บทที่23 ความเงียบครั้งสุดท้าย

ภารกิจที่ 23
ความเงียบครั้งสุดท้าย

100953_970121

เรย์ในร่างครึ่งยมทูตบีบคอไอริน เธอถูกดึงตัวขึ้นเหนือพื้นดิน เท้าที่แตะไม่ถึงพื้นตะเกียกตะกายหวังมีชีวิตรอด “ข้าจำเป็นต้องฆ่าเจ้า ความสามารถของเจ้ามันบีบคั้นข้า” เรย์เหยียดริมฝีปาก ดวงตาเฉียบคม ท่าทางของเขาโหดเหี้ยมยิ่งกว่าทุกครั้งที่เคยเจอ

“เรย์…นี่นาย…” เหงื่อไอรินท่วมใบหน้า น้ำเสียงของเธอเหนื่อยอ่อนเหมือนคนไม่มีแรงจะพูด เธอมองเขาและนึกถึงวันเก่าๆ

‘ต่างกันลิบลับ คนๆ นี้ เหมือนไม่ใช่…ไม่ใช่เรย์’ ไอรินมองตาเรย์ เธอพยายามมองเข้าไปภายในจิตใจที่แสนลึก

มนุษย์ที่อยู่ในกำมือแสดงความทุกข์ทรมาน ผู้สังหารคิดฆ่าเธอให้ตายช้าๆ โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นมีดสีเงินที่ปรากฏในมือไอริน อาวุธที่ผู้เขาเกรงกลัวที่สุด

     ฉึก!

          โอ๊ย!

ไอรินตัดสินใจรวบรวมพลังครั้งสุดท้ายแทงแขนเรย์ เธอหลุดจากพันธนาการ แต่ด้วยร่างกายอ่อนเพลียกับความเป็นห่วงทำให้เธอไม่หนีไปไหน

“คนอย่างเจ้า สมควรตาย” ร่างครึ่งยมทูตจับบาดแผลก่อนที่จะปล่อยเวทอัคคีลูกใหญ่อย่างรวดเร็ว

“ใครที่ขวางข้า ข้าจะฆ่าให้หมด”

‘เรย์ตั้งใจฆ่าเรา’

ไอรินมองเปลวไฟที่พวยพุ่งผ่านดวงตาที่เกือบจะปิดสนิท ดวงตาแข็งกร้าวไร้ความปรานีของเรย์ทำให้รู้ว่าผู้กระทำไม่มีความลังเล ก่อนที่จะสลบไป

     พรึบ!

          เรย์แสดงอาการประหลาดใจ เมื่อเห็นไฟที่ควรจะแผดเผาไอรินให้เป็นจุน กลับแผ่ออกและดับลง เหลือเพียงแต่ชาเทียร์ที่ยืนกางแขนทั้งสองข้าง ปกป้องไอริน

          เรย์แสดงสีหน้าไม่พอใจ ก่อนที่จะจากไปพร้อมกับเปลวไฟ โดยไม่พูดอะไรอีก

 

 

 

ทางด้านอิสสะ~

          ต้นไม้กลายเป็นสีดำ จากไฟเผาผลาญของปีศาจหลายตน รอบๆ ด้านแลเห็นแต่เปลวไฟและควันสีดำที่ลอยออกมาจากอาคาร เศษที่เหลือจากเถ้าถ่านปลิวว่อน สภาพเมืองทั้งเมืองราวกับฝูงพญาปีศาจโถมเข้าใส่

          “อิสสะไม่สามารถช่วยพี่ได้เลย อิสสะไม่ได้อยู่ด้วยตอนที่พี่เจ็บ ทั้งๆ ที่เราควรจะอยู่ด้วยกัน อีกนิดเดียวแท้ๆ”

อิสสะวางร่างเมอิลงใต้โคนต้นไม้ที่ไม่มีใบ น้ำตาของอิสสะตกลงบนมือเมอิ ถ้าเป็นนิยายเมอิคงฟื้นไปแล้ว แต่นี่มันไม่ใช่ มันคือความจริง

