บทที่ 17 แผนร้าย

     ภารกิจที่ 17
แผนร้าย

rac

“หมอนั่นมีจุดประสงค์อะไรกันแน่” ไอรินนั่งนึกถึงเรื่องเมื่อคืนในห้องนอน มือของเธอกำบัตรคอนเสิร์ตจำนวนหนึ่ง

/@ เวลาสี่ทุ่มเมื่อคืนที่ผ่านมา

ไอรินกำลังจะเข้านอน เธอเปิดไฟทำให้เห็นร่างชายชุดนินจาสีดำสะพายดาบ ซึ่งรออยู่นานพูดปนบ่นนิดๆ

“นอนดึกจังเลยนะ ติดละครหลังข่าวอยู่รึไง” นินจาดำหันหลังพูดก่อนที่จะเดินเข้ามาหา เธอเดินหนีถอยหลังชิดกับริมหน้าต่างอย่างระวังตัว

“นายเป็นใคร มีธุระอะไร!”

“พบเราแล้วยังกล้าคุยกับเราอีก ใจกล้าและยังน่ารักขนาดนี้ เราไม่แปลกใจเลยที่ท่านสนใจตัวเธอ ไอริน”

ชายดังกล่าวหมุนตัวหันมาก่อนที่จะโยนกระดาษและสาดอาวุธลับรูปดาวกระจายใส่ แรงเหวี่ยงบวกกับแรงต้านทานทำให้มันปักอยู่กับเนื้อไม้ฝาผนัง

“เราชื่อราคัส คอนเสิร์ตครั้งนี้ คือพิธีบันเทิงแก่ปีศาจ ไม่ใช่มนุษย์”

“นายพูดถึงเรื่องอะไร! ท่านที่นายว่าหมายถึงโครเดนใช่ไหม” ไอรินถามกลับ ไม่น่าไว้ใจตั้งแต่เข้ามาแล้ว เป็นคนไม่ดีแน่ๆ ถ้าเป็นคนดีคงไม่สวมไอ้โม่งมาเจรจาอย่างนี้หรอก

“ก็พิธีเปิดประตูกั้นปีศาจไง รีบรวมรวมตัวแทนเผ่าพันธุ์เร็วๆ นะ พวกเราจัดที่นั่งของแขกวีไอพีไว้สามที่ แล้วเจอกัน” ชายคนนั้นพูดจบก็เดินออกทางประตู /

 

‘จะเป็นปีศาจหรืออะไรก็ช่าง ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก’

ไอรินลุกขึ้นเธอคิดหาทางที่จะติดต่อชาวสหพันธ์ แต่จะทำอย่างไรล่ะ ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาเปิดเรียน อีกทั้งบ้านอัสถูกผนึกดวงตาไว้ มนุษย์ธรรมดาอย่างเธอจึงไม่สามารถเห็นได้ ชีวงคตก็ไม่อยู่ข้างกายเธอเหมือนก่อน ‘จะทำยังไงดีนะ กระทิงดำนายมุดหัวอยู่ที่ไหน โผล่มาสักที

“ริน มีเพื่อนมาหา”

“ค่า จะไปเดี๋ยวนี้ค่า”

ระหว่างที่ไอรินกำลังครุ่นคิดอยู่นั่นเอง แม่ของเธอตะโกนขึ้น เธอจึงตอบกลับไปและเดินลงมาชั้นล่าง ชายรูปร่างสันทัด มือข้างซ้ายพันผ้าแผล สวมเสื้อยืดสีดำลายทางกางเกงสีครีม

“นายคนเมื่อวานหนิ มาบ้านฉันถูกได้ไง”

“ใครๆ ก็รู้จักไอริน แฟนโครเดนนักร้องยอดนิยม ย่านนี้ไม่มีใครไม่รู้จักหรอก” ตาแว่นถูจมูกไปมาก่อนจะนั่งโซฟาสีเขียวและหยิบนิตยสารมาอ่าน

“ฉันมาเอาเสื้อที่เธอเอาไปเมื่อวาน”

