บทที่24 สำเร็จ! มีดสีเงินอัพเกรดแล้ว!

บทที่ 24
สำเร็จ! มีดสีเงินอัพเกรดแล้ว!

F12955048-0

แสงจากดวงไฟที่ลอยอยู่ ส่องสะท้อนผนังถ้ำ ทำให้เห็นสิ่งที่น่ากลัวอยู่ภายใน ปีศาจในรูปร่างต่างๆ ในที่นี้ รอคอยคำบัญชาจากปีศาจขาว โครเดนลุกขึ้นใช้มือข้างหนึ่งกวาดไปรอบๆ ไอน้ำออกมาจากหน้ามือของเขา ก่อนที่จะลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ บ้างก็เกาะตามฝาผนัง บ้างก็เกาะไปตามตัวของปีศาจที่อยู่ในรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที ร่างของพวกมันก็ค่อยๆ กลายเป็นมนุษย์ พร้อมกับรอยสักรูปดอกเดนซาเรียที่ปรากฏอยู่บนมือซ้าย

“ตอนนี้ร่างของพวกเจ้าก็เป็นมนุษย์แล้ว ฉันอยากให้พวกเธอตั้งใจฟังในสิ่งที่ทูตวิญญาณกำลังจะพูด” โครเดนผายมือให้ทูตวิญญาณ ก่อนที่จะนั่งด้วยอาการสำรวม

กลุ่มควันสีดำ ตวงตากลมโตเปลี่ยนรูปร่างเป็น ชายหนุ่มชุดคลุมรูปงาม ผมเหยียดตรงสีเทา ดวงตาสีฟ้า ใบหน้าที่ดูสุขุมนุ่มลึก ทำเอาปีศาจสาวแทบคลั่งร้องกรี๊ดลั่นอย่างลืมตัว โครเดนมองตอบด้วยสีหน้านิ่ง ทำให้ปีศาจสาวหยุดและก้มหมอบลงในทันใด

“ชาเทียร์ พวกเจ้าคงเคยพบแล้ว ชาเทียร์เป็นคนฉลาด พวกเจ้าต้องระวังตัวเอาไว้”

ทูตวิญญาณพูดก่อนที่ร่างกายของทูตวิญญาณจะกลายเป็นสีดำ และกลายร่างเป็นชายวัยรุ่น ผอม มีผมและดวงตาสีทอง เขี้ยวและกรงเล็บยาวแหลมคม

“ราคัส เป็นปีศาจเหมือนกับพวกเรา แต่มีจิตอำมหิต ต้องการฆ่าพวกเราให้ตาย กรงเล็บของราคัสน่ากลัวมาก ทะลุทะลวงได้ทุกสิ่ง สามารถฆ่าพวกเจ้าได้ในพริบตา”

หนุ่มวัยรุ่นหน้าตาหล่อจืด กลายเป็นกลุ่มควัน สิ่งที่คล้ายกับม่านหมอกสีดำนั้นได้ถูกแบ่งครึ่ง คล้ายกับการแบ่งตัวของเซล ก่อนที่จะกลายเป็นร่างครึ่งยมทูต และร่างปีศาจที่มีผมยาวกระด้างถึงกลางหลัง เขายาวรูปร่างของมันงอคล้ายวัว สูงใหญ่ นิ้วมือและเขี้ยวแหลมคม

“เรย์ เป็นทั้งปีศาจและยมทูต มันมีสองร่าง นอกจากนี้ยังมีอีกสองคน เป็นหญิงไม่มีพิษสง หากเจ้าทำงานไปเจ้าจะได้พบกับเธอในไม่ช้า”

“คนทั้งหมดที่ข้ากล่าวมาเป็นศัตรูของพวกเจ้า พบเมื่อไรให้รีบจัดการ หน้าที่หลักของพวกเจ้ามีสิ่งเดียวคือ ทำให้มนุษย์แตกคอกัน ยิ่งมนุษย์มีความเกลียดชิงชังมากเท่าไร พวกเราก็ยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น”

‘รอหน่อยนะไอริน พอถึงวันนั้น ฉันจะฆ่าเธอและชุบชีวิตใหม่ ให้เธอเป็นชายาของฉัน’ โครเดนเหยียดริมฝีปาก บ่งบอกความคิดภายในจิตใจว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่