          ในขณะที่อิสสะกำลังโศกเศร้าอยู่นั้น ฉับพลัน! เส้นใยสีขาวพุ่งเข้า พันร่างเมอิและดึงเธอไปอย่างรวดเร็ว

          “ร่างนี้ขอข้าเถอะนะ”

น้ำเสียงเย็นเฉียบดังขึ้น อิสสะตกใจก่อนที่จะหันไปหาต้นตออย่างรวดเร็ว ปรากฏใบหน้า หญิงชราวัยเกือบสี่สิบ ผมสีขาวของเธอยาวปลิวไสว ลอยฟูฟ่อง เส้นใยนั้นขยับได้อย่างไร้ทิศทาง บ้างก็ขดตัว บ้างก็เหยียดตรง เส้นผมบางส่วนของเธอกำลังพันร่างไร้วิญญาณของเมอิจนไม่เห็นคนที่อยู่ภายในคล้ายดักแด้

ผิวของยายแก่ขาวซีดและเหี่ยวย่น แต่แทนที่เสียงของเธอจะชราเหมือนใบหน้า กลับเป็นเสียงหญิงสาว ดูแล้วน่าสะพรึงกลัว

“ป้าไหม!”

เมอิจำคนที่อยู่ตรงหน้าได้ เธอคือผู้ดูแลเมอิและอิสสะ แล้วทำไมป้าไหมถึงทำแบบนี้ ป้าไหมจำเธอและเมอิไม่ได้เลยหรือ

“เจ้ากำลังพูดถึงใคร?”

เสียงราบเรียบออกมาจากปีศาจไหม กล่าวย้ำความคิดของอิสสะว่าเธอคิดไม่ผิด ป้าไหมจำไม่ได้แม้กระทั่งตัวตนของตนเองที่เคยเป็น มีทางเดียวเท่านั้นที่จะหยุดเรื่องราวเหล่านี้ได้ นั่นคือ ‘มีดสีเงิน’ อาวุธของไอรินที่อัพเกรดแล้วเท่านั้น แต่จะทำได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อตอนนี้ ไอรินก็ยังเข้าถึงจิตใจของมันไม่สำเร็จ ถึงจะพูดรื้อฟื้นอดีตไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะเธอรู้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่ามันต้องเป็นแบบนี้

“ปล่อยพี่มาเดี๋ยวนี้นะ” เธอกระโจนขึ้น ยกดาบตั้ง ฟันเส้นใยสีขาว แต่เป้าหมายหลบได้ทัน ทำให้สิ่งที่กวัดแกว่งเป็นเพียงอากาศเท่านั้น

“เจ้าจะเอาไปทำไมกับร่างที่ไร้ประโยชน์ ซากศพนี่…ให้ข้ากินเสียดีกว่า”

เส้นใยสีขาวพุ่งเข้าหาอิสสะ อิสสะฟันมันอย่างรวดเร็ว แต่ว่า มันก็ยังคงพุ่งเข้าหา เหมือนกับว่าความยาวของเส้นไหม ไม่มีที่สิ้นสุด ปีศาจผมเพลิงกระโดดหลบไม่พ้น จึงถูกเส้นไหมรัดคอ และบางส่วนพยายามพันร่างเธอ

ปีศาจสาวยกดาบหมายฟันอาวุธของศัตรู แต่แขนของเธอก็ถูกพันธนาการเสียก่อน ดาบจึงตกลงพื้นอย่างง่ายดาย

“คิดเหรอ ว่าสิ่งที่ข้าต้องการคือร่างไร้วิญญาณของปีศาจตนนี้เพียงอย่างเดียว” รีมฝีปากซีดฉีกยิ้ม แต่ไม่ทันไรปีศาจแก่ก็หยุดชะงัก เมื่อรู้สึกว่ามีบางสิ่งมาสะกิดผิวของเธอให้เกิดระคายเคือง

     ฉึก!

