บทที่ 5 เดินหน้า

บทที่ 5
เดินหน้า

ภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง

“นี่เธอ เห็นเฟซบุ๊กจันจิมาหรือยัง” แม่บ้านผมยาวหางม้ากำมือถือ วิ่งเข้ามาหาเพื่อนร่วมสนทนาด้วยท่าทางตื่นเต้น

“เฟซบุ๊กอะไร ไม่เห็นนางจะอัปรูปอะไรเลย” แม่บ้านผมสั้นในชุดสีม่วงอ่อนกำลังจัดผ้าปูที่นอนสีขาวให้เข้าที่ แล้วค่อยๆ นำผ้าขนหนูซึ่งพับเป็นรูปหงส์วางลงบนเตียงอย่างบรรจง

“เมื่อวานฉันไปกะว่าจะไปเอฟเสื้อผ้า บังเอิญไปเห็นรูปยายจันจิมาตรงคนกดไลก์ ฉันก็เลยกดติดตามโพรไฟล์หน้าใหม่ของมัน เดี๋ยวฉันแคปรูปส่งไปให้ ถ้าเธอเห็นแล้วจะอึ้ง” ผู้พูดสัมผัสหน้าจอมือถือด้วยคล่องแคล่ว ผู้ฟังยกมือถือขึ้นมาดูหลังจากได้ยินเสียงข้อความ

“แค่ปุ่มกดเล็กๆ เธอยังสังเกตเห็นหน้ามันด้วยหรือ อย่างว่า ต่อมเผือกมันคงทำงานอย่างอัตโนมัติ ไหนดูซิ นี่มัน โห ดูดีมากเลย” สาวผมสั้นเบิกตาโพลงด้วยความประหลาดใจเอ่ยชมทั้งที่ในใจลึกๆ รู้สึกหมั่นไส้ไม่ต่างจากเพื่อนสาว ภายในนั้นมีรูปจันจิมาซึ่งผ่านการปฏิวัติแล้ว ราวกับสาวใหญ่ไฮโซ คนติดตามหลักพัน

“ดีเนอะ แค่สวยขึ้นก็ได้เลื่อนตำแหน่งจากแม่บ้านมาเป็นพนักงานต้อนรับ ภาษาอังกฤษก็งูๆ ปลาๆ ไอ้เราไม่สวยก็ก้มหน้าก้มตาทำไปเถอะ” เพื่อนช่างจ้อพูดจีบปากจีบคอ

“อย่าไปว่าเขา คนมันสวยก็ต้องหาทางลัดเป็นธรรมดา” แม่บ้านผมสั้นทำลอยหน้าลอยตา

“ทางลัด นี่เธอหมายความว่ายังไง รู้อะไรดีๆ มาเหรอ” ผู้พูดเบิกตาเม้มริมฝีปากกำมือทั้งสองข้างด้วยความตื่นเต้น รอฟังคำเฉลยจากคนซึ่งยืนกอดอกพูดด้วยความมั่นใจ

“เปล่า ฉันก็แค่เดาน่ะ”

“โธ่เอ๊ย ไอ้เราก็ตั้งใจฟัง นึกว่ามีอะไรดีๆ ไปทำงานดีกว่า เสียเวลา” แม่บ้านผมยาวเดินออกจากห้องด้วยอารมณ์หงุดหงิด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตัวเองเป็นคนเปิดบทสนทนา

จันจิมาเดินเข้ามาภายในที่ทำงานซึ่งแต่ละคนกำลังพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อหันไปมองก็พบว่าพวกเขาหยุดสนทนาโดยทันที ทำให้เดาไม่ยากว่ากำลังคุยถึงเธออยู่  ก็แน่ล่ะ ใครจะไปปกปิดความดังไหว หลังจากรับงานรีวิวสินค้า ทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ตลอดไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้เงินเริ่มไหลมาเทมา ถ้าเป็นในตอนนี้กฤตชัยคงมองเธอต่างไปจากเดิม อดีตที่เคยเป็นหน้าลิงคงไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะใครๆ ก็อยากได้ผู้หญิงสวย ฉลาดหาเงิน