ความคิดที่คุกรุ่นอยู่ในจิตใจของเขาเสมอมา กำลังจะสำเร็จแล้ว ‘ถ้าเรารวมพลังกันล่ะก็ โลกทั้งหมดต้องเป็นของฉันเพียงผู้เดียว’

“แค่นี้จะพอไหมนะ เรย์ยิ่งกินจุซะด้วยสิ” หญิงวัยสามสิบเศษ ผมสีน้ำตาล ดวงตาสีฟ้า พูดพร้อมกับเข็นรถเข็นที่บรรจุอาหารไว้แน่นเอี๊ยด จนแทบจะหาที่ยัดไว้ไม่ไหว เธอเดินตรงไปข้างหน้าอย่างร่าเริงในตลาดสด โดยไม่สนใจกับสายตาของคนรอบข้าง ก็แน่ล่ะ มันคงจะไม่แปลก ถ้าหากเธอกำลังเข็นมันในห้างสรรพสินค้า

 

 

 

แม่ไอริน~

“ดั๊ด ดั๊ด ดา ด่า ดา ดี้ ดา”

หญิงในชุดผ้ากันเปื้อนฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เธอต้องใช้เวลานานมากที่จะรวบรวมของได้เยอะขนาดนี้ เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่เกิดขึ้น ผู้คนจึงแทบไม่จำหน่ายของ เพราะใช้กักตุนสินค้าเพื่อจะได้ขึ้นราคาให้สูง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธออยู่แล้ว เนื่องจากเงินที่สหพันธ์นำมาให้ก็ทำให้เหลือกินเหลือใช้พอดู เธอเดินไปและมองข้างทางที่กำลังทะเลาะกันอย่างหัวเสีย คงจะทะเลาะเรื่อง ของขึ้นราคากะทันหัน ใครจะยอมรับได้กัน

     ปัก!

รถเข็นชนกับบางสิ่ง ทำให้ของที่อัดแน่นอยู่เต็มรถเข็นหล่นลงมาอย่างง่ายดาย เริงรินมองเห็นคนล้มอยู่ข้างหน้า เขากำลังนั่งจับก้นตัวเองอยู่

“ขอโทษค่ะ เอ่อ…ก้นคุณ…เป็นอะไรหรือเปล่า?” แม่ของไอรินรีบออกจากรถเข็นก่อนที่จะพยุงหนุ่มปริศนาคนนั้น เขาและเธอมองหน้ากัน ใบหน้าของเขาคมเข้มผิวขาว สวมแว่น แต่งกายน่าเชื่อถือ คล้ายเซลแมน

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่เลอะนิดหน่อยเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ ก่อนที่จะก้มลงเก็บของใส่รถเข็นให้ เริงรินเห็นดังนั้นจึงลงมือช่วยเก็บ มือทั้งสองจับกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

“^ ^;; ขอโทษครับ” ชายหนุ่มแสร้งจับหัวแก้เขิน

“ไม่เป็นไรค่ะ” ^ ^ เมื่อจัดแจงทุกอย่างเสร็จแล้ว เธอจึงขอแยกย้ายกับหนุ่มหล่อคนนั้น เขาเห็นท่าไม่ดี ถ้าปล่อยต่อไปคงจะไม่มีโอกาสอีกครั้งแน่

“ผมชื่อ อานนท์ ครับ แล้วคุณ…” นนท์พูดเหมือนหลอกถาม

“เดี๋ยวเราก็ไม่รู้จักกันแล้วทำไมต้องแนะนำตัวด้วยล่ะคะ” แม่ไอรินมองด้วยความสงสัยและหันกลับ ท่าทางของเธอไม่สนใจชายหนุ่มคนนั้นสักเท่าไร ซึ่งอาจจะดูผิดปกติสำหรับคนทั่วไป เพราะคนที่เธอจะคุยด้วยและถูกชะตานั้น ต้องมีลักษณะเหมือนสัตว์ประหลาด น่าเกลียดน่ากลัว แทนที่จะผู้ชายบุคลิกดี นนท์เห็นท่าไม่ดีจึงดึงแขนของเธอไว้

