บทส่งท้าย รักหรือหลอก

 บทที่ 19

รักหรือหลอก

 

พลอยในชุดรัดรูปกระโปรงสั้นเปิดมือถือดูความเคลื่อนไหวในโซเชียลจึงเห็นสถานะแฟนระหว่างธีรเดชกับเอยปรากฏขึ้นบนเฟซบุ๊ก สาวเปรี้ยวกำของในมือแน่นด้วยความไม่พอใจ  หลังจากพบกันวันนั้นธีรเดชก็ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย นี่สินะ ธาตุแท้ของเขา เมื่อหมดประโยชน์ ก็ไสหัวทิ้ง สิ่งที่ทำมาทั้งหมด จะปล่อยให้มันสูญเปล่าได้ยังไง หญิงสาวคิดถึงวันเก่า

**********

 

เหตุการณ์หลายวันก่อนหน้านี้

“คุณพลอยคะ รบกวนช่วยดูเอกสารให้หน่อยค่ะ พอดีนาวากรุปหยุดท่องเที่ยวประจำปีของบริษัทสามวัน ฉันกลัวว่างานจะค้าง ส่งของไม่ทันตามเวลาที่ระบุไว้น่ะค่ะ” พนักงานยื่นเอกสารให้สาวหวานอมเปรี้ยว

“ไปวันไหน ทั้งบริษัทหรือเปล่า แล้วคุณธีร์ไปด้วยไหม” พลอยรับเอกสารแล้วเปิดตรวจสอบความเรียบร้อย

“ไปวันเสาร์ถึงวันจันทร์ค่ะ ส่วนเรื่องคุณธีร์ อันนี้คุณพลอยต้องโทรไปเองแล้วล่ะค่ะ ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน” คู่สนทนายิ้ม

“เหรอ” พลอยเซ็นเอกสารแล้วส่งคืนคนตรงหน้า ผู้รับกล่าวขอบคุณหมุนตัวเดินจากไป หญิงสาวหยิบมือถือ เลือกเบอร์ที่ต้องการแล้วกดโทรออก

“สวัสดีค่ะ คุณทรงพล”

/ “สวัสดีครับคุณพลอย มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” /

“ฉันอยากทราบรายละเอียดท่องเที่ยวประจำปีของบริษัทค่ะ” พลอยฉีกยิ้ม

 

วันอาทิตย์

“แล้วเจอกันนะคะ คุณธีร์” พลอยยิ้มหวานวางสาย เธอตั้งใจเดินตรงไปยังลิฟต์ แต่ก็มีเสียงคุ้นเคยของใครบางคนลอยตามลมมา หญิงสาวจึงหยุดเดินแล้วสาวเท้าไปตามเสียง เห็นชายร่างใหญ่กำลังคุยมือถือตรงบันไดหนีไฟ

“ติดตามมันไปถึงไหนแล้ว” ทรงพลหยุดฟังปลายสายพูด

“บ่ายวันนี้ที่ห้องประชุมแกรนด์รูมจะมีกิจกรรม อย่าให้พลาด ไม่มีโอกาสดีกว่านี้แล้ว เพราะตอนนี้บอดี้การ์ดของมันบาดเจ็บกันหมด ถ้าพวกมึงทำสำเร็จฉันมีพิเศษให้” ทรงพลพูดจบก็รีบวาง พลอยเห็นอย่างนั้นจึงรีบวิ่งไปซ่อนหลังกำแพง ร่างใหญ่หันซ้ายหันขวาก็ที่จะเดินออกไป

พลอยออกจากที่ซ่อนแล้วใช้ความคิด เป้าหมายที่ทรงพลพูดถึงอาจจะเป็นพินัย เขาคิดจะทำอะไร จะฆ่าหรือว่าแค่สั่งสอน แล้วถ้าพินัยเสียชีวิต เธอก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยสิ

 

ในช่วงบ่าย กิจกรรมดำเนินไปอย่างสนุกสนาน พลอยเองรู้สึกหมั่นไส้ความหวานของเอยกับธีรเดชจนลืมคิดเรื่องทรงพลเสียสนิท จนกระทั่งธีรเดชเข้าไปห้องน้ำหายไปเป็นเวลานานจึงนึกขึ้นได้

“เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะคะคุณเอย” พลอยหันไปพูดกับเอยแล้วรีบไปดูเหตุการณ์จึงเห็นคนจำนวนมากกำลังยืนอยู่หน้าห้องน้ำ หน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงแรมคุมตัวคนสองคนที่คาดว่าเป็นคนร้ายออกมา

“นี่มันเกิดอะไรกันคะ” สาวหวานพูดเมื่อเห็นธีรเดชฝ่าวงล้อมไทยมุง

“ขอโทษนะครับคุณพลอย เดี๋ยวผมต้องไปทำธุระที่สถานีตำรวจ ฝากบอกเอยด้วยนะครับ”

“ค่ะ” พลอยขานรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอใช้ความคิด มันเป็นฝีมือทรงพลอย่างไม่ต้องสงสัย

 

สองวันถัดมาหลังจากนั้น พนักงานนาวากรุปกลับมาทำงานตามปกติ ทุกคนดูสดชื่นมากขึ้น พลอยเดินเข้ามายังออฟฟิศพร้อมของฝากในมือ ให้หัวหน้าแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายส่งออก

“สวัสดีค่ะคุณทรงพล” เสียงหวานกล่าวทักทาย

“สวัสดีครับคุณพลอย” ทรงพลปล่อยมือจากการทำงานมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา เธอเคยมาที่นี่บ่อยครั้ง แต่มันเป็นตอนที่เขามีอำนาจ ซึ่งตอนนี้เขากำลังวางแผนที่จะช่วงชิงมันกลับมา

“วันนี้พลอยซื้อเค้กมาฝาก ไม่รู้ว่าจะถูกปากคุณทรงพลหรือเปล่า” พลอยเอาเค้กวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าทรงพล

“แค่คุณคิดถึงผม ผมก็ดีใจมากแล้วครับ วันนี้คุณพลอยคงมาผิดเวลาแล้วล่ะครับ คุณธีรเดชไม่อยู่ไปคุยกับลูกค้า” ทรงพลยิ้มปีติ

“ค่ะ พลอยพอจะทราบ พลอยมีเรื่องกลุ้มใจนิดหน่อย” พลอยนั่งไขว่ห้างแล้วเอนตัวยกหลังมือเอานิ้วเรียวยาวปาดแก้มตนเอง

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ทรงพลยิ้มหวานมองเรียวขายาวตรงหน้า

“พลอยอยากจะกำจัดคนบางคน ไม่ทราบว่าคุณทรงพลจะมีหนทางให้พลอยไหมคะ”

“ทำไมคุณพลอยถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ” ทรงพลลุกจากเก้าอี้หันไปทางอื่น

“พลอยได้ยินคุณสั่งงานใครบางคนในมือถือ แล้วในวันนั้นก็เกิดเรื่อง”

“คุณหยุดกล่าวหาผมดีกว่า” ทรงพลพูดเสียงเรียบเก็บอาการเอาไว้

“ไม่ค่ะ พลอยแค่อยากรู้วิธีใช้งานมันเท่านั้น เรื่องนี้จะเป็นความลับของเราสองคน”

ทรงพลหันกลับมามองเห็นรอยยิ้มของพลอยบ่งบอกแผนการชั่วร้าย

แค่สั่งสอน จับมันไปขังสักสองสามวัน ให้ธีรเดชเข้าใจว่า เอยไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องอีกต่อไป

**********

 

พลอยมองสถานะความสัมพันธ์ของคู่แข่ง แล้วหันไปเปิดลิ้นชักหยิบเนกไทขึ้นมาแล้วเหยียดริมฝีปาก เรื่องอะไร ทำไมต้องยอมในขณะที่คนอื่นมีความสุขด้วย

 

พลอยเดินทางมายังคฤหาสน์หลังงามด้วยรถเต่าสีชมพู หญิงสาวเลื่อนกระจกรถก่อนพูดกับบอดี้การ์ดเฝ้าหน้าประตู

“ฉันเอาของมาคืน คุณธีรเดชอยู่หรือเปล่า” พลอยถอดแว่นสีดำออกจากใบหน้าแล้วเสียบมันไว้ระหว่างกลางคอเสื้อ เผยเนินอกให้เด่นชัด ชายชุดดำหยุดมองชั่วครู่แล้วค่อยตอบเธอ