สาวผมลอนเดินฉับๆ เข้าไปในห้องน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ก่อนเดินเข้าประจำเคาน์เตอร์

“แหม…แม่คนดัง ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาทำงานที่นี่แล้วซะอีก” เพื่อนร่วมงานในชุดยูนิฟอร์มสไบเฉียงเช่นเดียวกับจันจิมามองสร้อยข้อมือเครื่องเงินประดับเพชรดอกไม้รับกับต่างหูเข้าชุด

“ก็นะ” จันจิมาเชิดหน้า

“เขาลือกันให้แซดว่าเธอไปรวยมาจากไหน อย่าบอกนะว่า แฟนซื้อให้” ผู้พูดมองเครื่องประดับบนร่างกายของคู่สนทนา แน่ล่ะว่าเธอกล่าวไม่หมด ใครจะไปบอกว่าสิ่งที่เขาลือกัน ไม่ได้ลือเรื่องความเก่งกาจอะไรหรอก แต่เขาพูดกันว่าเธอเป็นเด็กเสี่ยต่างหาก ยายโง่

“สปอนเซอร์เอามาให้ฉันรีวิว จับนี่คู่นิด จับนั่นคู่หน่อย มันก็ดูแพง ดูสวย ก็เท่านั้นเอง โฮะๆ” จันจิมาปิดปากหัวเราะทำเอาเพื่อนร่วมงานเบ้ปากเล็กน้อย

ระหว่างที่จันจิมากำลังภูมิใจในตัวเองอยู่นั่นเอง นีรภาก็เดินเข้ามาในระยะสายตาของเธอ

“ไง จันจิมา” สาวสวยผิวขาวรูปร่างบอบบางผมตรงโบกมือทักทายเพื่อนสนิท

“ลมอะไรหอบมาที่นี่ได้ มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า หวังว่าไม่ใช่เรื่องเงินหรอกนะ” จันจิมายิ้มหยอกเพื่อน

“พูดอะไรอย่างนั้น พอดีฉันมีคนเอาของมาให้พี่กฤตน่ะ” สาวผิวขาวยกถุงกระดาษขนาดเล็กขึ้น

“พี่กฤต?” ยังไม่ทันที่สาวเจ้าจะถามต่อ กฤตชัยก็เดินเข้ามาพร้อมยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร ดูแค่หางตาก็รู้ว่าทั้งคู่สนิทสนม แม้ว่าพวกเขาจะสนทนากันเพียงไม่กี่ประโยค ออร่าความรักสีชมพูก็พุ่งเข้าทะลุดวงตาแทงลงมายังกล่องดวงใจ มันสะเทือนจิตจนเสียงพวกนั้นไม่สามารถส่งเข้าสมองให้ประมวลผลได้เลยสักนิด

“นี่เธอ…สนิทกับ พี่กฤต ตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าพวกเธอ คบกัน” จันจิมาหน้าเจื่อนยืนพูดตะกุกตะกักพร้อมกับยกมือชี้ทั้งคู่สลับไปมา คราวที่เจอกันครั้งแรกเห็นนีรภายังไม่ไว้วางใจชายหนุ่ม แต่ทำไมตอนนี้มันช่างต่างจากตอนนั้นลิบลับ

“เปล่า พอดีพี่กฤตลืมมือถือไว้ ฉันเลยต้องเอามาคืนด้วยตัวเอง” นีรภาตอบในขณะที่กฤตชัยยิ้มมองนีรภาเชิงส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายเป็นคนตอบคำถาม

“เหรอ…” จันจิมาหน้าเสีย ถึงนีรภาจะพูดไปอย่างนั้น แต่อีกไม่นานทั้งคู่คงจะต้องคบกันแน่