เธอก้มลงมองดูพบลูกดอกอาบยาสลบ และยิ้ม หลังจากนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้น เห็นบุรุษผมเขียวอยู่ตรงหน้า ทำท่าทางไม่เกรงกลัว แต่ก็กลบเกลื่อนความรู้สึกจริงๆ ของจิตใจไม่ได้

“ปล่อยอิสสะเดี๋ยวนี้นะ” มืออันสั่นเทาจ่อเล็งปีศาจตรงหน้า

“อัส” อิสสะจับสิ่งที่รัดคอเธออยู่ เธอมองอัสด้วยความเป็นห่วง เหมือนกับว่าไม่อยากให้อัสมาช่วยเหลือเธอ

‘นายโง่ คิดว่าช่วยฉันได้หรือไง คนอย่างนายนะ แค่เอาตัวรอดยังไม่ได้เลย’ อิสสะรู้ดีว่า ความสามารถในการต่อสู้ของเขา แย่ขนาดไหน

 

“มนุษย์? ถึงว่าล่ะ กลิ่นอะไรช่างหอมกรุ่นขนาดนี้ ที่แท้เป็นกลิ่นของเจ้านี่เอง” น้ำเสียงสาวกล่าวเรียบเฉย

อัสเอาแขนปาดเหงื่อที่ออกจากหน้าผากของเขา คาดเดาได้ยากว่าน้ำที่ผุดออกมานั้นเกิดจากความกลัว หรือจากอุณหภูมิรอบข้างกันแน่

“กลิ่นหอมแบบนี้ ข้าขอรับไว้แล้วกันนะ” เส้นใยออกมาจากซอกเล็บมือของเธอ เตรียมพุ่งเข้าหาเหยื่อ อัสได้แต่มือสั่นตัวแข็งทื่อ แต่ไม่ทันที่อาวุธสังหารจะถึงตัวเขา มันก็ร่วงลงสู่พื้นคล้ายกับเส้นใยนั้นไร้การควบคุม ร่างของเมอิและอิสสะก็หลุดออกจากพันธนาการได้อย่างง่ายดาย

“อะไรกัน ทำไมข้าถึงรู้สึก หมด…แรง”

ร่างผอมขาวซีดล้มลง เธอพยายามฝืนลืมตา ก่อนที่จะหลับลงอย่างว่าง่าย อัสทรุดตัวเข่าอ่อนลงนั่งอย่างโล่งใจ

อิสสะไอแคก มองปีศาจใยขาว เธอเดินเข้าไปหาก่อนที่จะจับดาบชี้คอศัตรู เมื่อแน่ใจแล้วว่าปีศาจไม่มีพิษภัย จึงถอนมันออก และเดินเข้าไปหาร่างไร้วิญญาณของพี่สาว

เธอค่อยๆ เอาดาบตัดเส้นไหมออก โดยเอามืออีกข้างจับเส้นไหมแล้วเฉือน เพื่อไม่ให้ร่างของเมอิระคายเคือง

“ยังมีปีศาจหลงเหลืออยู่อีกเหรอเนี่ย”

ชาเทียร์ลอยตัวลงมาพร้อมกับไอรินที่สลบอยู่บนอ้อมแขน

“เอ…หรือว่าปีศาจทั้งหมดหายไปเพราะกรงเล็บคลื่นเสียง ก็แน่ล่ะ เวทที่มีพลังทะลุทะลวงเป็นใครก็ต้องหวาดกลัวกันทั้งนั้น” พูดจบ ชายชุดคลุมก็วางร่างไอรินลง

“เรย์ ไม่ได้กลับมาด้วยเหรอ” อัสถามด้วยอาการเหนื่อยอ่อน

“ไอรินทำไม่สำเร็จ ข้าคิดว่า การทำกลับให้เรย์เป็นเหมือนเดิม มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้วล่ะ”

 

 

 