“คุณธีร์ไม่อยู่ ฝากผมก็ได้ครับ”

“ไม่ได้ มันเป็นของสำคัญ ถ้าอย่างนั้น ขอฉันพบคุณผู้หญิงของบ้านได้ไหม หรือจะให้ฉันโทรถามเขาโดยตรง” พลอยยกมือถือขึ้นทำท่าสัมผัสหน้าจอ

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมบอกนายให้” บอดี้การ์ดยกวิทยุสื่อสารขึ้นพูดประสานกับผู้คุ้มกันอีกคนซึ่งดูแลคฤหาสน์ด้านใน

เอยเห็นแก่หน้าตาบริษัทจึงยอมให้พลอยเข้ามาข้างใน ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเธอจะมาไม้ไหน เด็กแก่นออกมาต้อนรับพร้อมกับน้ำดื่มและของทานเล่นบนโต๊ะในขณะที่พลอยเดินเข้ามา

“สวัสดีค่ะ เชิญนั่งก่อนค่ะ คุณพลอย” เอยยกมือไหว้แล้วผายมือแต่อีกฝ่ายกลับเชิดหน้า ทำให้เธอรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย

“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ วันนี้ฉันแค่เอาของมาคืน” พลอยหยิบเนกไทจากกระเป๋าถือยื่นให้เอย

“นี่มันอะไร” หญิงสาวมองของในมือ ขมวดคิ้วถามอีกฝ่าย

“เนกไทของคุณธีร์ เขาลืมไว้ที่สวนองุ่นของฉันค่ะ ตายจริง เขาไม่เคยบอกหรือคะว่า เขาไปค้างคืนกับฉันที่ชลบุรี” เอยนิ่งเงียบ พลอยยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดต่อ

“หมดธุระแล้ว ฉันขอกลับก่อนนะคะ” พลอยพูดจบก็เดินลงบันได เหยียดริมฝีปากด้วยความรู้สึกสะใจก่อนที่จะขึ้นรถขับมันออกไป

เอยกำเนกไทไว้แน่นพร้อมกับความรู้สึกสับสน คำถามก้นบึ้งในใจกลับมาอีกครั้ง น้ำตาหญิงสาวไหลอาบแก้ม เธอไม่สามารถบังคับมันได้

‘ที่นายหายเงียบไม่คุยกับฉันเพราะอย่างนี้ล่ะสินะ นายรักฉัน หรือแกล้งทำเพราะพินัยกรรมกันแน่’

 

ธีรเดชนั่งทำงานอยู่ภายในห้อง ใบหน้าของเขากลับมาหล่ออีกครั้งหลังจากผ่านไปหลายวัน หนุ่มหล่อยิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นสถานะแฟนระหว่างเขากับคู่หมั้นผ่านเฟซบุ๊ก ในที่สุด เอยก็ยอมตกลงกดยอมรับเขาแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกลับมามีความรักครั้งแรกอีกครั้ง มีความรักกับเด็กมันก็ชุ่มชื่นหัวใจ เหมือนยาอายุวัฒนะ ทำให้รู้สึกชีวิตมีความหมาย ระหว่างที่เขากำลังนึกถึงเรื่องอนาคตอยู่นั่นเอง เสียงมือถือก็ดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับทันที

“มีอะไรว่ามา”

/ “คุณพลอยมาคฤหาสน์กำลังคุยกับคุณเอย ผมเห็นท่าไม่ดีก็เลยโทรมาแจ้งข่าว” /

“พลอยไปทำอะไรที่นั่น แล้วเธอทำอะไรเอยหรือเปล่า” ธีรเดชถามทันควัน ถึงเขาจะไม่ใช่ผู้หญิงแต่สัญชาตญาณกำลังบอกว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่

/ “ไม่ครับ คุยเสร็จก็ไป ส่วนคุณเอยก็หัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นห้องไปเลย พอดีผมอยู่ไกลเลยเห็นไม่ชัด” / ปลายสายรายงานสถานการณ์ล่าสุด

