บทที่2 หน้ากากวิเศษ

บทที่ 2

หน้ากากวิเศษ

หน้าต่างใหม่ที่โผล่ขึ้นมันทำให้เธอต้องหยุดดูและตั้งสมาธิอยู่กับมัน

/ คุณคงนึกว่ามันเป็นเรื่องโกหก แต่เปล่าเลยครับ มันคือเรื่องจริง หน้ากากที่เราขาย ดัดแปลงจากหน้ากากของแก้วมณี แตกต่างกันที่ว่า หน้ากากของแก้วมณีทำให้หน้าคนคล้ายกับหน้าของม้า แต่หน้ากากของเราจะเปลี่ยนจากหน้าสัตว์ให้เป็นหน้าคน ถ้าหน้าของคุณคล้ายตัวอะไรสักอย่าง เชิญมาทางนี้! /

จันจิมาเลื่อนดูรูปภาพประกอบ เป็นรูปผู้หญิงหน้าเหมือนปลาบู่ เมื่อสวมเข้าไปใบหน้าและร่างกาย ผิวพรรณ สวยค่อยๆ เปลี่ยนราวกับคนละคน โดยมีหมายเลขเวลาเดินไปเป็นเวลาสามเดือน

/ รุ่นทดลอง ราคา 5000 บาท

เพียงคุณมีหน้าตาเหมือนสัตว์บางอย่าง ถ่ายรูปคุณแล้วกรอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ต้องห่วงครับ ทุกอย่างของเราจะเป็นความลับอย่างที่คุณต้องการ แต่ถ้าคุณหน้าตาไม่เหมือนสัตว์ชนิดใด เราขอสงวนสิทธิ์งดจำหน่าย /

จันจิมาสังเกตเห็นว่าในเนื้อหาของเว็บไซต์ไม่มีสิ่งใดที่ระบุการติดต่อกลับ ทั้งสถานที่ก่อตั้ง เบอร์โทร หรืออีเมล มีเพียงกล่องสนทนาโต้ตอบบนเว็บไซต์เท่านั้น

“รุ่นทดลอง นี่มีผลข้างเคียงหรือเปล่าคะ” จันจิมาถามผ่านเว็บเบราว์เซอร์

/ “ไม่มีค่ะ มีเพียงข้อควรระวัง ในเวลาใส่หน้ากาก อย่าทำให้หน้ากากเป็นรอยเพราะจะทำให้มันค่อยๆ เสื่อมสภาพกลายเป็นหน้าสัตว์เดิม และก็ถ้าใส่แล้วอย่าลืมดูแลอาหารการกิน และบำรุงครีมด้วยนะคะ”/

“ทำไมถึงไม่มีข้อมูลของบริษัทในเว็บไซต์เลยคะ”

/ “เพราะของเราเป็นโครงการลับ ลองคิดดูสิ ถ้าวงการศัลยกรรมรู้ว่ามีหนทางที่ทำให้หน้าสวยแล้วจะเกิดความวุ่นวายขนาดไหน” / แม้ว่าจะเป็นคำตอบที่ดูไม่สมเหตุสมผล แต่ด้วยความที่เธออยากสวยก็เหมือนทำให้เธอเชื่อคำพูดนั้นอย่างง่ายดาย

/ “เพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นเราจึงมีระบบเก็บเงินปลายทางค่ะ”/

“ขอบคุณค่ะ” สาวหน้าลิงจบการสนทนาเมื่อเห็นว่ามีระบบเก็บเงินปลายทาง เธอจึงลองกรอกข้อมูลเพื่อสั่งซื้อ ซึ่งมีเพียง วันเดือนปีเกิด ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ แม้ว่าจะดูเสียเปรียบสักหน่อยที่เรารู้เพียงข้อมูลฝั่งเราเท่านั้น แต่ก็ช่างมันเถอะ เธอจ่ายเงินเมื่อครบชั่วโมงแล้วกลับบ้าน

