ตอนพิเศษ สตอล์คเกอร์ (ยังไม่จบตอน)

ตอนพิเศษ

สตอล์คเกอร์

เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนหลังจากคำสารภาพรักของวิน พลอยเดินเข้ามาวางเอกสารบนโต๊ะเห็นวินเอาแต่มองจอคอมพิวเตอร์จนลืมสนใจสิ่งรอบข้างจึงอ้อมหลังเข้าไปดู

“ไอ้เราก็นึกว่าทำงาน ที่แท้แอบส่องสาวอยู่นี่เอง ชอบเขาทำไมไม่จีบให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะ ดูแล้วไม่เหมือนคิงเลย ตอนจีบเอยไม่เห็นมีปัญหา” พลอยในชุดรัดรูปสีส้มกอดอกพูด

“มันไม่เหมือนกัน” วินหันไปมองพี่สาว ในตอนนี้พลอยกลับมาเป็นตัวของตัวเอง แต่งตัวโฉบเฉี่ยวเสน่ห์แรงจนผู้ชายขายขนมจีบไม่เว้นวัน แต่ส่วนมากก็เป็นเจ้าของบริษัทรายเล็กๆ สาวเปรี้ยวจึงไม่สนใจ

“ไม่เหมือนกันยังไง หรือว่าเราสองพี่น้องจะเหมือนกัน กล้าทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แต่พอเป็นเรื่องหัวใจกลับทำอะไรไม่เป็น” พลอยส่ายหน้า แย่งเมาส์กดเพิ่มเพื่อนหน้าโพรไฟล์มิ้น แล้วพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินออกจากห้อง “มันยากแต่ตอนเริ่มต้นเท่านั้นแหละ”

วินมองพลอยเดินจากไปแล้วมองปุ่มแสดงข้อความ ‘ส่งคำขอเป็นเพื่อนแล้ว’

 

มิ้นเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าภายในห้างคอมโบ เอาชุดมาลองใส่จนได้ชุดถูกใจจึงจ่ายเงินซื้อ เมื่อเดินออกมาก็เห็นชายสวมกางเกงขายาวเสื้อยีนใส่แว่นดำอยู่ในห้างก็แปลกใจ เพราะเคยเห็นเขามาก่อนเข้าร้านแล้ว กว่าจะเลือกเสื้อผ้าเสร็จก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมง บางทีเขาอาจจะรอใครอยู่

สาวผมสั้นเลิกสนใจเดินไปเข้าร้านหนังสือก่อนที่จะเข้าห้องน้ำ เธอออกมาหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เห็นผู้ชายคนเดิมเดินวนเวียนอยู่ ใครกันนะ ไม่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญได้

“ฮาโหล ลุงสิทธิ์คะ ตอนนี้อยู่ที่ไหน ช่วยมารับมิ้นหน่อย” มิ้นโทรหาคนขับรถ

/ “ให้รับตอนนี้เลยหรือครับ อีกสามสิบนาทีเดี๋ยวลุงไปถึง รถติดมากเลยแทบจะไม่ขยับ ถ้าลุงถึงจะโทรหาคุณมิ้นทันทีครับ” / ปลายสายตอบ

“มาเร็วๆ นะคะ” มิ้นทำอะไรไม่ได้รีบออกจากห้องน้ำเดินเร็วให้พ้นจากตรงนั้นจนกระทั่งใบหน้าไปชนอกผู้ชายร่างสูง ร่างนั้นโอบเธอไว้เพื่อไม่ให้ล้ม หญิงสาวผงะเมื่อเห็นเสื้อยีนแขนยาวอยู่ตรงหน้า นี่มันตามมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ

“ปล่อยฉันนะ!” มิ้นโพล่งด้วยความตกใจ จนอีกฝ่ายถอยหลังออกมา เธอจึงเห็นชัดว่าเป็นคนอื่น

“ขอโทษนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่แค่จะทักมิ้นเท่านั้นเอง” วินยกมือทั้งสองข้างก่อนที่จะหันมองคนอื่นซึ่งกำลังมองมาทางเขาและเธอ ทำให้วินต้องยกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

