บทที่ 16 เป็นเรื่อง!

 บทที่ 16

เป็นเรื่อง!

พลอยรอหน้าห้องธีรเดชด้วยความรู้สึกไม่พอใจอยู่อย่างนั้น ใครล่ะจะกล้าเดินฝ่าวงล้อมบอดี้การ์ดแล้วกระชากคอเสื้อเจ้าของบริษัทข้อหาเมินเธอ

หญิงสาวเบื่อหน่าย อึดอัดตลอดเวลาการรอคอย เมื่อประตูแง้มออกจึงเห็นผู้หญิงออกมาจากห้องธีรเดช สาส่งยิ้มให้ตามมารยาท แต่ถูกพลอยส่งสายตาอำมหิต เธอจึงหุบยิ้มแล้วรีบเดินออกไป

‘ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร’ พลอยคิด

“คุณพลอย เชิญค่ะ” เลขาพูดหลังจากวางโทรศัพท์

พลอยทำท่าจะเดิน แต่เพชรแกล้งยืนขวาง เธอจึงผลักเพชรให้ออกไปไกลหูไกลตาแล้วเดินเข้าไป

“สวัสดีครับ คุณพลอย เชิญนั่งครับ” ธีรเดชยิ้ม เขายังคงนั่งอยู่บนโซฟา มือประสานไว้ข้างหน้า คุยกับพลอย

“เมื่อกี้ใครเหรอคะ” พลอยนั่งลงพลางวางกระเป๋าไว้บนตัก

“เพื่อนเก่า แวะมาหา มีอะไรหรือครับ”

“เปล่าค่ะ พลอยถามเฉยๆ” พลอยแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่ในใจแอบคิดเองเออเองว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนใหม่ของธีรเดช สิ่งที่เธอคิดส่งสัญญาณมาจากท่าทางของเธอ

“คุณพลอยโกรธอะไรผมหรือเปล่าครับ” ธีรเดชมองหน้าพลอย มันนานจนทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว ทำอะไรไม่ถูก เพราะที่ผ่านมามีแต่พลอยที่เข้าหาคนอื่น ไม่เคยถูกจู่โจมแบบนี้

“ก็…ก็คุณรังเกียจพลอย” พลอยเมินหน้าไปทางอื่น บ้าจริง แม่เสือสาวอย่างเธอ จะมาหวั่นไหวกับสายตาผู้ชายได้ยังไง ไม่ใช่สาวแรกรุ่นแล้วนะ

“รังเกียจ? อ๋อ เรื่องคืนนั้นที่ผมกลับมาก่อนเหรอครับ” ธีรเดชยิ้มเชิงหัวเราะ เขาเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ เอื้อมมือจับมือพลอยแล้วจูบอย่างอบอุ่นบนริมฝีปากของเธอ

 

‘ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครนะ ทำไมถึงมองแบบนั้น หรือว่าเป็นผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่ ยังไงก็กลับไปดูดีกว่า’ สาคิดระหว่างเดินลงบันได ก่อนที่จะหมุนตัวเดินกลับแต่ก็ลังเลว่าจะเข้าไปขัดจังหวะเลยดีหรือเปล่า โดยเฉพาะบอดี้การ์ดสองคนนั้นก็ดูน่ากลัวเกินกว่าที่จะฝ่าวงล้อม ในที่สุดเธอทำใจดีสู้เสือ สูดหายใจลึกๆ แล้วรีบขึ้นบันไดกลับไป

“ขอโทษค่ะ ฉันลืมของไว้ในห้อง” สารีบเปิดประตูโดยไม่สนใจเสียงคัดค้านหรือท่าทีของผู้คุ้มกัน

“ยังเข้าไม่ได้นะครับ” เพชรดึงแขนสา แต่สาก็ใช้ช่วงชุลมุนผลักประตูจนมันเปิดออกมาแล้วเห็นธีรเดชกำลังจูบกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกศิษย์ของเธอ บอดี้การ์ดทั้งสองก็เห็นเช่นกัน

