บทที่ 15 หอกข้างแคร่

บทที่ 15

หอกข้างแคร่

 

เพชรนอนหงายก่ายหน้าผาก รู้สึกฉงนในรูปคู่ระหว่างพลอยกับธีรเดช โดยปกติแล้วนายผู้ชายน่าจะโทรมาเหมือนเมื่อวาน หรือว่าเพราะภาพที่เขาส่งไปทำให้นายสบายใจ เลิกคิดกังวล เลิกคิดที่จะโทรมา แต่เหมือนลืมอะไรไปบางอย่างนะ ให้ตายเถอะ

‘แต่เดี๋ยว ทำไมคุณธีร์ถึงไม่กลับบ้านนะ ไปแค่ชลบุรี เช้าไปเย็นกลับก็ได้นี่ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย แต่คิดมากไปก็เท่านั้น นอนเถอะ’ เพชรพลิกตัวนอนตะแคง คงไม่มีอะไรหรอกกระมัง คนอย่างนายระวังตัวจะตาย ยิ่งเรื่องผู้หญิงด้วย เป็นไปได้ยาก ไม่เหมือนเขา ที่ติดไฟกับผู้หญิงง่ายเสมอ

 

“จะไปไหนคะคุณธีรเดช”

“คุณ…”

“รู้สึกว่าเจ้าหนูของคุณจะไม่ทำตามสั่งนะคะ”

 

เพชรนึกถึงตอนนั้น ตอนที่พลอยนึกว่าเขาเป็นธีรเดช ภาพพวกนั้นทำเอาบางอย่างตั้งขึ้นเพราะควบคุมไม่ได้ บ้าละ จะมาหื่นอะไรตอนนี้ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นห้องนอนของเจ้านาย ป่านนี้ คุณพลอยคงสมใจอยากไปแล้ว ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปหรอก

‘แล้วถ้าคุณธีร์เสร็จแม่เสือสาวล่ะ จะทำยังไง และแล้วยิ่งเลวร้ายไปกว่านั้น ถ้าคุณเอยรู้ มีหวังทรัพย์สมบัติของตระกูลนาวาต้องถูกบริจาคการกุศลแน่ โทรหาหินดีกว่า ให้หินคอยระวังอีกแรง’ เพชรพลิกตัวเอื้อมไปหยิบมือถือแล้วลุกขึ้นนั่ง โทรหาเพื่อนร่วมงานอย่างรวดเร็ว

ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..!

เพชรกดโทรไปหลายสาย ทั้งของหิน และบอดี้การ์ดอีกคนก็ไม่มีใครรับ

‘ปกติผู้คุ้มกันจะถูกฝึกให้ตื่นตัวเสมอ ทำไมวันนี้ถึงได้ขี้เซาขนาดนี้นะ เพิ่งเที่ยงคืนเอง’ เพชรคิดก่อนที่จะโทรหานายของเขา

ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..! ตูด………..!

“หวังว่าไม่เกิดอะไรขึ้นนะ รับสินาย รับสิ”

 

หินลุกขึ้นนั่งเพราะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำจึงเดินเข้าไปในห้องเจ้านาย เพราะมีห้องน้ำอยู่ด้านใน เมื่อร่างใหญ่ทำธุระเสร็จด้วยอาการงัวเงียก็มองเห็นว่านายของเขายังไม่กลับมา เขาตั้งใจดูนาฬิกาในมือถือพลันสายตาก็มองเห็นสายไม่ได้รับโทรมาหลายครั้ง หินโทรกลับไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ดูเวลาเสียด้วยซ้ำ

“ว่าไงเพชร”

/ “โล่งอก คุณธีร์เป็นไงบ้าง” /

“กำลังกินข้าวกับคุณพลอย”

/ “นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะ ยังกินข้าวอยู่เหรอ” / ปลายสายถามเพราะคิดว่าหินกำลังคุ้มกันนายอยู่