มิ้นหันกลับไปมองด้านหลังและรอบๆ ก็ไม่เห็นคนแปลกหน้าคนนั้นแล้ว

“มิ้นเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าตื่นแบบนั้น” วินในชุดเสื้อยืดสีขาวสวมเสื้อยีนแขนยาวพูด

“พี่วิน” มิ้นโผกอดวิน หนุ่มหน้าขาวยิ้มก่อนที่จะกอดตอบพลางลูบผมปลอบใจ

 

วินพามิ้นมากินร้านไอศกรีมข้างล่าง รอคนขับรถของมิ้น เธอยอมเล่าทุกอย่างหลังจากที่หายตกใจ

“มีคนตามมิ้น แต่งตัวเหมือนพี่ด้วยเหรอ” วินพูดอย่างประหลาดใจ ก่อนที่จะมองผู้หญิงตรงหน้า น่ารักแบบนี้ก็สมควรอยู่หรอกนะ

“…” มิ้นพยักหน้าแทนคำตอบ

“เป็นแบบนี้มานานหรือยัง” วินถามด้วยความรู้สึกเป็นห่วง

“ความจริง มิ้นก็รู้สึกว่ามีใครตามตลอดเหมือนกัน มิ้นก็คิดว่าแค่รู้สึก ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง” มิ้นพูดเสียงเบา ดูท่าทางสาวผมสั้นจะกังวลจนไม่สนใจว่ามีเค้กสุดอร่อยตรงหน้าด้วยซ้ำ

“กิน แล้วเลิกคิดเรื่องนี้ เดี๋ยวพี่ช่วยจัดการเอง” วินตักเค้กป้อนให้มิ้น ผู้ถูกกระทำมองวินพอจะรู้ว่าวินคิดยังไงกับตัวเอง

“ไม่ดีกว่า มิ้นกินเองได้ค่ะ” มิ้นตักเค้กกิน เมื่อวินเห็นมิ้นปฏิเสธจึงกินเค้กในช้อนตัวเองแทนแล้วยิ้มเบา สถานะที่มิ้นให้ได้ตอนนี้คือ พี่ชาย

“แล้วพี่วินมาทำอะไรที่นี่คะ” มิ้นพยายามทำลายความเงียบ แม้ว่าวินจะพยายามปั้นหน้ามีความสุขแต่ก็ปิดบังแววตาเศร้าไม่ได้

“พี่มาดูหนัง”

“มาดูหนังกับใครเหรอคะ” มิ้นถาม ปกติมีใครบ้างดูหนังในโรงคนเดียว อย่างน้อยก็ไม่ใช้เธอคนหนึ่งล่ะ

“พอดีพี่พลอยไม่ว่างก็เลยมาดูคนเดียว” วินตอบไปอย่างนั้น ความจริงแล้วพลอยไม่ชอบดูหนังในโรงเพราะเธอเบื่อโฆษณาก่อนฉายภาพยนตร์ หนุ่มหน้าขาวกลัวว่าถ้าพูดความจริงไปมันจะดูน่าสมเพช

“เหรอคะ อย่างพี่วินแค่เอ่ยปากก็มีคนอยากดูหนังด้วยตั้งเยอะแยะ” มิ้นยิ้ม

วินกำลังจะพูดแต่ก็มีเสียงเรียกเข้ามือถือของหญิงสาวดังขัดจังหวะ มิ้นรีบรับสายทันที

“ค่ะ เดี๋ยวมิ้นไปรอตรงสะพานลอยนะคะ” มิ้นวางสายหลังพูดจบ “มิ้นไม่รบกวนแล้วนะคะ คุณลุงมาพอดีเลย”

“ทำไมมิ้นไม่ให้คนขับรถมาหาในห้าง” วินพูดเสียงเข้มทำหน้าจริงจัง

“คะ?” มิ้นไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำหน้าเหมือนกับว่าเธอทำอะไรผิด

“ถ้าสตอล์คเกอร์กลับมาจะทำไง พี่ขอได้ไหม อย่าทำแบบนี้อีก อย่าเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง แค่หาที่จอดรถมันไม่ลำบากหรอก”

“มิ้นลืมนึกไปเลย เดี๋ยวมิ้นบอกลุงให้มาหาที่ร้านแล้วกันนะคะ” มิ้นทำท่าจะโทรแต่ถูกมือกร้านจับเอาไว้