ทางด้านชีวงคต~

ร่างครึ่งยมทูตนั่งพักอาการบาดเจ็บ เขานั่งบนหลังคาบ้านไอรินเพียงลำพัง บาดแผลที่แขนของเขาเป็นแนวยาว ลึกจนเห็นกระดูกขาวโพลน เลือดยังคงไหลไม่หยุด แม้ว่าเขาจะใช้มืออีกข้างบีบห้ามเลือดเพียงไรก็ตาม คนที่อยู่ด้านล่างนอนหลับสนิท โดยไม่รู้เลยว่ามีตัวอะไรอยู่นั่งอยู่บนหลังคาบ้านของพวกเธอ

ร่างครึ่งมนุษย์มองดวงจันทร์ตอนกลางคืน ด้วยจิตใจที่รุ่มร้อน ทำไมมันหงุดหงิดขนาดนี้ เขาทุบหลังคาบ้านจนเป็นรู

แค้นนัก ถ้าเราได้ฆ่าหญิงสาวคนนั้นอาจจะทำให้มีความสุขขึ้นบ้างก็ได้

จิตใจที่ไม่ปล่อยวางยากที่จะทำให้เรย์ข่มตาได้ลง แต่เมื่อร่างกายเริ่มอ่อนเพลีย แสงแดงยามเช้าเข้ามาในดวงตาทำให้พร่ามัว เขาจึงหมดสติ กลิ้งตกลงสู่พื้น

โคร่ม!

ระหว่างที่แม่ของไอรินกำลังแปรงฟันอยู่นั่นเอง ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีใครคว้างของใส่หลังคา จึงรีบบ้วนปากออกไปดู และต้องพบกับความประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเห็นคนนอนอยู่บนพื้น

หรือว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่คือ สัตว์เลี้ยงที่เธอเลี้ยงอยู่ตกจากหลังคา เธอยิ้ม เพราะรู้ว่าไม่ใช่คนที่อันตราย แต่เป็นคนที่เธอนั้นไว้วางใจที่สุด

“^ ^ นอนสบายเลยนะ”

 

 

 

สภาพใจกลางเมืองหลวงบัดนี้แทบดูไม่ได้ ซากอาคารที่ถูกเผา ถูกกันให้เป็นพื้นที่อันตราย รอการตรวจสอบ และไม่รู้ว่ามันจะถล่มลงมาเมื่อไร หลายคนทั่วโลกได้รู้เรื่องราวของสัตว์ประหลาด ต่างตื่นตระหนก หุ้นราคาตก การซื้อขายหยุดชะงัก เพราะมีการกักตุนอาหารไว้ใช้ยามขาดแคลน

 

หลายคนออกมาจากนอกบ้าน ปรึกษาหารือกัน และบ้างก็ขุดหลุมหลบภัยสัตว์ประหลาด เพราะไม่รู้ว่าช่วงค่ำคืนจะได้นอนอย่างสงบเหมือนเคยหรือเปล่า แต่สิ่งที่ทุกคนยังคงประหลาดใจ และถกเถียงกันอย่างไม่หยุดคือ ดาราหนุ่มนักร้องลูกครึ่งเกาหลีได้หายไปอย่างลึกลับ ซึ่งหลายคนคิดว่าเขาคงถูกปีศาจจับกินไปแล้ว

 

 

 

โครเดน~

ณ ถ้ำมืด บนเทือกเขาอันไกลไร้ผู้คน ปีศาจต่างเดินทางเข้ามาอย่างไม่ได้นัดหมาย พวกมันสัมผัสได้ว่า สถานที่แห่งนี้มีอสูรร้ายแข็งแกร่ง ถึงแม้ว่าพวกมันจะจำปีศาจขาวในร่างมนุษย์ไม่ได้ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมในตัวโครเดนลดน้อยลงเลย