“คุณคงจะรู้นะ ว่าผมรู้สึกยังไง” ธีรเดชถอนริมฝีปากท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งสาม พลอยแกล้งทำเป็นเขินอายตามบุคลิกที่เธอปั้น

‘หรือว่า เมื่อคืนก่อน คุณธีร์เสร็จแม่เสือสาวไปแล้ว!’ เพชรไม่อยากจะคิด

สีหน้าเรียบเฉยของธีรเดชทำให้ทุกคนเดาอารมณ์ของเขาไม่ออก เหมือนทุกอย่างนิ่งไปชั่วขณะ เพราะในใจมัวแต่คิดอะไรไปต่างๆ นานา สาเอาตัวเองออกมาจากวงล้อมในระหว่างที่เพชรและอีกคนกำลังตกตะลึง

“ขอโทษครับคุณธีร์ เธอดึงดันจะเข้ามาให้ได้” เพชรพูดทันทีที่ได้สติ

“สากลับมาทำอะไรอีก” ธีรเดชเอ่ยเสียงเครียด

“สาก็แค่…คิดถึง” สาเดินเข้ามาก้มลงกระซิบใบหูธีรเดชแล้วยิ้ม ก่อนที่จะหันไปมองพลอยซึ่งกำลังจ้องเขม็ง “สาไปก่อนนะคะ แล้วจะโทรหา”

พลอยมองสาเดินออกไปจนพ้นประตู

“ตกลงผู้หญิงคนนี้คือใครคะ ดูท่าทางไม่น่าจะใช่เพื่อนเก่าธรรมดา” พลอยแสดงอาการหึงหวง

“เขาก็แค่แกล้งอำ พลอยอย่าสนใจเลย”

“วันนี้พลอยมีธุระ พลอยขอตัวนะคะ” พลอยหงุดหงิดเดินออกไป ยิ่งหันมองกลับมาเห็นเพชรโบกมือลายิ่งรู้สึกอารมณ์เสีย

‘หรือว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็น แฟนเก่าที่คิงพูด’ พลอยหยุดคิดแล้วเดินออกไป

 

ธีรเดชกลับคฤหาสน์ด้วยอาการอ่อนเพลียเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่วายหยุดตรงหน้าห้องคู่หมั้น ชายหนุ่มทราบจากโทรศัพท์ว่าเอยกลับมาถึงบ้านตั้งแต่ตอนเย็น ไกลกันแค่ผนังกั้น แต่เหมือนห่างไกล เมื่อไรเรื่องร้าย จะจบลงสักที

ร่างสูงยืนอยู่อย่างนั้นจนประตูเปิด ธีรเดชตกใจตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นแววตาเอยมาประสาน ชายหนุ่มจึงหมุนตัวเข้าห้องด้วยความรวดเร็ว โดยมีเสียเอยบ่นตามหลัง

“เมินยังไง ฉันก็ไม่สนใจนายหรอก”

ธีรเดชยืนพิงประตู ปลดปล่อยอารมณ์ชั่วครู่ แล้วเข้าไปอาบน้ำ

 

“เป็นอะไรพี่พลอย ทำหงุดหงิด ตั้งแต่กลับมาเอาแต่จับมือถือแล้วก็วาง” วินหยิบน้ำในตู้เย็นมาดื่ม มองพี่นั่งโซฟาหน้าทีวีเปิดข่าวกลบเกลื่อนอารมณ์ขุ่นมัว

“วิน ถ้าผู้ชายรู้ว่าคนที่ชอบโกรธจะทำยังไง”

“มันก็แล้วแต่คนนะ มันอยู่ที่ว่าเป็นแฟนกันหรือยัง ความสัมพันธ์ระดับไหน” วินเดินเข้ามานั่งข้างพลอยแต่ตายังคงจ้องมองข่าวในทีวี

“ถ้าระดับที่เกือบจะขึ้นเตียงกันล่ะ” พลอยพูดแล้วยิ้มภูมิใจเล็กๆ

“แหม พี่ แสดงว่าไปสวนวันก่อนมีอะไรดีๆ ใช่ไหม ไม่เห็นเล่าให้ผมฟังเลย” วินลดเสียงทีวีเพราะอยากได้ยินเสียงพี่สาวพูดชัดๆ