“เที่ยงคืน! เดี๋ยวไปดูก่อนนะ” หินรีบวิ่งไปยังโต๊ะที่คาดว่าธีรเดชอยู่กลับพลอย ปรากฏว่าไม่มีใคร มีเพียงจาน แก้วน้ำ ขวดไวน์ว่างเปล่า มิหนำซ้ำ ยังถอดเสื้อคลุมวางไว้บนโต๊ะ แม้ว่าหินจะเป็นคนซื่อ แต่ก็พอคิดออกว่า นายของเขากำลังพบอันตรายในรูปแบบไหน

“นายหายไป”

/ “ฮะ! นายหาย! รีบหาให้เจอ หินรู้ไหม คราวก่อนเพชรเกือบโดนปล้ำเพราะนึกว่าเป็นคุณธีร์” / ปลายสายตะโกนลั่นก่อนที่จะเบาเสียงลงเพราะกลัวนายผู้หญิงจะได้ยิน

“ฉิบหาย! ทำไมเพิ่งมาบอก” หินสบถเสียงดังจนเพชรต้องเอาหูออกจากโทรศัพท์ชั่วครู่

/ “ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้เล่า หินรีบตามหาเดี๋ยวนี้เลย” /

“โอเค ข้าวางสายก่อนนะ” หินวางสายแล้วรีบวิ่งไปหาเพื่อนบอดี้การ์ด

“ตื่น! ตื่นได้แล้ว นายหาย!” หินเขย่าตัวปลุกเพื่อนร่วมงาน

“นายหาย!” เพื่อนร่วมงานสะดุ้งตื่นทันที

“เออสิ! รีบไปหาเร็ว!” หินเดินนำ ส่วนอีกคนก็ขยี้ตาเพื่อไล่ความง่วงออกไป

 

ตรู๊ด! ตรู๊ด!    ตรู๊ด! ตรู๊ด!   ตรู๊ด! ตรู๊ด! เสียงมือถือดังอย่างไม่ขาดสาย

พลอยเดินออกมาจากห้องน้ำโดยสวมเสื้อคลุมผ้าขนหนู ด้วยความรำคาญจึงกดลดเสียงลงถึงขีดสุด เธอเอาผ้าขนหนูใส่น้ำเย็น เช็ดใบหน้าและลำคอให้ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลาย

มือเรียวยาวจัดแจงปลดกระดุมเสื้อจนครบทุกเม็ดอย่างเบามือ แล้วลูบไล้ไปตามลำคอจนถึงลูกระนาดบนท้องน้อย ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ หล่อ รวย หุ่นน่ากิน

“คุณพลอย คุณมาทำอะไรที่นี่” ธีรเดชพูดเสียงอ่อน เขาจับมือนุ่มให้หยุด พยายามลืมตาแล้วดันตัวลุกขึ้นนั่ง

“พลอยเห็นคุณไม่สบายก็เลยจะเช็ดตัวให้” พลอยทำใจดีสู้เสือ แล้วยื่นมือเข้าไป แต่ถูกชายหนุ่มปัดมือออกราวกับคนไม่มีแรง

“หิน หินอยู่ที่ไหน” ธีรเดชมองรอบห้องด้วยอาการอ่อนเพลีย

“หินก็นอนหลับอยู่ในที่ของเขาแหละค่ะ” พลอยฉีกยิ้ม

“คุณพลอยหมายความว่ายังไง” ธีรเดชขมวดคิ้ว

“ก็หมายความว่า เราจะทำอะไร ก็ไม่มีใครรู้ ไว้ใจพลอยเถอะค่ะ พลอยจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ” พลอยเข้าไปซบอกชายหนุ่มจนเขาได้กลิ่นครีมอาบน้ำลอยออกมาจากเนื้อกายสาว

“คุณรู้ตัวหรือเปล่า ว่าพูดอะไรออกมา” เสียงแผ่วเบาของธีรเดชทำให้พลอยยิ่งรู้สึกถึงความเซ็กซี่ที่เขาไม่ได้ตั้งใจ

“ไหนคุณธีร์บอกว่าอยากรู้จักพลอยไม่ใช่หรือคะ ถ้าอย่างนั้นก็… เชิญรู้จักให้มากกว่านี้สิ” พลอยถอยตัวเองออกมาด้วยการนั่งตัวตรงปลดผ้าคลุมตัวนอกออกทำให้ชายตรงหน้ารู้ว่าข้างในไม่ได้ใส่อะไรเลย