“เอ๊ะ นี่คุณ จะทำอะไรน่ะ” สาวสามสิบหันไปเอ็ดด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อเธอเห็นใบหน้าใกล้ๆ เธอกลับใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เธอลืมไปแล้วว่า ก่อนหน้านี้เหมือนกับว่านนท์เป่ามนต์อะไรสักอย่าง ทำให้เธอหลงใหล

 

 

 

เรย์และชาเทียร์~

 

“น่าจะอยู่แถวนี้นะ” เรย์และชาเทียร์เดินไปตามตรอกชุมชนร้านค้า แต่ละคนมองทั้งคู่พลางซุบซิบอย่างไม่ไว้ใจ ทุกคนเดินหนีทันทีที่พวกเขาย่างก้าวเข้าใกล้ เรย์มองการแต่งตัวของชาเทียร์ที่ไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป

“ข้าว่าการแต่งตัวของเจ้ามันทำให้พวกมนุษย์กลัว” เรย์พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ชาเทียร์มองผู้พูด เห็นชายหนุ่มผิวเข้มแต่งกายด้วยชุดมนุษย์ ใส่หมวกรูปหูแมวสีดำน่ารัก ก่อนที่จะมองการแต่งกายของตัวเอง ซึ่งต่างจากเขาและคนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง

“จริงสินะ มนุษย์ยิ่งมีนิสัยมองคนจากภายนอก ถ้าอย่างนั้นใช้เวทลวงตาก็ได้” ชาเทียร์ผายมือปล่อยเวท ทันใดนั้นการแต่งกายของเขาก็เปลี่ยนไป

“ที่นี่มีปีศาจ หนีเร็ว!!”

มนุษย์ที่อยู่รอบๆ ตัวตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ต่างวิ่งหนีกันอุตลุด เพราะเห็นเสื้อผ้าของชายชุดคลุมเปลี่ยนไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถทำได้

“เอ…ก็ข้าแต่งตัวเป็นปกติแล้วนี่นา”

ในขณะที่ชาเทียร์พูดด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองอยู่นั่นเอง สีหน้าของเรย์ก็เปลี่ยนไป รู้สึกสดชื่นผิดปกติ ดวงตาสีเพลิงเจิดจ้าเป็นเวลาชั่วครู่ หรือว่ามีพลังชั่วร้ายอยู่แถวนี้ ดีล่ะเมื่อเจอมันเขาจะได้สังหาร จะได้หายหงุดหงิดสักที

“อา…ข้ารู้สึกถึงพลังชั่วร้าย” เรย์เผลอเหยียดริมฝีปาก บ่งบอกถึงความนึกคิด จนชาเทียร์สามารถสังเกตเห็นได้ชัด โดยที่ผู้แสดงนั้นไม่ได้ตั้งใจ

“หรือว่าจะเป็นปีศาจ!”

เมื่อชาเทียร์พูดจบ เรย์ก็กลายเป็นไฟ หายไปทันที

“ไม่รอกันบ้างเลย” ชาเทียร์ถอนหายใจและส่ายหน้า เมื่อพูดจบ ร่างเขาก็หายไป เหลือเพียงตลาดและของสด ไร้ซึ่งผู้คน

เปลวไฟลุกท่วมอากาศก่อนที่จะปรากฏเป็นรูปร่างคน ต่อหน้าต่อตาหญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อน แต่เธอนั้นไม่แสดงอาการตกใจเลยสักนิด เหมือนกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เป็นเรื่องปกติ

“หายไปแล้ว ความรู้สึกนั่น!” เรย์พูดขึ้นก่อนที่จะสังเกตเห็นแม่ที่สายตาเหม่อลอย เธอเข็นรถเข็น เดินผ่านเรย์ไปอย่างที่ไม่น่าจะเป็น

“แม่จะไปไหน นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านนะ” เรย์ดึงแขนแม่ออกจากรถเข็น เพื่อให้ผู้ถูกกระทำหันมา เป็นเวลาเดียวกันกับที่ชาเทียร์ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของเธอ

“ไม่เห็นปีศาจสักตน” ชายชุดคลุมมองไปรอบๆ “แต่ก็ไม่แน่…พลังที่ชั่วร้ายที่ว่า อาจจะเป็นเจ้าก็ได้นะ” เขาพูดจบแล้วยิ้มเย้ย

