บทที่ 9 จับให้ได้ไล่ให้ทัน

บทที่ 9

จับให้ได้ไล่ให้ทัน

เอยลงมาข้างล่างหาน้ำดื่มมาเติมใส่ขวดในเช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่จะเดินผ่านห้องนั่งเล่นเธอเห็นใครบางคนกำลังนอนหลับคลุมโปงอยู่ เอยจ้องมองด้วยความสงสัย เมื่อเธอเปิดผ้านวมออกจึงรู้ว่าคู่หมั้น

ธีรเดชรู้สึกตัวเพราะถูกกวนและได้เวลาตื่นนอนเขาลืมตาขึ้นเอยจึงรีบถอยห่าง เขาลุกขึ้นนั่ง

“หิวน้ำจัง”

“ทำไมไม่ไปนอนในห้อง” เอยยื่นขวดน้ำในมือให้

“ก็…” ธีรเดชแสดงพิรุธด้วยการหลบสายตาทำให้เอยสงสัยจ้องมองเข้ามานัยน์ตาฝ่ายตรงข้าม อันที่จริงเขาไม่ได้อยากปิดบังเธอ แต่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด

“ก็อะไร” เอยยืนเท้าสะเอวคาดคั้นเป็นเวลาเดียวกันที่เพชรเดินเข้ามา

“เพชร มาพอดีเลย ช่วยเอายาสีฟันในห้องให้หน่อยสิ เดี๋ยวขอใช้ห้องน้ำเพชรหน่อยนะ”

“ผมว่า เดี๋ยวผมไปซื้อข้างนอกให้ดีกว่า นี่ครับกุญแจห้อง” เพชรเอากุญแจวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า

“มันจะใช้เวลานานนะ ไปเอาแค่นี้เอง” ธีรเดชแปลกใจ

“ไม่ครับ” เพชรยืนยันก่อนที่จะรีบก้มหน้างุดเดินออกไป

“เดี๋ยว!” ธีรเดชเรียก

“ทำไมนายไม่ไปเอาเองล่ะ หรือว่าในห้องมีอะไร”

“คือ…เอยใจเย็นนะ เรื่องมันเป็นแบบนี้” ธีรเดชเล่าเรื่องราวเมื่อคืนทั้งหมดให้เอยฟัง เขาถอนหายใจหลังจากอธิบายจบ “เพราะอย่างนี้ฉันเลยให้คุณพลอยไปนอนที่ห้อง”

“นายให้คุณพลอยไปนอนที่ห้องนี่นะ อะไรกัน ขนาดฉันเป็นคู่หมั้นนายยังไม่เคยนอนในห้องนายเลย” เอยหงุดหงิด

“เอยอยากไปนอนห้องฉันเหรอ ไม่ต้องห่วงถ้าเราแต่งงานกันฉันจะจัดห้องใหม่ให้ ที่นอนใหม่ด้วยเอา” ธีรเดชยิ้มเจ้าเล่ห์

“บ้า ใครว่าฉันโมโหเรื่องนั้น” เอยกวาดตาไปมาแล้วลงนั่งบนโซฟา

“อ่าว ก็เมื่อกี้เห็นพูดเหมือนโมโหที่มีผู้หญิงมานอนห้องฉันนี่” ธีรเดชหรี่ตาเล็กน้อย

“ฉันก็แค่หมั่นไส้ ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” เอยเชิดหน้า

“อะไรของเธอ ความวัวความควาย” ธีรเดชขมวดคิ้ว

“ช่างมันเถอะ ถ้าทางคุณพลอยจะจับนายแน่ ทำไมคนในร้านสะดวกซื้อจะต้องโทรหานายด้วย เบอร์อื่นมีถมเถไปทำอย่างกับในเครื่องมีเบอร์เดียว”

“คิดมากไปหรือเปล่า อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ” ธีรเดชแกล้งพูด อันที่จริงเขายังเล่าไม่หมดว่าพลอยบันทึกชื่อเขาในมือถือว่าอะไร

“แล้วนายก็เหมือนกัน ทำไมไม่โทรไปหาคนที่บ้านให้มารับ กลับพาคุณพลอยมาบ้านเราอีก”

