ภารกิจที่ 20 ผู้ปลดปล่อย!

ภารกิจที่ 20
ผู้ปลดปล่อย!

3num

ไอรินนอนอยู่บนเตียง ร่างกายของเธอถูกพันแผลอย่างดี อาการไข้เริ่มเข้าแทรกเมื่อร่างกายอ่อนแอ สมุนไพรโลกปีศาจอาจช่วยได้ไม่มากนัก แต่สองวันก็เพียงพอที่จะสมานแผล

“เฮ่อ…ถ้าไม่ได้ท่านช่วยไว้คงแย่” อิสสะวางผ้าเปียกน้ำหมาดบนหน้าผากผู้ป่วย

“เหอะ ไม่มีใครขอร้องให้ช่วยสักหน่อย” เรย์แสดงสีหน้าไม่พอใจ

“เอ…ปกติ เรย์ก็ไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยนี่นา” อิสสะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ทำให้เรย์ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ถึงกับหงายหลัง

“ก็ไม่เห็นแปลก คนรักกันหึงหวงกันมันก็ปกติธรรมดา” อัสอธิบาย แต่ท่าทางที่ตอบกลับมา เหมือนกับว่าทั้งสองไม่เข้าใจเลยสักนิด อัสเลยหันไปพูดเรื่องอื่น

“เอ่อ…ช่างมันเถอะ แล้วเราจะเอายังไงกันต่อ”

“เหลือเวลาไม่ถึงเดือนเท่านั้น”

“แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว” เรย์จับเก้าอี้ ก่อนที่จะนั่งหลับตา

ในความฝัน ไอรินเดินพลางหันรีหันขวาง “มืด…ทุกคน หายไปไหนกันหมด”

 

 

“ดีนะที่มีสติ ข้าจึงสื่อสารกับเจ้าได้ง่าย คราวก่อนข้าเข้าไปในความฝันของเจ้ากว่าจะติดต่อได้แทบแย่” ฉันหันตามเสียง ร่างดำปรากฏขึ้นทำให้ฉันแทบกระโดดดีใจ แต่ก็เก็บอาการไว้ อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนนายกำลังพูดถึง…

“ความฝัน? นายพูดถึงเรื่องอะไร โอ๊ย! เจ็บๆ”

ไอรินข้องใจคำพูดของเรย์จึงหยิกแก้มตัวเอง แต่กลับรู้สึกเจ็บ ถ้าเป็นความฝันจริงๆ มันไม่น่าเจ็บเลยนี่นา

“เหลืออีกสองสัปดาห์ พวกมันก็เริ่มพิธีเปิดประตูแล้ว ข้าเลยเข้ามา เพื่อเตือนสติให้เจ้าอัพเกรดอาวุธ”

“นายยังไม่เลิกล้มความคิดนี้อีกเหรอ ฉันทำไม่ได้หรอก นายก็รู้ว่าฉันเป็นตัวถ่วง ภารกิจนี้มันไม่ควร…มันไม่ควรจะเป็นฉันตั้งแต่แรก” คนไม่เอาไหนอย่างเธอจะช่วยอะไรได้ เธอไม่มีอาวุธที่ร้ายกาจเหมือนหอกตัดวิญญาณ ไม่สามารถใช้เวทได้อย่างอิสระอย่างชาเทียร์ และก็ไม่แข็งแกร่งและว่องไวได้เท่าราคัส

ทั้งที่ตั้งใจแล้วทั้งที่เต็มที่กับมันแล้ว ทำไม…ถึงทำไม่สำเร็จสักที

“ไม่จริงหรอก เจ้ามีพลังพิเศษ เพียงแต่เจ้ายังไม่เข้าใจมัน”

“จิตใจของอาวุธอย่างนั้นเหรอ มันพูดไม่ได้ แล้วฉันจะเข้าใจมันได้ยังไง” ไอรินเรียกมีดสีเงินวางบนฝ่ามือ ก่อนที่เรย์จะพูดบางสิ่งที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน

“ก่อนหน้านี้เจ้าเคยถูกผีสิง มีดสีเงินได้ช่วยเจ้าไว้ ทำให้เจ้ารอดพ้นมาได้ เช่นเดียวกัน เจ้าสามารถจับอาวุธข้าได้โดยไร้ซึ่งบาดแผล สิ่งที่มันทำคือจิตใจของมัน คือความรู้สึกนึกคิดของมัน”

“พูดเป็นการ์ตูนไปได้ มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นนะ แล้วฉันจะทำยังไง ฉันถึงเข้าใจมัน”

