจุราช ได้โปรด ให้ฉันได้อยู่กับเรย์ด้วยเถิดค่ะ” เด็กน้อยคุกเข่า

“อะไรกัน ความรักทำให้เจ้ายอมไปเวียนว่ายตายเกิดเลยหรือ เจ้าก็รู้ว่าการเกิดเป็นกามเทพไม่ใช่เรื่องง่าย” มัจจุราชหยุดคิด

“เอาล่ะ เห็นแก่พวกเจ้าที่ช่วยเหลือโลกในครั้งก่อน ข้ายอมให้เจ้าทั้งสองไปเกิดและพบกันได้ แต่พวกเจ้าจะต้องเป็นพี่น้องกัน พวกเจ้าจะไม่ได้รักกันฉันชู้สาวต่อไป”

“ยังไงก็ได้ ขอให้ฉันกับเรย์ได้อยู่ด้วยกัน” ไอรินจับมือเรย์ยิ้มดีใจ

“สุวรรณ เป็นธุระแจ้งกับสวรรค์ แล้วพาสองตนนี้ไปเกิด”

“รับคำสั่ง”

 

 

หลายสิบปีผ่านไป

กรุงเทพฯ ประเทศไทย เด็กหญิงยืนดูวณิพกกำลังดีดพิณเช่นเดียวกับคนอื่นๆ

“มาอยู่นี่อีกแล้วน้องริน” เด็กชายผิวสีแทนเขกหัวน้อง

“โอ๊ย! ก็รินชอบนี่” รินมองวณิพกแก่ผมขาวยาวถึงเอวยิ้มให้

“ถ้าไม่กลับตอนนี้อดกินเค้กแน่ แม่พี่ทำเค้กสุดอร่อยเสร็จแล้วนะ” พี่ชายพูดจบ ทำให้รินดวงตาเป็นประกาย

“ก็ได้ พี่เรย์อย่างนี้ทุกทีเลย ชอบเอาของกินมาล่อ”

“ได้ผลใช่ไหมล่ะ” พี่ชายยิ้ม ทั้งสองเป็นพี่น้องต่างสายเลือด แต่หลังจากนี้ก็ไม่แน่ แท้จริงแล้วท่านมัจจุราชแกล้งพูดไปอย่างนั้น เพื่อให้คนอื่นรู้สึกว่าท่านไม่ลำเอียง

เด็กหญิงหน้าหงิกทำแก้มป่อง ไม่สบอารมณ์

“เอ… รินคงไม่สนมัง พี่ไปกินก่อนนะ” เรย์วิ่งนำ น้องสาวจึงวิ่งตาม

“>O< รอก่อนสิพี่เรย์”

ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังวิ่งแข่งกันกลับบ้าน วณิพกฉีกยิ้มก่อนที่จะมองมือตัวเองซึ่งความเหี่ยวลดลงไป

“รอก่อนนะไอริน ที่รัก”

 

______________________ อวสาน ______________________

จบแล้วช่วยแสดงความคิดเห็น กด like กด แชร์ด้วยนะคะ 😘

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image