บทที่ 18 อเวจีคุกคามเข้ามาแล้ว ตายซะเถอะไอริน!

ภารกิจที่ 18
อเวจีคุกคามเข้ามาแล้ว ตายซะเถอะไอริน!

 cdhlmpqu2389

       จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ

       เสียงนกร้องยามเช้ากลายเป็นนาฬิกาปลุกในขณะนี้ จะมีอะไรที่มีความสุขมากไปกว่าการสูดอากาศตอนฟ้าสาง ไอรินลืมตาขึ้นเห็นข้างกายมีเพียงหมอนกอดแทนที่จะเป็นร่างอิสสะ เสียงน้ำในห้องน้ำสาดตกกระทบกับพื้นอย่างรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์สึนามิกำลังซัดเข้าฝั่ง

       “อิสสะอาบน้ำแบบนี้ เดี๋ยวน้ำก็หมดถังกันพอดี” ไอรินตะโกนในขณะที่ยืนพิงประตูห้องน้ำโปร่งแสง คนข้างนอกสามารถมองทะลุไปข้างในแต่ไม่ค่อยชัด ระหว่างร่างของอิสสะและประตูถูกคั่นด้วยม่านพลาสติก ทำให้เธอสามารถเปิดประตูเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันได้อย่างสะดวก

       เมื่อคนข้างในหยุดราดน้ำ ไอรินจึงพูดขึ้นในขณะที่ถูสบู่บนมือไปมา “อิสสะไปเดินเล่นด้วยกันไหม”

       ไร้ซึ่งคำตอบ เหมือนกับว่าอิสสะไม่ได้สนใจกับคำพูดของเธอ ‘ผิดสังเกตแฮะ ปกติถ้าฉันอยู่ในห้องน้ำด้วยกันอิสสะก็มักจะชวนฉันเข้าไปอาบน้ำด้วยกัน วันนี้มาแปลก ไม่เห็นพูดอะไรสักคำ แต่ช่างเถอะ’ ไอรินคิดในขณะที่แปรงฟันก่อนที่จะล้างหน้า

       “ถ้าไม่ไป งั้นฉันไปก่อนนะ” ไอรินพูดหลังจากล้างหน้าเสร็จในขณะที่เรย์ดึงผ้าขนหนูมาสวม

 

       ในขณะที่ไอรินกำลังชมทิวทัศน์อยู่นั่นเอง เสียงของแข็งแหวกอากาศมาจากด้านหลังดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระแทกร่างบาง มันแรงพอที่จะทำให้เธอหน้าขมำ ล้มถลาบนพื้น

ครืด

          เสียงตามมาและพายุฝุ่นอีกมากมาย

“ไม่ได้เรื่อง! ตอนข้าไม่อยู่เจ้ามัวแต่ทำอะไร นี่หรือตัวแทนเผ่าพันธุ์ ความหวังของโลกใบนี้” เรย์ในชุดเสื้อยืดสีแดงกางเกงยีนต์ขาด สะพายหอกที่คล้ายกับหอกตัดวิญญาณ มันแตกต่างตรงที่ความเงาของปลายหอกนั้นไม่สามารถสะท้อนรูปร่างอันใดได้สีของมันเป็นสีเทาขุ่น เขานั่งอยู่บนต้นไม้ก่อนที่จะกระโดดลงมา

“ก็นายเล่นทีเผลอ ใครจะไปหลบทัน” ไอรินโต้กลับทันที

“พวกปีศาจมันไม่บอกก่อนที่จะจู่โจม เจ้าควรตระหนักถึงเรื่องนี้ ข้าบอกเคยบอกห้ามเจ้าอยู่คนเดียวทำไมไม่กระทำตาม”

“ทำมาเป็นพูด ก็นาย ทิ้งฉันให้อยู่คนเดียวไม่ใช่รึไง” ไอรินชี้นิ้วผลักอกเรย์ เรย์ปรับสีหน้าเรียบเฉยพลางหันหลังให้ไอริน

“เอาเถอะ ข้าจะฝึกให้เจ้าเอง”

หลังจากที่ชีวงคตบอกว่าจะฝึกให้เธอ เขาก็หายไปและกลับมาพร้อมกับถังน้ำสองใบ

“เช้าวันนี้ตักน้ำให้เต็มตุ่ม แล้วก็สวมนี่ด้วย” เรย์ยื่นอุปกรณ์ถ่วงน้ำหนักให้ แต่ให้รับไม่ใส่ใจยกมือป่ายไปมา

“ฉันขอบาย ไปกินข้าวดีกว่า” ไอรินพูดพลางเดินสวนเรย์ แต่กลับถูกกระทิงดำดึงผมหางม้าไว้จนหน้าหงาย พร้อมกับยื่นคำขาด

“ห้ามกินข้าว หากเจ้ายังฝึกไม่สำเร็จ!”

“>O<* ไม่! ฉันไม่มีทางฝึกเด็ดขาด!”

ไอรินจับผมตนเองดึงออกจากมือเรย์ และมองด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว ‘นายมีสิทธิอะไรมาสั่งฉัน!’

 

 

@ ทางด้านอัส อิสสะ

ภายในห้องรับแขก ซึ่งล้วนประดับประดาด้วยสิ่งของที่ทำด้วยต้นไม้ แม้กระทั่งทีวีซึ่งยังคงทำด้วยไม้สักเหมือนเมื่อสมัยก่อน อัสนอนเอาหมอนปิดหน้าและกอดอกเก็บแขนอย่างเรียบร้อย อิสสะบรรจงวางแก้วกาแฟและขนมปังไว้บนโต๊ะ เธอโน้มตัวและยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ อัส พลางกระซิบเบาๆ

“ว่าไง…เมื่อคืนนอนหลับฝันดีหรือเปล่า”

“จะให้นอนหลับได้ยังไงเล่า ยุงกัดทั้งคืน” อัสบ่นพลางเกาหัวตัวเองซึ่งอยู่ใต้หมอน

“นายอยากกินอะไรล่ะ ฉันจะเสกมาให้เพื่อเป็นการไถ่โทษ” อิสสะยืนตัวตรง

“ฉันไม่ชอบกินอาหารที่ทำมาจากเวทมนตร์” อัสพูดพลางพลิกตัวหันหลังให้อิสสะ

“มนุษย์ละเอียดอ่อนจนน่าเบื่อจริงๆ เอาเถอะ ยังไงกาแฟและขนมปังที่นายเห็น ฉันทำเองกับมือล่ะกัน ไม่ได้ใช้คาถา” อิสสะหันหลังให้อัส