“เดี๋ยวฉันกลับบ้านตอนนี้เลย” ธีรเดชวางสายแล้วรีบเก็บของบนโต๊ะอย่างกระวนกระวายใจ ท่ามกลางความตกใจของเพชรและหินเพราะเป็นครั้งแรกที่เห็นเจ้านายรีบทิ้งงานกลับบ้าน

 

เสียงมือถือซึ่งวางอยู่บนพื้นส่งเสียงร้องอยู่หลายครั้ง มือเรียวยาวกดปุ่มปิดเครื่องค้างเอาไว้จนจอดับ เอยเก็บของในห้องใส่กล่อง พลางปาดน้ำตา เมื่อเห็นรูปนาวาในกรอบรูปจึงพูดกับเขา แม้จะไม่รู้ว่า ปลายทางจะได้ยินหรือเปล่า ก่อนที่จะกอดเข่าร้องไห้ในห้องเพียงลำพัง

“พี่น้ำ ทำไมต้องให้เอยแต่งงานกับนายธีร์ด้วย เขาไม่ได้รักเอย พี่น้ำอยู่ไหน พาเอยไปจากที่นี่ที”

 

ธีรเดชรีบไขกุญแจเข้าห้องคู่หมั้นเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์จึงพบห้องว่างเปล่า ชายหนุ่มรีบวิ่งลงชั้นล่างตรงไปยังเรือนหลังเล็ก โดยไม่สนใจสายตาของใคร

“เอย!” ธีรเดชเรียกเสียงดัง บิดลูกบิดพร้อมกับเคาะประตู

“มีอะไร” เอยใจแข็งพูดออกไปทั้งที่น้ำตายังคงไหล

“เปิดให้ฉันเข้าไปหน่อย”

“ฉัน ไม่มีอะไรจะคุย” หญิงสาวพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติแต่ก็ไม่สามารถปกปิดเสียงสั่นเครือไว้ได้

“แต่ฉันมี นี่เธอกลัวฉันใช่ไหม ถึงไม่เปิดประตู” ธีรเดชพูดแกล้งยั่วโมโหก่อนที่จะเจ็บใจตัวเอง ให้ตายสิ จะง้อผู้หญิงหรือจะชวนทะเลาะ คิดแล้วอยากเขกหัวตัวเองสักร้อยครั้ง

“ใช่ ฉันกลัว เชิญถากถางให้พอ แล้วไสหัวไปซะ” เอยพูด ทำให้อีกฝ่ายหยุดส่งเสียงจนเธอคิดไปเองว่าธีรเดชเดินออกไปแล้ว ยังไง เกลียดกันก็ยังดีกว่าแกล้งรัก

เอยก้มหน้าซุกเข่าร้องไห้โดยไม่รู้ว่าธีรเดชเปิดกุญแจสำรอง ชายหนุ่มปิดประตูเสียงเบาก่อนที่จะเข้าไปกอดคู่หมั้น หญิงสาวผลักทันทีที่รู้สึกตัว

“ปล่อยฉัน” น้ำเสียงสั่นเครือออกมาจากปากเอย

“จะปล่อยได้ยังไง ถ้าฉันปล่อย เธอก็หายไปจากฉันสิ” ร่างสูงกอดรัดแน่น

“แล้วคุณพลอยล่ะ ฉันไปนายก็ไม่เดือดร้อน นายมีคุณพลอยอยู่แล้ว”

“ฉันไม่ได้รักพลอย ที่ฉันทำไปเพราะคิดว่าพลอยรู้ว่าใครจับตัวเธอ”

“มันคือสาเหตุที่นายต้องไปสวนองุ่น และไปนอนกับคุณพลอยสินะ นายคงสะใจใช่ไหม ที่ทำให้ฉันร้องไห้ได้ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแกร่งอย่างที่นายคิด” หัวเราะเยาะสิ ธีรเดช นายชนะ

ธีรเดชคลายอ้อมกอดเอย จึงเห็นน้ำตาของเธออย่างชัดเจน หญิงสาวนิ่งหันไปหยิบเนกไทยื่นให้คู่หมั้น

“ฉันไม่ได้…”