 

ในที่สุดพัสดุก็มาถึงเมื่อเวลาผ่านไปเพียงสามวัน จันจิมาแกะหีบห่ออย่างตื่นเต้น แต่วินาทีแรกที่หล่อนเปิดมันออกมาสิ่งที่เผยอยู่ในนั้นทำให้เธอต้องรู้สึกผิดหวัง ข้างในกล่องมีหน้ากากยางขนาดเกือบเต็มศีรษะ มันมีความยาวจากใบหน้าจนถึงลำคอเว้นเพียงช่วงผม นอกจากนี้ยังมีสมุดคู่มือที่แปลถึงสี่ภาษา จีน ไทย อังกฤษ และฝรั่งเศส

จันจิมา หน้าก็ลิง แถมยังมาคาดหวังอะไรบ้าบออีก ถ้าเพื่อนสมัยวัยรุ่นรู้ว่าโดนหลอกคงล้อไปสามวันสามคืน เอาเถอะ สิ่งที่สามารถทำได้ตอนนี้ก็คืออ่านคู่มือที่คนทางนั้นส่งมาให้

/ หน้ากากวิเศษ

สรรพคุณ  เปลี่ยนหน้าสัตว์ให้เป็นหน้าคน

วิธีใช้

  1. ทำความสะอาดผิวหน้า
  2. นำหน้ากากจุ่มน้ำจะทำให้วัสดุเหนียว แล้วใส่หน้ากาก
  3. รอจนแห้ง หรืออาจจะใช้พัดลมหรือไดร์เป่าผมช่วย หน้ากากจะติดเรียบกับผิวหน้าไปทันที ใช้เวลาสามเดือนหรือมากกว่านั้น หน้าจะค่อยๆ สวยขึ้น
  4. ดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
  5. เมื่อคุณไม่พอใจ อยากได้ใบหน้าเดิมกลับมาให้ ขูดหน้ากากจนเป็นรอย แล้วมันจะค่อยๆ เสื่อมสภาพออกมาเอง

ข้อควรระวัง หน้ากากนี้ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น อย่าทำให้เป็นรอยขีดข่วน ไม่เช่นนั้นใบหน้าและรูปร่างของคุณจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม /

“ลองใส่ดูสักหน่อยก็แล้วกัน อย่างน้อยก็เสียเงินไปแล้วนี่ หวังว่าใส่แล้วจะไม่เป็นสิวนะ” ร่างอ้วนใส่หน้ากากแล้วเอาหน้าผึ่งพัดลมให้แห้ง จันจิมารู้สึกถึงความผิดปกติ หน้ากากยางนั้นได้ผสานกับหน้าเธอดั่งเป็นเนื้อเดียวกัน หรือบางทีมันอาจจะเป็นของจริงก็ได้

สาวหน้าลิงรู้สึกดี ในใจวาดฝันถึงใบหน้าในอนาคต

 

จันจิมากลับมาฝึกงานหลังจากวันหยุดยาวผ่านไป รูปร่างเธอผอมลง ใบหน้าของเธอเริ่มเรียวเล็ก จมูกบานหุบลง ริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตาโตเปล่งประกาย เปลี่ยนไปมากจนทุกคนเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง

“ไปทำอะไรมา สวยขึ้นนะเรา” กฤตชัยเดินเข้ามาทักในระหว่างที่จันจิมากำลังเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาด บนรถเข็นมีที่นอน ปลอกหมอน ผ้าขนหนู ของใช้สำหรับเปลี่ยนในแต่ละห้องสำหรับแขกผู้เช็กอินเข้ามาใหม่

“คงเป็นเพราะจันจิมาผอมลงล่ะมังคะ” ร่างสาวหยุดเดินแล้วยิ้ม รูปร่างที่ผอมลงส่งผลให้ใบหน้าเรียวขึ้นจมูกของเธอดูเป็นสัน จมูกที่เคยกว้างกลับเล็กลง ริมฝีปากที่เคยกว้างก็กลับดูอวบอิ่ม