ลูกไฟลอยอยู่สูงเรียงรายเป็นทาง ราวกับเชื้อเชิญให้เข้าไป ด้านในมีแท่นเก้าอี้ บุรุษผมขาวยาวจนถึงเอว นั่งเท้าคางหลับตาประทับอยู่ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาหาใครเทียบไม่ได้ เขาอยู่มานาน เป็นปีศาจที่ไม่มีวันแก่ ไม่มีวันโรยรา ตราบใดที่มนุษย์ยังมีความหลงเป็นหมู่มาก แต่ในตอนนี้ พลังของเขาได้เพิ่มเป็นทวีคูณ จนถึงขั้นปีศาจที่อยู่ไกลแสนไกลยังรู้สึกได้

“ท่านผู้มีบุญ ได้โปรดช่วยพวกข้าด้วย”

ปีศาจตัวเขียวมีลำตัวยาวหยุ่นๆ คล้ายหนอน ดวงตาโต ปากกว้าง เลื้อยเข้ามาแทบเท้าโครเดน ท่าทางของมันช่างดูอืดอาด ไม่มีพิษภัย กัดกินต้นไม้เป็นอาหาร

“จะให้ฉันช่วยเหรอ ถ้าช่วยแล้วฉันจะได้อะไร” ดวงตาสีแดงมองปีศาจที่ก้มกราบอยู่เบื้องล่างอย่างเมตตา

“ถ้าคำตอบถูกใจฉัน ฉันก็จะช่วยเจ้า แต่ถ้าไม่ถูกใจ…” ไอน้ำแข็งออกมาจากมือเรียวงาม ก่อนที่จะปะทำกับดวงไฟดวงหนึ่งที่ลอยอยู่ จนก้อนไฟกลายเป็นน้ำแข็งและแตกเป็นเสี่ยงๆ โดยที่ผู้ปล่อยเวทไม่ได้ออกแรงแม้แต่น้อย โครเดนยิ้มอย่างเอ็นดู

 

ปีศาจหนอนชาเขียวตัวใหญ่ตัวสั่นก้มหน้า

“ข้าขอมอบชีวิตแด่ท่าน”

“ฮึ ฮึ คำตอบตอบถูกใจฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันจะช่วยเธอ” โครเดนหัวเราะ ก่อนที่จะผายมือมอบอำนาจให้แก่ปีศาจ พร้อมรอยสักรูปกุหลาบ

“วันนี้ปล่อยให้พวกมนุษย์มีความสุขกันไปก่อน ความสุขสุดท้ายของชีวิตของพวกมัน”

 

 

 

อีกด้าน~

ณ ป่ารกครึ้ม มีบางส่วนได้ถูกเผาจากการต่อสู้ แต่ก็ยังเสียหายไม่มากนัก นอกจากนี้ที่นั่นยังมีบ้านไม้สักอย่างดี เป็นหนึ่งในสวัสดิการของสหพันธ์ เดินออกไปเล็กน้อยก็จะเห็นลำธารที่ไหลจากด้านบนสู่ด้านล่าง หญิงผมเพลิงเทเถ้ากระดูก ในนั้นมีกลีบกุหลาบสีแดงปนอยู่ด้วย อิสะบรรจงวางมันลงบนน้ำ โดยมีอัสยืนอยู่ข้างๆ

ชาเทียร์ยืนพิงตนไม้ และไอรินที่นั่งอยู่บนรถเข็น

“พี่คะ หลับให้สบาย ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างอิสสะจะเป็นคนสานต่อเอง” อิสสะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ไม่ต้องห่วงครับพี่ ทุกอย่างต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิมแน่” อัสจับมืออิสสะให้กำลังใจ และมองลำธาร  ไอรินลุกจากรถเข็น และเดินมาหาทั้งสอง พร้อมกับจับมือทั้งคู่

“ฉันก็จะช่วยอีกคน” ไอรินยิ้ม ในเวลาไม่นานก็มีมืออีกมือหนึ่งมาประสาน ทุกคนหันมามองเจ้าของมือนั้น

“ช่วยไม่ได้ ไหนๆ ที่ลงเรือลำเดียวกันแล้วหนิ” ชาเทียร์ยิ้ม

“หมดเวลาของการเศร้าสร้อยแล้ว” อัสพูด ก่อนที่ไอรินจะพูดเสริม

“ถ้าเรารวมพลังกัน ต้องสำเร็จแน่”