“ไม่ ฉันไม่อยากฟัง” เอยพูดขัดทั้งที่ชายหนุ่มยังพูดไม่ทันจบ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหู ชายหนุ่มหน้าเสียไม่พูดอะไรต่อ กำเนกไทเดินออกไป

 

เพชรและหินมองเจ้านายเดินคอตกออกมาจากเรือนหลังเล็กก็พอจะเดาสถานการณ์ออก

“ขอฉันอยู่คนเดียว” ธีรเดชพูดก่อนที่จะกลับคฤหาสน์ สองผู้คุ้มกันโค้งคำนับ

 

ธีรเดชกินข้าวเย็นเพียงลำพัง เขามองเก้าอี้ว่างเปล่าแล้วเริ่มรู้สึกถึงความรู้สึกของคู่หมั้นที่ต้องกินข้าวคนเดียว มันอ้างว้างโดดเดี่ยว เจ็บแปลบหัวใจ จนแทบไม่รู้รสสัมผัสลิ้นแม้ว่าอาหารจะอร่อยเพียงใด ลุงพ่อบ้านส่ายหน้าก่อนที่จะเดินเข้าไปหาธีรเดช

“ขอลุงคุยอะไรหน่อยได้ไหม”

“เชิญนั่งครับ พวกเธอไปก่อน” ธีรเดชพูดกับคนรับใช้ซึ่งยืนอยู่ ผู้ฟังรับคำสั่งแล้วก้มโค้งก่อนที่จะพากันเดินออกไป

“คุณลุง รู้เรื่องแล้วใช่ไหมครับ” ธีรเดชเอ่ยเสียงเครียด

“ใช่ ลุงรู้แล้ว” ลุงพ่อบ้านนั่งลงบนเก้าอี้ซึ่งเอยเคยนั่งแล้วพูดเสียงเข้ม

“ผมไม่ได้มีอะไรกับพลอย เอยเข้าใจผิด แต่ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป” ธีรเดชวางช้อนลงบนจานรอง

“คุณนาวาเคยช่วยชีวิตเอยไว้ตั้งแต่ตอนเด็ก หลังจากนั้น เอยก็ตามติดคอยดูแลนาวาตลอดอย่างที่คุณธีร์เห็น เพราะคุณนาวาไม่ค่อยโต้ตอบใคร ทำให้เอยเข้าใจผิดว่าความก้าวร้าวช่วยคุ้มครองทั้งคุณนาวาและตัวเอง มันก็เลยทำให้เอยติดนิสัยเสีย” ลุงพ่อบ้านเอามือประสานไว้ตรงหน้า ธีรเดชใช้ความคิดนึกย้อนเมื่อครั้งที่นาวายังมีชีวิตอยู่ เอยก็คงคล้ายเขาที่คุ้มครองทุ่มเทชีวิตให้นาวา

“คุณธีร์ รักลูกสาวลุงหรือเปล่า หรือทำไปเพราะพินัยกรรม” ลุงพ่อบ้านเริ่มถามเรื่องสำคัญ

“รัก ผมจะดูแลเอยไปตลอดชีวิต ถ้าผมมีโอกาส” ธีรเดชเค้นยิ้มทั้งที่น้ำตาไหล ลุงพ่อบ้านเอื้อมมือไปจับมือธีรเดชด้วยความเห็นใจ

“เอาอย่างนี้ คุณธีร์ไปจัดการเรื่องที่มันยุ่งยาก ลุงมีเวลาให้สามวัน ทำให้เอยรู้ความจริงให้ได้”

 

“ขอโทษครับ คุณพลอยสั่งไม่ให้คุณธีร์เข้าบริษัท” ธีรเดชพร้อมผู้คุ้มกันซ้ายขวา ไปบริษัทชิปปิ้งตอนเช้าในวันถัดมา ผู้รักษาความปลอดภัยยกมือขึ้นห้ามพร้อมกับเป่านกหวีด

“บอกคุณพลอยนะ ถ้าไม่ให้เราเข้าไป จะแจ้งความคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว และฉันจะเลิกใช้บริการบริษัทนี้ด้วย” ธีรเดชพูดเสียงเข้ม