“ขอโทษ ฉันไม่ทันได้คิด” ชายหนุ่มยิ้มอ่อน

“เอามานี่” เอยหยิบกุญแจห้อง แล้วเดินขึ้นไป ธีรเดชรีบเดินตาม

“เธอจะทำอะไร” ผู้ถามพูดเมื่อหยุดยืนอยู่หน้าห้องตัวเอง

“ฉันจะไปเอาแปรงสีฟันให้นายไง ไม่กล้าเข้าไปไม่ใช่เหรอ คุณพลอยคะ คุณพลอย ฉันจะเปิดประตูแล้วนะคะ” เอยเคาะประตูแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจึงทำท่าไขกุญแจแต่ประตูก็ถูกเปิดเสียก่อน

“น้องเอยทำไมมาอยู่ที่นี่ คุณธีรเดช” พลอยแง้มประตูก่อนที่จะเปิดกว้างประตูจึงเห็นธีรเดชยืนทำหน้านิ่งอยู่ด้านหลังคู่หมั้น

“พอดีเมื่อวานคุณถูกยาสลบแล้วนายธีร์ก็พามาส่งที่บ้าน” เอยอธิบาย

“เมื่อคืนฉันจำได้ว่าเจอคนไม่น่าไว้ใจแล้ว… คุณธีรเดชเป็นคนช่วยฉันหรือคะ” พลอยแกล้งทำท่าคิด ความจริงแล้วเธอใช้เงินจ้างพนักงานสองคนซึ่งกำลังเดินตรงไปทำงาน โดยอ้างว่าทำไปเพื่อง้อแฟนให้กลับมาคืนดี

“เปล่าหรอกครับ เด็กร้านสะดวกซื้อช่วยคุณเอาไว้ แล้วเขาก็โทรหาผมให้ไปรับ”

“ขอบคุณค่ะ คุณธีรเดช ไม่ได้คุณฉันคงแย่แน่ๆ เลย” พลอยพูดพร้อมยิ้มหวานจนเอยต้องปัดไล่มดบนบ่าตัวเอง

“ครับ ขอผมไปเอาของหน่อยนะครับ” พลอยหลบให้ธีรเดชเดินเข้าไปในห้องเอาของใช้ที่จำเป็นแล้วเดินออกมา

“เสร็จธุระแล้ว เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะคะ แล้วเจ็ดโมงเช้าเชิญรับประทานอาหารข้างล่างนะคะ” เอยยิ้ม แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายวางแผนการไม่ดี

“พักผ่อนให้สบายนะครับ คิดว่าอยู่บ้านตัวเอง ไม่ต้องเกรงใจ” ธีรเดชยิ้ม

“ขอบคุณอีกครั้ง คุณธีรเดช คุณเอย” พลอยยิ้มหวานก่อนที่จะปิดประตูแล้วยืนกำหมัดทำหน้าไม่พอใจอยู่อย่างนั้น

 

“เสร็จธุระแล้วก็ลงไปข้างล่างสิ หรือจะเอาอะไรในห้องอีก” เอยเปิดประตูต้องตัวเองแล้วมองคู่หมั้นซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“เปล่า ฉันจะใช้ห้องน้ำห้องนี้” ธีรเดชเดินแซงหน้าคู่หมั้นแล้วดันประตูเข้าไป

“ไหนนายว่าจะใช้ห้องน้ำห้องพี่เพชรไง” เอยรีบทักท้วงก่อนที่จะถูกคู่หมั้นดึงแขนเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู

“นี่นายจะทำอะไรน่ะ!” เอยโพล่งขึ้นด้วยความตกใจ ทำท่าจะออกจากห้องแต่ก็ถูกร่างสูงกันเอาไว้

“ตกใจอะไร ฉันแค่มาใช้ห้องน้ำ ไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอสักหน่อย” ธีรเดชพูดแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ

“งั้นฉันออกไปข้างนอก” เอยจับลูกบิดประตู

“ตามใจ” ธีรเดชมองของใช้ผู้หญิงวางเรียงรายบนอ่างล้างหน้าตรงหน้ากระจก ชายหนุ่มหยิบมาดูชิ้นแล้วชิ้นเล่าก่อนที่จะวางไว้ที่เดิม

“คนอะไรกวนประสาทแต่เช้า” เอยกระฟัดกระเฟียดเดินออกจากห้องไป

เสียงน้ำไหลผ่านร่างชายหนุ่ม ธีรเดชหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวแล้วนุ่งมันเดินออกจากห้องน้ำ เป็นเวลาเดียวกับที่เอยเดินเข้ามาในห้องพอดี หญิงสาวตกใจแต่ก็แสร้งหันมองไปทางอื่น

“ฉัน…ฉันกลับมาเอาของ” เอยเชิดหน้าเดินไปหยิบมือถือแล้วรีบหันกลับเดินตรงไปยังประตู แต่ก็เกือบชนร่างสูงที่ยืนประจันหน้าขวางทางอยู่

“ไม่ต้องออกไป ใกล้เสร็จแล้ว เหลือแค่ใส่เสื้อผ้า” ธีรเดชเดินไปข้างหน้าทำให้เอยต้องถอยหลัง เธอไม่รู้ว่าเผลอทำหน้าแดงออกไปยังไงบ้าง แต่มันก็สุดที่จะควบคุมได้

เอยถอยร่นจนขาถูกเตียง หัวใจของเธอเต้นตูมตาม อาจจะเป็นพระร่างกายกำยำของเขาหรือกลิ่นสบู่ซึ่งหอมอ่อนก็ไม่รู้ได้ เธอรีบหลับตาปี๋เมื่อเห็นชายหนุ่มเข้ามาใกล้

ธีรเดชหันไปหยิบเสื้อซึ่งวางพาดอยู่บนเตียงนำมาใส่ เอยลืมตาแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังสนใจทางอื่น แต่ก็ตกใจอีกครั้งเมื่อเห็นชายหนุ่มถอดผ้าขนหนูแล้วพาดบ่าเพื่อใส่กางเกงในเธอรีบหันหลังให้ทันที

“เสร็จละ ขอบใจมากนะที่ให้ใช้ห้อง”

“อือ”

ร่างสูงหันไปมองเอยซึ่งกำลังหันหลังให้แล้วยิ้มหัวเราะก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป

“ตาบ้า” เอยนั่งลงบนเตียง

 

ธีรเดช เอย และพลอยทานอาหารเช้าบนโต๊ะยาว ชายหนุ่มเกรงว่าบรรยากาศจะเงียบเกินไปจึงเปิดบทสนทนาขึ้นก่อน

“เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหม” ธีรเดชถามตามมารยาท

“นอนสบายดีค่ะ” พลอยยิ้มพลางส่งตาหวานให้ เอยมองบนทำหน้าไม่พอใจ

“จะให้ไปส่งที่บ้านหรือที่ทำงาน ผมจะได้บอกคนขับรถ”

“ส่งที่บ้านหรือที่ทำงานก็เหมือนกันค่ะ อยู่ที่เดียวกัน”

“อ่าวเหรอ ผมไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย” ธีรเดชยิ้ม

“ไม่แปลกหรอกค่ะ บริษัทหลายแห่งเขาก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น” พลอยพูดจบก็ตักกับข้าวใส่จานอย่างสำรวม

 

เอยขึ้นรถรออยู่ก่อนหลังจากทานอาหารเสร็จ คล้ายกับเปิดโอกาสให้คู่หมั้นกับผู้หญิงอื่นสนิทสนมกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าใจจริงเธอไม่ได้ต้องการอย่างนั้นก็ตาม ธีรเดชเปิดประตูรถให้ พลอยยิ้มรับแทนคำขอบคุณ หลังจากนั้นเขาก็ปิดประตูแล้วเดินอ้อมรถไปยังนั่งที่ประจำ ผู้หวังร้ายหน้าเสียเมื่อเห็นธีรเดชนั่งข้างเอยซึ่งเป็นข้างหน้าเธอ ส่วนเพชรนั่งหลังสุดมองทุกคนแล้วรับรู้ถึงบรรยากาศมืดมน