ทุกๆ คนมั่นใจว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า มีคนหนึ่งกำลังซุ่มดูพวกเขาอยู่ จากบนมุมหนึ่งซึ่งไกลออกไป สาวตาสีทองร่างปีศาจของราคัสสามารถมองระยะไกลได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งกล้องส่องทางไกล

“จะต่อสู้ได้นานเท่าไรกันเชียว” ราคัสยิ้มจนเผยเขี้ยวสีขาว เขามั่นใจ ถึงแม้ว่าอาวุธของไอรินจะอัพเกรดสำเร็จ แต่ก็ใช่ว่า จะสามารถต่อกรกับโครเดนได้ นอกจากนี้ เรย์ไม่มีทางกลับมาเป็นอย่างเดิมได้อย่างแน่นอน

 

 

 

ชีวงคต~

ดวงตาสีแดงของครึ่งยมทูตเบิกโพลง เขามองแขนที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผล โซฟาสีเขียวที่กำลังนอนอยู่ ก่อนที่จะมองไปรอบๆ อย่างประหลาดใจ และนึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือบ้านของไอริน เรย์มองหญิงวัยสามสิบเศษสวมชุดแซก กระโปรงบานยาวคลุมเข่า ภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีขาวดูแล้วสะอาดตา กำลังเปิดเตาอบ และใช้มือข้างหนึ่งที่สวมถุงมือผ้า ดึงถาดขนมเค้กช็อกโกเลตออกมา

เรย์ลุกขึ้นนั่ง มองตามแม่ที่กำลังเดินและวางเค้กบนโต๊ะ พร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนที่จะป้อนเค้กให้ เรย์อ้าปากอย่างว่าง่าย

“เห็นเรย์แบบนี้แล้ว ทำให้คิดถึงตอนวันที่เจอกันครั้งแรกนะ” แม่ไอรินนึกหวนไปถึงวันปีใหม่ของปีที่แล้ว ตอนที่เธอกำลังทำเค้กต้อนรับไอริน ก็พบกับเรย์ซึ่งทำตัวเหมือนเด็กเล็กๆ ตาโตมองเค้กอย่างหิวกระหาย เธอจึงตัดเค้ก และให้หนุ่มคนนั้นชิ้นหนึ่ง และชวนเข้ามาในบ้าน

เรย์ใช้มือจับเค้กเข้าปากโดยไม่พูดอะไร ในเวลาไม่นานเค้กบนโต๊ะก็หมดสิ้น

“อร่อยไหมจ๊ะ ทำไมเรย์ถึงกลับมาคนเดียวล่ะ ไอรินหายไปไหน” คำถามของแม่ไอริน ทำให้เรย์หยุดนิ่ง ถึงแม้ว่าผู้ถามไม่ได้กดดันอะไรเลยก็ตาม

“ถ้ามีคนคนหนึ่ง มีความสามารถที่เป็นอันตรายกับแม่ แม่จะทำยังไง” เรย์ถาม ความรู้สึกหงุดหงิดได้หายไป เขารู้สึกสงบทุกครั้งที่ได้ใกล้เธอ

 

“ทำไมเรย์ถึงถามแม่อย่างนั้นล่ะ มีอะไรหรือเปล่า” แม่ไอรินหันไปเก็บจานบนโต๊ะ ก่อนที่จะล้างมันอย่างใจเย็น เรย์เดินตามโดยที่เธอไม่รู้ตัว เมื่อล้างเสร็จจึงหันมองเรย์ ซึ่งตอนนี้เขายืนแทบจะชิดตัวเธอแล้ว

“แล้วถ้าเป็นข้าล่ะ เจ้าจะทำยังไง” เรย์พูด ร่างกายของเขาลุกเป็นไฟ ก่อนที่กลายร่างเป็นทิวงคต ตัวของเขาสูงใหญ่ และแข็งแกร่งมาก ผมสีม่วงหยาบกระด้างของเขายาวถึงกลางหลัง คงไว้แต่ผิวสีดำที่ยังคงอยู่เหมือนเดิม

“OoO!”