“เรื่องนั้นเจ้าต้องหาคำตอบเอง” จากนั้นร่างเรย์ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

“-*- เจ้าบ้า พูดแค่นี้ฉันจะรู้เรื่องได้ยังไงเล่า”

 

 

อีกด้าน ~

ในห้องสีขาวซึ่งมีกระจกสะท้อนร่างผู้เต้นอยู่เรียงราย โครเดนฝึกการแสดงอย่างไม่ย่อท้อ อีกไม่นาน เราจะได้พบกับเรื่องสนุกๆ ถึงคู่ต่อสู้จะอ่อนกว่าเขามาก แต่ก็ประมาทไม่ได้

โลกนี้จะมีไปทำไม ความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลงต่างหากที่ทำให้ควบคุมได้ทุกสิ่ง

ฉับพลัน! ร่างมืดยื่นผ้าขนหนูสีขาวให้โครเดน เขาหยุด ก่อนที่จะรับมันพลางซับเหงื่อกลิ่นกุหลาบ และแสยะยิ้มตามแบบฉบับวายร้าย

“อีกไม่นาน ที่รัก เราจะได้สู้จริงจังกันสักที พลังที่หลับใหล จงตื่นขึ้นมาเถอะ”

 

 

ไอริน~

“มีดสีเงิน ฉันจะต้องทำยังไง จะพูดก็พูดไม่ได้ ฉันมันบ้าหรือนายมันต๊องกันแน่ อาวุธจะมีจิตใจได้ยังไงกันเล่า” ไอรินบ่น แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้

‘จิตใจ…จิตใจงั้นเหรอ ลองใช้จิตใจสื่อสาร มีดสีเงินคงต้องการบอกอะไรกับเรา เหมือนกับหอกตัดวิญญาณที่ต้องการบอกอะไรกับเรย์

ตอนที่พบมีดสีเงินครั้งแรก เราเรียกมีดสีเงินออกมาได้แม้ในยามคับขัน แต่คราวที่เราสับสนเราก็ไม่สามารถเรียกมันมาได้ ในขณะเดียวกันเรย์ก็สามารถจับต้องอาวุธของเราได้ เราก็สามารถจับต้องอาวุธของเรย์ได้ เหมือนกับมีบางสิ่งบางอย่างที่เชื่อมต่อถึงกัน ลูกศรของกามเทพที่บ่งบอกถึงความรัก แล้วอะไรกันล่ะ?’

ความรักงั้นเหรอ

มโนภาพเรื่องราวของไอรินกับเรย์ในคืนนั้นก็เกิดขึ้น ภาพความทรงจำครั้งเก่าที่เหมือนว่าจะลืมเลือนไปแล้ว เธอกับเรย์กำลังจูบกัน

สิ่งที่ช่วยเธอได้คือความรัก เธอเหมือนตายและเกิดใหม่ มันเกิดมาจากความรัก แล้วเธอก็ได้รับรู้ถึงความรู้สึก อบอุ่นในหัวใจ

 

ฉับพลัน! เมื่อสิ้นเสียงแห่งความคิด มีดสีเงินก็ปรากฏขึ้นเหนือร่างไอริน ก่อนที่จะลอย เปล่งแสงสีฟ้า และหายไปในบัดดล หอกตัดวิญญาณเริ่มสั่นไหวก่อนที่จะหยุดลง เรย์ซึ่งนั่งหลับอยู่ ลืมตาขึ้น แต่ทุกอย่างก็กลับสู่ความปกติเสียแล้ว เขาจึงไม่ได้แคลงใจ

ถึงแม้ว่าภายนอกความฝันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ภายในความฝันทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่า มีดสีเงินมีปฏิกิริยาตอบโต้ คงจะสิ้นหวังเสียแล้ว

 

แสงสีขาวในตอนเช้าสาดส่องผ่านเข้ามา เรย์นั่งพิงฝาผนัง เขาหลับอยู่ข้างเตียงอย่างสงบนิ่ง ไอรินร้องเบาๆ ด้วยความร้องสึกปวดเมื่อยเนื้อตัว เธอดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง แผลของเธอเริ่มสมาน เพราะวิทยาการการแพทย์ของชาวสหพันธ์ที่มาจากโลกอนาคต

“ฟื้นทันเวลาพอดี มนุษย์อ่อนแอเสียจริง ใช้เวลารักษานานชะมัด” เรย์ลืมตาพูดขึ้นอย่างเบื่อหน่าย

“พูดอะไรของนาย ฉันกำลังอยู่ที่ไหน”

“อาการบาดเจ็บพาความจำของเจ้าไปหมดหรือไง อีกสิบห้าวันก็ถึงวันเผชิญหน้ากับมันแล้ว”

“นี่ฉันหลับไปนานเท่าไร”

“ข้ารอเจ้ามาสองวันแล้ว วันนี้พักก่อน พรุ่งนี้ค่อยฝึกกันต่อ วันนี้ข้าก็ต้องฝึกสมาธิ เจ้าไปกับข้าดีกว่า” เรย์เดินมาอุ้มไอริน เธอขัดขืนเต็มกำลัง

“โอ๊ย ฉันลุกเองได้น่า ปล่อยฉันนะ!”