เกมจบแล้วจันจิมา

ภายในห้องเช่าจันจิมานั่งกอดเข่าร้องไห้จนตัวงอ ใบหน้าสวยสดงดงามบัดนั้นเปื้อนด้วยน้ำตาอาบแก้มทั้งสองข้าง นี่สินะ ที่เขาว่าน้ำตาเช็ดหัวเข่า มันเป็นแบบนี้นี่เอง ภาพเก่าในวันที่เธอเข้ามาครั้งแรก วันที่เธอร้องไห้มีเขาคอยปลอบ แต่ตอนนี้ ไม่มีใคร ไม่มีใครเลย ใจมันเบาหวิว เจ็บแปลบเกินบรรยาย

ยายโง่จันจิมาเขาแค่สมเพชเธอเท่านั้นแหละ

เช้าวันต่อมา บรรยากาศวันนี้ไม่เหมือนกับเมื่อวาน อดีตสาวหน้าลิงรู้สึกได้ อันที่จริงการซุบซิบนินทาเรื่องของเธอมีแบบนี้ทุกวัน แต่วันนี้มันต่างกัน แต่ก่อนเธอสามารถเดินเชิดหน้าอวดทุกคน แต่ในตอนนี้ มันไม่เหมือนกับตอนนั้น หนึ่งกำลังใจ หนึ่งความหวังหลุดลอยไป เพราะเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว

หญิงสาวหน้าลิงภายใต้หน้ากากติดต่อฝ่ายบุคคล หลังจากกรอกข้อมูลเรียบร้อยเธอจึงวางกระดาษลงบนโต๊ะของกฤตชัย

เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยง

กฤตชัยเดินเข้ามายังเคาน์เตอร์ ไม่รู้ว่าเพราะเสียงฝีเท้าของเขาเบามากหรือจันจิมากำลังเหม่อลอย กว่าเธอจะรู้ตัวเขาก็ยืนอยู่ใกล้แล้ว

“พี่ได้รับจดหมายแล้วนะ” ชายหนุ่มพูดเสียงเบานุ่มลึกแฝงไปด้วยความจริงจัง

“ค่ะ” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มหน้าตอบสั้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“วันนี้ไปกินข้าวกันนะ” กฤตชัยพูดเพราะอยากจะใช้เวลานี้ในการคุยถามปัญหาในฐานะหน้าที่ผู้จัดการฝ่าย ชายหนุ่มวางมือลงบนบ่าของคู่สนทนา แต่อีกฝ่ายกลับเดินถอยหลัง เขาจึงเอามือซุกไว้ในกระเป๋าตามเดิม

“อย่าดีกว่าค่ะ พี่กฤตก็รู้เหตุผลที่แท้จริงว่าเพราะอะไร” เสียงหายใจติดขัดออกมาจากจมูกของเธอ

“ยังไงพี่ก็ยังไม่อนุมัติ ถ้าน้องจันได้งานใหม่ แล้วพี่จะเซ็นให้ก็แล้วกัน” กฤตชัยเห็นน้ำตาของจันจิมาร่วงลงสู่พื้น เขารู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานเป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ อย่างน้อยก่อนที่จะไปก็อยากให้เธอได้ดีกว่าที่เป็นอยู่

“มะลิ เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” จันจิมาพูดกับเพื่อนร่วมเคาน์เตอร์โดยไม่มองหน้า ผู้ฟังพยักหน้ารับก่อนที่เธอจะเดินออกไป ถึงความรู้สึกลึกๆ ทั้งคู่จะไม่ค่อยชอบหน้ากันสักเท่าไร แต่เห็นแบบนี้ก็อดเห็นใจไม่ได้

หนึ่งในคูหาภายในอาคารอาคารพาณิชสามชั้นหน้าถนน ชั้นล่างและชั้นกลางประกอบไปด้วยวัสดุอุปกรณ์ ส่วนชั้นบนสุดเป็นห้องทำงาน