‘เหอะ อยากจะเอาเสื้อนายไปซักตายล่ะ อะไรกัน เมื่อวานดูเป็นคนเงียบๆ อยู่เลย ไปๆ มาๆ ไหงกลายเป็นคนกวนประสาทไปซะได้’

“พี่ชายเธอหายไปไหนล่ะ”

“ดูท่าทางนายจะรู้เรื่องของฉันมากเลยนะ ขอโทษ อย่ามายุ่งกับเรื่องครอบครัวของฉัน” ไอรินพูดพลางยื่นเสื้อให้ ผู้ชายคนดังกล่าวมองหน้าเธอ

‘มองดูดีๆ ตาแว่นนี่ก็หน่อมแน้มเหมือนเด็กจังเลยแฮะ’

“งั้นเราก็ขอโทษด้วย เราก็แค่อยากรู้จักเธอให้มากกว่านี้” ตาแว่นวางหนังสือแล้วหันมายิ้ม พร้อมกับทิ้งถ้อยคำสุดท้ายก่อนที่จะจากไป

“หวังว่าอีกไม่นานเราคงได้พบกันอีก ไอริน”

“หึ! ไอรินอยู่คนเดียวจริงๆ ด้วย” ราคัสยิ้มมุมปากพลางเดินกลับหอเป็นเวลาเดียวกับที่ดวงตาสีฟ้าของใครบางคนกำลังมองเขา

 

หลังจากไอรินรับประทานอาหารเช้าและล้างจานเสร็จ เธอจึงรีบขึ้นไปชั้นบนเพื่อเอาบัตรเชิงที่เพิ่งได้รับเมื่อคืน แต่ทว่าเมื่อเธอเปิดประตูออกมาเธอได้เห็นหนึ่งในตัวแทนเผ่าพันธุ์กำลังกำบัตรคอนเสิร์ต

ชายดวงตาสีฟ้า ผมยาวเกือบประบ่าสีเทา สวมเสื้อคอเต่าและผ้าคลุมยาวสีเทา ไอรินจำกลิ่นกายนี้ได้ ถึงจะไม่หอมหวานเหมือนดอกกุหลาบอย่างโครเดน แต่ก็ให้ความสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ผู้ชายคนนี้เคยช่วยเธอครั้งหนึ่งจากกองทัพนกหวีด และเคยช่วยเหลืออีกครั้งจากทิวงคต ถึงเขาจะเคยช่วยเหลือเธอถึงสองครั้งแต่ทั้งคู่ก็ยังคงเป็นศัตรูกัน

มีดสีเงินปรากฏอยู่ในมือไอรินตามคำสั่ง ชาเทียร์มองหน้าฝ่ายตรงข้ามก่อนที่จะลุกขึ้นยืนสะบัดผมก่อนที่จะเปิดหน้าต่างและ สูดอากาศยามเช้า โดยที่ไม่ได้สนใจบุคคลที่เผชิญหน้าเลยสักนิด

“อา…อากาศในโลกมนุษย์สดชื่นดีจัง” ชาเทียร์มองออกไปข้างนอกหน้าต่าง

“นายมาที่นี่ทำไม” ไอรินพูดกึ่งกล้ากึ่งกลัว

“ข้าก็มาฆ่าเจ้าไงล่ะแม่สาวน้อย” ชาเทียร์อย่างเจ้าเล่ห์พลางเดินมาหาฉัน ฉันก้าวถอยหลังอย่างหวาดหวั่น มือเรียวของเขาทำท่าคล้ายปัดบางสิ่งก่อนที่มีดของฉันจะหลุดมืออย่างง่ายดาย เหมือนกับว่ากำลังใช้เวทปัดอาวุธศัตรู

ปัง!

