ภารกิจที่22 ประตูที่ถูกเปิด กับความทรงจำที่หายไป

ภารกิจที่ 22
ประตูที่ถูกเปิดกับความจำที่หายไป

a4

          หลังจากไอรินถูกลมพายุดูดกลืนไปยังแสงสว่างอย่างรวดเร็ว เธอลอยตัวสูงขึ้นเหนือมหาสมุทร ก่อนที่จะหลุดจากวงโคจรและร่วงหล่นลงสู่ทะเล

“อ๊า! ช่วยด้วย”

ทิวงคตมองไอรินด้วยสายตาเรียบเฉย

“ช่วยฉันด้วย ฉันว่ายน้ำไม่เป็น” แขนทั้งสองข้างของไอรินต่างตีน้ำ เพื่อดันให้ตัวเองลอยขึ้นสูง

“อย่าบ้าน่า ทำไมผมจะไม่รู้ว่าคุณว่ายน้ำไม่เป็น อย่างคุณตายไปก็ดีแล้วล่ะ จะได้ไม่มีคนฆ่าผมได้ไง หึ หึ”

ทิวงคตเหยียดริมฝีปาก ก่อนที่จะพุ่งทะยานสุดฟ้า โดยไม่เหลียวมอง

ไอรินก็ไม่ได้ยินเสียงคำรามของทิวงคตอันดังลั่น การอยู่ในน้ำมันทำให้หูของเธออื้อไปหมด ‘ไม่… ขาเหยียดไม่ถึงพื้น ไม่ไหว ขืนเป็นแบบนี้ เราต้องตายแน่’

ไอรินนึกถึงเรย์ตอนพาเธอมาที่โลกปีศาจครั้งแรก เธอว่ายน้ำไม่เป็น แต่ก็ได้เรย์ช่วยชีวิตไว้ ‘ถ้าเรย์ยังอยู่ เรย์คงช่วยชีวิตเรา’

ทันใดนั้นน้ำก็ถูกแหวกออกมา เป็นลักษณะวงกลมล้อมรอบตัวไอริน

‘อ๊ะ ทำไมรู้สึกโล่ง น้ำที่เคยอยู่รอบๆ ตัวหายไปหมด หายใจ เราหายใช้ได้แล้ว!’ ไอรินมองรอบๆ ตัว ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนลอยอยู่ในลูกแก้ว หรืออะไรสักอย่างใสๆ ข้างในมีอากาศทำให้หายใจได้อย่างสะดวก

เวทแบบนี้เหมือนกับเวทของ…

ไอรินคิดถึงการต่อสู้ครั้งที่ไปช่วยเหลือเทพยากรณ์ คนที่ใช้โล่ที่มีลักษณะกลมแบบนี้กับทิวงคต ตอนที่ทะยานสู่ฟ้า คนนั้นก็คือ…

“ชาเทียร์”

“ไม่เป็นไรแล้วนะ” ไอรินมองผู้ช่วยเหลือ ผ่านโล่เวทของเขา มือของเขานั้นกำลังอุ้มร่างเมอิ เขามองไปเบื้องหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง ไอรินล้มตัวลงอย่างโล่งใจ

“รอดแล้วเรา”

 

 

 

อีกด้าน~

ท้องฟ้ามืดครึ้ม ปีศาจที่ลอดผ่านเกตเวย์เปลี่ยนรูปร่าง ลักษณะของปีศาจแต่ละตัวก็แตกต่างกัน แน่ละ แต่ก่อน รูปร่างของเขาคล้ายมนุษย์ การเดินทางครั้งนี้ พวกเหล่าอเวจีที่หนีมายังโลกปีศาจ ไม่ได้ผ่านเข้าเกตเวย์มาด้วย เพราะถูกชาเทียร์ใช้พลัง สร้างกำแพงปิดกั้น มันควรจะกลับไปยังที่ ที่มันเคยมาสักที

“หึ หึ” ทิวงคตหัวเราะ เขามองปีศาจที่กรูเข้าทำร้ายผู้คนอย่างบ้าคลั่ง แต่คราวนี้มันกลับแข็งแกร่งกว่าเดิม ทีแรกเขาคิดปิดเกตเวย์ และปล่อยให้พวกปีศาจจมห้วงมิติอเวจี แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน คนที่สมควรรับโทษ ก็จะได้รับ ถ้าไม่มีใครฆ่าพวกมัน เขานั่นล่ะ จะพิพากษามันเอง