เรย์ไม่ปฏิเสธข้อกล่าวหา เขาเขย่าตัวคนที่อยู่ในอ้อมมือแรงๆ ด้วยความสงสัย หรือว่าถูกดึงดวงชีพไปแล้ว เมื่อถูกกระตุ้นได้สักพักเธอจึงตื่นจากภวังค์

“แม่ เป็นอะไรไปหรือเปล่า”

“อ่าว นี่เรย์หรอกเหรอ มาตั้งแต่เมื่อไรล่ะ” แม่ไอรินยิ้ม

“แม่ของเจ้าดูไม่ปกติ ข้าว่ารีบพาออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า” ชาเทียร์พูดอย่างจริงจัง

“คนนี้ใคร” แม่ไอรินหันมองชาเทียร์ตาปริบๆ

“หล่อด้วย” เธอพูดก่อนที่จะสูดดมตัวชายชุดคลุม “กลิ่นก็หอมสดชื่น แต่ความหล่อยังสู้เรย์ไม่ได้นะ เพื่อนเรย์เหรอ?”

“ไม่ใช่เพื่อนแต่เป็นศัตรู” เรย์พูดด้วยความไม่พอใจ

“=3=? ศัตรู”

ชาเทียร์ไม่ตอบและไม่ปฏิเสธ เพราะมันคือความจริง แต่ดูเหมือนแม่ไอรินจะไม่เข้าใจ

“อ้อ…ไม่ใช่เพื่อน แต่เป็นคนรู้ใจ อืมม์…” แม่ไอรินยิ้มเจ้าเล่ห์ = =++

“ไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย!” เรย์และชาเทียร์พูดเสียงแข็งตอบทันควัน ก่อนที่จะมองหน้ากัน ร่างครึ่งยมทูตกระแอม และพูด “เขามารับแม่ไปอยู่กับไอริน”

“เอ๋? ดีสิแม่อยากจะไปเยี่ยมไอรินมาตั้งนานแล้ว ไม่ได้เจอกันนานคิดถึงจัง” สาวสามสิบแสดงสีหน้าประหลาดใจก่อนที่จะทำหน้ายิ้มแย้ม “เดี๋ยวทานข้าวเสร็จพวกเราค่อยไปพร้อมๆ กันนะ”

“ข้าคิดว่าตอนนี้คงจะไม่สะดวกนัก ที่จะให้เจ้านี่ไปด้วย” ชาเทียร์ขัดขวาง

“คงจะกลัวว่าข้าจะฆ่าไอรินล่ะสิ ถ้าเจ้ายอมทำลายมีดสีเงิน ข้าอาจจะยอมเป็นเพื่อนกับไอรินก็ได้” เรย์ยิ้มเยาะ

“แม่ของข้า ข้าจะดูแลเอง พาเธอมารับด้วยตนเองสิ ข้าจะรออยู่ที่นี่”

“^ ^ เรย์ว่าไง แม่ก็ว่าอย่างนั้น”

“หน็อย…” ชาเทียร์กำหมัดแน่นแสดงสีหน้าโกรธอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะยกผ้าคลุมและหายตัวไป แม่ไอรินเห็นดังนั้นจึงถามด้วยความสงสัย

“ทะเลาะเรื่องอะไรกันเหรอ”

 

 

 

ไอริน~

ยางรถหลายเส้นถูกเหวี่ยงไปมาจากเชือกที่ผูกไว้กับต้นไม้ ไอรินกระโดดหลบผ่านพวกมัน จากต้นไม้หนึ่งไปอีกต้นไม้หนึ่ง ก่อนที่จะยิงลูกธนูสีเงินไปถูกเป้าด้านหน้าที่เคยเป็นจุดเริ่มต้น

ชาเทียร์ปรากฏตัวและปัดถูกธนู ที่เกือบจะถึงตัว “ฝึกแต่วันเลยนะ”

“ฉันน่ะ ถึงจะสิ้นหวังสักแค่ไหน แต่ก็ไม่ยอมแพ้หรอก” ไอรินกระโดดหลบสิ่งกีดขวาง และยืนตรงหน้าชาเทียร์

“ดีมาก จิตใจที่มุ่งมั่นของเจ้าจะทำให้เจ้าประสบความสำเร็จ”

“ค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่ามาหาฉันถึงที่นี่” ไอรินเปิดประเด็น ชาเทียร์หยุดละหันหลังให้