“เหรอ…” อัสพลิกตัวและลุกขึ้นนั่ง หันมากินขนมปังและจิบกาแฟพร้อมกับบรรยายรสชาติ “พอกินได้”

“แล้วเรย์กับไอรินล่ะ หายไปไหน”

“คงจะสวีทหวานกันที่ไหนสักแห่ง อย่าไปสนใจเลยน่า” อัสตอบ

 

 

 

“ใช้เวลามากจริงๆ อ่อนแอแบบนี้เมื่อไรจะแกร่ง!” เรย์เสียงดังในขณะที่ไอรินยกถังน้ำอย่างเหน็ดเหนื่อย

“ก็คนมันหิวนี่ นายควรให้ฉันพักบ้าง”

“ก็ได้ข้า ถ้าตักน้ำเต็มเมื่อไรก็พักเมื่อนั้น”

 

 

“OoO! ไปทำอะไรมา ถึงเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำอย่างนี้” อิสสะทำตาค้างถามไอริน ส่วนเรย์นั้นไม่สนใจเลยสักนิด เขาเดินตรงไปนั่งบนเก้าอี้และกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

นี้ก็คือธาตุแท้ของหมอนั่นตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่เห็นจะสน

“ระวังตัวไว้บ้างนะไอริน เพราะเรย์ไม่เหมือนคนอื่น” อัสวางมือจากการวางสำรับบนโต๊ะ หันไปหยิบกล่องยาโดยไม่ต้องรื้อค้น เหมือนกับว่ามีการใช้บ่อยจนต้องวางไว้ใกล้มือและมองเห็นได้ชัด เพื่อสะดวกในการหยิบใช้

“เอานี่ไป ฉันรู้ว่าเธอต้องใช้” อัสยื่นยาหลอดทาคลายเส้น “อาจจะปวดเมื่อหน่อย ช่วงแรกเพราะร่างกายกำลังปรับตัว ยกขาขึ้นสูงแล้วค่อยมากินข้าว”

ไอรินเหลือบมองเห็นเรย์หยุดกินเหมือนกับว่าเขาสนใจเธอ หรือว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่านะ

หลังจากทานข้าวเสร็จ เรย์ก็พาไอรินเยี่ยมชมรอบบ้าน จะเรียกว่าเยี่ยมชมก็อาจไม่ถูกนัก เพราะเขามัวแต่พล่ามเรื่องการฝึกตนเสียมากกว่า สถานที่พาไปก็เป็นที่ไว้สำหรับฝึกร่างกายให้แข็งแร็ง และว่องไว

เรย์เกริ่นถึงการพัฒนาอาวุธที่ใช้ ถึงไอรินจะไม่เข้าใจนัก แต่หญิงสาวก็พอรู้ว่า ทุกๆ วันที่เธออยู่ที่นี่คงไม่สงบสุขแน่

 

 

และแล้วตะวันก็ลับขอบฟ้า ~

ไอรินนั่งนวดขาตัวเองอยู่ในห้องนอน หลังจากเสียงเปิดประตูดังขึ้นเธอจึงพูดออกมา “อิสสะ มาช้าจังนะ ฉันรอตั้งนาน”

“อิสสะไม่ได้มาที่นี่หรอก” เรย์ปิดประตูก่อนที่จะเดินเข้ามาหาไอรินซึ่งนั่งอยู่บนเตียง

“หยุด! หยุดตรงนั้น นายเข้ามาทำอะไรห้องฉัน” ไอรินเหยียดแขนแสดงห้านิ้วทันที

‘>////< นี่มันดูไม่สมควรเลยนะ ผู้ชายกับผู้หญิง แล้วฉันอยู่ในชุดนอน ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ถอดได้ง่ายอีกด้วย ไม่นะ!!’

“=_= ทำไมข้าจะเข้าห้องเมียตัวเองไม่ได้”

“>O< ใครเมียนาย ออกไป!” ไอรินยื่นคำขาดพร้อมกับชี้ที่ประตู แต่กระทิงดำกลับไม่สะทกสะท้านวางอาวุธไว้บนที่สูงก่อนที่จะผลัดผ้าเข้าห้องน้ำได้อย่างหน้าตาเฉย

‘ออกไปนอนข้างนอกก็ได้ ไม่สน’ สาวเจ้าเดินเอื้อมมือบิดลูกบิด แต่ทว่ามันถูกใส่แม่กุญแจจากด้านนอก เธอควบคุมสติด้วยการทำสีหน้าเรียบเฉย และลองบิดมันอีกที

– -^แต่มันก็ยังคงเหมือนเดิม

“>O< อ๊ากกกก ทำไมมันเปิดไม่ออก ใครอยู่ข้างนอก เปิดให้หน่อยเซ่” ไอรินบิดมันไปมาอย่างรุนแรงก่อนที่จะทุบประตูหลายครั้งติดต่อกันอย่างบ้าคลั่ง

“ประตูมันเปิดไม่ได้หรอกน่า เจ้าเลิกโวยวายแล้วก็รีบมานอนซะ” เสียงเรย์ดังขึ้น แต่มันไม่ใช่เสียงก้องเพราะเขาออกจากห้องน้ำแล้ว ฉันไม่สงสัยเลยว่าเวลาอยู่ใกล้ตากระทิงจึงรู้สึกเหม็นสาบ นี่นายรู้จักถูสบู่ไหม

เรย์เช็ดหัวตัวเองก่อนที่จะนั่งลงบนเตียง ถึงตัวของจะเขาเปลือยท่อนบนแต่ช่วงล่างของเขาก็ยังสวมโจงกระเบนสีแดงอยู่

“นายเข้ามาได้ไง แล้วอิสสะหายไปไหน”

“นอนเถอะน่า คืนนี้ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก” เรย์ยกไดร์เป่าผมขึ้นมาเป่า

“จะแน่ใจได้ยังไง”

‘เดี๋ยว ‘คืนนี้’ นายพูดอย่างกับว่า ‘คืนอื่น’ ก็ไม่แน่อย่างนั้นแหละ’ แต่เธอจะไม่คิดถาม เดี๋ยวเหมือนกับเปิดโอกาสให้เทพยากรณ์เกิดมาพอดี พูดง่ายๆ ว่าไม่สามารถไว้ใจเจ้ากระทิงได้เลยสักนิด