“ถ้าเจ้าเดินเองจะเสียเวลาเปล่า” ทันใดนั้นเรย์เปลี่ยนร่างเป็นทิวงคตก่อนที่จะลุกเป็นไฟและหายไปพร้อมกับไอริน

 

 

สถานที่ถูกเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จากห้องนอนที่อยู่รอบๆ ตัวไอริน กลับกลายเป็นป่ารกครึ้ม จะเรียกว่ารกก็ไม่ถูกนัก เพราะบางส่วนได้ถูกหักโค่นจากการต่อสู้เมื่อสองวันที่แล้ว

เมื่อสิ้นความร้อนจากไฟ เรย์จึงกลับเข้าสู่ร่างครึ่งมนุษย์

“– -++ เฮ้! กินข้าวก่อน ออมแรงไว้บ้างก็ดีนะ” อิสสะตะโกนจากด้านหลัง เรย์วางฉันลง ฉันเห็นอิสสะแสดงสีหน้าเจ้าเล่ห์บ่งบอกถึงความคิดภายในใจ ในขณะที่อัสกินขนมปังแผ่นคำโต

“กินก่อนจะได้มีแรง อาหารเช้ามีประโยชน์นะ”

 

 

และแล้ววันดังกล่าวก็มาถึง ~

ในห้องแสดงคอนเสิร์ต โครเดนนั่งเท้าคางดูการจัดเตรียมเวที ในขณะที่ผู้จัดการประจำตัวปรี่เข้ามาร่างขาวเบือนหน้าหนีพลางถอนหายใจ

“เดน จวนถึงเวลาแล้วนะ ถ้าไม่รีบจะไม่ทัน”

“เชอะ”

“อย่าทำเมินใส่พี่นะ!”

“หึ! งานเตรียมเสร็จแล้วเหรอ” โครเดนเหยียดริมฝีปาก หญิงวัยสามสิบเศษยืนมือของเธอเคลื่อนย้ายไปมาไม่อยู่นิ่ง เช่นเดียวกับจิตใต้สำนึกของเธอ

“ก็ใช่น่ะสิ รอเดนคนเดียวนั่นแหละ ไปจัดการตัวเองซะ เดี๋ยวจะไม่ทัน”

“จริงๆ เหรอ เสร็จแล้วจริงๆ ถ้าอย่างนั้น… ก็ไม่มีประโยชน์แล้วสินะ”

“เธอพูดอะไร? อะไรไม่มีประโยชน์” น้ำเสียงของผู้จัดการเริ่มอ่อนลง เมื่อเห็นร่างขาวลุกขึ้นเดินมาหา ร่างกายของเธอเริ่มสั่น อยู่ดีๆ เธอก็รู้สึกกลัว เธอค่อยๆ ขยับขาถอยหลังทั้งๆ ที่มันยังคงสั่นไม่เลิก

“เธอเป็นอะไร เดน!”

“เธอคิดว่าฉันควรจะทำยังไงกับของที่ไม่มีประโยชน์ล่ะ” สิ้นเสียงอำมหิต ร่างของผู้จัดการก็กระแทกกับผนังเข้าอย่างจัง

เธอเสียชีวิตทันที

แต่ไร้ซึ่งผู้รับรู้

“ถึงกับฆ่าเลยหรือ” ร่างมืดปรากฏกายขึ้น

“ใช่! หลังจากนี้ฉันก็ไม่ใช่นักร้องอีกต่อไป แต่ฉันเป็น…ผู้ปลดปล่อย แล้วพวกนั้นกำลังทำอะไรอยู่ ที่รักของฉันปลอดภัยหรือเปล่า” ร่างสูงเดินออกจากจุดเกิดเหตุโดยมีทาสรับใช้เคลื่อนตัวตามไปติดๆ

 

 

 

“ไอรินฝึกใช้ธนูเงิน อิสสะฝึกทักษะพลังเวท ส่วนชีวงคตกำลังนั่งสมาธิ”

