บทที่ 5 พี่รหัส

บทที่ 5

พี่รหัส

 

/ “เอย เอาใบลงชื่อพี่รหัสไปด้วยนะ พรุ่งนี้จะเซ็นให้” / ข้อความสนทนาปรากฏบนหน้าจอมือถือ

‘นายวินคงไม่เซ็นให้เราง่ายๆ แน่’ เอยคิดในใจ

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ~ เอยลงจากรถคันยาวสีดำ ก่อนที่จะเหลือบมองเห็นหนุ่มผิวขาวหน้าหล่อรูปร่างสูงโปร่ง กำลังนั่งบนม้านั่งโบกมือทักทาย ด้วยความปรารถนาลายเซ็น เธอจึงเดินเข้าไปหาโดยไม่รู้ว่าธีรเดชกำลังมองอย่างไม่พอใจ แม้ว่ารถจะเคลื่อนตัวไปไกลแล้ว เขาก็ยังคงมองตามจนลับตา

 

“คุณธีร์กลัวว่าคุณเอยจะชอบผู้ชายคนนั้นหรือครับ” ลุงขับรถสังเกตธีรเดชจากกระจกหลัง

“เปล่าซะหน่อย” ธีรเดชหยุดมองหันหน้ากลับมานั่งปกติเหมือนเดิม

“ชอบเขาก็บอกเขาไปเถอะ ลดทิฐิบ้างจะได้มีความสุขนะคุณธีร์” ลุงขับรถยิ้ม

 

“กระดาษลงชื่อพี่รหัส ขอบคุณนะคะ” เอยพูดสุภาพยื่นกระดาษให้วิน

วินยิ้ม รับมันใส่กระเป๋าเสื้อทันที

“ทำไมนายไม่เซ็นเลยล่ะ” เอยแกล้งทำเป็นรู้ไม่ทันทั้งที่ในใจกำลังคิดว่าเขาจะมาไม้ไหน

“ไม่ล่ะ พี่จะคืนให้ตอนเย็น พี่จะได้เจอน้องเอยอีก” วินยิ้มรื่น

“เชื่อเลย” เอยพูดจบก็เดินตรงไปยังคณะของตัวเองโดยมีวินเดินตาม

“จะเดินตามมาทำไม” เอยพูดเมื่อเดินมาถึงหน้าอาคารเรียน

“ไม่ได้เดินตามซะหน่อย พี่ก็ต้องเข้าเรียนอาคารนี้เหมือนกัน”

“เหรอ” เอยพูดจบก็ขึ้นบันได

“รอก่อนสิ” วินขึ้นบันไดตาม

“มีอะไรอีก” เอยรีบเดินก่อนที่จะหยุดเมื่อถึงหน้าห้องเรียน

“ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่อยากจะบอกว่า เมื่อกี้พี่โกหก คาบนี้พี่ไม่ได้เรียนตึกนี้หรอก ที่จริงแล้วพี่อยากมาส่งเอย เย็นนี้เจอกันนะ” วินยิ้มเขินก่อนที่จะหมุนตัวแล้วเดินออกไป เป็นเวลาเดียวกับที่มิ้นมองผ่านหน้าต่างกระจกหน้าห้อง

“พี่วินมาส่งแกเหรอ มันชักจะยังไงกันนะ” มิ้นเดินเข้ามาสะกิดเอย

“จะไปรู้เขาเหรอ” เอยเดินมานั่งบนเก้าอี้

 

ตึกปูนขนาดใหญ่ หน้าอาคารเขียนคำว่า ที่ว่าการอำเภอ ธีรเดชเดินออกมาจากห้องงานทะเบียนจนถึงที่จอดรถก็พบกับพลอยซึ่งกำลังเปิดกระโปรงรถคันเล็กสีชมพู

“รถเป็นอะไรหรือครับ”

“สตาร์ทไม่ติดน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร” พลอยละสายตาจากรถแล้วมองคู่สนทนา “อุ๊ย คุณธีรเดช คุณมาทำอะไรที่นี่คะ”