“^ ^ รีบมานอน ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ” เรย์ยิ้มในลักษณะที่เปลี่ยนไป รอยยิ้มนั้นน่ารักแต่ชวนให้ขนลุกซู่ รอยยิ้มที่เธอไม่เคยเห็น บุคลิกของเรย์ตอนนี้ทำให้เธอคิดถึงทิวงคต

“-_- มัวแต่คิดอะไรอยู่” เรย์ปรับสีหน้าเป็นปกติ สาวเจ้าคงจะรู้สึกไปเอง ก็ทิวงคตตายแล้วนี่ เขาคงจะถูกกำจัดไปแล้ว คนที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือชีวงคต คือเรย์คนที่คุ้นเคย

เมื่อคิดถึงตอนนั้นแล้วทำให้ไอรินอยากจะวิ่งไปกอด ตอนที่พวกเขาอยู่ด้วยกันในความฝัน ที่ฉันบอกรักเขาภายใต้อ้อมกอดของกันและกัน ความฝันครั้งนั้นเธอคิดไปเอง หรือว่า…คือเรย์ตัวจริงที่เข้าฝันเธอ

เรย์เดินเข้ามาหาไอรินและพยายามดึงฉันไปบนเตียง ก่อนที่จะกดตัวผู้ถูกกระทำลงบนที่นอน

“>O<~ ปล่อยนะ นายจะทำอะไร ปล่อย!” ไอรินแหกปากลั่น เรย์เอามือเค็มๆ มาปิดปากเธอ

“หรือจะให้ข้าเปลี่ยนใจนำเชือกมามัดเจ้า” คำว่าเปลี่ยนใจที่ว่า นี่มันหมายถึง เอาเชือกมามัดเหรอ ลืมไป ว่าหมอนี่มันเป็นยมทูต

ไอรินส่ายหัวดิกและยอมจำนนแต่โดยดี โดยการยึดผ้าห่มมาม้วนรอบตัวเหมือนขนมโตเกียวอย่างหนายิ่งกว่ายางนอกรถสิบล้อ อย่าว่าแต่แกะเลย สภาพฉันตอนนี้จะลุกเข้าห้องน้ำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

“-_- แน่ใจเหรอว่าจะนอนอย่างนั้นน่ะ” เรย์มองฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ความรู้สึกของฉันเหมือนนายนั่นกำลังมองด้วยสายตาสมเพชอยู่

“>O< เรื่องของฉัน” ไอรินแกล้งพูด แต่จริงๆ แล้วสาวเจ้ารู้สึกอึดอัดมาก แต่ก็ยังดีกว่านอนสบายตัวแต่หวาดระแวง

“=O=  ตามใจ” กระทิงปิดไฟแล้วนอนอย่างสบายใจเฉิบ ปล่อยให้เพื่อนร่วมเตียงทุรนทุรายบนที่นอนคนเดียว

เวลาผ่านไป…

เวลาผ่านไปอีก

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ อีก

ทำไมจึงรู้สึกว่ามันยาวนานจังนะ

     แอ๊ก!

ไอรินแทบนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน แต่จู่ๆ เรย์แกะผ้าห่มที่พันตัวเธอออก ด้วยการใช้เท้าดำๆ แตะจนกลิ้งตกเตียง ใช่สิ เธออยู่ในสภาพเสียเปรียบ จะถีบก็ไม่ได้ พูดได้ว่าตอนนี้กรรมตามทันแล้ว

‘หน็อย! ตากระทิงดำ’

ไอรินกำลังจะเอื้อมมือไปจัดการเรย์ แต่คิดไปคิดมา ไม่ดีกว่า ปล่อยให้นอนหลับแบบนี้ล่ะ ขืนตื่นแล้วมาคิดรื้อฟื้นความหลัง ต้องแย่กว่าเดิมแน่

ไหนๆ ก็หล่นจากเตียงแล้ว ก็นอนมันตรงนี้ล่ะ

อึ๋ย! แต่พอมองลอดใต้เตียงที่เรย์นอนอยู่แล้ว มันรู้สึกสยองยังไงก็ไม่รู้ มันทำให้คิดถึงหนังผีที่ชอบดูบ่อยๆ โดยเฉพาะฉากที่มีคนอยู่บนเตียง แล้วห้อยหัวลงมาดูใต้เตียง แล้วพบกับ…. T0T เมื่อไรจะได้นอนสบายๆ สักที

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ~

อา…นุ่มสบายจัง ไอรินงัวเงียลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง หรือว่า…เธอ… นอนดิ้นขึ้นเตียง! ต้องใช่แน่ๆ ถึงว่านอนหลับสบายจัง

ไอรินมองรอบๆ ก็พบว่าเรย์ไม่อยู่ สงสัยจะลุกขึ้นออกไปข้างนอกแล้ว แต่…อาวุธของเรย์ก็ยังอยู่ อันนี้มันเป็นของปลอมหรือของจริงนะ ผิดปกติ ธรรมดาหมอนั่นจะเอาอาวุธติดตัวอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้ไม่ น่าสงสัย

ไอรินลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู แทนที่มันจะล็อกเหมือนเมื่อคืน แต่มันกลับเปิดออกได้อย่างง่ายดาย เธอแปลกใจเล็กน้อย และแง้มมันไว้เพราะกลัวว่ามันจะเปิดไม่ได้อีก หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ฉันจึงเอาเก้าอี้เพื่อไปหยิบอาวุธของเรย์

ใช่ว่าเธอจะเอาไปให้เจ้าของ แต่จะเอามันไปซ่อนต่างหาก

‘– -* หึ! โทษฐานถีบฉันเมื่อคืน ถึงตอนนี้ยังแค้นไม่หายเลย’

“อึ๊บ ทำไมตั้งอยู่สูงจังวุ้ย อึ๊บ…” อะฮ้า! จะถึงแล้ว อีกนิด อีกนิด

อึ๊บ!