“เหรอ”

“พวกมันคงถอดใจ” ร่างมืดพูดขึ้น

“เรื่องสนุกกำลังเกิดขึ้นแล้ว” โครเดนบิดลูกบิดพลางมองผ่านช่องประตู แลเห็นคนวุ่นวายกับการแต่งหน้าแต่งตัวกันยกใหญ่ เสียงเอะอะโวยวายไม่ได้ทำให้จิตใจของเขาขุ่นมัวเลยสักนิด แต่มันกลับทำให้เขามีความสุข

มีความสุข…

เป็นที่สุด

 

 

ด้านนอก~

“คิวยาวขนาดนี้ได้ ที่นั่งห่างจากมันแน่” อิสสะบ่นอย่างไม่พอใจ

“ไม่หรอก บัตรคอนเสิร์ตแต่ละใบมีมูลค่าต่างกัน ถึงเราจะเข้าไปที่หลังก็ได้ที่ วีไอพี อยู่ดีแหละ” ไอรินเผลอยิ้มจนทำให้เรย์หมันไส้

“ข้าอยากรู้ ว่าทำไมมนุษย์ถึงคลั่งไคล้เจ้าปีศาจนัก”

“บางทีวันนี้นายคงได้รู้คำตอบนะเรย์” อัสพูด

ว่าแล้วเหล่าสหพันธ์ก็พาร่างตัวเองจนถึงประตูทางเข้า

“อาวุธเอาเข้าไม่ได้ครับ” เจ้าหน้าที่พูดทันทีเมื่อเห็นหอกตัดวิญญาณของเรย์ ทำให้เรย์หัวเสีย

“ไม่ได้ หอกตัดวิญญาณเปรียบเสมือนครึ่งหนึ่งของชีวิตข้า ไม่มีมันข้าก็ไม่เข้า” เรย์หันหลังกำลังจะเดินหนี แต่ผู้จัดการของโครเดนช่วยพูดไว้ก่อน

“เสียมารยาท! เขาคือผู้มีพระคุณของโครเดนนะ จำไม่ได้หรือไง”

เจ้าหน้าที่ถึงกับตกใจเมื่อได้ยินคำนั้น ใช่จริงๆ ด้วย ชายชุดแฟนตาซีที่ช่วยนักร้องหนุ่มจากขโมยที่คอนโดกับน้องสาวนั่นเอง และอีกนัยหนึ่งน้องสาวของเขาก็ถูกโครเดนหมายปองไว้ด้วย

ถ้าไม่ปล่อยเข้าไปอาจมีปัญหา

“ขอโทษครับ ชะ…เชิญ” เจ้าหน้าที่ผายมือต้อนรับให้พวกเขาทั้งสี่เข้าไปด้านในอย่างจำใจ

ไอรินและพรรคพวกเดินตามผู้จัดการไปติดๆ “^ ^ ขอบคุณค่ะ ที่ช่วย คุณคือ…ผู้จัดการส่วนตัวของโครเดน เราเคยเจอกันแล้ว เมื่อวันปีใหม่ปีที่แล้วจำได้หรือเปล่าคะ”

“ฉันว่ามันแปลกๆ” อัสและอิสสะมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

“ข้าจำได้” พูดจบผู้จัดการก็กลายเป็นกลุ่มควันสีดำหายไปอย่างรวดเร็ว

“ทูตวิญญาณ”

เรย์พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนที่จะแปลงร่างเป็นทิวงคต “คอนเสิร์ตไร้สาระแบบนี้ น่าทำลายนัก เห็นแล้วมันกวนใจ”

“เดี๋ยวก่อน ถ้านายวู่วามจะแย่กันหมดนะ ที่แบบนี้ไม่มีใครเชื่อเราหรอก” อัสจับบ่าเรย์

“เชอะ!” เรย์แสดงสีหน้าไม่พอใจก่อนที่จะเปลี่ยนร่างเป็นครึ่งมนุษย์

“แล้วอย่างนี้จะทำไงต่อ ไอรินก็ยังใช้เวทไม่สำเร็จ”

“อย่ากลัวน่าฉันมีแผน แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้”

“ขอให้สำเร็จก็แล้วกัน ยังไงตอนนี้ฉันก็ยังไม่ได้เข้าข้างนายซะทีเดียวนะอัส” อิสสะเดินไปยังที่นั่งวีไอพี โครเดนท้าทายสหพันธ์ยิ่งนัก ที่นั่งแถวหน้าสุดทำให้จู่โจมได้ง่าย มันคิดจะทำอะไรกันแน่