“คุณใส่เสื้อผ้าเถอะ ผมจะคิดว่าไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้” ธีรเดชพูดคลายคนไม่มีแรงยังคงนั่งพิงหัวเตียงอยู่อย่างนั้น

“ทำไม คุณไม่ได้คิดอะไรกับพลอยเหรอ หรือว่าคุณชอบเอย”

“ไม่ใช่ ผมไม่ได้รักเอย” ชายหนุ่มพยายามปฏิเสธ

“ไม่ใช่แล้วทำไมถึงปฏิเสธ”

“คุณมีค่าเกินกว่าที่จะทำแบบนี้” ธีรเดชอ้างเหตุผลไม่เข้าท่า

“พลอยไม่สน เพียงแค่เรารักกัน ถ้าคุณเห็นคุณค่าคนที่อยู่ตรงหน้าก็ควรคว้าเอาไว้” พลอยใช้ร่างเปลือยเปล่าซบอกอีกครั้ง ก่อนที่จูบต้นคอชายหนุ่มไล่ไปถึงริมฝีปาก ชายหนุ่มเคลิบเคลิ้มกายนุ่มหอมละมุน

“คุณพลอยครับ! คุณพลอย!”

เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังสนั่นทำลายบรรยากาศรื่นรมย์ออกไปหมด พลอยผละตัวเองออกจากธีรเดชแล้วใส่เสื้อคลุมให้เรียบร้อย เดินจ้ำลงไปเปิดประตู

“มีอะไร” พลอยพูดเสียงแข็ง

“คุณธีร์อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ” หินเปิดประเด็นโดยไม่ไว้หน้าฝ่ายตรงข้าม

“ไม่นี่ ไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องเหรอ” พลอยลอยหน้าลอยตาพูด

“ถ้าอย่างนั้นขอผมเข้าไปหน่อย” หินทำท่าจะเดินเข้าไป แต่พลอยก็ยืนขวางประตูเอาไว้

“ขอโทษครับ” หินผลักเจ้าของบ้านจนกระเด็นแล้วรุดขึ้นบันได โดยมีเพื่อนร่วมงานตามไปติดๆ พลอยรีบเดินตาม แต่ก็ไม่ทันชายฉกรรจ์สองคน พวกเขาเดินตามแสงไฟที่กำลังส่องสว่าง แต่เมื่อเปิดประตูก็ไม่พบใคร พลอยหน้าตื่นแหวกทางชายสองคนแล้วมองเข้าไปในห้อง

“เห็นไหม ไม่มีอะไร” หญิงสาวปรับสีหน้าแล้วทำใจดีสู้เสือ หินและเพื่อนเมื่อเห็นอย่างนั้นจึงก้มโค้งขอโทษ

“ขอโทษครับ ไป” หินกับพวกรีบเดินกลับ เมื่อพลอยเห็นคนพวกนั้นเดินไปไกลจึงเดินตามหาจนทั่วห้องแต่ก็ไร้วี่แววธีรเดช เหลือเพียงแต่เนกไทซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ พลอยหยิบมันขึ้นมาก่อนที่จะกำไว้แน่นด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

 

หินรีบเดินกลับที่พักอย่างรวดเร็ว

“แล้วนายหายไปไหนล่ะ พี่หิน” เพื่อนร่วมงานถามเพราะหินไม่พูดอะไรเลยหลังจากออกจากบ้านหลังนั้น

“อยู่นั่นไง” หินวิ่งเข้าไปประคองนายซึ่งกำลังนั่งอยู่บนพื้นตรงหน้าห้องโดยมีเพื่อนร่วมงานช่วย พวกเขาหอบร่างธีรเดชเข้าไปข้างใน จัดแจงพานายนอนลงบนเตียงนุ่ม

หินถอนหายใจเมื่อเห็นนายนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงในสภาพเกือบเปลือยท่อนบน ก่อนที่จะพากันเดินออกมาหน้าห้องนอน เขายกมือถือขึ้นโทรหาเพชร