ปลายนิ้วมือไอรินกำลังจะจับอาวุธของเรย์ได้แล้ว แต่เธอไม่รู้หรอกว่านั่นคือหอกตัดวิญญาณ เพราะมันถูกห่อไว้ด้วยผ้าสีแดง

 

 

“เมื่อคืนมีใครได้ยินเสียงอะไรไหม” อัสถาม เขาเดินสำรวจพื้นที่ตั้งแต่ฟ้าสาง เพราะเขาพบต้นไม้ถูกของมีคมคล้ายกับกรงเล็บฉีกเป็นแนวยาว ต้นไผ่หักสะบั้นขาดจากกันโดยสิ้นเชิง

“รอยแผลเป็นพื้นเรียบ ต้นไผ่หักทั้งกอแบบนี้ คงไม่ใช่ดาบ และกรงเล็บแน่” เรย์ยกกอไผ่ให้ดูแล้วโยนทิ้งไป

“จะสัตว์ป่าก็ไม่ใช่ ปีศาจก็ไม่เชิง ลักษณะการใช้เครื่องทุ่นแรงเหมือนมนุษย์” อิสสะลูบกลุ่มกอไผ่ที่เหลือแต่ตอก่อนที่จะพูดว่า “โดยปกติแล้ว ปีศาจจะใช้พลังเวทมากกว่าใช้เครื่องทุ่นแรง ยกเว้นปีศาจที่ถูกตรึงอำนาจไว้ด้วยเกตเวย์ เพราะปีศาจยิ่งเกลียดมนุษย์ก็ยิ่ง…อ๊ะ” หลังจากที่อิสสะพูดจนเกือบจบ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเป็นใครที่ทำ ราคัส คนที่เธอเคยประมือในมหาลัย หมอนั่นมันไม่ยอมใช้พลังเวท

“อะไร!”

“อ๊ะ! ไอรินหายไปไหน” อิสสะแกล้งเปลี่ยนเรื่องคุย

“เดี๋ยวข้าไปตามเอง”

 

 

ในห้องนอน ~

“เจ้าทำอะไรน่ะ!”

เรย์ตวาดเสียงดังเมื่อเห็นไอรินกำลังเอื้อมมือจะกำลังจะทำอะไรสักอย่างบนเก้าอี้ เขามองจากภายนอกประตูซึ่งปิดไม่สนิท ทำให้เขามองเห็นไม่ชัด แต่เขาก็รู้ว่าเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ

ไอรินคว้าหอกตัดวิญญาณได้สำเร็จ มันลุกโชติช่วง ก่อนที่จะมอดลง เธอตกใจเสียงเรย์จนหล่นลงจากเก้าอี้ เธอไม่ทันได้สังเกตเลยว่าหอกตัดวิญญาณส่องแสง

เรย์วิ่งเข้ามาหาไอรินประคองไว้อย่างลืมตัว ก่อนที่จะปล่อยเธออย่างรวดเร็ว แล้วมองที่อาวุธคู่กายของตัวเอง เมื่อสักครู่เขาเห็นหอกตัดวิญญาณส่งประกายเพลิง นอกจากเขาแล้วมีแต่ท่านมัจจุราชเท่านั้นที่สามารถจับมันได้ แต่ทำไมไอรินถึงไม่เป็นอะไรเลยสักนิด

“ทำไมเจ้า…” เรย์ค่อยๆ เลื่อนตามองไอรินอย่างประหลาดใจ

“อ๋อย…เจ็บ” ไอรินจับก้นตัวเอง ‘เชอะ เห็นคนล้มแล้วยังไม่ช่วยดึงมืออีก’

“มือของเจ้า…” เรย์ย่อตัวลงก่อนที่จะดึงมือไอริน

‘>////< นี่นายจะช่วยดึงฉันเหรอ เพิ่งรู้ว่านายก็เป็นคนอ่อนโยนเหมือนกัน’

เรย์พลิกมือเธอไปมา

“ไม่เป็นแผล น่าแปลก” เรย์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“มือฉันไม่เป็นอะไร แต่ก้นฉันนี่สิเป็น”

“อาวุธของเจ้า อาวุธของข้า ทำไม…”

“จะจับมือฉันอีกนานมะ” เรย์รีบปล่อยมือทันที ไอรินลุกขึ้นด้วยกำลังตัวเอง พลางปัดฝุ่นที่ติดตัวอยู่

“เจ้าจับหอกตัดวิญญาณของข้าได้ ถ้าเป็นคนอื่นคงเหลือเพียงธุลีไปแล้ว แต่เจ้าไม่” เรย์อธิบาย

“ห๊ะ! ของอันตรายแบบนี้นายเอามาวางทิ้งไว้ในห้องนอนนี่นะ”

“แต่เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าเป็นผู้ร้ายที่ต้องการครอบครอง มันจะสำแดงผล แต่ถ้าเป็นคนดีก็จะไม่เป็นอะไร อาจแค่มือพอง”

‘นายพูดถูก ฉันไม่ได้ต้องการมันไว้ใช้ แต่ต้องการเอามันไปซ่อนต่างหาก

= =++’

“เจ้าหอกตัดวิญญาณมันดื้อเสียด้วย ข้ายังควบคุมมันไม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

“= =^ งั้นนายเอามันออกไปเลย เกิดวันดีคืนดีมันทำร้ายฉันจะทำไง”

“บางทีอาวุธของข้าอาจยอมรับในตัวเจ้า การแต่งงานอาจทำให้มันคิดว่าเราเป็นคนเดียวกัน”

“พูดอย่างกับว่ามันคิดได้อย่างนั้นแหละ” ไอรินขมวดคิ้ว

“เจ้าพูดถูก มันมีความคิด อาวุธ จะตอบรับความคิดของเจ้าของ”

“แล้วทำไมนายถึงไม่ใช้มันล่ะ”

“ใครบอกเจ้า”

“ก็เมื่อวานนายใช้หอกคนละเล่ม ฉันสังเกตเห็นนะ” ไอรินพูดอ้อมแอ้ม

“เจ้าอยากให้ข้าใช้มันหรือเปล่าล่ะ” เรยฺนิ่ง มองตาไอริน

“อาวุธของนายไม่ใช่เหรอ ฉันแค่สงสัย” ไอรินหลบตา

“ข้าเกรงว่าเจ้าจะกลัวอาวุธของข้า” เรย์ก้มหยิบหอกตัดวิญญาณ

“กลัวอาวุธของนายนี่นะ”

“ถ้ามันอยู่ใกล้ข้า ข้าอาจจะเผลอใช้ร่างนั้น” แววตาเศร้าสร้อยของเรย์ ทำให้ไอรินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ยังไงก็เรย์คนเดียวกันอยู่แล้ว”