หลังจากที่ทิวงคตชื่นชมได้ไม่นาน กรงเล็บสีทองขนาดใหญ่ก็วิ่งผ่านทะลุร่างทิวงคต ทิวงคตตกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะมองแสงสีทองขนาดใหญ่ และหันหลังเหลียวมอง ด้วยแววตาโหดเหี้ยม

“ดูเจ้าเปลี่ยนไปนะ” ราคัสในร่างปีศาจเอ่ยทัก สีหน้าของเขาแสดงถึงความประหลาดใจ

“ผมเปลี่ยนไปยังไง” ทิวงคตแสยะยิ้ม และผายมือทั้งสองข้าง

“การเปล่งวาจาของเจ้าเปลี่ยนไป ทั้งแววตา ทั้งรอยยิ้มของนายมันแข็งกร้าว ดูนายสิ นายแทบจะไม่สนใจเธอซะด้วยซ้ำ”

“ไอรินน่ะเหรอ ผมไม่ได้สนใจเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าคราวก่อน ทำไมผมเลือกที่จะบุกนรก แทนที่จะฆ่าตัวต้นเหตุซะ เราอย่ามาสู้กันเลยนะ มาฆ่าเหล่าปีศาจด้วยกันเถอะ เราทั้งคู่ก็เหมือนกัน ผมรู้นะ คุณก็แทบจะอดใจไม่ไหว เมื่อเห็นปีศาจอยู่ตรงหน้า คุณรู้สึกสะใจ ที่จะได้ฆ่า” ทิวงคตมองบนฟ้า และหันกลับมายิ้มอย่างมีเลศนัย

“นี่นายกำลังพูดถึง ความรู้สึกของเรา หรือความรู้สึกของนายเองกันแน่” ราคัสยียวน

“คุณก็อย่าปากเก่งไปเลย คุณรู้ไหม สิ่งที่ชาเทียร์พูดเป็นเรื่องจริง การที่เมอิดึงอำนาจมืดของตัวมนุษย์และปีศาจ เพื่อให้เกิดช่องโหว่นั้น นอกจากจะส่งผลให้เกตเวย์มีรูปร่างบิดเบี้ยวและถูกเปิด มันยังทำให้คุณ กลายร่างเป็นปีศาจได้อย่างถาวรอีกด้วย” ทิวงคตยิ้ม

ราคัสมองมือและร่างกายตัวเองอย่างหวาดกลัว เหงื่อของเขาท่วมใบหน้า ‘นี่เรา จะต้องกลายสภาพเป็นอย่างนี้ตลอดไปเลยเหรอ ไม่มีทางเราจะต้องไม่มีสภาพเป็นแบบนี้ สภาพแบบนี้ ไม่ใช่…มันไม่ใช่เรา!’

“หึ หึ ผมเห็นท่าทางของคุณ แล้วน่าขัน คุณไม่รู้หรอกว่า รสชาติการเป็นปีศาจมันมีความสุขแค่ไหน ไม่ต้องมาแบกภาระ อยากจะฆ่าก็ฆ่าได้ดั่งใจ ยิ่งเราแข็งแกร่งเท่าไร ยิ่งไม่มีใครกล้าหือ ใครที่บังอาจขวางทาง ผมก็จะฆ่าให้หมด ดูพวกมันสิ…”

ทิวงคตหันหลังให้ และชี้ไปยังเบื้องหน้า ถึงแม้ท้องฟ้าจะมืดครึ้ม แต่ก็พอที่จะมองเห็น ภาพอำมหิต “ปีศาจเลวๆ พวกนี้ สมควรตาย”

ราคัสชะงัก และมองภาพเบื้องหน้า ก่อนที่จะยิ้ม ใบหน้าที่เคยหวาดกลัว หายไปในบัดดล เหลือเพียงแต่ จิตใจที่คับแค้นจนแทบจะระเบิด

เขานึกย้อน ถึงความรู้สึกตอนที่ถูกชาวบ้านปีศาจรัดคอจนตาย

“ใช่ นายพูดถูก” เมื่อทั้งคู่พูดจบ จึงแยกย้ายกระโจนเข้าสู่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว

 

 

 

ทางด้านชาเทียร์ ไอริน และเมอิ~

โล่กลมและร่างผู้นำพา มายังคอนเสิร์ต ทันทีที่อิสสะและอัสเห็นทั้งสาม ต่างยิ้มทัก ไอรินลุกขึ้นโล่ที่อยู่รอบๆ ตัวได้หายไปคล้ายกับฟองสบู่แตก

“ดีแล้วนะที่ปลอดภัย โชคดีนะที่ราคัสมาช่วยต่อสู้กับปีศาจ จนหนีกระเจิงไปหมดแล้วล่ะ” อัสพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

“เป็นห่วงแทบแย่เลย” อิสสะยิ้ม แต่สีหน้าไอรินและชาเทียร์กลับเศร้าสร้อย อิสสะเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

“ทำไมไม่พูดกันเลยล่ะ มีอะไรหรือเปล่า”

ชาเทียร์ล้มลงคุกเข่า เขาวางร่างไร้วิญญาณเมอิลง

อิสสะเริ่มไม่มั่นใจ ทรุดตัวคุกเข่าและเอือมมือไปจับเมอิ ทุกคนเงียบสักพัก และชาเทียร์ก็เริ่มพูด โดยไม่สบตาอิสสะ

“เมอิ ดึงอำนาจมืดของปีศาจทั้งหมด ทำให้เกตเวย์เปิดออก นอกจากนั้นก็เป็นอย่างที่เจ้าเห็น”

“ท่านโกหก..ท่านอย่ามาโกหกอิสสะเลย พี่เมอิไม่มีทางตายได้หรอก เราจะต้องอยู่ด้วยกัน พี่…”

ใบหน้าของเธอซีดเผือด พอๆ กับร่างไร้วิญญาณของเมอิ รสที่สัมผัสใบหน้าของพี่สาวเย็นเฉียบ ก็ยากที่จะปฏิเสธจากคำพูดเมื่อสักครู่ได้ไหว เธอส่ายหน้า น้ำตาของเธอเอ่อ เธอสะอื้นเล็กๆ

อัสจับบ่าปลอบใจ อิสสะปัดมืออัสออกอย่างฉุนเฉียว

“นายน่ะ ไม่ได้คิดเปิดเกตเวย์ตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ย ไม่อย่างนั้น พี่ของฉันคงไม่ตาย” อิสสะพูดทั้งน้ำตา

“ขอโทษ ฉันนึกว่ามันจะจบด้วยดีแล้ว แต่มันกลับ…”

“นายหยุดพูดไปเลย”

“อิสสะ เรื่องแบบนี้ ไม่มีใครต้องการให้เกิดหรอกนะ” ไอรินรีบปราม ในขณะที่อิสสะช้อนตัวพี่สาวขึ้นกอดอยากแนบแน่นด้วยความเสียใจ

“ไอริน เธอก็หุบปากซะที เธอก็เป็นหนึ่งในขบวนการปิดเกตเวย์ไม่ใช่เหรอ หรือเธอจะเถียง” อิสสะพูดโดยไม่หันมอง

“อิสสะ…”

“ฉัน…ฉันไม่น่ายุ่งกับพวกเธอตั้งแต่ต้น ถ้าไม่มีพวกเธอฉันก็คง…ไม่ต้องรับรู้ ไม่มีเรื่องน่าเศร้าอย่างนี้” น้ำเสียงอิสสะเบาลง

“ไม่หรอก ทำยังไงก็เกิดเรื่องเศร้า ถ้าเมอิไม่ทำ ปีศาจทุกตนก็ต้องติดอยู่ในห้วงอเวจี ถึงจะเลือกทางไหน มันก็ต้องสูญเสีย” ชาเทียร์อธิบาย ทั้งๆ ที่ยังคุกเข่าทั้งสองข้าง ในใจเขายังคง เจ็บใจ เจ็บใจที่ไม่สามารถป้องกันสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เขาได้แต่พยายามปิดบังความรู้สึกภายใต้สีหน้าเรียบเฉย

อิสสะลุกขึ้นแบกร่างเมอิไว้บนหลัง อัสมองก่อนที่จะเดินตามอิสสะไปห่างๆ ไอรินทำท่าจะเดินตามไป แต่ชาเทียร์พูดกันไว้ก่อน