“ผมมาต่ออายุบัตรประชาชนครับ แล้วคุณล่ะ”

“พลอยมาติดต่อกรมสรรพากรค่ะ บังเอิญจังเลย” พลอยยิ้มแสร้งหลบตาก่อนที่จะปิดฝากระโปรงแล้วเดินไปนั่งในรถ

“เรื่องแค่นี้ให้ฝ่ายบัญชีจัดการก็ได้นี่ครับ”

“ฉันอยากจะรู้ว่าต้องทำไง เลยมาเองค่ะ” พลอยพูดก่อนที่จะบิดกุญแจรถซึ่งผลก็ออกมาเหมือนเดิม เธอถอนหายใจแล้วเดินออกจากรถ

“เอาอย่างนี้ เดี๋ยวเอารถผมลากไปอู่ก็แล้วกัน” ธีรเดชกดมือถือต่อสายไปยังคนขับรถ “คุณลงช่วยขับรถกลับบริษัทไปเอาสายลากรถมาหน่อยครับ พอดีรถคุณพลอยเสีย”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ พลอยมีสายลาก พอดีพลอยมีติดรถเอาไว้เผื่อลากรถขนส่งของบริษัทตอนมันเสีย” พลอยพูดจบก็เปิดกระโปรงหลังรถ หยิบม้วนเชือกหนาซึ่งปลายเชือกมีตะขอออกมา

“ไม่ต้องไปแล้ว คุณพลอยมีสายลาก เดี๋ยวฉันไปที่รถ” ธีรเดชเอามือถือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วหันมาคุยกับพลอยแล้วเดินจากไป “คุณรอที่นี่นะ เดี๋ยวผมมา”

 

“ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่ได้คุณฉันคงแย่” พลอยแสร้งยิ้ม เธอนั่งอยู่กับธีรเดชในร้านอาหารตามสั่ง ซึ่งดูจากภายนอกแล้วการแต่งตัวของเขาและเธอไม่เข้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอกสักนิด

“ไม่เป็นไรครับ เรื่องแค่นี้เอง คุณพลอยจะเอาอะไรครับ” ธีรเดชจดรายการอาหารลงใส่สมุดฉีก

“ฉันขอเป็น ข้าวผัดกะเพราไก่ไข่ดาวค่ะ เอ่อ คุณมาทานร้านนี้บ่อยหรือคะ” พลอยมองเมนูที่ติดอยู่กับฝาผนังของร้าน

“เคยทานอยู่สองสามครั้งน่ะครับ” ธีรเดชฉีกกระดาษแล้วลุกขึ้นเอาสิ่งนั้นให้แม่ค้า

พลอยแบะปากมองสภาพร้านอย่างผิดหวัง เพราะทีแรกที่ธีรเดชบอกว่าจะเลี้ยงข้าว เธอนึกว่าจะพาไปร้านอาหารหรูที่แท้ก็แค่ร้านอาหารตามสั่งข้างถนน จริงสินะ เขาเคยเป็นบอดี้การ์ดกินเงินเดือนก่อนที่จะเป็นหนูตกถังข้าวสารรับมรดกก้อนโต คงไม่แปลกที่จะทำอะไรไร้รสนิยมอย่างที่เห็น แล้วในวันงานเลี้ยงครบรอบบริษัทของเธอมันคืออะไรกันล่ะ หรือว่ามันเป็นฉากหน้าที่ต้องแสดง

“คุณพลอยไม่เคยกินร้านอาหารแบบนี้หรือครับ” ธีรเดชกลับมานั่งเก้าอี้

“เปล่านี่คะ พลอยกินออกจะบ่อย” พลอยกลับมาแสดงสีหน้าปกติแสร้งยิ้มอย่างแนบเนียน ไม่นะ เมื่อสักครู่เหมือนเขารู้ ว่าเธอรู้สึกขยะแขยง ถึงถามคำถามแบบนี้