เมื่อไอรินพูดจบเรย์ก็เดินเข้ามากอด โดยที่สาวเจ้าตั้งตัวไม่ทัน ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ

“เจ้ายอมรับข้าแล้ว”

ไอรินหน้าแดง มือทำท่าจะกอดตอบ แต่ก็ไม่กล้า จึงปล่อยให้มันเป็นไปอยู่อย่างนั้น “นี่นายมีอะไรเหรอ มาหาฉันใช่ไหม”

“ใช่ ตามข้าลงไปข้างล่าง” เรย์คลายอ้อมกอดจับมือไอรินพร้อมสีหน้าจริงจัง

 

 

เมื่อพวกเขาเดินลงมาถึงข้างล่าง เธอต้องตกใจเมื่อเห็นกับสภาพเบื้องหน้า

“เจ้ารู้ไหมว่าเป็นฝีมือของใคร” เรย์ถามฉันพร้อมปล่อยมือ

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ” ไอรินกอดอกพูดเสียงแข็งหลังจากได้เห็นสถานฝึกซ้อมพังไม่เป็นท่า ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องฝึก – -++

“ถ้าอย่างนั้นต้องเร่งมือแล้วล่ะ ข้าต้องฝึกเจ้าให้สำเร็จก่อนวันเปิดเทอม”

“ดีเหมือนกันฉันจะหาทางซ่อมแซมระบบเกตเวย์” อัสพูด

‘ซ่อมแซมเกตเวย์งั้นเหรอแล้วพวกป้าไหม และคนในหมู่บ้านจะทำยังไง ไม่ ฉันไม่มีทางให้นายทำสำเร็จ’ อิสสะแอบมองอัสอย่างสนใจ และไม่มีใครรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่

 

 

หลังจากนั้นเหล่าสหพันธ์ก็ทำตามจุดมุ่งหมายของแต่ละคน อัสซ่อมระบบเกตเวย์ให้สำเร็จ อิสสะฝึกพลังเวทผนึกให้แข็งแกร่ง ส่วนเรย์ก็ฝึกไอรินให้แกร่งขึ้น

ด้วยความหวังให้ไอริน สามารถดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานก่อน ที่จะฝึกฝนอัพเกรดอาวุธ

และแล้วก็ถึงวันนี้ วันที่ไอรินถูกเรย์บังคับให้ใช้อาวุธของตัวเอง

ท้องฟ้าแผดแสงสีแดง จวนค่ำแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังคงต่อสู้กัน

“เรียกธนูสีเงินมาสิ” เรย์บังคับไอริน

“ไม่! ฉันไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด”

“ถ้าเจ้าไม่เรียกมาข้าจะไม่ปรานีเจ้า เจ้าต้องหัดควบคุมอาวุธของตัวเองให้ได้ ไม่อย่างนั้นอาวุธของเจ้าจะขาดการพัฒนา”

“ไม่! ลูกธนูสีเงินมันจะทำให้นายตาย ไม่มีวัน ทำไมนายไม่ให้ฉันฝึกกับอิสสะล่ะ”

“เจ้ามันอ่อนแอ” เรย์พูดด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนที่จะเหวี่ยงหอกฟันแขนไอรินจนเป็นแผลยาว ผู้ถูกกระทำล้มลงไปกองอยู่บนพื้น

“ถึงขนาดนี้ เจ้ายังไม่เรียกมันมาอีกหรือ” เรย์เอาหอกจ่อคอไอริน

“ถ้าใช้มัน นายอาจบาดเจ็บถึงตายได้นะ”

“ชีวิตเจ้ามีค่ามากกว่าข้านัก เจ้าควรเลิกคิดเรื่องส่วนตัว แล้วหันมาทำหน้าที่ตัวแทนเผ่าพันธุ์”

“ฉันไม่อยากเป็นตัวแทนเผ่าพันธุ์อะไรทั้งนั้น ฉันน่ะ ฉัน…”

“ชีวิตของเจ้า อยู่เพื่อเป็นตัวแทนเผ่าพันธุ์เท่านั้น หากเจ้ายังค้างคาใจกับเรื่องแต่งงาน ข้าจะบอกให้ก็ได้ ข้ากับเจ้าไม่เคยมีอะไรกัน เจ้าอย่าเพิ่งคิดมากไปเลย เจ้ายังคงมีอิสระ”

“อิสระงั้นเหรอ” ไอรินนิ่ง เขาไม่เคยรู้ ร่างกายของเธออิสระ แต่จิตใจกลับถูกพันธนาการ ด้วยคำว่ารัก

“ถ้าเจ้ายังไม่พร้อมใช้อาวุธ วันนี้พอแค่นี้” ไอรินนิ่ง มีเพียงความเงียบ จนกระทั่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เธอจึงพูดขึ้น

“แล้วเรื่องในความฝันล่ะ มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า”

“เจ้าพูดถึงเรื่องอะไร”

“ตอนที่ทิวงคตจะฆ่าฉัน นายเคยบอก…” นายเคยบอกว่านายรักฉันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ

“ข้าไม่ใช่ผี จะเข้าฝันเจ้าได้ยังไง ไร้สาระ” เรย์แสร้งทำหน้าเรียบเฉยแล้วเดินหนีไอริน

“>O<~ หน็อย หาว่าฉันไร้สาระเหรอ.. แน่จริงอย่าเดินหนีเซ่” ดี เราไม่มีอะไรกัน ฉันจะได้ไม่ตะขิดตะขวงใจตอนเจอนายอีก

‘เรื่องของเจ้ากับข้าไม่มีทางเป็นความจริงได้ อีกไม่นานเมื่อจบภารกิจข้าก็ต้องถูกลบความทรงจำ ให้เป็นแบบนี้ ดีแล้ว…’

 

 

“ข้าไม่ใช่ผี จะเข้าฝันเจ้าได้ยังไง ไร้สาระ เชอะ” ไอรินเท้าเอวดัดเสียงล้อเลียน

     ครืด!