“เรารีบมาจัดการเรื่องนี้ให้จบโดยเร็วเถอะ ตรงนี้ แค่ข้าคนเดียวก็พอ ส่วนเจ้า…” ชาเทียร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ช่วยทำให้ชีวงคต กลับมาเป็นเหมือนเดิมที มีแต่เจ้าเท่านั้น ที่จะทำได้”

“เอ๋? คือ…คือฉัน…” ไอรินเริ่มไม่มั่นใจ ‘ฉันสามารถทำให้เรย์กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จริงเหรอ…’ ไอรินนึกภาพตอนที่เรย์เปลี่ยนร่างเป็นทิวงคต และคนที่ทำให้เรย์กลับมาครั้งแรกนั้นไม่ใช่เธอ

แต่เป็นฮัดจิ

“^ ^ ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้ ข้ามั่นใจ ข้ารู้จักเทพยากรณ์ดี เด็กคนนั้นมีจิตใจที่เข้มแข็งเหมือนเจ้า รีบไปเถอะ ข้ายังอยากจะเจอเด็กคนนั้นนะ”

ไอรินหยุดฟังชาเทียร์แล้วพยักหน้า ก่อนที่จะวิ่งออกไป

 

 

 

เมื่อเห็นราคัสจากไปได้สักพัก เหล่าปีศาจจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากที่ซ่อน

“พวกนั้นไปแล้ว”

“เหล่าปีศาจ หยุดการกระทำซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ชาเทียร์ลอยตัวขึ้น และสร้างโล่รอบตัวของเขา ปีศาจทุกตนหยุด ก่อนที่จะหันมาทางชาเทียร์ ทั้งแววตา สีหน้า และท่าทาง ไม่ได้บอกถึงความเคารพราชาปีศาจเลย

“แกเป็นใคร? เป็นพวกเดียวกับปีศาจราคัสรึ”

“นี่พวกเจ้า จำข้าไม่ได้หรือไง” ชาเทียร์หยุดคิด

‘หรือว่า…เกตเวย์ลบความทรงจำสมัยอยู่โลกมนุษย์ ทำให้โลกปีศาจสงบสุข แต่ตอนนี้เมื่อปีศาจผ่านเกตเวย์ออกมาจะถูกลบความทรงจำตอนอยู่โลกปีศาจ และปลดปล่อยความทรงจำที่อยู่ในโลกมนุษย์แทน!’

“ข้าคือ ชาเทียร์ ราชาของพวกเจ้า”

“นี่แกพูดเรื่องอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย” เหล่าปีศาจต่างหรี่ตาลงอย่างไม่เชื่อ

“สงสัยการเจรจาจะล้มเหลว” ชาเทียร์ยกมือขึ้นฟ้า ทันใดนั้น ลมห่าใหญ่คล้ายพายุก็พัดเข้ามา แต่แปลกที่ว่า ลมพายุนั้นหมุนอยู่ในลักษณะแนวนอน ขนานกับแนวของโลก ปีศาจทุกตนผงะ มันโดนแรงกระแทกตามๆ กัน ทีแรกพวกมันก็คิดจะต่อสู้ แต่เมื่อมันเห็นเพื่อนของมันถูกลมพายุดูดกลืน ต่างก็รีบวิ่งหนีอย่างอุตลุด แต่ก็ยังหนีวิถีวายุไม่ได้

“ตรงนี้แค่ข้าคนเดียวก็พอแล้ว”

 

 

 

ทางด้านทิวงคต~

ปีศาจสีน้ำตาลขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายอึ่งอ่าง กำลังเหวียงพังตึกรามบ้านช่องอย่างบ้าคลั่ง มือขวาของมัน จับรถทุบกับตึก ส่วนมือซ้ายมันกำลังควานหาและจับ คนที่อยู่ในตึกออกมา

“หยุดการกระทำของคุณซะ!” ทิวงคตเอ่ยลั่น ทันใดนั้นแท่งโลหะแหลมคมออกมาจากกำหมัดของเขา แท่งโลหะนั้นทะลุผ่านร่างกายของมัน จนเห็นสิ่งที่เกาะอยู่ข้างใน

‘มีคน อยู่ในร่างของมัน!’