“มีความรักใช่ไหม ถึงลุกขึ้นมาทำสวยได้ขนาดนี้” กฤตชัยจ้องใบหน้าของนักศึกษาสาวทำเอาผู้ถูกกระทำยิ้มเขินจนไปไม่เป็น

“แหม…ไม่หรอกค่ะ พี่มีธุระอะไรกับจันเหรอคะ”

“ลืมไปเลย พี่ตะลึงมากไปหน่อย พอดีฝ่ายต้อนรับเขาอยากให้น้องไปฝึกงานก่อนพี่ก็เลยตอบตกลงไป เดี๋ยวเริ่มพรุ่งนี้เลยนะ” กฤตชัยยืนตัวตรงเอามือทั้งสองข้างซุกไว้ในกระเป๋า

“ค่ะ” จันจิมาก้มหน้าขานรับ นี่ล่ะนะ ความสวยทำให้ใครต้องการตัว ต่างกับตอนมาแรกๆ ได้เป็นแค่แม่บ้าน นี่ล่ะ คนเรามองกันที่ภายนอกกันทั้งนั้น ต่อไปก็ไม่มีใครกล้าเรียกเธอว่า ‘กอลิล่า’ อีกต่อไปแล้ว

“ดีเลย เดี๋ยวพี่ไปทำงานก่อนนะ ตั้งใจฝึกงานดีๆ ล่ะ พรุ่งนี้ตอนเช้าเข้าไปหาที่ห้องทำงานพี่ด้วย” กฤตชัยยิ้ม ในเวลานั้นเองก็มีไลน์เข้ามาพอดี เข้าก้มมองมือถือก่อนที่จะเดินออกไป

 

จันจิมาเป็นที่รู้จักในทันทีที่เข้ามาอยู่ฝ่ายต้อนรับ เธอได้รับโอกาสมากมาย โอกาสที่ไม่เคยได้รับมาก่อน เพื่อนร่วมงานมีท่าทางเปลี่ยนไป พวกเขาสนใจในตัวเธอ ส่วนเพื่อนพนักงานผู้หญิงก็มาขอเคล็ดลับสวยจากเธอมากมาย นี่ล่ะนะ คนสวยมักจะมีโอกาสและคนสนใจมากกว่าคนขี้เหร่

ในเวลาพักกลางวันกฤตชัยควงแขนแฟนออกมาสวนกับจันจิมาที่กำลังจะเข้าตึกพอดี อดีตสาวกอลิล่าแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นแต่ก็ถูกกฤตชัยเรียกเอาไว้ทำให้เธอจำเป็นต้องหยุดสนทนา

“จันจิมาไปกินข้าวด้วยกันไหม เดี๋ยวพี่เลี้ยง” ชายหนุ่มยิ้มหลังพูดจบ

“ไม่ดีกว่าค่ะ” จันจิมายิ้มเจื่อนแอบมองผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังกอดแขนคนที่เธอหมายปอง

“ไปกินด้วยกันเถอะ แค่นี้พี่กฤตขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก” แฟนกฤตชัยยิ้มอย่างเป็นมิตรในขณะที่ฝ่ายชายลูบหัวคนที่พูดด้วยความเอ็นดู

“แสนรู้จริง น้องสาวคนนี้”

“ไม่อย่างนั้นจะเป็นน้องพี่กฤตเหรอ” น้องสาวยกมือของพี่ชายออกจากหัว จัดผมตัวเองให้เรียบร้อยด้วยมือทั้งสองข้าง

“น้องสาว!” จันจิมาแสดงสีหน้าประหลาดใจ

“ก็น้องสาวสิ คลานตามกันมาเลย ทำไมต้องทำหน้าอย่างนั้นล่ะ หน้าเราสองคนไม่เหมือนกันเหรอ” กฤตชัยถาม