เสียงบางสิ่งกรีดกับหลังคาไม้สัก ร่างมืดเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว

เฟี่ยว

          โลหะคล้ายดาวกระจายขนาดใหญ่แหวกอากาศ พร้อมพุ่งตัดสิ่งกีดขวางข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไอรินกลิ้งตัวหลบก่อนที่จะถึงตัวเธอ

          “แย่จัง…หลับได้ทัน ฝีมือเราไม่เอาไหนขนาดนี้เลยเหรอนี่” ร่างมืดเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เขาปรากฏบนต้นไม้และสาดอาวุธใส่ไอรินไม่ยั้ง ไอรินกระโดนขึ้นต้นไม้หลบได้ทัน

          “ดูซิว่าจะหลบได้แค่ไหน” ราคัสสาดอาวุธไม่ยั้ง ไอรินกระโดดหลบจากที่หนึ่งสู่อีกที่หนึ่ง

          ‘ง้างคันศรตอนนี้คงไม่ทันแน่’

          ไม่ทันแล้ว!

          อาวุธลับสาดใส่ไอรินอย่างรวดเร็วไอรินยกแขนขึ้นบังร่างพร้อมหลับตาปี๋ แต่มีบางอย่างมาช่วยเธอไว้ หอกตัดวิญญาณปัดแกว่งอย่างรวดเร็วเป็นเกราะคุ้มกัน อาวุธลับกระเด็นเข้าหาผู้สาดใส่ คู่ต่อสู้หลบได้ทันอย่างหวุดหวิด เพราะคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายได้เปรียบจึงไม่ทันระมัดระวังตัว

          “เจ้าไม่เป็นไรนะ” หอกตัดวิญญาณเคลื่อนตัวกลับมาอยู่บนมือของเรย์ เจ้าของมันกวัดแกว่งอาวุธอย่างคุ้นมือ

          นี่หรือ…อาวุธที่พัฒนาแล้ว

          “เจ้าคือ ผู้ส่งสาสน์ล่ะสินะ” เรย์พูดในขณะที่ไอรินกำลังกระโดดลงจากต้นไม้

          ราคัสดึงมีดเล่มเล็กสาดใส่ไอรินโดยไม่ยั้งมือ เรย์จับมือไอรินกระโดดหลบหนีพร้อมปัดอาวุธลับด้วยหอกตัดวิญญาณ พวกเขาวิ่งหนีไปไกลแล้ว ทันใดนั้นเอง อาวุธดาวกระจายอันใหญ่เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว เรย์ใช้สองมือยกหอกตัดวิญญาณดันอาวุธเพื่อป้องกันตัว ราคัสได้ที เขาเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วจับตัวไอรินไว้

          “เสร็จเรา”

          ไอรินใช้มีดสีเงินปักหัวใจราคัสทันทีแต่ราคัสจับมือศัตรูไว้ได้ทัน

          “GAME OVER”

          ราคัสคลี่ยิ้ม เขาผลักไอรินตกเหว เรย์เอนหลังทิ้งให้อาวุธของตนและคู่ต่อสู้เคลื่อนที่ข้ามผ่านตัวเองไป ก่อนที่จะลุกขึ้นวิ่งกระโดดลงเบื้องล่างตามไอริน

          หอกตัดวิญญาณผละตนเองออกจากการต่อสู้ก่อนที่จะดิ่งลงสู่เหว มันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วพร้อมกับไฟที่ลุกติดทั่วตัวมันก่อนที่จะรวมร่างเจ้าของ เรย์ในร่างทิวงคตหายตัวก่อนที่จะปรากฏข้างกายไอริน เขาพาไอรินไปสู่ที่ปลอดภัยได้สำเร็จด้วยอำนาจไฟ

 

 

          ถ้ำภายในน้ำตก ~

          “รออยู่ตรงนี้นะ” เรย์พูดก่อนที่จะจากไป ไอรินมองเรย์ในร่างทิวงคตอย่างประหลาดใจ เธอพยักหน้าอย่างไม่มีทางเลือก

          ราคัสกระโดดรับอาวุธตัวเองที่เหวี่ยงตัวกลับคล้ายกับบูมเมอแรง “เพิ่งรู้ว่ายมทูตก็มีเวทแปลงร่างด้วย ร่างนี้ก็คือร่างทิวงคตล่ะสินะ”

          “คุณยังอ่อนหัดนัก ผมว่ากลับไปซะดีกว่าอย่าหาว่าผมไม่เตือน”

          “เชอะ” ราคัสไม่ฟังคำทัดทาน เขาเหวี่ยงอาวุธขนาดใหญ่เข้าหาเรย์ เรย์ใช้แขนปัดป้องจนเปลี่ยนทิศทาง

          “ขอโทษด้วยนะครับ ตัวผมมันหนังแข็ง คงจะเสียเวลาเปล่า” เรย์ยิ้มอย่างเป็นมิตร สำนวนของเขาเปลี่ยนไป

 

 

          ถ้ำภายในน้ำตก ~

          หลังจากการช่วยเหลือ ไอรินได้เห็นเรย์แปลงร่างเป็นทิวงคต เรย์นายยังเหมือนเดิมใช่ไหม มีแค่หน้าตาและรูปร่างของนายเท่านั้นที่เปลี่ยนไป หญิงสาวนั่งขดตัวท่ามกลางความมืด เสียงน้ำที่กระทบก้อนหินมันดังกัมปนาทอย่างไม่ขาดสายจนน่ากลัว ที่อัพชื้นแบบนี้อาจจะมีสัตว์มีพิษก็ได้ ที่เธอแกล้งพยักหน้าเหมือนกับไม่เป็นไรเพราะกลัวเรย์จะเป็นห่วง แต่แท้จริงแล้วจิตใจของเธอไม่เข้มแข็งเลยสักนิด

          “ไอริน ไอรินอยู่ในนั้นไหม” เสียงตะโกนเล็ดลอดออกจากเสียงน้ำตก เธอได้ยินเพียงแว่วเท่านั้น

          “ฉันอยู่นี่” ไอรินยิ้มเมื่อได้ยินเสียง เธอตะโกนกลับ อิสสะวิ่งถอยหลังฝ่ากำแพงน้ำตกอย่างรวดเร็ว จนไอรินไม่สามารถมองได้ทัน

          “เป็นไงบ้าง เรย์ให้ฉันมาช่วย” อิสสะเสแสร้ง เธอหันหลังคุยกับไอริน เธอเอาดาบออกจากฝักที่สะพายด้านหลังอย่างช้าๆ

          “อย่าไปเชื่ออิสสะนะ!” อัสดึงมือฉันก่อนที่ฉันจะเดินเข้าหาอิสสะด้วยสีหน้าจริงจัง

          “อัส นายมาได้ยังไง นั่นอิสสะตัวปลอมเหรอ”

          “เปล่า นั่นคืออิสสะตัวจริง”

          “นายพูดถึงเรื่องอะไร อิสสะเป็นเพื่อนเรานะ”

     ไร้คำแก้ตัวจากผู้ถูกกล่าวหา เธอกวัดแกว่งดาบใส่ไอริน

     ‘อิสสะ นี่เธอจะฆ่าฉันจริงๆ เหรอ’ สายตาของอิสสะจริงจังมาก เธอมีสติอยู่ไม่ได้กระทำจากการบงการของใคร

     อัสดึงแขนไอรินไว้ได้ทันท่วงที

     “เฮ้ย!นายจะทำอะไร! ทำอะไรปรึกษาฉันก่อนสิ!”

