เมื่อน้ำน้อยพลัดถิ่น หลงทาง

🐶 เมื่อน้ำน้อยพลัดถิ่น หลงทาง
 
น้ำน้อยเป็นติวเตอร์สอนพิเศษนอกสถานที่ สถานที่สอนก็จะเป็นบ้าน หรือเป็น สวนสาธารณะ ก็ได้ ในช่วงโควิดซึ่งระบาดไม่ค่อยมากก็ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี
 
มีที่หนึ่งในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งบางที่ก็เป็นบ้านสวน นัดเวลาสอน 13.00 น.
 
แต่ดูจากแช็ต ก็น่าจะพอเดาออกว่าถึงบ้านนักเรียนกี่โมง
 
ข้อความแช็ตวันนั้น
เมื่อลูกค้าส่งโลเคชั่นมา เราก็รีบเติมอินเตอร์เน็ตด้วยโปรรายวันราคาแพงที่สุด แล้วออกเดินทาง
 
 
 
วิธีแชร์โลเคชั่น
 
ช่วงเวลาเที่ยงกว่า อากาศดีไม่ร้อน เพราะฝนเพิ่งหยุดตก ทำให้ถนนเปียก กระทบกับล้อรถมอเตอร์ไซต์ทำให้ละอองกระทบร่างกาย อีกทั้งเมฆบนท้องฟัายังคงบังแสงอาทิตย์ ยิ่งเพิ่มความเย็นไปอีก
 
น้ำน้อยขี่เครื่องยนต์ตามเสียงผู้หญิงบอกเส้นทางเป็นระยะ จนหล่อนพูดว่า “ถึงจุดหมาย ตุ๊ด!” พร้อมกับเสียงปิดโปรแกรม
 
เมื่อมองไปข้างหน้ามันคือบ้านหลังหนึ่ง น้ำน้อยก็คิดว่า แค่มีโปรแกรมก็เดินทางได้ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องเส้นทางมากมาย
 
เมื่อน้ำน้อยเห็นบ้านเราก็โทรหาลูกค้าประจวบเหมาะกับที่คนในบ้านซึ่งกำลังก่อสร้างฉาบปูนทักพอดี จนได้ใจความสำคัญว่าคนละที่
 
ในระหว่างที่คุยน้ำน้อยก็โทรศัพท์ไปด้วย เมื่อฟังสองคนในเวลาเดียวกันจึงจับต้นชนปลายไม่ถูก
 
ผู้ชายในชุดเปื้อนปูนตรงหน้าบอกว่าไปได้สองทาง อีกทางหนึ่งไปได้แต่ไกลหน่อย อีกทางหนึ่งเป็นทางดิน มันเปียกน้ำ หรือว่าจะลุยโคลนไป
 
น้ำน้อยก็พยักหน้า โดยให้ความสำคัญกับประโยคสุดท้าย
 
แต่พอมาถึงทางแยกก็ยังงงอีกเพราะมันต้องขี่ย้อนกลับไป ทำให้อธิบายไม่ถูกว่า ขวาหรือ ซ้าย
 
แถมด้านข้างไม่มีบ้านคนอีก
 
จึงโทรกลับไปหาลูกค้า
 
“ขี่เลาะดงกอไผ่มาเลย ขี่มาตามทางก็จะเจอดงต้นกล้วย” ปลายสายกล่าว
 
เดชะบุญ น้ำน้อยเห็นขวามือ เป็นดงกอไผ่กลุ่มหนึ่ง กว้างประมาณสิบเมตรซึ่งเป็นทางดิน
 
ล้อรถมอเตอร์ไซต์ลื่นจนก้นสะบัด ด้วยความที่กลัวเสียเวลา จึงเดินทางโดยไม่ได้สนใจมองล้อรถตัวเอง
 
ด้วยความเหนื่อยล้าน้ำน้อยตั้งขาตั้งเพื่อจะโทรศัพท์ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะ ตั้งขาตั้งปุ๊บ ดินจะยุบตัวทำให้มอเตอร์ไซต์ล้ม
 
อันที่จริงไม่น่าจะเรียกว่าทางดิน ควรเรียกว่าทางโคลนซะมากกว่า!
 