“^ ^ เรย์แปลงร่างได้ด้วยเหรอ น่ารักจัง”

 

 

 

เหตุการณ์ในโลกมนุษย์เริ่มเปลี่ยนไป ทุกโรงเรียนประกาศหยุด พร้อมกับสถานบันเทิงก็ยังคงเงียบเชียบ แม้ว่าตอนนี้ไม่มีข่าวคราวของปีศาจแล้วก็ตาม แต่ทุกคนก็ยังอดขวัญผวาไม่ได้ เมื่อความมืดเริ่มย่างกรายมาถึง ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ มักจะสงบอยู่ ผู้คนอยู่กับบ้าน

สังคมออนไลน์ได้พูดถึงการหายตัวไปของโครเดน พอๆ กับการปรากฏตัวของปีศาจ ไอรินได้ทราบข่าวต่างๆ จากสหพันธ์ที่ส่งมาให้ เพราะที่นี่ไม่มีสื่อ หรือสิ่งพิมพ์ใดๆ ของโลกมนุษย์ ที่เผยแพร่มายังที่นี่ได้

“ไมยังไม่นอนอีก” อิสสะถามหลังจากเห็นไอรินผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายครั้ง

“ฉันรู้สึกเป็นห่วงแม่ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง ไหนจะเรย์ที่เปลี่ยนไปอีก ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไง ให้เรย์กลับมา”

“เรย์น่ะ คิดถึงไอรินตลอดเวลาเลยนะ” อิสสะลุกขึ้นนั่ง และพูดช้าๆ ราวกับว่าเธออยากให้ไอรินใจเย็นขึ้น

“เอ๋?”

“^ ^ เรย์กลัวว่าไอรินจะไม่ชอบร่างปีศาจ  หลังจากเกิดเรื่องคราวนั้น เรย์ก็ไม่ยอมแปลงร่างเลย จนกระทั่งได้ต่อสู้กับราคัสนี่แหละ เรย์ก็เลยตั้งใจที่จะใช้ร่างปีศาจเพื่อปกป้องเธอยังไงล่ะ”

“นายโง่ ไม่ว่าจะเป็นร่างไหนจิตใจของนายก็เป็นเหมือนเดิมแหละ” ไอรินพล่ามคล้ายกับบ่น

“ว่าฉันเหรอ?” อิสสะเอานิ้วชี้ที่ตัวเอง

“ปะ เปล่า ฉันว่าเจ้าหมอนั่นต่างหากล่ะ” ไอรินรีบยกไม้ยกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

“ชอบเรย์แล้วล่ะซี่…” อิสสะเย้า ไอรินนิ่ง ยิ้มเล็กน้อยและมองหน้าต่างที่กำลังเปิดอยู่

“ไม่รู้สิ พอนายนั่นไม่อยู่ มันทำให้ฉันไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน ใจมันกระวนกระวายไปหมด ใช่ ฉันชอบเรย์ และอยากอยู่เคียงข้างทุกเวลา จนถึงวันนี้ ฉันคงโกหกไม่ไหว ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ควร แต่ใจมันก็ยัง…”

ไอรินหยุดพูด เมื่อเห็นอิสสะวางมือลงที่บ่าของเธอ

“ฉันเชื่อว่าเรย์จะต้องรับรู้ความรู้สึกของไอรินแน่นอน ทำจิตใจให้สบายเดี๋ยวก็คิดออกเองแหละ ส่วนเรื่องแม่ของเธอฉันจะบอกท่านชาเทียร์เอง ไม่ต้องห่วง นอนได้แล้ว”

อิสสะยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนเช่นเดียวกับไอริน เขาทั้งคู่หันหลังให้กัน และไม่พูดอะไรอีก ทั้งๆ ที่สามารถพูดออกไป แต่ก็ยากที่จะตัดใจลืมได้ลง กับวันเก่าๆ ที่ไม่มีวันหวนกลับคืนมา