     อัสทำท่าจะพาไอรินกระโจนร่วงลงจากน้ำตก ความสูงนั่นทำให้ไอรินตกใจ

     “>O< นายคำนวณเรื่องความสูงไว้หรือเปล่า”

 

 

 

อีกด้าน~

“แค่นี้คงจะรู้ผลแล้วสินะ” เรย์ยิ้มในรูปแบบของทิวงคต ก่อนที่ร่างกายเขาจะลุกเป็นไฟและปรากฏข้างกายราคัสและซัดเขาหลายหมัดด้วยการสลับทิศทางตามตัวศัตรูที่เซไป ก่อนที่จะเสยคาผู้ถูกกระทำจนร่างกายดิ่งตัวสูงขึ้น ก่อนที่จะเตะเต็มแรกเข้าที่หน้าท้อง น้ำย่อยสีเหลืองออกจากปากก่อนที่ร่างของราคัสจะไถลไปไกล

ราคัสถ่มน้ำลายปนเลือดออกมาก่อนที่จะเลียริมฝีปากของตัวเอง เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่มันคือการเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งโดยไม่ต้องสาวเท้า ด้วยพลังเวท

‘บ้าจริง! เจ้าปีศาจทิวงคตใช้พลังเวทเคลื่อนไหวทำให้เราอ่านทิศทางไม่ออก’ ราคัสใช้ศอกเช็ดเลือดปนน้ำลายบนปากของตัวเอง เขายิ้มอย่างท้าทาย ใบหน้าของเขาปกปิดความตระหนก

“ยินดีที่รู้จัก ผมใช้แรงแค่นิดเดียวเองนะ ทำไมเป็นแผลเยอะจัง” เรย์ยิ้มทักทายราวกับเขาทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน ภายในใจของเขารู้อยู่แล้วว่าราคัสเป็นตัวแทนเผ่าพันธุ์ เพราะเขาไม่สามารถอ่านใจราคัสได้ออก

“คุณเป็นตัวอะไรกันแน่ เป็นมนุษย์หรือปีศาจ อย่าบอกนะว่าคุณเป็นเทพ” เรย์หรี่ตาลงอย่างไม่เชื่อ หมอนี่ไม่น่าเป็นเทพ เพราะดูจากการประมือแล้วไม่เห็นใช้พลังเวท รึจะเป็นมนุษย์ก็ไม่น่าจะใช่เพราะไอรินก็เป็นตัวแทนเผ่าพันธุ์มนุษย์ หรือว่าจะเป็นตัวแทนเผ่าพันธุ์ยมทูตนี่ก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ เพราะเท่าที่รู้ก็มีแต่เรย์และฮัดจิเท่านั้นที่เป็นยมทูตผ่าเหล่า

“นั่นมันเรื่องของเรา” ราคัสยกแขนขึ้นมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง นี่เพิ่งสี่ทุ่มเองยังมีเวลาถมเถ

 

 

คอนโดโครเดน~

ภายในห้องสีขาว โครเดนนั่งดูละครหลังข่าว ทูตวิญญาณเคลื่อนที่ลอยไปลอยมาจนน่าเวียนหัว เขาอยากไปต่อสู้กับทิวงคต แต่ถูกโครเดนห้ามไว้เพราะต้องการให้ราคัสฝึกฝีมือ

“ราคัสคงเสียทีทิวงคตแน่” ร่างมืดพูดขึ้น

“ตราบใดที่เจ้านั่นยังไม่ยอมรับตัวตนของตัวเอง มันก็ต้องแพ้”

“จะไม่ให้ข้าช่วยราคัสจริงๆ หรือ” ทูตวิญญาณหยุดเคลื่อนที่

“ราคัสไม่ชอบให้ใครช่วย เดี๋ยวพอกลับมาค่อยทำแผลล่ะกัน” โครเดนลุกขึ้นปิดทีวี ก่อนที่ล้มตัวลงนอน

“ถ้าไอรินตายปลุกฉันด้วยนะ” โครเดนสั่งในขณะที่หลับตา

“ได้”

 

 

ทางด้านไอริน~

อัสจับมือไอรินแน่น แรงอัดกระแทกของน้ำทำให้รู้สึกจุก เธอพยายามกลั้นหายใจสุดฤทธิ์ ทำใจแข็งไม่กลัวสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง

อัสดึงร่างเธอขึ้นสู่ผิวน้ำ ไอรินสำลักน้ำ หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันขึ้นฝั่งโดยเร็ว

“ยังโชคดีนะ ที่น้ำมันลึกเลยไม่เชี่ยว ฮะ ฮะ ฮะ” อัสนั่งเหยียดขาเงยหน้าพูดปนหัวเราะ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังจะขำได้อีก เป็นที่รู้ดีกันอยู่ว่าชาวสหพันธ์ว่ายน้ำแข็งกันทุกคนยกเว้นไอริน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น อิสสะเป็นอะไรไป”

“อิสสะต้องการขัดขวางภารกิจเราน่ะสิ”

ใช่ เรื่องนี้ไอรินก็เข้าใจความรู้สึกของอิสสะ มันก็ไม่ยุติธรรมกับชาวปีศาจนัก เธอมีความรู้สึกนี้ตั้งแต่ได้รู้เรื่องนี้จากเทพยากรณ์ ทางเข้าอเวจีนรกคุกคามชาวปีศาจมากขึ้นเรื่อยๆ การที่อิสสะตัดสินใจแบบนี้ก็ไม่แปลก