“ก็นิดหน่อย แล้วถ้าเป็นคิงล่ะ ถ้าสนิทถึงขั้นนั้น เวลาแฟนโกรธ คิงจะทำยังไง”

“โหยพี่ ไม่คิดจะเล่าให้น้องฟังเลยเหรอ” วินวางรีโมตลงบนโต๊ะ แล้วทำหน้าบูด

“เอาน่า ถ้าเป็นคิงล่ะ ลึกซึ้งจนเกือบขึ้นเตียงแล้ว คงจะทำยังไง”

“ถ้าเป็นผม คนที่ชอบโกรธเหรอ เกือบขึ้นเตียงด้วย” วินนึกถึงรอยยิ้มและกลิ่นกายของมิ้นตอนซ้อนมอเตอร์ไซต์ แล้วนึกภาพตัวเองกับมิ้นนั่งด้วยกันอยู่บนเตียง สบตากัน จูบกัน

แปะ!

“คิดอะไรอยู่” พลอยปรบมือให้วินตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นวินยิ้มหน้าแดงตาลอยอ้าปากค้าง

“พี่นี่ เปล่าคิดอะไรสักหน่อย ถ้าเป็นผม ผมก็พูดคุยปรับความเข้าใจ จนกว่าเขาจะเข้าใจ” วินหลบตาหันหน้าไปทางอื่น

“นั่นสิ ไม่เห็นพินัยโทรหาพี่เลย ทั้งๆ ที่พี่ทำท่าโกรธขนาดนั้น” พลอยพูดกับตัวเองดังๆ

“ไม่แน่ พินัยอาจจะเป็นคนโง่ ที่ไม่เข้าใจผู้หญิงก็ได้” วินหันหน้าสบตาคุย

“ไม่มีทาง พินัยเคยมีแฟนแล้ว จะไม่เข้าใจอารมณ์ผู้หญิงได้ยังไง”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น เขาคงไม่ได้รักพี่จริงแล้วล่ะ” วินยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอนตัวพิงโซฟา เปิดเสียงทีวีด้วยรีโมตในระดับความดังเท่าเดิม โดยไม่รู้ว่าคำพูดแกล้งหยอกของเขาทำให้พี่สาวต้องคิดมาก

 

หน้ามหาวิทยาลัยในเช้าวันรุ่งขึ้น

แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาปิดเทอม แต่ครูก็ต้องมีภารกิจตรวจข้อสอบ และครูบางคนก็นัดเด็กเข้ามาทำกิจกรรมแก้ ร. ในมหาวิทยาลัย รวมไปถึงการเซ็นชื่อรับทราบประกาศจดหมายเวียนซึ่งออกมาจากฝ่ายธุรการ

“จอดตรงข้างหน้านี้แหละ เดี๋ยวสาเดินเข้าไปเอง” สาลงจากรถกระบะสีทองของตัวเอง โดยมีสามีพุงพลุ้ยเป็นคนขับ เธอมองรถออกไปไกลแล้วค่อยทำท่าจะเดินเข้ามหาวิทยาลัย

ชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสามคนเดินเข้ามา ดูเหมือนเป็นชุดนักศึกษา แต่หน้าและหุ่นไม่น่าจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยนี้ น่าจะเป็นนักศึกษาสายอาชีพมากกว่า เพราะพวกเขาดูแข็งแรงและบึกบึน

“ขอเชิญคุณครูไปกับเราด้วยครับ” หนึ่งในชายฉกรรจ์พูดด้วยวาจาสุภาพ

สารู้สึกถึงของแข็งบางอย่างจ่ออยู่ตรงเอว เธอค่อยๆ เหลือบมองจึงรู้ว่ามันเป็นมีดปลายแหลม