“เมื่อครู่ข้าไปพบแม่ของเจ้ามา”

“แม่ฉันเป็นไงบ้าง” ไอรินหยุดซ้อมแล้วกระโดดเข้าใกล้ชาเทียร์

“แม่ของเจ้าไม่ยอมมาหาเจ้า แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ ชีวงคตคงจะช่วยปกป้องแม่เจ้า” ชาเทียร์เผลอพูดออกไปเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าวิตกของไอริน

“ศัตรูของเรย์คงมีปีศาจและฉันเท่านั้นล่ะสินะ ฉันควรจะดีใจล่ะสิ” ไอรินยิ้มแห้ง เธอรู้ดีว่า เรย์ไม่อาจหวนคืนมาเหมือนเดิม สายตานั่น สายตาที่อยากจะฆ่าเธอให้ตาย ยิ่งย้ำความคิดในจิตใจว่าเธอคิดถูก ถึงจะทำใจดีสู้เสือสักเท่าไร

แต่ความหวันไหวมันก็ประดังเข้ามาอยู่ดี

“เอ๊ะ!” ไอรินอุทานทันทีเมื่อถูกร่างใหญ่สวมกอด

“เจ้าจะต้องเข้มแข็ง เพราะเจ้าคือผู้กุมชะตาของโลกใบนี้”

ชาเทียร์คลายอ้อมกอดก่อนที่จะยิ้ม สบายใจหรือยัง ข้าไม่กวนเจ้าแล้วล่ะ

“ชาเทียร์ พาฉันไปหาเรย์ได้ไหม” ไอรินพูดเมื่อเห็นชายชุดคลุมกำลังจะเดินจากไป เขาหยุดและพูดว่า

“ไม่ได้หรอก”

“ทำไม”

“คราวก่อนชีวงคต ก็เกือบทำให้เจ้าตายไปครั้งหนึ่งแล้ว หรือเจ้าจำไม่ได้ ครึ่งยมทูตนั่นไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว เจ้าไม่ได้สังเกตเหรอแม้ว่าจะอยู่ในร่างไหน เจ้านั่นมันก็เลือกที่จะฆ่าเจ้าอยู่ดี มันอันตรายเกินไป ข้าไม่อยากทำผิดซ้ำสอง ข้าบอกแล้วไงว่า เจ้ามีความสำคัญกับโลกใบนี้มาก”

“ถึงยังไงฉันก็อยากพบเรย์อยู่ดี”

“ไม่ว่าเจ้าจะว่ายังไง ข้าก็ขอยื่นคำขาด” ชาเทียร์แสดงสีหน้าเคร่งเครียดก่อนที่จะหายไปกับลม

 

 

 

กลางดึกวันนั้น~

เสียงจิ้งหรีดร้องเป็นเวลาค่ำคืน ไอรินขอความช่วยเหลือจากอิสสะ แต่ก็ไม่เป็นผล

“ฉันก็อยากช่วยหรอกนะแต่เวทของฉันยังไม่เข้าขั้นน่ะสิ”

“เหรอ” ไอรินเสียงเศร้า

“เอางี้สิ เดี๋ยวฉันไปหาอัส เรื่องนี้อัสช่วยได้”

“พูดถึงฉันอยู่เหรอ” อัสชี้ที่ตัวเอง สาวทั้งสองก็ยิ้มทันที

“อัส ไอรินคิดถึงแม่ อัสพาไปนะ” อิสสะเริ่มเปิดบทสนทนา

“ไม่ ดูก็รู้อยู่แล้ว เรย์ต้องอยู่ที่นั่นแน่”

“พูดอย่างกับตาเห็น”

“ไร้สาระน่า จะไปทำไมกัน อยู่สงบๆ อย่างนี้ก็ดีอยู่แล้ว อิสสะก็ยุ่งไม่เข้าท่า” อัสพูดทันทีเมื่อฟังเรื่องราวจบ

“นะ อัสไม่อยากให้เรย์กลับมาเหมือนเดิมเหรอ” อิสสะรบเร้า

“= =* ถ้าวันหนึ่งฉันเกิดจำอะไรไม่ได้ นายจะทำยังไง นายก็คงปล่อยให้ฉันความจำเสื่อมไปอย่างนั้นล่ะสิ นี่ล่ะนะ คนอย่างนายไม่เข้าใจคำว่ามิตรภาพหรอก”