/ “นายเป็นไงบ้าง” / ปลายสายพูดทันทีที่รับสาย

“นายปลอดภัยดีแล้ว”

/ “ฮ่าๆ ดีแล้วหิน นายเป็นผู้พิทักษ์สมบัติตระกูลนาวากรุป กลับไปต้องฉลองสักหน่อย” / ปลายสายพูดพลางหัวเราะร่า

“ไม่รู้สิ ข้าไม่แน่ใจ”

/ “อ่าว ทำไม” /

“สภาพของนายมันก้ำกึ่ง ไม่รู้ว่าเสร็จคุณพลอยหรือเปล่า นายยังไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่มา นี่ก็หลับไปแล้ว”

/ “ว่าไงนะ! ให้ตายเถอะ ยังไงก็ให้คุณเอยรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เดี๋ยวเพชรจะอยู่ที่นี่กับคุณเอยต่ออีกหนึ่งวัน ยังไงก็ฝากดูแลนายด้วย” / ปลายสายพูดเสียงดังก่อนที่จะเบาลง

“เออ” หินรีบวางสายแล้วถอนหายใจ

 

ธีรเดชตื่นขึ้นมาพร้อมอาการปวดหัวจนแทบจะระเบิดในเช้าวันรุ่งขึ้น มองภาพห้องนอนซึ่งตกแต่งเครื่องเรือนด้วยไม้และผนังอิฐ ก่อนที่จะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนได้ จึงรีบเรียกคนสนิท

“หิน” เสียงแหบพร่าดังขึ้นเพียงพอที่จะทำให้คนข้างนอกได้ยิน

“ตื่นแล้วหรือครับนาย” ร่างใหญ่เปิดประตูเข้ามาโดยไม่รีรอ

“นี่กี่โมงแล้ว” ธีรเดชดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง

“ใกล้แปดโมงแล้วครับ” หินตอบในขณะที่ธีรเดชยกผ้าห่มบนที่นอนขึ้นแล้วหยิบมือถือขึ้นมา

หินมองหน้าธีรเดชซึ่งกำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจหลังจากกดข้อความในมือถือ

“หิน เราจะรีบกลับ โทรไปบอกเพชรว่าหินจะเปลี่ยนหน้าที่กับเพชร” ธีรเดชพูดจบก็รีบอาบน้ำ ใช้เวลาไม่นานเขาก็ออกมา

ธีรเดชเดินนำผู้คุ้มกันทั้งสองคนไปยังบ้านหลังใหญ่ เห็นพลอยกำลังคุยกับคนงานเมื่อเห็นเป้าหมายเดินเข้ามาจึงบอกให้คนงานไปจัดการตามคำสั่ง

“คุณธีร์มีอะไรหรือเปล่าคะ” พลอยถามเสียงเรียบเช่นเดียวกับใบหน้า

“ผมมีธุระต้องรีบกลับ”

“ค่ะ” พลอยยิ้มเล็กน้อย

“เมื่อคืนผมต้องขอโทษด้วยที่คนของผมเสียมารยาท”

“ไม่เป็นไรค่ะ พลอยไม่ถือ” พลอยทำหน้าเฉย โดยที่ไม่รู้ว่าธีรเดชไม่สนใจการกระทำของเธอเลยสักนิด

“ขอบคุณมากนะครับ การมาครั้งนี้ทำให้ผมผ่อนคลายได้เยอะเลย รักษาสุขภาพนะครับ” ธีรเดชเดินออกไปพร้อมกับผู้คุ้มกัน ปล่อยให้พลอยยืนกำหมดเม้มริมฝีปากไม่พอใจอยู่อย่างนั้น

 

เอยอาบน้ำแต่งตัว พาเพชรไปทานอาหารทะเล ซึ่งร้านตั้งอยู่ห่างริมชายหาดพอสมควร

“ร้านอาหารที่นี่อร่อยเนอะ พี่เพชรมีอะไรหรือเปล่า” เอยพูดอย่างอารมณ์ดี ต่างจากเพชรที่เอาแต่นิ่งทำหน้าเครียดจนเธอสังเกตเห็นจึงถามออกไป