“โห…” ไอรินยืนมองรอบๆ อย่างตื่นเต้น จอขนาดใหญ่ยักษ์เพื่อให้คนชั้นสองและชั้นสามมองเห็นได้อย่างใกล้ชิด ฉากหลังเป็นจอภาพสามารถเปลี่ยนได้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ในประเทศไทย

“ลักษณะเหมือนสนามฟุตบอลเลยแฮะ” อัสมองรอบๆ ในขณะที่เรย์และอิสสะนั่งนิ่ง

การแสดงคอนเสิร์ตยังคงดำเนินต่อไปอย่างเรียบร้อย

อัสจับตามองความเคลื่อนไหวของอิสสะอย่างไม่ห่าง เพราะเขารู้ดีว่าอิสสะอยู่ข้างพวกปีศาจชาวบ้าน

เมื่อเข้าสู่เพลงที่สอง โดรเดนกล่าวเพื่อรับเข้าบทเพลงถัดไป และแล้วเลงที่สองก็บรรเลงขึ้น

แต่น่าแปลก…

อัสมองรอบๆ ตัว เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ

“คงรอไม่ได้แล้ว!” ร่างของเรย์ลุกเป็นไฟและลอยอยู่บนอากาศ เขาแปลงร่างเป็นทิวงคต

“ไอรินระวังตัวด้วย” อิสสะตั้งท่ารับอาวุธ แต่ไอรินกลับตัวแข็งทื่อไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ ดวงตาของเธอกลายเป็นสีเทาขุ่น ดั่งถูกมนต์สะกด ผู้ชมต่างไม่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น อาการของเขาเหมือนคนลุ่มหลงไร้สติ คนพวกนี้เป็นอะไรกันหมด

“เฮ้ย! อะไรวะ” นักดนตรีมองหน้ากัน โครเดนหยุดการแสดงและเหยียดริมฝีปาก นักเต้นและพนักงานต่างตื่นตกใจ

“ตัวเกะกะ” เพียงโครเดนยกมือขึ้นตั้งฉากร่างทุกคนก็กระแทกเข้ากับสิ่งกีดขวางเข้าอย่างจัง ก่อนที่ต่างคนจะวิ่งหนีกันอย่างอุตลุด

“ไอรินเป็นคนรักของฉัน เธอบังอาจครอบครอง คิดเหรอว่าฉันจะให้อภัย”

“ผมไม่เคยขอร้องให้คุณอภัยนี่” เรย์พุ่งตัวเข้าทำร้ายโครเดน โครเดนยกมือทั้งสองข้างปล่อยลมเยือกแข็งหมุนเป็นเกลียวก่อนที่จะถูกร่างผู้กระทำ จนก่อตัวเป็นน้ำแข็ง เรย์ก่อตัวเป็นไฟจนน้ำแข็งแตกกระเด็น

“^ ^ รู้สึกว่าฉันเจอคู่ต่อสู้ที่แพ้ทางซะแล้ว” โครเดนยิ้ม

 

เรย์เคลื่อนตัวเข้าซัด โครเดนหายตัวไปด้วยพลังของทูตวิญญาณ เรย์เลิกตาขึ้นก่อนที่จะถูกทูตวิญญาณซัดหมัดตรงเข้าที่ใบหน้า เรย์เคลื่อนตัวตามแรงอัดกระแทกก่อนที่จะหายตัวต่อสู้กับทูตวิญญาณ แต่ความเร็วมันต่างชั้น

“โครเดนมันหายไปแล้ว อัส ช่วยดูแลทางนี้นะ ฉันจะไปตามหามัน” อิสสะพูดกับอัส

“ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก” อัสประคองไอรินซึ่งกำลังเหม่อลอย

“อิสสะ มันอยู่ข้างบน ฝากด้วย!” เรย์พูด ผู้ฟังพยักหน้าก่อนจะวิ่งขึ้นชั้นบน

“ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ข้าจะพบกับตัวการที่ทำให้ข้าต้องสูญเสียที่แท้จริง” ทูตวิญญาณมองตามก่อนที่จะหันหน้ามองเรย์

“ผมคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว”

“ใช่! แต่ข้าต้องทำตามสัจจะ ข้าคิดว่าเจ้าเปิดเผยตัวเองมาดีกว่า ข้ารู้ดีว่า จิตใต้สำนึกของเจ้าคือชีวงคต”

“สมกับเป็นทูตวิญญาณ ล่วงรู้ทุกสิ่ง ข้าก็รู้เช่นกันว่าเจ้า เป็นปีศาจที่ดี ฉะนั้นเจ้าควรเลิกยึดติดคำสัญญาที่ไร้สาระนั่นเสียเถอะ ชาติก่อนเจ้ายึดติดกับวัตถุ แต่ชาตินี้ เจ้าก็ยังคงยึดติดกับคำพูดไม่กี่คำงั้นรึ!”