ไอรินถอยหลังจนติดประตูซึ่งถูกปิดโดยอัตโนมัติ\

“นายจะฆ่าฉันทำไมในเมือเราต่างก็เป็นตัวแทนเผ่าพันธุ์ ถ้าคนไม่ครบหรือนายไม่ยอมสักอย่างก็คงจะทำไม่สำเร็จหรอก” คู่สนทนาพยายามเจราจาต่อรอง

“ยังปากเก่งอยู่อีก ไม่รู้รึไงว่าภัยกำลังถึงตัว” ชาเทียร์ใช้มือข้างหนึ่งซึ่งกำลังกำบัตรคอนเสิร์ตอยู่ค้ำประตูไว้ มือขวาของเขาปรากฏมีดแหลมคม

“อยากจะตายแบบไหนมีดหรือว่าปืน สวยๆ แบบนี้ใช้ปืนแผลคงจะไม่สวย ใช้มีดดีกว่า เฉือนที่คอ เพราะนอกจากจะแผลสวยแล้ว ยังช่วยเก็บเสียงได้ดีอีกด้วย” ริมฝีปากบางฉีกยิ้ม ในขณะที่มือขวาของเขาทำท่าจะบาดมีดบนลำคอของไอริน เธอทำได้เพียงแต่กลืนน้ำลาย ในใจของเธอคิดถึงเพียงแต่คนเดียวเท่านั้น

‘เรย์ หลับอยู่ที่ไหนกลับมาสักที’

เด็กสาวยืนแข็งทื่อราวกับน้ำแข็ง มือของชาเทียร์กดมีดเบาๆ เลือดสีแดงไหลผ่านออกมาฉันหลับตาปี๋พร้อมกับความคิดอันแรงกล้า

‘>////< กลับมาเดียวนี้นะ เรย์!’

ปึง!

เหมือนกับว่าเรย์ได้ยินเสียงเรียก ร่างครึ่งยมทูตปรากฏตรงหน้าของฉันในท่านอนก่อนที่จะหล่นลงสู่พื้น ชาเทียร์ยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนที่จะหายไป เหมือนกับว่าเขามาเพื่อให้สองคนนี้พบกัน

“โอ๊ยย เจ็บๆ เอ๊ะ! ร่างกายข้าเล็กลงหรือว่า…” เรย์ลุกขึ้นนั่งก่อนพลางมองร่างกายของตัวเอง ก่อนที่มะเหงกงามๆ ของไอรินจะบรรจงลงบนศีรษะเรย์โดยตั้งใ

โป๊ก!

“โอ๊ย! บังอาจตีหัวข้าเรอะ!” เรย์แสดงอาการหงุดหงิดก่อนที่จะเรียกชื่อไอรินด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเมื่อเห็นเธอร้องไห้และมองเขาอย่างตำหนิ

“ไอริน”

“ไอ้บ้า หายไปไหนมา ไหนว่าจะมาอยู่ช่วยฉันไง ฉันกลัวแทบแย่รู้ไหม! นายน่ะเคยเข้าใจถึงจิตใจของคนอื่นหรือเปล่า” ไอรินพูดด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น เรย์เงียบก่อนที่จะกอดไอริน

 

@ไอริน

ไอรินและมารดานั่งรับประทานอาหารอย่างเรียบร้อย ต่างจากเจ้ากระทิงดำที่ยังคงสวาปามอย่างเคย

“^-^ เรย์คงจะหิวล่ะสิ กลับมาคราวนี้จะพาไอรินไปกี่วันล่ะ” แม่ทักทายเรย์ด้วยอารมณ์ดีทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยบอกว่าจะทำโทษเมื่อกลับมาแท้ๆ สุดท้ายแม่ก็ลืมหมดสิ้นหันมาเอ็นดูกระทิงดำเช่นเคย

“อีกนาน” เรย์พูดในขณะที่แก้มยังอมข้าวเต็มปาก คนอะไรพูดจากขวานผ่าซากชะมัด ทำไมไม่เห็นเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นเลยสักนิด แต่ในท้ายที่สุด…แม่ฉันก็ยังคงปลื้มเจ้าอึกถึกอยู่ดี

“^-^ ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ฝากไอรินด้วยนะจ๊ะ และห้ามทิ้งน้องเหมือนคราวก่อนอีกล่ะ” นี่คือคำติเตียนจากแม่ ถึงแม้ว่าสีหน้าและอารมณ์จะขัดกับความเป็นจริงก็ตาม