“โอเค ฉันไปกับพวกคุณก็ได้” สาเหงื่อตกทำใจดีสู้เสือ ทำทีท่าว่าจะขึ้นไปบนรถด้วย แม้ว่าจะหาจังหวะอยู่ตลอด แต่อีกฝ่ายก็ไม่เปิดช่องให้เธอเลยสักนิด

 

/ “ขอโทษค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ เดอะ นัมเบอร์ ….” / สามีของสาขับรถมารับในตอนเย็น เมื่อไม่พบเขาจึงรีบโทรเข้ามือถือ

‘ทำไมสาถึงปิดเครื่อง ปกติสาไม่เคยปิดมือถือ’ ชายร่างอ้วนรีบรุดเดินเข้าไปยังอาคารสูงซึ่งในนั้นมีห้องพักครู แต่ก็ไม่เห็นภรรยาตัวเอง ครูที่ยังคงตรวจข้อสอบอยู่เงยหน้ามองเห็นสามีเพื่อนร่วมงานซึ่งกำลังหันซ้ายหันขวาอยู่ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“มาหาใครหรือเปล่าคะ”

“เห็นสาไหมครับ ผมมารับไม่รู้ว่าเธอหายไปไหน”

“ครูสา วันนี้ไม่ได้มามหาวิทยาลัยนะคะ ไม่ทราบว่าทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า” เพื่อนครูถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่นี่ครับ หรือว่า” ชายอ้วนคิดได้ เขาหน้าเสียแล้วรีบหุนหันเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คู่สนทนาสงสัยอยู่อย่างนั้น

ให้ตายเถอะ หรือว่าโทรศัพท์ของผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แค่คำขู่ มันต้องมีอะไรเกี่ยวกับไฮโซคนนั้นแน่ นายพินัย

 

ฟ้ามืด ครอบคลุมทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ รถคันยาวสีดำกำลังจะแล่นเข้าไปด้านใน แต่ก็ถูกชายร่างอ้วนมายืนกันเสียก่อน ทำให้คนขับรถต้องรีบเหยียบเบรกจนหน้าคะมำ

“เกิดอะไรขึ้น”

“ขอโทษครับนาย ไม่รู้มีใครมายืนขวางหน้ารถครับ”

ธีรเดชมองไปข้างหน้า เห็นชายร่างอ้วนถูกผู้คุ้มกันประจำหน้าบ้านสองคนกำลังล็อกแขนอยู่ ชายพุงพลุ้ยตะโกนด่า ถึงแม้ว่าในรถเขาจะไม่ได้ยินเสียง แต่ก็เดาได้จากท่าทาง

“เพชร นายลงไปดูให้หน่อยว่าเขามาทำอะไร”

“ครับ” เพชรลงจากรถ และคุยกับชายแปลกหน้าสักครู่ก่อนที่จะเดินมาหาเจ้านายของเขา

“ผมก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้สึกว่าเกี่ยวกับคนชื่อสา” เพชรพูดในขณะที่ธีรเดชเปิดกระจกรถไว้รออยู่ก่อนแล้ว

“เดี๋ยว ฉันลงไป”

“ลงมาแล้วเหรอ ไอ้พินัย แน่จริงมาตัวต่อตัวไหม เล่นหมาหมู่อย่างนี้ไม่แน่จริงนี่หว่า” ชายร่างอ้วนพูดหาเรื่อง

“ปล่อยมัน” บอดี้การ์ดทำตามคำสั่ง

เมื่อชายอ้วนหลุดออกมาได้จึงปรี่เข้าไปชกธีรเดชแต่เขาเอี้ยวหลบทัน แล้วชกพุงกลับทำให้ร่างอ้วนนอนจุกอยู่บนพื้น

“จะคุยกันได้หรือยัง คุณเป็นใคร” ธีรเดชใช้มือข้างหนึ่งเท้าสะเอวยืนมองอีกฝ่าย

“ผมเป็นแฟนสา” ชายอ้วนจับท้องตัวเอง ไขมันจำนวนมากของเขาไม่ได้ช่วยป้องกันความเจ็บปวดเลยสักนิด