“โครเดนเปรียบเสมือนผู้ให้ชีวิต เป็นแสงสว่างให้กับข้า สิ่งที่ข้าทำ ข้าทำด้วยความเต็มใจ แม้จะต้องทำให้คนอื่นเจ็บปวด สิ่งนี้ข้าเลือกเอง”

“ถ้าอย่างนั้นข้ากับเจ้าก็เป็นศัตรูกัน”

“แต่เดี๋ยวก่อน…เจ้าสามารถหยุดยั้งมันได้ เพียงแค่เจ้าฆ่าคนในคอนเสิร์ตทั้งหมด แค่นี้เอง หากเจ้าชักช้า เจ้าอาจต้องฆ่าคนมากกว่านี้ เพราะการแสดงได้ออกอากาศไปทั่วโลกแล้ว”

‘นี่มันหลอกให้เราติดกับหรือนี่ ที่มันต้องการให้เรามา แท้จริง มันต้องการให้เราเป็นเหมือนกับมัน’ เรย์มองมนุษย์ที่อยู่รอบๆ ตัว คนพวกนี้…กำลังทำสิ่งที่ผิดโดยไม่รู้ตัว

“โครเดน…โครเดน…ท่านโครเดน” เสียงคนไร้สติพูดเป็นเสียงเดียวกัน

“ไง…ถ้าเจ้าเป็นทิวงคต เจ้าไม่ลังเลแน่ ฆ่าคนเพื่อปกป้องนามธรรมมันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่หรอกหรือ?”

“แต่วันนี้ ข้าไม่ใช่ทิวงคต” เรย์กลับร่างเดิมก่อนที่จะโจมตีทูตวิญญาณ ถึงหอกตัดวิญญาณจะเป็นหอกธรรมดาเมื่อใช้กับเจ้า ถึงจะเป็นหอกแค่ธรรมดา ข้าก็จะหยุดยั้งเจ้าให้ได้

 

อิสสะวิ่งไปถึงชั้นบน เห็นโครเดนหันมายิ้มก่อนที่จะเดินแทรกเข้าไปในฝูงชน อิสสะกำลังจะเดินตามไป ถ้าไม่ติดที่ว่ามีคนๆ หนึ่งเดินเข้ามาแทนที่จุดที่โครเดนเคยยืน ชายหนุ่มคนนั้นหันหน้ามองมาที่อิสสะ “เราไม่ยอมให้เธอ ขัดขวางพิธีกรรมหรอก”

“เมื่อไรนายจะเลิกขวางฉันสักที”

“ขอโทษนะ เพราะเรื่องสนุกแบบนี้ใครจะยอมให้ผ่านไปได้ง่ายๆ ล่ะ” ราคัสยิ้มเล็กน้อย

“ฉันไม่มีเวลาต่อล้อต่อเถียงกับนายนะ” อิสสะเอาดาบออกจากฝัก ก่อนที่จะกระโดดหนี แต่กลับถูกอาวุธขนาดใหญ่สาดใส่ อิสสะเบิกตา ความเร็วขนาดนี้เธอมองได้ทัน แต่แทนที่เธอจะหลบ เธอกลับเอาดาบค้ำมันไว้ แต่อิสสะสู้ไม่ไหวจึงถูกอาวุธโจมตีอย่างแรง

“ต้องสร้างเกราะป้องกันให้กับมนุษย์” อิสสะสร้างโล่เวท แต่สิ่งที่เธอทำ ทำให้พลังป้องกันของเธอลดลง

“ป้องกันไปเถอะ อีกไม่นานพวกมันก็ต้องตาย” ทันใดนั้นเอง อิสสะมองไปรอบๆ ตัว กลิ่นอายความหลงออกจากร่างกายของมนุษย์ เช่นเดียวกับไอริน

อัสทำได้แต่ไขว่คว้า ธาตุอากาศสีม่วงก่อตัวลอยขึ้นก่อนที่จะเกาะเป็นกลุ่มเป็นก้อน ไม่ใช่แค่บริเวณนี้เท่านั้น แต่ความหลงทั่วสารทิศก็เคลื่อนตัวมาชุมนุมกันที่นี่ครั้งใหญ่

 

 

 