“ไปส่งเอยที่มหาวิทยาลัยก่อนแล้วกัน” ธีรเดชสั่งคนขับรถ ผู้ปฏิบัติพยักหน้าแล้วเข้าเกียร์ออกรถ

เมื่อยานพาหนะแล่นจนถึงวิทยาลัยเอยจึงรีบลงจากรถเช่นเดียวกับพลอยที่ลงจากรถแล้วมานั่งข้างธีรเดช

‘ได้ทีเลยนะ คุณพลอยตาหวาน’ เอยมองด้วยหางตาก่อนที่จะเดินจากไป

 

วิชาคณิตศาสตร์โดยมีครูสาเป็นผู้สอนเป็นวิชาเรียนคาบแรกของวันนี้ เอยอยากรู้เรื่องครูกับธีรเดช จึงหาทางเข้าไปตีสนิท แต่ถึงจะไม่มีเรื่องนี้เอยก็อยากจะอยู่ใกล้ครูสาอยู่ดี เพราะครูสาเป็นคนน่ารักพูดไพเราะ สอนคณิตศาสตร์ได้เข้าใจง่าย

“ครูคะ งงเรื่องอินทิเกรตข้อนี้ทำยังไงคะ” เอยเดินเข้าไปถามหลังจากหมดชั่วโมงสอน ส่วนมิ้นก็เดินตามเพื่อนไปด้วย

“อินทิเกรตจาก เอ ไปบี ของ เอฟเอ็กดีเอ็ก นี่มันภาษาต่างดาวอะไรกันเนี่ย” มิ้นบ่นอุบ

“ทำแบบนี้นะ…” ครูหยิบกระดาษเปล่ามาเขียนวาดรูปกราฟพร้อมกับอธิบาย ยกตัวอย่างสองข้อแต่ก็ใช้เวลานานพอสมควร

“พอเข้าใจแล้วค่ะ หนูขอกระดาษนี้นะคะครู” เอยถือกระดาษเอาไว้ในมือ

“ได้สิ ลองศึกษาหาความรู้ในอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมก่อนเข้าเรียนตามจุดประสงค์ที่เคยให้จด เวลาเรียนจะได้เข้าใจ” ครูพูดอย่างอ่อนโยน

“ครูคะ คือ…” เอยอยากถามเรื่องธีรเดชแต่ก็อ้ำอึ้ง เพราะกลัวคนอื่นจะมองว่าเธอสนใจในตัวเขาโดยเฉพาะมิ้นซึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างตัวเอง

“ครูสารู้จักกับนายธีรเดชได้ไงคะ” มิ้นถามขึ้นเพราะเห็นเอยกำลังลังเลว่าจะถามดีหรือไม่ เอยตกใจมองหน้ามิ้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดขัดอะไร

“ธีรเดช อ๋อ พินัยนั่นเหรอ ครูว่าถามพินัยเองดีกว่าไหม เป็นคู่หมั้นกันไม่เข้าใจอะไรก็คุยกัน ดีกว่าถามคนอื่นนะ”

“นี่แสดงว่า ครูเป็นแฟนเก่านายธีรเดชแน่เลย” มิ้นพูดขึ้น ส่วนเอยที่นิ่งเงียบก็คิดแบบนั้นอยู่ก่อนแล้วแต่ไม่ได้พูดออกมา

“เรื่องของครูมันผ่านมานาน อีกอย่างตอนนี้ครูแต่งงานแล้ว ความรู้สึกที่มีให้ตอนนี้ก็เหมือนเพื่อนเก่าเจอกันเท่านั้นแหละ เดี๋ยวครูขอตัวก่อนนะ ใกล้ปิดเทอมต้องทำเอกสารเยอะมาก” ครูสาวางมือลงบนบ่าของเอยแล้วลุกเดินออกไป เธอหยุดยืนยิ้มรับไหว้ใครบางคนตรงบันไดก่อนที่จะลงไปยังชั้นล่าง