สภาพของคนที่อยู่ภายในกำลังดิ้นทุรนทุราย พยายามตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ก็ทำไม่ได้เพราะมือ แขนขา ตลอดจนลำตัวของเขา ถูกพันธนาการไปด้วย บางอย่างสีน้ำตาลเหนียวๆ ภายในร่างของปีศาจตนนั้นคล้ายกับ กาวดักหนูขนาดใหญ่ เพียงแต่สิ่งที่ติดอยู่ในนั้นมันไม่ใช่หนู

ปีศาจไม่สะทกสะท้าน มันจับมนุษย์ที่อยู่ในมือ กลืนลงคอ

“แกนี่มัน น่าขยะแขยงสิ้นดี” ทิวงคตเอ่ยทักด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ฮ่าๆ ข้าจะถือมันว่าเป็นคำชม”

เจ้าปีศาจอึ่งอ่าง หางของมันยาวเรียวคล้ายกับหนูบ้าน ปากของมันใหญ่เป็นรูกว้าง เผยลิ้นสองแฉกของมัน

ลิ้นยาวของมันพุ่งเป้าหมายหาทิวงคตอย่างรวดเร็วทิวงคตกระโดดหลบ มันกลับเลี้ยวตาม ทิวงคตถูกจับได้แต่เขาก็เปล่งรัสมีเพลิงก่อนที่จะถูกกลืนลงคอ

“ว้ากก…ร้อนๆ ร้อนๆ” เจ้าปีศาจหนึบหนับสลัดลิ้น ขยับเท้าดิ้นทุรนทุราย

“เกือบโดนมันกินแล้วสิ” ทิวงคตหายใจหอบ ทันใดนั้นเองเขาก็ถูกหางของปีศาจตวัดจนกระเด็นโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างของเขาปะทะทะลุกระจกสีเข้าไปในตึก

‘เผลอไม่ได้เลยแฮะ’

ร่างของทิวงคตเปรียบเสมือนเกราะอยู่แล้ว ไม่มีอะไรสามารถทำร้ายเขา ให้ระคายเคืองได้ ยกเว้นสิ่งเดียวก็คือ มีดสีเงิน แต่ผู้ใช้ก็ตายไปแล้วนี่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่นั่นคือความคิดของทิวงคตเพียงฝ่ายเดียว เขาลุกขึ้นก่อนที่จะกระโจนตัวเข้าหาคู่ต่อสู้ โดยที่ไม่รู้ว่ามีใครบางคนตามหาเขาอยู่

คนที่เขาอยากจะฆ่าให้ตาย

อีกด้าน ไอรินวิ่งไปอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

‘เราจะไปหาเรย์ได้ยังไง เรย์อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ จริงสิ เราเรียกเรย์ได้หนิ! เราลืมเรื่องนี้ไปเลย’ ไอรินหยุดวิ่งและหลับตา

‘>O< เรย์ นายอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ มาหาฉันเดี๋ยวนี้นะ!’

ฟิ้ว~~~

เสียงลมพัดผ่าน ไร้ซึ่งร่างของผู้เรียกหา ‘หรือว่าจิตใจของฉันส่งไปไม่ถึงเรย์ ทำยังไงดี ทำยังไงก็ได้ เรย์ ฉันต้องการเจอนาย!’

 

 

 

‘ไอริน! ทำไมอยู่ดีๆ ภาพของยัยนั่นจึงโผล่ออกมานะ เฮ้ย!’ ทิวงคตเสียสมาธิ เขาถูกน้ำเมือกสีน้ำตาลในปากของมันพ่นใส่  แต่เขาก็ยังหลบได้ทัน

“ถ้ายังห่วงชีวิต ก็รีบถอยไปไกลๆ ซะ ก่อนที่จะกลายเป็นอาหารของข้าซะก่อน ฮ่าๆ” ปีศาจคางคกหัวเราะ

“หน็อย…มาดูถูกกันแบบนี้” เรย์กำหมัดแน่น “ชักเดือดแล้วนะเฟ้ย”

เรย์ลอยตัวขึ้นสูงก่อนที่จะชกคู่ต่อสู้ด้วยหมัดอัคคี

“ข้าจะเผาเจ้าให้เป็นจุนไปเล้ย!”