“=O=? อ่าว เป็นงั้นไป แสดงว่าฉันผิดเหรอเนี่ย”

“จะยังไงก็ไม่รู้แหละ ฉันเชื่อในฝีมือไอริน ถ้านายไม่ช่วย ฉันกับไอรินจะหาหนทางเอง”

“อะ ฉันช่วยก็ได้ แต่ถ้าเห็นท่าไม่ดี ฉันจะดึงไอรินกลับมาทันทีเลยนะ” อัสพูดพร้อมเปิดโน้ตบุ๊ก “เห็นแก่ที่ช่วยดึงฉันมาจากยมโลกนะ ไม่งั้นไม่ช่วยนะเนี่ย”

“ขอบคุณค่ะ” อิสสะหอมแก้มอัสทำให้เขาสะดุ้ง ก่อนที่ทำหน้ามุ้ยใช้มือเช็ดออก

“พร้อมแล้วนะ Go!” อัสกดปุ่ม Enter แล้วไอรินก็หายไปทันที

 

 

 

บ้านไอริน~

ร่างครึ่งยมทูตกำลังนอนมองดาวบนหลังคา ทันใดนั้นเองก็มีวัตถุหนักอึ้งหล่นทับตัวเขา

 

“โอ๊ย! เจ็บๆ หล่นทับมาได้” เรย์พูดทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าบุคคลนั้นคือใคร ไอรินรีบลุกถอยหลัง แต่ไม่ทันระวัง เธอจึงเกือบหล่นจากหลังคา โชคดีที่เรย์ประคองไว้ได้ทัน

“นี่เจ้า!” เรย์พูดเสียงดุ ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ในใจก็ยังสับสนว่าทำไมต้องยื่นมือเข้าช่วย

“มาให้ข้าฆ่าถึงที่เลยล่ะสิ ความไวของเจ้ากับข้าต่างกันเยอะ” เรย์แปลงร่างเป็นทิวงคต เพราะถ้าใช้ร่างปีศาจ เขาจะสามารถฆ่าคนได้ไม่เลือก

“คอของเจ้าช่างอ่อนนัก แค่บีบนิดเดียวก็หลุดออกมาแล้ว”

แต่แทนที่เหยื่อจะตกใจ เธอกลับยิ้มทำให้เรย์ชะงัก “ฉันน่ะดีใจที่สุดเลย ในที่สุดเรย์ก็ประคองฉัน แม้ว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย”

“อย่าต่อเวลาให้ยากเลยน่า ยังไงเจ้าก็ต้องตายที่นี่อยู่ดี” เรย์เหยียดริมฝีปาก

“ถ้าฉันจะต่อเวลาฉันคงไม่มาพบเรย์ที่นี่ ถึงแม้ว่าจะเสี่ยงแค่ไหนฉันก็จะมา ฉันไม่เคยบอกเหรอว่าฉันชอบเรย์”

เรย์ตกใจเขาเผลอคลายมือออก ทำไมต้องรู้สึกดีใจด้วย ใจของเขาเป็นอะไรไป ความโกรธพลันหายไปหมด

นี่มันอะไรกัน

ไอรินจูบเรย์โดยไม่ทันตั้งตัว เรย์กลายเป็นร่างครึ่งยมทูต ความทรงจำวูบเข้ามาเหมือนกับสายลม

ในครั้งนั้นเขาได้จุมพิษไอรินเพื่อให้เธอฟื้นขึ้นมา ความรู้สึกในตอนนั้น เหมือนกับตอนนี้ ตัวเขาร้อนวูบก่อนที่จะสลบล้มบนตัวไอริน และพากันหล่นจากหลังคา

โครม!