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง ต่อไปนี้ ถึงมิ้นไม่รักพี่ก็ไม่เป็นไร ให้พี่ดูแลมิ้นนะ” วินพูดเสียงเข้ม ท่าทางจริงจังของวินทำให้มิ้นต้องใจอ่อน

“ก็ แล้วแต่พี่วินสิคะ”

 

คฤหาสน์ทำด้วยอิฐสีน้ำตาลก้อนใหญ่ถูกล้อมรอบด้วยรั้วซึ่งทำวัสดุเดียวกับที่อยู่อาศัยทำให้คฤหาสน์หลังนี้ดูอบอุ่นซึ่งแตกต่างจากความจริง เพราะที่นี่มีแค่คนรับใช้และมิ้น ส่วนพ่อกับแม่ของเธอนานๆ จะกลับมาครั้งหนึ่ง

มิ้นนั่งบนเตียงภายในห้องนอนสีชมพู เธอเปิดโน้ตบุ๊กสนทนากับแม่ในเวลาสองทุ่มทุกวันจันทร์ เพราะแม่ต้องดูงานโรงแรมในต่างประเทศ ส่วนพ่อของเธอกลับมาบริหารโรงแรมที่พัทยาจนแทบไม่ได้กลับบ้าน

/ “เป็นไงบ้างลูกวันนี้” / สาววัยกลางคนในชุดสูทพูดในห้องทำงาน

“ก็ดีค่ะ” มิ้นแสร้งยิ้มทั้งที่ตัวเองรู้สึกไม่สบายใจเรื่องตอนกลางวัน

/ “แล้วเป็นไง มิ้นมีใครมาจีบหรือยัง” /

“ก็มีอยู่คนหนึ่ง แต่มิ้นยังไม่แน่ใจ” มิ้นยิ้มเรียบนึกถึงวิน

/ “เป็นใคร ส่งประวัติให้แม่ดูหน่อยสิ เดี๋ยวแม่ไปสืบให้” / แม่ของเธอแสดงความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่จำเป็นหรอกแม่ เพราะมิ้นไม่คิดอะไร” มิ้นยิ้มเล็กน้อย

/ “ส่งมาเถอะน่า จะได้รู้เขารู้เรา งั้นแค่นี้ก่อนนะ พอดีแม่นัดลูกน้องประชุม อย่าลืมส่งประวัติแฟนมานะ” / สัญญาณหายไปหลังจากแม่ของเธอพูดจบ มิ้นถอนหายใจแล้วปิดคอมพิวเตอร์ ในเวลาเดียวกันเสียงมือถือก็ดังขึ้น สาวผมสั้นหยิบมันขึ้นมาดูรูปเพื่อนสนิทแล้วกดรับ

“โทรมาแบบนี้ คุณธีร์ไม่หึงเหรอจ๊ะ” มิ้นพูดอย่างอารมณ์ดี

/ “แหม…ทำพูดไป มิ้นเป็นไงบ้าง เห็นพี่วินบอกว่ามีคนโรคจิตตามมิ้นเหรอ” / ปลายสายพูดอย่างสนิทสนมก่อนที่จะเอ่ยเสียงเครียด

“ไม่เป็นไร แค่ไม่ออกจากบ้านก็ไม่เป็นอะไรแล้ว”

/ “คนอย่างเธอหรือจะอยู่ติดบ้าน เอาอย่างนี้ เดี๋ยวฉันให้พี่เพชรไปดูแลเธอเอาไหม” / ปลายสายน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่เอา ฉันอึดอัด เอาอย่างนี้ เธอก็มาหาฉันสิ ฉันจะได้ไม่เบื่อไง”

/ “ขอโทษนะ พอดีช่วงนี้ฉันต้องไปดูงานที่บริษัท เดี๋ยวฉันส่งคนไปคุ้มกันก็แล้วกัน รับรองไว้ใจได้ พรุ่งนี้รอรับด้วย” / เอยพูดจบก็รีบวางสายทันที มิ้นจะพูดโต้ตอบแต่ก็ไม่ทันได้แต่นั่งหน้าบูดอยู่บนเตียง

‘เอยนะเอย พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน’

 