“ไม่มีอะไรหรอก ร้านนี้อร่อยดี ราคาก็ถูกด้วย” เพชรยิ้มกลบเกลื่อนแล้วตักอาหารเข้าปาก

“ต้องมีอะไรแน่ๆ” เอยคาดคั้นจนเพชรต้องเผยออกมาแต่ไม่หมด

“ผมเล่าให้ฟังก็ได้ พอดี วันนี้คุณธีร์มาทำธุระแถวนี้ก็เลยอยากให้ผมสลับตัวกับหินไปช่วยงาน คิดว่าจะได้เที่ยวอีกวันแล้วเชียว อีกไม่ถึงชั่วโมงก็คงถึงที่นี่แล้ว”

“ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยากด้วย ถ้าพี่เพชรอยากอยู่ต่อเดี๋ยวเอยบอกตาขี้เก๊กก็ได้นะ อยู่กับพี่หินเซ็งพอดี พี่หินไม่ค่อยคุยเลย” เอยยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ

“ไม่ได้หรอกครับคุณเอย งานนี้มีแต่ผมที่จัดการได้ ถ้าคุณเอยอยากช่วยจริงๆ ก็ เป็นเด็กดีให้เพื่อนผมแล้วกันนะครับ” เพชรยิ้ม

“ใครว่าฉันเป็นเด็กกันเล่า ฉันยี่สิบแล้วนะ เอางั้นก็ได้ นี่เห็นแก่พี่เพชรนะ” เอยหน้ามุ่ย แล้วทานอาหารต่อ

 

ภายในอาคารขนาดเล็กมีโต๊ะและเจ้าหน้าที่ทหารสองนายให้บริการ ธีรเดชซึ่งกำลังทำเรื่องเข้าพักกับหินแอบมองเอยยืนคุยกับเพชรอย่างสนิทสนมเกินกว่าจะเป็นลูกจ้างนายจ้าง ยิ่งเห็นเพชรลูบหัวเอยยิ่งอยากจะเข้าไปต่อยสักหมัดสองหมัด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาเองที่เป็นคนสั่งให้เพชรรับหน้าที่นี้ แม้ว่ามันจะดูน่าหมั่นไส้ก็ตาม

หินลงชื่อกับเจ้าหน้าที่ทหารเสร็จมองธีรเดชซึ่งกำลังมองเพชรอย่างเข้าใจ เขายิ้มอ่อน อย่างน้อยนายของเขาไม่ได้มีใจให้คุณพลอย

ธีรเดชหันมามองหินแล้วรีบสั่งให้ไปตามเพชรและเอยมาลงชื่ออัปเดตการเข้าพัก ส่วนธีรเดชก็เข้าไปรอบนรถ ไม่คุยกับคู่หมั้นสักคำ

เอยมองแผ่นหลังธีรเดชด้วยความรู้สึกโกรธปนเศร้าแต่ก็แกล้งทำเป็นไม่แยแส

 

ธีรเดชกลับถึงคฤหาสน์ในเวลากลางคืน เพราะเขาเข้าทำงานทันทีที่ถึงกรุงเทพ เพชรอยากถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแต่ไม่กล้า ได้แต่ภาวนาขอให้สิ่งเลวร้ายที่คิดไม่ใช่เรื่องจริง หลังจากนี้เขาต้องดำเนินการให้ความรักทั้งคู่ผลิบานให้ได้อย่างเร็วไว

“เอยเป็นยังไงบ้าง” ธีรเดชลงจากรถแล้วถามเพชรที่เดินตามมาด้านหลัง ส่วนบอดี้การ์ดอีกคนเห็นว่าหมดหน้าที่แล้วจึงโค้งตัวขอกลับไปก่อน

“ดีขึ้นมากแล้วครับนาย ผมว่าที่คุณเอยไม่ยอมกลับเพราะว่าอยากให้นายไปรับล่ะมังครับ” เพชรพูดเอาใจ