“เอ๊ะ!”

เรย์พุ่งตัวดิ่งกำหมัดก่อนที่จะ เข้าไปยังท้องของมัน เรย์อุทานด้วยความตกใจ เมื่อเห็นมือที่ลุกเป็นไฟดับลง และถูกดูดกลืน

ในเวลานั้นเอง เสียงใครบางคนก็ดังขึ้น

“เรย์!”

ไอรินเรียกทิวงคต เมื่อเห็นร่างของเขาหลุดเข้าไปในท้อง

“เจ้าปีศาจ ปล่อยเรย์เดี๋ยวนี้นะ” ไอรินง้างลูกศรสีเงิน

“ข้าไม่สามารถที่จะปล่อยอาหารได้หรอก แม่สาวน้อย”

“หน็อย…ถ้าเจ้าไม่ปล่อยเรย์มาฉันจะยิงลูกศรทันที”

“โอ๊ะๆ กลัวๆ อย่าทำข้าเลย ปล่อยข้าไปเถอะ” ปีศาจอึ่งอ่างทำท่าหวาดกลัว ก่อนที่จะหัวเราะขำขัน “ฮ่าๆ ใครจะไปกลัวของเด็กเล่นของเจ้า” ปีศาจคางคกพ่นน้ำลายใส่

ไอรินกลิ้งตัวหลบ

“เจ้าคงยังไม่รู้พิษสงของลูกศรสีเงินล่ะสิ ธนูสิเงินจะทำให้เจ้ากลับไปมิติเดิม ซึ่งตอนนี้มิติที่ว่า ได้ถูกครอบคลุมไปด้วยหลุมดำอเวจีแล้ว” คำพูดพวกนั้น ทำให้ไอรินฉุนขึ้นมาทันที

“น่าขันนัก เป็นแค่มนุษย์ แล้วยังทำโอหัง เพ้อเจ้ออะไรของเจ้า ข้าก็อยู่ของข้าแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ข้าแค่หลับไปนานแล้วกลับมา กลับมาทวงสิ่งที่ข้าควรได้รับ”

“นี่เจ้าจำเรื่องที่โลกปีศาจไม่ได้หรือไง!”

‘หรือว่า…มิติเกตเวย์มีผลต่อความทรงจำปีศาจ’ ไอรินครุ่นคิด เธอหลบหางของปีศาจที่พุ่งเข้าจู่โจมอย่างไม่ขาดสาย ตึกที่เคยสวยงามประดับด้วยแสงไฟ ตอนนี้กลับถูกปีศาจพังจนเกือบหมด เหลือเพียงแต่โครงสร้างที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น

“ทำไมไม่สู้ล่ะ หรือว่าที่พูดมาเป็นเรื่องโกหก” ปีศาจคางคกยียวน

“หน็อย…ยังไงนายก็ไม่ปล่อยเรย์ใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้น…ก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้” ไอรินทำท่าจะยิง แต่อาวุธที่เคยอยู่ในมือเธอก็หายไปซะแล้ว

“ลูกธนูสีเงินหายไป! อ๊ะ”

ไอรินถูกลิ้นยาวๆ ปัดจนกระเด็น

“ฮ่าๆ ของแบบนั้นข้ากินไปแล้ว” ปีศาจคางคงกระหยิ่มยิ้มย่อง

“มีดสีเงิน” มีดสีเงินปรากฏอยู่บนมือของเธอ

“ร้ายไม่เบาเลย เรียกอาวุธได้ด้วย แต่รีบจัดการข้าหน่อยนะ ถ้าช้ามากกว่านี้ พวกมนุษย์ที่อยู่ในตัวข้าจะขาดใจตายเสียก่อน”

ในร่างกายปีศาจ เรย์มองไอรินที่กำลังหลบการปะทะของคู่ต่อสู้อย่างว่องไว

“นั่นมันไอริน ยัยนั่นยังไม่ตายอีกเหรอ บ้าจริง! ในท้องของมันเหนียวเป็นบ้า ขยับตัวไม่ได้เลย” ทิวงคตพยายามขยับตัว ก่อนที่จะเรียกไฟอัคคีแต่เขาก็ไม่สามารถเรียกได้เพราะความอับชื้นที่อยู่ในตัวของมัน