          “โอ๊ย! เจ็บ…”

ไอรินดันตัวเรย์ออก ก่อนที่จะแบกเรย์เข้ามาในบ้านพลางส่งเสียงเรียกหาแม่ แต่ก็ไม่มีใครอยู่ เธอทุ่มเรย์ลงบนโซฟา นั่งพัก และมองหน้าเรย์ที่กำลังหลับ

‘ทำไมเรย์ถึงหน้าแดงขนาดนี้นะ จะเป็นอะไรมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตัวอุ่นๆ นิดหน่อย หาผ้ามาเช็ดดีกว่า’

ไอรินเอาน้ำใส่น้ำแข็งเช็ดตัวเรย์สักครู่ ร่างครึ่งยมทูตก็เริ่มขยับ ‘ฟื้นคราวนี้เรย์คงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วสินะ’ ไอรินตกใจเมื่อเห็นเรย์จับมือทั้งที่เขายังไม่ได้สติ

“ข้าก็ชอบเจ้าเหมือนกัน”

-////- ไอรินได้ยินอย่างนั้นจึงรีบดึงมือออก ทำให้เรย์รู้สึกตัว

เรย์หยิบผ้าที่วางอยู่บนหน้าผาก ลุกขึ้นมองเห็นไอรินที่กำลังนั่งหันหลังให้ “ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่” ไอรินไม่ตอบ

‘รู้สึกว่า หลังจากเกิดเรื่องความจำมันก็ขาดๆ หายๆ จำได้แต่ว่าข้ากับไอรินจูบกันแล้วก็รู้สึกร้อนวูบขึ้นมา แล้วทำไมข้าถึงจูบเจ้านะ ไม่เข้าใจเลยแฮะ’ เรย์นั่งนึก

“เจ้าเป็นอะไรไป ทำไมไม่หันมาพูดกับข้า หรือเพราะว่าเรื่องนั้น…”

“ห้ามคิดนะ!”

“เอ๋?” เรย์สะดุ้ง “ข้าแค่ถามเฉยๆ ทำไมต้องโกรธด้วยเล่า”

“-//O//- ไม่ได้โกรธซะหน่อย ชอบต่างหาก”

“O_o หา! เจ้าไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย” เรย์จ้องไอริน ท่าทางเหมือนไม่เข้าใจ

เปรี้ยง!

          โครม!

เรย์ถูกไอรินชกจนตกโซฟา “ทำไมนายเป็นคนเข้าใจอะไรยากเสมอเลยนะ ทำไมฉันต้องมาชอบคนแบบนี้ด้วย” ไอรินทำท่าจะเดินหนีแต่ถูกเรย์สวมกอดไว้แน่น

“ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น ข้าเคยเป็นมนุษย์มาก่อน เรื่องแบบนี้ทำไมข้าจะไม่เข้าใจ” ไอรินแอบยิ้มดีใจ แต่บรรยากาศแบบนี้ อยู่กันสองต่อสอง ทำอย่างนี้มันคงไม่ดีแน่ ไอรินจึงจับแขนเรย์ออกเบาๆ

“ฉันว่านายทำแบบนี้มันไม่ดีนะ”

“ขอโทษที คือข้าดีใจไปหน่อย ^ ^” เรย์คลายอ้อมกอด “ยังไงข้าก็ไม่มีวันทำร้ายเจ้าเด็ดขาด อีกอย่างข้าก็ไม่มีเวลาว่างไปปีนต้นงิ้วด้วย ไม่ต้องห่วงหรอกนะ”

ไอรินหรี่ตามองเรย์ที่กำลังยิ้ม “-_- นี่นายตัวจริงหรือเปล่าเนี่ย”

“ไหงเจ้าถึงพูดอย่างนั้นล่ะ”

“ก็ดูไม่เหมือนนายเลย เหมือนกับทิวงคต โดยเฉพาะตอนที่นายกำลังยิ้ม ยิ้มเหมือนคนเจ้าเล่ห์”

“คิดมากน่า”

“จะไม่ให้คิดได้ยังไง ก็เมื่อกี้นายยังเกือบฆ่าฉันอยู่เลย”

“จริงเหรอ เหมือนจะจำได้ มึนหัวจังเลย @~@” เรย์กุมขมับนั่งลงบนโซฟา

“แต่ถ้าข้าคิดจะฆ่าเจ้าจริงๆ ข้าไม่จำเป็นต้องลงทุนเล่นละครหรอก ฝีมืออ่อนหัดอย่างเจ้าน่ะ แค่อัพเกรดอาวุธยังไม่ได้เลย”

“หน็อย”

เปรี้ยง!