“ที่ประตูเธอเปิดไม่ได้ ก็เพราะฉันแอบทำลูกบิดใหม่ ให้มันตั้งเวลาล็อกเองอัตโนมัติ เพราะป้องกันไม่ให้เธอห่างจากเรย์”

“ถ้าอย่างนั้นนายสองคนก็รู้เห็นเป็นใจน่ะสิ”

“จะว่าอย่างนั้นมันก็ไม่เชิง” อัสหันมายิ้มเล็กน้อย

“หึ! รอยยิ้มของคนอ่อนแอ อัสทำได้แค่พาหนีเท่านั้นแหละ พลังของนายสู้ใครไม่ได้หรอก” อิสสะยิ้มเยาะ เธอเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ไอรินและอัสลุกขึ้นเพื่อตั้งรับ

“อิสสะ เธอฆ่าไอรินไม่ได้นะ” อัสเอาร่างตัวเองบังปกป้องพวกพ้อง

“ถึงเป็นเพื่อน ถ้าจำเป็นฉันก็ต้องฆ่า” อิสสะพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นก่อนที่จะขึ้นเสียงดัง

“หลบไป! ฉันไม่ลังเลเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ”

“ไม่มีทาง ถึงฉันจะตายแต่ฉันไม่ยอมให้เธอทำลายโลกของฉันแน่!”

“นายมันเห็นแก่ตัว! มนุษย์ทุกคนก็เห็นแก่ตัวเหมือนกันหมด” อิสสะผลักอัสจนกระเด็นหลุดจากจุดที่ยืนอยู่และเข้าชนกับสิ่งกีดขวางก่อนที่จะไถลไปไกล ตอนนี้

ไอรินไม่มีใครเป็นกำแพง ปีศาจผมเพลิงได้ทีจึงเข้าฟาดฟันร่างไอริน

ผู้ถูกกระทำกระโดดหลบได้อย่างหวุดหวิด แต่ความเร็วของเธอรึจะสู้อิสสะ นักเวทสหพันธ์ อิสสะเข้าประชิดตัวไอรินก่อนที่จะฟันถูกต้นแขนเธอ เลือดของไอรินสาดกระเซ็นบนผิวน้ำก่อนที่จะไหลไปตามกระแส

อัสยกปืนพกเล็งอิสสะทันทีเมื่อเห็นเธอหยุดเคลื่อนไหว ลูกดอกยาสลบออกจากปลายกระบอก อิสสะหันควับ เธอร่ายเวทไร้เสียงทำให้มันถูกกั้นด้วยบางสิ่งที่มองไม่เห็น มันหักก่อนที่จะร่วงลงก้อนหินและกลายเป็นขยะลอยตามกระแสน้ำไป

ฝ่ายไอรินได้ทีจึงรีบแทงหัวใจอิสสะด้วยมีดสีเงิน แต่ด้วยเสี้ยววินาทีนั้นเองอิสสะสังเกตเห็นได้ทัน เป้าหมายคลาดเคลื่อน แต่ก็สร้างความบาดเจ็บได้ไม่น้อย ผู้กระทำกระโดดหนี

อิสสะดึงด้ามมีดที่ปักกลางอกตัวเองด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่มันจะหายไปพร้อมกับบาดแผลและความรู้สึก

“ไม่เป็นไรนะ” ไอรินเหลือบมองอัสในขณะที่กำมีดสีเงินตั้งรับ

“เป็นห่วงกันซะจริง จะสู้กับฉันด้วยอาวุธที่ไร้ประโยชน์อย่างนั้นเหรอ”

คำพูดพวกนั้นทำให้ไอรินฉุกคิด ที่อิสสะพูดก็จริง อาวุธของเธอทำได้แค่ถ่วงเวลาเท่านั้น ไม่มีประโยชน์อะไรเลย และถ้าเธอยิงหัวใจปีศาจที่หลุดออกมา แล้วมันจะไปไหน มันไม่กลับไปอเวจีหรอกเหรอเพราะถึงตอนนั้น อเวจีคงปกคลุมโลกปีศาจไปหมด

ก็ไม่แปลกที่อิสสะคิดจะฆ่าเธอ

“ไม่ใช่สักหน่อย! อาวุธของไอรินมีประโยชน์มาก ไม่ว่ากับฉันหรือเธอนะอิสสะ”

อัสแย้งเสียงหนัก เขาลุกขึ้นเดินกระแผกไปข้างหน้าเหมือนตำรวจกำลังกล่อมคนร้าย ร่างกายของเขาสะบักสะบอม เนื้อตัวเป็นแผลถลอกจนดูไม่ได้

“นายพูดถึงเรื่องอะไร?” อิสสะขมวดคิ้ว

“ถ้าไอรินฝึกสำเร็จ เธอจะทำให้ทุกอย่างกลับไปเป็นสิ่งตั้งต้น”

“นายหมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจ” อิสสะเลื่อนตามองมาที่ฉัน ฉันพยักหน้า จริงๆ แล้วฉันไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่ฉันเชื่อว่าอัสพูดความจริงแน่ เพราะอัสไม่เคยโกหก

“ถ้าวันหนึ่ง ปีศาจที่หลุดออกมาควบคุมตัวเองไม่ได้ ลูกธนูก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นปีศาจชาวบ้านธรรมดาเหมือนเดิม”

นี่หรืออานุภาพของธนูสีเงินที่พัฒนาแล้ว

ที่แท้มันเป็นการพัฒนาจากการเคลื่อนย้ายสถานที่ มาเป็นการเปลี่ยนลักษณะกลับมาสู่สิ่งเดิมที่เคยเป็น

“ฉันสัญญาว่าเมื่อถึงวันนั้นฉันจะเป็นคนเปิดเกตเวย์ด้วยตัวเอง” อัสพูดโดยไม่ทันได้รู้ว่าการสนทนาไม่เป็นส่วนตัวแล้ว ชายรูปงามกลิ่นมิ้นท์นั่งยองอยู่บนต้นไม้กำลังมองดูพวกเขา

“ดีนะที่ไม่เป็นไร” ชาเทียร์ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ถ้าไอรินจนตรอกเขาก็พร้อมที่จะช่วยเหมือนกับทุกครั้ง จุดประสงค์ของเขามีแต่เทวดาเท่านั้น…ที่รู้

 

อ่านตอนต่อไป : >>>>> การรวมตัวของตัวแทนเผ่าพันธ์ุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image