“เหรอครับ ผมเห็นคุณเอาแต่มองรอบ ก็นึกว่าผมพามาผิดร้านเสียอีก” ธีรเดชยิ้ม อันที่จริงเขาจงใจมาร้านนี้เพราะอยากจะแกล้งแม่สาวน้อยตรงหน้า คราวหน้าจะได้ไม่ตามตอแยเขา

“วันนี้ไม่เห็นบอดี้การ์ดติดตามคุณเลยนะคะ” พลอยเปลี่ยนเรื่องคุย

“พวกเขายังไม่เป็นงานพอเท่าหินและเพชร  ผมเกรงว่าพวกนั้นจะยิงถูกผมแทนที่จะช่วยผมมากกว่า” ธีรเดชยิ้มปนหัวเราะ

 

ทางด้านวิน ในมหาวิทยาลัย

“ทำไมมึงถึงใช้วิธีนี้วะ ถ้าสาวจับได้มึงจะซวยรู้ไหม คิดจีบสาวมึงต้องเอาความจริงใจเข้าแลก” หนุ่มผิวเข้มบ่นขณะที่กำลังลงลายมือชื่อในกระดาษเอสี่

“ถ้ามึงไม่พูด กูไม่พูดแล้วใครจะรู้วะ” วินรีบหยิบกระดาษพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อหลังเขียนเสร็จ ราวกับว่ากลัวอีกฝ่ายจะยึดคืน

“เออ ถ้าสำเร็จกูก็ดีใจด้วย แต่มึงอย่าลืมนะว่าความลับไม่มีในโลก” หนุ่มผิวเข้มพูดเตือนสติเพื่อนร่วมห้อง

“เรื่องนี้กูเอาอยู่แน่นอน มึงไม่ต้องห่วงหรอก กูไปนะ เดี๋ยวน้องเอยจะรอนาน” วินรีบเดินออกไป

 

เอยนั่งอยู่ริมม้านั่งที่เดิม เธอดูข้อความในมือถือระหว่างรอจนกระทั่งวินเดินเข้ามาโปรยยิ้มก่อนที่จะนั่งลง สาวแก่นหงายมือขึ้นรอรับบางสิ่ง วินถอนหายใจแล้ววางกระดาษลงบนมือของเธอ

“ขอบคุณนะคะ” เอยฉีกยิ้ม ลุกขึ้นเดินไปยังรถที่จอดรออยู่

วินพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่ยอมแพ้ สักวันเอยจะต้องหันมาสนใจในตัวเขา

 

“รุ่นพี่ของเธอมาอีกแล้ว คงจะดีใจมากสิ มีหนุ่มหล่อมาจีบ” ธีรเดชพูดทันทีที่เอยมานั่งเบาะข้าง

“แน่นอน” เอยหยิบกระดาษใส่กระเป๋าสะพายสีดำ

“จัดตารางให้ว่าง วันเสาร์ถึงวันจันทร์นี้เราจะไปเที่ยวกัน” ธีรเดชยิ้ม

“เดี๋ยวนะ ทำไมจู่ๆ นายถึงอยากไปเที่ยว” เอยแปลกใจเพราะคนที่จริงจังอย่างเขาไม่น่ามีอารมณ์สุนทรีย์เหมือนคนทั่วไป

“ฉันแค่อยากให้พนักงานผ่อนคลายบ้าง”

“นายไม่กลัวคนตามล่าเหรอ ถ้ามันลอบกัดนายจะทำไง”

“พูดอย่างกับไม่รู้จักฉัน” ธีรเดชใส่แว่นดำ

‘ฉันไม่รู้จักนายหรอก’ เอยเชิดหน้า

 

ท้องฟ้าสีครามบนทะเลสีฟ้าเขียว ลมปะทะร่างเอยจนผมและเสื้อผ้าสะบัด เธอหลับตาสูดอากาศกางแขนอย่างสบายใจ