ไอรินชกเสาจนแตก

“อีกไม่นานฉันก็จะฝึกสำเร็จแล้วย่ะ มีดสีเงิน!” ไอรินแบมือออกเรียกมีดสีเงิน แต่คราวนี้มันแผ่แสงสีขาวจ้าจนเขาและเธอต้องยกแขนป้อง จนกระทั่งแสงนั้นมันลดลง พวกเขาจึงมองมันอีกครั้ง

“อะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับอาวุธของเจ้า”

“ลักษณะของมันเปลี่ยนไป”

มีดสีเงินกลายเป็นดาบสั้นสีชมพูแต่เปล่งกระกายดาบสีเงิน ประดับด้วยปีกนกและ อัญมณีสีขาว “หรือว่า นี่คือ มีสีเงินที่อัพเกรดแล้ว!”

 

 

 

     ฉับ!

          โครม!

หอกสามง่ามฟันเข้ากับต้นไม้อย่างจัง จนมันหักล้มครืน ไอรินง้างคันศรสีชมพู เหงื่อท่วมใบหน้า บ่งบอกว่าเธอกำลังหนักใจ

“ขอให้สำเร็จทีเถอะ ฉันอยากจะช่วยให้ทุกอย่างกลับมาเป็นอย่างเดิม มีดสีเงิน ขอร้องล่ะ!” ทันทีที่สีปลายแหลมของธนูถูกผิวไม้ มันก็หลุดเข้าไปกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ต้นไม้มีแสงสีเงิน ปลายต้นที่เคยล้ม กลับมาก่อตัวเป็นเนื้อเดียวกัน ทันทีที่แสงหายไป ต้นไม้ก็กลับมามีชีวิตดังเดิม เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“สำเร็จ!” ไอรินกับเรย์จับมือยิ้มดีใจอย่างลืมตัว ก่อนที่เรย์จะถอนมือออก และตีสีหน้าขรึม

“ที่แท้หัวใจของมีดสีเงินคือ การเปลี่ยนจิตใจของมนุษย์ ผู้ที่ถือจะต้องมีจิตใจบริสุทธิ์  แข็งแกร่ง และสามารถเปลี่ยนจิตใจของคนได้ กุญแจสำคัญมันอยู่ที่นี่เอง สมแล้วที่มีดสีเงินเลือกเจ้า”

“ชมคนก็เป็นเหมือนกันเหรอ” ไอรินยิ้ม

“เชอะ ยังไงเจ้ามันก็ตัวยุ่งเหมือนเคยล่ะน่า ที่ทำได้ก็เพราะบังเอิญ ฝีมืออย่างเจ้าต้องฝึกอีกเยอะ ยิ้มอะไรเล่า กลับไปฝึกต่อ”

“ได้ค่ะคุณยมทูต อ๊ะ แต่เดี๋ยวก่อน แม่ล่ะ ตั้งแต่ฉันกลับมายังไม่เห็นเลย”

“เดี่ยวขอนึกก่อนนะ เดท เหมือนกับว่า แม่พูดว่าเดทอะไรนี่แหละ”

“O_O! หา! เดทที่ไหน เดทกับใคร”

“ตกใจอะไรกันเล่า แค่เดทน่า”

“นายเข้าใจความหมายของมันด้วยเหรอ”

“-_- ไม่เข้าใจ”

“สมัยตอนที่นายเป็นมนุษย์เขาไม่ได้ใช้คำนี้ล่ะมัง เดทมันแปลว่า หนุ่มสาวเที่ยวกันสองต่อสอง แสดงว่าฉันอาจจะมีพ่อใหม่ก็ได้ รีบไปหาแม่เดี๋ยวนี้ ฉันอยากจะรู้นักว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”

“เป็นศัพท์ใหม่นี่เอง เออใช่ เหมือนกับว่าเมื่อเช้าแม่ของเจ้ามีอาการแปลกๆ ด้วย สงสัยเป็นเพราะความรักกระมัง”

“อะไรนะ! ทำไมนายไม่นึกให้มันเร็วๆ เล่า” ไอรินตวาดแล้วรีบวิ่งออกไป

“เฮ้! เจ้ารู้เหรอว่าจะไปที่ไหน”

 

อ่านตอนต่อไป >>>> ภารกิจที่ 25 สำเร็จ! มีดสีเงินอัพเกรดแล้ว!

 

One thought on “บทที่24 สำเร็จ! มีดสีเงินอัพเกรดแล้ว!”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image