ทรงธรรมครุ่นคิดพลางนั่งเอนหมุนเก้าอี้ไปมา หลังกลับจากโรงแรมที่จันจิมาทำงานอีกครั้ง ถึงพบว่าเธอออกจากงานแล้ว เมื่อนึกขึ้นได้ก็เปิดเฟซบุ๊กสมัครบัญชีใหม่แล้วกดเข้าไปติดตามแอคเคาท์หน้าใหม่ของจันจิมา ทันใดนั้นเองเสียงมือถือดังขึ้น เขาเลื่อนเปิดรับสายโดยอัตโนมัติ

“คิดตี้อยู่หน้าตึกแล้วนะคะ” เสียงหวานออกจากปลายสายทำให้เขาต้องรีบลุกขึ้นยืนมองยังด้านล่าง เห็นสาวใส่แว่นตาขนาดใหญ่กรอบทองผมตรงสั้นประบ่ากระโปรงรัดรูปขาสั้นกำลังโบกมือทักทายพร้อมกับส่งยิ้มเห็นฟัน

ภายในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ชั้นบนสุดประกอบด้วยโรงหนังของบริษัทชื่อดัง ผู้คนแต่งตัวสุภาพสวยงามเข้ากับความเรียบหรูของสถานที่ ทรงธรรมและคิดตี้เดินลงบันไดเลื่อนหลังจากจองตั๋วเสร็จ

“ต้องขอบคุณพี่ทรงธรรมนะคะที่ยอมมาดูหนังกับคิดตี้” สาวผมสั้นเดินพลางคล้องต้นแขนชายหนุ่ม ซึ่งแขนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าไม่สามารถปกปิดกล้ามของเขาได้

“ไม่เป็นไร วันนี้พี่เคลียร์งานเสร็จพอดี จะอยู่ด้วยทั้งวัน หรือทั้งคืนก็ย่อมได้” ทรงธรรมใช้มืออีกข้างจับมือคู่สนทนาพร้อมส่งสายตาเชิญชวน แน่นอนว่าไม่ใช่แค่กิจกรรมตอนกลางวันเท่านั้นที่เขาต้องการ

“สวัสดีค่ะ วันนี้เครื่องสำอางแบรนด์บิวตี้พิ้งก์ลดราคาสูงสุดถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ … ”

เสียงแนะนำโปรโมชั่นสุดคุ้มของพนักงานขาย ดึงดูดความสนใจจากคิดตี้ เธอละสายตาจายชายหนุ่มแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

“ตรงนั้นน่าสนใจ อีกตั้งนานกว่าหนังจะฉาย เดี๋ยวขอคิดตี้เข้าไปดูร้านนั้นนะคะ” ทรงธรรมยังไม่ทันพูดอะไรต่อ หญิงสาวก็เอามือออกจากแขนของเขาแล้วเดินฉับเข้าไปในร้าน

ทรงธรรมยืนเท้าสะเอวส่ายหน้าถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายก่อนที่ปลายสายตาจะมองเห็นภาพผู้หญิงสวยคนหนึ่งซึ่งเพิ่งคุ้นตาไม่นานมานี้

“ยายกอลิล่า!”

ทั้งคู่ก็สบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย จันจิมารีบยกกล่องตลับแป้งพับมาปิดหน้าตัวเองแล้วหันไปทางอื่น แต่ปากก็ยังคงทำหน้าที่เรียกลูกค้าอยู่

ทรงธรรมแสยะยิ้ม แล้วเดินกอดอกเข้าไปหาโดยไม่รีรอ

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ นี่เธอแค่เครื่องสำอางเล็กๆ คิดว่าจะหลบฉันได้จริงๆ เหรอ สมองปลาทองยังไงก็เป็นอย่างนั้นวันยังค่ำ”