ในโลกปีศาจ~

ชาเทียร์รู้สึกได้ถึงพลังชั่วร้าย สัตว์อเวจีร้องระงมอย่างหวาดกลัว เสียงครืนๆ คำรามลั่นหายไป อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คล้ายกับสัญญาณบางอย่าง…มันเงียบผิดปกติ

“มีอะไรหรือท่าน” เมอิถามเมื่อเห็นชาเทียร์ยืนมองหลุมมืด

“ข้าไม่ได้ยินเสียงของมัน”

“เสียงสัตว์นรกอาจจะกลบเสียงอื่นก็เป็นได้”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ดี ข้าสังหรณ์…ว่าสิ่งร้ายกำลังจะเกิดขึ้น มันเงียบจนทำให้ใจข้าสั่น จู่ๆ ข้าก็รู้สึกกลัว”

“กลัว? มีสิ่งใดที่ทำให้ท่านกลัวได้”

“มีสิ ทุกคนก็ย่อมมีสิ่งที่ตัวเองหวาดกลัวด้วยกันทั้งนั้น”

ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเถอะ

 

 

 

อีกด้าน~

“ฉันไม่มีเวลามาสู้กับนายหรอก” อิสสะทำทีจะกระโจนออกจากจุดที่ยืนอยู่

“เราไม่ยอม ปีศาจ เราจะฆ่าให้หมด” ราคัสต่อสู้ประชิดตัว อิสสะปัดป้องพร้อมโจมตี แต่ความเร็วมันห่างชั้นนัก เธอถูกคมดาบของราคัสก่อนที่จะถูกผลักร่วงล้มกลางเวที

“อิสสะ!” เรย์เรียกสติอิสสะเมื่อเห็นร่างของเธอพุ่งดิ่ง

อิสสะมองร่าง โครเดนที่ลอยตรงใจกลาง ไม่ทัน ไม่ทันแล้วสินะ ป้าไหม พี่เมอิ ยกโทษให้อิสสะด้วย ศึกครั้งนี้มันถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น ยังไงก็ต้องยอมรับ ชะตากรรม

“จบชีวิตไปซะเถอะ” ราคัสดิ่งตัวโจมตีอิสสะ แต่เธอกลิ้งตัวหลบได้ทัน

“ฉันเอาตัวรอดได้เสมอน่า” อิสสะโจมตีด้วยเวทอัดกระแทก ราคัสกระเด็นจนถูกเกราะที่อิสสะเคยสร้างไว้ก่อนที่จะทะลุจนระเบิด

“หึ หึ ฉันจะแพ้ปีศาจที่ไม่ใช้พลังเวทได้ยังไงกันล่ะ” เมอิดันตัวเองด้วยดาบ ก่อนที่จะฝืนหัวเราะ

“ไม่น่าประมาทเลยเรา” ราคัสยิ้มทั้งที่ปากยังคงเปื้อนเลือดเช่นเดียวกับร่างกายของเขา ชุดสีดำขาดวิ่นเป็นรอยไหม้ ผ้าคลุมหน้าของเขาหลุดออก เผยใบหน้าอันคล้ายมนุษย์

“ยังไงเราก็ไม่ยอมให้ผ่านหรอก” ราคัสทำท่าพุ่งตรงเข้ามาหาอิสสะ แต่กลับถูกตาข่ายโจมตี ก่อนที่จะถูกกระแสไฟฟ้าสีดำช็อตและสลบไป

“พอดีฉันพอรู้จักกับพวกยมทูตบ้างเขาก็เลยให้ยืมน่ะ ตอนนี้โลกปีศาจกำลังแย่ เราต้องผนึกกำลัง”

ชาเทียร์หันมาพูดกับอิสสะก่อนที่จะเข้าไปช่วยเรย์ ด้วยการใช้เวทลมเป่าทูตวิญญาณให้กระเด็นไปไกล “รีบรวมตัวแทนเผ่าพันธุ์กันเร็ว!”

“ทำไมเจ้า…”

“เร็วน่า ถ้าช้ากว่านี้ไม่ทันแน่ ข้ามีเหตุผล ข้าไม่ได้คิดมาช่วยเจ้า แต่ข้าจะให้เจ้าช่วย!”