“หึ คงอยากอยู่เที่ยวกับเพชรต่อมากกว่า” ธีรเดชหัวเราะในลำคอก่อนที่จะเดินออกไปท่ามกลางความไม่เข้าใจของเพชร เขาหยุดคิดชั่วครู่จึงนึกขึ้นได้ แล้วรีบวิ่งตามไปแก้ตัวเสียยกใหญ่

“เปล่านะครับคุณธีร์ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณธีร์คิด”

 

ช่วงสายของวันต่อมา ~ ธีรเดชเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วคิดว่าจะไปหาอะไรทานหน้าบริษัท แต่ก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็น ผู้หญิงที่รู้จักกำลังคุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยจึงเดินเข้าไปทัก

“สา มาทำอะไรที่นี่” ธีรเดชมองสาในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนทำให้เขาได้รู้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ

“พอดีสาผ่านมาแถวนี้ ก็เลยแวะมาหาพินัยสักหน่อย แล้วเอยล่ะ” สาหันซ้ายหันขวา

“เอยไม่ค่อยได้มาที่นี่หรอก เดี๋ยวไปคุยกันในห้องดีกว่า” ธีรเดชพร้อมกับบอดี้การ์ดซ้ายขวาเดินนำสาเดินตาม มองแผ่นหลังชายตรงหน้าแล้วยิ้ม ‘แต่ก่อนพินัยก็เท่แล้วนะ ตอนนี้ดูดีกว่าเดิมขึ้นไปอีก เป็นโชคดีของเอยแล้ว’

พนักงานมองผู้หญิงสาวที่เดินตามธีรเดชไปด้วยความรู้สึกสงสัย อย่างว่าล่ะ คนอย่างธีรเดชทำอะไรก็มีแต่คนจับตามอง เพชรเองก็ไม่เข้าใจว่าเธอเป็นใคร แต่สามารถคาดเดาได้ว่าเธอเป็นเพื่อนเก่า สังเกตจากการเรียกชื่อ

เมื่อถึงห้อง ธีรเดชจึงสั่งให้ให้ผู้คุ้มกันยืนรอหน้าห้องเพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องอดีตของเขาโดยเฉพาะเพชร

 

“สาไม่น่ามาที่นี่เลย บอกแล้วไง ว่าอยู่ให้ห่างจากผม” ธีรเดชวางแก้วน้ำบนโต๊ะ ทำหน้าเครียด นั่งลงบนโซฟาเช่นเดียวกับสา

“พินัยยังเป็นเหมือนเดิมเลยนะ ชอบเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง อย่าบอกนะว่าที่ห่างเหินกับเอยเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย” สายิ้มอย่างรู้ทัน

“เปล่าสักหน่อย” ธีรเดชหันไปทางอื่น

“ฮั่นแน่ โกหกล่ะสิ” สายิ้ม

“จะบ้าหรือไง”

 

เลขาหน้าห้องเห็นพลอยเดินขึ้นบันไดมาแต่ไกลจึงเข้าไปห้าม

“ขอโทษค่ะ ตอนนี้คุณธีร์มีแขกอยู่ค่ะ ต้องขอให้คุณพลอยรอก่อนนะคะ” สาวมีอายุผมมวยพูด

“คงเป็นแขกสำคัญสินะ บอดี้การ์ดถึงต้องรอนอกห้อง” พลอยพูดอย่างไม่พอใจ

“อันนี้ก็ไม่ทราบค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปเรียนให้คุณธีร์ทราบแล้วกันนะคะ เชิญคุณนั่งรอก่อนนะคะ” เลขาพูดก่อนที่จะเคาะประตูแล้วเดินเข้าไป

พลอยชะเง้อพยายามมองลอดประตูแง้ม แต่ประตูเจ้ากรรมก็รีบปิด แถมยังมีบอดี้การ์ดกวนโอ๊ยมายืนบังอีก เพชรยิ้มยั่ว ทำให้หญิงสาวเชิดหน้าหันไปทางอื่น

<< บทที่ 14 พักผ่อนบทที่ 16 เป็นเรื่อง! >>

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image

ข้ามไปยังทูลบาร์