“ก็เหมือนอยู่ค่ะ” จันจิมามองหน้าทั้งคู่ชัดๆ อาจเป็นเพราะในตอนแรกเธอไม่ชอบขี้หน้าผู้หญิงตรงหน้าจึงไม่ได้สังเกตและทึกทักเอาเองว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน

“ว่าไง จะไปไหม” กฤตชัยถามอีกครั้ง ถ้าเธอไปก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้รู้จักตัวเขาและสนิทสนมกับน้องสาวได้มากยิ่งขึ้น ติดเพียงแต่ว่าเวลาพักวันนี้ไม่ตรงกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ จันจิมาเอาข้าวมากินค่ะ พอดีแม่ทำอาหารไว้เยอะ” อดีตสาวหน้าลิงยิ้ม

“งั้นเอาไว้คราวหน้านะ” กฤตชัยพูดจบก็ควงแขนน้องสาวออกไป จันจิมามองตามด้วยความรู้สึกมีความหวัง

 

เวลาผ่านไปจนกระทั่งแสงตะวันลับลง จันจิมามองใบหน้าตัวเองในกระจกจนเกือบลืมเวลากินเวลานอน แล้วเอามือถือจอสีมากดถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

“ถ้ามะรืนนี้ไปวิทยาลัย พวกเพื่อนจะจำฉันได้ไหมนะ เป็นคนสวยนี่มันน่าหนักใจจริง” จันจิมายิ้มใส่กระจก

เป็นดั่งคาด ในผู้ชายรวมทั้งผู้หญิงในวิทยาลัยต่างมองหน้าตาและรูปร่างของจันจิมาเป็นตาเดียว ส่วนมากก็จะถามเคล็ดลับความสวยความงาม เธอก็ตอบว่า ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์อะไรเทือกนั้น

การฝึกงานในฝ่ายบริการสองเดือนหลังเป็นไปอย่างราบรื่น คงจะเป็นเพราะหน้าตาและอัธยาศัยที่เปลี่ยนไป ก็นี่ล่ะ หน้าตาสวย รูปร่างดี ความมั่นใจก็ตามมา หนุ่มๆ มากหน้าหลายตาก็เริ่มพูดดีกับเธอ แต่สาวสวยก็ไม่ได้สนใจ เพราะอะไรนั่นเหรอ ก็คนพวกนี้ไม่มีความจริงใจเลยน่ะสิ แรกแต่เริ่มก็มองเธอเป็นตัวประหลาด พอสวยเข้าหน่อยก็ทำเป็นสนใจ ไม่เหมือนกับกฤตชัยที่ไม่เคยรังเกียจเธอเลย

แต่กฤตชัยไม่มีทีท่าว่าจะชอบจันจิมามากกว่าเพื่อนร่วมงาน เธอจำเป็นต้องตัดใจ และเขียนใบสมัครทำงานต่อในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ บางทีเขาอาจจะมีคนที่ชอบก็ได้

 

เสียงมือถือดังขึ้นในวันหนึ่งขณะที่จันจิมากำลังยืนไหว้ต้อนรับผู้มาเยือนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ จันจิมารับสายทันทีเมื่อเห็นชื่อเพื่อนสนิทปรากฏอยู่บนหน้าจอ

“ว่าไง นีรภา” จันจิมาพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง

/“ว่างไหม เดี๋ยวฉันไปหาที่โรงแรม”/  ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกัน

“ทำไมเหรอ มีอะไรหรือเปล่า”

/“อยากให้พาไปซื้อของที่ห้างเป็นเพื่อนหน่อย เหงา”/

“เอาสิ ฉันเลิกงานสี่โมงเย็น เธอรอได้หรือเปล่าล่ะ”