“เป็นไงรู้สึกดีใช่ไหม” ธีรเดชมองหน้าเอยใกล้ๆ

“เอาหน้าไปห่างๆ เลย” เอยดันหน้าอกฝ่ายตรงข้ามทันทีที่รู้ตัว

“ถ้าเป็นนายวิน คงไม่เป็นไร” ธีรเดชหันไปทางอื่น ทั้งที่ใจจริงไม่อยากพูดชื่อนั้น แต่ทำไมปากมันถึงไวกว่าใจก็ไม่รู้

“แน่นอน นายไม่เข้าไปข้างในเหรอ เดินทางมาไกลน่าจะนอนพักผ่อนหน่อยนะ” เอยยักคิวมองไปข้างหน้า

“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากจะเสียเวลาเที่ยว ฉันจะไปตลาดน้ำสี่ภาค ไปด้วยกันนะ” ธีรเดชยิ้ม

“ไม่ล่ะ ฉันจะอยู่ที่นี่” เอยนั่งลงบนหาดทราย

“งั้นฉันอยู่ด้วย” ธีรเดชนั่งลงเอามือชันเข่า

“นายก็ไปสิใครห้าม”

“ฉันอยากอยู่กับเธอมากกว่า”

‘ทำไมต้องแกล้งพูดให้ฉันดีใจด้วย นี่ฉันกำลังดีใจอยู่เหรอ ไม่นะ’ เอยเบือนหน้าหนีแอบยิ้มก่อนที่จะทำหน้าปกติ

“คิดอะไรอยู่ เห็นเงียบอยู่นาน” ธีรเดชมองเอยด้วยสีหน้าปกติ

“เปล่าสักหน่อย จะไปก็ไปสิ ไม่งั้นไม่ไปด้วยนะ” เอยลุกขึ้นเดินนำ

“รอด้วย” ผู้พูดยิ้มแล้ววิ่งตามไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีสายตาของใครบางคนกำลังมองพวกเขาอยู่

 

เรือลำใหญ่ตั้งตระหง่านหน้าตลาด สินค้าท้องถิ่นหลายอย่างตั้งอยู่บนสะพานและสิ่งก่อสร้างทำด้วยไม้ เอยและธีรเดชพากันเดินดูของกินของใช้ จนกระทั่งพากันนั่งบนจุดพักซึ่งอยู่ริมทางของสะพาน

“นี่น้ำ” ธีรเดชยื่นแก้วน้ำให้ก่อนที่จะนั่งลง เอยแปลกใจกับสายตาที่ดูอบอุ่นและเป็นกันเองของเขา เพราะโดยปกติแล้วมักจะทำหน้าเหมือนโกรธใครอยู่ตลอดเวลา

“โกโก้ปั่น” เอยดื่มน้ำรสขมหวานน้อย ธีรเดชรู้ได้ยังไงว่าเธอชอบน้ำรสชาติแบบนี้

“สมัยก่อนฉันเห็นเธอมักจะสั่งอาหารเหมือนคุณนาวา ทำไมจะไม่รู้”

เอยหรี่ตารู้สึกเซ็งเล็กน้อยเมื่อรู้เหตุผล

“ความทรงจำบางอย่างมันก็มีค่าพอจดจำ ความทรงจำบางอย่างมันก็ควรลืม ถึงเธอยังรักคุณนาวาอยู่ก็ไม่เป็นไรหรอก แค่สนใจฉันบ้างก็พอ” ธีรเดชพูดต่อ

“เดี๋ยวนะ นี่นายพูดอย่างกับจะจีบฉัน” เอยขมวดคิ้วอย่างไม่แน่ใจ

“เอาไงดีล่ะ ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากคบกับเธอ ยังไงอีกไม่กี่ปีเราก็ต้องแต่งงานกัน เธอควรจะชินเมื่ออยู่กับฉัน” ธีรเดชยิ้มอ่อน

“เอาไง ตกลงนายจะจีบหรือไม่จีบ” คำตอบของธีรเดชยังไม่ชัดเจนทำให้เอยยิ่งไม่มั่นใจ เธอจึงถามอย่างหนักแน่น