น้ำน้อยจึงใช้เท้าและขาทั้งสองข้างค้ำแทน ก่อนที่จะสัมผัสมือถือถามไปอีกครั้ง เหมือนปลายสายจะหงุดหงิดเล็กน้อย คงไม่เกี่ยวกับน้ำน้อยมัง คิดว่า นะ
 
“คุณครูเดินทางมาไม่หลงหรอก เห็นดงกล้วยไหม”
 
น้ำน้อยก็มองไกลๆ เห็นกลุ่มต้นกล้วย ก็เลยขานรับกลับไปว่าเห็น แล้วขี่ต่อ
 
ด้วยความที่เป็นนักเขียน ในใจคิดว่า ลูกค้าจะลวงไปฆาตกรรมหรือเปล่า ทำไมมันเปลี่ยวขนาดนี้
 
จะขี่กลับก็ขี่ลุยไม่ไหว มีอต่จัเดินหน้าต่อไปเท่านั้น
 
จนถึงต้นกล้วย ซึ่งมีอยู่กระจุกหนึ่ง ซึ่งเป็นทางที่สามารถตั้งขายันได้จึงลงจอด โอ้
 
น้ำน้อยมองล้อรถตัวเอง โอ้แม่เจ้า เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้
 
ล้อรถฮอนด้าเวฟคันใหม่สีแดงเพิ่งหลุดมาใช้ป้ายดำของฉันถูกโคลนเกาะจนแน่นขนัดกลายเป็นล้อรถขนาดใหญ่มหึมาจนเบียดบังโคลน ไม่สามารถวิ่งต่อไปได้
 
‘โอ… ถ้าทางมายากขนาดนี้ ต้องยกเลิกงานแล้วล่ะ’ คิดในใจพร้อมกับเค่นหัวเราะออกมา พร้อมกับนั่งยองผ่อนคลายหนึ่งนาที
 
น้ำน้อยก็คิดได้ว่า ทำไมเราไม่ส่งรูปภาพ ถามทางเลยล่ะ
 
ทางที่ผ่านมา
ทางที่จะไป
 
‘ครูเอมาถูกทางหรือเปล่าคะ ทางเข้าฝนตก ดินเปียก’ น้ำน้อยพิมพ์อย่างว่องไว ในใจก็คิด สบถที่ไม่ถ่ายตั้งแต่ตรงทางแยก
 
‘ผิดค่ะ’ เมื่อมีข้อความว่าอ่านแล้วลูกค้าก็ตอบทันควัน
 
เท่านั้นล่ะค่ะ แทบทรุด! มองทางตรงหน้าแล้วคิดถึงทางที่ต้องกลับไปแล้วท้อ จึงนำกิ่งไม้แห้งแกะดินเหนียวออกจากล้อ 
 
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง….
 
ก็มีผู้ปกครองเดินมาถึง คุณผู้ชายก็ช่วยลากรถมอเตอร์ไซต์ เมื่อผ่านดงหญ้า น้ำน้อยก็เห็นรถบิ๊กฟุตขับเคลื่อนสี่ล้อ
 
แล้วผู้ปกครองก็ช่วยกันดันรถมอเตอร์ไซต์จนถึงจุดหมาย
 
สนุปสุดท้ายเราก็ได้สอนนักเรียน ส่วนผู้ปกครองก็ช่วยล้างรถ พร้อมบอกเทคนิคการลุยโคลน 
 
 
 

วิธีเดินทางไม่ให้หลง 

เติมเน็ตแรงๆ โปรแกรมจะได้ประมวลผลอย่างต่อเนื่อง
 
เมื่อเข้าโปรแกรมเดินเส้นทางแล้ว อย่าปิดหน้าจอ หรือเข้าออกบ่อยๆ มันจะเปลี่ยนเส้นทางอีก ทำให้ไกลกว่าเดิม
 
เวลาบอกเส้นทางควรบอกจุดแตกต่างใหญ่ๆ อย่าบอกเส้นทางที่เกี่ยวกับต้นไม้ 
 
ปัญหาการปักจุด ในแอปไม่สามารถลากเส้นทางเข้าที่ถูกต้องได้ บางครั้งอาจต้องตั้งจุดใกล้เคียง อย่าคาดหวังมาก
 
เวลาฟังอย่าฟังสองคนในเวลาเดียวกัน พอเจอทางแยก ขี่รถกลับไปถามบ้างก็ได้ 
 
ถ่ายรูปถามปลายสายทางโปรแกรมแช็ตหรือวิดีโอคอล
 
 
วิธีการเช่นนี้มันก็แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถรับประกันว่าจะไม่หลงได้ ดังนั้นเมื่อหลงแล้วก็ สู้ๆ นะ
 
 
 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image