/“แน่นอนแล้วเจอกันนะ”/

จันจิมายิ้มดีใจ ในที่สุดเราก็จะได้เจอกันหลังจากเรียนจบก็พบกันเพียงเสียง พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้พบหน้ากัน ถ้ามาพบอีกที นีรภาต้องตะลึงกับความสวยของหล่อนแน่

 

สาวผมหยักศกรวบผมด้วยหนังยางสีดำ หน้าผากเธอที่เคยมีไฝเท่าดวงตาได้หายไป เหลือเพียงแต่รอยแผลเป็นที่ทำให้ดูเข้มชัดเจนกว่าเดิม แต่ไม่นานเดี๋ยวมันก็หายไป เพราะเธอได้หาหมอทำการตัดมันออกด้วยการผ่าตัด และบดบังบาดแผลด้วยผมหน้าม้า เข้ามาโรงแรมเมื่อใกล้เวลานัด เธอหันซ้ายหันขวามองหาเพื่อนสนิทก็ไม่พบจึงโทรหาทันที จันจิมารับมันทันทีที่ได้ยินเสียง อดีตสาวปลั๊กสามตามองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังรับโทรศัพท์ เมื่อคุยกับปลายสายสักพักทั้งคู่จึงรู้สึกตัว ว่าพวกเธออยู่ใกล้กันแต่ก็ไม่ได้สังเกตว่าเป็นอีกฝ่าย จึงพากันหัวเราะในความเปิ่นของตัวเอง

“นี่ จันจิมาจริงเหรอ! สวยขึ้นจนจำไม่ได้เลย” นีรภาตกใจ

“ลดหุ่นนิดหน่อยน่ะ เธอรอตรงนี้นะ ฉันจัดการของก่อน” จันจิมารีบเอาของใส่กระเป๋าเมื่อเพื่อนร่วมงานมาเปลี่ยนคิว

“ว่าไง จันจิมายังไม่กลับเหรอ” กฤตชัยเข้ามาทักตามปกติแล้วหันไปมองนีรภาเพื่อนของเธอ จนผู้ถูกมองทำอะไรไม่ถูก

“พี่กฤต นี่ นีรภา เพื่อนจันจิมาค่ะ” จันจิมาแนะนำในขณะที่เพื่อนยกมือไหว้ตามมารยาท ส่วนกฤตชัยก็ยิ้มรับแล้วอมยิ้มอย่างมีเลศนัย

“จันจิมาไปแล้วนะคะ” จันจิมายกมือไหว้ ในขณะที่นีรภารีบคล้องแขนเพื่อนออกไปจากโรงแรมโดยมีสายตากฤตชัยมองตาม

 

 

นีรภาและจันจิมานั่งอยู่ภายในร้านอาหารซึ่งตกแต่งไปด้วยของน่ารัก ตุ๊กตาโซฟาตัวเล็ก แผ่นป้ายไว้สำหรับถ่ายรูป กระดานติดกระดาษโน้ตแผ่นเล็กไว้เพื่อบันทึกความทรงจำ หรืออยากถ่ายทอดอะไรบางอย่างออกไป ทุกสิ่งทุกอย่างออกแบบมาให้เหมาะกับลูกค้าวัยรุ่นวัยทำงาน หลังจากเลือกซื้อของภายในห้าง

“เมื่อกี้เธอเป็นอะไรทำไมต้องเกาะแขนฉันแน่นอะไรขนาดนั้น” จันจิมาจับหลอดคนแก้วน้ำตรงหน้า

“เปล่า ไม่มีอะไรนี่ อย่าไปสนใจเรื่องนั้นเลย มาสนใจเรื่องความสวยของเธอดีกว่า ไปทำอะไรมา” นีรภาจ้องหน้าเพื่อน จนผู้ถูกกระทำต้องขมวดคิ้วกลอกสายตาไปมา

“ก็บอกแล้วไง ว่าลดความอ้วน”

“ลดแล้วหน้าเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอ แน่ใจนะว่าไม่ได้ทำศัลยกรรมมา หรือว่ากินยาลดความอ้วนน่ะ” นีรภายังคงจ้องอยู่อย่างนั้น