แสงแดดในยามเช้าทำให้มิ้นลืมความรู้สึกกังวล รวมทั้งเรื่องที่คุยกับเอยเมื่อคืนด้วย มิ้นลงบันไดมาจากชั้นบนเห็นวินกำลังนั่งไขว้ขาทานอาหารว่างอยู่บนโต๊ะไม้รับแขก

“พี่วิน มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” มิ้นจำได้ว่าวินไม่เคยมาบ้านเธอ

“พี่มาดูแลมิ้น ในระหว่างที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ บางที คนนั้นอาจจะมาแอบดู หรืออาจจะซ่อนกล้องอยู่ในบ้านก็ได้” วินยกกาแฟมาดื่ม

“พี่วินก็พูดเกินไป ไม่มีใครมาซ่อนกล้องที่นี่หรอก แล้วพี่วินรู้ได้ไงว่ามิ้นอยู่ที่นี่” มิ้นถามแต่อีกฝ่ายก็ยังเฉไฉ

“ไม่รู้สิ พี่สงสัยว่าทำไมเขาถึงรู้ความเคลื่อนไหว หรือว่าแอบมาดูที่บ้าน บ้านมิ้นมีกล้องวงจรปิดหรือเปล่า” วินลุกขึ้นยืนมองออกไปยังนอกรั้ว

“มิ้นถามว่าพี่วินรู้ได้ยังไงว่ามิ้นอยู่ที่นี่” มิ้นถามเน้นย้ำ แววตาจริงจังของเธอทำให้วินต้องยอมตอบ

“เอยบอกพี่ แต่มิ้นไม้ต้องโกรธเอยหรอก ถ้าเอยไม่บอกพี่ก็หาทางได้อยู่แล้ว”

“มันก็แน่อยู่ บางทีมิ้นก็สงสัยเหมือนกันว่ามิ้นควรระวังใครกันแน่ คนข้างนอกหรือคนตรงหน้า” มิ้นมองตาวินราวกับกำลังค้นหาความจริง เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้เจ้าเล่ห์ไม่ใช่เล่น

“มิ้นจะคิดยังไงก็แล้วแต่มิ้น” วินยิ้มเล็กน้อยแล้วหันไปทางอื่น

“โอเค คนอย่างพี่มีประสบการณ์ติดตามคนอื่น อาจจะจับคนร้ายก็ได้” มิ้นเอามือทั้งสองข้างวางลงบนโต๊ะก่อนที่จะนั่งลง

“รู้สึกว่าตัวเองมีประโยชน์ทันที ว่าไง ที่นี่มีกล้องหรือเปล่า” วินยิ้มก่อนที่จะนั่งลง

“มี กินข้าวกันเสร็จเดี๋ยวมิ้นพาไป” มิ้นพูดมองหนุ่มหน้าขาวกำลังกินขนมปังก่อนที่จะยิ้มให้เธอ มิ้นทำหน้าเรียบ ภายในใจรู้สึกอึดอัดเพราะไม่เคยเจอใครวุ่นวายกับชีวิตเธอแบบนี้ ส่วนมากสาวน้อยจะชอบวุ่นวายเรื่องคนอื่นมากกว่าโดยเฉพาะเพื่อนสนิท

 

มิ้นเดินนำวินเข้าไปในห้องมืดซึ่งอยู่ชั้นบน หญิงสาวเปิดไฟจนห้องสว่างเผยให้เห็นคอมพิวเตอร์ กับจอมอนิเตอร์สามเครื่องบนโต๊ะ ก่อนที่จะปิดประตูด้วยความเคยชิน

“มีทั้งกล้องในบ้านและก็นอกบ้าน” มิ้นนั่งลงบนเก้าอี้หน้าคอมก่อนที่จะก้มกดสวิตช์รอจนเครื่องพร้อม กดไอคอนบนเดสก์ท็อปแล้วภาพกล้องทุกตัวก็ปรากฏบนหน้าจอ

“มิ้นเคยเปิดดูหรือเปล่า” วินโน้มตัวลงมาเอามือค้ำเก้าอี้กับโต๊ะ มิ้นหันหน้ามองผู้ถามซึ่งกำลังมองจอมอนิเตอร์อย่างตั้งใจ