วินมองเห็นเหตุการณ์หน้าบริษัทซึ่งดูไม่สู้ดีนักจึงเดินเข้าไปสอบถาม

“สวัสดีครับ คุณธีร์ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” วินยกมือไหว้ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาทั้งคู่จะไม่ถูกกัน แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว

“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณพลอย แต่เขาไม่ให้ผมเข้าไป” ธีรเดชเอามือข้างหนึ่งซุกกระเป๋ากางเกง ส่วนมืออีกข้างชี้คู่กรณี

“เป็นคำสั่งคุณพลอยครับ” ผู้รักษาความปลอดภัยก้มหน้าเล็กน้อย

“ให้เขาเข้ามา เดี๋ยวฉันออกหน้าให้เอง เชิญครับคุณธีร์” วินพูดจบ ผู้รับคำสั่งจึงรีบเปิดรั้วให้รถแล่นเข้าไปข้างใน

 

วินเดินนำธีรเดชเข้ามายังห้องทำงานส่วนตัว แม้ว่าจะเป็นห้องสุดวีไอพีในบริษัท แต่ก็กว้างพอแค่วางตู้เก็บเอกสาร โต๊ะทำงาน เก้าอี้รับแขกไม่กี่ตัว

“เชิญนั่งก่อนครับ” วินนั่งโต๊ะทำงานให้ผู้มาเยือนนั่งอีกฝั่ง ก่อนที่จะโทรศัพท์เรียกพี่สาวตัวเองให้เข้ามาในห้อง เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยจึงถามธีรเดช

“พี่สาวผมไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า” วินเอามือประสานไว้ข้างหน้าเป็นเวลาเดียวกับฝ่ายบุคคลเอาน้ำมาเสิร์ฟบนโต๊ะทำงานก่อนที่จะเดินออกไป

“คุณก็ลองถามพี่สาวคุณดู ว่าทำอะไรไว้ เมื่อวานนี้ ถ้าพี่สาวคุณยังทำแบบนี้อีก ผมจะฟ้องพี่สาวคุณข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวคู่หมั้นของผม” ธีรเดชพูด สีหน้าเขาดูจริงจังจนวินเข้าใจได้ถูกต้อง ว่าพี่สาวของเขาต้องไปทำอะไรให้เอยเข้าใจผิดแน่

“มาทำงานไม่กี่วันเรียกใช้ฉันเลยนะ” ระหว่างที่วินกำลังใช้ความคิดพลอยก็เปิดประตูเข้ามาพอดี เธอแซวน้องชาย ก่อนที่จะสังเกตเห็นผู้มาเยือน

“คุณธีร์ นี่มันอะไรน่ะคิง” พลอยพูดเสียงเข้ม

“ใจเย็นๆ นะพี่พลอย คุณธีร์รู้เรื่องที่พี่จับเอยไปขังแล้ว” วินยกมือขึ้นตั้งทั้งสองข้างเชิงห้ามไม่ให้พลอยทำอะไรเกินกว่าเหตุ

“นี่คิงเป็นคนบอกเหรอ” พลอยเอ็ดวิน

“วินไม่ได้บอก ผมรู้ เพราะคุณทรงพล” ธีรเดชพูดทันควัน

“ไม่จริง ฉันไม่ได้ทำ” พลอยขมวดคิ้วนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่ไปร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวประจำปีของนาวากรุป

“ไม่เป็นไร ถ้าคุณปฏิเสธ เรื่องคดีของเอยผมจะคิดซะว่าไม่เคยเกิดขึ้นเพราะน้องชายคุณช่วยผมเอาไว้ แต่ผมจะเลิกใช้งานบริษัทของคุณ” ธีรเดชพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ผู้ฟังมองหน้าน้องชายที่กำลังกะพริบตาพยักหน้าส่งสัญญาณให้เธอยอมอ่อนข้อ

พลอยใช้ความคิดเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดเสียงแข็ง

“คุณต้องการอะไร                ว่ามา”

 

น้ำทะเลถาโถมเข้าชายหาดครั้งแล้วครั้งเล่า ความมืดความเงียบของชายหาดในเขตความดูแลของทหาร ตอบสนองความเศร้าในจิตใจเอยได้เป็นอย่างดี หญิงสาวทอดสายตาไปยังมหานทีสีดำ เสียงครึกครื้นของคนริมหาด ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขตามที่บิดาของเธอได้ตั้งใจไว้