“นายต้องการอะไร” สาวผมลอนกลอกตาไปมาก่อนที่จะวางเครื่องสำอางลงที่เดิม พ่นลมหายใจพร้อมปรับสีหน้าเป็นปกติ ลดไมค์ลงจากปากแล้วกล่าวเสียงแข็ง

“ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย แค่บังเอิญเจอเธอก็อยากจะทักทาย แล้วเป็นไงมาไงถึงมาทำงานที่นี่ล่ะ” ทรงธรรมเท้าสะเอวยักคิ้วเข้ม

“เรื่องของฉัน” จันจิมาพูดพลางยิ้ม เพราะเธอต้องทำหน้าที่แม้ว่าในใจกำลังขุ่นมัวอยู่ก็ตาม

“หวังว่าจะไม่ใช่เพราะอกหักหรอกนะ” ทรงธรรมพูดลอยๆ จันจิมาเกือบสติหลุดตอบกลับไปแต่โชคดีที่คิดตี้เดินเข้ามาเสียก่อน

“พี่ช่วยคิดตี้เลือกสีหน่อยสิ สีไหนสวย” สาวผมสั้นมองจันจิมาเล็กน้อยก่อนที่จะยื่นแขนซึ่งทาลิปสติกไว้เกือบสิบเฉดสีให้ทรงธรรมดู

“สีชมพูนี้น่ารักดี” ทรงธรรมเลือกแบบขอไปที เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงต้องเอาสีมาทาที่แขนเต็มไปหมด ดูที่ตัวแท่งก็ได้ ของทาที่ปากเวลาลองก็ต้องทาที่ปาก ใครจะไปดูออก

“เหรอคะ งั้นเอาชิ้นนี้ละกันค่ะ” คิดตี้เดินไปเอาเครื่องสำอางก่อนที่จะส่งให้จันจิมา ผู้รับเดินไปคิดเงินแล้วยื่นของพร้อมกับใบเสร็จ

“ขอบคุณค่ะ ลูกค้าสามารถล้างแขนได้ที่อ่านล้างหน้าตรงนั้นนะคะ” จันจิมาผายมือเข้าไปยังด้านใน เมื่อลูกค้าเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัว ทรงธรรมจึงเริ่มบทสนทนาอีกครั้งพร้อมกับฉีกยิ้ม

“เป็นไง แฟนฉันสวยไหม” ทรงธรรมยิ้มอวด

“ก็น่ารักดีนะ เสียดายที่คิดผิด” จันจิมากลอกตามองไปทางอื่นชั่วครู่ แล้วหันไปส่งยิ้มให้ลูกค้าซึ่งทำธุระเสร็จพอดี

“ขอบคุณค่ะ” ผู้ขายยกมือขึ้นสวัสดี คิดตี้ยิ้มรับแล้วเดินคล้องแขนทรงธรรม

“พนักงานคนนั้นสวยนะคะ เซ็กซี่ด้วย เห็นพี่คุยกับเขาอยู่นานสองนาน นี่คงไม่ได้คิดจีบผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าคิดตี้นะคะ” ผู้พูดเริ่มบทสนทนาเมื่อเดินห่างออกจากร้านเพียงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายไม่ได้ยิน เธอขมวดคิ้วเม้มริมฝีปากมองหน้าอีกฝ่ายแสดงความไม่พอใจ

“ไม่มีทางเด็ดขาด ที่ไม่มีทางชอบผู้หญิงหน้าลิงแบบนั้นหรอก” ทรงธรรมหัวเราะในลำคอ

“พูดเป็นเล่น หน้าหล่อนเหมือนลิงซะที่ไหน” สาวผมสั้นยิ้มได้เมื่อเห็นอีกฝ่ายพูดเอาอกเอาใจ