เรย์รีบดึงร่างไอรินออกจากอัส “ขนาดเจ้ายังเป็นไปด้วยหรือนี่”

“ฝากอิสสะด้วย” อัสพยักหน้ารับคำก่อนที่จะกระโดดขึ้นบนเวทีไปประคองอิสสะ

“รักษาตัวด้วย!” ชาเทียร์พูดกับอิสสะ ก่อนที่จะขึ้นไปเจรจากับโครเดน เผื่อว่าความเป็นพี่น้องจะช่วยให้เขาหยุดการกระทำได้บ้าง

“ฝากด้วยนะชาเทียร์” เรย์พูด ในขณะที่เห็นชาเทียร์พุ่งตัวไปด้านบน

“โครเดน…”

ไอรินเพ้อ

“ข้าไม่ใช่โครเดน ข้าคือชีวงคต ข้าคือคนรักของเจ้า” เรย์กอดไอริน ก่อนที่จะแนบริมฝีปาก ทันใดนั้นเองจากกลิ่นอายสีม่วงของไอรินก็กลับกลายเป็นสีชมพู

ไอรินเบิกตาโพลงทันทีที่ได้สติ

“ข้ารักเจ้า” เรย์ถอนริมฝีปาก ไอรินตกใจอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“เจ้าทำให้ข้ามีความสุขเวลาอยู่ใกล้ เจ้าทำให้ข้ารู้ว่าชีวิตมีค่า ทุกครั้งที่ข้าอยู่ใกล้เจ้าข้าก็รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง ข้าพยายามเลิกสนใจเจ้า แต่ก็ไม่สำเร็จ ถ้าพลังของความรักของเจ้ามีอยู่จริง มอบมันให้ข้า เพราะข้าได้ให้ความรักเจ้าไปหมดแล้ว”

“…”

“ไอริน นี่เจ้ายังไม่มีสติอีก เห็นทีต้องทำมากกว่านี้” เรย์อุ้มไอรินโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว

“ปล่อยฉันลงเดี่ยวนี้นะ กระทิงดำ ปล่อย”

“หายแล้วสิ”

“จะบ้าหรือไงหายอะไรของนาย ปล่อยนะ”

“เป็นปกติก็ดีแล้ว” เรย์ยิ้มก่อนที่จะปล่อยไอริน

“เกิดอะไรขึ้น!”

“=_= โครเดนดึงอำนาจความหลงจากคนทุกคนรวมถึงเจ้าด้วย หน้าของเจ้าเปลี่ยนสีน่ะ”

“ห๊ะ!” ไอรินใช้มือทั้งสองข้างตบหน้าตัวเอง

อ๋อย…ถูกเจ้ากระทิงจับได้ซะแล้ว ไอรินๆ มีสติหน่อยอย่าไปสนใจเขา >///<

 

 

 

“ทำไมล่ะ นี่เป็นความต้องการของพวกเราไม่ใช่เหรอชาเทียร์” โครเดนปล่อยมือที่เคยผายออกก่อนที่จะซัดเวทน้ำแข็งขนาดยักษ์ใส่ชาเทียร์ แต่คู่ต่อสู้หลบได้ทัน

“แต่เจ้ากำลังทำให้พวกปีศาจเดือดร้อน พลังของเจ้าไม่พอที่จะปลดปล่อยหรอก”

“แล้วไง…เรายังเหลือไพ่ไม้ตายอยู่นี่นา” ไอเย็นปรากฏรอบตัวโครเดน

“เจ้าหมายถึงอะไร”

“เจ้าคิดจะผนึกกำลังเพื่อปิดกั้นประตูอเวจีงั้นเหรอ” โครเดนยิ้ม

“เจ้ารู้!”

“เพราะอย่างนี้ไง เหตุผลที่ฉันเลือกเมอิ ทุกอย่างถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ต้น”

“เจ้านี่มัน…” ชาเทียร์กำหมดแน่น

“เราต่างกัน ชาเทียร์…ไปตอนนี้ก็ยังทันนะ เจ้าเลือกที่จะสู้กับข้า หรือ จะไปช่วยราษฎรของเจ้าล่ะ คิดให้ดี” ชาเทียร์แสดงสีหน้าโกรธแค้น ก่อนที่จะจากไปพร้อมกับตัวแทนเผ่าพันธุ์ทั้งหมด

ครั้งนี้เจ้าชนะ แต่ไม่มีครั้งต่อไปแน่!

อ่านตอนต่อไป >>> ภารกิจที่ 21 ไพ่ใบสุดท้าย เกตเวย์เปิดออกมาเสียเถอะ!

 

จบไปแล้วกับอีกตอน  ยังไงก็ช่วยกด like กด แชร์ ด้วยนะคะ สำหรับเล่มนี้จะทำ e-book จากฟรี จะขายแต่ภาคหนึ่ง รบกวนผู้อ่านช่วยติชมและตรวจทานด้วยนะคะ 😍

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image