“ฝากตลอดชีวิตเลยก็ได้” เรย์หยุดและกลืนอาหารทั้งหมดก่อนที่จะพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่คำพูดนั้นทำให้ฉันซึ่งกำลังมองเหตุการณ์ถึงกับสำลัก

‘>O< แค่กๆๆ’

“ไอรินกินข้าวดีๆ สิลูก” แม่เอ็ดฉันด้วยสีหน้าที่แตกต่างกับตอนเอ็ดเจ้ากระทิงลิงอย่างลิบลับ

“ค่า” ฉันก้มหน้าแกล้งยอมรับผิดในขณะที่แอบหันหน้าเอียงคอแลบลิ้นใส่เจ้ากระทิงอึด

เรย์ไม่สนใจกับการกระทำของฉัน เขาวางจานข้าวที่กินเสร็จแล้ว ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนจับศอกไอริน

“ไปได้แล้ว”

“ไปไหน” ฉันถามในขณะที่กำลังตักข้าวเข้าปาก

“บ้านอัส” พอเรย์พูดจบเขาทั้งคู่ก็หายไปเหลือเพียงช้อนและซ่อมที่เคยอยู่ในมือไอรินตกลงสู่พื้นกระทบกับจานข้าว

“^-^เด็กสมัยนี้มาไวไปไวจัง”

ยังไม่ทันได้ตั้งตัวฉันก็ย้ายมาอยู่บ้านอัสเสียแล้ว แต่นี่หรือบ้านอัส ไม่เห็นเหมือนตอนคราวที่มาที่แล้วเลยแฮะ บ้านไม้หลังใหญ่ร่มรื่น อากาศก็ดีสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก บ้านไม้สองชั้นโอ่อ่าน่าอยู่ พื้นขัดมันเป็นแวววับ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วต่างจากกรุงเทพที่ได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์บาดหู

“= =* นี่…ฉันยังกินข้าวไม่เสร็จเลยนะ” ฉันสะบัดแขนตัวเองออกจากจากมือเรย์ อยู่ดีๆ ก็ลากมา ชีวิตนายนี่เคยมีช่วงชีวิตที่เป็นสุภาพบุรุษบ้างไหม

“อย่าโกรธไปเลย ยมทูตก็เป็นแบบนี้แหละ” อัสพูดพลางตบบ่าฉัน

“ไอริน แหม…คิดถึงจัง” อิสสะดึงแขนฉันไปกอดอย่างแนบแน่น “มีเรื่องที่ต้องคุยอีกเยอะเลยล่ะ”

หลังจากอิสสะดึงแขนไอรินไปบรรยากาศข้างนอกจนลิบตา อัสจึงจับแขนเรย์และพูดอย่างจริงจัง “ผมก็มีเรื่องสำคัญจะคุยเหมือนกัน”

 

“เป็นไงล่ะ บ้านอัสสาขาสอง”

อิสสะยืนเอามือคำกับราวระเบียงชั้นสอง เธอมองทัศนียภาพข้างนอกเช่นเดียวกับฉัน อากาศสดชื่นที่ฉันสัมผัสได้ด้วยการสูดอากาศลึกๆ ต้นไม้ใหญ่หลายชนิด รวมทั้งต้นไม้ยืนต้นเล็กๆ อย่างไผ่ นอกจากนี้ยังมีพืชกินผักอีกมากมาย อาทิ คะน้า ผักบุ้ง ทุกโซนถูกจัดแบ่งเป็นสัดส่วน ฉันมองออกไปไกลๆ เห็นหน้าผา ภาพบรรยากาศภายนอกชี้ให้เห็นว่าเราอยู่บนภูเขาที่อุดมสมบูรณ์

“แหม…พูดอย่างกับร้านอาหารเลยนะ”