“นี่เธอ เบ้าหน้าเก่าฉันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นนะ” จันจิมาหรี่ตาแสดงอาการไม่พอใจเล็กน้อย

“จ้า ฉันก็แค่เป็นห่วง กลัวว่าเธอจะกินยาลดความอ้วนจนเป็นอันตราย ลดได้ขนาดนั้น ฉันก็ต้องยินดีกับเธอด้วยสินะ ดีจัง สวยขึ้น แถมได้ทำงานเร็วกว่าฉันอีก” นีรภายิ้มแล้วหันไปสนใจสลัดผักตรงหน้า

“แหม…อีกสองปีเธอก็จบแล้ว ไม่นานหรอก”

“ใครว่าล่ะ เรียนสายครูตั้งห้าปีกว่าจะจบ อีกสามปีนั่นแหละ แถมต้องไปฝึกงานที่โรงเรียนด้วย เห็นรุ่นพี่บอกว่าต้องใช้เงินตัวเองทำสื่อให้โรงเรียนอีก” นีรภาบ่น

“โห ลำบากเลยเนอะ แต่ถ้าเธอจบมาก็ได้ทำงานดีกว่าฉันที่เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์อีก ทนๆ ไปหน่อยก็แล้วกัน” จันจิมาตบบ่าให้กำลังใจเพื่อน เวลาแค่สามปีคงไม่นานหรอกนะ

 

ฟ้ามืดแต่ก็ยังคงมีแสงสว่างระหว่างทาง จันจิมาเดินเข้าไปในตึกเก่า มันคืออะพาร์ตเมนต์ที่เธอพักตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจนถึงตอนนี้ แม้ว่าแม่ของเธอจะรบเร้าให้กลับมาทำงานแถวบ้านตัวเองหลังเรียนจบ ใครล่ะจะอยากกลับไปบ้าน สังคมที่คอยจ้องมองคนอื่นว่าอีกคนกำลังทำอะไร มันน่าอึดอัด ต่างจากที่นี่ จะทำอะไรก็ไม่มีใครสนใจ

สาวหน้าสวยแปลกใจเมื่อเห็นประตูข้างนอกไม่ได้ล็อก หรือว่าจะมีคนรู้ที่ซ่อนกุญแจ จันจิมาเคาะประตู ทันใดนั้นเอง คนคุ้นเคยก็เดินเข้ามาเปิดประตู

“จันจิมาไม่อยู่ ป้าเป็นแม่ของจัน มีอะไรจะฝากไหม เอ… หนูเป็นเพื่อนเขาเหรอ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจินนี่จะมีเพื่อนสวยขนาดนี้” ผู้หญิงวัยสี่สิบออกมาต้อนรับ ก่อนที่จะจับคางมองคนตรงหน้าตั้งแต่เท้าจรดหัวแล้วยิ้มแจ่มใส

“…” สาวสวยยืนตะลึงงงงัน ใบหน้าลิง ใบหน้าคุ้นเคยตามมาหลอกหลอน ตามมาถึงตัวเมืองเลยเหรอ

“ว่ายังไงจ๊ะ” มารดาถามย้ำเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังยืนตะลึง

จันจิมาใช้ความคิดไตร่ตรองว่าควรจะบอกความจริงกับแม่ดีไหม แต่ถ้าไม่บอกความจริงแม่อาจจะเป็นห่วง และเสียใจภายหลัง

“นี่จันเอง แม่” จันจิมายืนตัวแข็งยิ้มเบา

“อย่าล้อเล่นเลย ลูกของป้าไม่สวยขนาดนี้หรอก” มารดาตัวเราะก่อนที่จะตั้งใจมองลูกสาวตัวเองอย่างถี่ถ้วน ถึงจันจิมาจะเปลี่ยนไปมาก แต่สายใยความเป็นแม่ลูก ความรู้สึกเชื่อมถึงกัน