“แล้วแต่จะคิด”

“ทำไมชอบทำอะไรให้เข้าใจยากตลอดเลย”

“เอางี้ อาจจะเป็นเพราะฉันกับเธอไม่รู้จักกันดีพอ ดังนั้นเธอถามฉันมาได้เลย แล้วพอฉันถามเธอต้องตอบนะ”

“นายรู้จักฉันดีกว่าฉันรู้จักนายอีก ชื่อจริงของนายฉันยังไม่รู้เลย” เอยพูด เธอแอบเห็นแววตาเศร้าของธีรเดชจึงหยุดมอง

“ถูกอย่างที่เธอพูด ถ้าพร้อมเมื่อไรฉันจะเล่าให้เธอฟังแล้วกัน” ภาพความทรงจำเมื่อครั้งเป็นตำรวจเข้ามายังสมองอย่างรวดเร็ว ธีรเดชไม่พร้อมที่จะเปิดกล่องความทรงจำในตอนนี้

“ไม่ต้องเล่าก็ได้นะ ฉันไม่อยากรู้หรอก” เอยรู้สึกถึงบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับเขา ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังคุยกัน ก็มีเสียงแทรกเข้ามาขัดจังหวะ

“สวัสดีค่ะ คุณธีร์ คุณเอย มาเที่ยวเหรอคะ” พลอยโค้งตัวทักทาย เอยมองผู้หญิงตรงหน้า แม้จะรู้ ว่าที่เธอมาที่นี่อาจจะมีแผนการอะไรบางอย่าง แต่ก็เก็บความรู้สึกไว้ เพราะยังไงเธอก็คือผู้ร่วมงาน หนึ่งในคนสำคัญของบริษัท

“ผมพาลูกน้องมาเที่ยวประจำปี แล้วคุณพลอยมาทำอะไรที่นี่ครับ” ธีรเดชแปลกใจที่ช่วงนี้ไปที่ไหนก็พบกับพลอยบ่อย

“พลอยก็มาพักผ่อนแถวนี้ล่ะค่ะ ได้อะไรมาบ้างคะ”

“ก็ของกิน ของที่ระลึกฝากพี่ที่บ้าน พอดีแฟนเอยเป็นคนซื้อให้ก็เลยหนักมือไปหน่อย” เอยคล้องแขนคู่หมั้น ยิ้มอย่างเป็นมิตร

“นั่งด้วยกันสิครับ”

“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ดีกว่าคุณสองคนจะได้คุยกัน แต่ว่าช่วงกิจกรรมขอฉันเข้าไปดูได้ไหมคะ เผื่อมีอะไรสนุกฉันจะได้เอามาใช้กับบริษัทฉันบ้าง” พลอยยิ้มเล็กน้อย เธอรู้ว่าเขาแค่ชวนตามมารยาท

“ยินดีครับ แล้วเจอกัน”

“แล้วเจอกันค่ะ”

 

พลอยขมวดคิ้วกำมือแน่นด้วยความไม่พอใจหลังจากเดินจนลับตาทั้งคู่ เธอกดมือถือโทรหาใครบางคน

คิง ฉันว่าแผนของนายมันช้าเกินไป ใช้แผนฉันดีกว่า ขืนช้ากว่านี้ยัยเด็กแสบจับคุณธีรเดชไปกินแน่”

/ “อะไรกัน จะให้คุณพลอยที่เคยดูเรียบร้อย ลุกขึ้นมาปลุกปล้ำผู้ชายได้ยังไง” / หนุ่มผิวขาวริมฝีปากบางพูด

“ใครว่าฉันจะปล้ำคุณธีรเดช ฉันจะให้เขาเป็นคนจัดการฉันเอง” พลอยวางสายทันทีหลังจากพูดจบ

<< บทที่ 4 แผนบทที่ 6 จัดการ >>

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image

ข้ามไปยังทูลบาร์