“ก็บ้านอัสน่ะมีเยอะมาก รวมทั้งบ้านหลังนี้ที่อยู่ในแอฟริกาด้วย มันเป็นสวัสดิการของสหพันธ์รุ่นแรกน่ะ บ้านหลังนี้อาจจะไม่ใหญ่มาก เพราะเราต้องดูแลความสมบูรณ์ของต้นไม้ ยิ่งอยู่บนภูเขาด้วย จะได้ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมมาก เออจริงสิ ฉันมีเรื่องจะให้เธอช่วย” อิสสะจับมือไอริน แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเน้นหนัก

“เธอช่วยโน้มน้าวให้เรย์ยอมรับตัวตนที่แท้จริงหน่อยสิ ฉันคิดว่าไอรินทำได้นะ ตั้งแต่วันนั้น เรย์น่ะ ไม่ยอมจับหอกตัดวิญญาณอีกเลย ฉันไม่รู้ว่าเรย์เอาหอกไปซ่อนไว้ที่ไหน ก็มีทางเดียวเท่านั้น คือเธอต้องพูดกับเขา”

เรื่องที่อิสสะพูด ทำให้ไอรินนึกย้อนไปถึงวันที่เธอไปยังโลกปีศาจ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เรย์ได้พบความหลังที่น่าเจ็บปวด พร้อมกับร่างปีศาจที่อยู่ภายในตัว ที่ชื่อ ‘ทิวงคต’

“คนชั่วร้ายแบบนั้นไม่โผล่มาก็ดีอยู่แล้วหนิ ทำไมฉันต้องช่วยด้วย” ไอรินหันหลังให้อิสสะ

“ไอริน เธอเชื่อใจเรย์ไหมล่ะ ฉันเชื่อว่าเรย์สามารถควบคุมมันได้นะ” อิสสะหันหน้าคุยกับไอริน ไอรินก้มหน้าและกำหมดแน่นก่อนที่จะคลายกำปั้นออก

“ฉัน…ฉันเชื่อเรย์”

 

@ เวลาผ่านไป

“พวกนั้นเริ่มรุกหนักแล้วสิ” อัสพูดในขณะนั่งอยู่กับพื้นถือสาสน์ขนาดเอสี่ ทั้งที่มีโซฟาไม้สักอยู่ข้างๆ แท้ๆ

“มันสบประมาทพวกเรา” เรย์พูดพลางจับบัตรคอนเสิร์ตและเอี้ยวตัวลงนอน

“หมายความว่ายังไง” ไอรินถาม

“หมายความว่า ไม่มีทางรวบรวมตัวแทนเผ่าพันธุ์ได้ครบน่ะสิ” อิสสะลุกขึ้นยืนในขณะที่อัสกำลังมองอิสสะ

“ตัวแทนเผ่าพันธุ์กามเทพคือไอริน ตัวแทนเผ่าพันธุ์ปีศาจคือชาเทียร์ ซึ่งถึงยังไงก็ไม่ยอมเป็นพวกของเราแน่ บางทีตัวแทนเผ่าพันธุ์ยมทูตอาจจะเป็นเธอก็ได้นะเรย์”

“เอ๋?” เรย์หันหน้ามองอิสสะ

“ก็เเรย์น่ะ ไม่เคยรู้มาก่อนไม่ใช่เหรอว่าทิวงคตอยู่ในตัว บางทีนะ…ตัวแทนเผ่าพันธุ์ทุกตนอาจอยู่ใกล้เกินกว่าที่เราจะมองเห็นได้ก็ได้ ที่เค้าว่าปลายจมูกไง” อิสสะพูดด้วยสีหน้าจริงจังก่อนที่จะชี้ที่จมูกแล้วทำหน้าทะเล้น

เรย์นิ่งเงียบบรรยายกาศภายในห้องเริ่มอึมครึม “เอ่อ…จะเอานมกันมั้ย ดื่มก่อนนอนทำให้รู้สึกดีนะ” ไอรินพยายามเบี่ยงเบนความสนใจเพราะไม่อยากให้เรย์คิดถึงมันอีก