‘ผู้ชายอะไร หน้าเนียนเหมือนผู้หญิง จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง น่ารักเป็นบ้าเลย’ มิ้นคิดในใจ วินมองสาวผมสั้นเพราะรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกจ้อง ทั้งคู่มองตากันชั่วครู่ ฝ่ายหญิงลุกขึ้นยืนให้วินนั่งแก้เขิน

“เคยสุ่มดู แต่ฉันก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ ใครจะไปนั่งดูไหว น่าเบื่อจะตาย” มิ้นพยายามปรับอารมณ์ บ้าจริง หวั่นไหวกับความหล่อคนร้ายกาจแบบนี้ได้ยังไง

“พี่ขอปากกากับดินสอหน่อยสิ” ชายหนุ่มนั่งลงคลิกดูกล้องแต่ละตัวในมุมต่างๆ แสดงให้รู้ว่าเขามีความรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้าง คงไม่แปลกเพราะบริษัทขนส่งก็มี

“อยู่ในลิ้นชัก” มิ้นตอบแบบขอไปที

“วันนี้มิ้นจะไปไหนหรือเปล่า” วินเปิดลิ้นชักแล้วหยิบสมุดฉีกกับปากกามาวางไว้บนโต๊ะ

“ไม่รู้สิ เอาเป็นว่าถ้ามิ้นไปไหน เดี๋ยวมิ้นบอกพี่ก็แล้วกัน แล้วพี่จะกลับบ้านตอนไหน” มิ้นตอบ

“เดี๋ยวพี่ก็กลับแล้ว ขอพี่ดูกล้องพวกนี้ให้ละเอียดก่อน” วินยิ้ม

“จะกลับตอนไหนก็บอกมิ้นก็แล้วกัน” มิ้นออกจากห้องหลังจากพูดจบ

 

วินยิ้มเคลิ้มเมื่อเห็น มิ้นกลับมายังห้องนอนสีชมพูหยิบหนังสือมาอ่าน ก่อนที่เธอจะเอาผ้าสีดำมาปิดกล้องวงจรปิด ชายหนุ่มจึงรู้สึกตัว

“ชักจะบ้า แอบมองแบบนี้ก็ไม่ต่างจากโรคจิตน่ะสิ” วินสลัดหัวอย่างเร็วเผื่อความคิดบ้าบอจะหลุดออกไป

วินเร่งความเร็วภาพแต่ละกล้องแล้วเอามือถือมาถ่ายภาพนำสมุดมาจดบันทึกเวลาเอาไว้

มิ้นเข้ามาในห้องนอนแล้วหยิบหนังสือนิยายจากชั้นขึ้นมา พลิกตัวนอนอ่านบนเตียง ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าวินอาจจะแอบมองตัวเอง จึงหันไปหยิบเสื้อตัวนอกซึ่งวางอยู่พาดเก้าอี้เอามาคลุมบังหน้ากล้อง หญิงสาวยิ้มอย่างสบายใจแล้วหันไปสนใจหนังสือต่อ จนเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

มิ้นเอาที่คั่นสอดไว้ในหนังสือ แล้วหยิบกระดาษเอสี่ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องไปหาวินซึ่งไม่ไกลกันมากนัก หญิงสาวค่อยๆ เปิดประตูเห็นวินกำลังจดบันทึกอะไรบางอย่างลงสมุดฉีก

“มิ้นจะไปซื้อของมาทำขนมเค้ก พี่วินจะไปด้วยไหมคะ”  สาวผมสั้นพูด วินยิ้มรับก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วจับขาตัวเอง

“สงสัยจะนั่งนานเกินไป” วินยิ้มเห็นฟัน

 

“ไปรถพี่ไหม จะได้ไม่ต้องหาที่จอดรถ” วินเดินตามมิ้นลงมา

“ก็ดีเหมือนกัน” สาวผมสั้นใช้ความคิดชั่วครู่ก่อนที่จะยอมตกลง ร้านขายของอยู่ใกล้นิดเดียว ถ้าเอารถไปอาจจะไม่สะดวก

พวกเขาเดินไปยังรถจักรยานยนต์ซึ่งจอดอยู่ วินหยิบหมวกกันน็อกให้มิ้น แล้วเอาหมวกอีกใบสวมหัวตัวเอง ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซต์เช่นเดียวกับมิ้น ชายหนุ่มยิ้มเรียบแล้วขับรถออกจากคฤหาสน์