“นายนี่เองที่แย่งคนรักเก่าฉัน ที่มาที่นี่มีธุระอะไร หรือคิดว่าสาอยู่ที่นี่” หนุ่มหล่อยิ้มเรียบ

“เปล่า สาหายตัวไป ผมคิดว่าเป็นฝีมือผู้หญิงของคุณ” ชายอ้วนลุกขึ้นยืนทั้งที่มือยังคงจับท้องตัวเอง

“หรือว่าเป็นฝีมือพลอย พวกนายช่วยดูแลผู้ชายคนนี้ด้วยนะ” ธีรเดชหมุนตัวทำท่าจะขึ้นรถ แต่ก็ถูกมืออ้วนจับไว้ก่อน

“ช่วยพาผมไปด้วยเถอะ ถ้าเป็นคู่หมั้นของคุณ คุณคงอยู่เฉยไม่ได้ใช่ไหม” ชายอ้วนส่งสายตาอ้อนวอน

“ก็ได้” ธีรเดชใช้ความคิดชั่วครู่แล้วตอบ

 

‘เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่เข้ามา’ เอยเดินออกมาส่งสายตาไปยังหน้าบ้าน แต่ก็มองไม่ชัด เห็นแต่ไฟแสงไฟประจำทางกับหน้ารถ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงรีบเดินไปดู แต่ระยะทางก็ไกลเกินกว่าจะเดินตามไปทัน

หญิงสาวมองรถหรูสีดำคันยาวขับแล่นออกไป จึงหันไปถามคนเฝ้าหน้าประตู

“มีอะไรเรื่องอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณเอย แค่คนมาตามหาแฟนตัวเองแล้วขอให้คุณธีร์ช่วย”

“เหรอ ปกติธีรเดชจะไม่ค่อยยุ่งเรื่องคนอื่น ทำไมวันนี้ถึงใจดีได้นะ” เอยยืนเท้าสะเอว

“ไม่ทราบครับ” คนเฝ้าหน้าประตูพูดพร้อมกัน เอยถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

 

บริษัทของพลอย

ไฟสปอตไลต์ส่องแสงเวลามืด เพื่อให้ความสว่าง ป้องกันขโมย และการทำงานบางส่วนในตอนกลางคืน

ธีรเดชจอดรถตรงหน้ารั้ว หน่วยรักษาความปลอดภัยเดินเข้ามาหา ขอบัตรประชาชนก่อนที่จะโทรแจ้งนายจ้าง

“เห็นไหม สุดท้ายเขาก็ต้องมาขอโทษพี่” พลอยยิ้มเมื่อคุยกับปลายสายเสร็จ เธอหันไปคุยกับน้องชาย ก่อนที่จะรีบรุดไปหา

วินยิ้มเรียบแทนคำตอบ เขาไม่เชื่อว่าพินัยจะหลงกลพี่สาวตัวเอง จึงเดินตามไปแอบดูให้แน่ใจว่าพี่สาวทำสำเร็จจริง

พลอยเปลี่ยนจากสีหน้ายิ้มเป็นสีหน้าไม่พอใจเมื่อเห็นกลุ่มคนจำนวนมากลงมาจากรถ มีบางอย่างส่งสัญญาณว่าธีรเดชไม่ได้มาเพื่อขอโทษเธอ สังเกตได้จากสีหน้าที่ปราศจากความรู้สึกผิดจากเขา

“สวัสดีครับคุณพลอย” ธีรเดชพยายามใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้

“มีอะไรหรือคะ” พลอยพูดเสียงแข็ง เดินผ่านรั้วบริษัทออกมาคุยด้านหน้า

“คุณพาคุณสาไปไว้ไหนหรือเปล่า”

“ทำไมฉันจะต้องพาคนอื่นไปไหนด้วย นี่คุณกำลังพูดเรื่องอะไร” พลอยทำหน้าไม่เข้าใจ

“ขอร้องเถอะ ปล่อยสาของผมไปเถอะคุณพลอย ผมไหว้ล่ะ” ชายอ้วนคุกเข่าก้มลงไหว้

“อะไรกันน่ะ คนนี้เป็นใคร” พลอยถอยหลังหนึ่งก้าว มองการกระทำของชายไม่คุ้นตาแล้วถามธีรเดช