“หายข้องใจแล้วนะ” มิ้นเหล่มองเอย เอยลุกขึ้นแล้วหันไปทางอื่น ก่อนที่จะเดินฉับๆ จนชนร่างสูง

“ขอโทษค่ะ นายนี่เอง” น้ำเสียงของเอยเปลี่ยนหลังจากเงยหน้ามองในขณะที่มิ้นกำลังเดินตามเพื่อน

“เดี๋ยวนี้เราไม่ได้คุยกันเลย มีอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงหลบหน้าพี่” วินจับแขนเอยที่ทำท่าจะเดินหนี

“ฉันไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับนาย” เอยจับมือวินออกอย่างรำคาญ

“อย่ามายุ่งกับเพื่อนฉันดีกว่า” มิ้นเข้ามาสมทบ

“เอยโกรธอะไร พี่ไปทำอะไรให้” วินหันหน้ามองมิ้นแล้วหันไปคุยกับเอย

“ก็ดีเหมือนกัน ทีแรกฉันก็คิดว่าจะไม่คุยกับนายแล้ว แต่ถ้านายถามฉันก็จะตอบให้ นายโกหกว่าเป็นพี่รหัสฉันทำไม” เอยยืนกอดอก

“ใครบอก” วินหลบสายตาเล็กน้อยในขณะที่มิ้นและเอยจ้องมองลูกนัยน์ตาของวินเหมือนจับผิด

“ไม่จำเป็นต้องมีใครบอกหรอก ฉันไม่ได้โง่นะ”

“เอยก็รู้ว่าพี่ชอบเอย พี่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะรู้จักกับเอย”

“ชอบฉัน แต่ก็หลอกฉันนี่นะ! มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละ ที่จะรักคนที่หลอกตัวเอง ฉันว่าต่อไปเราไม่ต้องพบเจอกันดีกว่า ฉันไม่ได้ชอบนาย” เอยหมุนตัวแล้วเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว

“รอด้วยสิ” มิ้นเชิดหน้าแล้วรีบตามเพื่อนไป ปล่อยให้วินยืนถอนหายใจอยู่ตรงนั้น

 

“ว้า…เสียดายความหล่อจัง ไม่น่าเป็นคนแบบนี้เลย แต่เธอไม่คิดใจอ่อนบ้างเหรอ เขาอาจจะอยากจีบเธอเลยทำไปอย่างงั้นก็ได้” มิ้นและเอยสนทนากันระหว่างเดินทางไปโรงอาหาร

“อ่าว เห็นด้วยกับฉันมาตั้งนาน ไหงมากลับลำอย่างนี้ล่ะ” เอยแสดงสีหน้าไม่พอใจ

“แหมก็…แพ้ ความหล่อ” มิ้นประสานมือทั้งสองข้างทำหน้าเคลิบเคลิ้ม

“เอาอีกละ” เอยมองบนเม้มริมฝีปากทำท่าทางเบื่อหน่าย

“คนอย่างเอยไม่สนใจหรอก เอยสนใจแต่ คุณธีรเดช ที่เธอหงุดหงิดตลอดทั้งวันเป็นเพราะเขาล่ะสินะ” มิ้นยิ้มเจ้าเล่ห์

“บ้า” เอยแสร้งทำหน้าบึ้งเพื่อปกปิดความรู้สึกข้างใน

“ไม่บ้าหรอก ฉันรู้ดีว่า เอยกับคุณธีรเดชแอบชอบกัน แต่ปากแข็ง” มิ้นยังคงยืนยันหนักแน่น

“ตาขี้เก๊กไม่ชอบฉันหรอก ที่มาดูแลฉันเพราะพินัยกรรม” เอยส่ายหน้า ในเมื่อความสัมพันธ์ของเธอและเขาไม่ได้แตกต่างจากคนรู้จักเท่าไรนัก ธีรเดชจะคิดตามที่มิ้นวิเคราะห์ได้อย่างไร

“จริงเหรอ” มิ้นประสานมือไว้ข้างหลังแล้วยื่นหน้าจ้องมองนัยน์ตาเอย

“รีบหาที่นั่งเถอะ คนเต็มโรงอาหารแล้ว” เอยดันหน้าเพื่อนออกไปแล้วมองรอบๆ โรงอาหารหาที่นั่งซึ่งเหลือน้อยเต็มที