“จินนี่! จินนี่จริงหรือ ไม่น่าเชื่อเลย ไปทำอะไรมา หรือว่าศัลยกรรม” มารดาหน้ากอลิล่ายิ้มปลาบปลื้มก่อนที่จะทำหน้าเรียบเฉยแล้วถามคำถาม

“โอ๊ย จันเหนื่อย ให้เข้าไปได้หรือยัง” จันจิมาทำท่าทางเบื่อหน่ายเดินผ่านแม่เข้าไปข้างใน ถอดรองเท้าแล้วนั่งลงบนเตียง

มารดาหน้ากอลิล่าร่างท้วมนิ่งเงียบไม่บ่นหรือพูดว่าการกระทำของลูกสาว เพราะไม่อยากให้ลูกสาวไม่สบายใจ

“แม่ซื้อข้าวมาให้ กินเลยนะ เดี๋ยวจะเย็นหมด”

“แม่จะกลับวันไหน” จันจิมามองอาหารจัดวางอยู่ตรงหน้า ลุกขึ้นไปคดใส่จานตนเองและแม่เพราะเธอรู้ว่าแม่จะต้องรอทานอาหารพร้อมกับเธอตลอด

“แม่มาพักสองสามวันก็กลับแล้ว” มารดายิ้มเบา

 

จันจิมาไปทำงานแต่เช้า ถึงเธอจะไม่ค่อยอยากให้แม่มาหาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอยู่กับมารดามันก็สบายกว่าเดิม อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารเช้า

“น้องจัน พี่เห็นเมื่อวานมีคนมาหา นี่ใครเหรอ” กฤตชัยเดินเข้ามาหาจันจิมาที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้วยท่าทางประหม่า ก่อนที่จะยิ้มแป้นพูด

“เธอชื่อนีรภาเพื่อนสมัยเรียนค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” จันจิมายิ้มตอบพลางมองอาการของกฤตชัยแอบคิดเองเออเองว่าเขาแอบชอบ

“ตอนนี้เขาทำอะไรอยู่เหรอ เอ่อ พี่หมายถึง ทำงานอะไรอยู่ประมาณนั้น” กฤตชัยบิดแขนไปมาเมื่อพูดถึงนีรภาทำให้จันจิมาเริ่มตาสว่าง

“พี่กฤตชอบนีรภาเหรอคะ เสียใจค่ะ ตอนนี้นีรภามีแฟนแล้ว” จันจิมาชักสีหน้า

“เหรอ อย่างว่านะ คนน่ารักมักมีแฟนแล้ว” กฤตชัยหุบยิ้มแล้วพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมกับรังสีความหดหู่

*****

 

“แล้วตอนนี้นีรภาทำงานอะไรอยู่” ทรงธรรมถาม

“เป็นครูอัตราจ้าง ตอนนี้ก็กำลังหาเตรียมสอบเข้าบรรจุ”

“ยินดีด้วยนะ” มานพยิ้ม ในเวลาไม่นานกลุ่มเพื่อนคนอื่นๆ ก็เดินมา รวมทั้งหัวหน้าห้อง

“จันจิมายังไม่มาเหรอ” หนุ่มแว่นร่างผอมพูด

“ยังเลยหัวหน้า เดี๋ยวก็คงมา” นีรภาตอบ “นั่นไงมาแล้ว”

ร่างผอมผิวสวยสีแทน จมูกที่เคยแบนกลับเป็นสันได้รูป ริมฝีปากที่เคยบานกลับอวบอิ่ม เธอเดินเข้ามาทำเอาทรงธรรมถึงกับอ้าปากค้าง บัดนี้ จันจิมา ได้สมชื่อกับคำว่า ผู้งามดั่งดวงจันทร์อย่างสมบูรณ์ การแต่งตัวเดรสกระโปรงสั้นยิ่งรับกับรูปร่างให้ดูเปรี้ยวขึ้นไปอีก