ถึงแม้ว่าน้ำย่อยของมันจะสร้างความระคายเคืองต่อทิวงคตไม่ได้ แต่เขาก็ไม่พอใจที่ต้องถูกตรึงร่างให้อยู่กับที่

“ทำไมยัยนี่ต้องมาช่วยเราด้วย มนุษย์นี่โง่ทุกคนหรือเปล่า” ทิวงคตมองคนที่สลบอยู่ภายใน

ภายนอก การต่อสู้ยังคงดุเดือด แต่เป็นการสู้เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น

“เอาแต่หลบแบบนี้จะดีเหรอ”

“ขอร้องเถอะ อย่าให้ฉันทำเลย ถึงเจ้าจะเป็นปีศาจ แต่เจ้าก็มีชีวิต ฉันไม่อยากมอบความว่างเปล่าให้แก่เจ้า มันโหดร้ายเกินไป”

ไอรินพูดพลางหลบอาวุธของคู่ต่อสู้

“พวกที่จิตใจอ่อนแออย่างเจ้า ข้าเห็นตายมานักต่อนักแล้ว ข้าจะฆ่าให้หมด มนุษย์พวกนี้ส่งเสียงดัง หงุดหงิดใจข้าเหลือเกิน ข้าจะฆ่าให้หมด พวกแมลงน่ารังเกียจ”

ปีศาจคางคกเอาลิ้นยาวกวาดโจมตี ไอรินกระโดดหลบ แต่ถูกปีศาจจับได้ซะก่อน

ฮึก! ฮึก!

ไอรินพยายามขัดขืน ลิ้นของมันพันคอและร่างของเธอ แรงรัดของมันแน่นยิ่งกว่าที่จะต้านทานไหว

แต่ในเวลาฉับพลัน แรงรัดของมันก็ลดลง ลิ้นของมันปล่อยร่างไอรินลงพื้นอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่จะถลอนตา เกลือกกลิ้งอย่างทุกข์ทรมาน

แสงสีแดงเปล่งออกมาจากในตัวของมัน ผิวหนังของมันหลุดออกจากกันด้วยคมของอาวุธ ตัวของมันแหลกเป็นชิ้นๆ ทั้งๆ ที่มันกำลังยืนอยู่

          “แค่กๆ”

          ไอรินล้มลงจับคอตนเอง เธอมองภาพเบื้องหน้า เห็นคนกำลังออกมาจากกองเนื้อของปีศาจ ต่างคนต่างช่วยซึ่งกันและกัน แล้วกอดกัน หลังจากรอดตาย

          ในกองเนื้อนั้นมือดำๆ ของใครคนหนึ่งโผล่ออกมา มือนั้นพยายามดันตัวเองขึ้น

          “กว่าจะปลุกพลังได้ นึกว่าจะแย่ซะแล้ว”

          “เรย์” ไอรินยิ้มดีใจ

          เรย์ในร่างครึ่งยมทูตปรากฏตัวขึ้น นี่คงจบเรื่องสักที ทุกอย่างคงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่แววตาของเขามันไม่ใช่เรย์ที่ไอรินรู้จัก

แววตาโหดเหี้ยมของปีศาจยังคงอยู่

          เรย์เดินเข้ามาหาไอริน เช่นเดียวกับไอรินที่เดินเข้ามาหาเรย์ “เรย์….นายกลับมาแล้วใช่มั้ย ฉันน่ะ ดีใจที่สุดเลย”

ไอรินกอดเรย์ แต่เรย์กลับทักทายด้วยการ เอามือบีบคอไอรินแทน

          “ถึงเจ้ามีเจตนามาช่วยข้า แต่ข้าก็ยังวางใจให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้”

          แววตาแบบนี้…เรย์ นายจำฉันไม่ได้แล้วเหรอ!

 

อ่านนิยาย ตอนต่อไปใน >>>> ภารกิจที่ 23 ความเงียบครั้งสุดท้าย

 

อย่านิยายแล้ว ถ้าติดใจ ช่วยอุดหนุนภาคหนึ่งด้วยนะคะ 😍

หนึ่งความคิดบน “ภารกิจที่22 ประตูที่ถูกเปิด กับความทรงจำที่หายไป”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image