“เดี๋ยวฉันช่วย” อิสสะพูดก่อนที่เดินตามไอรินไป

“จะเอานมรสอะไรดี รสหวานหรือรสจืด” อิสสะพูดในขณะเปิดตู้เย็น

“รสจืดดีกว่านะ” ไอรินพูดในขณะที่เดินไปหยิบแก้วให้ครบคนซึ่งวางอยู่คนละทิศคนละทาง ต้องใช้เวลาค้นหานานพอที่จะให้อิสสะใส่บางอย่างลงในแก้วก่อนที่จะเทนมจืดลงไป

“^ ^ ฉันเจอแก้วอีกใบแล้วล่ะ” อิสสะแสร้งยิ้ม

“นานจริง” เรย์พูดในขณะที่รับแก้วจากมือไอรินเป็นเวลาเดียวกับที่อิสสะคอยมองว่าไอรินยื่นถูกแก้วหรือไม่ ถ้าไม่ถูกแก้วเธอคงต้องใช้มนตร์สลับที่ เป็นตามที่คิดไว้แก้วที่ใส่ยาไว้ได้ใช้ตรงกับเป้าหมาย

“– -* คนอุตส่าห์เอามาให้ยังจะปากเสียอีก” ไอรินพูดเสียแข็ง

“^ ^;; เอาน่า ทั้งคู่หยุด ดื่มเสร็จแล้วก็แยกย้ายกันไปนอน” อัสพูด

“เชอะ” ไอรินเชิดหน้า

 

@ ในห้องนอน

“ไอริน ไอริน” อิสสะเขย่าตัวไอรินเพื่อตรวจสอบในขณะที่เธอกำลังนอนอยู่บนเตียง ให้แน่ใจว่าเธอหลับจริงก่อนที่จะแบมือไว้บนหน้าไอริน

อิสสะนึกย้อนถึงภาพเมื่อตอนอยู่ป่ามายาในโลกปีศาจ

/“พวกเรา ทั้งฉัน เรย์ และอัส ต่างก็เอือมระอาในความรู้สึก ครึ่งๆ กลางๆ ของเธอ ถ้าวันนึงเธอเลือกเข้าข้างเผ่าพันธุ์ตัวเอง พวกเราจะทำยังไง มิต้องตายหมดเหรอ” ไอรินสบถใส่อิสสะด้วยวาจาสุภาพที่ไม่ค่อยจะรื่นหูนัก/

/“ไม่จริงนะ ฉันไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่ เธอก็รู้”/

/“ใช่ ฉันรู้ แล้วตอนนี้ล่ะเธอคิดอะไร ถ้าเธอรู้ว่าอีกฟากหนึ่งของมิติปีศาจมันคือหลุมดำของพวกอเวจี เธอจะทำยังไง เธอจะหักหลังเหมือนกับที่เธอหลักหลังพวกปีศาจไหม”/

/“ข้าว่าสหพันธ์คิดผิดอย่างมหันต์ ที่เลือกเจ้าเป็นผู้ผนึกประตู”/

/“พวกเธอพูดถึงอะไร?”/

/“ทางที่พวกเรากำลังจะไปคือทางเปิดของอเวจีนรกน่ะสิรู้ไว้ซะด้วย”/

‘ถึงแม้ว่าตอนนั้นเธอจะถูกควบคุมจิตใจโดยเวทของพี่เมอิ แต่ฉันต้องขอโทษเธอด้วย เพราะถึงยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ภารกิจนี้สำเร็จเด็จขาด ฉันไม่ลังเลเหมือนแต่ก่อนแล้ว เกตเวย์จะต้องถูกเปิด ฉันไม่สามารถทิ้งพวกพ้องชาวปีศาจได้’

“วางใจเถอะ ฉันจะไม่ให้เธอตายอย่างทรมาน เพราะยังไงเธอก็คือเพื่อนฉัน” สีหน้าของไอรินทรมาน ราวกับว่าเธอกำลังนอนฝันร้าย ทันใดนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงชายหนุ่ม

“อิสสะฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

อิสสะหยุดก่อนที่จะเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย “มีอะไรเหรออัส”