มิ้นคิดถึงเหตุการณ์ครั้งก่อนที่เธอพาวินไปโรงพยาบาลแถมยังเอามือเขามากอดตัวเองอีก คิดแล้วน่าอายชะมัด

“ร้านอยู่ตรงไหนเหรอ” วินพูดทำลายความฟุ้งซ่านของมิ้น

“ตรงไปก่อน” มิ้นบอกทางจนถึงจุดหมาย เธอกำชับให้วินรออยู่หน้าร้านก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านใน

วินมองร้านขายส่งขนาดใหญ่ แล้วเดินเข้าไปซื้อน้ำอัดลมมาดื่ม เขานั่งรถคู่ใจ เปิดฝากระป๋องยกขึ้นดื่มก่อนที่จะมองเห็นคนใส่เสื้อวินขับขี่รถจักรยานยนต์ขับผ่านไปโดยไร้ผู้โดยสารแล้ววนรถกลับ

มิ้นใช้เวลาไม่นาน เมื่อได้ของที่ถูกใจวินก็ทานเครื่องดื่มในมือหมดพอดี

“เรียบร้อยแล้ว” สาวผมสั้นเดินเข้ามาพร้อมของหลายอย่างในถุงหูหิ้ว วินเอาหมอกกันน็อกมาสวมให้มิ้น หญิงสาวถอยหลังหนึ่งก้าวเชิงปฏิเสธ

“เดี๋ยวพี่ใส่ให้ ก็มือมิ้นไม่ว่าง พี่ชายใส่หมวกให้น้องสาวเป็นเรื่องปกติ” วินพูด มิ้นจึงยอมแต่โดยดี

‘ตาบ้า เอาหน้ามาใกล้แบบนี้ คิดจะยั่วหรือไง’ มิ้นคิดในใจในขณะที่วินกำลังใส่สายหมวกกันน็อก ให้ตายเถอะยิ่งแพ้คนหล่ออยู่ด้วย ทำไมยิ่งอยู่ใกล้หมอนี่ยิ่งรู้สึกอบอุ่นนะ มันอาจจะเป็นความอบอุ่นของพี่ชายมีให้กับน้องสาวก็ได้

“แล้วพี่วินรู้ตัวคนน่าสงสัยหรือยัง” มิ้นพูดก่อนที่ขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์ตามวิน

“ต้องตรวจดูไปเรื่อยๆ พี่ยังตรวจได้แค่กล้องเดียวเอง สงสัยอีกนานกว่าจะเสร็จ แต่มิ้นไม่ต้องห่วงหรอก พี่จะจัดการให้เร็วที่สุด” วินพูดพลางออกรถ

“ขอบคุณค่ะ พี่วิน” มิ้นพูดเสียงเบากว่าเสียงลมทำให้วินไม่ได้ยิน

 

วินและมิ้นกลับมายังคฤหาสน์ มิ้นตรงไปยังห้องครัว ส่วนวินก็เข้าไปยังห้องคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม มิ้นเอาของทั้งหมดมาจัดวางใส่ถ้วย ให้เรียบร้อย เปิดยูทูบจากมือถือดูวิธีการทำเค้กส้ม สาวผมสั้นใช้เวลานานจนคนรับใช้เข้ามาทำอาหารในครัว เธอจึงพักเอาไว้ก่อน

มิ้นบอกให้คนในบ้านเอาอาหารให้วินบนห้องส่วนเธอก็ทานคนเดียวอยู่ชั้นล่าง เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วเธอจึงทำเค้กต่อ กว่าจะเสร็จเวลาผ่านไปจนเกือบเย็น มิ้นนำเค้กส้มขนาดเล็กใส่กล่องและบางส่วนจัดใส่จานให้คนในบ้านนำไปกินกัน

เธอเดินไปยังชั้นบนพร้อมกับกล่องเค้กในถุงหูหิ้ว เธอเปิดประตูเข้าไปก็พบวินกำลังเอนตัวหลับอยู่ ‘คนอะไรหน้าตาดีเป็นบ้า ไม่ได้นะยัยมิ้น จะแพ้คนหล่อแบบนี้ได้ยังไง เธออย่าลืมสิ ว่านายคนนี้เจ้าเล่ห์ขนาดไหน’