“ขอผมเข้าไปดูข้างในหน่อยได้ไหม” ธีรเดชทำท่าจะเดินเข้าไปข้างใน แต่ก็ถูกพลอยยืนขวาง

“ถึงจะเป็นคุณ ฉันก็ให้เข้าไม่ได้นะคุณธีรเดช ให้ความเป็นส่วนตัวกับฉันด้วย”

วินมองท่าทางของพลอยกับพินัยเหมือนทะเลาะอะไรกัน ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงอาศัยความมืดเข้าไปฟังใกล้ๆ ซึ่งทำได้ไม่ยากนัก เพราะคนพวกนั้นก็ไม่ได้ทำท่าทางปิดบัง โดยเฉพาะพลอย พูดเสียงดังราวกับจะประกาศให้โลกรู้

“ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร และฉันก็ไม่ยอมด้วย ถ้าพวกคุณจะค้นก็ไปเอาหมายค้นมา!”

เมื่อชายอ้วนเห็นเจ้าของที่ไม่ยินยอม ทำให้เขาต้องอาศัยจังหวะรีบวิ่งพยายามเข้าไป แต่ถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยล็อกตัวเอาไว้

“สา สา อยู่ในนั้นไหม สา!” ชายอ้วนตะโกนเรียก

“เอาคนของคุณออกไปเลยนะ แล้วอย่าให้ฉันเห็นหน้าอีก” พลอยเดินเข้าไป แล้วปิดประตูรั้ว

“หยุดเถอะครับคุณ” ธีรเดชนึกขึ้นได้ว่าตัวเองปิดมือถือเพราะชาร์ตเอาไว้ เขาจึงรีบเปิดเครื่องเผื่อมีธุระเร่งด่วนสำคัญ ชายหนุ่มคาดหวังให้คู่กรณีโทรติดต่อมา เป็นตามคาด มีเบอร์คนแปลกหน้าโทรมา

ธีรเดชรีบโทรกลับเบอร์ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าโทรมาเบอร์นี้หรือเปล่า” ธีรเดชถามทันทีที่มีคนรับสาย

/ “ถ้าอยากให้ครูสาปลอดภัยให้รีบขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน มาคนเดียว อีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะติดต่อกลับ” / ปลายสายพูดเสียงเรียบแล้ววางหู

“เดี๋ยวก่อน!” ธีรเดชรีบพูดแต่ไม่ทัน เขาหน้าเครียดกำมือถือแน่น มองชายอ้วนกำลังร้องไห้ ทรุดเข่าลงบนพื้น ก่อนที่จะเดินเข้าไปหา ตบบ่าปลอบใจ แล้วหันไปคุยกับคนขับรถ

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังไงสาก็ต้องปลอดภัย ขอกุญแจหน่อย ฉันจะไปเอาของที่รถ”

“นี่ครับนาย” ลุงขับรถยื่นกุญแจให้ ธีรเดชรับมันแล้วบิดกุญแจเปิดเครื่องยนต์ มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินทันที

“คุณธีร์จะไปไหน!” เพชรรีบวิ่งตามรถคันงามไปแต่ไม่ทัน ได้แต่ยืนหอบจับเข่าตัวเองอยู่อย่างนั้น หลังจากรถแล่นผ่านลับตาไป เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้น

/ “เดี๋ยวเพชรให้คนที่บ้านมารับก็แล้วกัน เรื่องนี้ฉันไม่อยากให้ใครมายุ่ง” / ปลายสายพูดทันทีที่เขารับ แต่เพชรตอบกลับได้แค่คำสั้นๆ เท่านั้นเพราะปลายสายวางไปแล้ว

“คุณธีร์…”

<< บทที่ 15 หอกข้างแคร่บทที่ 17 เอาคืน >>

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image

ข้ามไปยังทูลบาร์