 

ชายคนหนึ่งผิวขาวสวมใส่ชุดนักศึกษา กำลังยืนพิงกำแพงด้านข้างอาคารสูง มือเรียวยาวค้นหารายชื่อเพื่อโทรหาใครบางคน เมื่อปลายสายรับริมฝีปากบางจึงพูดขึ้นทันที

“เป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนราบรื่นดีไหม”

/ “ราบรื่นกะผีล่ะสิ” / ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เสน่ห์ของพี่คงไม่แรงพอ หลุดจากคุณนาวา แล้วก็หลุดคุณพินัยอีก นี่ขนาดผมเป็นสายให้แล้วนะ ยังไม่รอดเลย” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นพูด

/ “ก็เมื่อคืนเกือบได้แล้วเชียว ถ้าไม่ติดเรื่องนายเพชรนะ” /

“นายเพชรทำไมเหรอ” คิงยืนตัวตรงแล้วถามด้วยความอยากรู้

/ “ช่างมันเถอะ ยังไงพินัยก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน ต้องมีหวั่นไหวบ้าง แล้วนายล่ะ สร้างความแตกแยกให้สองคนนั้นสำเร็จหรือเปล่า”/ ปลายสายพูดปัดเพราะไม่อยากนึกถึงความผิดพลาดที่เกือบเสียตัวให้บอดี้การ์ด

“ก็แย่นิดหน่อย ความดันแตกเรื่องพี่รหัสปลอมๆ ของฉันซะก่อน” คิงพูดที่ผ่านมาเขาใช้ชื่อวินซึ่งเป็นชื่อเก่าสมัยเด็กมาเป็นนามมาใช้ในชีวิตรั้วมหาวิทยาลัย

/ “หึ ดีแต่แนะนำให้ฉันรวบหัวรวบหางคุณพินัย แล้วนายล่ะ ทำไมไม่จับเด็กเอยกินซะที จะได้ไม่เป็นเสี้ยนหนามหัวใจฉัน” /

“ถึงผมจะร้ายแต่ผมก็ไม่เสียตัวให้ใครง่ายๆ นะครับ” วินหัวเราะเบา

/ “จ้า พ่อเวอร์จิ้น” / ปลายสายเย้าหยอกอย่างเป็นกันเอง

“พี่คงต้องเร่งหน่อยล่ะ เพราะตอนนี้มีศัตรูหัวใจของพี่เพิ่มมาอีกแล้ว”

/ “นายไปรู้อะไรมา” / น้ำเสียงปลายสายดูจริงจังมากขึ้น

“คุณครูคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยผมเอง” วินถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะพูด

/ “อะไรนะ!” /

“โอ๊ยเบาๆ ก็ได้พี่ หูจะแตก”

/ “แล้วเป็นไง ยัยนั่นให้ท่าคุณพินัยหรือเปล่า” /

“ไม่เห็นนะ แต่คุณครู อ่อนหวาน น่ารักมาก ถ้าแข่งกับพี่ที่มีความน่ารักจอมปลอม ยังห่างชั้นเยอะ” วินพูด เขารู้ว่าพี่สาวของเขาแกล้งทำตัวตามนิสัยของแฟนเก่าด้วยเหตุผลเพื่อให้พินัยหันมาสนใจ แม้ว่าก่อนหน้านี้เป้าหมายคือนาวาแต่เธอก็ยังไม่รุกมาก และนาวาก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจเธอเลยสักนิด

/ “พี่จะลองสืบดูก่อนว่าตอนนี้ยัยคนนี้แต่งงานหรือยัง” / ปลายสายรีบวาง วินคิดว่าตอนนี้เธอคงรีบค้นหาข้อมูลอยู่แน่

“เอย เธอหนีพี่ไม่พ้นหรอก” วินเอามือถือใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองแล้วเดินจากไป

<< บทที่ 8 ความแตกบทที่ 10 ความรู้สึก >>

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Anti-spam image

ข้ามไปยังทูลบาร์