มิ้นเห็นเพื่อนกลับมาเศร้าอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้เข้าไปใกล้ เพราะอยากให้เอยปลดปล่อยความรู้สึกที่แท้จริง ไม่ต้องเสแสร้งว่ามีความสุขต่อหน้าเพื่อน

“มิ้นมาช่วยลุงปิ้งบาบีคิวดีกว่า” พ่อของเอยยิ้ม เช่นเดียวกับคนรับใช้อีกคนหนึ่ง ซึ่งมาช่วยจัดการเรื่องอาหารและความสะดวกให้ทุกคน พวกเขาช่วยกันย่างบาร์บีคิวจนสุก แล้ววางมันลงบนจานจนเต็ม มือกร้านหยิบมาหนึ่งไม้ มิ้นเงยหน้าขึ้นมองผู้กระทำแล้วยิ้ม

“ฝากด้วยนะคะ” มิ้นพูดกับชายตรงหน้า เขาพยักหน้าเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังยืนทำมิวสิก

“เอยยังไม่หิว” เอยมองไม้บาร์บีคิวซึ่งยื่นตรงหน้าเธอ

“ยังไม่หิวก็ต้องกิน” ร่างสูงยิ้ม

“นายธีรเดช มาทำไม” หญิงสาวได้ยินเสียงคุ้นเคยจึงรีบหันไปมองก่อนที่จะเดินถอยหลังหนีสองก้าว แล้วทำหน้าเข้มหันไปทางอื่น

“ฉันก็มาเที่ยวสิ” ธีรเดชกินอาหารในมือเองเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจ

“ไปเที่ยวกับคู่ขาของนายดีกว่ามัง”

“ก็ทำอยู่นี่ไง”

“ไหน ใครเป็นคู่ขานายไม่ทราบ” เอยหันไปมองข้างหลังเห็นแต่เพชรและหินเท่านั้นที่เพิ่มเติมเข้ามา ทั้งคู่กำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

“นี่แสดงว่ายังไม่ได้ดูไลน์เลยสิ”

“ไลน์อะไร” เอยหันกลับมามองคู่สนทนา

“เปิดดูก่อน” ธีรเดชพูด

เอยหยิบมือถือขึ้นมาเปิดโปรแกรมสนทนา จึงเห็นว่าเพชรส่งวิดีโอมา

“เธอบล็อกไลน์ฉัน ฉันก็เลยให้เพชรส่งไป” ธีรเดชอธิบาย

เอยเห็นพลอยอยู่ตรงหน้าคลิป เธอหยุดชั่วครู่แล้วเปิดมัน แต่เสียงคลื่นกระทบฝั่งมันดังกว่า หญิงสาวจึงเอามือถือแนบกับหูตัวเอง

“คุณเอยคะ วันที่ไปชลบุรีกัน คุณธีร์กับฉันไม่ได้มีอะไรกัน ฉันวางแผนให้คุณธีร์เป็นของฉัน แต่ไม่สำเร็จ รู้ความจริงแบบนี้แล้วก็ยกโทษให้คุณธีร์ด้วยนะคะ ฉันหวังว่า บริษัทเราจะยังร่วมงานกันเหมือนเดิม”

เอยยิ้มเมื่อฟังข้อความจนจบ แต่ก็หุบลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาจ้อง

“ก็ ไม่เห็นมีอะไรนี่” เอยทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้

“จริงเหรอ” ธีรเดชยิ้ม

“แล้วนี่เอามาให้ฉันหรือกินเอง” เอยทวงซึ่งของกินในมือเหลือเพียงครึ่งเดียว

“อร่อยไหม” ธีรเดชยิ้มแล้วยื่นไม้ป้อนให้เอย

“ฝีมือพี่ซินก็ต้องอร่อยอยู่แล้ว” เอยพูดถึงคนรับใช้ที่มาด้วย

ชายหนุ่มเอาไม้ลูกชิ้นปักไว้บนพื้นทราย ล้างมือด้วยน้ำทะเล เช็ดมือให้แห้งด้วยกางเกงตัวเอง หยิบกล่องกำมะหยี่ใบเล็ก ออกมา