‘ยายกอลิล่าไม่มีทางหนีฉันพ้นหรอก’ ทรงธรรมฉีกยิ้ม

“เป็นอะไรทำไมหน้าบูดอย่างนั้นล่ะ เดี๋ยวลูกค้าก็หายหมดพอดี หรือว่า พ่อหนุ่มรูปหล่อคนนั้นเป็นแฟนเก่า” แจนเพื่อนร่วมงานผมยาวตรงมัดผมหางม้าสวมชุดกระโปรงสั้นเช่นเดียวกับเธอส่งยิ้มแป้น เป็นผู้หญิงหน้าตาสวยธรรมชาติ แต่งหน้าอ่อนสุขภาพดีแบบฉบับสาวเกาหลี แถมหล่อนยังเป็นสาวกวงไอดอลแดนปลาดิบ จึงมีนิสัยติ๊งต๊องแบบคนน่ารัก

“บ้าน่า ฉันไม่คิดสั้นแบบนั้นหรอก” อารมณ์เสียชะมัดทำไมต้องมาเจอมันด้วย แล้วนี่ไปหลอกผู้หญิงที่ไหนมาคบอีก ทรงธรรมนายนี่เป็นตัวอันตรายจริงๆ

“ถ้าไม่ใช่แฟนแล้วทำไมต้องหงุดหงิดด้วย” แจนเม้มริมฝีปาก

“นี่ถ้าเธอไม่หยุดทำให้ฉันอารมณ์เสียล่ะก็ มาทำหน้าที่เรียกลูกค้าแทนฉันเลยมา” จันจิมายื่นไมค์ให้

“ยอมแล้วจ้า” แจนยกมือทั้งสองข้างเชิงยอมแพ้ก่อนที่จะหันไปจัดสินค้า ก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างได้ “จันจิมา พรุ่งนี้เธอหยุดใช่ไหม”

“ก็ใช่สิ ถามทำไม”

“พอดีมีงานพริตตี้มอเตอร์โชว์ขายรถ เพื่อนฉันส่งมาแต่มันต้องใช้ทักษะการพูดด้วย ฉันไม่ถนัด ฉันก็เลยให้เธอเผื่อจะสนใจ เงินดีด้วยนะ แต่ก็ต้องทำการบ้านเรื่องรถหน่อย ถ้าสนใจก็ลองไปคุยกับทางบริษัทเขาดู เดี๋ยวฉันส่งข้อมูลไปให้” แจนกดมือถือของตัวเอง

จันจิมากลับห้องเช่าห้องใหม่ ซึ่งอยู่ภายในอาคารสี่ชั้นติดกล้องวงจรปิด ภายในห้องประกอบด้วยทีวี คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ตู้เสื้อผ้า และเตียงนอนจัดอย่างเป็นระเบียบ

แน่ล่ะ คนหน้าตาสวย ก็ต้องหาที่อยู่ใหม่ให้ปลอดภัย เรียบร้อยน่าอยู่

สาวผมลอนนั่งเป่าผมจัดทรงให้ดูดีก่อนที่จะนำมือถือถ่ายรูปหน้าตัวเองคู่กับเครื่องสำอาง เมื่อได้รูปที่ต้องการแล้วจึงนำสายข้อมูลเสียบจากมือถือเข้าพอร์ตยูเอสบีของคอมพิวเตอร์ อัปโหลดภาพลงสู่อินเทอร์เน็ต ทั้งทางเฟซบุ๊ก ไอจี และเว็บไซต์ขายของ

‘ใช้จริง สวยจริง #บิวตี้พิ้งก์ #เครื่องสำอางคุณภาพ #ปังปุริเย่’ หญิงสาวเขียนบรรยายสรรพคุณ แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อกลางวัน บางทีบริษัทที่ว่าอาจจะให้ค่านายหน้าขายรถก็ได้ ลองสักตั้งคงไม่เสียหายอะไร

มือเรียวยาวคลิกเมาส์ดูข้อมูลจากลิงก์ของแจน

Series Navigation<< บทที่ 4 เจ้ากรรมนายเวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image