ไอรินมองดาวที่อยู่บนท้องฟ้าเห็นเป็นภาพเรย์ในร่างครึ่งมนุษย์ ‘ตอนนี้นายทำอะไรอยู่’

 

 

 

ท้องฟ้าทอแสงสว่างเจิดจ้าในเวลาเช้า เรย์ยังคงนั่งอยู่ในห้องนอนของไอรินเพียงลำพัง จิตใจที่เคยขุ่นมัวเริ่มหายลง  อาจเป็นเพราะการฝึกจิตวิชาสลัดกายมานาน และได้เห็นรอยยิ้มของแม่ จึงสงบลงได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะที่เรย์กำลังนั่งอยู่บนเตียงนั่นเอง จู่ๆ ตัวของเขาก็หนักขึ้นเหมือนกับกำลังเริ่มลดถอยลง อาจเป็นเพราะผู้มีบารมีมาเยือน

เรย์หายตัวไปด้วยพลังไฟ ก่อนที่จะปรากฏตรงหน้าชายเสื้อคลุมผมเทาด้วยร่างปีศาจ และพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“นึกว่าเป็นใคร ที่แท้ก็เทพตกอับนี่เอง”

“ชีวงคต หรือว่าเจ้า!” ชาเทียร์แสดงสีหน้าโกรธ พูดด้วยน้ำเสียงอันดัง มือของเขากำพลังเวทสีฟ้าเอาไว้ ‘ข้ามาช้าไป เจ้านี่มันร้ายจริงๆ’

“อย่ามองข้าอย่างนั้นซี่…คนที่เจ้ามองหายังมีชีวิตอยู่ แค่ออกไปข้างนอกเท่านั้นเอง” คำตอบของเรย์ทำให้ชาเทียร์ควบคุมอารมณ์ได้ แต่ก็ยังไม่ไว้วางใจปีศาจตนนี้อยู่ดี

“จะมารับแม่ไปเหรอ” เรย์ถาม ถึงแม้ชาเทียร์จะไม่ตอบแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ นั่นแสดงว่าคำถามนั้นถูกต้อง

“คงจะกลัวข้าจะทำอะไรแม่ล่ะสิ หึ” เรย์เปิดหน้าต่าง ชาเทียร์มองท่าทางของเขาที่เปลี่ยนไป

‘น่ากลัวจริงๆ เจ้านี่มันคิดอะไรกันอยู่ หรือว่ามันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะถึงขนาดจะฆ่าไอรินได้ขนาดนั้น คงจะลบความขุ่นเคืองเรื่องในอดีตได้ยาก’

“วันนี้ตลอดทั้งวัน ไม่รู้ว่าปีศาจหายไปไหนหมด จะว่ากลัวพลังของราคัสก็ไม่น่าใช่”

“ก็ดีแล้วนี่ หรือว่าเจ้าเสียดายที่ไม่มีปีศาจโผล่ให้ปราบ” ชาเทียร์พูดยั่ว

 

“นั่นก็ใช่ แต่ข้ารู้สึกว่ามันแปลกเกินไป อย่างน้อยมันก็ต้องเหลือสักตัวสองตัวไว้ให้กำจัดบ้าง มันทำให้ข้ารู้สึกถึงความน่ากลัวที่กำลังจะเข้ามา ยิ่งเงียบเท่าไร ยิ่งน่าปลอดภัยเท่าไร ก็ยิ่งน่ากลัวเท่านั้น” เมื่อเขาพูดจบจึงหันไปคุยกับชาเทียร์ตรงๆ

“ไม่แน่ ตอนนี้โครเดนอาจยังไม่ตาย และอาจกลับมาพร้อมกับพลังที่มากกว่าเก่าก็ได้”

 

อ่านนิยายตอนต่อไป >>>> ภารกิจที่ 24 สำเร็จ! มีดสีเงินอัพเกรดแล้ว!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image