“ฉันมีเรื่องสำคัญ ฉันว่า…เราคุยกันข้างนอกดีกว่านะ” ^ ^

อิสสะหันไปมองไอรินชั่วครู่ ก่อนที่จะพยักหน้าแล้วตามอัสออกไป

“มีเรื่องอะไร” อิสสะถามในขณะที่นั่งเก้าอี้ไม้สัก

“เอ่อ…” อัสอ้ำอึ้ง เขายังไม่ได้เตรียมตัวด้วยซ้ำ “เอ่อ…คือฉัน เอ่อ…”

“ถ้านายมัวแต่เอ่ออ่า อยู่อย่างนี้ฉันไปนะ” อิสสะลุกขึ้นยืนอย่างไม่พอใจก่อนที่จะเดินออกจากโต๊ะ “ถ้าไม่มีอะไรฉันกลับ”

“เอ่อ…” อัสอ้ำอึ้งพร้อมกับเอากำปั้นทุบหัวตัวเอง ‘โธ่เว้ย! ยังจะเอ่ออีก’

“อิสสะ ฉันมีเรื่องจะคุยจริงๆ” อัสเหงื่อตกพยายามกั้นทางเข้าประตูห้องนอน

“หลีก!” อิสสะพูดอย่างไม่เกรงใจก่อนที่จะผลักอัสให้พ้นทาง แต่เมื่อเธอเอื้อมมือเพื่อเปิดประตูปรากฏว่ามันถูกล็อกอยู่ “เอ๊ะ!” อิสสะประหลาดใจเล็กน้อย

ก่อนออกจากห้องเธอก็ไม่ได้ล็อกประตู ถ้าไอรินเป็นคนลงกลอนก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ไปใหญ่

“ไอริน!” อิสสะพูดพลางเคาะประตู

“ไอริน! อยู่ข้างในหรือเปล่า” อิสสะเรียกอีกครั้งพร้อมกับเคาะประตูเสียงดัง

“ขอโทษ ข้าขอนอนที่นี่ล่ะกัน”

=[]=!

เรย์เปิดประตูก่อนที่จะเอามือค้ำขอบประตู ร่างดำของเขาอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนเหงื่อโชกไปทั้งตัว ผมสีม่วงยุ่งเล็กน้อย ภายในห้องมีร่างไอรินที่กำลังนอนสลบไสล เป็นเวลาเดียวกับที่อัสและอิสสะอ้าปากค้าง

“ถ้าไม่มีอะไรข้าขอไปนอนก่อนนะ ห้าว~” เรย์เอามืออีกข้างปิดปากตัวเองในขณะที่อัสและอิสสะยังคงตะลึงอยู่ เรย์มองสักครู่เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ไม่ตอบอะไรจึงปิดประตู ก่อนที่จะหันหลังใส่ประตูและบ่นกับตัวเองเบาๆ

“ช่วยไม่ได้ อัส เจ้าโกหกไม่เก่งจริงๆ”

“ธุระที่จะบอกก็คือเรื่องนี้ล่ะ” อัสรีบปรับสีหน้าเป็นปกติ แกล้งทำเป็นว่ารู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว ก่อนที่จะหมุนตัวโปกมือเดินกลับห้องและพูดว่า “= =++ ถ้าจะนอนด้วยกันกับฉันก็ได้นะ”

“-////-* ใครจะไปนอนกับนายเล่า” อิสสะหัวเสียแต่ก็แอบหน้าแดง

 

แต่ท้ายที่สุด…

“เอ๊า! ที่นอนของเธอ” อิสสะพูดพลางยกที่นอนใส่มืออัส ก่อนที่จะผลักเขาออกจากห้อง

“=_=;; คือ…บ้านฉันไม่ใช่เหรอ”

 

👍อ่านตอนต่อไป >>>> ภารกิจที่ 18 อเวจีคุกคามเข้ามาแล้ว ตายซะเถอะไอริน!

อ่านแล้วเป็นยังไงบ้าง ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ พลีสสส 🙇

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image