“พี่วิน” มิ้นเรียก วินจึงรู้สึกตัวค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งตัวตรง

“ได้เดี๋ยวพี่กลับเดี๋ยวนี้แหละ พรุ่งนี้พี่จะมาใหม่” วินลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินนำออกไป

“เดี๋ยวค่ะ พี่วิน” นี่เค้กที่มิ้นทำค่ะ พี่วินลองทานดูนะคะ

“ขอบคุณนะมิ้น” วินยิ้มก่อนที่จะเดินออกจากห้อง

มิ้นเก็บโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนที่จะมองเห็นสมุดฉีก สาวผมสั้นหยิบขึ้นมาดู ในนั้นมีวันเวลาและตำแหน่งกล้องกับหมายเลขชื่อ ทำให้เธอรู้ว่าวินจริงจังเรื่องนี้มาก หรือบางที ตอนที่สืบเรื่องเอย เขาอาจจะจดบันทึกข้อมูลเหยื่ออย่างตั้งใจแบบนี้ก็ได้

 

มิ้นทำกิจกรรมประจำวัน ดูโทรทัศน์ในห้องรับแขกจนกระทั่งเสียงโทรโปรแกรมแช็ตดังขึ้น เธอดูรูปผู้หญิงวัยทำงานแต่งหน้าจัดแต่ทำท่าเป็นเด็กวัยรุ่นบนหน้าจอมือถือ สาวผมสั้นกดเบาเสียงทีวีแล้วรับโทรศัพท์

/ “ไหนมิ้นบอกว่าไม่มีแฟนไง แล้วพาใครเข้าบ้าน แล้วนี่มีอะไรกันหรือยัง” / ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง หลังจากดูภาพวงจรปิดผ่านระบบออนไลน์

“เราไม่ได้ทำแบบนั้นสักหน่อย เห็นลูกสาวแม่เป็นคนยังไงกัน” มิ้นหน้าบูด

/ “แล้วแม่จะไปรู้ได้ยังไง ก็มิ้นเล่นเอาผ้าปิดกล้องในห้องตอนเด็กผู้ชายคนนั้นมา” / ปลายสายพูด

“พอดีเขามาช่วยดูกล้องวงจรปิดที่บ้าน”

/ “ทำไมต้องมาดูกล้องที่บ้านเราด้วย”/ มารดาของเธอคาดคั้น

“พอดีมีคนแปลกหน้าเดินตามมิ้น พี่วินอยู่ที่นั่นพอดีก็เลยมาช่วยสืบให้” มิ้นถอนหายใจก่อนที่จะบอกมารดา

/ “เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมเพิ่งมาบอกแม่” / น้ำเสียงตกใจออกมาจากมือถือ

“มิ้นไม่อยากให้แม่เป็นห่วง”

/ “อย่าคิดแบบนั้นสิ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจให้บอกแม่ เดี๋ยวแม่จะส่งคนไปคุ้มกันนะ” /

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ มิ้นจัดการได้”

/ “ถ้าอย่างนั้นมะรืนนี้แม่จะบินไปหา แล้วเปิดกล้องในห้องด้วย โอเคนะ” /

“ค่ะ แม่”  มิ้นส่ายหน้า เป็นเรื่องจนได้

 

วินขี่มอเตอร์ไซต์เข้ามาคฤหาสน์มิ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น สาวผมสั้นมองวินถอดหมวกกันน็อกออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา ผู้ชายผิวขาวเนื้อตัวสะอาดแต่งเสื้อยีนแขนยาวแสนจะธรรมดาแต่ก็ดูเท่

“เมื่อวานพี่ดูกล้องวงจรปิดและสรุปข้อมูลไว้ในนี้แล้ว พี่ขอเปิดคอมหน่อยนะ” วินหยิบยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ออกมา

“พี่วินอยู่ข้างล่างนี่แหละ เดี๋ยวมิ้นไปเอาโน้ตบุ๊กกับเครื่องพิมพ์ในห้อง” มิ้นหันไปขอความร่วมมือจากคนรับใช้ให้ไปช่วยกันยกของก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้นบน ในขณะที่คนงานอีกคนเอาน้ำดื่มมาวางให้