“ฉันตั้งใจเลือกให้ มันน่าตลกนะ ทั้งที่เราเป็นคู่หมั้นกัน แต่ไม่มีแหวนเลยสักวง” ชายหนุ่มเปิดกล่องเผยแหวนทองรูปโบอยู่ในนั้น

“นายกำลังทำอะไร รู้ตัวหรือเปล่า” เอยหน้าแดง แอบมองหาพ่อและเพื่อนชั่วครู่ ก่อนที่จะสนทนากับคู่หมั้น

“เรียนจบแล้ว แต่งงานกับฉันนะ ไม่ใช่เพราะหน้าที่ แต่เพราะความรัก” ชายหนุ่มยิ้มแล้วยื่นมือไปหาเอย แต่เธอก็ถอยออกไป

“ไม่ นายต้องคุกเข่าก่อน” เอยพูด อย่างน้อยต้องแก้แค้นตาขี้เก๊กให้ขายหน้าคนสักหน่อย โทษฐานที่ทำตัวหยิ่งมานาน แถมยังมาเห็นตอนที่เธอร้องไห้อีก

“คุกเข่า?”

เอยพยักหน้าและชี้ไปบนพื้นทรายแทนคำตอบ ธีรเดชหันไปมองกลุ่มคนในครอบครัวแล้วปล่อยลมหายใจออก

“จะไม่ทำก็ได้นะ เอยไม่ได้บังคับ” เอยอมยิ้มทำลอยหน้าลอยตา

ธีรเดชยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะย่อตัวคุกเข่าหนึ่งข้างแล้วยกแหวนขึ้น เอยถอยหลังหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติก่อนที่จะหันซ้ายหันขวาเพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำ ดูท่าทางคนที่อายคนเป็นเธอเสียมากกว่าคนตรงหน้า

มิ้นมองเห็นท่าทางของธีรเดชแล้ว ชี้ให้ เพชร หิน ซิน และพ่อบ้านดู ทุกคนยิ้มเอ็นดูในความน่ารักของคนทั้งคู่

“เอย แต่งงานกับฉันนะ” ธีรเดชเงยหน้ายิ้มหวาน มองผู้หญิงตรงหน้าซึ่งกำลังยิ้มเขินหน้าแดงท่ามกลางแสงสลัว

“ตกลงก็ได้ เรียนจบแล้วค่อยแต่งงานกัน ใส่สิ” เอยยื่นมือซ้ายให้ ยิ้มหวานตาเชื่อมแบบนี้ ใครจะปฏิเสธได้ลง

ชายหนุ่มค่อยๆ สวมแหวนอย่างเบามือ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของหิน เพชร และคนรับใช้ พวกเขาพากันเดินเข้ามาแสดงความยินดี

เอยหน้าแดงเป็นลูกตำลึง ธีรเดชลุกขึ้นกอดเอยแล้วหอมแก้ม

“แยกๆ อย่าเพิ่ง ให้เป็นว่าที่ลูกเขย ตอนนี้ยังไม่ได้” ลุงพ่อบ้านพูด ชายหนุ่มจึงถอยออกมา

“ขอโทษครับ” ธีรเดชก้มหัวทั้งที่ยังคงยิ้มอยู่

“ยินดีด้วยนะเพื่อน มิ้นก็ต้องตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวรอแล้วสิ”

“ไม่เร็วขนาดนั้นหรอก ยังไงฉันก็ต้องเรียนจบก่อน”

“ในที่สุดพวกเราก็พิทักษ์สมบัติตระกูลนาวากรุปไว้ได้แล้ว” เพชรยิ้มดีใจ

ไม่มีเครื่องมือไหนหรือวิธีการใดสามารถพันธนาการคนสองคนไว้ได้ ยกเว้นความรัก และไม่มีภัยร้ายอะไรที่จะขวางความรักความรู้สึกที่แท้จริงภายในไว้ได้เช่นกัน

 

— อวสาน —

<< บทที่ 18 จองตอนพิเศษ สตอล์คเกอร์ (ยังไม่จบตอน) >>

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image

ข้ามไปยังทูลบาร์