“เดี๋ยวแมลงวันเข้าไปวางไข่” มานพเห็นเพื่อนทำท่าไม่เคลื่อนไหวจึงดันคางให้หุบปากแล้วหัวเราะเช่นเดียวกับนีรภา

“สวัสดีมานพ สวัสดีนีรภา” จันจิมาทักก่อนที่จะเข้ามานั่งข้างนีรภาแล้วทำลอยหน้าลอยตาเมื่อเจอโจทก์เก่า

“นี่ ไม่คิดจะทักฉันเลยเหรอ” ทรงธรรมรีบกลับมาทำหน้าเบื่อหน่าย

“ก็ได้ สวัสดีทรงธรรม” จันจิมาส่งยิ้มให้เล็กน้อยตามมารยาท อายุมากขึ้นก็ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้แม้ว่าจะต้องมานั่งร่วมโต๊ะกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้าก็ตาม

“ไปทำศัลยกรรมที่ไหนเหรอ ดูสวยขึ้นนะ” ทรงธรรมพูดทั้งที่ยังคงเก๊กทำเฉยอยู่

“ก็นิดหน่อยน่ะ” จันจิมายิ้มเขินเล็กน้อยจากใจจริง อย่างน้อยทรงธรรมยังรู้จักชมเธอ ถ้ายังคงแค้นเรื่องเก่ามันคงดูไม่เข้าท่าสักเท่าไร เรื่องมันผ่านไปนานแล้วให้อภัยหน่อยก็แล้วกัน

“แล้วนี่จันจิมาแต่งงานหรือยัง” มานพถามพร้อมกับมองผู้หญิงตรงหน้าตาเป็นมัน

“ยัง” จันจิมายิ้มอย่างเป็นมิตร

“ดีแล้ว ก่อนที่จะแต่งต้องให้ดูรูปเก่าด้วยนะ พอลูกออกมาจะได้ไม่คิดว่าสมสู่กับลิง” ทรงธรรมพูดแทรกแล้วหัวเราะ ทำเอาผู้ถูกพูดกระทบหยุดยิ้มก่อนหน้าบูด ความเป็นมิตรที่เริ่มจะก่อตัวถูกพังทลายไปอย่างรวดเร็ว

“ยุ่ง” จันจิมาเชิดหน้า ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ กำลังเดินเข้ามา และแล้วอาหารก็ถูกจัดวางรอรับประทาน ศิษย์เก่าทานอาหารเล่าเรื่องเก่าบอกเล่าความสำเร็จจนถึงเวลาอันสมควรจึงแลก เบอร์มือถือ และช่องทางการติดต่อก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน

 

ทรงธรรมกับมานพเดินไปยังลานจอดรถในเวลาเกือบห้าทุ่ม พวกเขาเห็นจันจิมาขึ้นรถคันงามสีดำ แล้วตั้งใจมองสอดส่องไปยังที่นั่งคนขับซึ่งเป็นผู้ชายผิวขาวหน้าตาดี

“นายนั่นจะรู้ไหมนะ ว่าจันจิมาเคยเป็นจันจิมาหน้าลิง” ทรงธรรมยืนกอดเท้าสะเอวส่ายหน้า

“แหมทำเป็นปากเสียใส่เขา ที่แท้ก็แอบเป็นห่วง” มานพทำท่าทางสะดีดสะดิ้งเป็นสาวสอง

“เปล่าสักหน่อย ฉันก็แค่ห่วงผู้ชายคนนั้น แล้วนี่จะกลับด้วยกันไหม หรือจะอยู่ที่นี่” ทรงธรรมพูดจบก็รีบขึ้นรถ

กลัวเห็นว่าหน้าแดงล่ะสิท่า” มานพพูดจบก็วิ่งไปเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับทันที

<< แนะนำตัวละคร หน้ากากวิเศษ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image