หลังจากจัดแจงอุปกรณ์จนพร้อมใช้งานวินเสียบแฟลชไดรฟ์มาเสียบเข้ายังเครื่อง พิมพ์ข้อมูลทั้งหมดลงยังกระดาษเอสี่ ผลงานของเขาเรียบร้อยดุจมืออาชีพ

วินถามถึงประวัติรายบุคคล มีทั้งคนที่มิ้นรู้จักและไม่รู้จัก หญิงสาวเพิ่งรู้ว่าเจ็ดวันที่ผ่านมาผู้ชายจำนวนมากผ่านบ้านเธอ

“ในหนึ่งสัปดาห์มีห้าคนที่ผ่านหน้าบ้านบ่อยที่สุด”

“ฉันรู้จักอยู่นะ บ้านพวกเขาอยู่แถวนี้ นี่ลุงแจ่มแกชอบมาคุยแถวนี้เอาขนมมาให้คนงานที่บ้านบ่อยๆ คนนี้พี่วิทย์ชอบออกกำลังกายทุกเช้า นายอ้นหมอนี่เรียนที่เดียวกับเราตอนเด็กชอบแกล้งฉันประจำ น้าต่ายทำงานขายของอยู่แถวนี้ แล้วนี่ก็พี่แดงเพื่อนข้างบ้านนี่เอง” มิ้นเอาหยิบกระดาษเอสี่มาดูข้อมูลแต่ละคน

“นี่แสดงว่าไม่เกี่ยวกับจำนวนครั้งน่ะสิ ทำไมกันนะ” วินใช้ความคิดจนคิ้วผูกเป็นโบ

“บางทีมิ้นอาจจะมโนไปเอง มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้” มิ้นยิ้ม บางทีอาจเป็นเพราะความกลัวของเธอทำให้คิดไปเรื่อย

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ดีสิ เมื่อวานพี่อยู่บ้านเกือบทั้งวัน ยังไม่เห็นพ่อกับแม่มิ้นเลย คนน่ารักแบบมิ้นยิ่งดึงดูดได้ง่าย ช่องทางว่างขนาดนี้ ถ้ามีคนคลั่งมิ้นก็คงไม่แปลก” วินทำหน้าจริงจัง

“พี่วินกำลังพูดถึงตัวเองอยู่หรือเปล่า ก็ พี่วินเป็นเดือน อย่างมิ้นก็ไม่มีตำแหน่งอะไรเลย” มิ้นยิ้ม วินหันมามองทำให้สาวผมสั้นต้องรีบทำหน้าปกติ

“สำหรับพี่ มิ้นสวยที่สุด” วินยิ้มทำให้มิ้นเผลอหน้าแดง

“แหม…พี่วินก็…” สาวผมสั้นหัวเราะทำอะไรไม่ถูกได้แต่ม้วนกระดาษในมือจนยับก่อนที่จะดึงสติได้ ‘ทำไมต้องดีใจกับคำพูดพวกนี้ด้วยนะ’

“ในนี้มีใครที่มิ้นไม่รู้จักบ้าง” วินยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปเปิดแฟ้มข้อมูลในเครื่องเผยรูปภาพคนหลายคน แล้วหมุนโน้ตบุ๊กหันไปทางมิ้น

“พี่วินเก็บรายละเอียดทุกอย่างเลยนะคะ” สาวผมสั้นจับเมาส์แยกรูปใส่โฟลเดอร์ เหลือคนไม่กี่คนที่เธอไม่รู้ว่าเป็นใคร

“เหลือผู้ต้องสงสัยแค่สามคน มีคนขับรถสามล้อ มอเตอร์ไซต์รับจ้าง และชายแปลกหน้าอีกคน” วินหมุนโน้ตบุ๊กเข้าหาตัวแล้วพิมพ์รูปทั้งหมดออกมา ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังคุยกันชายร่างใหญ่ก็เดินเข้ามา

“นายสินะ ที่มาตามตอแยลูกสาวฉัน”

“พ่อ!” มิ้นเงยหน้าตามเสียง ในขณะที่วินยกมือไหว้

<< บทส่งท้าย รักหรือหลอก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image

ข้ามไปยังทูลบาร์